FAZER LOGINรถของนิลพุ่งทะยานด้วยความเร็ว ไฟหน้ารถสาดตัดความมืดของถนนเข้าวัดยามค่ำคืน
จนกระทั่ง...รถคันหนึ่งแล่นสวนมา
เขาหันไปมองเพียงแวบเดียว คนที่นั่งอยู่ข้างคนขับคือสายซอ แม้จะมืด แต่เขาเห็นชัดว่าเธอหันมามองรถของเขาเช่นกัน เพียงแต่มองแค่แวบเดียวแล้วหันกลับไปราวกับเขาไม่มีตัวตน
เอี๊ยด!
เจ้าของรถหรูเหยียบเบรกกะทันหัน รถเกือบปัดออกข้างทางก่อนจะหมุนพวงมาลัยกลับรถทันที เสียงยางเสียดสีกับพื้นถนนดังลั่นแล้วรถหรูก็พุ่งตามท้ายรถยุโรปคันเล็กไปอย่างรวดเร็ว สายซอขมวดคิ้วเพราะเธอเห็นไฟหน้ารถด้านหลังพุ่งเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ
ใกล้จนน่ากลัวว่าจะชนท้ายรถของวรุตได้
วรุตมองกระจกหลัง สีหน้าเริ่มตึง
“น่าจะเป็นสามีซอนะ”
“บ้าไปแล้ว” สายซอถอนหายใจแรงพร้อมหันไปมองด้านหลัง เธอไม่เข้าใจสักนิดว่าทำไมนิลต้องขับรถตามจี้รถของวรุตขนาดนี้ เขาต้องการอะไร?
ไม่กี่วินาทีต่อมา รถของนิลก็เร่งแซงขึ้นมาข้างหน้าก่อนจะหักเข้ามาตัดหน้าอย่างกะทันหัน
เอี๊ยดดดด!
วรุตเหยียบเบรกเต็มแรง ร่างของทั้งคู่พุ่งไปข้างหน้า เขารีบยกแขนกั้นสายซอเอาไว้โดยอัตโนมัติ
“ซอเป็นอะไรไหม?!” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเป็นห่วง สายซอยังตกใจไม่หายแต่ก็รีบส่ายหน้าบอกเขา
“ซอไม่เป็นไรค่ะ”
นิลมองภาพนั้นผ่านกระจกมองหลัง เห็นเจ้าของรถคันหลังโน้มเข้าหาสายซอ ความโมโหที่กดเอาไว้ระเบิดขึ้นทันที เขาเปิดประตูลงจากรถก่อนดันประตูอย่างแรงก้าวเร็ว ๆ มาที่รถยุโรปก่อนเคาะกระจกฝั่งสายซอรัว ๆ
“ลงมา”
หญิงสาวลดกระจกลงทันที ใบหน้าสวยเต็มไปด้วยความโกรธ เธอตะคอกใส่เขาอย่างไม่ไว้หน้า
“คุณเป็นบ้าอะไร! รู้ไหมว่ามันอันตรายแค่ไหน ขับรถตัดหน้าแบบนี้ถ้าชนขึ้นมาจะทำยังไง!”
“ลงมา” นิลพูดซ้ำ น้ำเสียงเย็นจัด ดวงตาจ้อง
สายซอเขม็ง “ฉันบอกให้ลงมา!”“ไม่ลง!” ร่างเล็กแผดเสียงตอบกลับก่อนจะกดปุ่มปิดกระจกให้เลื่อนปิดขึ้น แต่นิลกลับเอามือขวางไว้
กระจกค่อย ๆ เลื่อนขึ้น หนีบนิ้วของเขาเอาไว้
“ซอ!” วรุตเรียกหญิงสาวด้วยความตกใจ เพราะเห็นชัดว่ามือของชายหนุ่มที่ยืนนอกรถกำลังถูกกระจกประตูข้างหนีบแน่น
แต่สายซอกลับนิ่งเฉย เธอมองเขาเขม็งตอบเช่นกัน คิดว่านิลคงยอมชักมือกลับ ทว่าเขากลับไม่ร้องสักคำ ไม่ดึงมือหนี ไม่แม้แต่จะขมวดคิ้ว เอาแต่จ้องเธอผ่านช่องกระจกแคบ ๆ ดวงตาคมเต็มไปด้วยความดื้อดึง
สุดท้ายกลับเป็นเธอเองที่ทนไม่ไหว เธอกดลดกระจกลงอีกครั้งพลางตะคอกด่า
“คุณมันบ้า!”
“ลงมา” ไม่แค่สั่ง แต่นิลก็กระชากเปิดประตูรถจากด้านนอก คว้าข้อมือสายซอเอาไว้
“ปล่อยนะ!” หญิงสาวดิ้นต่อต้าน พยายามสะบัดข้อมือออกจากการกอบกุมของเขา
“กลับบ้าน” ยิ่งเธอดิ้น เขายิ่งออกแรงบีบแน่นขึ้น ไม่สนด้วยว่าอีกฝ่ายจะเจ็บ
“ซอไม่กลับกับคุณ!”
“แต่ฉันจะกลับกับเธอ!” เมื่อเธอตะคอกมา เขาก็ตะคอกสวนกลับอย่างไม่น้อยหน้าก่อนลากเธอลงจากรถ
สายซอพยายามสะบัดมือ แต่แรงของอีกฝ่ายมากกว่า วรุตเห็นท่าไม่ดี รีบลงจากรถทันที
“ซอ!”
“อย่ายุ่ง!” นิลหันกลับมา แววตาเย็นเฉียบ
“แต่คุณกำลังจะ...” วรุตยังพูดไม่ทันจบ อีกฝ่ายก็สวนกลับด้วยประโยคที่ทำให้เขาชะงักค้าง
“ผมจะพาเมียตัวเองกลับบ้าน คุณมีปัญหาเหรอ”
วรุตกำหมัดแน่น สีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังพยายามข่มอารมณ์ไว้ จากที่เขารู้มา นิลไม่ได้รัก ไม่ได้ชอบสายซอและที่ต้องแต่งงานกับหญิงสาวก็เพราะความต้องการของผู้ใหญ่แล้วทำไมท่าทางของเขาตอนนี้
มันเหมือนว่ากำลังหึงหวงสายซอ
“รู้ไหม...” น้ำเสียงของเขาแผ่วลง “บางครั้งฉันก็ยังโกรธตัวเองอยู่”“เรื่องอะไรคะ”“หลายเรื่อง เรื่องที่เคยทำให้เธอร้องไห้ เรื่องที่เอาแต่คิดเอง เรื่องที่ทำให้เธอกลัวฉัน”ดวงตาของเธออ่อนแสงลงทันที เธอรู้ดีว่าคำพูดเหล่านั้นหมายถึงอะไร หมายถึงทุกช่วงเวลาที่ทั้งคู่เคยทำร้ายกันโดยไม่ได้ตั้งใจ หมายถึงวันที่ต่างคนต่างปิดหัวใจและหมายถึงวันที่เกือบสูญเสียกันไปตลอดกาล“ซอเองก็ผิด ซอชอบหนีปัญหา ชอบคิดไปเองแล้วก็ไม่เคยถามคุณตรง ๆ สักครั้ง”“ช่างมันเถอะ” นิลส่ายหน้า เขากระชับอ้อมแขนรอบตัวเธอ “เราเสียเวลาให้กับอดีตมามากพอแล้ว ต่อจากนี้ ฉันอยากใช้เวลาอยู่กับเธอและลูกมากกว่า”สายซอคลี่ยิ้มละมุน ภาพลูกสาวตัวน้อยที่กำลังหลับอยู่ในห้องข้าง ๆ วาบขึ้นมาในความคิด“อีกไม่กี่ปี ลูกคงวิ่งวุ่นทั่วบ้าน คงดื้อเหมือนเธอ”“ใครบอก”“ฉันดูออก”เธอหยิกแขนเขาเบา ๆ จนเขาหัวเราะ เสียงหัวเราะของทั้งคู่ดังคลอไปกับความเงียบสงบของบ้าน เป็นเสียงหัวเราะที่ไม่มีความขมขื่นหลงเหลืออยู่แล้ว“ถ้าลูกดื้อ คุณนิลต้องจัดการนะคะ”“ได้”“ถ้าลูกร้องกลางดึก คุณก็ต้องลุก”“ได้”“ถ้าลูกไม่ยอมนอน”“ฉันอุ้มเอง” นิลรีบตอบทันที“ถ้าลูกป่วย”“ฉันเ
นิลก้มมองลูกสาวที่กำลังหลับสนิท เมื่อแน่ใจว่าลูกหลับสนิทแล้ว เขาจึงลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบ สายซอยังไม่ทันได้ถามอะไร ร่างสูงก็เดินตรงเข้ามาก่อนช้อนตัวเธอขึ้นอุ้ม“ว้าย!”“เบา ๆ เดี๋ยวลูกตื่น”“ปล่อยเลยนะคะ”“ไม่ปล่อย”“จะพาซอไปไหน” เธอตีไหล่เขาเบา ๆ พลางถาม ทั้งที่พอจะเดาได้ว่าเขาคิดจะทำอะไร“ไปทำหน้าที่เมีย ฉันอดทนมาหลายเดือนแล้ว ได้แต่กอด ได้แต่หอม ได้แต่มอง” เขาส่ายหน้าเหมือนคนทุกข์ใจจริง ๆ “ชีวิตน่าสงสารมาก”เธอหลุดหัวเราะทั้งที่พยายามเก๊กหน้าไว้ เขาอุ้มเธอออกจากห้องนอนใหญ่ไปยังห้องเล็กข้าง ๆ อย่างคุ้นทาง เมื่อถูกวางลงบนเตียงนุ่ม สายซอก็เงยหน้ามองชายตรงหน้า สายตาของทั้งคู่สบกันนิ่ง ๆไม่มีความหวาดระแวง ไม่มีความเสียใจเหมือนวันเก่าเหลือเพียงความรู้สึกที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วด้วยเวลาเขายกมือขึ้นลูบแก้มเธอแผ่วเบา“รู้ไหม…ฉันเคยคิดว่าการมีครอบครัวเป็นเรื่องยุ่งยากของชีวิตมาก”“แล้วมันใช่อย่างที่คิดไว้ไหมล่ะคะ”“ไม่เลยสักนิด ตอนนี้ฉันคิดว่าฉันโชคดีที่สุดในชีวิต” คำตอบเรียบง่าย แต่ทำให้ดวงตาของหญิงสาวพร่ามัวขึ้นทันที เขาโน้มหน้าลงมาจุมพิตหน้าผากเธออย่างอ่อนโยน “ขอบคุณนะ ที่อยู่กับฉัน ขอบค
“ย่ายิ้มให้ฉัน” ลมเย็นพัดผ่านศาลาอีกครั้ง นิลทอดสายตามองออกไปไกลเหมือนยังเห็นภาพในฝันวันนั้นอยู่ “ก่อนจะเดินจากไป ย่าพูดแค่ประโยคเดียว”“คุณย่าพูดว่าอะไรคะ”“เดี๋ยวก็ได้เจอกันแล้วนะ” เสียงของเขาเบาจนแทบปลิวไปกับสายลม “หลังจากนั้นย่าก็เดินหายเข้าไปในความมืดแล้วฉันก็ตื่น”ความเงียบโรยตัวลงระหว่างทั้งคู่ สายซอก้มหน้าลง ดวงตาร้อนผ่าวขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว“ทำไมไม่เล่าให้ซอฟัง”“ก็แค่ความฝัน ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเป็นฝันดีหรือฝันร้าย”สายซอมองไปยังลูกสาว เด็กน้อยกำลังหัวเราะเสียงใส แก้มยุ้ยน่าฟัด ดวงตาเป็นประกายสดใสเหมือนมีความสุขกับทุกสิ่งรอบตัว นิลเองก็มองลูกอยู่เช่นกัน โดยไม่พูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา บางครั้ง...เขาก็อดคิดไม่ได้ว่าบางที ลูกสาวคนนี้อาจเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายที่คุณย่าฝากไว้ให้หรืออาจเป็นย่าเอง ที่ย้อนกลับมาเจอพวกเขาอีกครั้ง ในรูปแบบของเด็กตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งคนที่ชอบยิ้ม ชอบหัวเราะและทำให้บ้านที่เคยเงียบเหงาเต็มไปด้วยเสียงแห่งความสุขแต่เขาไม่เคยพูดเรื่องนี้กับใคร แม้แต่สายซอเพราะรู้ดีว่าไม่มีใครพิสูจน์ได้ มันอาจเป็นเพียงความคิดของคนที่คิดถึงผู้ล่วงลับมากเกินไปก็ได้เขาจึงเพียงยื่
“โอ๊ย!” นิลแสร้งร้องอย่างคนโดนทำร้าย แต่ยังไม่ทันจะได้โวยเมีย เจ้าตัวเล็กในอ้อมแขนแม่ก็สะดุ้ง ปากเล็ก ๆ หลุดจากเต้าแม่แล้วร้องแผดเสียงดังลั่นบ้าน“แง้!”สองผัวเมียชะงักพร้อมกัน สายซอรีบอุ้มปลอบลูกนิลรีบลูบศีรษะกลม ๆ ของลูกสาวทันที“โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะคนเก่ง” เด็กน้อยยังสะอื้นเบา ๆ เขาจึงหันไปมองเธอแล้วทำหน้าเคร่งขรึมเสียเต็มประดา“เห็นไหม ลูกตกใจจนสะดุ้งตื่นเลย”“เกี่ยวอะไรกับซอเล่า คุณนิลต่างหากที่มากวนซอ”“เกี่ยวสิ” เขาพยักหน้าอย่างจริงจังแล้วจึงก้มหน้าพูดกับลูกสาว “ไม่ต้องร้องนะ เดี๋ยวพ่อทำโทษแม่ให้”“คุณนิล!”“โทษฐานทำให้ลูกสะดุ้ง”สายซอตีหลังมือนิลไปหนึ่งทีจนหัวเราะลั่น เสียงหัวเราะของเขาทำให้เจ้าตัวเล็กหยุดร้องอย่างน่าอัศจรรย์ดวงตากลมโตค่อย ๆ ลืมขึ้นมองหน้าพ่อกับแม่สลับกันไปมาทั้งที่ตายังมองไม่เห็นชัดก่อนจะส่งเสียงอ้อแอ้ในลำคอราวกับกำลังร่วมวงสนทนาด้วยนิลก้มลงจูบหน้าผากลูกสาวแล้วเงยหน้ามามองภรรยา สายตาอบอุ่นจนแทบละลายไม่มีความโกรธ ไม่มีความเสียใจ ไม่มีความเข้าใจผิด ไม่มีบาดแผลจากอดีตเหลืออยู่อีกแล้ว สิ่งที่หลงเหลืออยู่ในบ้านหลังนี้ มีเพียงความรักเสียงหัวเราะและครอบครัวเล็ก ๆ ที่ผ่
ผ่านมาเกือบหนึ่งเดือนแล้วที่นิลกับสายซอได้เปลี่ยนบทบาทชีวิตเป็นพ่อกับแม่มือใหม่ สายซอนั่งอยู่บนโซฟาตัวยาวริมหน้าต่าง อุ้มลูกสาวตัวน้อยไว้ในอ้อมแขน ขณะเจ้าตัวเล็กกำลังดูดนมอย่างเอร็ดอร่อย แสงแดดอ่อนสาดเข้ามากระทบใบหน้าหวานละมุนจนดูอบอุ่น นิลแอบมองอยู่พักใหญ่ มองทุกวัน แต่ก็ยังมองไม่เบื่อ โดยเฉพาะตอนที่แม่ลูกอยู่ด้วยกันยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าบ้านหลังนี้สมบูรณ์ขึ้นทุกวันเขาเดินเข้าไปหา ยังไม่ทันได้นั่งข้าง ๆ แม่ของลูกก็ปรายตามองก่อนขยับตัวหนีทันที“ไปนั่งที่อื่นสิ”“ไม่ จะนั่งด้วย” เขาตอบหน้าตาเฉยแล้วทรุดตัวลงข้าง ๆ หญิงสาวส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอก่อนขยับลูกหนีอีกนิดราวกับกลัวเขาจะเข้ามาใกล้ทั้งที่ความจริง...ทุกคนในบ้านรู้หมดแล้วว่าเธอหายโกรธตั้งนานแล้ว เหลือแต่ฟอร์มที่ยังค้ำคออยู่นิลเองก็รู้ แต่เลือกเล่นตามน้ำ เพราะเห็นอีกฝ่ายทำหน้าบึ้งแล้วน่ารักดี“ไปเลยนะ ไม่ต้องมายุ่งกับลูกซอ”นิลก้มมองลูกสาวที่กำลังดูดนมเพลินแล้วหันกลับมาหาแม่ของลูก“ลูกเธอ?”“ใช่” สายซอเชิดหน้า พยายามกลั้นยิ้มอย่างสุดชีวิต “น้องโซ่เป็นลูกของซอคนเดียว”“ตลกแล้วซอ” นิลหัวเราะหึ ๆ พลางขยับเข้าไปใกล้อีกนิด จนไหล่แทบชนก
ช่วงบ่ายของวัน ห้องพักฟื้นเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศกับเสียงหายใจแผ่วเบาของเจ้าตัวเล็กที่กำลังหลับอยู่ในรถคลิบเด็กอ่อนข้างเตียงสายซอเพิ่งให้นมลูกเสร็จ กำลังนั่งมองใบหน้าจิ้มลิ้มของลูกสาวด้วยความเพลิดเพลินแล้วเสียงเคาะประตูดังขึ้น เธอเงยหน้าขึ้น ก่อนดวงตาจะเบิกกว้างอย่างตกใจ“พี่ว่าน”วรุตยิ้มคลี่ยิ้มละมุนเดินเข้ามาพร้อมช่อดอกไม้สีขาวและตุ๊กตาหมีตัวเล็ก“พี่มาเยี่ยมหลาน” เขาวางของขวัญลงบนโต๊ะข้างเตียงแล้วเดินเข้ามาใกล้คุณแม่ลูกเล็กลอบมองประตูทันที หัวใจเต้นตุบ ๆ อย่างกังวล ไม่ใช่ว่าไม่ดีใจที่วรุตมา แต่เธอกลัว...กลัวนิลจะมาเห็น กลัวจะเกิดศึกขึ้นอีกโดยเฉพาะในโรงพยาบาลแบบนี้“หลานน่าเกลียดน่าชังมาก” วรุตก้มมองเด็กน้อยในคลิบ แววตาอ่อนโยนจนคนมองรู้ได้ทันทีว่าเอ็นดูจากใจจริง “เหมือนพ่อเขาจนน่าหมั่นไส้”“ใช่ไหมคะ” สายซอหัวเราะอย่างชอบใจทั้งคู่กำลังคุยกันอยู่แล้วประตูก็ถูกเปิดออกอีกครั้งบรรยากาศในห้องนิ่งไปทันที นิลเดินเข้ามา มือถือถุงอาหารและแฟ้มเอกสารสำหรับติดต่อเรื่องแจ้งเกิดลูกดวงตาคมกวาดมองคนในห้องเพียงแวบเดียวก่อนจะหยุดที่วรุต สายซอแทบกลั้นหายใจ เตรียมพร้อมสำหรับสงครามย่




![หนี้สวาทพ่อเลี้ยงทมิฬ [ Drama,Comedy 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


