LOGINในใจเธอรู้ดี... คืนนี้คือคืนเดียวเท่านั้น พรุ่งนี้เมื่อแสงอาทิตย์ขึ้น เราสองคนคงกลายเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกัน ด้วยความคิดเช่นนั้น เธอจึงปล่อยใจปล่อยกาย มอบให้เขาจัดการอย่างเต็มที่ ยอมให้เขากระแทกซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนผ่านไปหลายยก ทั้งคู่ต่างหลงลืมตัวเอง ตกอยู่ในวังวนที่ร้อนระอุ จนกระทั่งถึงยกสุดท้าย "ไอ้เหี้ย! ถุงยางแตก"
View Moreกลิ่นหอมของสเปรย์ดับกลิ่นในห้องยังไม่ทันจางหาย แต่กลับกลายเป็นสิ่งกระตุ้นให้ท้องไส้ข้างในของเฌอรีนปั่นป่วนรุนแรง จนต้องวิ่งเข้าไปโก่งคอกับชักโครก อาเจียนในห้องน้ำแทบจะไม่ทัน
"อุ๊บ แหวะ โอ๊กกกก" เธออาเจียนออกมาจนหมดไส้หมดพุง น้ำตาไหลอาบสองแก้ม อาหารที่เพิ่งทานไปก็ออกมาจนหมด ใบหน้าสวยซีดเผือดไร้สีเลือด ราวกับกระดาษทิชชู่ กว่าจะพยุงตัวเองเดินออกมาจากห้องน้ำได้ ร่างเล็กของเธอก็แทบจะทรุดลงกองกับพื้น “อะไรกันเนี่ย กูรู้สึกเวียนหัวจะตายอยู่แล้ว มึงเอาอะไรมาฉีดวะอีฟ่าง” เธอทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังสีน้ำตาล มือเล็กข้างหนึ่งหยิบยาดมที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาสูดดมเข้าไปเต็มปอด แต่ทว่าก็ยังไม่หายจากอาการวิงเวียน หน้าตาที่ดูอ่อนเพลียผิดปกติ จนข้าวฟ่างที่นั่งมองอยู่แต่ตั้งแต่แรก เริ่มคิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย “มึงเป็นอะไรรึเปล่าเฌอรีน! เมื่อวานก็ร้องโวยวายอยากจะกินมะม่วงเปรี้ยว จนกูต้องรีบวิ่งตามหาให้แทบตาย ทั้งที่ปกติมึงไม่ชอบกินของเปรี้ยว แล้ววันนี้ก็อ้วกจนหน้าซีด" "....." "ดู ๆ ไปอาการมึงมันก็คุ้น ๆ อยู่นะ” ข้าวฟ่างเอียงคอมองเพื่อนสนิท ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปด้วยความสงสัย ก่อนจะเปิดปากพูดประโยคที่ทำให้หัวใจของเฌอรีนหยุดเต้นทันที “อาการเหมือน... คนท้องเลยนะมึง” คำพูดนั้นเหมือนฟ้าผ่าลงกลางศีรษะ ยาดมในมือแทบจะหลุดร่วง ดวงตากลมโตเบิกกว้างจนเกือบจะหลุดจากเบ้า หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกจากอก ความคิดต่าง ๆ เวียนวนเข้ามาในหัว ก่อนจะมีเหตุการณ์หนึ่งฉายชัดขึ้นมาอย่างชัดเจน คืนนั้นที่ทะเลเมื่อสองเดือนที่แล้วกับหมอหนุ่มจอมเย็นชา เธอมีอะไรกับเขาจนถุงยางแตก และที่สำคัญคือเธอลืมทานยาคุมฉุกเฉิน “เหี้ย!!! ประจำเดือนกู... " "อะไรของมึง" "ประจำเดือนกูยังไม่มาตั้งแต่เดือนที่แล้วนี่หว่า” เสียงพึมพำหลุดออกมาจากปากด้วยความสั่นเครือ มือเล็กเย็นเฉียบยกขึ้นทาบทับหน้าอกแน่น รู้สึกว่าหายใจแทบไม่ออก ใบหน้าสวยยิ่งซีดลงเรื่อย ๆ จากความจริงที่กำลังปกคลุมจิตใจเธอตอนนี้ “ไม่จริงใช่ไหมอีฟ่าง กูไม่ท้องหรอกใช่ไหม กูยังเรียนไม่จบเลยนะ! กูยังไม่อยากมีลูก!” สองเดือนก่อนหน้า เสียงฝีเท้าก้าวเร็วรีบเร่งพุ่งเข้ามาโดยไม่ทันระวัง จนร่างบางของเฌอรีนชนเข้ากับร่างสูงที่กำลังเดินสวนทางกัน ภายนอกเธอทำหน้าบึ้งตึงตามสไตล์ลูกคุณหนูเอาแต่ใจ แต่ทว่าพอเงยหน้ามองกับผู้ชายที่เพิ่งชนเธอนั้น กลับทำให้ลมหายใจขาดหายไปทันที หมอไทก้าชายหนุ่มผู้ที่เป็นบุคคลมีชื่อเสียงโด่งดัง ในฐานะศัลยแพทย์โรคหัวใจฝีมือดี รูปร่างหน้าตาหล่อเหลาราวกับเทพบุตร แม้ดูภายนอกจะเห็นแค่ความเฉยชาแสดงออกมา จนทำให้ใครหลายคนที่เห็นต้องหุบยิ้มลงทันที ถึงแม้จะถูกชนจนเกือบเสียหลัก แต่ทว่าสายตาคมคู่นั้นก็ยังมองมานิ่ง ๆ ตามสไตล์ “เป็นไรหรือเปล่า” เสียงทุ้มลึกเย็นยะเยือกเอ่ยสั้น ๆ เพียงประโยคเดียว เมื่อเห็นเธอส่ายหน้า ก็ลุกขึ้นเดินผ่านไปโดยไม่สนใจอีก เหมือนเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ แต่ทว่าสำหรับเฌอรีน ความรู้สึกวูบวาบในหัวใจกลับเกิดขึ้นทันที “โคตรหล่อเลยวะ นี่มันสเปคกูชัด ๆ” เฌอรีนทอดมองแผ่นหลังกว้างที่ค่อย ๆ ห่างออกไป ดวงตาเปล่งประกายวาบหวามอย่างชัดเจน ก่อนจะรีบคว้าแขนนักศึกษาที่เดินตามหลังเขาคนนั้นให้หยุดกะทันหัน “เอ่อ... ไม่ทราบว่าผู้ชายหล่อ ๆ คนเมื่อกี้ใครอ่ะ” “หมอไทก้า เขาเป็นหมอผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจที่จะมาบรรยายพิเศษวันนี้แหละ ที่หอประชุมคณะแพทย์” เฌอรีนถึงกับชะงักนิ่งไปทันที ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมา เพราะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ และหันหน้าไปบอกเพื่อนสนิททันที “อีฟ่าง! มึงรู้มั้ย... คนนั้นแหละ พ่อของลูกกู หล่อจนกูใจละลายเลยมึง มึงต้องไปกับกูนะ” “ไปไหน?” “ก็ไปฟังบรรยายไง กูอยากไปนั่งมองหน้าเขาให้ชัด ๆ วันนี้คงต้องยอมเป็นนักศึกษาแพทย์สักวัน” “อะไรของมึงวะ บรรยายแบบนั้นน่าเบื่อจะตาย" ข้าวฟ่างเอ่ยปฏิเสธทันที ทำให้เฌอรีนมองด้วยความไม่พอใจ "เออ ๆ ก็ได้ เห็นแก่มึงนะ ถ้าไม่ใช่มึง กูไม่ยอมไปนั่งฟังเรื่องวิชาการแบบนั้นหรอก" "ขอบใจเพื่อนรัก งั้นรีบไปดีกว่า" "เหอะ....เห็นหน้าตาดีหน่อยไม่ได้ มึงถึงกับใจลอยตามเขาไปเลยนะ” ข้าวฟ่างส่ายหน้าด้วยความระอา พลางหยอกเย้าตามประสาเพื่อนสนิท เมื่อเข้าไปถึงหอประชุมคณะแพทย์ ภาพที่เห็นคือผู้หญิงนับร้อยต่างแห่กันมาจนแน่นขนัด ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป้าหมายของทุกคนคือคุณหมอหน้าตาดีคนนั้น "กรี๊ดดดด" ทันทีที่หมอไทก้าขึ้นไปยืนบนเวที เสียงกรีดร้องตะโกนดังก้องไปทั่วห้อง เฌอรีนนั่งจ้องเขาด้วยความหลงใหล ตั้งแต่เริ่มจนจบการบรรยาย เธอไม่เคยละสายตาไปไหนเลยสักวินาทีเดียว หญิงสาวคิดในใจถึงแผนการว่าจะจีบเขาอย่างไรดี ด้วยความมั่นใจว่าตัวเองเป็นคนหน้าตาดี และทรวดทรงองค์เอวก็ไม่น้อยหน้าใคร คงไม่ยากที่จะเอาชนะใจเขาได้ จนกระทั่งถึงช่วงถามตอบ เสียงนักศึกษาหญิงต่างพากันร้องถามคำถามเดียวกันซ้ำ ๆ ดังระงมไปทั่วหอประชุม “คุณหมอคะ... คุณหมอยังโสดอยู่ไหมคะ? มีคนรักแล้วรึยังคะ?” ชายหนุ่มเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยไม่เปลี่ยนแปลง “โสดครับ ผมยังไม่แต่งงาน” เพียงคำตอบสั้นๆ ทำให้เสียงกรีดร้องดังระเบิดออกมา ทุกคนต่างมองตากันด้วยประกายแห่งความหวัง รวมถึงเฌอรีนที่ยิ้มแก้มปริ คิดว่าตัวเองยังมีโอกาสที่จะเอาชนะใจเขา จนกระทั่งมีคำถามต่อมาที่ทำให้รอยยิ้มหายไปจากใบหน้าเธอทันที รวมถึงความคิดในหัวก็พังคลืนลงมาไม่เป็นท่า “แล้วสเปคของหมอล่ะคะ? ชอบผู้หญิงแบบไหนคะ?” หมอไทก้าเจ้าของเบ้าหน้าฟ้าประทาน เงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างชัดถ้อยชัดคำ ให้คนฟังได้ยินทั่วทั้งห้องประชุม “ผมชอบผู้หญิงอายุพอ ๆ กับผม ไม่ชอบผู้หญิงเด็กกว่าครับ พอดีผมไม่ค่อยมีเวลาเอาใจใครเท่าไหร่” ตุบ!!! เหมือนมีอะไรมาตีแสกหน้า เฌอรีนรู้สึกเย็นวาบทั้งตัว ความมั่นใจที่เคยมีอยู่พังทลายลงทันที อายุเธอ 22 ในขณะที่เขานั้น เธอเดาว่าไม่ต่ำกว่า 30 ห่างกันเป็นสิบปีแบบนี้ คำพูดของเขามันก็เหมือนการปิดประตูใส่หน้าเธออย่างชัดเจนหลังจากการเล่นน้ำที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของครอบครัวสิ้นสุดลง คุณปู่และคุณย่าก็เข้ามารับช่วงต่อ พาสองแฝดเจไดและเจด้าไปนอนพักผ่อนกลางวันตามประสาเด็กเล็กที่ใช้พลังงานไปเยอะ บรรยากาศรอบกายพลันกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ทว่าสิ่งที่ทำให้เฌอรีนรู้สึกแปลกใจคือท่าทีของไทก้า ที่จู่ ๆ ก็เงียบขรึมลงอย่างเห็นได้ชัด เขาเดินสะบัดตัวกลับเข้าห้องพักไปโดยไม่พูดไม่จาสักคำ เฌอรีนคิ้วขมวดด้วยความสงสัย เธอรีบก้าวตามเข้าไปในห้อง เห็นแผ่นหลังกว้างของสามียืนนิ่งอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ สายตาของเขาจดจ้องไปยังเส้นขอบฟ้าเหนือท้องทะเลด้วยสีหน้าบึ้งตึง เธอจึงค่อย ๆ เดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบจากทางด้านหลัง ซบหน้าลงกับแผ่นหลังแกร่งที่ยังคงมีความชื้นจากน้ำในสระหลงเหลืออยู่เล็กน้อย “เป็นอะไรคะ ทำไมจู่ ๆ ก็เดินหนีมาทำหน้ายักษ์ใส่ทะเลแบบนี้ล่ะ?” ไทก้ายังคงนิ่งเงียบ แววตาคมกริบนั้นดูหม่นเศร้าลงอย่างประหลาด จนเฌอรีนต้องผละอ้อมกอดแล้วเดินไปยืนเบื้องหน้าเขา เธอช้อนสายตามองใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้ดูแสนงอนเหมือนเด็ก “พี่ก้าคะ... บอกเฌอสิว่าเป็นอะไร เฌอทำอะไรให้ไม่พอใจหรือเปล่า?” ไทก้าถอนหายใจยาวออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะยอมเอ่ยปา
สามปีต่อมา บรรยากาศริมชายหาดพัทยาที่เคยเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิง บัดนี้ได้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นงานวิวาห์สุดหรูหราอลังการที่โรงแรมระดับห้าดาว กลิ่นหอมของดอกกุหลาบสีขาวนวลคละคลุ้งไปทั่วงาน แสงไฟนวลตานับพันดวงสะท้อนกับผิวน้ำทะเลในยามค่ำคืน สร้างบรรยากาศให้ดูราวกับสรวงสวรรค์ ไทก้าในชุดสูททักสิโดสีดำเรียบหรู ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่บนเวทีกลางสวนสวย สายตาของเขาจ้องมองไปยังทางเดินที่โรยด้วยกลีบดอกไม้ เมื่อเจ้าสาวของเขาปรากฏตัวขึ้น เฌอรีนงดงามราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยายในชุดเจ้าสาวสีขาวลูกไม้ฝรั่งเศส แต่ที่ทำให้แขกเหรื่อทั้งงานต้องยิ้มตาม คือนางฟ้าและเทวดาตัวน้อยที่เดินนำหน้าเธอมา ลูกแฝดชายชื่อเจไดในชุดสูทตัวจิ๋วสีขาว และลูกแฝดหญิงชื่อเจด้าในชุดกระโปรงฟูฟ่องสีชมพูอ่อน เด็กแฝดวัยสองขวบครึ่งทั้งสองคนที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากพ่อและแม่ราวกับพิมพ์เดียวกัน เดินถือตะกร้าดอกไม้โปรยทางอย่างขะมักเขม้น แม้เจไดจะแอบเอาดอกไม้เข้าปากหลายครั้ง แต่ก็เดินมาจนถึงมือของคนเป็นพ่อ เจ้าบ่าวอุ้มลูกทั้งสองขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะยื่นมือไปรับมือของเฌอรีนมาจับไว้ พิธีการต่าง ๆ เริ่มไปอย่างอบอุ่น จนถึงช
หลังจบพิธีการ บรรยากาศก็เปลี่ยนเป็นความรื่นเริงในช่วงถ่ายภาพ ข้าวฟ่างเพื่อนสนิทของเฌอรีนรีบวิ่งเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มกว้าง “โอ๊ยเฌอ มึงสวยมากเลยรู้ไหม กูจะร้องไห้แล้วเนี่ย ในที่สุดเพื่อนกูก็ได้เป็นฝั่งเป็นฝาสักที” ทางด้านเพื่อนสนิทของไทก้าอย่างฟรินท์ ธันเดอร์ และไทเกอร์ ก็เดินเข้ามาร่วมวงด้วยท่าทีขี้เล่นตามสไตล์กลุ่มเพื่อนซี้ “คุณหมอไทก้าของเราเสียอาการขนาดนี้เลยเหรอวะ” ธันเดอร์แซวพลางตบบ่าเพื่อน “ตอนแรกทำเป็นเก๊กไปงั้น ที่ไหนได้ยอมเด็กจนหมดท่าเลยนะมึง” “ว่าก็ว่านะ เมียเด็กมันสวยจริงวะ ยอม ๆ ไปเหอะ” ฟรินท์เสริมพลางยิ้มให้เฌอรีนอย่างเป็นมิตร ส่วนไทเกอร์ก็หยิบกล้องขึ้นมาเตรียมเก็บภาพ “เอ้า! ทุกคน มองกล้องหน่อยครับ เจ้าบ่าวช่วยโอบว่าที่เจ้าสาวให้ชิดกว่านี้หน่อย ไอ้หมอครับ มือมึงน่ะ วางบนท้องน้องเฌอเลยครับ ภาพจะได้ออกมาดูอบอุ่น” ไทก้าทำตามคำแนะนำอย่างว่าง่าย เขาขยับเข้าไปชิดร่างเล็ก โอบเอวบางไว้ด้วยแขนข้างหนึ่ง ส่วนมือหนาอีกข้างวางลงบนหน้าท้องนูนสวยอย่างทะนุถนอม สัมผัสถึงสิ่งมีชีวิตตัวน้อย ๆ ที่กำลังจะเกิดมาเป็นพยานรักของเขาและเธอ “มองกล้องนะเฌอ...” ไทก้ากระซิบที่ข้างหูเธอแผ
ไทก้ายังไม่ตอบเป็นคำพูด แต่กลับโน้มใบหน้าลงไปซุกไซ้ที่ซอกคอหอมกรุ่น ก่อนจะกระซิบข้างใบหูเล็กด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่สั่นพร่า “พี่อยากเอาเฌออีก... แค่นมเฌอถูกับอกพี่เมื่อกี้ พี่ก็มีอารมณ์จนทนไม่ไหวแล้วครับ..." "....." "ให้พี่เอาได้ไหม?” เฌอรีนหลุดหัวเราะคิกคักกับความตรงไปตรงมาของคุณหมอจอมหื่น เธอไม่ได้มีท่าทีขัดขืน แต่กลับส่งมือเล็กไปกุมแก่นกายใหญ่โตที่กำลังพองขยายสู้มือเธออยู่ใต้ผ้าห่ม เธอออกแรงขยับรูดรั้งมันขึ้นลงช้า ๆ จนไทก้าถึงกับซี้ดปาก สูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความเสียวซ่าน “อยากมากแค่ไหนคะ?” เฌอรีนถามยั่วเย้า สายตาหวานเชื่อมจ้องมองปฏิกิริยาของเขาอย่างนึกสนุก “อยากมาก... สารภาพเลยนะเฌอ พี่เห็นร่างกายเฌอไม่ได้เลย พี่มีอารมณ์กับเฌอได้ตลอดเวลา แม้กระทั่งตอนที่เฌอเป็นลมที่คลินิก พี่ก็ยังเผลอคิดลามกกับเฌอ ทั้งที่ชีวิตนี้พี่ไม่เคยเป็นแบบนี้กับใครมาก่อนเลย” ไทก้าสารภาพออกมาอย่างหมดเปลือก แววตาคมกริบฉายชัดถึงความต้องการที่พลุ่งพล่าน เมื่อได้ยินคำสารภาพที่แสนเร้าอารมณ์ เฌอรีนก็ตัดสินใจเลิกแกล้งเขาทันที เธอขยับตัวนอนหงายราบไปกับเตียง ก่อนจะดึงผ้าห่มที่ปกปิดร่างกายเปลือยเปล่าออกจนหมดสิ้น






reviews