Share

บทที่ 4

Author: อันเช่อ
พอเดินออกมาจากสถานพยาบาล ซ่งจืออวิ้นก็ค่อย ๆ ย่ำหิมะดินกลับไปยังเขตบ้านพักครอบครัว

พอไปถึงหน้าประตู ก็เห็นลู่อวิ๋นกุยยืนขมวดคิ้วมุนอยู่ตรงนั้น

"คุณไปไหนมา" น้ำเสียงของเขาผ่อนคลายลงเล็กน้อย "...คุณไม่สบายจริง ๆ เหรอ"

เดิมทีเขาอยากจะระบายความโกรธ แต่เธอหน้าซีดเผือด คล้ายกับไม่สบายจริงอย่างที่ว่า

ซ่งจืออวิ้นตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "นั่นสิ คุณเป็นคนผลักฉันล้มลงพื้นเองกับมือ จำไม่ได้แล้วเหรอ"

ลู่อวิ๋นกุยถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่ตนเองพลั้งมือไปชนเธอเข้า

"ขอโทษนะ เมื่อกี้ผมรีบร้อนเกินไป คุณบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า"

ซ่งจืออวิ้นไม่ได้ตอบ แค่ถามว่า "ลูกของฉินหวั่นอวี้เป็นยังไงบ้าง"

"โชคดีที่ไม่เป็นไร ไม่งั้นก็เท่ากับหนึ่งชีวิตเลยนะ"

ลู่อวิ๋นกุยสูดหายใจเข้าลึก ก้าวเท้าขยับเข้าไปใกล้เธอ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ต่อไปอย่าวู่วามแบบนี้อีกได้ไหม เด็กยังเล็กขนาดนั้น คุณทำลงไปได้ยังไง"

ซ่งจืออวิ้นเงยหน้าขึ้น จ้องมองชายตรงหน้า จู่ ๆ ก็สึกว่าแปลกหน้าเหลือเกิน

"ในใจของคุณ ฉันเป็นคนแบบนั้นเหรอ แล้วถ้าฉันบอกว่า ฉินหวั่นอวี้จงใจยกลูกขึ้นมารับตบของฉันเอง คุณจะเชื่อไหม"

"ซ่งจืออวิ้น!" ลู่อวิ๋นกุยหน้าบึ้งตึงลงทันที "เลิกใส่ร้ายหวั่นอวี้สักทีได้ไหม สามปีแล้ว ทำไมคุณยังเป็นแบบนี้อยู่อีก"

เป็นไปตามคาด...เขาไม่เชื่อ

เธอนึกย้อนไปเมื่อสามปีก่อน ตอนที่ฉินหวั่นอวี้มาที่บ้านเป็นครั้งแรก และตั้งใจเทน้ำร้อนใส่ตัวเอง แต่กลับบอกว่าเธอเป็นคนเท

ต่อมาเมื่อไปร้านค้าสหกรณ์ด้วยกัน ฉินหวั่นอวี้ตกบันได ก็บอกว่าเธอเป็นคนขัดขา

กระทั่งมีอยู่ครั้งหนึ่ง ฉินหวั่นอวี้ถือกรรไกรแทงตัวเองจนบาดเจ็บ แล้วร้องไห้บอกว่าซ่งจืออวิ้นจะฆ่าเธอ

การปรักปรำครั้งแล้วครั้งเล่า การลำเอียงครั้งแล้วครั้งเล่า เธอคิดว่าหลังจากแต่งงานใหม่ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป แต่กลับคิดไม่ถึงว่ายังคงเป็นเหมือนเดิม

เธอเหนื่อยแล้วจริง ๆ

"ลู่อวิ๋นกุย ที่เมื่อกี้คุณบอกว่ายอมหย่า ยังนับอยู่ไหม"

พอได้ยินเธอพูดเรื่องหย่า ลู่อวิ๋นกุยก็รีบปลอบเธอทันที "ซ่งจืออวิ้น คุณท้องได้แปดเดือนแล้ว จะมาโวยวายเรื่องหย่าอะไรอีก เมื่อกี้ผมพูดเพราะโมโห คุณอย่าเก็บมาใส่ใจเลย ผมไม่มีวันหย่ากับคุณหรอก"

ซ่งจืออวิ้นย้อนถาม "คุณไม่กลัวลูกชายตัวเองโดนด่าว่าเป็นลูกไม่มีพ่อเหรอ"

ลู่อวิ๋นกุยชะงัก "ผมแค่ไม่อยากหย่ากับคุณ คนที่ผมรักที่สุดมีแค่คุณคนเดียว ส่วนหวั่นอวี้ ผมมีแค่ความรับผิดชอบ พี่หยางเป็นเพื่อนร่วมรบของผม ก่อนตายเขาฝากฝังเธอไว้กับผม ผมไม่เหลียวแลเธอไม่ได้หรอก เธอเป็นโรคซึมเศร้า เรื่องนี้คุณก็รู้"

ซ่งจืออวิ้นพลันหัวเราะออกมา "เป็นโรคซึมเศร้า ก็เลยต้องขึ้นเตียงกับคุณงั้นเหรอ แถมยังมีลูกด้วยกันอีก ลู่อวิ๋นกุย คุณไม่มีขอบเขตกับเธอเลยหรือไง"

แน่นอนว่าซ่งจืออวิ้นรู้ว่าฉินหวั่นอวี้เป็นโรคซึมเศร้า

เมื่อสามปีก่อน ก็เพราะเธอเป็นโรคซึมเศร้านี่แหละ ซ่งจืออวิ้นถึงได้ทะเลาะกับลู่อวิ๋นกุยจนถึงขั้นจะหย่า

หลังจากสามีของฉินหวั่นอวี้เสียชีวิต ลู่อวิ๋นกุยก็รับเธอมาอยู่ที่บ้าน

ในช่วงเวลานั้น เธอไม่ยอมให้ลู่อวิ๋นกุยมีความใกล้ชิดกับซ่งจืออวิ้นเลยแม้แต่น้อย

ห้ามจับมือ ห้ามกอด ห้ามจูบ แม้กระทั่งร่วมห้องก็ห้าม

กระทั่งพอลู่อวิ๋นกุยไม่สนใจเธอ ฉินหวั่นอวี้ก็จะฆ่าตัวตายหรือทำร้ายตัวเอง

ต่อมาลู่อวิ๋นกุยก็ยิ่งสนิทสนมกับเธอมากขึ้น ตกกลางคืนก็ยังอยู่เฝ้าเธอในห้องทั้งคืน

ซ่งจืออวิ้นเองก็หึงหวงและโวยวาย แต่เขากลับพูดออกมาอย่างสบาย ๆ ว่า "พี่หยางเป็นเพื่อนร่วมรบที่ดีของผม เธอเป็นคนที่พี่หยางรักที่สุด ผมเองก็ไม่มีทางเลือก คุณช่วยเข้าใจผมหน่อยไม่ได้เหรอ"

เธออดทนมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นกับตาว่าพวกเขาร่วมรักกันบนเตียงของเธอเอง

สุดท้ายเธอถึงทนไม่ไหว และขอหย่ากับเขา!

ไม่นึกเลยว่าผ่านไปสามปีแล้ว เขายังคิดจะใช้เหตุผลเดิม ๆ นี้ในการนอกใจอย่างอุกอาจเปิดเผย

มันน่าขยะแขยงจริง ๆ !

"พอเด็กเกิดมาแล้ว ต่อไปผมจะไม่แตะต้องเธออีก ถ้าคุณไม่ชอบ ทะเบียนบ้านของเด็กก็ค่อยไปลงที่อื่น"

ลู่อวิ๋นกุยยังพูดไม่ทันจบ หญิงสาวที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็พลันร้องไห้ออกมาทันที

"อวิ๋นกุย คุณพูดจริงเหรอ คุณไม่คิดจะเอาฉันกับลูกแล้วใช่ไหม"

ฉินหวั่นอวี้สวมเสื้อผ้าบางเบา ยืนอ่อนปวกเปียกอยู่กับที่ คล้ายกับจะล้มลงได้ตลอดเวลา

"ฉันเข้าใจแล้ว ฉันจะพาลูกหายไปเอง จากนี้ไปพวกเราจะไม่โผล่มาให้คุณเห็นหน้าอีก"

ฉินหวั่นอวี้ร้องไห้โฮแล้ววิ่งหนีไปไกล ลู่อวิ๋นกุยขมวดคิ้ว กำลังจะก้าวตามไป แต่กลับถูกซ่งจืออวิ้นรั้งแขนไว้

เธอเสียงสั่น วอนขอเขาเป็นครั้งสุดท้าย "อวิ๋นกุย อย่าไปนะ"

"ซ่งจืออวิ้น ขอโทษนะ ผมกลัวว่าหวั่นอวี้จะเป็นอะไรไป"

ลู่อวิ๋นกุยลังเลเล็กน้อย ทว่าสุดท้ายก็สลัดมือซ่งจืออวิ้นออก แล้ววิ่งตามไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

ซ่งจืออวิ้นมองดูฝ่ามือที่ว่างเปล่า หัวใจตายสนิทโดยสิ้นเชิง

ลู่อวิ๋นกุย ในเมื่อคุณตัดใจจากเธอไม่ได้ขนาดนี้ งั้นฉันก็จะเก็บลูกไว้แล้วทิ้งพ่อมัน

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ลมพัดหิมะโปรย มิอาจลบเลือนฝันวันวาน   บทที่ 23

    "จืออวิ้น..."ลู่อวิ๋นกุยรู้ดี ว่าไม่ว่าตัวเองจะพูดอะไร ก็ไม่มีทางแสดงความรู้สึกเสียใจและขอโทษออกมาได้เลยเขากลั้นใจคุกเข่าลงบนพื้นต่อหน้าเธอ จ้องมองเธอพร้อมตาแดงก่ำ "ผมรู้ว่าพูดอะไรไปก็ไร้ประโยชน์ แต่คุณทำใจเห็นเด็กตัวเล็ก ๆ ขนาดนี้ ไม่มีพ่อได้ลงคอเหรอ""ใครบอกว่าแกไม่มีพ่อ"ซ่งจืออวิ้นเลิกคิ้ว "วันข้างหน้าฉันจะเจอผู้ชายที่ดีกว่านี้ แกก็จะมีพ่อเอง ต่อให้ไม่มี แกก็ไม่มีวันรับคนเลวทรามอย่างคุณเป็นพ่อหรอก! ลู่อวิ๋นกุย ถ้านายยังพอมีจิตสำนึกอยู่บ้าง ตอนนี้ก็กลับไปซะ แล้วก็ไม่ต้องมาโผล่ต่อหน้าฉันกับลูกสาวอีกตลอดกาล! ไม่งั้น ฉันจะพาบ้านลูกสาวย้ายหนี ย้ายไปอยู่ในที่ที่คุณไม่มีวันหาเจอ!""ต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ"ลู่อวิ๋นกุยร้องไห้ เขาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดอย่างแท้จริงแล้ว"ทำไมถึงไม่ทำเหมือนเมื่อสามปีก่อน ทำไมไม่ให้โอกาสผมเป็นครั้งสุดท้ายอีก แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวได้ไหม""จะไม่มีโอกาสอะไรให้อีกแล้ว ลู่อวิ๋นกุย" ซ่งจืออวิ้นส่ายหน้า แล้วพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ "เมื่อสามปีก่อน ฉันเคยให้โอกาสคุณแล้ว แต่คุณกลับไม่รู้จักเห็นค่าเอง มาวันนี้ คุณเสียเมีย เสียลูกแท้ ๆ ของตัวเอง ก็เพราะตัวเองทั้งนั

  • ลมพัดหิมะโปรย มิอาจลบเลือนฝันวันวาน   บทที่ 22

    "จืออวิ้น ลูกยังไม่ตายใช่ไหม ลูกของพวกเรายังไม่ตายใช่ไหม จืออวิ้น คุณออกมาเจอผมสิ ผมอยากเจอลูกของพวกเรา ทำไมต้องหลอกผมด้วย! ลูกยังไม่ตายแล้วทำไมต้องหลอกผมด้วย!"เขาทั้งดึงทั้งเขย่าประตูเหล็กพลางตะโกนโวยวายราวกับคนเสียสติ เพื่อนบ้านรอบข้างต่างพากันออกมาดูเรื่องอลเวงซ่งจืออวิ้นกำลังอุ้มลูกหยอกล้อเล่นอยู่ในบ้าน พอได้ยินเสียงลู่อวิ๋นกุย เธอก็ยกมุมปากแสยะยิ้มเขายังกล้ามีหน้ามาถามอีกเหรอว่าทำไม ถ้าวันนั้นไม่ใช่เพราะลูกน้องของเขาปรานี ส่งเธอไปสถานพยาบาลก็ไม่ใช่แค่ลูกหรอก ว่าแม้แต่ชีวิตของเธอก็คงไม่มีเหลือแล้วเด็กคนนี้คือคนที่เธอเกือบจะเอาชีวิตแลกมา ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับลู่อวิ๋นกุย แม้แต่น้อย"ไอ้เวรลู่อวิ๋นกุยนี่ พ่อต้องออกไปชกเรียกสติมันหน่อย!"พ่อของซ่งจืออวิ้นพูดพลางทำท่าจะออกไป ซ่งจืออวิ้นมองชายหนุ่มที่ถูกเพื่อนบ้านล้อมรอบแวบหนึ่ง ในที่สุดก็ตัดสินใจออกไปคุยกับเขาให้รู้เรื่อง"พ่อคะ ให้หนูไปเองเถอะ ถ้าไม่พูดกับลู่อวิ๋นกุยให้รู้เรื่อง เขาก็คงจะคอยตามตอแยหนูไปตลอดชีวิต หนูเหนื่อยมากแล้วจริง ๆ หนูไม่อยากจะพัวพันกับเขาอีกแล้ว""ได้ งั้นส่งหลานมาให้แม่..."แม่ของซ่งจืออวิ้นหวั

  • ลมพัดหิมะโปรย มิอาจลบเลือนฝันวันวาน   บทที่ 21

    "ไอ้ลู่อวิ๋นกุยนี่ มันจะเอายังไงกันแน่"พอพ่อของซ่งจืออวิ้นรู้เรื่องนี้ ก็โวยวายว่าจะออกไปเอาคืนลู่อวิ๋นกุยที่บ้านฝั่งตรงข้ามซ่งจืออวิ้นนอกจากบอกให้เขาใจเย็น ๆ ลงแล้ว ก็ไม่มีวิธีอื่นอีกลู่อวิ๋นกุยกำลังสั่งให้คนรับใช้ยกเฟอร์นิเจอร์ใหม่เข้าไปจัดวาง พอหันหลังกลับมาก็เห็นพ่อของซ่งจืออวิ้นยืนอยู่ข้างหลังตน"คุณพ่อ! ในที่สุดก็ยอมมาพบผมแล้ว""เดี๋ยวก่อน ผู้บังคับบัญชาลู่ ระวังเรื่องคำเรียกหน่อยดีกว่า คุณกับลูกสาวผมหย่ากันแล้ว ผมไม่ใช่พ่อของคุณ และต่อไปก็จะไม่ใช่พ่อของคุณด้วย"พ่อของซ่งจืออวิ้นตัดบทเขา แล้วเอ่ยเสียงเข้ม "ผมขอถามคุณหน่อย คุณซื้อบ้านหลังนี้ไว้ ที่จริงแล้วจะเอายังไงกันแน่""คุณพ่อ ผมรู้ว่าผมผิดไปแล้ว ครั้งนี้ที่ผมมา ผมอยากมาขอให้จืออวิ้นให้อภัยผม"ลู่อวิ๋นกุยขมวดคิ้ว เอ่ยด้วยน้ำเสียงถ่อมตน "ถ้าจืออวิ้นไม่ยอมให้อภัยผม งั้นผมก็จะอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิต จนกว่าเธอจะยอมให้อภัยผม""เหอะ! คุณมันหน้าด้าน!"สุดท้ายพ่อของซ่งจืออวิ้นก็ข่มความโกรธไว้ไม่ไหว พลันชี้หน้าด่าเขา "แกยังจำคำที่ตัวเองเคยพูดเมื่อสามปีก่อนได้ไหม แกก็พูดแบบนี้แหละ บอกว่าสำนึกผิดแล้ว ต่อไปจะไม่ไปเจอผู้หญิงคนนั

  • ลมพัดหิมะโปรย มิอาจลบเลือนฝันวันวาน   บทที่ 20

    บ้านตระกูลซ่งตอนที่ลู่อวิ๋นกุยไปถึง ก็เป็นเวลาบ่ายแล้วนั่งรถไฟมาทั้งวัน เขาเหนื่อยจนแทบไม่ไหวตั้งนานแล้วแต่เขาไม่ได้หยุดพักเลย รีบตรงไปที่ตระกูลซ่งก่อนเมื่อสามปีก่อน เขาก็รับตัวซ่งจืออวิ้นไปจากที่นี่เช่นกันตอนนั้นเขายังสัญญาต่อหน้าพ่อแม่ของเธอด้วยว่า ชาตินี้จะไม่ทำให้ซ่งจืออวิ้นผิดหวังอีกแต่เพียงแค่สามปีสั้น ๆ เขาก็ทำผิดพลาดอีกครั้งอีกทั้งความผิดครั้งนี้ยังร้ายแรงยิ่งกว่าเมื่อสามปีก่อนเสียอีกเขาไม่ใช่แค่อับอายจนไม่กล้าสู้หน้าซ่งจืออวิ้น แม้แต่พ่อแม่ของอีกฝ่ายเขาก็ไม่มีหน้าจะไปพบ"คุณคะ ขอโทษนะคะ มาหาใครเหรอคะ?"คนรับใช้บ้านตระกูลซ่งเห็นเขายืนด้อม ๆ มองๆ อยู่หน้าประตู จึงเอ่ยถามอย่างระแวดระวัง "ถ้าคุณไม่มีธุระอะไร ก็เชิญออกไปเถอะ ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจแล้วนะ"เป็นคนรับใช้คนใหม่ จึงไม่รู้จักลู่อวิ๋นกุย"ฉันเป็นสามีของซ่งจืออวิ้น ฉันมาหาเธอ""คุณคืออดีตสามีของคุณหนูพวกเราเหรอ"ชะตากรรมที่ซ่งจืออวิ้นต้องพบเจอ คนในตระกูลซ่งต่างรู้กันดีพอเห็นลู่อวิ๋นกุย แม้แต่คนรับใช้ก็ยังไม่ชอบขี้หน้าเลย"ขอโทษด้วยนะคะ คุณหนูบ้านเรากำลังอยู่ช่วงฟื้นฟูร่างกายหลังคลอด เธอไม่มีเวลาพบคุณ

  • ลมพัดหิมะโปรย มิอาจลบเลือนฝันวันวาน   บทที่ 19

    "ฮ่า ๆ ๆ"ลู่อวิ๋นกุยพลันหัวเราะออกมาเดินมาถึงจุดนี้ได้ก็สมน้ำหน้าเขาแล้ว สมควรโดนแล้วจริง ๆ !"อวิ๋นกุย คุณฟังฉันอธิบายก่อน คุณฟังผิดไปแล้วจริง ๆ เด็กเป็นลูกของคุณนะ!"ฉินหวั่นอวี้รวบรวมความกล้าเดินลงมา หวังจะเข้าไปประคองเขา แต่กลับถูกเขาสะบัดออกอย่างแรง"อย่ามาแตะต้องตัวผม คุณมันสารเลวสกปรก! ผมจะให้โอกาสคุณเป็นครั้งสุดท้าย บอกมาว่าเด็กคนนั้นใช่ลูกผมไหม! อย่ารอให้ผมทำรายงานตรวจดีเอ็นเอเสร็จ แล้วคุณค่อยมาเสียใจนะ ตอนนั้นมันสายไปแล้ว""อวิ๋นกุย!"พอพูดออกมาแบบนี้ ฉินหวั่นอวี้ก็คุกเข่าลงต่อหน้าเขาทันที เธอร้องไห้ขี้มูกโป่ง "มันเป็นอุบัติเหตุ วันนั้นฉันโทรเรียกคุณมาหาที่บ้านแต่คุณไม่ยอมมา ฉันเลยโมโหออกไปดื่มเหล้า พอตื่นขึ้นมา ฉัน...มันเป็นอุบัติเหตุจริง ๆ ผู้ชายคนนั้นฉันไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำ หลังจากนั้นฉันก็ไม่เคยติดต่อกับเขาอีกเลย! คุณเชื่อฉันสิ ต่อให้เด็กไม่มีสายเลือดเดียวกับคุณ แต่ต่อไปก็เรียกคุณว่าพ่อได้ ดูแลเลี้ยงดูคุณยามแก่ชราได้เหมือนกัน! คุณไม่ได้เสียหายอะไรเลยไม่ใช่เหรอ""หุบปากไปเลย!"ลู่อวิ๋นกุยโกรธจนตัวสั่น ง้างมือตบหน้าเธอเข้าอย่างจังฉาดหนึ่ง"ฉินหวั่นอวี้ ให้มัน

  • ลมพัดหิมะโปรย มิอาจลบเลือนฝันวันวาน   บทที่ 18

    บนรถ พอลู่อวิ๋นกุยได้ยินคำพูดของลูกน้อง สีหน้าก็ย่ำแย่ถึงขีดสุดเห็นสถานีรถไฟอยู่ตรงหน้าแล้วแท้ ๆ ใกล้ถึงเวลาที่รถไฟจะออกแล้วด้วยแต่ฉินหวั่นอวี้ กลับจะเอาเป็นเอาตายให้ได้!เธออยากตายก็ช่างเถอะ แต่ยังจะพาลูกตายไปด้วยอีก เธอเป็นบ้าไปแล้วจริง ๆ!"ทำยังไงดีครับ ผู้บังคับบัญชาลู่ พวกเรายังจะไปสถานีรถไฟไหมครับ""ฉินหวั่นอวี้บ้าไปแล้ว เธอทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ ถ้าฉันไปจริง ๆ เธอคงพาเด็กตายไปด้วยจริง ๆ แน่"ลู่อวิ๋นกุยดึงสายตากลับมาจากสถานีรถไฟ ก่อนจะสั่งเสียงสั่น "กลับไป""ครับ!"ตอนที่รถใกล้จะขับถึงบ้าน ลูกน้องก็โทรศัพท์มาอีกครั้ง บอกว่าฉินหวั่นอวี้ เสียเลือดมากเกินไป ตอนนี้ถูกส่งตัวไปสถานพยาบาลแล้ว ส่วนเด็กไม่เป็นอะไรในเมื่อพลาดเวลารถไฟออกแล้ว ลู่อวิ๋นกุยก็จนปัญญา จำต้องเดินทางไปที่สถานพยาบาลพอไปถึงหน้าห้องผู้ป่วย เขาก็ได้ยินเสียงบทสนทนาดังออกมาจากข้างใน"หวั่นอวี้ เธอเป็นบ้าไปแล้วหรือไง นี่กล้าฆ่าตัวตายจริง ๆ เหรอ""นั่นสิ เธอเกือบตายแล้วรู้ไหม""เพื่อลู่อวิ๋นกุยนั่น เธอถึงกับยอมทิ้งชีวิตเลยเหรอ ก็ไม่ใช่ว่าเป็นโรคซึมเศร้าจริง ๆ สักหน่อย...ดูเธอทำเข้าสิ น่ากลัวขนาดไหน"ลู่อว

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status