ANMELDEN“อย่ามาพูดแบบนี้กับซอ” สายซอหน้าตึงทันที นิลช่างหยาบคายนัก ทำเป็นมาเรียกร้องสิทธิ์ความเป็นสามีจากเธอ ทั้งที่เขาไม่เคยต้องการมาตลอด
“ทำไมฉันจะพูดไม่ได้ มันคือความจริง”
“ความจริงเหรอ” เธอหัวเราะออกมาอย่างรู้สึกเวทนาพลางเงยหน้าสบตาเขาตรง ๆ “ถ้าอยากใช้สิทธิ์นักก็ควรเริ่มจากทำตัวให้เหมือนสามีก่อน”
รอยยิ้มบนใบหน้านิลค่อย ๆ จางลง ส่วนสายซอยังคงพูดต่ออย่างไม่มีกริ่งกลัวใด ๆ
“สามีที่ดีต้องรู้จักการวางตัว ไม่ปล่อยให้เมียเก่ามายืนรับแขกแทนภรรยาที่จดทะเบียนสมรสอย่างถูกกฎหมายและสามีที่ดี...” เสียงของเธอสั่นขึ้นเล็กน้อย เมื่อความเจ็บปวดเรื่องคุณย่าถูกขุดขึ้นมาอีกครั้ง “...คงไม่ทิ้งคุณย่าไปในคืนสุดท้ายของชีวิต ทั้งที่คุณย่าต้องการคุณมากกว่าใคร”
บรรยากาศรอบตัวเงียบกริบ สีหน้าของนิลเปลี่ยนไปทันที มือที่จับข้อมือเธอไว้คลายออกโดยไม่รู้ตัว
สายซอเห็นดังนั้นก็สะบัดตัวออกก่อนถอยห่างหนึ่งก้าว ดวงตาแดงเรื่อจากความโกรธและความเสียใจ
“เลิกเอาทะเบียนสมรสมาขู่ซอได้แล้ว อีกไม่กี่วันเราก็จะหย่ากันอยู่แล้ว ถึงตอนนั้น...” เธอมองหน้าเขา
นิ่ง ๆ “คุณจะไปคบกับใครก็เรื่องของคุณ ส่วนซอจะไปไหนกับใคร ก็ไม่เกี่ยวกับคุณเหมือนกัน”เขานิ่งมองเธออยู่ครู่หนึ่ง เสียงหัวเราะต่ำ ๆ จะดังขึ้น เขาเดินผ่านเธอไปอย่างไม่รีบร้อนแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา ขายาวยกขึ้นไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ ท่าทางนั้นยิ่งทำให้หญิงสาวเดือดดาล ในขณะที่เธอแทบจะระเบิดอยู่แล้ว อีกฝ่ายกลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ขำอะไร!”
“ฉันบอกเหรอว่าจะหย่า”
“คุณว่าอะไรนะ” เธอสาวเท้าฉับ ๆ เข้าไปหา หยุดยืนอยู่ตรงหน้าโซฟา ดวงตาคู่สวยจ้องเขม็ง “คุณไม่ได้อยากแต่งงานกับซออยู่แล้ว! แล้วทำไมถึงไม่หย่า จะให้มันคาราคาซังทำไม!”
ชายหนุ่มเงยหน้ามองคนที่ยืนค้ำหัวตัวเอง มุมปากค่อย ๆ ยกขึ้น แต่รอยยิ้มนั้นไม่ได้มีความอบอุ่นแม้แต่น้อยกลับเต็มไปด้วยความประชดประชันและความขมขื่น
“ใช่” เขาพยักหน้า “ฉันไม่อยากแต่ง”
คำตอบตรงไปตรงมาทำให้มือของสายซอกำแน่นนิลหัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างชอบใจที่ได้เห็นอีกฝ่ายโกรธจนหน้าแดงก่ำ
“แต่เธอก็มีส่วน ถ้าวันนั้นเธอปฏิเสธคุณย่าตั้งแต่แรก ถ้าเธอบอกว่าไม่แต่ง ยังไงคุณย่าก็ไม่บังคับ”
“คุณนิลกำลังโทษซอ? คุณย่ามีบุญคุณกับซอ ซอไม่มีทางเลือก”
“ฉันไม่สน” เขาสวนกลับทันที บรรยากาศในห้องโถงรับแขกเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ “ในเมื่อเธอลากฉันเข้าไปในชีวิตเธอเอง เพราะงั้น...”
เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นจากโซฟา ร่างสูงยืนขึ้นเต็มความสูงจนกลายเป็นเธอที่ต้องเงยหน้ามองแทน
“เธอก็ต้องรับกรรมในส่วนนี้เหมือนกัน”
“คุณมันไร้เหตุผล!” เธอมองเขาอย่างเหลืออด
“ฉันมีเหตุผลสายซอ แต่ไม่ใช่กับเธอ” เขายอมรับหน้าตาเฉย ดวงตาคมเข้มกลับเย็นชาจนน่ากลัว “จำใส่หัวไว้ว่าฉันจะไม่หย่ากับเธอ”
“ไม่นะ! คุณนิลจะทำแบบนี้ไม่ได้ ซอจะหย่า!”
“ฉัน ไม่ หย่า” นิลพูดช้า ๆ และชัดเจนทุกคำ แววตาเขามีแววเย้ยหยัน ในเมื่อตอนแต่ง เขาไม่มีโอกาสได้ปฏิเสธ เพราะฉะนั้นการหย่าจะไม่มีวันเกิดขึ้น
หัวใจของสายซอกระตุกวูบ ใบหน้าซีดเผือด นัยน์ตาปรากฏความวิตกกังวล
“คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้นะ!”
“มีสิ” เขาตอบทันที “เพราะตอนนี้เธอยังเป็นเมียฉัน ชักเริ่มสนุกแล้วสิ”
“ซอไม่ยอม!”
“ก็ไม่ต้องยอม” น้ำเสียงเรียบเฉยนั้นทำเอาเธอแทบคลั่ง เขามองใบหน้าที่แดงก่ำเพราะความโกรธของเธอก่อนเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศเย็นเฉียบไปทั้งห้อง “เธออยากหย่านักใช่ไหม งั้นก็ไปฝันเอานะ”
หญิงสาวจ้องเขาตาเขม็ง เขาเองก็ไม่หลบสายตาความโกรธ ความเสียใจและความรู้สึกผิดจากเรื่องคุณย่า กำลังบิดเบือนเหตุผลของเขาไปหมดจนแยกไม่ออกแล้วว่ากำลังโกรธใคร โกรธสายซอหรือโกรธตัวเอง
“จำเอาไว้ ฉันไม่มีวันหย่ากับเธอเด็ดขาด ต่อให้เธอเกลียดฉัน ต่อให้เธออยากหนีไปไหน ฉันก็ไม่หย่า”
“คุณมันบ้า!”
นิลหัวเราะออกมาเบา ๆ แต่แววตาไม่ขำเลยสักนิด
“ก็อาจจะ” เขาพยักหน้าแบบกวน ๆก่อนพูดทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “จากนี้ไป เธอจะได้รู้เองว่าการถูกผูกมัดอยู่กับคนที่ตัวเองไม่ได้รัก มันทรมานแค่ไหน”
สิ้นคำพูดของนิล ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ สายซอยืนตัวสั่นด้วยความโกรธจัด ส่วนเขายืนมองเธอด้วยแววตาแน่นิ่งแต่แฝงความสะใจ
ไม่มีใครยอมถอยให้ใครและไม่มีใครรู้เลยว่า...
คำประกาศกร้าวในคืนที่เต็มไปด้วยความโกรธนี้จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความเจ็บปวดที่ตามมาสำหรับทั้งคู่
“รู้ไหม...” น้ำเสียงของเขาแผ่วลง “บางครั้งฉันก็ยังโกรธตัวเองอยู่”“เรื่องอะไรคะ”“หลายเรื่อง เรื่องที่เคยทำให้เธอร้องไห้ เรื่องที่เอาแต่คิดเอง เรื่องที่ทำให้เธอกลัวฉัน”ดวงตาของเธออ่อนแสงลงทันที เธอรู้ดีว่าคำพูดเหล่านั้นหมายถึงอะไร หมายถึงทุกช่วงเวลาที่ทั้งคู่เคยทำร้ายกันโดยไม่ได้ตั้งใจ หมายถึงวันที่ต่างคนต่างปิดหัวใจและหมายถึงวันที่เกือบสูญเสียกันไปตลอดกาล“ซอเองก็ผิด ซอชอบหนีปัญหา ชอบคิดไปเองแล้วก็ไม่เคยถามคุณตรง ๆ สักครั้ง”“ช่างมันเถอะ” นิลส่ายหน้า เขากระชับอ้อมแขนรอบตัวเธอ “เราเสียเวลาให้กับอดีตมามากพอแล้ว ต่อจากนี้ ฉันอยากใช้เวลาอยู่กับเธอและลูกมากกว่า”สายซอคลี่ยิ้มละมุน ภาพลูกสาวตัวน้อยที่กำลังหลับอยู่ในห้องข้าง ๆ วาบขึ้นมาในความคิด“อีกไม่กี่ปี ลูกคงวิ่งวุ่นทั่วบ้าน คงดื้อเหมือนเธอ”“ใครบอก”“ฉันดูออก”เธอหยิกแขนเขาเบา ๆ จนเขาหัวเราะ เสียงหัวเราะของทั้งคู่ดังคลอไปกับความเงียบสงบของบ้าน เป็นเสียงหัวเราะที่ไม่มีความขมขื่นหลงเหลืออยู่แล้ว“ถ้าลูกดื้อ คุณนิลต้องจัดการนะคะ”“ได้”“ถ้าลูกร้องกลางดึก คุณก็ต้องลุก”“ได้”“ถ้าลูกไม่ยอมนอน”“ฉันอุ้มเอง” นิลรีบตอบทันที“ถ้าลูกป่วย”“ฉันเ
นิลก้มมองลูกสาวที่กำลังหลับสนิท เมื่อแน่ใจว่าลูกหลับสนิทแล้ว เขาจึงลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบ สายซอยังไม่ทันได้ถามอะไร ร่างสูงก็เดินตรงเข้ามาก่อนช้อนตัวเธอขึ้นอุ้ม“ว้าย!”“เบา ๆ เดี๋ยวลูกตื่น”“ปล่อยเลยนะคะ”“ไม่ปล่อย”“จะพาซอไปไหน” เธอตีไหล่เขาเบา ๆ พลางถาม ทั้งที่พอจะเดาได้ว่าเขาคิดจะทำอะไร“ไปทำหน้าที่เมีย ฉันอดทนมาหลายเดือนแล้ว ได้แต่กอด ได้แต่หอม ได้แต่มอง” เขาส่ายหน้าเหมือนคนทุกข์ใจจริง ๆ “ชีวิตน่าสงสารมาก”เธอหลุดหัวเราะทั้งที่พยายามเก๊กหน้าไว้ เขาอุ้มเธอออกจากห้องนอนใหญ่ไปยังห้องเล็กข้าง ๆ อย่างคุ้นทาง เมื่อถูกวางลงบนเตียงนุ่ม สายซอก็เงยหน้ามองชายตรงหน้า สายตาของทั้งคู่สบกันนิ่ง ๆไม่มีความหวาดระแวง ไม่มีความเสียใจเหมือนวันเก่าเหลือเพียงความรู้สึกที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วด้วยเวลาเขายกมือขึ้นลูบแก้มเธอแผ่วเบา“รู้ไหม…ฉันเคยคิดว่าการมีครอบครัวเป็นเรื่องยุ่งยากของชีวิตมาก”“แล้วมันใช่อย่างที่คิดไว้ไหมล่ะคะ”“ไม่เลยสักนิด ตอนนี้ฉันคิดว่าฉันโชคดีที่สุดในชีวิต” คำตอบเรียบง่าย แต่ทำให้ดวงตาของหญิงสาวพร่ามัวขึ้นทันที เขาโน้มหน้าลงมาจุมพิตหน้าผากเธออย่างอ่อนโยน “ขอบคุณนะ ที่อยู่กับฉัน ขอบค
“ย่ายิ้มให้ฉัน” ลมเย็นพัดผ่านศาลาอีกครั้ง นิลทอดสายตามองออกไปไกลเหมือนยังเห็นภาพในฝันวันนั้นอยู่ “ก่อนจะเดินจากไป ย่าพูดแค่ประโยคเดียว”“คุณย่าพูดว่าอะไรคะ”“เดี๋ยวก็ได้เจอกันแล้วนะ” เสียงของเขาเบาจนแทบปลิวไปกับสายลม “หลังจากนั้นย่าก็เดินหายเข้าไปในความมืดแล้วฉันก็ตื่น”ความเงียบโรยตัวลงระหว่างทั้งคู่ สายซอก้มหน้าลง ดวงตาร้อนผ่าวขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว“ทำไมไม่เล่าให้ซอฟัง”“ก็แค่ความฝัน ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเป็นฝันดีหรือฝันร้าย”สายซอมองไปยังลูกสาว เด็กน้อยกำลังหัวเราะเสียงใส แก้มยุ้ยน่าฟัด ดวงตาเป็นประกายสดใสเหมือนมีความสุขกับทุกสิ่งรอบตัว นิลเองก็มองลูกอยู่เช่นกัน โดยไม่พูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา บางครั้ง...เขาก็อดคิดไม่ได้ว่าบางที ลูกสาวคนนี้อาจเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายที่คุณย่าฝากไว้ให้หรืออาจเป็นย่าเอง ที่ย้อนกลับมาเจอพวกเขาอีกครั้ง ในรูปแบบของเด็กตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งคนที่ชอบยิ้ม ชอบหัวเราะและทำให้บ้านที่เคยเงียบเหงาเต็มไปด้วยเสียงแห่งความสุขแต่เขาไม่เคยพูดเรื่องนี้กับใคร แม้แต่สายซอเพราะรู้ดีว่าไม่มีใครพิสูจน์ได้ มันอาจเป็นเพียงความคิดของคนที่คิดถึงผู้ล่วงลับมากเกินไปก็ได้เขาจึงเพียงยื่
“โอ๊ย!” นิลแสร้งร้องอย่างคนโดนทำร้าย แต่ยังไม่ทันจะได้โวยเมีย เจ้าตัวเล็กในอ้อมแขนแม่ก็สะดุ้ง ปากเล็ก ๆ หลุดจากเต้าแม่แล้วร้องแผดเสียงดังลั่นบ้าน“แง้!”สองผัวเมียชะงักพร้อมกัน สายซอรีบอุ้มปลอบลูกนิลรีบลูบศีรษะกลม ๆ ของลูกสาวทันที“โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะคนเก่ง” เด็กน้อยยังสะอื้นเบา ๆ เขาจึงหันไปมองเธอแล้วทำหน้าเคร่งขรึมเสียเต็มประดา“เห็นไหม ลูกตกใจจนสะดุ้งตื่นเลย”“เกี่ยวอะไรกับซอเล่า คุณนิลต่างหากที่มากวนซอ”“เกี่ยวสิ” เขาพยักหน้าอย่างจริงจังแล้วจึงก้มหน้าพูดกับลูกสาว “ไม่ต้องร้องนะ เดี๋ยวพ่อทำโทษแม่ให้”“คุณนิล!”“โทษฐานทำให้ลูกสะดุ้ง”สายซอตีหลังมือนิลไปหนึ่งทีจนหัวเราะลั่น เสียงหัวเราะของเขาทำให้เจ้าตัวเล็กหยุดร้องอย่างน่าอัศจรรย์ดวงตากลมโตค่อย ๆ ลืมขึ้นมองหน้าพ่อกับแม่สลับกันไปมาทั้งที่ตายังมองไม่เห็นชัดก่อนจะส่งเสียงอ้อแอ้ในลำคอราวกับกำลังร่วมวงสนทนาด้วยนิลก้มลงจูบหน้าผากลูกสาวแล้วเงยหน้ามามองภรรยา สายตาอบอุ่นจนแทบละลายไม่มีความโกรธ ไม่มีความเสียใจ ไม่มีความเข้าใจผิด ไม่มีบาดแผลจากอดีตเหลืออยู่อีกแล้ว สิ่งที่หลงเหลืออยู่ในบ้านหลังนี้ มีเพียงความรักเสียงหัวเราะและครอบครัวเล็ก ๆ ที่ผ่
ผ่านมาเกือบหนึ่งเดือนแล้วที่นิลกับสายซอได้เปลี่ยนบทบาทชีวิตเป็นพ่อกับแม่มือใหม่ สายซอนั่งอยู่บนโซฟาตัวยาวริมหน้าต่าง อุ้มลูกสาวตัวน้อยไว้ในอ้อมแขน ขณะเจ้าตัวเล็กกำลังดูดนมอย่างเอร็ดอร่อย แสงแดดอ่อนสาดเข้ามากระทบใบหน้าหวานละมุนจนดูอบอุ่น นิลแอบมองอยู่พักใหญ่ มองทุกวัน แต่ก็ยังมองไม่เบื่อ โดยเฉพาะตอนที่แม่ลูกอยู่ด้วยกันยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าบ้านหลังนี้สมบูรณ์ขึ้นทุกวันเขาเดินเข้าไปหา ยังไม่ทันได้นั่งข้าง ๆ แม่ของลูกก็ปรายตามองก่อนขยับตัวหนีทันที“ไปนั่งที่อื่นสิ”“ไม่ จะนั่งด้วย” เขาตอบหน้าตาเฉยแล้วทรุดตัวลงข้าง ๆ หญิงสาวส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอก่อนขยับลูกหนีอีกนิดราวกับกลัวเขาจะเข้ามาใกล้ทั้งที่ความจริง...ทุกคนในบ้านรู้หมดแล้วว่าเธอหายโกรธตั้งนานแล้ว เหลือแต่ฟอร์มที่ยังค้ำคออยู่นิลเองก็รู้ แต่เลือกเล่นตามน้ำ เพราะเห็นอีกฝ่ายทำหน้าบึ้งแล้วน่ารักดี“ไปเลยนะ ไม่ต้องมายุ่งกับลูกซอ”นิลก้มมองลูกสาวที่กำลังดูดนมเพลินแล้วหันกลับมาหาแม่ของลูก“ลูกเธอ?”“ใช่” สายซอเชิดหน้า พยายามกลั้นยิ้มอย่างสุดชีวิต “น้องโซ่เป็นลูกของซอคนเดียว”“ตลกแล้วซอ” นิลหัวเราะหึ ๆ พลางขยับเข้าไปใกล้อีกนิด จนไหล่แทบชนก
ช่วงบ่ายของวัน ห้องพักฟื้นเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศกับเสียงหายใจแผ่วเบาของเจ้าตัวเล็กที่กำลังหลับอยู่ในรถคลิบเด็กอ่อนข้างเตียงสายซอเพิ่งให้นมลูกเสร็จ กำลังนั่งมองใบหน้าจิ้มลิ้มของลูกสาวด้วยความเพลิดเพลินแล้วเสียงเคาะประตูดังขึ้น เธอเงยหน้าขึ้น ก่อนดวงตาจะเบิกกว้างอย่างตกใจ“พี่ว่าน”วรุตยิ้มคลี่ยิ้มละมุนเดินเข้ามาพร้อมช่อดอกไม้สีขาวและตุ๊กตาหมีตัวเล็ก“พี่มาเยี่ยมหลาน” เขาวางของขวัญลงบนโต๊ะข้างเตียงแล้วเดินเข้ามาใกล้คุณแม่ลูกเล็กลอบมองประตูทันที หัวใจเต้นตุบ ๆ อย่างกังวล ไม่ใช่ว่าไม่ดีใจที่วรุตมา แต่เธอกลัว...กลัวนิลจะมาเห็น กลัวจะเกิดศึกขึ้นอีกโดยเฉพาะในโรงพยาบาลแบบนี้“หลานน่าเกลียดน่าชังมาก” วรุตก้มมองเด็กน้อยในคลิบ แววตาอ่อนโยนจนคนมองรู้ได้ทันทีว่าเอ็นดูจากใจจริง “เหมือนพ่อเขาจนน่าหมั่นไส้”“ใช่ไหมคะ” สายซอหัวเราะอย่างชอบใจทั้งคู่กำลังคุยกันอยู่แล้วประตูก็ถูกเปิดออกอีกครั้งบรรยากาศในห้องนิ่งไปทันที นิลเดินเข้ามา มือถือถุงอาหารและแฟ้มเอกสารสำหรับติดต่อเรื่องแจ้งเกิดลูกดวงตาคมกวาดมองคนในห้องเพียงแวบเดียวก่อนจะหยุดที่วรุต สายซอแทบกลั้นหายใจ เตรียมพร้อมสำหรับสงครามย่







