ANMELDENวันจากลาชั่วนิจนิรันดร์ก็มาถึง
เป็นวันส่งคุณย่าจันทร์กลับสู่สรวงสวรรค์เป็นครั้งสุดท้าย บรรยากาศภายในวัดเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยญาติพี่น้องและคนสนิทเดินทางมาร่วมพิธีกันอย่างพร้อมหน้า วรุตมาถึงตั้งแต่เช้า อลิสาก็มาด้วยเช่นกัน ทั้งที่นิลออกปากห้ามอย่างชัดเจนแล้ว แต่หญิงสาวก็เลือกที่จะปล่อยผ่านคำพูดของอดีตคนรัก
แต่ต่างจากสองวันก่อน
วันนี้นิลแทบไม่ได้สนใจเธอเลย ต่อให้หญิงสาวพยายามเข้ามาพูดคุยหรือยืนใกล้แค่ไหน เขาก็ตอบเพียงสั้น ๆ จนเธอเริ่มรู้สึกได้ถึงความเย็นชา
ในขณะที่สายซอกำลังจะเดินไปทักทายวรุต เสียงทุ้มก็เรียกขึ้น
“อยู่กับฉัน”
เธอหันกลับมา ขมวดคิ้วทันที จะทำอะไรของเขาอีก วันนี้เป็นวันที่ต้องจากลาคุณย่าแล้ว เขายังคิดจะสร้างปัญหาอีกอย่างนั้นหรือ
“อะไรอีกคะ”
“บอกว่าให้อยู่กับฉัน หูหนวกเหรอ”
“ซอมีงานต้องทำ” เธอตอบเสียงห้วน ตั้งแต่ออกจากบ้านมาถึงวัด นิลก็เอาแต่ตามติดเธอจนคนในบ้านล้วนแต่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเธอกับเขา
ทั้งที่หลายวันผ่านมาก็ต่างคนต่างอยู่
“เดี๋ยวคนอื่นทำ เธออยู่นี่แหละ”
เธอมองเขาด้วยสายตาที่ไม่ยอมคน แต่เขากลับยืนกรานจนสุดท้ายเธอจำใจต้องอยู่ไม่ห่าง หลายครั้งที่วรุตพยายามเข้ามาคุยด้วย แต่นิลก็มักแทรกตัวเข้ามาพอดีหรือเรียกเธอไปอีกทางราวกับจงใจไม่เปิดโอกาสให้เธอกับวรุตอยู่ใกล้กัน
วรุตมองออก อลิสาก็มองออก แม้แต่สายซอเองก็รู้ว่านิลกำลังแกล้งเธอและอาจกำลังจงใจประกาศให้วรุตรู้ว่าเธอยังเป็นภรรยาของเขา
กระทั่งถึงช่วงเปิดโลงเป็นครั้งสุดท้าย บรรยากาศรอบศาลาเงียบลง เสียงสะอื้นดังขึ้นเป็นระยะ
สายซอมองใบหน้าของคุณย่า น้ำตาที่พยายามกลั้นมาตลอดเช้าก็ไหลออกมาอีกครั้ง เธอร้องไห้จนตัวสั่นโยนเหมือนหัวใจถูกดึงออกจากอก
นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นใบหน้าของคนที่รักที่สุด
นิลยืนอยู่ข้าง ๆ ใบหน้าสงบนิ่ง แต่ดวงตาแดงก่ำเมื่อมองคุณย่าเป็นครั้งสุดท้าย น้ำตาหยดหนึ่งก็ไหลลงมาตามแก้ม เพียงหยดเดียว แต่หนักหน่วงจนแทบหายใจไม่ออก เขาก้มศีรษะลงเล็กน้อยก่อนเอ่ยกับคุณย่าเบา ๆ ราวกับมีเพียงเขากับท่านเท่านั้นที่ได้ยิน
“ไม่ต้องห่วงอะไรนะครับ ทุกอย่างที่ย่ารัก...” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง พยายามสูดหายใจเข้าให้ยืดยาวที่สุด “ผมจะดูแลให้อย่างดี”
น้ำตาอีกหยดไหลตามลงมา แต่เขาไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย เพียงยืนนิ่ง รับความเจ็บปวดเอาไว้เงียบ ๆ
สายซอเหลือบมองเขา คำพูดนั้นยังดังก้องอยู่ในหัว ‘ทุกอย่างที่ย่ารัก ผมจะดูแลให้อย่างดี’
หญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่ง ไม่พูดอะไร ไม่แสดงความเห็น เพียงมองเขาเงียบ ๆ แล้วหันกลับไปหาคุณย่าอีกครั้ง บอกลาท่านเป็นครั้งสุดท้ายด้วยม่านน้ำตาที่ไหลรินไม่ขาดสาย
หลังพิธีฌาปนกิจเสร็จสิ้น เปลวไฟภายในเตา
ค่อย ๆ มอดหาย เหลือเพียงควันสีเทาที่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้านิลและสายซอยืนเคียงกันอยู่ห่าง ๆ
ไม่มีใครพูดอะไร ไม่มีใครทะเลาะ ไม่มีใครประชดประชัน ทั้งคู่เพียงยืนมองควันที่ลอยออกมาจากปล่องของเมรุอย่างเงียบงัน จมอยู่กับความคิดของตัวเอง ในวันที่คนสำคัญที่สุดคนหนึ่งได้จากไปและทิ้งความว่างเปล่าก้อนใหญ่เอาไว้ในหัวใจของทั้งสองคน
“นิลคะ” เสียงหวานคุ้นหูดังขึ้น เป็นอลิสาเดินเข้ามา ใบหน้าเต็มไปด้วยความห่วงใยที่พยายามแสดงออกอย่างชัดเจน “คุณโอเคไหม”
นิลหันไปมองเพียงเสี่ยงวินาทีก่อนหันกลับ
หญิงสาวก้าวเข้ามาใกล้อีกนิด“อลิสเป็นห่วงนิลนะคะ” เธอพูดพลางมองใบหน้าซูบตอบของเขาก่อนจะเอื้อมมือเหมือนจะจับแขน “ถ้าอยากให้อลิสช่วยอะไรก็บอกได้นะคะ”
ชายหนุ่มก้มมองมือที่กำลังจะสัมผัสตัวเอง จากนั้นช้อนสายตาขึ้น สีหน้าเรียบเฉย ราบเรียบเฉยเสียจนหญิงสาวเริ่มไม่มั่นใจ
“ตอนนี้เป็นเวลาของครอบครัว ขอเวลาส่วนตัวให้ครอบครัวผมด้วย”
รอยยิ้มของอลิสาแข็งค้าง ใบหน้าชาวาบด้วยไม่คิดว่านิลจะพูดแบบนี้กับเธอ น้ำเสียงพูดของนิลไม่ได้ดังแต่ชัดเจนพอจะทำให้เธอหน้าเสีย
โดยเฉพาะเมื่อคำว่า ‘ครอบครัว’ ถูกเน้นอย่างตั้งใจ เธอเคยเป็นคนรักของเขาและเขาเองก็เคยรักเธอมากเช่นกัน ทำไมเขาจะต้องพูดหักหน้าเธอต่อหน้า
สายซอด้วยอลิสากัดริมฝีปากแน่น ยังไม่ทันได้พูดอะไร นิลก็หันไปอีกทาง สายตาคมกวาดผ่านวรุตที่กำลังยืนอยู่ไม่ไกลก่อนมุมปากจะยกขึ้นเพียงเล็กน้อย
เป็นรอยยิ้มที่ดูสุภาพแต่แฝงความหมายบางอย่าง
“วันนี้ต้องขอบคุณทุกคนที่มาส่งคุณย่ากลับสวรรค์ แต่หลังจากนี้คงเป็นเรื่องของคนในครอบครัวจัดการต่อ”
วรุตนิ่งไป แน่นอนว่าเขารู้ว่านิลกำลังหมายถึงอะไร นิลจงใจไล่เขาและจงใจกันไม่ให้สายซอได้มีโอกาสได้ใกล้ชิดเขาเลย สายซอก็รู้สึกได้ว่านิลกำลังเสียมารยาทกับวรุต เธอขมวดคิ้วทันทีกำลังจะเดินออกห่างจากเขาเพื่อไปหาพี่ชายที่เธอเคารพรัก
ทว่า...มือใหญ่เอื้อมมาจับมือเธอเอาไว้ ร่างเล็กสะดุ้งก่อนหันกลับมามอง
“ปล่อยค่ะ” เธอกระซิบเสียงเข้ม พยายามดึงมือกลับ แต่เขากลับจับแน่นกว่าเดิมราวกับไม่ได้รับรู้แรงขัดขืนของเธอเลย “ซอบอกให้ปล่อย”
“เราต้องคุยกัน”
“ซอไม่มีอะไรจะคุย”
นิลไม่ตอบสายซอ เพียงหันไปมองวรุตและอลิสา
ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงปกติ
“พรุ่งนี้ต้องมาเก็บกระดูกคุณย่า ฉันจะไปคุยกับเจ้าหน้าที่วัดเรื่องขั้นตอนต่าง ๆ เธอต้องไปด้วย”
นิลหันมาทางสายซอ คำพูดนั้นทำให้ท่าทีแข็งกร้าวของหญิงสาวอ่อนลงเล็กน้อย เพราะไม่ว่าจะโกรธเขาแค่ไหน เรื่องของคุณย่าไม่ใช่เรื่องที่เธอจะปฏิเสธ
หญิงสาวหันมองเมรุแล้วค่อย ๆ พยักหน้า
“...ก็ได้ค่ะ”
นิลไม่ได้พูดอะไรต่อเพียงกระชับมือที่จับเธอไว้แล้วพาเดินออกไป ท่ามกลางสายตาของหลายคน โดยเฉพาะอลิสาที่ยืนตัวแข็งด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองและวรุตที่ได้แต่มองตามเงียบ ๆ
สายซอ แม้จะยอมเดินตามนิลมาอย่างไม่ต่อต้านแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอยอมให้อภัยในสิ่งที่เขาทำกับคุณย่า หัวใจของเธอยังคงเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
เพียงแต่ในวันนี้
เธอไม่อยากทะเลาะกับเขา ในวันสุดท้ายที่ต้องส่งคนที่เธอรักมากที่สุดกลับสู่สรวงสวรรค์
“รู้ไหม...” น้ำเสียงของเขาแผ่วลง “บางครั้งฉันก็ยังโกรธตัวเองอยู่”“เรื่องอะไรคะ”“หลายเรื่อง เรื่องที่เคยทำให้เธอร้องไห้ เรื่องที่เอาแต่คิดเอง เรื่องที่ทำให้เธอกลัวฉัน”ดวงตาของเธออ่อนแสงลงทันที เธอรู้ดีว่าคำพูดเหล่านั้นหมายถึงอะไร หมายถึงทุกช่วงเวลาที่ทั้งคู่เคยทำร้ายกันโดยไม่ได้ตั้งใจ หมายถึงวันที่ต่างคนต่างปิดหัวใจและหมายถึงวันที่เกือบสูญเสียกันไปตลอดกาล“ซอเองก็ผิด ซอชอบหนีปัญหา ชอบคิดไปเองแล้วก็ไม่เคยถามคุณตรง ๆ สักครั้ง”“ช่างมันเถอะ” นิลส่ายหน้า เขากระชับอ้อมแขนรอบตัวเธอ “เราเสียเวลาให้กับอดีตมามากพอแล้ว ต่อจากนี้ ฉันอยากใช้เวลาอยู่กับเธอและลูกมากกว่า”สายซอคลี่ยิ้มละมุน ภาพลูกสาวตัวน้อยที่กำลังหลับอยู่ในห้องข้าง ๆ วาบขึ้นมาในความคิด“อีกไม่กี่ปี ลูกคงวิ่งวุ่นทั่วบ้าน คงดื้อเหมือนเธอ”“ใครบอก”“ฉันดูออก”เธอหยิกแขนเขาเบา ๆ จนเขาหัวเราะ เสียงหัวเราะของทั้งคู่ดังคลอไปกับความเงียบสงบของบ้าน เป็นเสียงหัวเราะที่ไม่มีความขมขื่นหลงเหลืออยู่แล้ว“ถ้าลูกดื้อ คุณนิลต้องจัดการนะคะ”“ได้”“ถ้าลูกร้องกลางดึก คุณก็ต้องลุก”“ได้”“ถ้าลูกไม่ยอมนอน”“ฉันอุ้มเอง” นิลรีบตอบทันที“ถ้าลูกป่วย”“ฉันเ
นิลก้มมองลูกสาวที่กำลังหลับสนิท เมื่อแน่ใจว่าลูกหลับสนิทแล้ว เขาจึงลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบ สายซอยังไม่ทันได้ถามอะไร ร่างสูงก็เดินตรงเข้ามาก่อนช้อนตัวเธอขึ้นอุ้ม“ว้าย!”“เบา ๆ เดี๋ยวลูกตื่น”“ปล่อยเลยนะคะ”“ไม่ปล่อย”“จะพาซอไปไหน” เธอตีไหล่เขาเบา ๆ พลางถาม ทั้งที่พอจะเดาได้ว่าเขาคิดจะทำอะไร“ไปทำหน้าที่เมีย ฉันอดทนมาหลายเดือนแล้ว ได้แต่กอด ได้แต่หอม ได้แต่มอง” เขาส่ายหน้าเหมือนคนทุกข์ใจจริง ๆ “ชีวิตน่าสงสารมาก”เธอหลุดหัวเราะทั้งที่พยายามเก๊กหน้าไว้ เขาอุ้มเธอออกจากห้องนอนใหญ่ไปยังห้องเล็กข้าง ๆ อย่างคุ้นทาง เมื่อถูกวางลงบนเตียงนุ่ม สายซอก็เงยหน้ามองชายตรงหน้า สายตาของทั้งคู่สบกันนิ่ง ๆไม่มีความหวาดระแวง ไม่มีความเสียใจเหมือนวันเก่าเหลือเพียงความรู้สึกที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วด้วยเวลาเขายกมือขึ้นลูบแก้มเธอแผ่วเบา“รู้ไหม…ฉันเคยคิดว่าการมีครอบครัวเป็นเรื่องยุ่งยากของชีวิตมาก”“แล้วมันใช่อย่างที่คิดไว้ไหมล่ะคะ”“ไม่เลยสักนิด ตอนนี้ฉันคิดว่าฉันโชคดีที่สุดในชีวิต” คำตอบเรียบง่าย แต่ทำให้ดวงตาของหญิงสาวพร่ามัวขึ้นทันที เขาโน้มหน้าลงมาจุมพิตหน้าผากเธออย่างอ่อนโยน “ขอบคุณนะ ที่อยู่กับฉัน ขอบค
“ย่ายิ้มให้ฉัน” ลมเย็นพัดผ่านศาลาอีกครั้ง นิลทอดสายตามองออกไปไกลเหมือนยังเห็นภาพในฝันวันนั้นอยู่ “ก่อนจะเดินจากไป ย่าพูดแค่ประโยคเดียว”“คุณย่าพูดว่าอะไรคะ”“เดี๋ยวก็ได้เจอกันแล้วนะ” เสียงของเขาเบาจนแทบปลิวไปกับสายลม “หลังจากนั้นย่าก็เดินหายเข้าไปในความมืดแล้วฉันก็ตื่น”ความเงียบโรยตัวลงระหว่างทั้งคู่ สายซอก้มหน้าลง ดวงตาร้อนผ่าวขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว“ทำไมไม่เล่าให้ซอฟัง”“ก็แค่ความฝัน ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเป็นฝันดีหรือฝันร้าย”สายซอมองไปยังลูกสาว เด็กน้อยกำลังหัวเราะเสียงใส แก้มยุ้ยน่าฟัด ดวงตาเป็นประกายสดใสเหมือนมีความสุขกับทุกสิ่งรอบตัว นิลเองก็มองลูกอยู่เช่นกัน โดยไม่พูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา บางครั้ง...เขาก็อดคิดไม่ได้ว่าบางที ลูกสาวคนนี้อาจเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายที่คุณย่าฝากไว้ให้หรืออาจเป็นย่าเอง ที่ย้อนกลับมาเจอพวกเขาอีกครั้ง ในรูปแบบของเด็กตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งคนที่ชอบยิ้ม ชอบหัวเราะและทำให้บ้านที่เคยเงียบเหงาเต็มไปด้วยเสียงแห่งความสุขแต่เขาไม่เคยพูดเรื่องนี้กับใคร แม้แต่สายซอเพราะรู้ดีว่าไม่มีใครพิสูจน์ได้ มันอาจเป็นเพียงความคิดของคนที่คิดถึงผู้ล่วงลับมากเกินไปก็ได้เขาจึงเพียงยื่
“โอ๊ย!” นิลแสร้งร้องอย่างคนโดนทำร้าย แต่ยังไม่ทันจะได้โวยเมีย เจ้าตัวเล็กในอ้อมแขนแม่ก็สะดุ้ง ปากเล็ก ๆ หลุดจากเต้าแม่แล้วร้องแผดเสียงดังลั่นบ้าน“แง้!”สองผัวเมียชะงักพร้อมกัน สายซอรีบอุ้มปลอบลูกนิลรีบลูบศีรษะกลม ๆ ของลูกสาวทันที“โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะคนเก่ง” เด็กน้อยยังสะอื้นเบา ๆ เขาจึงหันไปมองเธอแล้วทำหน้าเคร่งขรึมเสียเต็มประดา“เห็นไหม ลูกตกใจจนสะดุ้งตื่นเลย”“เกี่ยวอะไรกับซอเล่า คุณนิลต่างหากที่มากวนซอ”“เกี่ยวสิ” เขาพยักหน้าอย่างจริงจังแล้วจึงก้มหน้าพูดกับลูกสาว “ไม่ต้องร้องนะ เดี๋ยวพ่อทำโทษแม่ให้”“คุณนิล!”“โทษฐานทำให้ลูกสะดุ้ง”สายซอตีหลังมือนิลไปหนึ่งทีจนหัวเราะลั่น เสียงหัวเราะของเขาทำให้เจ้าตัวเล็กหยุดร้องอย่างน่าอัศจรรย์ดวงตากลมโตค่อย ๆ ลืมขึ้นมองหน้าพ่อกับแม่สลับกันไปมาทั้งที่ตายังมองไม่เห็นชัดก่อนจะส่งเสียงอ้อแอ้ในลำคอราวกับกำลังร่วมวงสนทนาด้วยนิลก้มลงจูบหน้าผากลูกสาวแล้วเงยหน้ามามองภรรยา สายตาอบอุ่นจนแทบละลายไม่มีความโกรธ ไม่มีความเสียใจ ไม่มีความเข้าใจผิด ไม่มีบาดแผลจากอดีตเหลืออยู่อีกแล้ว สิ่งที่หลงเหลืออยู่ในบ้านหลังนี้ มีเพียงความรักเสียงหัวเราะและครอบครัวเล็ก ๆ ที่ผ่
ผ่านมาเกือบหนึ่งเดือนแล้วที่นิลกับสายซอได้เปลี่ยนบทบาทชีวิตเป็นพ่อกับแม่มือใหม่ สายซอนั่งอยู่บนโซฟาตัวยาวริมหน้าต่าง อุ้มลูกสาวตัวน้อยไว้ในอ้อมแขน ขณะเจ้าตัวเล็กกำลังดูดนมอย่างเอร็ดอร่อย แสงแดดอ่อนสาดเข้ามากระทบใบหน้าหวานละมุนจนดูอบอุ่น นิลแอบมองอยู่พักใหญ่ มองทุกวัน แต่ก็ยังมองไม่เบื่อ โดยเฉพาะตอนที่แม่ลูกอยู่ด้วยกันยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าบ้านหลังนี้สมบูรณ์ขึ้นทุกวันเขาเดินเข้าไปหา ยังไม่ทันได้นั่งข้าง ๆ แม่ของลูกก็ปรายตามองก่อนขยับตัวหนีทันที“ไปนั่งที่อื่นสิ”“ไม่ จะนั่งด้วย” เขาตอบหน้าตาเฉยแล้วทรุดตัวลงข้าง ๆ หญิงสาวส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอก่อนขยับลูกหนีอีกนิดราวกับกลัวเขาจะเข้ามาใกล้ทั้งที่ความจริง...ทุกคนในบ้านรู้หมดแล้วว่าเธอหายโกรธตั้งนานแล้ว เหลือแต่ฟอร์มที่ยังค้ำคออยู่นิลเองก็รู้ แต่เลือกเล่นตามน้ำ เพราะเห็นอีกฝ่ายทำหน้าบึ้งแล้วน่ารักดี“ไปเลยนะ ไม่ต้องมายุ่งกับลูกซอ”นิลก้มมองลูกสาวที่กำลังดูดนมเพลินแล้วหันกลับมาหาแม่ของลูก“ลูกเธอ?”“ใช่” สายซอเชิดหน้า พยายามกลั้นยิ้มอย่างสุดชีวิต “น้องโซ่เป็นลูกของซอคนเดียว”“ตลกแล้วซอ” นิลหัวเราะหึ ๆ พลางขยับเข้าไปใกล้อีกนิด จนไหล่แทบชนก
ช่วงบ่ายของวัน ห้องพักฟื้นเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศกับเสียงหายใจแผ่วเบาของเจ้าตัวเล็กที่กำลังหลับอยู่ในรถคลิบเด็กอ่อนข้างเตียงสายซอเพิ่งให้นมลูกเสร็จ กำลังนั่งมองใบหน้าจิ้มลิ้มของลูกสาวด้วยความเพลิดเพลินแล้วเสียงเคาะประตูดังขึ้น เธอเงยหน้าขึ้น ก่อนดวงตาจะเบิกกว้างอย่างตกใจ“พี่ว่าน”วรุตยิ้มคลี่ยิ้มละมุนเดินเข้ามาพร้อมช่อดอกไม้สีขาวและตุ๊กตาหมีตัวเล็ก“พี่มาเยี่ยมหลาน” เขาวางของขวัญลงบนโต๊ะข้างเตียงแล้วเดินเข้ามาใกล้คุณแม่ลูกเล็กลอบมองประตูทันที หัวใจเต้นตุบ ๆ อย่างกังวล ไม่ใช่ว่าไม่ดีใจที่วรุตมา แต่เธอกลัว...กลัวนิลจะมาเห็น กลัวจะเกิดศึกขึ้นอีกโดยเฉพาะในโรงพยาบาลแบบนี้“หลานน่าเกลียดน่าชังมาก” วรุตก้มมองเด็กน้อยในคลิบ แววตาอ่อนโยนจนคนมองรู้ได้ทันทีว่าเอ็นดูจากใจจริง “เหมือนพ่อเขาจนน่าหมั่นไส้”“ใช่ไหมคะ” สายซอหัวเราะอย่างชอบใจทั้งคู่กำลังคุยกันอยู่แล้วประตูก็ถูกเปิดออกอีกครั้งบรรยากาศในห้องนิ่งไปทันที นิลเดินเข้ามา มือถือถุงอาหารและแฟ้มเอกสารสำหรับติดต่อเรื่องแจ้งเกิดลูกดวงตาคมกวาดมองคนในห้องเพียงแวบเดียวก่อนจะหยุดที่วรุต สายซอแทบกลั้นหายใจ เตรียมพร้อมสำหรับสงครามย่







