LOGINภายใต้สถานการณ์ที่ไม่อาจความคุม ได้เกิดเรื่องราว 'ความรัก' เพราะความผิดพลาดขึ้น!! ปิลันธ์ ชายหนุ่มที่มีชีวิตภายนอกสวยหรูดูดี เป็นหนุ่มเนื้อหอมในสังคมไฮโซ เป็นศูนย์กลางความสนใจของบรรดาสาวๆ เป็นน้องชายคนละแม่ของเศรษฐีหนุ่มตระกูลใหญ่ในฝรั่งเศส และเป็นคนที่อยู่ไกลเกินเอื้อมสำหรับ...ชาริสา อนุสาน
View Moreตาคู่ดำขลับกลมโตคู่นั้นลอบมองเขา...
ไม่ใช่ครั้งแรกที่คนอย่างเขาถูกจ้องด้วยสายตาเชิญชวนทั้งที่มีสาวอีกคนในอ้อมกอด แต่ครั้งนี้ต่างออกไป ตาคู่สุกสกาวนั้นไม่สื่อความหมายใดนอกจากเพียรมองมายังเขาบ่อยครั้ง พอเขาจับได้ก็หลบเลี่ยงตลอด อยากรู้นักว่าถ้าเป็นแบบนี้ยังจะกล้ามองไหม
พร้อมกับความคิดชายหนุ่มก็ก้มลงไปดื่มด่ำริมฝีปากแดงที่คลอเคลียใกล้ๆ อีกฝ่ายแหงนเงยขึ้นตอบรับเขาอย่างร้อนแรง สองแขนยกขึ้นโอบลำคอแกร่งให้ร่างสองร่างบนโซฟาตัวเดียวกันแนบแน่นกว่าเดิม
แม้จะพอใจกับรสจูบที่ได้รับจากสาวสวยในอ้อมแขนแต่ชายหนุ่มก็ยังไม่ลืมว่าตนเองกำลังต้องการสิ่งใด ตาคมเหลือบมองเป้าหมายแล้วก็เห็นว่าเธอมองอยู่จริงๆ ตากลมสวยโตขึ้นกว่าเดิมราวตกใจ เขาจึงขยิบตาให้ก่อนจะบรรจงจูบสาวอีกคนหนักหน่วงขึ้นจนดูเหมือนร่างสวยแทบจะขึ้นมาเกยบนตัก
เขาใช้เวลาไม่กี่อึดใจเผลอไผลบรรเลงเพลงจูบท่ามกลางเสียงดนตรีเร้าใจ ใจนึกอยากเห็นตาคู่สวยของคนที่แอบดูเขาโชว์จึงผละห่าง ทว่าเธอไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว
“อืม...ทำไม?”
สาวสวยหุ่นนางแบบถามเมื่ออยู่ๆ ชายหนุ่มก็ถอยห่างและนิ่งไป
“โต๊ะนั้นเพื่อนคุณทั้งหมดหรือเปล่า”
เธอมองตามสายตาคมก็เห็นว่าเขาหันไปทางโต๊ะที่เธอจากมาจึงพยักหน้ารับ
“ก็ไม่ใช่เพื่อนทุกคนหรอก เรามาเลี้ยงฉลองสละโสดเพื่อนคนหนึ่งกันน่ะค่ะ มีอะไรเหรอ”
“เปล่า แค่...เห็นบางคนดูเหมือนคนเอเชีย”
ในส่วนที่เขานั่งเป็นวีไอพี มีกระจกกั้น และจุดที่คนกลุ่มนั้นนั่งไม่ห่างมากนักจึงเห็นได้ชัดเจน
“ใช่ แต่ฉันไม่รู้จักเธอหรอก คุณสนใจเหรอ”
“ไม่ได้เหรอ”
ชายหนุ่มถามกลับพร้อมรอยยิ้มละลายใจเพราะเขามีลักยิ้มสองข้าง อีกฝ่ายจึงยิ้มขำ
“ใครจะกล้าขัดใจคุณ แต่...”
สาวสวยขยับไปนิ่งพิงพนักเอนตัวซบอกกว้าง ลากไล้นิ้วเขี่ยกระดุมบนอกเสื้อเชิ้ตเล่นอย่างยั่วเย้า
“คืนนี้เป็นของฉัน”
หนุ่มหล่อหัวเราะเบาๆ วางแขนสองข้างพาดพนักอย่างอารมณ์ดี
“แล้วคุณไม่กลับไปปาร์ตี้กับเพื่อนแล้วเหรอ”
“ปาร์ตี้กับเพื่อนเมื่อไรก็ได้ แต่ปาร์ตี้กับคุณไม่ใช่เรื่องง่าย”
เธอบอกพร้อมส่ายหน้า แล้วเลื่อนปลายนิ้วมาจิ้มลักยิ้มข้างแก้มที่ดูแสนอบอุ่นของเขา แน่นอนว่ามันแตกต่างจากนิสัยชายหนุ่มสุดขั้ว การที่เธอมาเจอเขาที่นี่โดยบังเอิญถือเป็นโชคดีเพราะหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์คนนี้มีสาวต่อคิวร่วมเตียงนับไม่ถ้วน แถมเขาอนุญาตให้เธอเข้ามาเพราะจำได้หญิงสาวจึงปลื้มปริ่มไม่น้อย
“โอเค งั้นคืนนี้เป็นของคุณ”
“จุ๊บ”
ริมฝีปากสวยแนบแก้มที่มีไรเคราเขียวทันทีที่เขาพูดจบ
“แต่ผมมีข้อแม้”
เขามองเธอ...
หญิงสาวรู้ตัวว่าถูกจับได้และหลบสายตาคมทันควันอย่างขัดเขิน แต่นั่นไม่ได้ทำให้ใจเธอกระตุกวูบเท่ากับตอนที่เขาขยิบตาให้แล้วจูบดูดดื่มกับโรเซ่ ที่สำคัญครั้งนี้เธอมองนิ่งโดยไม่หลบราวถูกสะกด
เหมือน...เหมือนเธอกำลังโดนจูบซะเอง
กระทั่งรู้ตัวว่ากำลังกลั้นหายใจอยู่จึงรีบลุกขึ้นออกมาจากตรงนั้น
น้ำเย็นๆ ถูกวักขึ้นล้างใบหน้าขาวใสติดๆ กัน ก่อนหญิงสาวจะเงยหน้ามองกระจก ดวงตาคู่คมยังติดตาราวกับตามมาหลอกหลอน ปากสวยเม้มเข้าหากันก่อนจะกลืนน้ำลายพร้อมถอนหายใจยาว
เธอไม่น่าลืมตัวไปสบตาเขาเลย แน่นอนว่าเธอรู้ว่าเขาเป็นใคร ปิลันธ์ เลียม เชสเตอร์ ไม่ได้เป็นที่หมายปองของสาวๆ แค่ในมหาวิทยาลัยของเธอ ชื่อเสียงเขาแพร่ไปทั่วเมืองเพราะความเพียบพร้อมทั้งเรื่องหน้าตาหล่อเหลาราวเทพบุตร ความร่ำรวยและเพลย์บอยตัวฉกาจ
ปิลันธ์เป็นที่รู้จักในวงสังคมชั้นสูงเพราะแม่เลี้ยงของเขาเป็นทายาทตระกูลใหญ่ที่เป็นเอกอัครราชทูตมาทุกรุ่น ทั้งยังมีพี่ชาย เอียน เชสเตอร์เป็นเจ้าของกิจการเดินเรือสำราญและสถาบันประมูลงานศิลปะแห่งหนึ่งในฝรั่งเศส ทว่าความโดดเด่นของชายหนุ่มก็คือ ก่อปัญหาให้แม่เลี้ยงที่ปลดเกษียณแล้วกับพี่ชายต้องตามแก้ให้บ่อยๆ นั่นเอง
แม้จะเคยเรียนที่เดียวกันทว่าหญิงสาวไม่เคยเข้าไปเฉียดในสังคมลูกคนรวย คนพวกนั้นหรูหราเกินไป และเชื่อว่าปิลันธ์ไม่รู้จักเธอ แต่วันนี้เขากลับจ้องตอบมา แววตากับการกระทำของเขาทำให้เธอสั่นจนกลัว
ร่างบางผ่อนลมหายใจยาวสงบสติอารมณ์ของตัวเอง เธอไม่ใช่คนชอบฝันหวานแล้วก็ไม่คิดว่าคนอย่างปิลันธ์จะหันมาสนใจ หญิงสาวมองนาฬิกาที่ข้อมือ คิดว่าตัวเองควรกลับได้แล้ว จากนั้นก็เดินออกจากห้องน้ำไปกล่าวลาเพื่อนๆ ขอตัวกลับโดยไม่หันมองห้องวีไอพีนั่นอีก
=====
“อือ...”เมื่อสุดที่จะทานทนไหวชาริสาก็ครวญครางอยู่ในลำคอราวกับทรมานอย่างสุดแสนจากมือกับริมฝีปากของชายหนุ่ม ปิลันธ์เองก็เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ร่างสูงลุกขึ้นนั่ง มือสองข้างเคลื่อนมาลูบไล้อกอวบอิ่มเคล้นหย่างหนักมือแบบที่ไม่เคยทำกับอีกฝ่าย เห็นคนตัวเล็กขยับตัวขึ้นตอบรับมือเขายิ่งลำพองใจ เขาจัดการให้เรือนร่างทั้งคู่อยู่ในจุดที่เหมาะสม เสียดสีในจังหวะที่ตนเองต้องการ แล้วเปลี่ยนไปกดมือบางสองข้างแนบที่นอน ขยับร่างไล้ไม่หยุดกระทั่งร่างสวยดิ้นเร่าไปตามแรงอารมณ์ที่เขาสร้างขึ้นอกคู่สวยสะท้อนขึ้นลงรุนแรงตามอาการหอบหนักหน่วง ทว่ากระแสซาบซ่านที่ค่อยๆ แผ่ขยายไปทั่วร่างทำให้ต้องเกร็งไปทั้งตัว ร่างหว่างที่เธอกำลังตกอยู่ในภาวะต้องการบางสิ่งบางอย่างอย่างรุนแรง อีกฝ่ายก็ล็อกมือเธอไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวแล้วพาตนเองเข้ามาในร่างเธอ ชาริสาสะดุ้งเฮือกทันทีรู้สึกราวกับคว้าสิ่งที่ต้องการเอาไว้ได้ หากก็เจ็บแปลบจากเหตุการณ์เมื่อคืนในคราวเดียวกัน ทว่าปิลันธ์ไม่หยุดเพียงแค่นั้น ชายหนุ่มเคลื่อนทัพด้วยความรุนแรงรวดเร็วชนิดที่แทบหายไม่ทันใจร่างกายของเธอถูกร่างใหญ่กดทับ มือถูกล็อกแน่นขณะกายแกร่งขยับอยู่ด้านบนอย่างหน
“ฉันจะขอซื้อบ้านหลังนี้ เอาไว้มาพักผ่อนบ่อยๆ เธอชอบที่นี่นี่นา แต่ไม่แน่ใจว่าพี่จะยอมขายไหม เพราะที่นี่สวยมากจริง”ชายหนุ่มลูบเอวบางไปพร้อมกับชวนคุยทำให้ชาริสาไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไร“ฉันอยู่ที่ไหนก็ได้ค่ะที่มีคุณ”หญิงสาวบอกด้วยความจริงใจทำให้อีกฝ่ายมองเธออย่างคาดไม่ถึง ไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้“ไปหัดพูดเอาใจแบบนี้มาจากไหน”“ฉันไม่ได้เอาใจคุณนะคะ แค่พูดตามที่คิด”ชาริสายืนยันขณะมองหน้าคมด้วยแววตาแสนซื่อ“คุณเป็นบ้านให้ฉันแล้ว จะเป็นที่ไหนก็ได้ค่ะ”ปิลันธ์ยิ้มกับคำพูดหญิงสาวจนแก้มบุ๋มทั้งสองข้าง ดวงตากลมโตเผยความจริงใจแวววาวน่ารัก นิ้วแข็งบีบจมูกเล็กอย่างมันเขี้ยว“ปากหวานขนาดนี้ จะให้ฉันหลงจนโงหัวไม่ขึ้นเลยหรือไง”“อย่างคุณเนี่ยเหรอคะ หลงฉัน”สีหน้าของหญิงสาวบ่งบอกความไม่เชื่อ“ไม่เชื่อเหรอ”ถึงจะอ่านท่าทางชาริสาออกแต่ปิลันธ์ก็ยังถามซ้ำ“ก็ฉัน...”“อะไร?”คำถามย้ำเมื่อเห็นหญิงสาวเงียบกับแววตาคมบังคับกลายๆ ทำให้เธอยอมพูดจนได้“ฉันน่ะเทียบสาวแต่ละคนของคุณได้ที่ไหนกัน จะให้เชื่อลงมันยากค่ะ”ปิลันธ์เงียบไป จ้องคนตรงหน้านิ่งก่อนจะถอนหายใจยาว“เฮ้อ...ช่วยไม่ได้นะ”เขายักไหล่ขณะที่ชาริสาชั
ความวุ่นวายในห้องไอซียูผ่านไปด้วยดี แพทย์ออกมาแจ้งว่าอาการชาริสากลับมาดีขึ้นแล้วแต่ยังวางใจไม่ได้ เวลาค่อนข้างดึกแล้วแม้จะเข้าเยี่ยมไม่ได้ทว่าสาวๆ ก็ยังรออยู่ด้านนอกในจุดที่คนทั่วไปสามารถนั่งได้เพื่อไม่ให้รบกวนผู้อื่น ลูยส์มาถึงหลังจากนั้นและเข้ามาพูดคุยกับเพียงขวัญเพราะคุ้นเคยกับหญิงสาวกว่าคนอื่น แต่แล้ววิเวียนก็เอ่ยขึ้น“เราขอย้ายโรงพยาบาลให้ริสาได้ไหม”“จะดีเหรอวี”เพียงขวัญรู้สึกว่ายังอันตรายเกินไปที่ย้ายโรงพยาบาลในตอนนี้“อย่าเพิ่งเลยดีกว่า”อาทิตยาก็ไม่เห็นด้วยเช่นกัน“งั้นพรุ่งนี้เช้า”“มันไม่ใช่ว่าริสาจะดีขึ้นมาภายในไม่กี่ชั่วโมงนี่สักหน่อย”อาทิตยาอดค้านไม่ได้“พวกคุณหาทางให้เราย้ายริสาโดยปลอดภัยได้ไหม”หญิงสาวหันไปถามกับทางลูยส์โดยไม่ฟังความคิดเห็นจากเพื่อนลูยส์ชะงักไปแล้วเหลือบไปทางเพียงขวัญซึ่งหญิงสาวเองก็ขมวดคิ้วมุ่นแต่ก็อดอยากรู้ไม่ได้เหมือนกันว่าสามารถทำได้หรือไม่“ผมคงต้องปรึกษากับทางเจ้านายก่อน แต่ขอทราบเหตุผลที่ต้องการย้ายได้ไหมครับ”เขาหันมาพูดกับวิเวียน“นั่นสิ ทำไมต้องรีบย้ายด้วย”อาทิตยาถามทันที ปกติคนที่ใจร้อนคือเธอแต่มาครั้งนี้กลับเป็นวิเวียนเสียเอง“ริสาเจ็บข
‘ไม่รู้สิมิ้นท์ จะกลับเมื่อไรก็คงต้องแล้วแต่เขา’บทสนทนาที่ได้ยินทำให้รู้ว่าเพื่อนเธออยากให้กลับไปแล้ว เขาจึงออกคำสั่งไปแบบนั้นหญิงสาวเม้มริมฝีปาก ไม่กล้าพูดว่ากลัวเขาจะไม่อาบน้ำอย่างเดียว เพราะเมื่อคืนที่ผ่านมานับว่าเป็นการอาบน้ำที่นานที่สุดสำหรับเธอเลยทีเดียว และปิลันธ์ไม่ได้ต่างคนต่างอาบสักนิด เขาอาบน้ำให้เธอลูบไล้ครีมจนทุกสัดส่วนทำเอาหัวใจแทบหยุดเต้นเสียให้ได้“พอดีตื่นแล้ว แต่เกรงใจน่ะค่ะ เห็นคุณกำลังหลับสบาย”คิ้วเข้มกระตุกอย่างเห็นได้ชัดว่ายากที่จะเชื่อคำพูดของเธอ แต่ชาริสาเลือกที่จะเงียบไม่พยายามอธิบายต่อ“เอาเถอะ ไม่อาบตอนเช้าก็อาบตอนเย็น มานี่มา”หลังพูดเองเออเองจบก็เปลี่ยนมาเรียกจนหญิงสาวที่ยังไม่ได้เตรียมใจหัวใจกระตุก“มาสิ”ชายหนุ่มพยักหน้าพร้อมย้ำอีกครั้งสุดท้ายชาริสาจึงค่อยๆ ก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายด้วยใจตุ้มๆ ต่อมๆ และหยุดอยู่ไม่ห่างจนเกินไปปิลันธ์มองคนที่ทำเหมือนกำลังระวังตัวกับเขาอย่างขัดใจหากก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่มีทางพ้นมือไปได้ถ้าเขาคิดจะบังคับ“อยากอยู่กับฉันไหม”“คะ?”“ชอบที่นี่ไหม”ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่องไปอีกจนเธอตามไม่ทัน ได้แต่ขมวดคิ้วมุ่น“ถ้า





