Beranda / โรแมนติก / ฤดีคีริน...เพียงรักนี้มีเรา / บทที่ 1 ทางที่ต้องเลือก 50%

Share

บทที่ 1 ทางที่ต้องเลือก 50%

last update Tanggal publikasi: 2024-10-29 16:01:52

“ไม่ ฉันอยู่ที่นี่ไม่ได้หรอก ถ้าฉันยังอยู่พวกเขาก็ต้องตามเจอ ฉันอายุตั้งยี่สิบหกแล้ว แต่ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย แกยังซื้อคอนโดฯ ซื้อรถได้แล้ว แต่ฉันยังไม่มีอะไรสักอย่าง ฉันอยากไปอยู่ต่างจังหวัด อยากไปที่ไกล ๆ ที่ใครก็ตามหาฉันไม่เจอ”

       “อ้าว แล้วแกจะทำอะไรกิน จะไปหางานทำต่างจังหวัดเนี่ยนะ”

       “เปล่า ฉันมีงานของฉันอยู่แล้วแกไม่ต้องห่วงหรอก ขอแค่มีไฟฟ้า มีอินเทอร์เน็ตฉันก็ทำงานได้”

       “เอาจริงดิ แล้วแกทำงานอะไร งานที่บริษัทแกเขาให้ทำออนไลน์ได้เหรอ” นภาธรเอ่ยถึงตำแหน่งงานพนักงานบัญชีของเพื่อน ซึ่งบริษัทอยู่ไม่ไกลกับคอนโดฯ ของเธอมากนัก

       “เปล่า ฉันจะลาออก”

       “ลาออก!!” นภาธรทำตาโตเป็นไข่ห่าน ไม่คิดว่าเพื่อนจะตัดสินใจเช่นนี้

       “ใช่ ถ้าฉันไม่ลาออก ฉันก็เริ่มต้นใหม่ไม่ได้ ฉันคิดเรื่องนี้มานานแล้วละ เพียงแต่ยังห่วงแม่ห่วงน้องและหาที่ที่จะไปไม่ได้เท่านั้นเอง” เพียงฤดีตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่ก็ปนความแน่วแน่ในความคิดนั้น

       “แกมั่นใจเหรอ แกพูดเพราะกำลังตกใจหรือเปล่า บอกฉันได้ไหมแกคิดอะไรอยู่”

“ฉันจะเล่าให้แกฟังก็แล้วกัน ว่าฉันต้องการอะไร แกจะหัวเราะฉันเหมือนคนอื่น ๆ ฉันก็ไม่ว่าหรอก แต่ฉันอยากทำแบบนี้จริง ๆ”

“เอาเลย เล่ามา แกไม่ต้องห่วงหรอกว่าฉันจะหัวเราะ แกต้องการอะไรบอกฉัน ถ้าฉันช่วยได้ฉันก็จะช่วย” นภาธรจ้องมองเพื่อนรักอย่างตั้งใจ เพียงฤดีเล่าเสียงสั่นเครือ

“ฉันฝันอยากได้ที่ดินสักแปลงเป็นของตัวเอง อยากมีความมั่นคงในชีวิต มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมาไล่ เกิดมาฉันก็ไม่เคยมีบ้านเป็นของตัวเอง เช่าเขาอยู่มาตั้งแต่เกิด แกรู้มั้ยนภา ฉันใช้ชีวิตในแต่ละวันโดยไม่รู้เลยว่าอนาคตจะเป็นยังไง ไม่รู้ว่าวันไหนที่จะต้องย้ายบ้านไปอยู่ที่อื่นอีก ตั้งแต่เด็กแม่พาฉันย้ายบ้านมาตลอด บางทีไม่มีค่าเช่าก็ต้องย้ายหนี กว่าฉันจะเรียนจบ กว่าฉันจะได้ทำงาน ฉันย้ายบ้านมาจนนับไม่ถูกแล้วว่ากี่ครั้ง

ฉันอยากตั้งหลักปักฐาน อยากไปซื้อที่ดินราคาถูก ๆ อยู่ต่างจังหวัด แต่คุยกับแม่เรื่องนี้ทีไรก็ทะเลาะกันทุกที พวกเขาว่าฉันคิดอะไรโง่ ๆ คนอย่างฉันไปอยู่แบบนั้นไม่ได้หรอก พวกเขาไม่กล้าออกจากกรุงเทพฯ เขาคิดว่าที่นี่เป็นที่ที่ดีที่สุดแล้ว ส่วนฉันหาเงินได้มาก็ให้แม่ ให้พี่ ให้น้องหมด อยากดาวน์บ้านสักหลังก็ไม่สามารถเก็บเงินดาวน์บ้านเป็นของตัวเองได้สักที เพราะมีเท่าไรแม่ก็เอาไปหมด ขืนฉันอยู่ที่นี่ต่อไป ก็คงไม่มีอะไรดีขึ้น ฉันต้องตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง ตั้งตัวได้แล้วค่อยมารับแม่กับน้องไปอยู่ด้วย” เพียงฤดีเล่า

นภาธรนั่งมองเพื่อนนิ่ง ไม่คิดว่าเพื่อนจะคิดไกลไปได้เช่นนี้ เพียงฤดีหยุดพูดไปครู่หนึ่ง แต่นภาธรยังพูดอะไรไม่ออก เพียงฤดีเงยหน้ามองเพื่อนถามอย่างตรงไปตรงมาว่า

“บ้านแกอยู่ต่างจังหวัด พอจะหาที่ดินผืนเล็ก ๆ ที่ราคาสักสองสามแสนให้ฉันสักแปลงได้ไหม”

“แกจะซื้อที่ดินเนี่ยนะ” ผู้เป็นเพื่อนถามเสียงสูง เบิกตากว้างอย่างประหลาดใจ

“ใช่ ตอนแรกฉันก็ว่าจะเก็บเงินไว้ดาวน์บ้านในกรุงเทพฯ นั่นแหละ แต่พอมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ฉันไม่อยากอยู่ร่วมกับพวกเขาแล้ว แม่ก็ตามใจพี่ท็อปจนเหมือนเด็กไม่รู้จักโต ทั้ง ๆ ที่เป็นพี่คนโต เงินของฉันแท้ ๆ หามาอย่างยากลำบากแม่ก็เอาไปให้เขาหมด ทำเหมือนฉันไม่ใช่ลูก อยู่ไปก็มีแต่จะทำให้ชีวิตฉันอับจนลงทุกวัน ฉันขอไปตั้งหลักที่อื่นก่อนแล้วกัน ไม่ไหวแล้วจริง ๆ”

หญิงสาวร่างบอบบางร่ายแผนการของตัวเองยาวเหยียด ราวกับคิดเรื่องนี้มานานมากแล้ว จนกระทั่งเหตุการณ์วันนี้ทำให้ความฝันเหล่านั้นปะทุขึ้นมาเป็นคำพูดให้เพื่อนได้รับรู้

       “แกจะเอางั้นเลยเหรอ แล้วแกเอาตังค์มาจากไหนตั้งสองสามแสน” เพราะเท่าที่เพื่อนเล่าให้ฟัง เงินเดือนที่ได้รับก็แทบจะใช้ไม่ชนเดือนด้วยซ้ำ จะเอาเงินที่ไหนมากมายถึงขั้นจะเอาไปซื้อที่ดิน

       “ฉันเอาเวลาว่างเขียนนิยายออนไลน์น่ะ ทั้งขายอีบุ๊กและหยอดเหรียญในเว็บ เลยเก็บเงินไว้ในอีกบัญชีนึง ทำมาราวสองปีแล้ว แล้วก็ทำคอนเทนต์ปลูกผักข้างบ้านลงช่องยูทูปด้วย แต่แม่ไม่รู้หรอกว่ามีเงินก้อนนี้อยู่เพราะฉันแอบทำไม่ได้บอกใคร แต่เดือนไหนเงินไม่พอใช้ก็เอาส่วนนี้ออกมาบ้าง

วันนี้แม่บอกว่ารู้ว่าฉันมีรายได้อื่นอีก คงเห็นว่าฉันเอาเงินออกมาใช้ได้เกินเงินเดือนที่ได้รับล่ะมั้ง ฉันจึงคิดว่าฉันต้องไปจากที่นี่ ก่อนที่แม่จะรู้ว่าฉันมีเงิน แล้วเอาเงินที่ฉันเก็บไว้ไปใช้อย่างอื่นที่ไม่ได้ประโยชน์จนหมด

วันก่อนก็บ่นว่าอยากได้เงินก้อนไปตัดค่างวดรถให้พี่ท็อป ขืนรู้ว่าฉันมีเงินก้อนนี้ แม่ต้องเอาไปให้พี่ท็อปอีกแน่ ๆ และฉันก็ไม่เคยปฏิเสธแม่ได้เลยสักครั้ง” เพียงฤดีเล่าด้วยสีหน้าเศร้าหมอง นภาธรพยักหน้าเข้าใจก่อนจะถอนใจแล้วว่า

“ฉันเข้าใจ แต่ที่ดินไม่ใช่ขนมหรือของกิน ที่แกจะหาซื้อได้ปุบปับ ต่อให้เรามีเงินก็ใช่ว่ามีใครจะเอาที่ดินของเขามาขายให้เราได้ง่าย ๆ คนต่างจังหวัดถ้าเขาไม่ร้อนเงินจริง ๆ เขาไม่ขายที่ดินมรดกกันหรอก” เพียงฤดีนิ่งเงียบไปทันทีที่ได้ยินเพื่อนพูดเช่นนี้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฤดีคีริน...เพียงรักนี้มีเรา   บทที่ 22 วิวาห์แสนหวาน 100%

    “นายไปเถอะ ฤดีทำกับข้าวไว้แล้ว บอกแม่ว่าพรุ่งนี้จะพาฤดีไปกินข้าวด้วย” คีรินว่าพลางโอบเอวของภรรยาข้าวใหม่ปลามันเข้ามาชิด “โอเค งั้นผมไปละ โคตรหิว” ปรัชญาโบกมือลาแล้วเดินดุ่ม ๆ มุ่งหน้าไปยังบ้านหลังน้อยของเพียงฤดีที่ตอนนี้เปิดไฟสว่างขึ้น คีรินและเพียงฤดีมองตามร่างสูงของปรัชญาที่เดินเข้าไปยังบ้านหลังเล็กที่อยู่ไกล ๆ เพียงฤดีมองภาพนั้นอย่างมีความสุข เพราะบ้านหลังน้อยของเธอนอกจากจะเป็นบ้านที่ให้แม่และน้องได้อยู่อย่างมีความสุขแล้วยังเป็นที่พึ่งพิงของชายหนุ่มอีกคนหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ทำตัวเป็นคนโปรดของมารดาเธอได้อย่างน่าเอ็นดู แถมยังทำให้มารดามีความสุขกับการได้มีความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย ไม่ต้องมีเรื่องทุกข์ร้อนให้ต้องกังวลใจอีกไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าใช้จ่ายที่เคยชักหน้าไม่ถึงหลัง ใช้เดือนไม่เคยชนเดือน ตอนนี้ท่านก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทองอีก เพราะเดือนละหนึ่งหมื่นบาทที่เธอให้ ท่านแทบไม่ได้เอาไปซื้ออะไรเลย เพราะใช้เงินจากที่นภดลนำผักไปขายเอาเงินไปซื้ออาหารสด และนภดลก็เริ่มมีรายได้เป็นของตัวเอง

  • ฤดีคีริน...เพียงรักนี้มีเรา   บทที่ 22 วิวาห์แสนหวาน 70%

    หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ เขาก็ใช้ความพยายามกล่อมภรรยาจนได้กินเธออีกรอบอย่างที่ต้องการ นอนคลอเคลียด้วยกันอยู่บนที่นอนจนถึงอาหารมื้อเที่ยง ถึงได้ออกจากห้องคีรินเปิดประตูออกไปหน้าบ้าน เห็นคนงานกำลังเคลียร์สถานที่ที่ใช้จัดงาน โดยมีปรัชญาคอยดูแล“อ้าว พี่คี ออกมาได้แล้วเหรอ เมื่อคืนคงหนักสินะ” รุ่นน้องหนุ่มเอ่ยแซวพลางยิ้มอย่างมีเลศนัย“แล้วมึงละ หนักเหมือนกันละสิไอ้เป้ ป่านนี้ถึงได้เพิ่งมาเก็บของ”“แหม ก็ยันเช้าอ่ะพี่ พี่ณัฐกับไอ้บุ๋มยังไม่ตื่นเลย พี่เทพพาเมียไปเดินเล่นในสวน ส่วนไอ้หนึ่งพาเมียไปออกไปซื้อของตลาดเดี๋ยวคงจะมา เห็นว่าจะกลับกันเย็นนี้” ปรัชญารายงาน“แล้วยายนภาล่ะ เมื่อคืนนอนที่ไหน”“เห็นพี่ชลพากลับไปนอนบ้านโน้น แต่รถยังอยู่ที่นี่เห็นว่าค่อยกลับมาเอาตอนจะกลับกรุงเทพฯ” ปรัชญาตอบ“อืม งั้นนายก็ทำงานไปเถอะ ฝากช่วยหน่อยนะ วันนี้เพลีย ๆ เดี๋ยวพี่ไปช่วยเมียทำกับข้าวก่อน นายก็หากินเอาเองนะ”“ไปเลยพี่ไม่ต้องเป็นห่วง เรื่องกินน่ะผมฝากท้องกับแม่แล้ว ผูกปิ่นโตทุกวัน เดี๋ยวก็ว่าจะย้ายของในห้องไปอยู่กระท่อมแล้วละ ส่วนพี่ก็เก็บแ

  • ฤดีคีริน...เพียงรักนี้มีเรา   บทที่ 22 วิวาห์แสนหวาน 50%

    “งั้นเดี๋ยวพี่ป้อนให้” ว่าแล้วก็ดันร่างบางของหญิงสาวให้มาเผชิญหน้า เห็นเธอหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย มือเรียวปิดหน้าอกเอาไว้ เขาเพิ่งรู้ว่ามันไม่ได้เล็กอย่างที่เขาคิด แต่ความอวบอิ่มนั้นล้นมือของเธอทีเดียว ปกติเขาจะเห็นเธอแต่งชุดเรียบร้อย เสื้อผ้าก็ใส่แบบหลวม ๆ ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่กลับมีจนเขาต้องแอบกลืนน้ำลาย เขาเอาองุ่นใส่ปากหญิงสาวที่กำลังจะอ้าปากท้วง “อร่อยไหม” ถามด้วยดวงตามระยิบระยับ ที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนา “พี่คีริน ไปอาบน้ำสิคะ ฤดีกินเองได้ค่ะ” เธอหลบสายตาหวานฉ่ำนั้นด้วยความเขินอาย พลางไล่ให้เขาไปอาบน้ำก่อน “พี่ไม่อาบคนเดียวหรอก เราต้องไปอาบกับพี่ด้วย รู้ไหมตอนตกแต่งห้องนี้ พี่แอบคิดว่าถ้าวันหนึ่งพี่แต่งงานกับฤดี ก็อยากอาบน้ำด้วยกันทุกวัน จึงได้ติดตั้งอ่างจากุชซี่ไว้ในห้องนอนด้วย” “อะไรน

  • ฤดีคีริน...เพียงรักนี้มีเรา   บทที่ 22 วิวาห์แสนหวาน 30%

    ๒๒วิวาห์แสนหวาน งานแต่งงานที่จัดขึ้นที่ไร่คีรินจบลงอย่างสวยงาม แม้ว่าเพื่อนเจ้าบ่าวกับเพื่อนเจ้าสาวออกอาการเขม่นกันอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ไม่ได้ทำให้งานแต่งงานเสียบรรยากาศแต่อย่างใดส่วนเอกกมลผู้เป็นพี่ชายของเจ้าสาวนั้นพาภรรยาวัยสาวน้อยมาด้วย แต่อยู่ร่วมงานเพียงไม่นาน เมื่อรับประทานอาหารเสร็จ ก็พาภรรยากลับไปซึ่งเพียงฤดีก็เข้าใจและเห็นใจในความลำบากใจของพี่ชาย ซึ่งรู้ว่าภรรยาของตนกับมารดานั้นไม่ค่อยลงรอยกันนัก จึงไม่ได้ว่าอะไรที่เขาไม่ได้อยู่จนจบงาน แค่เขาได้มาร่วมงาน เธอก็ดีใจมากแล้ว และเห็นว่าเอกกมลเปลี่ยนตัวเองให้ใจเย็นลงได้อย่างมากก็ถือเป็นเรื่องที่ดีที่สุดแล้ว “น้องฝากยายฤดีด้วยนะพี่คีริน ดูแลให้ดีนะ ไม่งั้นน้องโกรธจริง ๆ ด้วย” นภาธรว่า ขณะที่อยู่ในห้องหอของบ่าวสาวที่เพิ่งทำพิธีจบลง และหมดหน้าที่เพื่อนเจ้าสาวของเธอแล้ว&nb

  • ฤดีคีริน...เพียงรักนี้มีเรา   บทที่ 21 ปรับตัวเองง่ายกว่า 100%

    ปรัชญาเดินดุ่มขึ้นมาบนบ้านหลังเล็กของเพียงฤดีเมื่อเห็นคีรินนั่งอยู่หน้าบ้าน เขาเดินขึ้นระเบียง ถอดหมวกแก๊ปวางบนโต๊ะด้วยท่าทางหงุดหงิด แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ตรงหน้าชายหนุ่มรุ่นพี่“เป็นอะไรไอ้เป้” คีรินถาม“ก็ผู้หญิงอะไรไม่รู้ หน้าตาก็ดี แต่เหมือนคนบ้า ผมจอดรถของผมอยู่ดี ๆ ก็มาเคาะกระจกเรียก ด่าผมว่าเสียมารยาทไปจอดรถตรงที่ที่เขาจองไว้แล้ว บ้าบอมาก มันตลาดนัด ใครไปถึงก็จอดก่อน ผมก็ไม่เห็นว่าเขากำลังจะเข้าจอด เห็นรถถอยออกก็เสียบเข้าไป ยังไม่ทันได้ดับเครื่องก็มาเคาะเรียก บังคับให้ผมเอารถออกทั้ง ๆ ที่ตรงอื่นก็จอดได้เยอะแยะ ผมขี้เกียจรำคาญก็เลยถอยรถออกมานี่แหละ จะแวะซื้อเป็ดตุ๋นมากินสักหน่อยเลยไม่ได้กินเลย”“เออน่า อย่าเพิ่งโมโหหิว แม่กับฤดีทำกับข้าวอยู่ น่าจะใกล้เสร็จแล้วละ เดี๋ยวก็กินด้วยกันที่นี่แหละ แล้วว่าไง ออกไปหาลูกค้าไร่พิงอรุณมาเป็นยังไงบ้าง”“ก็ดี ลุงแกก็โอเคแหละ คนแก่น่ะ ให้เราออกแบบระบบให้แล้วเสนอราคาไปก่อน เห็นบอกว่าลูกสาวที่อยู่กรุงเทพฯ อยากให้วางระบบฟาร์มอัจฉริยะไว้ก่อน เดี๋ยวจะกลับมาอยู่บ้านแล้ว”“อืม เห็นลุงแกจะขายที่ดินให

  • ฤดีคีริน...เพียงรักนี้มีเรา   บทที่ 21 ปรับตัวเองง่ายกว่า 70%

    งานแต่งงานกำลังจะจัดขึ้นในอีกสองวันข้างหน้า วันนี้ทั้งประสิทธิ์ สายชล และชลธรมาช่วยเตรียมงานในไร่ตั้งแต่เช้า ไหนจะช่วยจัดเตรียมวางแผนเรื่องอาหาร การจัดสถานที่ รวมทั้งชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาว แม้ว่าทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวจะบอกว่าอยากได้งานเล็ก ๆ อบอุ่น ๆ ภายในครอบครัวแต่ในที่สุดก็ไม่สามารถจัดแบบนั้นได้ เมื่อพ่อแม่เจ้าบ่าวไม่ยอม เนื่องจากเป็นลูกชายคนแรกที่ได้แต่งงาน และไม่รู้ว่าลูกชายคนโตและลูกสาวคนเล็กจะมีโอกาสได้แต่งงานไหม จึงขอจัดงานให้ถูกใจพ่อแม่เจ้าบ่าวก่อน“อย่าว่าฉันอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะแม่หทัย ฉันน่ะก็ไม่อยากให้ทุกคนเหนื่อยกันหรอก แต่ฉันก็มีลูกอยู่แค่สามคน อีกสองคนยังไม่มีวี่แววว่าจะได้แต่งงาน เลยขอจัดงานพ่อคีรินให้มันใหญ่หน่อย ให้พออวดเพื่อนได้ว่าฉันได้ลูกสะใภ้ดี แม่หทัยนี่สอนลูกดีจริง ๆ น่ารักน่าเอ็นดู ขยันขันแข็ง อ่อนน้อมถ่อมตน ฉันเห็นครั้งแรกก็หลงรักแล้ว” สายชลว่าพลางนั่งตรวจเช็คของชำร่วยไปพลาง ว่าจำนวนชิ้นพอกับแขกเหรื่อที่เชิญไว้หรือไม่ขณะคนที่ถูกชมกลับยิ้มเจื่อน ๆ เพราะตนเองก็ไม่ได้สอนอะไรลูกสาวมากนัก มีแต่ใช้งานหนักให้ทำโน่น

  • ฤดีคีริน...เพียงรักนี้มีเรา   บทที่ 4 เช้าวันใหม่ 60%

    หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ เพียงฤดีก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่เป็นเสื้อยืดแขนยาวเข้ารูปสีขาวกับกางเกงยีนส์ เพื่อให้เหมาะสมกับการออกไปนอกบ้าน หญิงสาวแต่งหน้าบาง ๆ ไม่ให้ดูซีดเซียวจนเกินไป รวบผมยาวสีน้ำตาลเข้มเป็นหางม้าอย่างง่าย ๆ ก่อนจะเดินออกมาขึ้นรถที่เขาจอดรออยู่เมื่อขึ

  • ฤดีคีริน...เพียงรักนี้มีเรา   บทที่ 4 เช้าวันใหม่ 40%

    บนผนังห้องมีรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 กับพระราชินีที่แขวนไว้บนผนัง ส่วนด้านล่างเป็นภาพชายหญิงวัยกลางคนแขวนคู่กันไว้บนผนัง ซึ่งด้านล่างรูปมีหิ้งซึ่งวางแจกันดอกไม้ที่แห้งเหี่ยว ซึ่งเธอเชื่อว่านี่คงเป็นรูปของเจ้าของบ้านหลังนี้ ซึ่งเป็นคุณตากับคุณยายที่เพื่อนของเธอเล่าให้ฟัง เพียงฤดีเด

  • ฤดีคีริน...เพียงรักนี้มีเรา   บทที่ 4 เช้าวันใหม่ 20%

    ๔เช้าวันใหม่ เสียงดังกุกกักอยู่ในครัว ทำให้คีรินรู้สึกตัวตื่น เมื่อคืนนี้เขารู้สึกนอนหลับสนิทอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คิดว่าอาจจะเป็นเพราะอดนอนด้วยเศร้าเสียใจมาหลายวัน รวมทั้งการขับรถทาง

  • ฤดีคีริน...เพียงรักนี้มีเรา   บทที่ 3 ห่างกันสักพัก 100%

    “น้องภา ได้เอาใครมาอยู่ที่บ้านพี่หรือเปล่า” เขาถามกลับไปเสียงเข้มเมื่ออีกฝ่ายรับสาย“พี่คีรินรู้ได้ยังไงคะ” เสียงอีกฝ่ายดังแทรกออกมาเพราะเขาเปิดเสียงสมาร์ตโฟนให้เธอได้ยินด้วย“ก็พี่อยู่ที่บ้านนี่ไง ทำไมทำอะไรถึงไม่บอกพี่ก่อน”“โธ่ น้อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status