登入
ฤดีซ่อนรัก โดย ไอศิกา วางจำหน่ายอีบุ๊คที่เว็บ m*b นะคะ
บทนำ
ในแวดวงนักออกแบบเสื้อผ้า จะมีอยู่เด็กจบใหม่คนหนึ่งเป็นที่ถูกกล่าวถึงโดยถ้วนหน้า เพียงแต่ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องดีสักเท่าไหร่ และเรื่องราวของเธอก็มักจะถูกคนในวงการยกเป็นตัวอย่างที่ ‘ไม่ดี’ ให้แก่รุ่นน้องฟังอีกต่างหาก
เธอคนนี้ชื่อพลอยขวัญ
ครอบครัวของพลอยขวัญมีกินมีใช้จากธุรกิจสุจริต พ่อกับแม่เลี้ยงดูเธอมาอย่างดี ดูแลรักใคร่ อบรมสั่งสอนและไม่มีข้อบกพร่องใดๆ พลอยขวัญจึงไม่เคยต้องทุกข์ร้อนหรือลำบากลำบนแม้แต่น้อย จะเรียกว่าเป็นเจ้าหญิงน้อยๆ ของครอบครัวเลยก็ว่าได้ ความฝันสดใสของเธอมีอยู่สองอย่าง นั่นคืออยากให้โลกนี้มีแต่ความสุข และอยากจะเป็นนักออกแบบเสื้อผ้าให้ตุ๊กตาบาร์บี้
“สักวันพลอยจะทำเสื้อผ้าแบรนด์ของตัวเอง ทุกคนจะได้ใส่ชุดสวยๆ ที่พลอยเป็นคนออกแบบค่ะ”
พลอยขวัญมักจะบอกใครต่อใครด้วยรอยยิ้ม แววตาเป็นประกายมุ่งมั่น สมัยเด็กๆ ตั้งแต่จำความได้ พลอยขวัญชอบไปร้านหนังสือในห้างแถวบ้านมาก และใช้เวลากับหนังสือที่ชอบซึ่งส่วนมากจะเป็นนิตยสารต่างประเทศ เวลาดูก็จะศึกษารูปแบบเสื้อผ้าสวยๆ และจินตนาการว่าเสื้อผ้าตัวนั้นน่าจะทำแบบนี้ ตัวนี้ก็น่าจะทำแบบนั้น พลอยขวัญจะเก็บเงินซื้อนิตยสารรายเดือนนั้นมาสะสม และร่างแบบเสื้อผ้าไว้ในสมุดส่วนตัว ลงสีสันสวยงาม
อยู่มาวันหนึ่ง ตอนนั้นพลอยขวัญอายุได้สิบหกปี หลังเลิกเรียนเธอแวะไปที่ร้านขายขนมหวานในตลาดเพื่อซื้อไปฝากพ่อกับแม่ ขณะที่กำลังจะจ่ายเงินก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น
บริเวณนอกร้านมีผู้คนพลุกพล่าน เจ้าของร้านกับเจ้าหน้าที่รปภ.ยืนล้อมกรอบอะไรบางอย่างอยู่
ด้วยความสงสัยพลอยขวัญจึงแทรกตัวผ่านผู้คนที่ยืนมุงเข้าไปดู พบว่ากลางวงล้อมนั้นมีเด็กชายแต่งตัวมอมๆ ชุดแต่งกายอาจจะเก่าไปบ้าง แต่ใบหน้าอ่อนเยาว์ของเด็กชายก็สะอาดสะอ้านดี แววตาเด็ดเดี่ยวทระนง พลอยขวัญรู้สึกได้ถึงศักดิ์ศรีของเด็กคนนี้ ไม่รู้ทำไมถึงไม่มีใครสังเกต
“เด็กขี้ขโมย จับได้คาหนังคาเขาแล้วยังไม่ยอมรับอีก! จับส่งตำรวจเลย”
“ผมไม่ได้ทำ ผมไม่ได้ทำ” เด็กชายยืนกรานเสียงสั่นเครือ “ผมไม่ได้ขโมย”
“ยังจะปากแข็งอีก ก็เห็นๆ อยู่ว่าแกเข้าไปในร้านแล้วเดินออกมา เอาของในร้านฉันคืนมา พ่อแม่อยู่ไหน ไปตามตัวมารับผิดชอบเลย”
“ผม... ไม่มีพ่อไม่มีแม่”
“ต๊ายย มิน่าล่ะ ไม่มีพ่อแม่คอยสั่งสอน ถึงได้ทำสันดานขี้ขโมย”
เจ้าของร้านชี้นิ้ว ร้องสั่งให้เจ้าหน้าที่พาไปสถานีตำรวจ เด็กชายกำมือแน่น ยืนกรานท่าเดียวว่าเขาไม่ใช่ขโมยอย่างที่กล่าวหา เจ้าของร้านเสียงดังไม่ใช่น้อยๆ พริบตาเดียวก็มีคนยืนมุงมากมาย ต่างมองมาที่เด็กชายแล้วเห็นตรงกันว่าสมควรจับส่งตำรวจจะได้เข็ดหลาบ ไม่ไปทำนิสัยเสียที่ไหนอีก
“ตัวแค่นี้ก็เป็นขโมยซะแล้ว โตไปจะขนาดไหนเนี่ย เด็กเหลือขอจริงๆ”
“ดูสายตาสิ ก้าวร้าวจริงๆ ไม่มีสำนึกเลย”
“ผมไม่ได้ทำ ผมไม่ได้ขโมย!”
“ถ้าไม่มีพ่อแม่ก็โทรตามญาติมา ใครเป็นผู้ปกครองล่ะ เอาเบอร์มา” เจ้าหน้าที่รปภ.จะฉวยคอเสื้อเด็กชายไว้ ทว่าพลอยขวัญแทรกตัวผ่านวงล้อมเข้าไปโอบกอดเด็กชายเสียก่อนท่ามกลางความงุนงงของทุกคน
“หนูเป็นพี่สาวของน้องคนนี้เองค่ะ” พลอยขวัญดึงเด็กชายไปไว้ข้างหลังอย่างปกป้อง “น้องหนูหยิบฉวยอะไรมาหรือคะ”
“ก็ลองถามน้องเธอดูเอาเองสิ”
“ได้ค่ะ ถ้าน้องหนูทำจริงๆ หนูยินดีรับผิดชอบค่ะ แต่ถ้าน้องหนูไม่ได้ทำ พี่ต้องขอโทษน้องหนูนะคะ” พลอยขวัญย่อตัวลง สองมือจับไหล่เล็กๆ ไว้แล้วถาม “น้องทำจริงๆ หรือเปล่าจ๊ะ”
“เปล่าครับ ผมไม่ได้ทำ”
“ค้นตัวดูสิ” ไทยมุงออกความเห็น ทุกคนต่างเห็นด้วย พลอยขวัญจึงถามเจ้าของร้านว่าสินค้าที่หายไปคืออะไร
เฮือกก!!! พลอยขวัญสะดุ้งสุดตัวแล้วกลิ้งตกลงมาจากเตียง นอนหงายขาชี้ฟ้า เธอลุกพรวดขึ้นมานั่งงงอยู่สักพักถึงได้เข้าใจว่าแค่ฝันไป แต่ฝันเหมือนจริงมากจนรู้สึกถึงสัมผัสที่หลงเหลืออยู่ตรงริมฝีปาก พลอยขวัญค่อยๆ คลานขึ้นมานั่งบนเตียง และแล้วผลกรรมก็ตามทัน คนคออ่อนอย่างพลอยขวัญประสบอาการกระเพาะปั่นป่วน ปวดศีรษะจี้ด ปากแห้งเป็นผง แต่ก็ยังจำความสนุกตอนที่กึ่มๆ ได้ดี หลังจากพะอืดพะอมมาถึงโรงอาหารของบริษัทแล้ว ตั้งใจจะไปหาอะไรร้อนๆ กินแก้เมาค้างก็พบว่าน้องเติร์ดรออยู่ กำลังทาน้ำผึ้งลงบนขนมปังปิ้งร้อนๆ เสร็จแล้วก็วางในจานยื่นให้เธอ “กินสักหน่อยนะครับ ฟรุกโตสในน้ำผึ้งจะช่วยแก้อาการเมาค้างได้ชะงัดสุดๆ นี่ครับ กินคู่กับน้ำมะเขือเทศปั่น ผมทำสดๆ เลย รับรองเห็นผลครับ” “ขอบใจนะน้องเติร์ด” พลอยขวัญกลืนน้ำลายดังอึก พยายามกระดกน้ำมะเขือเทศรวดเดียวหมดแก้วและลบความฝันประหลาดนั่นให้หมดๆ ไปจ
“พลอยจ๋า ตื่นได้แล้วนะ เดี๋ยวลูกไปโรงเรียนไม่ทัน” แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าส่องผ่านม่านโปร่งบางเข้ามา เสียงนุ่มนวลปลุกพลอยขวัญให้ตื่นขึ้น แล้วพบว่าตัวเองกำลังนอนคว่ำเหยียดตัวราวกับแมวเกียจคร้านอยู่ใต้ผ้านวมอุ่นๆ มีกลิ่นข้าวเดือดหอมๆ ลอยเข้ามาเตะจมูก พลอยขวัญได้ยินเสียงเด็กหัวเราะแว่วๆ เป็นเสียงเด็กผู้หญิงช่างพูดช่างเจรจา สปีกอิงลิชฟุดฟิดฟอไฟ แล้วก็สลับไปร้องเพลงเป็นภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่ว เธอสะลึมสะลือก่อนจะตื่นเต็มตาเมื่อคนตรงหน้าโน้มตัวลงมาหอมแก้ม และที่สำคัญคือร่างกำยำเปลือยท่อนบน ในมือถือทัพพีตักข้าว อีกมืออุ้มเจ้าลูกคนเล็กหนีบเข้าเอวมาด้วย “เหม่ออะไรกับหนูพลอย ลุกไปอาบน้ำแต่งตัวเร็ว เดี๋ยวกับข้าวเย็นหมด” หนูพลอย? “น้องเติร์ด? นี่ที่ไหน แล้วนั่นลูกใครคะน่ารักจัง” “โฮ่? เมื
บรรยากาศในผับคึกคักมาก เสียงดนตรีแสดงสดเร่งเร้าอารมณ์เฮฮา พวกพนักงานหลายคนไม่มีโอกาสได้มาเที่ยวผับหลายเดือนแล้วจึงปล่อยใจจอยเต็มที่ บอสใหญ่สั่งเหมาผับเลี้ยงฉลองให้ทุกคนแบบนี้ แต่ละคนก็กินดื่มและเต้นกันสนุก ทำเอาพลอยขวัญเริ่มคึกตามไปด้วย ดูดน้ำแดงโซดาใส่ไอศครีมวนิลลาจนหมดแก้ว โยกๆ ตัวไปตามเสียงดนตรี “พี่เคยทำงานเป็นผู้ช่วยบาร์เทนเดอร์ ทำที่โรงแรมด้วยนะ” ทุกคนหันมามองหน้าพลอยขวัญ นึกสงสัยตรงกันว่ามีอะไรบ้างที่หัวหน้าพลอยไม่เคยทำ พลอยขวัญยักไหล่ ก็ช่วงชีวิตดำมืดต้องกินต้องใช้ ต้องหาเงินจ่ายค่าเช่าห้องนี่นา แต่ก็ไม่ได้ทำนานหรอก แค่สองสามเดือนเท่านั้น ตอนนั้นจำได้แม่นเลยว่าได้ค่าแรงวันละหกร้อย สำหรับคนที่ไม่มีเงินแล้วนับว่ามากโขอยู่ “แล้วเมนูอะไรที่พี่ถนัดที่สุดครับ” “นมร้อน กาแฟเอสเปรซโซแล้วก็โกโก้ด้วยนะ”
บทที่ 13 บาร์เทนเดอร์เมารัก โปรเจกของพลอยขวัญประสบความสำเร็จ บอสใหญ่จึงประกาศเลี้ยงฉลองให้ทุกคนในบริษัทด้วยเหมาผับหรู และจัดประกวดชุดความคิดสร้างสรรค์เพื่อความสนุกสนานอีกด้วย ทุกคนจึงตื่นเต้นกันมาก เตรียมชุดไปสนุกกันยกใหญ่ พวกพนักงานที่อายุน้อยๆ ต่างอวยยศให้บอสใหญ่อย่างท่านจอมพลกันไม่หยุด “บอสใหญ่คนนี้ใจดีจริงๆ เลยนะพวกเรา” “ใจดีอย่างกับเทวดามาโปรดเลย” น้องน้ำดีใจมาก เพราะทุกคนที่ร่วมทีมโปรเจกของพลอยขวัญได้โบนัสพิเศษกันทุกคน ลบคำเล่าลือว่า ‘ท่านจอมพล’ แสนโหดและเผด็จการออกไปจนหมดสิ้น พวกเด็กเรียกผู้บริหารว่าเป็น ‘ป๋าเทวดา’ แทน ทำเอาพลอยขวัญหัวเราะขำแทบแย่ เจ้าหนุ่มเติร์ดที่นั่งเท้าคางสบายอารมณ์จึงตอบยิ้มๆ “เพร
ชั้นบนสุดของบริษัทนั้นเป็นชั้นผู้บริหารซึ่งสงวนไว้เฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ห้องทำงานส่วนตัวของผู้บริหารหนุ่มเต็มไปด้วยรสนิยมอันน่าทึ่ง ทุกรายละเอียดเคร่งขรึม ข่มทับผู้มาเยือนด้วยโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ ร่างสูงใหญ่นั่งพลิกอ่านเอกสารทีละหน้าด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ เหล่าผู้รับคำสั่งจึงต่างยืนรออย่างสำรวม ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเสียงดัง นายใหญ่ดูอารมณ์ไม่ดีเลย... พวกเขาส่งสายตามองกัน สรุปตรงกันว่าคุณ ‘พชร’ กำลังหงุดหงิด ว่ากันว่าแค่คำพูดของเขาก็ฆ่าคนได้อย่างโหดเหี้ยมทั้งที่ยิ้มแย้มอ่อนโยน มองทุกอย่างทะลุปรุโปร่งและทำทุกสิ่งเป็นไปดั่งใจนึก ใครต่อใครจึงรับรู้ว่าเขาคือคนที่ไม่ควรเป็นศัตรูด้วยเด็ดขาด หากทำให้เขาไม่พอใจอะไรขึ้นมา ต่อให้ตำแหน่งสูงแค่ไหนก็เด้งได้ง่ายๆ “ฉันสั่งแล้วใช่มั้ยว่าต้องเป็นอาหารโซเดียมต่ำ แล้วนี่มันอะไร ไหนล่ะเมนูที่เพิ่มธัญพืชกับเส้นใยอาหาร น้ำส้มต้องเป็นส้มแมนดารินเท่านั้น” เขาโยนเอกสาร
“ที่ผ่านมา... โปรเจกที่พี่ได้ทำและนำเสนอผ่าน คงเพราะน้องเติร์ดสั่งสินะ” “มิได้ครับ ผมเพียงเฝ้าดูความเป็นไปของพี่ และสนับสนุนให้พี่ทำงานอย่างสุขใจเท่านั้น” พลอยขวัญมองเขาอย่างเหม่อลอยครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวขึ้นโดยที่สายตายังไม่ละไปจากวงหน้าคมเข้ม “เมื่อนานมาแล้ว พี่เคยเจอเด็กคนหนึ่งคล้ายๆ น้องเติร์ดนะ เขาเป็นคนแรกที่ทำให้พี่มั่นใจว่าพี่ทำในสิ่งที่รักได้ และก็มีน้องเติร์ดที่คอยช่วยเหลือให้พี่กลับมาทำในสิ่งที่รักอีกครั้ง พี่ขอบใจจริงๆ” แววตาของเขาเจิดจ้าขึ้น ราวกับว่าได้กลับไปหวนนึกถึงวันวานร่วมกับเธอ ความเงียบระหว่างทั้งคู่จึงเกิดขึ้นอยู่นาน และจู่ๆ เขาก็เอ่ยถามขึ้นมาอย่างอ่อนไหว “ผม... เท่จริงๆ เหรอ” พลอยขวัญหันมามองหน้าเขา แอบนึกขันว่าหล่อเท่ขนาดนี้ยังไม่รู้ตัวอีกหรือ “จริงสิ น้อ







