LOGINเพราะถูกคู่หมั้นและรุ่นน้องคนสนิททรยศหักหลัง ดารัณญา จึงหนีไปเลียแผลใจไกลยังเชียงคาน เมืองเล็กๆ ทว่ายังคงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณี แถมยังทำให้หัวใจที่แตกสลายกลับมาเต้นได้อีก เพราะ เขา คนที่ถูกเธออ้างว่าเป็น แฟนใหม่ต่อหน้าอดีตคู่หมั้น *คนสองคน เมื่อได้มีโอกาสใช้เวลาร่วมกัน ในบรรยากาศสวยงามและเป็นใจ มีหรือหัวใจที่อ่อนแอจะไม่อ่อนไหว *ใครที่ชอบแนวฟิลกู๊ด เรียบเรื่อย ดราม่านิดหน่อย พระเอกพูดจาคะขา มีมุขหยอดจีบกันไปมาคุณเลือกถูกแล้วค่ะ นิยายเรื่องนี้ตอบโจทย์ค่ะ “เชื่อแล้วว่าฮ็อตจริง” เมื่อแขกเดินกลับไปเขาจึงเอ่ยแซวคนตัวเล็กที่ทำหน้าที่ปิ้งย่างด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่มือที่ยังพาดบนไหล่กลับไม่ยอมเลื่อนออก “ช่วยไม่ได้ ก็คนมันสวย” เธอพูดทีเล่นทีจริงแล้วใช้มือสะบัดผมทำท่าประกอบ จนชายหนุ่มอดหมั่นไส้ไม่ได้ ยื่นมือที่พาดบ่าไปลูบผมเธอเบาๆ “ใช้พี่เป็นข้ออ้างห้ามผู้ชายมาจีบแบบนี้พี่จะคิดจริงแล้วนะ” “พูดแบบนี้ตกหลุมรักรัณแล้วเหรอคะ” เธอเอี้ยวตัวช้อนตาขึ้นมองใบหน้าครึ้มเคราอย่างยั่วยวน นัยน์ตาคมจ้องเธอกลับอย่างไม่แพ้เช่นกันกลับเป็นฝ่ายเธอเสียเองที่หลบสายตาคู่นั้นวูบ
View More๑
บทนำ กริ๊งงง กริ๊งงง นาฬิกาดิจิตอลบนโต๊ะข้างหัวเตียงส่งเสียงร้องปลุกให้เจ้าของร่างเล็กที่นอนหลับใหลบนเตียงนุ่มลืมตาตื่น แขนเรียวยื่นมือไปกดปิดนาฬิกาอย่างงัวเงีย หญิงสาวครางฮือเล็กน้อยก่อนจะซบหน้าลงกับหมอนใบใหญ่อีกครั้งตามประสาคนขี้เซา แต่ไม่ทันที่เจ้าตัวจะได้กลับไปฝันต่อจากคราที่แล้วเสียงนาฬิกาปลุกตัวเดิมก็ดังขัดการเข้าสู่ห้วงนิทราขึ้นอีกครั้ง รอบนี้คนขี้เซาจำเป็นต้องตัดใจที่จะนอนต่อจึงดีดตัวลุกขึ้นมาอย่างแสนเสียดายกับความสบายเมื่อครู่ สมองที่ยังไม่ตื่นเต็มร้อยค่อยๆ ประมวลผลช้าๆ ดวงตากลมโตเบิกกว้างฉับพลันเมื่อนึกขึ้นได้ว่านี้เป็นวันสำคัญ ร่างบางก็รีบสลัดผ้าห่มคลุมกายออกและวิ่งเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการทำธุระส่วนตัวทันที ดีไซเนอร์สาวเดินมาส่องกระจกเพื่อเช็กความเรียบร้อยก่อนจะออกไปข้างนอกอีกครั้ง ภาพที่สะท้อนภายในกระจกบานใหญ่ปรากฏหญิงสาวร่างบางสมส่วนเจ้าของส่วนสูงหนึ่งร้อยหกสิบเซนติเมตร ใบหน้ารูปไข่เนียนละเอียด ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้นได้รูปรับกับเรียวปากสีชมพูมันวาวที่หญิงสาวบรรจงทาอย่างประณีตที่วันนี้ดารัณญาบรรจงแต่งอย่างพิถีพิถันเป็นพิเศษ และตั้งใจแต่งหน้านานกว่าทุกวันที่ผ่านมา เพราะปกติหญิงสาวทาเพียงครีมกันแดดตามด้วยคอนซีลเลอร์เพื่อกลบรอยคล้ำใต้ตาและตบท้ายด้วยทาลิปกลอสบางๆ เพื่อให้ใบหน้าดูไม่เหมือนคนป่วยแค่นั้นก็เพียงพอสำหรับเธอ แต่วันนี้กลับต่างออกไปเนื่องจากเป็นคือวันเกิดของคู่หมั้น เธอกับแทนไทเข้าพิธีหมั้นหมายกันอย่างเป็นทางการเมื่อสองปีที่แล้ว ดารัณญากับแทนไทเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย ทั้งคู่สนิทกันมากและความใกล้ชิดนี้เองที่ทำให้ความรู้สึกของดารัณญาที่มีต่อแทนไทแปรเปลี่ยนจากเพื่อนไปเป็นคนรัก เธอแอบรักเพื่อนชายมาโดยตลอด ยอมสอบเข้าคณะเดียวกันกับแทนไทก็เพื่อที่จะได้เจอหน้าเขาทุกวัน ทุ่มเทไหมละ ดารัณญาไม่กล้าสารภาพรักกับเพื่อนชายเพราะเธอกลัวความสัมพันธ์สั่นคลอนหากเขารู้ว่าเธอกำลังแอบรักเขาอยู่ หรือบางทีแทนไทอาจจะเกลียดเธอจนหายออกไปจากชีวิตของหญิงสาวเลยก็ว่าได้ คนแอบรักอย่างเธอจึงไม่กล้าเสี่ยงที่จะสารภาพรักออกไปเพราะเธอเองก็พอใจกับความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ และดูเหมือนแทนไทจะรู้ตัวด้วยว่าเพื่อนอย่างเธอก็คิดไม่ซื่อกับเขาแต่ชายหนุ่มก็ไม่เคยตีตัวออกห่างและทำตัวปกติเหมือนที่ผ่านมา หญิงสาวจึงคิดเข้าข้างตัวเองว่าแทนไทเองก็คงรู้สึกเหมือนกันกับเธอเช่นกัน จนเมื่อปีสี่เทอมสุดท้ายแทนไทขอดารัณญาเป็นแฟน เธอดีใจและอึ้งจนพูดไม่ออก และแน่นอนว่าเธอตอบตกลงแบบไม่ต้องเสียเวลาคิดสักนิดเดียว ตลอดระยะเวลาที่คบกันกับเขา แทนไทดูแลเอาใจใส่เธอและทำหน้าที่แฟนได้ดีเยี่ยม วันนี้ดารัณญาเลยอยากเซอร์ไพรส์คู่หมั้นตัวเองด้วยการโกหกเขาว่าติดธุระที่โรงงานทอผ้าจึงไม่สามารถอยู่ฉลองวันเกิดกับเขาได้ แทนไทงอนเล็กน้อยที่เธอไม่สามารถอยู่ร่วมฉลองวันเกิด แต่คนเจ้าแผนการก็ฉลาดพอที่จะยกเรื่องงานขึ้นมาอ้าง ชายหนุ่มเลยพอที่จะเข้าใจเหตุผลของเธอ ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นอยู่หน้าห้องทำลายความคิดของเธอลง “คุณรัณคะ คุณท่านให้ตามลงไปรับประทานอาหารเช้าค่ะ” เสียงหวานที่เป็นแม่บ้านดังขึ้นอยู่หน้าห้อง “ค่ะ เดี๋ยวรัณตามลงไป” ร่างบางกลอกตามองบนเล็กน้อยอย่างเบื่อหน่ายแต่ก็ไม่ปฏิเสธร่วมโต๊ะอาหารที่พ่อเธอเป็นคนชวน หึ จะเชิญเธอลงไปทานข้าวอย่างนั้นหรือ ร้อยวันพันปีก็ไม่เคยจะได้ร่วมโต๊ะพร้อมกันอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่เชิญไปนั่งฟังเจ้าตัวสาธยายความสามารถ ความเก่งกาจของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนให้เธอฟัง ดินแดน น้องชายต่างมารดาของเธอนั่นเอง “มาแล้วเหรอ นั่งสิ” เสียงประมุขของบ้านเอ่ยทักทันทีที่ลูกคนโตย่างกรายเข้ามาในห้องอาหารโดยเบื้องหน้ามีถ้วยข้าวต้มปลาที่มีไอร้อนลอยส่งกลิ่นหอมคละคลุ้งไปทั่วห้องอยู่คนละถ้วย ชายวัยห้าสิบห้าปีอยู่ในชุดพร้อมออกไปทำงานดูสง่ามีภูมิฐาน ใบหน้ามีรอยเหี่ยวย่นตามกาลเวลา เจ้าของบริษัทสิ่งพิมพ์ นั่งอยู่หัวโต๊ะเอ่ยขึ้นอย่างยิ้มๆ ดูอารมณ์ดีเป็นที่สุด “ค่ะ” เธอเดินลงไปนั่งเก้าอี้ข้างบิดาฝั่งที่ยังว่างอยู่ ดารัณญาจึงได้นั่งฝั่งตรงข้ามกับภรรยาของคุณพ่อที่อายุห่างกันกับเธอไม่ถึงสิบปี ดนัยแต่งงานใหม่กับผู้หญิงรุ่นคราวลูกหลังจากที่มารดาเธอเสียได้สี่ปี แล้วที่นั่งถัดไปนั้นก็เป็นน้องชายต่างมารดาที่มองพี่สาวด้วยรอยยิ้มนัยน์ตาเป็นประกาย “วันนี้พี่รัณสวยจังเลยครับ” ดินแดนเด็กชายวัยแปดขวบหน้าตาน่ารักอยู่ในชุดนักเรียนเอ่ยชมผู้เป็นพี่สาวด้วยใบหน้ายิ้มทะเล้น “ชมแบบนี้ อยากได้อะไรล่ะ เราน่ะ” แม้จะไม่ชอบที่พ่อเอาแต่ชื่นชมน้องชายให้เธอฟังแต่หญิงสาวก็ไม่ได้เกลียดเจ้าตัวหรือภรรยาใหม่คุณพ่อแต่อย่างใด ดินแดนยิ้มพอใจก่อนจะส่ายหน้าไปมาเชิงปฏิเสธ “รู้ไหมยัยรัณ อาทิตย์ก่อนดินแดนเป็นตัวแทนของโรงเรียนไปแข่งขันอัจฉริยะทางวิทยาศาสตร์มา เมื่อวานผลออกน้องได้เหรียญทองระดับภาคเชียว ต่อไปก็ไปแข่งระดับประเทศ น้องชายเราเก่งมากนะว่าไหมไม่เหมือนแกที่เอาแต่วาดรูป ไม่เห็นเกิดประโยชน์อะไรสักกะอย่างเดียว แต่เอาเถอะ แกเองก็เรียนจบแล้ว ไม่อยากจะว่าอะไรให้มากความนักหรอก แต่วันพ่ออยากฉลองความสำเร็จของน้อง เลยจองร้านอาหาร xxx ไว้ สักหกโมงครึ่งแกอย่าลืมไปละ” น้ำเสียงภาคภูมิใจในตัวลูกชายดังขึ้นอย่างตื่นเต้นไม่วายพูดกระทบกระทั่งถึงลูกคนโต นั่นไงเธอคิดผิดซะที่ไหนละ แต่ไหนแต่ไรมาไม่ว่าเธอจะทำดีแค่ไหนก็ไม่เคยอยู่ในสายตาท่านเลยสักนิดเพราะความสามารถของเธอไม่ใช่สิ่งที่พ่อต้องการ ดารัณญาแหวกความคาดหวังของคุณพ่อไปเอาดีทางด้านศิลปะ แม้จะเพียรพยายามพิสูจน์ตัวเองอย่างหนัก ฝึกฝนวาดรูปและร่วมลงแข่งขันจนได้ที่หนึ่งระดับประเทศมาหลายรายการ ดนัยก็ไม่เคยคิดจะสนใจหรือเข้าใจเธอด้วยซ้ำไปแถมยังมองว่าสิ่งที่ลูกสาวตัวเองกำลังทำอยู่นั้นมันไร้สาระสิ้นดี คนอคติกับงานศิลป์ต่อให้ทำดีแค่ไหนหรืออธิบายกันให้ตายไปข้างหนึ่งก็ไม่มีวันเข้าใจอยู่ดี ดารัณญาเจ็บจนชินชากับการที่ถูกผู้เป็นบิดาละเลยความรู้สึกและดูถูกสิ่งที่เธอทำมานานแล้ว ร้องไห้จนไม่มีน้ำตาเหลือ “หนูไม่ว่างค่ะ วันนี้วันเกิดแทน” เธอตักข้าวต้มเข้าปากกินช้าก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ “นี่แกเห็นผู้ชายดีกว่าน้องงั้นเหรอ” น้ำเสียงเย็นๆ เอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ” ดารัณญาวางช้อนเสียงดังแล้วลุกออกไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมามอง ถึงวันนี้ไม่ใช่วันเกิดแทนไทเธอก็ไม่คิดจะไปอยู่ดี หากไปดารัณญาก็กลายเป็นแค่เพียงคนนอก เพราะไม่มีใครคิดจะใส่ใจเธอเลยสักนิด แค่นิดเดียวก็ไม่เคยมี “ให้มันได้อย่างนี้สิวะ” ดนัยเอ่ยขึ้นอย่างโมโหที่ลูกสาวปฏิเสธงานฉลองคืนนี้ “เอาน่าคุณ อย่าไปโกรธหนูรัณเขาเลย วันนี้วันเกิดคู่หมั้นน้องรัณนะคะ ปล่อยเธอไปเถอะ” มาธวีเอ่ยปลอบผู้เป็นสามีอย่างนุ่มนวลหวังให้ดนัยเย็นลง กรุ๊ง กริ๊งงง เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นยามที่มีการผลักประตูเข้าออก “เดอะ เบเกอรี่ สวัสดีค่ะ ลูกค้ารับชิ้นไหนดีคะ” เสียงพนักงานพูดขึ้นอัตโนมัติด้วยน้ำเสียงราบรื่นเมื่อมีสัญญาณกระดิ่งดังโดยไม่แม้แต่จะเหลือบมองคนเดินเข้ามาใหม่เพราะกำลังง่วนอยู่กับการคิดเงินลูกค้าที่หน้าเคาน์เตอร์ “มารับเค้กที่สั่งไว้ค่ะ” ดีไซเนอร์สาวบอกพร้อมกับคลี่ยิ้มให้พนักงานของร้านอย่างอารมณ์ดีเมื่อนึกถึงเจ้าของวันเกิดแม้ก่อนหน้านี้จะหงุดหงิดเพราะเรื่องเมื่อเช้าอยู่ไม่น้อยก็ตาม หลังจากที่ดารัณญาแวะมารับเค้กที่สั่งล่วงหน้ากับทางร้านเสร็จสรรพเธอก็เดินตรงดิ่งไปยังพาหนะคู่ใจแล้วออกรถไปยังคอนโดที่ชายหนุ่มอาศัยทันที เค้กที่นอนแน่นิ่งอยู่บนรถเมื่อครู่ถูกนำมาถือไว้ในมืออย่างระมัดระวังราวกับเป็นสิ่งที่เปราะบางแตกหักง่ายก่อนจะใช้มืออีกข้างที่ว่างหยิบสูทตัวหรูในถุงพลาสติกคุมสีใสกันฝุ่นที่เธอเป็นคนออกแบบเองและตัดเองทุกขั้นตอน เสียงส้นรองเท้าคู่สวยเดินไปตามทางเดินอย่างมั่นใจมาหยุดยังหน้าห้องชายหนุ่ม เธอล้วงกระเป๋าเพื่อหยิบคีย์การ์ดมาสแกนเปิดประตู ร่างเพรียวเดินเข้าไปในห้องของคู่หมั้นอย่างคุ้นเคยก่อนจะหาที่ซ่อนตัวเพราะรู้ว่าอีกไม่นานเจ้าของห้องจะกลับมาแล้ว หญิงสาวรู้กิจวัตรชายหนุ่มเป็นอย่างดีเธอจึงเลือกมาเวลาที่ชายหนุ่มออกไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะเป็นประจำ ร่างบางระหงวางสูทลงตรงโซฟาอย่างทะนุถนอมแล้วเลือกเข้าไปแอบอยู่ในตู้เสื้อผ้าพร้อมกับกล่องเค้กที่เธอสั่งทำมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ ดวงตากลมโตเหลือบมองดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือ ได้เวลาที่ชายหนุ่มกลับห้องแล้ว ตึก ตึก เสียงหัวใจที่เต้นดังระรัวไม่เป็นจังหวะของหญิงสาวภายในที่แคบๆ เธอรู้สึกตื่นเต้นจนชีพจรเต้นตาม เลือดภายในกายสูบฉีดอย่างแรงราวกับเธอไปวิ่งมาราธอน มือบางเย็นเฉียบคล้ายกำลังจะออกไปพรีเซนท์วิจัยหน้าคลาสเรียนต่อหน้าคนเป็นร้อยๆ ติ้ด เสียงประตูเปิดออกทันทีที่เจ้าของห้องกลับมาถึง ภายในห้องปรากฏร่างชายหนุ่มตัวสูงผิวขาวราวกับหยวกด้วยเชื้อสายจีน ใบหน้าเกลี้ยงเกลาขาวสะอาดตาเหมือนดาราแดนมังกร เขาสวมเพียงเสื้อกล้ามสีดำกับกางเกงขาสั้นพอดีตัว ดารัณญาสูดลมหายใจเข้าออก ช้าๆ ก่อนจะเอื้อมมือแง้มประตูออกไปแต่ต้องชะงักไว้เพราะแทนไทไม่ได้มาคนเดียว มีผู้ชายที่ส่วนสูงเท่ากันแต่สีผิวคล้ำกว่าอีกคนเดินตามเขาเข้ามาด้วยชุดที่เหมือนกัน มองเผินๆ คล้ายเสื้อคู่เพราะสีเดียวกัน ลายพาดเฉียงแบบเดียวกันนั่นอีก ไม่คล้ายหรอกแต่ใช่เลยละ “เหนื่อยไหมครับ” น้ำเสียงคุ้นหูเอ่ยขึ้นทันทีที่ประตูปิดอย่างออดอ้อน “ไม่เหนื่อยครับ ทำอย่างอื่นเหนื่อยกว่าอีก” เสียงตอบกลับก็ออดอ้อนไม่แพ้เช่นกัน“รู้ชาติกำเนิดคนอื่น แต่ไม่รู้ชาติกำเนิดตัวเองสินะ”“ท่านหมายความว่ายังไง” นนท์ถามอย่างที่ใจคิด“แล้วเจ้าไม่แปลกใจหรือที่เห็นกายหยาบของเรา” ผู้มีอำนาจเหนือกว่าไม่ตอบแต่เป็นฝ่ายย้อนถามกลับแทน“แปลกใจครับ” นนท์ตอบไปตามตรง“เอาเถอะ ถึงตามตำนานเราจะเป็นศัตรูกันแต่เราก็มิเคยมีเรื่องบาดหมางขุ่นข้องใจกันมาก่อน ถ้าเจ้าอยากรู้ว่าตัวเองเป็นใครเราจะบอกแต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าอยากรู้หรือไม่”“อยากรู้ครับ”“ไปหาที่นั่งเงียบๆ เสีย”“ครับ” นนท์ทำตามอย่างว่าง่ายโดยไม่อิดออด แม้จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรกับเขาก็ตาม นนท์หันรีหันขวางอยู่สักพักก่อนจะเดินไปยกเก้าอี้ที่อยู่ไม่ไกลติดมือมานั่งที่ข้างบ้านซึ่งตอนนี้ปราศจากผู้คน เนื่องจากตอนนี้เป็นพิธีส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าหอกันและแขกทุกคนที่มาก็ต่างพากันจับกลุ่มนั่งรับประทานอาหารกันยังลานกว้างหน้าบ้าน“ตั้งสติ เห็นอะไรก็ห้ามถาม จะถามได้ก็ต่อเมื่อภาพนั้นหายไปแล้วเท่านั้น” สุ้มเสียงใสดังก้องกังวานเอ่ยเตือนมนุษย์ชายที่กำลังนั่งลงบนเก้าอี้ที่เขาถือติดตัวมา“ครับ”ไม่ทันใดจากฟ้าที่สว่างจ้ากลับมืดมิดลงในพริบตาราวกับมีคนกดปิดสวิตช์ไฟ นนท์ตกใจแทบทำอะไรไม่ถูกแต่ดีที่
ดารัณญานั่งมองตัวเองในกระจกหลังจากนั่งหลังขดหลังแข็งให้ช่างแต่งหน้ามานานนับเกือบสามชั่วโมง เธอสวมชุดเจ้าสาวสีขาวงาช้างแขนยาวทั้งสองข้างปักเพชรวาวระยิบงามตา ผมน้ำตาลเข้มถูกรวบเป็นมวยต่ำๆ ไว้ที่ด้านหลังเผยให้เห็นดวงหน้าขาวที่ถูกแต่งแต้มอย่างบรรจงประณีต “โห ออร่าเจ้าสาวจับมากเลยแก สวยอย่างกับนางในวรรณคดีแนะยัยรัณ” เสียงเฌอมาวีร์ที่เปิดประตูห้องเข้ามาถึงกับตาโตเมื่อเห็นเพื่อนสาวที่นั่งรออยู่ในห้องซึ่งตอนนี้เหลือแค่เธอ ส่วนช่างแต่งหน้าพึ่งจะออกทานข้าวเมื่อครู่นี้ “แกสวยมากเลยรัณ” ปารีณาที่เดินมาหยุดข้างๆ เธอก็เอ่ยชม พร้อมกับไล่สายตาอย่างสำรวจ “ขอวันหนึ่งน่า จ้างมาแพง” “ฉันยอมแกแค่วันนี้แหละยัยรัณ” เฌอมาวีร์เอ่ย พร้อมกับคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดถ่ายเซลฟี่ วันนี้ทั้งเฌอมาวีร์และปารีณาต่างก็อยู่ในชุดเพื่อนเจ้าสาว ที่ปารีณาออกแบบเองไม่ซ้ำใครซึ่งอยู่ในธีมเดียวกับเจ้าสาว เสียงโห่นำหน้าขบวนกันอย่างสนุกสนานพร้อมกับเสียงดนตรีเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าขบวนขันหมากของเจ้าบ่าวนั้นใกล้เข้ามาแล้ว ดารัณญาตื่นเต้นทำตัวไม่ถูก เกิดมาพึ่งจะเคยแต่งงานกับชาวบ้าน มือเล็กบีบเข้าหากันที่หน้าตัก “พี่รัณ พี่รัณสวยจัง
มาเพื่อลา“แล้วปาร์ตี้ที่ไหนวันไหน” ณภัทรกระซิบถามเพื่อนแผ่วเบาราวกับกลัวอีกคนในห้องรู้“ก็คืนก่อนวันที่แกแต่งงานไงไอ้เบือกนี่” ภาคินเอ่ยไม่ลืมต่อว่าเพื่อนที่ช่างไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเรื่องนี้“ใครจะไปรู้ละ ไม่เคยแต่งมาก่อนนี่หว่า”“ว่าแต่แกเถอะ ไปขอว่าที่ภรรยาให้มันได้ก่อนนะ” ภาคินกระซิบบอกเพื่อน“เออ ไม่ต้องห่วง”วันก่อนงานแต่งดารัณญาตื่นเช้ากว่าทุกครั้งเพื่อเตรียมงาน งานแต่งจัดขึ้นที่บ้านฝ่ายหญิงในแบบล้านนา และจะจัดอีกครั้งที่กรุงเทพในอาทิตย์ถัดไป ครอบครัวของเธอเดินทางมาถึงเมื่อวาน แม่เลี้ยงกับลูกชายเธอไปนอนที่บ้านส่วนพ่อนอนค้างกลับเธอที่บ้านหลังนี้ออแกไนซ์ที่ดารัณญาว่าจ้างกำลังวิ่งวุ่นจัดเตรียมซุ้มดอกไม้เพื่อเก็บภาพกันอย่างขะมักเขม้น ภาพถ่ายที่พรีเวดดิ้งที่ใช้ในงานไม่ได้ถ่ายใหม่แต่ณภัทรเอารูปที่เขาถ่ายหญิงสาวเมื่อครั้นไปเที่ยวด้วยกันมาใช้เป็นร้อยๆ รูปจนเธอก็ตกใจที่เห็นภาพตัวเองมากมายขนาดนี้ทั้งตั้งใจถ่ายและมุมเผลอไม่เว้นแม้กระทั่งตอนหลับ ดารัณญาเองก็เซอร์ไพรส์อยู่ไม่น้อยที่แฟนหนุ่มของเธอแอบทำให้อย่างลับๆ โดยเตรี๊ยมกันเองกับทีมออแกไนซ์ภาพโพลาลอยเป็นร้อยๆ รูปถูกหนีบและร้อยด้วยเช
“ภัทร ภัทรลองคิดดูดีๆ อีกครั้งได้ไหมคะ เผื่อว่าความรู้สึกที่ภัทรมีให้ยัยนั่นอาจจะเป็นแค่ความหลง ไม่ใช่ความรักอย่างที่ภัทรเข้าใจ”“ผมไม่ได้โง่ถึงขนาดไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเองหรอกนะฟ้ารุ่ง” ณภัทรตอบเสียงเรียบติดเย็นชา เรียกชื่อเต็มอีกฝ่ายบ่งบอกความห่างเหิน“ภัทรลืมรักของเราได้จริงๆ นะเหรอคะ ฟ้ายังจำได้นะว่าเราสัญญากันไว้ว่ายังไง เราจะสร้างครอบครัวเล็กๆ มีลูกน่ารักสักสองคนภัทรทำงานกลับบ้านมาก็กินกับข้าวฝีมือฟ้า เราจะกินข้าวเย็นพร้อมหน้าพร้อมตากัน” ฟ้ารุ่งยังคงไม่ยอมแพ้ เล่นบทน่าสงสารพลางบีบเค้นน้ำตาเพื่อขอความเห็นใจจากอดีตคนรัก ไม่เธอจะต้องได้เขากลับคืน ฟ้ารุ่งไม่มีวันยอมแพ้ยัยเด็กนั่นแน่ๆ เธอไม่มีวันยอมเสียภัทรไปอีกคนแน่ๆ“หึ คุณยังทำตามที่สัญญาไว้ไม่ได้แต่กลับมาทวงคนอื่นเนี่ยนะ”“ฟ้าไม่ได้ทวงนะคะ ฟ้าแค่อยากจะบอกว่าฟ้ายังรัก ยังจำเรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับภัทรได้ดี จำได้ไม่เคยลืม”“รักผมแต่กลับไปหมั้นไปแต่งงานกลับคนอื่นเนี่ยนะ รักภาษาไหนของคุณเหรอครับฟ้ารุ่ง” เสียงชายหนุ่มแค่นหัวเราะออกมา“ภัทรคะ ที่ฟ้าแต่งงานกับปารมีฟ้ามีเหตุผลนะคะ แต่ตอนนี้เราเลิกกันแล้ว”“อุ้ย พี่ฟ้า บังเอิญจังเลยนะคะได