Masukในใจเธอรู้ดี... คืนนี้คือคืนเดียวเท่านั้น พรุ่งนี้เมื่อแสงอาทิตย์ขึ้น เราสองคนคงกลายเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
ด้วยความคิดเช่นนั้น เธอจึงปล่อยใจปล่อยกายมอบให้เขาจัดการอย่างเต็มที่ ยอมให้เขากระแทกซ้ำแล้วซ้ำอีกจนผ่านไปหลายยก ทั้งสองคนต่างหลงลืมตัวเอง ตกอยู่ในวังวนรักที่ร้อนระอุ จนกระทั่งถึงยกสุดท้าย ความรู้สึกสุขสมที่ปะทุออกมาต่างจากทุกรอบก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง ร่างกายทั้งสองคนสั่นสะท้านพร้อมกัน ขณะที่ไทก้าปล่อยน้ำรักท่วมท้นลึกลงไปในโพรงเนื้อนุ่มอย่างไม่ยั้งแรง แต่ทว่าเมื่อความรู้สึกร้อนรุ่มสงบลง ร่างสูงถอดถอนท่อนเอ็นร้อนออกมาช้า ๆ ตามด้วยเสียงสบถตะโกนดังลั่นห้องทันที "ไอ้เหี้ย! ถุงยางแตก!" คำพูดเพียงไม่กี่คำ ทำเอาเฌอรีนที่ยังตกอยู่ในอารมณ์ปรารถนาและรู้สึกเพลียจนแทบจะหมดสติ ตื่นเต็มตาทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างจ้องมองร่างกายเบื้องหน้า เห็นแก่นกายอวบใหญ่ที่ยังตื่นตัวชี้มาทางเธอ ในสภาพที่ถุงยางฉีกขาดจนเหลือเพียงชิ้นเล็กชิ้นน้อย น้ำขาวขุ่นซึมหยดย้อยลงมาตามขาแกร่ง ก่อนเธอจะก้มมองที่ร่องรักของตัวเอง ใบหน้าซีดเผือดทันที เมื่อความจริงกระแทกใจว่าน้ำรักของเขาได้หลั่งเข้าไปในโพรงอ่อนนุ่มของเธอจนหมด ความตื่นตระหนกตกใจปกคลุมทั้งสองคน ทำให้ไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไรออกมา ความเงียบที่เกิดขึ้นยิ่งสร้างความอึดอัดและรู้สึกหนักอึ้งในอก จากที่คิดว่าหลังจากบทรักจบลง จะนอนพักกันจนถึงเช้า ก็คงต้องทบทวนกันใหม่ เพราะตอนนี้บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนก่อนหน้านี้กลับกลายเป็นความสับสนวุ่นวายในใจ ไทก้าเองก็ดูตื่นตระหนกไม่น้อย แม้ใบหน้าจะดูเย็นชา แต่ทว่าเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่ที่ไม่อาจมองข้ามได้ เฌอรีนที่เห็นสีหน้าของเขา เธอก็รู้สึกเจ็บแปลบในใจที่เขาแสดงอาการแบบนั้น จนไม่อยากอยู่ที่นี่อีกต่อไป จึงเอ่ยปากขอกลับกรุงเทพฯ ทันที "กลับกันดีกว่าค่ะ" ไทก้าเหลือบมองเธอเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าตกลง เพราะเขาเองก็รู้สึกไม่ดีเหมือนกัน "อะ เอ่อได้สิ" การเดินทางกลับกรุงเทพฯ เต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน ตลอดทางเงียบ ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมาสักคำ จนกระทั่งรถคันหรูมาจอดเทียบหน้าคอนโดของเธอ พรึ่บ!! ประตูฝั่งนั่งข้างคนขับเปิดออก ร่างบางกำลังจะก้าวขาลงจากรถ ไทก้าเพียงแค่หันมามองด้วยสายตาเรียบเฉย เอ่ยประโยคสั้น ๆ ที่กลายเป็นเหมือนมีดคมกรีดลงมาตรงกลางใจของเธอ ถึงแม้มันจะเป็นสิ่งที่เธอต้องทำอยู่แล้ว เขาก็คงแค่ต้องการเตือนเธอเท่านั้น แต่ทว่าพอออกมาจากปากของเขาในสถานการณ์แบบนี้ มันก็เลยค่อนข้างบาดลึกความรู้สึกของเธอพอสมควร "รู้ใช่ไหมว่าอย่าลืมกินยาคุมฉุกเฉินเด็ดขาด" "ค่ะ" เธอรับปากเขา ก่อนจะลงจากรถ ยืนนิ่งมองรถหรูค่อย ๆ ขับห่างออกไป ทิ้งไว้เพียงความทรงจำของค่ำคืนแรกที่ไม่ได้มีความสุขอย่างที่เธอคิด เธอทั้งกลัวเรื่องที่ถุงยางแตก และรู้สึกไม่ดีที่โกหกเขาเรื่องอายุ กลัวว่าเขาจะโกรธและเกลียดเธอที่ทำตัวแบบนี้ ทั้งที่รู้ว่าเขาคงไม่ได้ชอบเด็กอย่างเธออยู่แล้ว เมื่อเปิดประตูเข้าห้อง เธอจึงตัดสินใจกดบล็อกช่องทางการติดต่อของเขาทันที เพื่อตัดความรู้สึกในใจและซุกซ่อนความลับเรื่องอายุของเธอเอาไว้ ไม่ยอมให้มีโอกาสที่จะทำให้เขาค้นพบความจริง และตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เธอและเขาก็กลายเป็นคนแปลกหน้าที่ไม่เคยข้องเกี่ยวกันอีกเลย จนกระทั่งเธอตรวจพบว่าตัวเองท้องในอีกสองเดือนต่อมา ปัจจุบัน ภาพเหตุการณ์คืนนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่จางหาย และความจริงที่ว่าเธอลืมทานยาคุมฉุกเฉินอย่างที่รับปากเขา ยังคงตอกย้ำความสะเพร่าของเธออยู่ตลอดเวลา ใบหน้าสวยของเฌอรีนขาวซีดจนไม่เหลือสีเลือด มือทั้งสองข้างกำแน่นจนเล็บจิกเนื้อฝ่ามือ ความคิดวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาด้วยความกลัวและตื่นตระหนก "คงจะจริงวะฟ่าง มันมีความเป็นไปได้สูงมาก เพราะคืนนั้นถุงยางแตก แล้วกูก็ลืมกินยาคุม อีกอย่างประจำเดือนกูก็ไม่มา แปลว่ากูคงท้องจริง ๆ แล้วใช่ไหมว่ะ" เธอหันกลับมามองหน้าเพื่อนสนิทอย่างข้าวฟ่าง ดวงตากลมโตฉายความกังวลจนแทบจะร้องไห้ออกมา "เห้อออ" ข้าวฟ่างถอนหายใจออกมาและส่ายหน้าเบา ๆ เหมือนจะเดาเรื่องราวทั้งหมดได้ถูกต้องอยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ "กูเดาถูกเป๊ะเลยวะ เรื่องมึงกับพี่หมอคนนั้น กูเห็นออกกันไปแบบนั้น ก็เดาไว้แล้วแหละว่ามึงคงไม่รอด แต่ที่กูไม่ถามเพราะเห็นว่ามึงดูไม่ค่อยอยากพูดถึงเรื่องคืนนั้นเท่าไหร่" ข้าวฟ่างเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ก่อนจะจับแขนเพื่อนลากลุกขึ้นยืนพร้อมกัน "เอาล่ะ อย่าเพิ่งคิดมากไปเลยดีกว่า ทางที่ดีกูว่าไปซื้อที่ตรวจมาตรวจให้ชัด ๆ ไปเลย กูจะได้ช่วยคิดหาทางออก" ทั้งสองคนจึงรีบเดินลงมาซื้อชุดตรวจครรภ์ที่ร้านขายยาใต้คอนโด แม้ในใจเฌอรีนจะลังเลและยืนทำใจอยู่นาน กลัวว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามที่เธอคิด แต่ข้าวฟ่างก็ไม่ยอมให้เธอถอยหลัง กระชากแขนบังคับซื้อชุดตรวจการตั้งครรภ์มาทุกยี่ห้อถึงห้าอัน เพื่อความแม่นยำสูงสุด "ซื้อไปให้หมดนี่แหละ ถ้าผลเหมือนกันทุกอัน ก็แปลว่าไม่มีทางผิดพลาดแล้วไง" "....." "มึงอย่าเพิ่งทำหน้าแบบนั้นสิวะ รู้ผลก่อนค่อยว่ากัน" เมื่อกลับมาถึงห้องพัก เพื่อนก็ผลักไสให้เธอเข้าไปในห้องน้ำทันที เธอยืนตัวสั่นอยู่หน้าอ่างล้างหน้า มือสั่นเทาจนแทบจะจับสิ่งของไม่อยู่ กว่าจะทำการตรวจเสร็จสิ้น ก็ใช้เวลานานถึงจะกล้าเปิดประตูเดินออกมา พรึ่บ!!! เฌอรีนเดินออกมาจากห้องน้ำในอีกห้านาทีต่อมา ใบหน้าขาวซีดเผือดยิ่งกว่าเดิม ในมือกำชุดตรวจครรภ์ทั้งห้าอันแน่นราวกับจะบีบให้แหลกคามือ เมื่อวางลงบนโต๊ะรับแขก ผลลัพธ์ที่ปรากฏทำให้โลกทั้งใบของเธอแทบจะพังทลายลงตรงหน้า ชุดตรวจครรภ์ทั้งห้าอัน... ล้วนปรากฏรอยขีดสีแดงสองเส้นอย่างชัดเจน จนไม่อาจปฏิเสธผลลัพธ์ได้ "มะ ไม่จริง ไม่จริงใช่ไหมอีฟ่าง... มันต้องผิดพลาดแน่ ๆ ใช่ไหม" เสียงหวานพูดสั่นเครือจนแทบฟังไม่ออก ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งกับพื้น น้ำตาไหลพรากลงมาอาบสองแก้ม อย่างไม่อาจเก็บกักได้ "กูท้อง ฮึก กูท้องกับหมอไทก้าว่ะ ฮึก แล้วกูจะทำยังไงต่อไปดีวะ ฮือ ฮือ" ข้าวฟ่างนั่งลงข้าง ๆ กอดร่างเพื่อนไว้แน่น แม้ว่าจะรู้สึกเห็นใจเพื่อนไม่น้อยที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ แต่ทว่าเธอก็ต้องพูดความจริง "ยอมรับเถอะมึง... ผลออกมาชัดเจนขนาดนี้ ไม่มีทางผิดพลาดแน่นอน ตอนนี้กูว่าปัญหาใหญ่ที่สุดคือมึงต้องบอกพี่เขานะ จะได้ช่วยกันคิดหาทางออก ว่าจะทำยังไงต่อไปดี" ประโยคของเพื่อน ทำให้เฌอรีนชะงักไปทั้งตัว ภาพใบหน้าหล่อเหลาและคำพูดแสนเย็นชาของชายหนุ่มย้อนกลับมาปรากฏขึ้นอีกครั้ง 'รู้ใช่ไหมว่าอย่าลืมกินยาคุมฉุกเฉินเด็ดขาด' "กะ กูไม่กล้าวะ" "ไม่กล้าอะไรว่ะ ตอนเอาก็เอากันสองคน แล้วเขาไม่รู้เหรอว่ามึงไม่เคยเอากับใคร ยังไงเขาก็ต้องรับผิดชอบ" เฌอรีนเม้มปากแน่น เหตุผลที่เธอไม่กล้าบอกเพราะเขาเตือนเธอแล้ว แต่เธอดันลืมเอง จะให้เธอแบกหน้าไปให้เขารับผิดชอบได้ยังไง อีกอย่างเธอก็ทำอวดดีไปบล็อกไลน์เขาด้วย แค่คิดก็รู้สึกอยากหายไปจากโลกนี้ทันทีหลังจากการเล่นน้ำที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของครอบครัวสิ้นสุดลง คุณปู่และคุณย่าก็เข้ามารับช่วงต่อ พาสองแฝดเจไดและเจด้าไปนอนพักผ่อนกลางวันตามประสาเด็กเล็กที่ใช้พลังงานไปเยอะ บรรยากาศรอบกายพลันกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ทว่าสิ่งที่ทำให้เฌอรีนรู้สึกแปลกใจคือท่าทีของไทก้า ที่จู่ ๆ ก็เงียบขรึมลงอย่างเห็นได้ชัด เขาเดินสะบัดตัวกลับเข้าห้องพักไปโดยไม่พูดไม่จาสักคำ เฌอรีนคิ้วขมวดด้วยความสงสัย เธอรีบก้าวตามเข้าไปในห้อง เห็นแผ่นหลังกว้างของสามียืนนิ่งอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ สายตาของเขาจดจ้องไปยังเส้นขอบฟ้าเหนือท้องทะเลด้วยสีหน้าบึ้งตึง เธอจึงค่อย ๆ เดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบจากทางด้านหลัง ซบหน้าลงกับแผ่นหลังแกร่งที่ยังคงมีความชื้นจากน้ำในสระหลงเหลืออยู่เล็กน้อย “เป็นอะไรคะ ทำไมจู่ ๆ ก็เดินหนีมาทำหน้ายักษ์ใส่ทะเลแบบนี้ล่ะ?” ไทก้ายังคงนิ่งเงียบ แววตาคมกริบนั้นดูหม่นเศร้าลงอย่างประหลาด จนเฌอรีนต้องผละอ้อมกอดแล้วเดินไปยืนเบื้องหน้าเขา เธอช้อนสายตามองใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้ดูแสนงอนเหมือนเด็ก “พี่ก้าคะ... บอกเฌอสิว่าเป็นอะไร เฌอทำอะไรให้ไม่พอใจหรือเปล่า?” ไทก้าถอนหายใจยาวออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะยอมเอ่ยปา
สามปีต่อมา บรรยากาศริมชายหาดพัทยาที่เคยเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิง บัดนี้ได้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นงานวิวาห์สุดหรูหราอลังการที่โรงแรมระดับห้าดาว กลิ่นหอมของดอกกุหลาบสีขาวนวลคละคลุ้งไปทั่วงาน แสงไฟนวลตานับพันดวงสะท้อนกับผิวน้ำทะเลในยามค่ำคืน สร้างบรรยากาศให้ดูราวกับสรวงสวรรค์ ไทก้าในชุดสูททักสิโดสีดำเรียบหรู ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่บนเวทีกลางสวนสวย สายตาของเขาจ้องมองไปยังทางเดินที่โรยด้วยกลีบดอกไม้ เมื่อเจ้าสาวของเขาปรากฏตัวขึ้น เฌอรีนงดงามราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยายในชุดเจ้าสาวสีขาวลูกไม้ฝรั่งเศส แต่ที่ทำให้แขกเหรื่อทั้งงานต้องยิ้มตาม คือนางฟ้าและเทวดาตัวน้อยที่เดินนำหน้าเธอมา ลูกแฝดชายชื่อเจไดในชุดสูทตัวจิ๋วสีขาว และลูกแฝดหญิงชื่อเจด้าในชุดกระโปรงฟูฟ่องสีชมพูอ่อน เด็กแฝดวัยสองขวบครึ่งทั้งสองคนที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากพ่อและแม่ราวกับพิมพ์เดียวกัน เดินถือตะกร้าดอกไม้โปรยทางอย่างขะมักเขม้น แม้เจไดจะแอบเอาดอกไม้เข้าปากหลายครั้ง แต่ก็เดินมาจนถึงมือของคนเป็นพ่อ เจ้าบ่าวอุ้มลูกทั้งสองขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะยื่นมือไปรับมือของเฌอรีนมาจับไว้ พิธีการต่าง ๆ เริ่มไปอย่างอบอุ่น จนถึงช
หลังจบพิธีการ บรรยากาศก็เปลี่ยนเป็นความรื่นเริงในช่วงถ่ายภาพ ข้าวฟ่างเพื่อนสนิทของเฌอรีนรีบวิ่งเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มกว้าง “โอ๊ยเฌอ มึงสวยมากเลยรู้ไหม กูจะร้องไห้แล้วเนี่ย ในที่สุดเพื่อนกูก็ได้เป็นฝั่งเป็นฝาสักที” ทางด้านเพื่อนสนิทของไทก้าอย่างฟรินท์ ธันเดอร์ และไทเกอร์ ก็เดินเข้ามาร่วมวงด้วยท่าทีขี้เล่นตามสไตล์กลุ่มเพื่อนซี้ “คุณหมอไทก้าของเราเสียอาการขนาดนี้เลยเหรอวะ” ธันเดอร์แซวพลางตบบ่าเพื่อน “ตอนแรกทำเป็นเก๊กไปงั้น ที่ไหนได้ยอมเด็กจนหมดท่าเลยนะมึง” “ว่าก็ว่านะ เมียเด็กมันสวยจริงวะ ยอม ๆ ไปเหอะ” ฟรินท์เสริมพลางยิ้มให้เฌอรีนอย่างเป็นมิตร ส่วนไทเกอร์ก็หยิบกล้องขึ้นมาเตรียมเก็บภาพ “เอ้า! ทุกคน มองกล้องหน่อยครับ เจ้าบ่าวช่วยโอบว่าที่เจ้าสาวให้ชิดกว่านี้หน่อย ไอ้หมอครับ มือมึงน่ะ วางบนท้องน้องเฌอเลยครับ ภาพจะได้ออกมาดูอบอุ่น” ไทก้าทำตามคำแนะนำอย่างว่าง่าย เขาขยับเข้าไปชิดร่างเล็ก โอบเอวบางไว้ด้วยแขนข้างหนึ่ง ส่วนมือหนาอีกข้างวางลงบนหน้าท้องนูนสวยอย่างทะนุถนอม สัมผัสถึงสิ่งมีชีวิตตัวน้อย ๆ ที่กำลังจะเกิดมาเป็นพยานรักของเขาและเธอ “มองกล้องนะเฌอ...” ไทก้ากระซิบที่ข้างหูเธอแผ
ไทก้ายังไม่ตอบเป็นคำพูด แต่กลับโน้มใบหน้าลงไปซุกไซ้ที่ซอกคอหอมกรุ่น ก่อนจะกระซิบข้างใบหูเล็กด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่สั่นพร่า “พี่อยากเอาเฌออีก... แค่นมเฌอถูกับอกพี่เมื่อกี้ พี่ก็มีอารมณ์จนทนไม่ไหวแล้วครับ..." "....." "ให้พี่เอาได้ไหม?” เฌอรีนหลุดหัวเราะคิกคักกับความตรงไปตรงมาของคุณหมอจอมหื่น เธอไม่ได้มีท่าทีขัดขืน แต่กลับส่งมือเล็กไปกุมแก่นกายใหญ่โตที่กำลังพองขยายสู้มือเธออยู่ใต้ผ้าห่ม เธอออกแรงขยับรูดรั้งมันขึ้นลงช้า ๆ จนไทก้าถึงกับซี้ดปาก สูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความเสียวซ่าน “อยากมากแค่ไหนคะ?” เฌอรีนถามยั่วเย้า สายตาหวานเชื่อมจ้องมองปฏิกิริยาของเขาอย่างนึกสนุก “อยากมาก... สารภาพเลยนะเฌอ พี่เห็นร่างกายเฌอไม่ได้เลย พี่มีอารมณ์กับเฌอได้ตลอดเวลา แม้กระทั่งตอนที่เฌอเป็นลมที่คลินิก พี่ก็ยังเผลอคิดลามกกับเฌอ ทั้งที่ชีวิตนี้พี่ไม่เคยเป็นแบบนี้กับใครมาก่อนเลย” ไทก้าสารภาพออกมาอย่างหมดเปลือก แววตาคมกริบฉายชัดถึงความต้องการที่พลุ่งพล่าน เมื่อได้ยินคำสารภาพที่แสนเร้าอารมณ์ เฌอรีนก็ตัดสินใจเลิกแกล้งเขาทันที เธอขยับตัวนอนหงายราบไปกับเตียง ก่อนจะดึงผ้าห่มที่ปกปิดร่างกายเปลือยเปล่าออกจนหมดสิ้น
เขาวางร่างที่ยังสั่นเทาของเธอ ลงบนเตียงนุ่มอย่างแผ่วเบา แต่แทนที่เขาจะตามขึ้นไปทาบทับ เขากลับเลือกที่จะยืนอยู่ตรงปลายเตียง สายตาคมกริบจ้องมองเรือนร่างเปลือยเปล่าของคนรักด้วยความหลงใหลและกระหายในเวลาเดียวกัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ถูกส่งไปให้เธอ พลางใช้ฝ่ามือหนากุมแก่นกายใหญ่โตที่แข็งคัดจนขึ้นเส้นเลือดชัดเจน มันสั่นระริกท้าทายสายตาเธอ เฌอรีนที่อารมณ์ตอนนี้ไร้ซึ่งความอาย มีเพียงความโหยหาที่ตรงกัน เธอค่อย ๆ ขยับกายขึ้นมานั่งตรงขอบเตียงในระดับสายตาของสิ่งที่กำลังพองขยายอยู่ตรงหน้า มือเล็กเอื้อมไปกุมความแข็งขืนนั้นไว้ สัมผัสถึงความร้อนระอุที่แผ่ออกมา ก่อนจะโน้มใบหน้าสวยเข้าไปใกล้และกดจูบลงบนส่วนหัวที่แดงก่ำอย่างทะนุถนอม ลิ้นเล็กตวัดเลียรอบรอยแยกแผ่วเบา จนไทก้าถึงกับสูดปากด้วยความเสียวซ่าน เธอลากไล้เรียวลิ้นไปตามความยาวของลำแกร่งอย่างอ้อยอิ่ง เรียกเสียงครางทุ้มต่ำในลำคอของชายหนุ่มออกมาอย่างต่อเนื่อง "อืม เฌอ..." ไทก้าพึมพำเสียงพร่า มือหนาเอื้อมไปขยุ้มกลุ่มผมสลวยของเธอไว้เบา ๆ เพื่อประคองจังหวะ ร่างเล็กอ้าปากอุ่นชุ่มชื้นงับกลืนความใหญ่โตนั้นเข้าไปจนสุดโคน เธอผงกศีรษะเข้าออกด้วยจังหวะที่เริ่
แสงแดดอ่อนยามเช้าเริ่มทอแสงเหนือขอบฟ้าพัทยา แต่บรรยากาศที่ริมหาดหน้ารีสอร์ทกลับดูร้อนระอุผิดกับอุณหภูมิของน้ำทะเล ไทก้าเดินแกมวิ่งออกมาจากตัวบ้านพัก โดยมีเฌอรีนเดินตามหลังมาติด ๆ ทั้งคู่แต่งตัวด้วยชุดที่ดูรีบเร่ง แต่ก็เรียบร้อยพอที่จะเผชิญหน้ากับผู้ใหญ่ ทันทีที่ฝีเท้าของลูกชายตัวดีหยุดลงตรงหน้า มะปราง ผู้เป็นแม่ที่ยืนกอดอกรออยู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแผ่รังสีอำมหิตออกมาอย่างรุนแรง เธอก็ไม่รอช้าที่จะเปิดฉากพ่นคำด่าใส่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนทันที "ก้าทำแบบนี้ได้ยังไงห๊ะ! อายุจะสามสิบห้าอยู่แล้วนะ ทำตัวเหมือนเด็กวัยรุ่น ปล่อยให้หนูเฌอต้องหนีมานอนร้องไห้ที่นี่คนเดียวได้ยังไง แม่สอนลูกมาตลอดว่าอะไรที่ยอมได้ก็ต้องยอม เป็นถึงหมอที่รักษาหัวใจคนไข้ แต่กลับรักษาหัวใจคนใกล้ตัวไม่ได้" มะปรางรัวคำพูดออกมาเป็นชุด ชนิดที่ไม่เปิดโอกาสให้ลูกชายได้แทรกแม้แต่คำเดียว ไทก้าได้แต่ยืนก้มหน้าสำนึกผิด ตัวที่สูงใหญ่กว่าแม่เกือบเท่าตัวกลับดูเล็กลงถนัดตา เขาพยายามจะอ้าปากอธิบาย "คือคุณแม่ครับ ผม" "ไม่ต้องมาผมอะไรทั้งนั้น อะไรกันทำให้เมียที่กำลังท้องไส้ต้องหนีข้ามจังหวัดมา ถ้ามีอันตรายอะไรเกิดขึ้นจะทำยังไง ถ







