Masukดาดฟ้าชั้นสามซึ่งมีสระว่ายน้ำเป็นจุดที่ชาริสากับมินตรามาใช้เวลาในช่วงเย็นสองวันที่ผ่านมา ทั้งสองคนไม่ได้มาว่ายน้ำเล่นแต่มานั่งฟังดนตรีริมสระซึ่งมีคอกเทลให้ดื่มไปด้วยพลางๆ โดยวันนี้เพียงขวัญมาร่วมแก๊งด้วยเพราะเบื่อกับการนั่งเล่นเกมในห้องกับเพื่อนทั้งสองคน ทางนายจ้างอนุญาตให้พวกเธอพักผ่อนได้ตามความสะดวกเพราะถือว่าไม่ใช่พนักงานโดยตรง ขอแค่ให้ดอกไม้สวยสดอยู่เสมอเพียงเท่านั้น ทำให้ในแต่ละวันมีเวลาค่อนข้างมากหลังจากเช็กความเรียบร้อยเสร็จแล้วตั้งแต่เช้าตรู่
จุดสันทนาการบนเรือมีหลายสไตล์ตามความชอบส่วนบุคคล ชาริสากับมินตราชอบส่วนนี้มากกว่าสระด้านบนที่อยู่อีกฟากหนึ่งของเรือ เพราะที่นั่นจัดกึ่งๆ ปาร์ตี้ริมสระ เหมาะกับหนุ่มสาวที่ชอบปาร์ตี้ ว่ายน้ำ ฟังเพลง เต้นรำ แต่ตรงนี้จะเป็นแนวครอบครัว มีทั้งผู้ใหญ่และเด็กๆ อย่างตอนนี้สามสาวก็เล่นกับสองหนูน้อยชายหนึ่งหญิงหนึ่งวัยสามขวบกับสี่ขวบ พี่ชายที่โตกว่าดูจะดื้อหน่อยส่วนน้องสาวค่อนข้างขี้อาย เด็กๆ มากับปู่กับย่า พวกเธอเห็นนั่งโต๊ะติดกันแล้วเด็กชายวิ่งวุ่นไปทั่วทำเอาคนแก่เหนื่อย เพียงขวัญค่อนข้างชอบเด็กเลยเข้าไปชวนคุยแล้วบอกว่าพวกเธอจะช่วยดูเด็กๆ เอง จนตอนนี้กลายเป็นเด็กติดสามสาวไปแล้ว ทำให้ปู่กับย่าได้มีเวลาทานอาหารและนั่งพักชมบรรยากาศของทะเลยามเย็น
“อย่าแย่งน้องสิอังเดร ถ้าอยากเล่นก็ขอดีๆ โคลอี้หน้างอแล้วเห็นไหม”
มินตราบอกเด็กชายเพราะตนเองนั่งอยู่ฝั่งเดียวกันกับแม่หนูน้อยที่กำลังเล่นตุ๊กตาซึ่งสามารถอัดเสียงพูดตามตัวเองได้ พอถูกพี่แย่งของไปจากมือหนูน้อยก็หน้างอเบะปาก ไม่ได้กรีดร้องแต่จ้องอังเดรที่กำลังเล่นรุนแรงกับตุ๊กตาของตัวเองเขม็ง
“อังเดร คืนน้องก่อนแล้วบอกขอเล่นใหม่ดีๆ นะครับ”
เพียงขวัญข้างอังเดรพยายามเกลี้ยกล่อมอย่างใจเย็น แต่เด็กชายไม่สนใจ ก้มหน้าก้มตาพูดอัดเสียงของตนแล้วกดฟังอย่างไม่ทะนุถนอมซ้ำๆ ไปมา
ไม่ทันที่ใครจะทันมองโคลอี้ เพราะมัวแต่หันไปขอให้อังเดรคืนของน้อง มือน้อยๆ ก็เลื่อนไปคว้าหมับรถของเล่นที่พี่ชายวางทิ้งไว้บนโต๊ะแต่จับไม่ได้เพราะใหญ่กว่า มือน้อยจึงปัดกึ่งๆ กวาดทิ้งลงพื้น เสียงของหล่นทำให้ทุกคนหันมองรวมทั้งอังเดร และเมื่อเห็นว่าเป็นของเล่นตนเองก็โยนตุ๊กตาทิ้ง ร่างกลมกระโดดผลุงลงจากเก้าอี้วิ่งตามรถที่ไหลไปเรื่อยเพราะล้อของมัน
“เดี๋ยวอังเดร”
ชาริสารีบลุกตามไปพร้อมๆ กับเพียงขวัญ เพราะเส้นทางที่เด็กน้อยกับรถตรงดิ่งไปนั้นคือสระน้ำ
หญิงสาวก้าวเข้าไปคว้าร่างกลมขึ้นอุ้มไว้ เด็กน้อยดิ้นไม่ยอมพร้อมร้องลั่น
“รถ...รถ...เอารถมา”
เพียงขวัญมาถึงช้ากว่าแต่ก้าวเลยชาริสากับอังเดรต่อไปเมื่อเห็นรถของเล่นกำลังมุ่งตรงจะลงสู่สระน้ำ จังหวะนั้นเธอคว้ารถเอาไว้ได้ทันอย่างเฉียดฉิว ร่างสวยอิ่มในชุดสายเดี่ยวกระโปรงผ้าพริ้วหยุดอยู่ริมสระพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ขณะนั้นชาริสารั้งอังเดรที่ตัวค่อนข้างหนักแทบจะไม่อยู่จึงพาเข้ามาหาเพื่อเอาของเล่น ทว่าร่างกลมรีบดิ้นพุ่งฉวยรถจากมือของเพียงขวัญแต่ตัวก็กระแทกหญิงสาวที่นั่งคุกเข่าอยู่อย่างจัง ชาริสาตกใจถลันมาคว้าร่างเด็กชายไปกอดไว้ ทว่ามืออีกข้างคว้าเพื่อนรุ่นพี่ไม่ทันเสียแล้ว
“พาย!!”
ตูม!!
ชาริสาพลิกร่างตนเองบังอังเดรและกอดไว้แนบอก เวลานั้นมินตรารีบถลาเข้ามาทันที ส่วนปู่กับย่าก็อุ้มโคลอี้ตามมาด้วยความตกใจ
เนื่องจากคนรอบสระหันมองเหตุการณ์ตั้งแต่ตอนอังเดรร้องโวยวายและคิดว่าไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงจึงยืนมองเพียงเท่านั้นทำให้ทุกคนเห็นในตอนที่เพียงขวัญตกลงไปในสระอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา รวมถึงเอียน เชสเตอร์ด้วย ชายหนุ่มนัดดื่มกับหวังหมิงที่นี่ เขาเดินตรงไปยังจุดเกิดเหตุซึ่งมีพนักงานของเขาสองคนโดดลงสระทันทีที่เห็นคนตกลงไป แล้วเข้าไปช่วยพยุงหญิงสาว ดูเหมือนเธอเองก็ว่ายน้ำได้จึงกลับมาริมสระได้เร็ว ตอนนี้คนของเขากำลังช่วยกันยกตัวเธอขึ้นโดยมีหญิงสาวสองคนออกแรงฉุดให้คนที่เปียกโชกทั้งตัวขึ้นมานั่งริมสระ
“พายเป็นไง ไม่เป็นไรใช่ไหม”
ชาริสาถามพร้อมกับลูบหน้าลูบหลังอีกฝ่าย เธอส่งอังเดรให้ไปยืนห่างสระกับปู่ย่าแล้ว
“ไม่เป็นไร”
พวกเธอพูดกันเองด้วยภาษาไทย คนรอบข้างจึงไม่สามารถเข้าใจได้
“มีอะไรให้ช่วยไหมครับ”
เสียงที่ดังขึ้นด้านหลังทำให้สามสาวหันมอง แล้วต่างก็อึ้งชะงักไป พวกเธอไม่ได้สะดุดที่คนถามทว่าเป็นคนที่เดินตามเข้ามาด้านหลังต่างหาก
“เอ่อ...ไม่มีค่ะ”
เป็นมินตราที่หาเสียงเจอก่อน ทั้งสองสาวช่วยกันพยุงเพียงขวัญขึ้นมายืนเรียบร้อยแล้ว
“ตอนนี้อาจจะยังตกใจเลยไม่ค่อยรู้สึกอะไร แต่ถ้ามีอาการเจ็บหรือร่างกายแปลกๆ ยังไง ขอให้บอกนะครับ หรือจะไปเช็กร่างกายที่ห้องพยาบาลตอนนี้ก็ได้”
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่หน้านิ่งยังแนะนำเสียงเรียบ
“ไม่...ไม่เป็นไรคะ ขอตัวกลับห้องพักดีกว่าค่ะ”
เพียงขวัญส่ายหน้า ลอบมองคนที่อยู่ด้านหลังของเขาแวบหนึ่ง ยังไม่ทันเห็นหน้าคมชัดด้วยซ้ำก็รีบหลบ ขณะจะเลี่ยงออกไปปู่กับย่าของอังเดรก็เข้ามาขอบคุณและขอโทษซึ่งสามสาวยิ้มรับและไม่ได้โกรธเคือง แถมยังชวนเด็กทั้งสองคนมาเล่นด้วยกันใหม่อีกด้วยซึ่งทั้งคู่ก็รับคำอย่างแจ่มใส ไม่ได้รู้สึกกลัวหรือตกใจกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเห็น เด็กๆ ยังไร้เดียงสากันเกินกว่าจะเข้าใจว่าเมื่อครู่เป็นสถานการณ์อันตรายหากพวกตนตกลงไป
“เดี๋ยว...”
เสียงทุ้มที่ดังขึ้นตอนพวกเธอกำลังเดินผ่านเอียนและคนของเขาทำให้สามสาวถึงกับชะงักกึก
“ถึงไม่เป็นไร แต่คุณกลับไปแบบนี้น่าจะเป็นหวัด”
ทั้งสามคนหันมองคนพูดพร้อมกันโดยอัตโนมัติ ร่างสูงใหญ่ของเอียนเดินแหวกคนของเขาตรงมาใกล้พร้อมกับถอดสูทไปด้วยก่อนจะยื่นมาตรงหน้าเพียงขวัญ
คนที่เปียกทั้งตัวจนชุดขาวแนบเนื้อมองเห็นชัดแทบทุกส่วนตาโต มองสูทแล้วไล่ตามมือใหญ่ขึ้นไปถึงใบหน้าคมสันกระทั่งสบกับตาสีน้ำตาลอ่อนคู่คม
“รับไปเถอะ”
แม้น้ำเสียงจะฟังดูเรียบเรื่อยแต่แววตาเขาบอกชัดว่าต้องรับ เพียงขวัญจึงยื่นมือไปรับสูทของชายหนุ่มพร้อมกล่าวขอบคุณเสียงเบา สองสาวรุ่นน้องจึงพลอยขอบคุณไปด้วย จากนั้นมินตราก็รีบหยิบเอาสูทเนื้อดีตัวใหญ่คลุมให้สาวรุ่นพี่
“เกิดอะไรขึ้นกับครับเนี่ย”
หวังหมิงมาถึงสระพอดีและเห็นว่าทุกสายตากระจุกอยู่ที่มุมหนึ่งของสระ เขาจึงเดินเข้ามาถามอย่างอารมณ์ดีพร้อมๆ กับที่สามสาวกำลังเดินออกมาจึงสวนกัน
“โอ้ว...สาวน้อยตกน้ำ ช่างน่าสงสาร”
เอียนเดินตามมาเมื่อคนที่ตนเองนัดเอาไว้มาถึง แล้วอธิบายเหตุการณ์เพียงสั้นๆ
“มีอุบัติเหตุนิดหน่อยครับ ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว”
“งั้นเหรอครับ ผมเป็นคนขี้สงสารซะด้วยสิ โดยเฉพาะกับสาวสวย”
หวังหมิงมองสามสาวตรงหน้าเขาด้วยรอยยิ้มแบบผู้ใหญ่ใจดี แต่เอียนกลับรู้สึกขัดใจกับคำพูดและแววตาลูกค้าของตนขึ้นมาตงิดๆ
เพราะพวกเขาคุยกันเกี่ยวกับพวกเธอสามสาวจึงหยุดอยู่กับที่อย่างทำตัวไม่ถูก คิดว่าเดินหนีไปเลยก็คงไม่เหมาะ
“เอาอย่างนี้ดีกว่า ให้คนของผมเดินไปส่งพวกคุณก็แล้วกัน ผมเป็นห่วง พวกคุณพักห้องไหนจะได้รู้ไว้ เผื่อมีอะไรจะได้ช่วยเหลือได้”
“ไม่จำเป็นมั้งครับ”
เอียนหลุดปากทักท้วงอย่างยั้งไม่ทัน ทั้งที่ความจริงเขาไม่ได้นึกสนใจนักหากหวังหมิงจะเกี้ยวพาใคร เมื่อหวังหมิงหันมองเขาด้วยท่าทางสงสัยชายหนุ่มจึงอธิบายเสียงเรียบ
“คุณหวังกำลังทำให้คุณผู้หญิงตกใจนะครับ วันนี้ผมคิดว่าคงไม่สะดวก ยังไงก็ยังอยู่บนเรือ เอาไว้ทักทายกันอีกทีก็ได้นี่ครับ”
“ฮ่าๆ ๆ นั่นสินะ ผมก็ลืมไป สาวสวยเปียกปอนทั้งตัวแบบนี้ คงไม่อยากให้มีผู้ชายเดินตาม”
หวังหมิงหัวเราะอย่างร่าเริง แล้วขยับเข้าไปหาสามสาว
“เอาอย่างนี้ เสื้อตัวเดียวคงไม่พอ เอาเสื้อลูกน้องผมไปอีกตัวนึงก็แล้วกัน อย่างน้อยจะได้ช่วยให้อุ่นใจขึ้น”
เขาพูดพร้อมกับมองขาเรียวสวยที่พ้นปลายเสื้อสูทของเอียนอย่างเจาะจงทำเอาเพียงขวัญสะดุ้งเบี่ยงตัวนิดๆ ท่าทางเป็นกังวล โดยไม่มีใครรู้ว่าเอียนตาวาววาบขึ้นวูบหนึ่งก่อนจางหายไปกับการกระทำของหวังหมิง
ลูกน้องคนที่อยู่ใกล้ๆ ถอดสูทยื่นให้คนเป็นนาย หวังหมิงเอาไปยื่นให้สามสาว ชาริสาไม่อยากให้มีปัญหาและเห็นว่าเพียงขวัญกำลังรู้สึกไม่ดีมากๆ จึงรีบรับไปผูกเอวให้ สามสาวกล่าวขอบคุณหวังหมิงแล้วรีบขอตัวออกมาจากตรงนั้นเพราะเพียงขวัญไม่อาจฝืนทนอายได้อีกต่อไปแล้ว
=====
“อือ...”เมื่อสุดที่จะทานทนไหวชาริสาก็ครวญครางอยู่ในลำคอราวกับทรมานอย่างสุดแสนจากมือกับริมฝีปากของชายหนุ่ม ปิลันธ์เองก็เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ร่างสูงลุกขึ้นนั่ง มือสองข้างเคลื่อนมาลูบไล้อกอวบอิ่มเคล้นหย่างหนักมือแบบที่ไม่เคยทำกับอีกฝ่าย เห็นคนตัวเล็กขยับตัวขึ้นตอบรับมือเขายิ่งลำพองใจ เขาจัดการให้เรือนร่างทั้งคู่อยู่ในจุดที่เหมาะสม เสียดสีในจังหวะที่ตนเองต้องการ แล้วเปลี่ยนไปกดมือบางสองข้างแนบที่นอน ขยับร่างไล้ไม่หยุดกระทั่งร่างสวยดิ้นเร่าไปตามแรงอารมณ์ที่เขาสร้างขึ้นอกคู่สวยสะท้อนขึ้นลงรุนแรงตามอาการหอบหนักหน่วง ทว่ากระแสซาบซ่านที่ค่อยๆ แผ่ขยายไปทั่วร่างทำให้ต้องเกร็งไปทั้งตัว ร่างหว่างที่เธอกำลังตกอยู่ในภาวะต้องการบางสิ่งบางอย่างอย่างรุนแรง อีกฝ่ายก็ล็อกมือเธอไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวแล้วพาตนเองเข้ามาในร่างเธอ ชาริสาสะดุ้งเฮือกทันทีรู้สึกราวกับคว้าสิ่งที่ต้องการเอาไว้ได้ หากก็เจ็บแปลบจากเหตุการณ์เมื่อคืนในคราวเดียวกัน ทว่าปิลันธ์ไม่หยุดเพียงแค่นั้น ชายหนุ่มเคลื่อนทัพด้วยความรุนแรงรวดเร็วชนิดที่แทบหายไม่ทันใจร่างกายของเธอถูกร่างใหญ่กดทับ มือถูกล็อกแน่นขณะกายแกร่งขยับอยู่ด้านบนอย่างหน
“ฉันจะขอซื้อบ้านหลังนี้ เอาไว้มาพักผ่อนบ่อยๆ เธอชอบที่นี่นี่นา แต่ไม่แน่ใจว่าพี่จะยอมขายไหม เพราะที่นี่สวยมากจริง”ชายหนุ่มลูบเอวบางไปพร้อมกับชวนคุยทำให้ชาริสาไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไร“ฉันอยู่ที่ไหนก็ได้ค่ะที่มีคุณ”หญิงสาวบอกด้วยความจริงใจทำให้อีกฝ่ายมองเธออย่างคาดไม่ถึง ไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้“ไปหัดพูดเอาใจแบบนี้มาจากไหน”“ฉันไม่ได้เอาใจคุณนะคะ แค่พูดตามที่คิด”ชาริสายืนยันขณะมองหน้าคมด้วยแววตาแสนซื่อ“คุณเป็นบ้านให้ฉันแล้ว จะเป็นที่ไหนก็ได้ค่ะ”ปิลันธ์ยิ้มกับคำพูดหญิงสาวจนแก้มบุ๋มทั้งสองข้าง ดวงตากลมโตเผยความจริงใจแวววาวน่ารัก นิ้วแข็งบีบจมูกเล็กอย่างมันเขี้ยว“ปากหวานขนาดนี้ จะให้ฉันหลงจนโงหัวไม่ขึ้นเลยหรือไง”“อย่างคุณเนี่ยเหรอคะ หลงฉัน”สีหน้าของหญิงสาวบ่งบอกความไม่เชื่อ“ไม่เชื่อเหรอ”ถึงจะอ่านท่าทางชาริสาออกแต่ปิลันธ์ก็ยังถามซ้ำ“ก็ฉัน...”“อะไร?”คำถามย้ำเมื่อเห็นหญิงสาวเงียบกับแววตาคมบังคับกลายๆ ทำให้เธอยอมพูดจนได้“ฉันน่ะเทียบสาวแต่ละคนของคุณได้ที่ไหนกัน จะให้เชื่อลงมันยากค่ะ”ปิลันธ์เงียบไป จ้องคนตรงหน้านิ่งก่อนจะถอนหายใจยาว“เฮ้อ...ช่วยไม่ได้นะ”เขายักไหล่ขณะที่ชาริสาชั
ความวุ่นวายในห้องไอซียูผ่านไปด้วยดี แพทย์ออกมาแจ้งว่าอาการชาริสากลับมาดีขึ้นแล้วแต่ยังวางใจไม่ได้ เวลาค่อนข้างดึกแล้วแม้จะเข้าเยี่ยมไม่ได้ทว่าสาวๆ ก็ยังรออยู่ด้านนอกในจุดที่คนทั่วไปสามารถนั่งได้เพื่อไม่ให้รบกวนผู้อื่น ลูยส์มาถึงหลังจากนั้นและเข้ามาพูดคุยกับเพียงขวัญเพราะคุ้นเคยกับหญิงสาวกว่าคนอื่น แต่แล้ววิเวียนก็เอ่ยขึ้น“เราขอย้ายโรงพยาบาลให้ริสาได้ไหม”“จะดีเหรอวี”เพียงขวัญรู้สึกว่ายังอันตรายเกินไปที่ย้ายโรงพยาบาลในตอนนี้“อย่าเพิ่งเลยดีกว่า”อาทิตยาก็ไม่เห็นด้วยเช่นกัน“งั้นพรุ่งนี้เช้า”“มันไม่ใช่ว่าริสาจะดีขึ้นมาภายในไม่กี่ชั่วโมงนี่สักหน่อย”อาทิตยาอดค้านไม่ได้“พวกคุณหาทางให้เราย้ายริสาโดยปลอดภัยได้ไหม”หญิงสาวหันไปถามกับทางลูยส์โดยไม่ฟังความคิดเห็นจากเพื่อนลูยส์ชะงักไปแล้วเหลือบไปทางเพียงขวัญซึ่งหญิงสาวเองก็ขมวดคิ้วมุ่นแต่ก็อดอยากรู้ไม่ได้เหมือนกันว่าสามารถทำได้หรือไม่“ผมคงต้องปรึกษากับทางเจ้านายก่อน แต่ขอทราบเหตุผลที่ต้องการย้ายได้ไหมครับ”เขาหันมาพูดกับวิเวียน“นั่นสิ ทำไมต้องรีบย้ายด้วย”อาทิตยาถามทันที ปกติคนที่ใจร้อนคือเธอแต่มาครั้งนี้กลับเป็นวิเวียนเสียเอง“ริสาเจ็บข
‘ไม่รู้สิมิ้นท์ จะกลับเมื่อไรก็คงต้องแล้วแต่เขา’บทสนทนาที่ได้ยินทำให้รู้ว่าเพื่อนเธออยากให้กลับไปแล้ว เขาจึงออกคำสั่งไปแบบนั้นหญิงสาวเม้มริมฝีปาก ไม่กล้าพูดว่ากลัวเขาจะไม่อาบน้ำอย่างเดียว เพราะเมื่อคืนที่ผ่านมานับว่าเป็นการอาบน้ำที่นานที่สุดสำหรับเธอเลยทีเดียว และปิลันธ์ไม่ได้ต่างคนต่างอาบสักนิด เขาอาบน้ำให้เธอลูบไล้ครีมจนทุกสัดส่วนทำเอาหัวใจแทบหยุดเต้นเสียให้ได้“พอดีตื่นแล้ว แต่เกรงใจน่ะค่ะ เห็นคุณกำลังหลับสบาย”คิ้วเข้มกระตุกอย่างเห็นได้ชัดว่ายากที่จะเชื่อคำพูดของเธอ แต่ชาริสาเลือกที่จะเงียบไม่พยายามอธิบายต่อ“เอาเถอะ ไม่อาบตอนเช้าก็อาบตอนเย็น มานี่มา”หลังพูดเองเออเองจบก็เปลี่ยนมาเรียกจนหญิงสาวที่ยังไม่ได้เตรียมใจหัวใจกระตุก“มาสิ”ชายหนุ่มพยักหน้าพร้อมย้ำอีกครั้งสุดท้ายชาริสาจึงค่อยๆ ก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายด้วยใจตุ้มๆ ต่อมๆ และหยุดอยู่ไม่ห่างจนเกินไปปิลันธ์มองคนที่ทำเหมือนกำลังระวังตัวกับเขาอย่างขัดใจหากก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่มีทางพ้นมือไปได้ถ้าเขาคิดจะบังคับ“อยากอยู่กับฉันไหม”“คะ?”“ชอบที่นี่ไหม”ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่องไปอีกจนเธอตามไม่ทัน ได้แต่ขมวดคิ้วมุ่น“ถ้า
“เป็นของฉันนะชาริสา”ปิลันธ์กระซิบข้างแก้มใสแล้วจูบหนักๆ ขณะที่ชาริสาไม่ได้ตอบรับแต่มือทั้งสองข้างของหญิงสาวเลื่อนขึ้นโอบลำคอหนา เพียงเท่านั้นใจหนุ่มก็เต้นเร่ากับการยอมเปิดทางอย่างเต็มใจจากอีกฝ่าย เขาเดินหน้าทันทีอย่างเชื่องช้าไม่รีบร้อนหักหาญ ได้ยินเสียงครางแผ่วข้างหูก็ยิ่งควบคุมอารมณ์หนุ่มยาก แต่ปิลันธ์กัดฟันแน่นค่อยๆ เคลื่อนสะโพกกระทั่งสัมผัสกันและกันอย่างล้ำลึกชาริสาปล่อยลมหายใจออกมาหลังจากกลั้นไว้นานด้วยความเกร็ง ในความเต็มตื้นที่รู้สึกได้มีความตื้นตันอย่างประหลาดในหัวใจ ไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะพอใจปิลันธ์มากมายขนาดนี้ ยิ่งเขาแตะต้องมากเท่าไรก็กลับยิ่งต้องการจากชายหนุ่มมากเท่าทบทวี จนต้องกอดอีกฝ่ายแน่นขึ้นตามความรู้สึกนึกคิดเบื้องลึกเมื่อถูกกอดรัดปิลันธ์ก็เริ่มเคลื่อนไหว แม้ช้าทว่าก็มั่นคงหนักแน่นในทุกจังหวะพร้อมกับประคองร่างเล็กไว้ในอ้อมกอดอย่างทะนุถนอม กายกำยำขยับสม่ำเสมอหนักหน่วงไม่ทิ้งช่วง มุ่งมั่นใจไปถึงฝั่งฝันหลังจากที่รอคอยมานานอย่างเต็มที่เสียงหอบหายใจสองเสียงประสานไปด้วยกันโดยไร้คำพูดแต่ก็เหมาะเจาะลงเป็นอย่างดี ไม่นานเสียงเข้มทุ้มก็ดังขึ้นกระทั่งกลายเป็นคำรามกร้าวก่อนจะบด
“เสียงหัวใจฉัน”เขาบอกทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายต้องรับรู้“ฉันเองก็ใจเต้นแรงไม่ต่างจากเธอหรอกนะ”พูดจบปิลันธ์ก็จูบหน้าผากเล็กก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวขึ้นแล้วผ่อนร่างบางให้ลงไปนอนด้านล่าง ตั้งใจมองสบตากับอีกฝ่ายแพราะอยากเห็นว่าหญิงสาวกำลังรู้สึกยังไง“กลัวฉันไหม”คนใต้ร่างส่ายหน้าทั้งที่แววตาของเธอหวาดหวั่น แต่นั่นก็เป็นสัญญาณดีที่ทำให้รู้ว่าชาริสายินยอมพร้อมใจในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ปิลันธ์โน้มหน้าลงไปหาหญิงสาวกระทั่งอยู่ใกล้กันจนจมูกชนจมูก ก่อนจะประทับจูบที่ปากอิ่มสวยอย่างเชื่องช้า เก็บเกี่ยวความหวานจากกลีบปากหญิงสาวถ้วนทั่วก่อนจะสอดแทรกปลายลิ้นเข้าไปคลอเคลียพัวพันลิ้นเล็กอย่างลึกซึ้งมือบางที่ตอนแรกวางแนบอกหนาตอนนี้กำเสื้อคลุมของอีกฝ่ายแน่นด้วยความรัญจวนใจกำลังวิ่งพล่านไปทั่วร่าง รับรู้ถึงเรือนกายแข็งแกร่งที่ขยับเบียดเข้ามาจนแนบสนิททุกพื้นผิว ถึงจะมีเนื้อผ้ากางกั้นทว่าสัมผัสของร่างกายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงก็สร้างความวาบหวามในอกสาวได้แบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนจูบแสนดูดดื่มถึงจะไม่ได้รับการจูบตอบอย่างกระตือรือร้น แต่ก็เป็นการยินยอมให้เขาทำตามใจได้แบบไม่ขัดขืนอย่างไร้เดียงสาทำให้ปิลันธ์ยิ่งต







