เข้าสู่ระบบในปีที่สามหลังจากแต่งงานอีกครั้งกับลู่อวิ๋นกุย ซ่งจืออวิ้นก็ตั้งครรภ์ ในฐานะภรรยาของเขา เธอพยายามอย่างมากที่จะหลีกเลี่ยงการทะเลาะกับเขาอีก พอเขากลับบ้านดึก เธอก็ไม่ไปรับเขาอีกแล้ว เวลาเขาไปสังสรรค์จนเมากลับมา เธอก็แค่ให้แม่บ้านต้มซุปสร่างเมาไว้ให้ เขางานยุ่งและกลับบ้านน้อยลง เธอไม่เคยยืมโทรศัพท์ในเขตบ้านพักครอบครัวเพื่อโทรหาเขาเลย ตอนท้องได้แปดเดือน เธอพบตลับครีมบำรุงผิวที่ไม่ใช่ของเธอในเสื้อโคตของเขา แต่ก็ทำเพียงเก็บคืนที่เดิมเงียบ ๆ จนกระทั่งวันนั้น เธอไปตรวจครรภ์ที่ศูนย์อนามัยแม่และเด็กข้างเขตบ้านพักครอบครัว ก็ได้เห็นฉากที่สะเทือนใจที่สุดเข้า พยาบาลสาวสองคนเพิ่งเดินออกมาจากห้องผู้ป่วย ระหว่างนั้นคุยกันตลอดทางว่า "นักวิจัยลู่ใส่ใจถรรยาของสหายร่วมรบจริง ๆ เธอเพิ่งคลอดลูกชายตัวอ้วนจ้ำม่ำ เขาก็เหมาห้องเดี่ยวที่ดีที่สุดของที่นี่ให้เลย!" "ได้ยินมาว่าสหายฉินคนนี้เป็นภรรยาหม้ายของสหายร่วมรบของนักวิจัยลู่ นักวิจัยลู่ดูแลดีแบบไร้ที่ติ ตอนกลางวันก็เฝ้า ตอนกลางคืนก็ไม่กลับเขตบ้านพักครอบครัว ถือเป็นคนกตัญญูมีน้ำใจจริง ๆ" "แต่ได้ยินว่าเมียของนักวิจัยลู่ก็ใกล้จะคลอดเหมือนกันไม่ใช่เหรอ ถ้าเจ้าตัวรู้เข้า ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้างนะ!" เสียงของพยาบาลเบาลง แต่กลับดังเข้าหูของซ่งจืออวิ้นอย่างชัดเจน เธอจ้องมองชายหนุ่มในห้องที่กำลังอุ้มทารกไว้ในอ้อมอกพลางพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานข้างกาย ตาก็แดงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เธอตัดสินใจหย่า ซึ่งครั้งนี้ เธอจะไม่กลับไปแต่งงานใหม่อีกเด็ดขาด!
ดูเพิ่มเติม"จืออวิ้น..."ลู่อวิ๋นกุยรู้ดี ว่าไม่ว่าตัวเองจะพูดอะไร ก็ไม่มีทางแสดงความรู้สึกเสียใจและขอโทษออกมาได้เลยเขากลั้นใจคุกเข่าลงบนพื้นต่อหน้าเธอ จ้องมองเธอพร้อมตาแดงก่ำ "ผมรู้ว่าพูดอะไรไปก็ไร้ประโยชน์ แต่คุณทำใจเห็นเด็กตัวเล็ก ๆ ขนาดนี้ ไม่มีพ่อได้ลงคอเหรอ""ใครบอกว่าแกไม่มีพ่อ"ซ่งจืออวิ้นเลิกคิ้ว "วันข้างหน้าฉันจะเจอผู้ชายที่ดีกว่านี้ แกก็จะมีพ่อเอง ต่อให้ไม่มี แกก็ไม่มีวันรับคนเลวทรามอย่างคุณเป็นพ่อหรอก! ลู่อวิ๋นกุย ถ้านายยังพอมีจิตสำนึกอยู่บ้าง ตอนนี้ก็กลับไปซะ แล้วก็ไม่ต้องมาโผล่ต่อหน้าฉันกับลูกสาวอีกตลอดกาล! ไม่งั้น ฉันจะพาบ้านลูกสาวย้ายหนี ย้ายไปอยู่ในที่ที่คุณไม่มีวันหาเจอ!""ต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ"ลู่อวิ๋นกุยร้องไห้ เขาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดอย่างแท้จริงแล้ว"ทำไมถึงไม่ทำเหมือนเมื่อสามปีก่อน ทำไมไม่ให้โอกาสผมเป็นครั้งสุดท้ายอีก แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวได้ไหม""จะไม่มีโอกาสอะไรให้อีกแล้ว ลู่อวิ๋นกุย" ซ่งจืออวิ้นส่ายหน้า แล้วพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ "เมื่อสามปีก่อน ฉันเคยให้โอกาสคุณแล้ว แต่คุณกลับไม่รู้จักเห็นค่าเอง มาวันนี้ คุณเสียเมีย เสียลูกแท้ ๆ ของตัวเอง ก็เพราะตัวเองทั้งนั
"จืออวิ้น ลูกยังไม่ตายใช่ไหม ลูกของพวกเรายังไม่ตายใช่ไหม จืออวิ้น คุณออกมาเจอผมสิ ผมอยากเจอลูกของพวกเรา ทำไมต้องหลอกผมด้วย! ลูกยังไม่ตายแล้วทำไมต้องหลอกผมด้วย!"เขาทั้งดึงทั้งเขย่าประตูเหล็กพลางตะโกนโวยวายราวกับคนเสียสติ เพื่อนบ้านรอบข้างต่างพากันออกมาดูเรื่องอลเวงซ่งจืออวิ้นกำลังอุ้มลูกหยอกล้อเล่นอยู่ในบ้าน พอได้ยินเสียงลู่อวิ๋นกุย เธอก็ยกมุมปากแสยะยิ้มเขายังกล้ามีหน้ามาถามอีกเหรอว่าทำไม ถ้าวันนั้นไม่ใช่เพราะลูกน้องของเขาปรานี ส่งเธอไปสถานพยาบาลก็ไม่ใช่แค่ลูกหรอก ว่าแม้แต่ชีวิตของเธอก็คงไม่มีเหลือแล้วเด็กคนนี้คือคนที่เธอเกือบจะเอาชีวิตแลกมา ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับลู่อวิ๋นกุย แม้แต่น้อย"ไอ้เวรลู่อวิ๋นกุยนี่ พ่อต้องออกไปชกเรียกสติมันหน่อย!"พ่อของซ่งจืออวิ้นพูดพลางทำท่าจะออกไป ซ่งจืออวิ้นมองชายหนุ่มที่ถูกเพื่อนบ้านล้อมรอบแวบหนึ่ง ในที่สุดก็ตัดสินใจออกไปคุยกับเขาให้รู้เรื่อง"พ่อคะ ให้หนูไปเองเถอะ ถ้าไม่พูดกับลู่อวิ๋นกุยให้รู้เรื่อง เขาก็คงจะคอยตามตอแยหนูไปตลอดชีวิต หนูเหนื่อยมากแล้วจริง ๆ หนูไม่อยากจะพัวพันกับเขาอีกแล้ว""ได้ งั้นส่งหลานมาให้แม่..."แม่ของซ่งจืออวิ้นหวั
"ไอ้ลู่อวิ๋นกุยนี่ มันจะเอายังไงกันแน่"พอพ่อของซ่งจืออวิ้นรู้เรื่องนี้ ก็โวยวายว่าจะออกไปเอาคืนลู่อวิ๋นกุยที่บ้านฝั่งตรงข้ามซ่งจืออวิ้นนอกจากบอกให้เขาใจเย็น ๆ ลงแล้ว ก็ไม่มีวิธีอื่นอีกลู่อวิ๋นกุยกำลังสั่งให้คนรับใช้ยกเฟอร์นิเจอร์ใหม่เข้าไปจัดวาง พอหันหลังกลับมาก็เห็นพ่อของซ่งจืออวิ้นยืนอยู่ข้างหลังตน"คุณพ่อ! ในที่สุดก็ยอมมาพบผมแล้ว""เดี๋ยวก่อน ผู้บังคับบัญชาลู่ ระวังเรื่องคำเรียกหน่อยดีกว่า คุณกับลูกสาวผมหย่ากันแล้ว ผมไม่ใช่พ่อของคุณ และต่อไปก็จะไม่ใช่พ่อของคุณด้วย"พ่อของซ่งจืออวิ้นตัดบทเขา แล้วเอ่ยเสียงเข้ม "ผมขอถามคุณหน่อย คุณซื้อบ้านหลังนี้ไว้ ที่จริงแล้วจะเอายังไงกันแน่""คุณพ่อ ผมรู้ว่าผมผิดไปแล้ว ครั้งนี้ที่ผมมา ผมอยากมาขอให้จืออวิ้นให้อภัยผม"ลู่อวิ๋นกุยขมวดคิ้ว เอ่ยด้วยน้ำเสียงถ่อมตน "ถ้าจืออวิ้นไม่ยอมให้อภัยผม งั้นผมก็จะอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิต จนกว่าเธอจะยอมให้อภัยผม""เหอะ! คุณมันหน้าด้าน!"สุดท้ายพ่อของซ่งจืออวิ้นก็ข่มความโกรธไว้ไม่ไหว พลันชี้หน้าด่าเขา "แกยังจำคำที่ตัวเองเคยพูดเมื่อสามปีก่อนได้ไหม แกก็พูดแบบนี้แหละ บอกว่าสำนึกผิดแล้ว ต่อไปจะไม่ไปเจอผู้หญิงคนนั
บ้านตระกูลซ่งตอนที่ลู่อวิ๋นกุยไปถึง ก็เป็นเวลาบ่ายแล้วนั่งรถไฟมาทั้งวัน เขาเหนื่อยจนแทบไม่ไหวตั้งนานแล้วแต่เขาไม่ได้หยุดพักเลย รีบตรงไปที่ตระกูลซ่งก่อนเมื่อสามปีก่อน เขาก็รับตัวซ่งจืออวิ้นไปจากที่นี่เช่นกันตอนนั้นเขายังสัญญาต่อหน้าพ่อแม่ของเธอด้วยว่า ชาตินี้จะไม่ทำให้ซ่งจืออวิ้นผิดหวังอีกแต่เพียงแค่สามปีสั้น ๆ เขาก็ทำผิดพลาดอีกครั้งอีกทั้งความผิดครั้งนี้ยังร้ายแรงยิ่งกว่าเมื่อสามปีก่อนเสียอีกเขาไม่ใช่แค่อับอายจนไม่กล้าสู้หน้าซ่งจืออวิ้น แม้แต่พ่อแม่ของอีกฝ่ายเขาก็ไม่มีหน้าจะไปพบ"คุณคะ ขอโทษนะคะ มาหาใครเหรอคะ?"คนรับใช้บ้านตระกูลซ่งเห็นเขายืนด้อม ๆ มองๆ อยู่หน้าประตู จึงเอ่ยถามอย่างระแวดระวัง "ถ้าคุณไม่มีธุระอะไร ก็เชิญออกไปเถอะ ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจแล้วนะ"เป็นคนรับใช้คนใหม่ จึงไม่รู้จักลู่อวิ๋นกุย"ฉันเป็นสามีของซ่งจืออวิ้น ฉันมาหาเธอ""คุณคืออดีตสามีของคุณหนูพวกเราเหรอ"ชะตากรรมที่ซ่งจืออวิ้นต้องพบเจอ คนในตระกูลซ่งต่างรู้กันดีพอเห็นลู่อวิ๋นกุย แม้แต่คนรับใช้ก็ยังไม่ชอบขี้หน้าเลย"ขอโทษด้วยนะคะ คุณหนูบ้านเรากำลังอยู่ช่วงฟื้นฟูร่างกายหลังคลอด เธอไม่มีเวลาพบคุณ