LOGIN"จืออวิ้น..."ลู่อวิ๋นกุยรู้ดี ว่าไม่ว่าตัวเองจะพูดอะไร ก็ไม่มีทางแสดงความรู้สึกเสียใจและขอโทษออกมาได้เลยเขากลั้นใจคุกเข่าลงบนพื้นต่อหน้าเธอ จ้องมองเธอพร้อมตาแดงก่ำ "ผมรู้ว่าพูดอะไรไปก็ไร้ประโยชน์ แต่คุณทำใจเห็นเด็กตัวเล็ก ๆ ขนาดนี้ ไม่มีพ่อได้ลงคอเหรอ""ใครบอกว่าแกไม่มีพ่อ"ซ่งจืออวิ้นเลิกคิ้ว "วันข้างหน้าฉันจะเจอผู้ชายที่ดีกว่านี้ แกก็จะมีพ่อเอง ต่อให้ไม่มี แกก็ไม่มีวันรับคนเลวทรามอย่างคุณเป็นพ่อหรอก! ลู่อวิ๋นกุย ถ้านายยังพอมีจิตสำนึกอยู่บ้าง ตอนนี้ก็กลับไปซะ แล้วก็ไม่ต้องมาโผล่ต่อหน้าฉันกับลูกสาวอีกตลอดกาล! ไม่งั้น ฉันจะพาบ้านลูกสาวย้ายหนี ย้ายไปอยู่ในที่ที่คุณไม่มีวันหาเจอ!""ต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ"ลู่อวิ๋นกุยร้องไห้ เขาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดอย่างแท้จริงแล้ว"ทำไมถึงไม่ทำเหมือนเมื่อสามปีก่อน ทำไมไม่ให้โอกาสผมเป็นครั้งสุดท้ายอีก แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวได้ไหม""จะไม่มีโอกาสอะไรให้อีกแล้ว ลู่อวิ๋นกุย" ซ่งจืออวิ้นส่ายหน้า แล้วพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ "เมื่อสามปีก่อน ฉันเคยให้โอกาสคุณแล้ว แต่คุณกลับไม่รู้จักเห็นค่าเอง มาวันนี้ คุณเสียเมีย เสียลูกแท้ ๆ ของตัวเอง ก็เพราะตัวเองทั้งนั
"จืออวิ้น ลูกยังไม่ตายใช่ไหม ลูกของพวกเรายังไม่ตายใช่ไหม จืออวิ้น คุณออกมาเจอผมสิ ผมอยากเจอลูกของพวกเรา ทำไมต้องหลอกผมด้วย! ลูกยังไม่ตายแล้วทำไมต้องหลอกผมด้วย!"เขาทั้งดึงทั้งเขย่าประตูเหล็กพลางตะโกนโวยวายราวกับคนเสียสติ เพื่อนบ้านรอบข้างต่างพากันออกมาดูเรื่องอลเวงซ่งจืออวิ้นกำลังอุ้มลูกหยอกล้อเล่นอยู่ในบ้าน พอได้ยินเสียงลู่อวิ๋นกุย เธอก็ยกมุมปากแสยะยิ้มเขายังกล้ามีหน้ามาถามอีกเหรอว่าทำไม ถ้าวันนั้นไม่ใช่เพราะลูกน้องของเขาปรานี ส่งเธอไปสถานพยาบาลก็ไม่ใช่แค่ลูกหรอก ว่าแม้แต่ชีวิตของเธอก็คงไม่มีเหลือแล้วเด็กคนนี้คือคนที่เธอเกือบจะเอาชีวิตแลกมา ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับลู่อวิ๋นกุย แม้แต่น้อย"ไอ้เวรลู่อวิ๋นกุยนี่ พ่อต้องออกไปชกเรียกสติมันหน่อย!"พ่อของซ่งจืออวิ้นพูดพลางทำท่าจะออกไป ซ่งจืออวิ้นมองชายหนุ่มที่ถูกเพื่อนบ้านล้อมรอบแวบหนึ่ง ในที่สุดก็ตัดสินใจออกไปคุยกับเขาให้รู้เรื่อง"พ่อคะ ให้หนูไปเองเถอะ ถ้าไม่พูดกับลู่อวิ๋นกุยให้รู้เรื่อง เขาก็คงจะคอยตามตอแยหนูไปตลอดชีวิต หนูเหนื่อยมากแล้วจริง ๆ หนูไม่อยากจะพัวพันกับเขาอีกแล้ว""ได้ งั้นส่งหลานมาให้แม่..."แม่ของซ่งจืออวิ้นหวั
"ไอ้ลู่อวิ๋นกุยนี่ มันจะเอายังไงกันแน่"พอพ่อของซ่งจืออวิ้นรู้เรื่องนี้ ก็โวยวายว่าจะออกไปเอาคืนลู่อวิ๋นกุยที่บ้านฝั่งตรงข้ามซ่งจืออวิ้นนอกจากบอกให้เขาใจเย็น ๆ ลงแล้ว ก็ไม่มีวิธีอื่นอีกลู่อวิ๋นกุยกำลังสั่งให้คนรับใช้ยกเฟอร์นิเจอร์ใหม่เข้าไปจัดวาง พอหันหลังกลับมาก็เห็นพ่อของซ่งจืออวิ้นยืนอยู่ข้างหลังตน"คุณพ่อ! ในที่สุดก็ยอมมาพบผมแล้ว""เดี๋ยวก่อน ผู้บังคับบัญชาลู่ ระวังเรื่องคำเรียกหน่อยดีกว่า คุณกับลูกสาวผมหย่ากันแล้ว ผมไม่ใช่พ่อของคุณ และต่อไปก็จะไม่ใช่พ่อของคุณด้วย"พ่อของซ่งจืออวิ้นตัดบทเขา แล้วเอ่ยเสียงเข้ม "ผมขอถามคุณหน่อย คุณซื้อบ้านหลังนี้ไว้ ที่จริงแล้วจะเอายังไงกันแน่""คุณพ่อ ผมรู้ว่าผมผิดไปแล้ว ครั้งนี้ที่ผมมา ผมอยากมาขอให้จืออวิ้นให้อภัยผม"ลู่อวิ๋นกุยขมวดคิ้ว เอ่ยด้วยน้ำเสียงถ่อมตน "ถ้าจืออวิ้นไม่ยอมให้อภัยผม งั้นผมก็จะอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิต จนกว่าเธอจะยอมให้อภัยผม""เหอะ! คุณมันหน้าด้าน!"สุดท้ายพ่อของซ่งจืออวิ้นก็ข่มความโกรธไว้ไม่ไหว พลันชี้หน้าด่าเขา "แกยังจำคำที่ตัวเองเคยพูดเมื่อสามปีก่อนได้ไหม แกก็พูดแบบนี้แหละ บอกว่าสำนึกผิดแล้ว ต่อไปจะไม่ไปเจอผู้หญิงคนนั
บ้านตระกูลซ่งตอนที่ลู่อวิ๋นกุยไปถึง ก็เป็นเวลาบ่ายแล้วนั่งรถไฟมาทั้งวัน เขาเหนื่อยจนแทบไม่ไหวตั้งนานแล้วแต่เขาไม่ได้หยุดพักเลย รีบตรงไปที่ตระกูลซ่งก่อนเมื่อสามปีก่อน เขาก็รับตัวซ่งจืออวิ้นไปจากที่นี่เช่นกันตอนนั้นเขายังสัญญาต่อหน้าพ่อแม่ของเธอด้วยว่า ชาตินี้จะไม่ทำให้ซ่งจืออวิ้นผิดหวังอีกแต่เพียงแค่สามปีสั้น ๆ เขาก็ทำผิดพลาดอีกครั้งอีกทั้งความผิดครั้งนี้ยังร้ายแรงยิ่งกว่าเมื่อสามปีก่อนเสียอีกเขาไม่ใช่แค่อับอายจนไม่กล้าสู้หน้าซ่งจืออวิ้น แม้แต่พ่อแม่ของอีกฝ่ายเขาก็ไม่มีหน้าจะไปพบ"คุณคะ ขอโทษนะคะ มาหาใครเหรอคะ?"คนรับใช้บ้านตระกูลซ่งเห็นเขายืนด้อม ๆ มองๆ อยู่หน้าประตู จึงเอ่ยถามอย่างระแวดระวัง "ถ้าคุณไม่มีธุระอะไร ก็เชิญออกไปเถอะ ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจแล้วนะ"เป็นคนรับใช้คนใหม่ จึงไม่รู้จักลู่อวิ๋นกุย"ฉันเป็นสามีของซ่งจืออวิ้น ฉันมาหาเธอ""คุณคืออดีตสามีของคุณหนูพวกเราเหรอ"ชะตากรรมที่ซ่งจืออวิ้นต้องพบเจอ คนในตระกูลซ่งต่างรู้กันดีพอเห็นลู่อวิ๋นกุย แม้แต่คนรับใช้ก็ยังไม่ชอบขี้หน้าเลย"ขอโทษด้วยนะคะ คุณหนูบ้านเรากำลังอยู่ช่วงฟื้นฟูร่างกายหลังคลอด เธอไม่มีเวลาพบคุณ
"ฮ่า ๆ ๆ"ลู่อวิ๋นกุยพลันหัวเราะออกมาเดินมาถึงจุดนี้ได้ก็สมน้ำหน้าเขาแล้ว สมควรโดนแล้วจริง ๆ !"อวิ๋นกุย คุณฟังฉันอธิบายก่อน คุณฟังผิดไปแล้วจริง ๆ เด็กเป็นลูกของคุณนะ!"ฉินหวั่นอวี้รวบรวมความกล้าเดินลงมา หวังจะเข้าไปประคองเขา แต่กลับถูกเขาสะบัดออกอย่างแรง"อย่ามาแตะต้องตัวผม คุณมันสารเลวสกปรก! ผมจะให้โอกาสคุณเป็นครั้งสุดท้าย บอกมาว่าเด็กคนนั้นใช่ลูกผมไหม! อย่ารอให้ผมทำรายงานตรวจดีเอ็นเอเสร็จ แล้วคุณค่อยมาเสียใจนะ ตอนนั้นมันสายไปแล้ว""อวิ๋นกุย!"พอพูดออกมาแบบนี้ ฉินหวั่นอวี้ก็คุกเข่าลงต่อหน้าเขาทันที เธอร้องไห้ขี้มูกโป่ง "มันเป็นอุบัติเหตุ วันนั้นฉันโทรเรียกคุณมาหาที่บ้านแต่คุณไม่ยอมมา ฉันเลยโมโหออกไปดื่มเหล้า พอตื่นขึ้นมา ฉัน...มันเป็นอุบัติเหตุจริง ๆ ผู้ชายคนนั้นฉันไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำ หลังจากนั้นฉันก็ไม่เคยติดต่อกับเขาอีกเลย! คุณเชื่อฉันสิ ต่อให้เด็กไม่มีสายเลือดเดียวกับคุณ แต่ต่อไปก็เรียกคุณว่าพ่อได้ ดูแลเลี้ยงดูคุณยามแก่ชราได้เหมือนกัน! คุณไม่ได้เสียหายอะไรเลยไม่ใช่เหรอ""หุบปากไปเลย!"ลู่อวิ๋นกุยโกรธจนตัวสั่น ง้างมือตบหน้าเธอเข้าอย่างจังฉาดหนึ่ง"ฉินหวั่นอวี้ ให้มัน
บนรถ พอลู่อวิ๋นกุยได้ยินคำพูดของลูกน้อง สีหน้าก็ย่ำแย่ถึงขีดสุดเห็นสถานีรถไฟอยู่ตรงหน้าแล้วแท้ ๆ ใกล้ถึงเวลาที่รถไฟจะออกแล้วด้วยแต่ฉินหวั่นอวี้ กลับจะเอาเป็นเอาตายให้ได้!เธออยากตายก็ช่างเถอะ แต่ยังจะพาลูกตายไปด้วยอีก เธอเป็นบ้าไปแล้วจริง ๆ!"ทำยังไงดีครับ ผู้บังคับบัญชาลู่ พวกเรายังจะไปสถานีรถไฟไหมครับ""ฉินหวั่นอวี้บ้าไปแล้ว เธอทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ ถ้าฉันไปจริง ๆ เธอคงพาเด็กตายไปด้วยจริง ๆ แน่"ลู่อวิ๋นกุยดึงสายตากลับมาจากสถานีรถไฟ ก่อนจะสั่งเสียงสั่น "กลับไป""ครับ!"ตอนที่รถใกล้จะขับถึงบ้าน ลูกน้องก็โทรศัพท์มาอีกครั้ง บอกว่าฉินหวั่นอวี้ เสียเลือดมากเกินไป ตอนนี้ถูกส่งตัวไปสถานพยาบาลแล้ว ส่วนเด็กไม่เป็นอะไรในเมื่อพลาดเวลารถไฟออกแล้ว ลู่อวิ๋นกุยก็จนปัญญา จำต้องเดินทางไปที่สถานพยาบาลพอไปถึงหน้าห้องผู้ป่วย เขาก็ได้ยินเสียงบทสนทนาดังออกมาจากข้างใน"หวั่นอวี้ เธอเป็นบ้าไปแล้วหรือไง นี่กล้าฆ่าตัวตายจริง ๆ เหรอ""นั่นสิ เธอเกือบตายแล้วรู้ไหม""เพื่อลู่อวิ๋นกุยนั่น เธอถึงกับยอมทิ้งชีวิตเลยเหรอ ก็ไม่ใช่ว่าเป็นโรคซึมเศร้าจริง ๆ สักหน่อย...ดูเธอทำเข้าสิ น่ากลัวขนาดไหน"ลู่อว







