로그인ศิรัญที่เห็นแบบนั้นเขาก็รีบนั่งยองๆลงตรงหน้าของอังศิญาด้วยแววตาเป็นห่วง
"ขอรัญดูหน่อยนะ" "ค่ะ" อังศิญาว่าพลางยิ้มอ่อนโยนให้ศิรัญ เขาก็ยิ้มหวานให้เธอก่อนจะค่อยๆเอื้อมมือหนาที่อุ่นไปประคองข้อเท้าของเธออย่างประคบประหงมราวกับกำลังจับเท้าเด็กแรกเกิด "เจ็บบอกรัญนะครับ" "ค่ะ"ศิรัญที่ค่อยๆถอดรองเท้าส้นเข้มออกไปจากเท้าขาวของอังศิญาอย่างเบามือที่สุดพร้อมกับเอ่ยบอกภรรยาสุดที่รักด้วยน้ำเสียงโทนนุ่ม เผื่อเขาทำแรงไป ภรรยาเขาจะได้บอกเขาและจะได้ไม่เจ็บไปมากกว่านี้ "เจ็บมากไหมครับ" "โอ๊ะพอได้ค่ะรัญ"อังศิญาว่าหลังจากที่ศิรัญจับข้อเท้าของเธอนวดคลึงไปมาอย่างอ่อนโยนและโดนจุดสำคัญเพื่อให้เส้นที่มันพลิกได้กลับมาคงเดิม ก๊อกๆๆ เสียงประตูห้องของศิรัญดังขึ้นสามครั้งก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออกโดยผู้หญิงหน้าตาสวยเรียวใสไร้ที่ติ เธอแต่งเติมหน้าด้วยโทนสีอ่อนริมฝีปากกระจับถูกแต่งเติมด้วยสีชมพูพิ้งค์เข้ารับกับใบหน้าของเธอพอดีเธอทำให้เธอดูเป็นธรรมชาติ สวยใสสมวัย ในมือของเธอถือกะละมังพลาสติกสีดำไว้ ก่อนจะเดินมุ่งตรงมายังบุคคลสองคนที่มองเธอเป็นจุดเดียว "น้ำเย็นค่ะท่านรอง"พิณรณีเอ่ยขึ้นก่อนจะค่อยๆวางกะละมังลงบนพื้นตรงหน้าของอังศิญา "ขอบคุณมาก"ศิรัญเอ่ยขึ้นพลางมองพิณรณีด้วยสายตาแปลกประหลาดใจ ที่เธอนำน้ำเย็นมาเองโดยที่เขาไม่ได้สั่งการ "ประคบเย็นและนวดคลึงสักนิดอาการข้อเท้าพลิกจะดีขึ้นค่ะ"พิณรณีเอ่ยขึ้นพลางยิ้มอ่อนโยนให้กับอังศิญา อังศิญาที่เกิดอาการตกใจที่คุ้นหน้าของพิณรณี เหมือนเธอเคยคุ้นเคยและเคยเห็นเธอคนนี้ที่ไหนมาก่อนแต่เธอก็จำไม่ได้ นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก ต่อให้เธอสงสัยและอยากถามพิณรณีมากแค่ไหนแต่เธอก็ต้องเก็บความสนใจนี้ไว้ในใจ "ขอบคุณนะคะคุณ?"อังศิญาเอ่ยเสียงหวานพลางยิ้มหวานให้พิณกรณีอย่างจริงใจ "พิณรณี....มีอำนวยน่ะเธอเพิ่งมาทำงานวันนี้วันแรก....ผมจึงให้เธอทดลองงานในตำแหน่งเลขา" "พิณรณีมีอำนวย?"อังศิญาเอ่ยชื่อของคนตรงหน้าที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเธอออกไปอย่างสงสัยและคุ้นชื่อเธอคนนี้ เธอจ้องพิณรณีอย่างไม่วางตา พิณกรณีเองก็จ้องอังศิญากลับอย่างไม่วางตาเช่นกัน เพราะเธอเองก็รู้สึกคุ้นๆอังศิญาอยู่เหมือนกัน พิณกรณีรู้สึกคุ้นเคยกับแววตาคู่นี้ของผู้หญิงคนสนิทของท่านรองประธานคนนี้อยู่เหมือนกัน แต่เธอเป็นผู้น้อยและเป็นคนที่ต้องง้อคนพวกนี้ จึงไม่กล้าคิดถามถึงแม้จะสนใจและแคลงใจอยู่ก็ตาม "และนี่คุณอังศิญาภรรยาของผม"ศิรัญว่าพลางผายมือมาทางอังศิญาที่นั่งอยู่บนโซฟาราคาแพง เพื่อให้พิณรณีได้รู้จักเธอและพวกเธอได้รู้จักกัน "สวัสดีค่ะคุณอังศิญา"พิณรณีว่าพลางยกมือไหว้ ภรรยาของว่าที่นายจ้างเธออย่างเคารพและยิ้มบางๆให้เธอคนที่ได้เพิ่งรู้จัก "สวัสดีเช่นกันค่ะคุณพิณรณี" อังศิญาว่าพร้อมยกมือรับไหว้พิณรณีอย่างอ่อนนุ่ม น่าทะนุถนอมตามท่าทางกิริยาที่เธอทำเสมอมา พิณรณียิ้มกว้างใจชื้นขึ้นมาที่อังศิญา มีท่าทางที่ใจดี ไม่เหมือนตอนแรกที่เธอคิดว่า อังศิญาดูจะใจร้ายและถือตัว แต่นี่เปล่าเลย เธอมองอังศิญาผิดไปจริงๆ "และที่เมื่อกี้เธอจะเข้ามาทำไม...ฉันยังไม่ได้เรียก?"ศิรัญเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นทำให้พิณรณีที่เผลอยิ้มมองอังศิญาอยู่นานนับหนึ่งนาทีต้องสะดุ้งสุดตัว "อ้อพอดีดิฉันจะเข้ามาถามว่าคุณอังศิญาต้องการรับเครื่องดื่มหรือของว่างไหมคะ?"พิณรณีจึงเอ่ยขึ้นอย่างนึกขึ้นได้ และในขณะนั้นอังศิญาเองก็เอาแต่จ้องพิณรณี ศิรัญที่หันมาเห็นว่าภรรยาของเขากำลังจ้องมองพิณรณีพนักงานคนนี้อยู่อย่างมีพิรุธ เพราะอังศิญาไม่ได้ยินคำถามของพิณรณี เขาจึงมองคนสองคนอย่างสงสัย แต่สองคนนี้อาจจะเคยรู้จักกันมาก่อนหรืออาจจะคุ้นหน้ากันก็ได้ เขาได้แต่คิดในใจ "อังครับ?"ศิรัญที่เห็นว่าอังศิญาไม่ได้ยินคำถามของพิณรณีแน่ชัดแล้วจึงเลือกที่จะใช้มือของเขาสกิดที่แขนของเธอเบาๆ จนอังศิญารู้สึกตัวและหันมาหาศิรัญด้วยสายตาตื่นตกใจ "พอดีพิณรณีเขาถามว่าคุณอยากทานอะไรไหม?" "น้ำส้มก็ได้ค่ะ....รบกวนคุณพิณรณีด้วยนะคะ"อังศิญามองหน้าศิรัญเสร็จเธอก็หันไปบอกพิณรณีและยิ้มหวานให้เธอไปอย่างเป็นมิตร พิณกรณีเองก็ก้มศีรษะน้อมรับคำสั่งของคนเป็นนาย "ค่ะด้วยความเต็มใจค่ะ รอสักครู่นะคะ"พิณกรณีว่าพลางยิ้มให้คนทั้งคู่ก่อนจะก้มศีรษะทำความเคารพและหันหลังเดินออกจากห้องทำงานของศิรัญไปอย่างเงียบๆ พิณรณีชงกาแฟและคั้นน้ำส้มอย่างตั้งใจ พลางยิ้มแย้มไปและชื่นชมคนสนิทของท่านรอง ว่าเธอทั้งอ่อนหวาน สวยสง่าและไม่หยิ่งเลย เธอได้แต่คิดว่าตัวเองในใจที่เกือบคิดว่า อังศิญาจะร้ายเสียแล้ว เธอนี่มองคนแค่ภายนอกจริงๆ "เธอเป็นผู้หญิงที่สวยทั้งกายและใจจริงๆเลยนะ" "ท่านรองก็มองจะรักเธอมากด้วย....พวกเขาเหมาะสมกันจริงๆคนรวยกับคนรวย" พิณริณีเอ่ยพึมพำกับตัวเอง พลางยิ้มแห้งๆให้ตัวเองและนึกน้อยใจในโชคชะตาของตัวเอง "มันจะมีทางเป็นไปได้ไหมที่ฉันจะมีแฟนรวยแบบคุณอังศิญาบ้าง?" เธอเอ่ยถามกับตัวเองและหัวเราะสมเพชให้กับความคิดของเธอเองที่มัน เพ้อฝันเกินจริงเสียเหลือเกินในขณะเดียวกัน00:45น.คฤหาสน์วิหารไกลกาลห้องนอนศิรัญ...."โทรหาใครคะรัญ?"เสียงหวานใสของอังศิญาเอ่ยขึ้ยในขณะที่เธสวมใส่เสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวและมืออีกข้างก็กำลังใช้ผ้าขนหนูสีขาวเช็ดผมที่เปียกจากการเพิ่งสระผมมาศรัญหลังจากที่วางสายพิณกรณีไปแล้วก็หันกลับไปมองอังศิญาก่อนจะยิ้มบางๆให้เธอ"ผมโทรหาพิณรณีน่ะ""โทรหาทำไมคะดึกป่านนี้?"อังศิญาว่าพลางหย่อนก้นงอนนั่งลงตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง"ก็ผมเป็นคนชวนเขาไปแต่พอกลับกลับไม่ได้บอกเขากลัวว่าเขาจะรอน่ะ" ศิรัญว่าพร้อมกับเดินมุ่งตรงมาหาอังศิญาและจัดการใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมให้เธออย่างเบามือ "อ้อค่ะแต่ทำไมคุณถึงชวนพิณรณีแต่ไม่ชวนเคทเพื่อนของอังล่ะคะนี่คุณทำตัวไม่เป็นกลางหรือเปล่าคะเนี่ยรัญ?" อังศิญาว่าอย่างไม่จริงจังออกแนวแซวศิรัญเสียมากกว่า"ผมไม่ได้ทำตัวไม่เป็นกลางนะ""แต่วันนี้พิณรณีเขาทำให้ผมได้ร่วมลงทุนกับชาวสเปนรายใหญ่""ร่วมลงทุนกับชาวสเปนเหรอคะ?" อังศิญาว่าอย่างตกใจก่อนจะหยุดมือลงทุกอย่างเหมือนเธอกำลังตกอยู่ในภวังค์แต่ศิรัญกลับไม่ได้ละแคะระคายกับท่าทีของอังศิญาเลย" ใช่ครับเขามาร่วมลงทุนกับบริษัทเรา""คุณจะไปเปิดตลาดที่สเปนหรือค่ะ?""ใช่ครับถ้าเรา
"นี่คุณศิรัญกับคุณอังศิญาเป็นสามีภรรยากันเหรอคะโอ้ว้าว" เสียงตื่นเต้นของคุณหญิงนฤมิตรดังเกินคนในงานทั้งสามดูมีความสุขคุยกันถูกคอ ทั้งคุณหญิงนฤมิตรและคุณศิรัญรวมถึงคุณอังศิญาเองก็ด้วยฉันที่ยืนอยู่หลังสุดของผู้คนไฮโซ ได้แต่มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคุณหญิงนฤมิตรดังออกมาเป็นระยะสื่อว่าเธอกำลังมีความสุขที่ได้พูดคุยกับสองคนนั้น"อาหารนี่มีส่วนผสมของถั่วริสงไหมคะ?"เสียงคุ้นหูของผู้หญิงที่ไม่ใช่ภาษาไทยเอ่ยขึ้นจากทางด้านหลังฉันที่เป็นโซนของกินฉันจึงหันไปหาเธอคนนั้นก่อนจะยิ้มออกมาและรีบเดินตรงไปหาเธอที่ตอนนี้เธอกำลังยืนคุยอยู่กับพนักงานที่ยืนเฝ้าซุ้มของกินอยู่อาหารในงานเป็นแบบบุฟเฟ่ต์คือให้แขกเดินมาดักและนำไปนั่งกินที่โต๊ะได้เองเลย"คุณคามีลา""คุณพิณรณี"ทั้งคุณคามีลาและฉันต่างเรียกชื่อของกันและกันด้วยความดีใจเธอบอกว่าเธอจะมางานเลี้ยงไม่คิดว่าจะเป็นงานเดียวกัน"ฉันดีใจมากค่ะที่เจอคุณที่นี่" คุณคามีลาว่าพร้อมกับยิ้มและโผล่เข้าสวมกอดฉันทันทีด้วยความดีใจฉันเองก็ดีใจและกอดตอบเธอไป"ฉันก็ดีใจค่ะ"ฉันว่าหลังจากที่เราผละกอดออกจากกันแล้ว"ฉันอยากจะกินอาหารอันนี
ฉันที่กำลังจิบน้ำส้มไปด้วยและมองบรรยากาศในงานไปด้วยสายตาก็ไปสบเข้ากับแผ่นหลังเนียนบางของใครคนหนึ่งที่เธอสวมใส่ชุดเดรสสีทองเปิดแผ่นหลังโชว์เรือนร่างที่เย้ายวนกำลังยืนอยู่ท่ามกลางของผู้คนทั้งชายและหญิงรุมล้อมเธอใบหน้าของเธอสวยเนียนแต่งหน้าโทนอ่อนแต่ทำให้เธอคนนี้ดูมีเสน่ห์และน่ารักพร้อมสวยไปในตัวยิ่งเวลาเธอยิ้ม เธอยิ่งสวย"คุณอังศิญา?"ฉันเอ่ยชื่อของเธอคนที่ฉันกำลังชื่นชมออกไป และหันกลับมามองท่านรองที่ตอนนี้เขาเองก็กำลังจิบไวน์ไป และพูดคุยกับเพื่อนๆในแวดวงธุรกิจไปด้วย ใบหน้าของเขาก็ยิ้มแย้มดูมีความสุขสองคนนี้ ดูเหมาะสมกันมากจังเลยนะ อีกคนก็สวยสง่า อีกคนก็หล่อปานเทพบุตรลงมาจุติแล้วแบบนี้ท่านรองจะอยากมีเมียน้อยเหรอ "โอ้ย?"ฉันที่รู้สึกมึนหัวเพราะภาพตรงหน้ากำลังขึ้นเป็นภาพซ้อน เหมือนตาลาย อย่าบอกว่าฉันจะเป็นลมน่ะ! พรึบ"เป็นอะไรไหมครับ?"เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นข้างหนูฉันและเป็นเจ้าของอ้อมแขนที่รับร่างฉันอยู่ในตอนนี้ฉันจึงหันไปมองคนคนนั้น ก็พบว่า หน้าตาคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน"ไม่สบายหรือครับไปนั่งพักรับลมข้างนอกก่อนดีกว่าครับ""เดี๋ยวผมพาไป""ได้ค่ะขอบคุณมากนะคะ" ฉันเอ่ยบอกเขาไปพร้อม
20:00น.ชั้นจัดเลี้ยงงานวัดเกิดคุณหญิง นฤมิตร...หน้าทางเข้างานเพลงขวัญ พิณรณี......."คุณพิณรณี"เสียงทุ้มที่คุ้นหูฉันเอ่ยขึ้นทันทีที่ร่างของฉันเดินมาถึงหน้าทางเข้างานก็ต้องได้ยินใครบางคนเรียกฉันฉันที่รีบชนิดที่ว่ากึ่งเดินกึ่งวิ่งต้องหันขวับกลับไปมองยังต้นเสียงก่อนจะยิ้มแหยๆให้เขาไป เมื่อคนคนนั้น คือท่านรอง ศิรัญวิหารไกลกาลเจ้านายฉัน"คุณมาสาย?" เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับยกแขนขึ้นมาดูนาฬิกาที่ข้อมือเขาก่อนจะตวัดสายตาคมมองมาที่ฉันด้วยสายตาพิจารณา"ขอโทษค่ะท่านรอง" ฉันว่าพร้อมกับยกมือไหว้ขอโทษเขาเขาก็ผ่อนลมหายใจออกมาก่อนจะหยิบกล่องกำมะหยี่เท่าฝามือขึ้นมาฉันก็มองเขา เขาก็จัดการเปิดกล่องในนั้นเป็นสร้อยเพชรเม็ดกลมเงาวาววับจนแสบตา"หันหลังสิ"ท่านรองว่าในขณะที่ปลดตะขอสร้อยออกเตรียมพร้อมที่จะใส่ฉันก็ทำหน้างงๆ"เธอจะปล่อยให้คอว่างแบบนั้นได้ไงไม่มีของประดับ" ท่านรองว่าเสียงเรียบแววตานิ่งเฉย ฉันจึงต้องยอมหันหลังให้ท่านรองเขาก็จัดการสวมสร้อยให้ฉันจากทางด้านหลังในขณะที่มือของท่านรองสัมผัสที่แผ่นต้นคอฉัน ทำให้ฉันสะดุ้งเพราะไออุ่นจากมือเขาทำให้ฉันเผลอหัวใจเต้นแรงใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาเสียดื้อๆเม
"ท่านรองยังไม่มาโชคดีไปนะยัยเพลง!"ฉันบ่นอุบกับตัวเองในขณะที่มาถึงหน้าประตูทางเข้าโรงแรมเป็นที่เรียบร้อยแล้วโรงแรมหรูระดับห้าดาวเลยจะดูหรูหราสมราคามากถ้าจะนอนค้างที่นี่ห้าหลักอัพแพงหูฉี่มากฉันคงจะนอนที่บ้านเช่าหลังเก่าดีกว่าแต่ถ้าเป็นไปได้ ฉันก็อยากจะพายายมานอนที่ดีๆแบบนี้บ้าง"ว่าแต่เขาจัดงานกันชั้นไหนนะ?"ฉันพึมพำกับตัวเองอีกครั้งก่อนจะมองซ้ายมองขวาหาเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เมื่อมองเห็นฉันก็เดินเข้าไปหาโต๊ะประชาสัมพันธ์ทันที"ขอโทษนะคะเขาจัดงานเลี้ยงวันเกิดคุณหญิงนฤมิตรชั้นไหนนะคะ""รอสักครู่นะคะ" ประชาสัมพันธ์ที่เป็นผู้หญิงสวมใส่ชุดยูนิฟอร์มของโรงแรมโดนเฉพาะเอ่ยขึ้นก่อนจะก้มหน้าไปดูจอคอมพิวเตอร์และกดพิมพ์แป้นพิมพ์คีย์บอร์ด้วยสายตาไม่ค่อยเป็นมิตรระหว่างยืนรอฉันก็มองดูบรรยากาศรอบๆไปด้วยผู้คนมากมายผลัดกันเดินเข้าเดินออกบางคนแต่งตัวธรรมดาบางคนแต่งตัวหรูหราสวมร้อยเพชรประดับประดาอย่างกับงานขายเครื่องเพชรพวกคนรวยก็แบบนี้แหละ แข่งกันแต่งตัวออกงานตามสังคมเพื่ออวดความรวยของตัวเองที่คนจนๆอย่างฉันไม่มีวันเข้าใจ"ห้องรับรองชั้นยี่สิบ"" ขอบคุณมากค่ะ"ฉันเอ่ยขอบคุณพนักงานไปพร้อมกับยิ้มให้
18:00น.ศิรัญ........ติ๋งผมหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานจากโต๊ะเสริมของรถลีมูซีนคันหรูคันนี้ขึ้นมาดู เมื่อมีการแจ้งเตือนเงินออกข้อความเข้า:เงินออกจำนวน 200000บาทจากบัตรเดบิต"สองแสนบาท?"ผมพึมพำขึ้นมาเมื่อเห็นข้อความในมือถือจากบัตรเครดิตที่ถูกใช้รูดซื้อของ บัตรที่ผมให้พิณรณีไป"คนนี้หรือที่แกบอกว่าเป็นเด็กของไอ้ทศพล?"เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างสงสัยดังมาจากผู้ชายหน้ามนคนผิวสองสีที่นั่งอยู่เบาะนั่งข้างผมผมจึงหันไปมองหน้ามัน "ใช่""สวยเก่งฉลาดแถมพูดสเปนคล่องมาก""ใช่ฉันยังตกใจ"ผมเอ่ยเสริมมันไปอย่างเห็นด้วยเพราะเธอไม่ได้เขียนในใบสมัครว่าเธอพูดได้แค่ภาษาอังกฤษ"และแกจะทำยังไงต่อ?""ถ้าข่าวเรื่องนี้รู้ถึงหูไอ้ทศแสดงว่าเธอนี่แหละเป็นสายของมันจริงมันส่งเธอเพื่อเข้ามาล้วงความลับฉัน""และแกจะปล่อยมันไปแบบนี้?""ใช่ก็เล่นตามน้ำไปก่อนแกเองก็อย่าเผลอหลุดพูดภาษาไทย""โห้มันใช่เรื่องง่ายเหรอวะ?"ไอ้มิตเชลล์โวยก่อนจะทำหน้าบู้บี้ตาทประสาของมันผมก็ยักคิ้วให้มันก่อนจะหันมาให้ความสนใจงานของผมตรงหน้าต่อ"และเรื่องการตลาดที่ฉันให้แกไปติดต่อชาวด์ที่สเปนเป็นยังไงบ้าง?""จะได้เรื่องอะไรว่ะชาวด์เข้าถึงยาก







