LOGINอลิสายืนรออยู่ข้างรถหรูของนิล วันนี้เธอไม่ได้ขับรถมาเอง เพราะมีแผนในใจ เธอจะให้นิลไปส่งและมั่นใจอยู่แล้วว่าเขาต้องไปส่งเธอที่คอนโด
ตลอดสองวันที่ผ่านมา เธอพยายามทำตัวเป็นคนสำคัญอยู่ข้างกายเขาตลอดเวลา ถึงแม้ว่าเราจะเลิกรากันมานานหลายปี แต่ในใจของเธอยังมีนิลอยู่ตลอด
ต่อให้เขาจะไม่ใส่ใจเธอเหมือนเมื่อก่อนที่คบกันแต่เธอก็ยังเชื่อว่าเขาไม่ได้ตัดใจจากเธอได้ทั้งหมด
“นิลจะกลับเลยไหมคะ”
“ทำไมเหรอ”
“วันนี้อลิสไม่ได้ขับรถมา ว่าจะวานให้นิลไปส่งที่คอนโดหน่อย” หญิงสาวยิ้มหวาน รอคอยคำตอบจากเขาด้วยใบหน้าอิ่มด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ
หัวคิ้วของนิลเคลื่อนเข้าหากันเล็กน้อย เขามอง
อลิสาเพียงเสี้ยววินาที จากนั้นเบือนหน้าเบนสายตาไปยังชายหนุ่มหญิงสาวที่นั่งเคียงไหล่บนศาลาร่างสมส่วนก้าวยาว ๆ ไปที่รถคันหรู รอให้อลิสาขึ้นมานั่งบนรถจากนั้นก็กระชากรถออกไปจากลานจอดของวัดทันที สายซอเบนสายตามอง เธอไม่ตกใจเลยสักนิดที่เห็นนิลพาอดีตคนรักขึ้นรถไปด้วย พวกเขาคงยังมีใจให้กันอยู่ ไม่นานหรอกนะ รอให้เสร็จสิ้นงานของคุณย่าก่อน เธอจะมอบอิสระให้เขาทันที
อลิสายิ้มตลอดทางที่รถขับออกมาจากวัด เธอมั่นใจว่าคืนนี้ เธอกับนิล จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม
สายตาคมกริบของเขามองถนนตรงหน้า ความคิดกลับวนเวียนอยู่กับภาพเดิม ภาพที่ผู้ชายคนนั้นลูบศีรษะสายซอพร้อมมองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรัก
เขาเป็นคนรักของสายซอ?
ไม่ถึงสิบนาที รถคันหรูก็ชะลอจอด อลิสาหันมองรอบตัว จากนั้นรีบหันไปหานิลที่ยังคงนั่งนิ่ง ไม่มองเธอ
“นิลจอดรถทำไมคะ ยังไม่ถึงคอนโดอลิสนะ”
อย่าว่าแต่ยังไม่ถึงคอนโดเลย นิลเพิ่งขับรถพาเธอมาถึงแค่ปากซอยเข้าไปในวัดเอง
“ลงไปได้แล้ว” เขาสั่งด้วยน้ำเสียงติดจะเย็นชา สองตายังมองตรงไปด้านหน้า
“นิล” อลิสาอึ้งหนักด้วยไม่คิดว่าจะถูกนิลทิ้งเธอกลางทางในเวลาเกือบสามทุ่ม “ก็ไหนนิลจะไปส่งอลิสไง”
“ผมพูดตอนไหน ว่าจะไปส่งคุณ ลงไป”
เขาหันมาหาเธอเนิบช้า แววตาไม่มีความอ่อนโยนใด ๆ สีหน้าเรียบเฉยเสียจนอลิสาใจหายวาบ
แล้วที่เธอเข้าใจทั้งหมด สรุปเธอคิดไปเอง?
“แต่นี่มันดึกแล้วนะคะ” เธอมองไปรอบ ๆ แม้จะมีแสงไฟจากบ้านเรือนและมีรถแล่นผ่านอยู่บ้าง แต่เธอก็ไม่คิดว่านิลจะใจร้ายใจดำทิ้งเธอไว้ตรงนี้ โดยให้เธอเรียกรถกลับไปเอง “ทิ้งอลิสแบบนี้ ไม่ใจดำไปหน่อยเหรอคะ”
“คุณรู้จักผมอลิส เพราะฉะนั้น อย่าให้ผมพูดซ้ำ”
ถ้าเขาบอกว่าไม่ ก็คือไม่ อย่ามารบเร้าหรือแสร้งบีบน้ำตาเรียกร้องความสนใจ
“แต่อีกไม่กี่กิโลก็ถึงคอนโดอลิสแล้วนะคะ” อลิสายังไม่ล้มเลิกความพยายามที่จะอ้อนขอให้เขาพากลับคอนโด ด้วยเพราะรู้จักนิสัยเขาดีและการได้อยู่กันสองต่อสองครั้งนี้ จะเป็นโอกาสที่ดีที่สุดของเธอที่จะรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับเขา
“เรียกแท็กซี่เอา หรือไม่ก็เดิน”
หญิงสาวมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ ไม่คิดเลยว่านิลจะเย็นชาและไร้มารยาทกับเธอขนาดนี้
“นิลโกรธอะไรอลิสหรือเปล่าคะ”
“ผมไม่ได้รู้สึกอะไรแล้วก็ไม่ต้องโผล่หน้ามาที่งานย่าอีก” เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาที่จ้องเธอไม่ฉายความเย้าหยอกใด ๆ “ผมไม่ได้คิดจะให้ค่าอะไรคุณ”
“นิล!” อลิสาเรียกชื่อนิลเสียงดัง เขาพูดแบบนี้เหมือนกำลังตบหน้าเธอฉาดใหญ่แล้วกระทืบซ้ำ
“ลงไป” คำพูดสั้น ๆ แต่เด็ดขาดจนหญิงสาวรู้ว่าถึงยื้อเวลาพูดต่อไปก็ไม่มีประโยชน์ สุดท้ายจึงได้แต่กัดฟันเปิดประตูลงจากรถ
ในวินาทีต่อมา รถของนิลก็พุ่งออกไปทันที ทิ้งให้
อลิสายืนอ้าปากค้างอยู่ริมถนน เพราะนิลไปได้ขับไปข้างหน้า แต่เขากำลังยูเทิร์นรถกลับไปเส้นทางเดิมที่เพิ่งขับออกมาต่างหาก เขากลับไปหาสายซอ?นิลจับพวงมาลัยแน่น ยิ่งคิดถึงเหตุการณ์ในวัด ยิ่งรู้สึกหงุดหงิด ทั้งที่ตัวเองก็ไม่เข้าใจว่าหงุดหงิดเรื่องอะไร
เขาไม่ควรจะสนใจด้วยซ้ำว่าสายซอจะทำอะไรกับใคร แต่ภาพที่เห็นกลับทำให้รู้สึกไม่สบายใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน โดยเฉพาะตอนที่ผู้ชายคนนั้นลูบศีรษะเธอและเธอก็ไม่ปฏิเสธ ตรงกันข้าม...
สายซอกลับยอมรับการปลอบโยนนั้นอย่างเป็นธรรมชาติ ต่างจากเวลาที่อยู่กับเขาโดยสิ้นเชิง
ชายหนุ่มเหยียบคันเร่งเพิ่ม สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ในหัวมีเพียงความคิดเดียว เขาต้องคุยกับสายซอต้องถามให้รู้เรื่อง ว่าการที่ผู้หญิงที่ยังมีสถานะเป็นภรรยาของเขาใกล้ชิดกับผู้ชายคนอื่นแบบนั้นมันเหมาะสมแล้วหรือและยิ่งคิดว่าเวลานี้หญิงสาวอาจกำลังนั่งคุยกับชายหนุ่มคนนั้น อารมณ์ที่พยายามกดเอาไว้
ก็ยิ่งเดือดพล่านขึ้นมาอีกหลายเท่า
“รู้ไหม...” น้ำเสียงของเขาแผ่วลง “บางครั้งฉันก็ยังโกรธตัวเองอยู่”“เรื่องอะไรคะ”“หลายเรื่อง เรื่องที่เคยทำให้เธอร้องไห้ เรื่องที่เอาแต่คิดเอง เรื่องที่ทำให้เธอกลัวฉัน”ดวงตาของเธออ่อนแสงลงทันที เธอรู้ดีว่าคำพูดเหล่านั้นหมายถึงอะไร หมายถึงทุกช่วงเวลาที่ทั้งคู่เคยทำร้ายกันโดยไม่ได้ตั้งใจ หมายถึงวันที่ต่างคนต่างปิดหัวใจและหมายถึงวันที่เกือบสูญเสียกันไปตลอดกาล“ซอเองก็ผิด ซอชอบหนีปัญหา ชอบคิดไปเองแล้วก็ไม่เคยถามคุณตรง ๆ สักครั้ง”“ช่างมันเถอะ” นิลส่ายหน้า เขากระชับอ้อมแขนรอบตัวเธอ “เราเสียเวลาให้กับอดีตมามากพอแล้ว ต่อจากนี้ ฉันอยากใช้เวลาอยู่กับเธอและลูกมากกว่า”สายซอคลี่ยิ้มละมุน ภาพลูกสาวตัวน้อยที่กำลังหลับอยู่ในห้องข้าง ๆ วาบขึ้นมาในความคิด“อีกไม่กี่ปี ลูกคงวิ่งวุ่นทั่วบ้าน คงดื้อเหมือนเธอ”“ใครบอก”“ฉันดูออก”เธอหยิกแขนเขาเบา ๆ จนเขาหัวเราะ เสียงหัวเราะของทั้งคู่ดังคลอไปกับความเงียบสงบของบ้าน เป็นเสียงหัวเราะที่ไม่มีความขมขื่นหลงเหลืออยู่แล้ว“ถ้าลูกดื้อ คุณนิลต้องจัดการนะคะ”“ได้”“ถ้าลูกร้องกลางดึก คุณก็ต้องลุก”“ได้”“ถ้าลูกไม่ยอมนอน”“ฉันอุ้มเอง” นิลรีบตอบทันที“ถ้าลูกป่วย”“ฉันเ
นิลก้มมองลูกสาวที่กำลังหลับสนิท เมื่อแน่ใจว่าลูกหลับสนิทแล้ว เขาจึงลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบ สายซอยังไม่ทันได้ถามอะไร ร่างสูงก็เดินตรงเข้ามาก่อนช้อนตัวเธอขึ้นอุ้ม“ว้าย!”“เบา ๆ เดี๋ยวลูกตื่น”“ปล่อยเลยนะคะ”“ไม่ปล่อย”“จะพาซอไปไหน” เธอตีไหล่เขาเบา ๆ พลางถาม ทั้งที่พอจะเดาได้ว่าเขาคิดจะทำอะไร“ไปทำหน้าที่เมีย ฉันอดทนมาหลายเดือนแล้ว ได้แต่กอด ได้แต่หอม ได้แต่มอง” เขาส่ายหน้าเหมือนคนทุกข์ใจจริง ๆ “ชีวิตน่าสงสารมาก”เธอหลุดหัวเราะทั้งที่พยายามเก๊กหน้าไว้ เขาอุ้มเธอออกจากห้องนอนใหญ่ไปยังห้องเล็กข้าง ๆ อย่างคุ้นทาง เมื่อถูกวางลงบนเตียงนุ่ม สายซอก็เงยหน้ามองชายตรงหน้า สายตาของทั้งคู่สบกันนิ่ง ๆไม่มีความหวาดระแวง ไม่มีความเสียใจเหมือนวันเก่าเหลือเพียงความรู้สึกที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วด้วยเวลาเขายกมือขึ้นลูบแก้มเธอแผ่วเบา“รู้ไหม…ฉันเคยคิดว่าการมีครอบครัวเป็นเรื่องยุ่งยากของชีวิตมาก”“แล้วมันใช่อย่างที่คิดไว้ไหมล่ะคะ”“ไม่เลยสักนิด ตอนนี้ฉันคิดว่าฉันโชคดีที่สุดในชีวิต” คำตอบเรียบง่าย แต่ทำให้ดวงตาของหญิงสาวพร่ามัวขึ้นทันที เขาโน้มหน้าลงมาจุมพิตหน้าผากเธออย่างอ่อนโยน “ขอบคุณนะ ที่อยู่กับฉัน ขอบค
“ย่ายิ้มให้ฉัน” ลมเย็นพัดผ่านศาลาอีกครั้ง นิลทอดสายตามองออกไปไกลเหมือนยังเห็นภาพในฝันวันนั้นอยู่ “ก่อนจะเดินจากไป ย่าพูดแค่ประโยคเดียว”“คุณย่าพูดว่าอะไรคะ”“เดี๋ยวก็ได้เจอกันแล้วนะ” เสียงของเขาเบาจนแทบปลิวไปกับสายลม “หลังจากนั้นย่าก็เดินหายเข้าไปในความมืดแล้วฉันก็ตื่น”ความเงียบโรยตัวลงระหว่างทั้งคู่ สายซอก้มหน้าลง ดวงตาร้อนผ่าวขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว“ทำไมไม่เล่าให้ซอฟัง”“ก็แค่ความฝัน ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเป็นฝันดีหรือฝันร้าย”สายซอมองไปยังลูกสาว เด็กน้อยกำลังหัวเราะเสียงใส แก้มยุ้ยน่าฟัด ดวงตาเป็นประกายสดใสเหมือนมีความสุขกับทุกสิ่งรอบตัว นิลเองก็มองลูกอยู่เช่นกัน โดยไม่พูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา บางครั้ง...เขาก็อดคิดไม่ได้ว่าบางที ลูกสาวคนนี้อาจเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายที่คุณย่าฝากไว้ให้หรืออาจเป็นย่าเอง ที่ย้อนกลับมาเจอพวกเขาอีกครั้ง ในรูปแบบของเด็กตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งคนที่ชอบยิ้ม ชอบหัวเราะและทำให้บ้านที่เคยเงียบเหงาเต็มไปด้วยเสียงแห่งความสุขแต่เขาไม่เคยพูดเรื่องนี้กับใคร แม้แต่สายซอเพราะรู้ดีว่าไม่มีใครพิสูจน์ได้ มันอาจเป็นเพียงความคิดของคนที่คิดถึงผู้ล่วงลับมากเกินไปก็ได้เขาจึงเพียงยื่
“โอ๊ย!” นิลแสร้งร้องอย่างคนโดนทำร้าย แต่ยังไม่ทันจะได้โวยเมีย เจ้าตัวเล็กในอ้อมแขนแม่ก็สะดุ้ง ปากเล็ก ๆ หลุดจากเต้าแม่แล้วร้องแผดเสียงดังลั่นบ้าน“แง้!”สองผัวเมียชะงักพร้อมกัน สายซอรีบอุ้มปลอบลูกนิลรีบลูบศีรษะกลม ๆ ของลูกสาวทันที“โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะคนเก่ง” เด็กน้อยยังสะอื้นเบา ๆ เขาจึงหันไปมองเธอแล้วทำหน้าเคร่งขรึมเสียเต็มประดา“เห็นไหม ลูกตกใจจนสะดุ้งตื่นเลย”“เกี่ยวอะไรกับซอเล่า คุณนิลต่างหากที่มากวนซอ”“เกี่ยวสิ” เขาพยักหน้าอย่างจริงจังแล้วจึงก้มหน้าพูดกับลูกสาว “ไม่ต้องร้องนะ เดี๋ยวพ่อทำโทษแม่ให้”“คุณนิล!”“โทษฐานทำให้ลูกสะดุ้ง”สายซอตีหลังมือนิลไปหนึ่งทีจนหัวเราะลั่น เสียงหัวเราะของเขาทำให้เจ้าตัวเล็กหยุดร้องอย่างน่าอัศจรรย์ดวงตากลมโตค่อย ๆ ลืมขึ้นมองหน้าพ่อกับแม่สลับกันไปมาทั้งที่ตายังมองไม่เห็นชัดก่อนจะส่งเสียงอ้อแอ้ในลำคอราวกับกำลังร่วมวงสนทนาด้วยนิลก้มลงจูบหน้าผากลูกสาวแล้วเงยหน้ามามองภรรยา สายตาอบอุ่นจนแทบละลายไม่มีความโกรธ ไม่มีความเสียใจ ไม่มีความเข้าใจผิด ไม่มีบาดแผลจากอดีตเหลืออยู่อีกแล้ว สิ่งที่หลงเหลืออยู่ในบ้านหลังนี้ มีเพียงความรักเสียงหัวเราะและครอบครัวเล็ก ๆ ที่ผ่
ผ่านมาเกือบหนึ่งเดือนแล้วที่นิลกับสายซอได้เปลี่ยนบทบาทชีวิตเป็นพ่อกับแม่มือใหม่ สายซอนั่งอยู่บนโซฟาตัวยาวริมหน้าต่าง อุ้มลูกสาวตัวน้อยไว้ในอ้อมแขน ขณะเจ้าตัวเล็กกำลังดูดนมอย่างเอร็ดอร่อย แสงแดดอ่อนสาดเข้ามากระทบใบหน้าหวานละมุนจนดูอบอุ่น นิลแอบมองอยู่พักใหญ่ มองทุกวัน แต่ก็ยังมองไม่เบื่อ โดยเฉพาะตอนที่แม่ลูกอยู่ด้วยกันยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าบ้านหลังนี้สมบูรณ์ขึ้นทุกวันเขาเดินเข้าไปหา ยังไม่ทันได้นั่งข้าง ๆ แม่ของลูกก็ปรายตามองก่อนขยับตัวหนีทันที“ไปนั่งที่อื่นสิ”“ไม่ จะนั่งด้วย” เขาตอบหน้าตาเฉยแล้วทรุดตัวลงข้าง ๆ หญิงสาวส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอก่อนขยับลูกหนีอีกนิดราวกับกลัวเขาจะเข้ามาใกล้ทั้งที่ความจริง...ทุกคนในบ้านรู้หมดแล้วว่าเธอหายโกรธตั้งนานแล้ว เหลือแต่ฟอร์มที่ยังค้ำคออยู่นิลเองก็รู้ แต่เลือกเล่นตามน้ำ เพราะเห็นอีกฝ่ายทำหน้าบึ้งแล้วน่ารักดี“ไปเลยนะ ไม่ต้องมายุ่งกับลูกซอ”นิลก้มมองลูกสาวที่กำลังดูดนมเพลินแล้วหันกลับมาหาแม่ของลูก“ลูกเธอ?”“ใช่” สายซอเชิดหน้า พยายามกลั้นยิ้มอย่างสุดชีวิต “น้องโซ่เป็นลูกของซอคนเดียว”“ตลกแล้วซอ” นิลหัวเราะหึ ๆ พลางขยับเข้าไปใกล้อีกนิด จนไหล่แทบชนก
ช่วงบ่ายของวัน ห้องพักฟื้นเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศกับเสียงหายใจแผ่วเบาของเจ้าตัวเล็กที่กำลังหลับอยู่ในรถคลิบเด็กอ่อนข้างเตียงสายซอเพิ่งให้นมลูกเสร็จ กำลังนั่งมองใบหน้าจิ้มลิ้มของลูกสาวด้วยความเพลิดเพลินแล้วเสียงเคาะประตูดังขึ้น เธอเงยหน้าขึ้น ก่อนดวงตาจะเบิกกว้างอย่างตกใจ“พี่ว่าน”วรุตยิ้มคลี่ยิ้มละมุนเดินเข้ามาพร้อมช่อดอกไม้สีขาวและตุ๊กตาหมีตัวเล็ก“พี่มาเยี่ยมหลาน” เขาวางของขวัญลงบนโต๊ะข้างเตียงแล้วเดินเข้ามาใกล้คุณแม่ลูกเล็กลอบมองประตูทันที หัวใจเต้นตุบ ๆ อย่างกังวล ไม่ใช่ว่าไม่ดีใจที่วรุตมา แต่เธอกลัว...กลัวนิลจะมาเห็น กลัวจะเกิดศึกขึ้นอีกโดยเฉพาะในโรงพยาบาลแบบนี้“หลานน่าเกลียดน่าชังมาก” วรุตก้มมองเด็กน้อยในคลิบ แววตาอ่อนโยนจนคนมองรู้ได้ทันทีว่าเอ็นดูจากใจจริง “เหมือนพ่อเขาจนน่าหมั่นไส้”“ใช่ไหมคะ” สายซอหัวเราะอย่างชอบใจทั้งคู่กำลังคุยกันอยู่แล้วประตูก็ถูกเปิดออกอีกครั้งบรรยากาศในห้องนิ่งไปทันที นิลเดินเข้ามา มือถือถุงอาหารและแฟ้มเอกสารสำหรับติดต่อเรื่องแจ้งเกิดลูกดวงตาคมกวาดมองคนในห้องเพียงแวบเดียวก่อนจะหยุดที่วรุต สายซอแทบกลั้นหายใจ เตรียมพร้อมสำหรับสงครามย่







![พี่รหัสจอมซึนอ้อนรักหวานใจยัยซูเปอร์โมเดล [ nc 20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)