เข้าสู่ระบบตึกๆๆ(เสียงฝีเท้าเดิน)
ฉันได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังเดินมุ่งตรงมาทางนี้ ฉันจึงละมือวางปากกาที่กำลังเขียนตารางงานของท่านรองอยู่แล้วรีบวิ่งไปรับหน้าแขกคนนั้น ก็พบว่าเป็นผู้หญิง เธอในชุดเดรสยาวสีขาวไม่รัดรูปปล่อยผมยาวสยายสวยปรอยผมพัดไปตามแรงที่เธอเดิน เธอคนนี้สวยสง่ามาก ไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร แต่หน้าที่ฉันคือต้องยกมือไหว้ทุกคนที่จะเข้าไปในห้องของท่านรอง "สวัสดีค่ะ"ฉันยกมือไหว้และเอ่ยทักทายเธอไปด้วยน้ำเสียงใส เธอคนนั้นหยุดเดินและหันมามองหน้าฉัน พร้อมกับยกมือรับไหว้ฉัน ยิ่งมองใกล้ๆยิ่งสวย ใบหน้าเรียวรูปไข่จมูกโด่งเชิดริมฝีปากที่ชมพูเป็นกระจับรับกับใบหน้าของเธอมาก หน้าเธอไม่มีรอยสิวสัดเม็ดหรือแผลเป็นอะไรเลย "สวัสดีจ๊ะ...คุณศิรัญอยู่ไหม?" "อยู่ค่ะแต่ไม่ทราบคุณได้นัดไว้ไหมคะ?"ฉันตอบและเอ่ยถามเธอกลับไป เธอก็จ้องหน้าฉันนิ่งอยู่แบบนั้น ฉันเองก็ขมวดคิ้วมองหน้าเธอว่าเธอมองฉันทำไมกัน จ้องเหมือนคนคุ้นหน้าแต่ไม่กล้าทัก "เธอเป็นเลขาเหรอ?"เธอคนนั้นถามฉันเสียงเรียบพลางใช้สายตาคู่สวยสองชั้นของเธอมองมาที่ฉันตั้งแต่หังจรดเท้าเท้าจรดหัว ฉันก็ก้มหน้าลงอย่างเก้ๆกังๆ ที่เห็นสายตาแบบนั้นของเธอคนนี้ ไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรแต่ฉันกลับรู้สึกไม่ดีเลยกับสายตาที่เธอใช้มองฉัน "เปล่าหรอกค่ะแต่ท่านรองให้ดิฉันมาลองฝึกงานในตำแหน่งนี้ดูก่อนค่ะ" "อ้อเหรอ... อืม" "คุณคะ" ฉันเอ่ยรั้งเธอไว้อีกครั้งเมื่อเธอพูดเสร็จก็ทำท่าจะเดินเข้าไปในห้องท่านรอง "ฉันเป็นภรรยาของเขาอย่างนี้ต้องนัดเขาก่อนไหม?"เธอหันขวับกลับมามองหน้าฉันพร้อมกับพูดเสียงเเข็งหน้าตาดูเข้มขรึมขึ้นมา ใบหน้าสวยบูดบึ้งบ่งบอกว่าเธอไม่พอใจฉัน ฉันก็ทำได้เพียงแค่ก้มศีรษะลงและเอ่ยขอโทษเธอไป "ขอโทษด้วยนะคะดิฉันไม่ทราบจริงๆ" "ไม่เป็นไรแต่ต่อไปเธอก็คงจะรู้ดี"เธอพูดเสียงเรียบตรึงก่อนจะสะบัดผมและเดินไปเคาะห้องท่านรองก่อนจะเปิดประตูเข้าห้องท่านรองไปเลย ปล่อยให้ฉันยืนหน้าเสียอยู่ตรงนี้ "ปากนะปากนี่แหนะ!!"ฉันว่าพร้อมกับยื่นมือมาตบปากตัวเอง เธอคนนั้นออกจะสวยสง่าขนาดนั้น เราไม่รู้ได้ไงเนี่ยว่าเธอเป็นถึงภรรยาท่านรอง ว่าแต่เขาสองคนเหมาะสมกันดีจริงๆนะ อีกคนก็หล่อ อีกคนก็สวย "เห้อ....." ฉันผ่อนลมหายใจออกมาก่อนจะเบะปากแบะเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง แต่ก็ต้องลุกขึ้นยืนอีกครั้ง และมันก็เป็นแบบนี้อีกหลายครั้ง ผุดลุกผุดขึ้นเพราะฉันกำลังอถียงกับตัวเองว่า ฉันจะต้องเข้าไปหาภรรยาท่านรองกับท่านรองไหมว่าพวกเขาจะรีบเครื่องดื่มหรือของว่างไหม หรือจะไม่เข้าไปดี "เข้าไปดีกว่า..... ท่านรองเงียบแบบนี้บางทีเขาอาจจะกำลังทดสอบเราอยู่ก็ได้" "หน้าที่เลขาต้องเข้าไปถามเขาว่ารับเครื่องดื่มอะไรดีหรือจะเอาเข้าไปเลยล่ะ?" "โอ้ยยัยเพลงขวัญเอ้ย!!" ฉันบ่นกับตัวเองพลางเกาศีรษะจนผมยุ่งไปหมด เอายังไงดี!!!! พรึบ!!! "เอาว่ะ!!"ฉันลุกขึ้นยืนอีกครั้งและตั้งใจแน่วแน่แล้วว่าฉันจะเข้าไปถาม มันคงไม่เป็นการขัดจังหวะหรอกมั้งหรือไม่เสียมารยาทหรอกนะ ก๊อกกกๆๆๆ ฉันเคาะประตูสองครั้งแต่ด้านในก็ไร้เสียงตอบกลับ ฉันจึงสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ก่อนจะยื่นมือไปเปิดประตูและดันเข้าไปแต่ประตูกลับดันไปเองอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทำให้ฉันตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ ก่อนจะได้รับรู้เรื่องทั้งหมดของสาเหตุที่ประตูเหมือนถูกดันจากฉันไปอย่างแรงแต่ที่จริงแล้ว มันมีคนอยู่ด้านในและจับด้ามลูกบิดอีกอันไว้ก่อนจะดึงประตูเข้าไปทำให้เกิดแรงดันบางอย่าง จนทำให้ร่างของคนที่จับประตูด้านในเซถลากำลังจะหงายหลังล้มเพระาเกิดการเสียหลัก สาเหตุมาจากฉันและเธอดึงประตูพร้อมกัน ฉันดันเข้าเธอเองก็ดึงออก เลยทำให้แรงทั้งหมดไปอยู่ที่เธอด้านใน เธอคนนั้นกำลังกำลังจะล้มลงฉันมัวแต่ตกใจทำอะไรไม่ถูก ทำให้สัญชาตญาณความเป็นมนุษย์ยื่นมือไปคว้าเเขนเธอคนนั้นไว้อย่างทำให้เธอไม่ล้มลงก้นกระแทกพื้น แต่ก็ทำให้ฉันเกิดการเสียหลักแทน "ว๊ายๆ"ทั้งฉันและเธอร้องออกมาพร้อมกัน และในที่สุด ทั้งฉันและเธอก็ล้มลงกับพื้นด้วยกันทั้งคู่ ตุุ๊บ "โอ๊ย"ฉันร้องออกมาด้วยความเจ็บและความจุกที่ก้นกระแทกพื้นอย่างแรง "อัง!!"เสียงตดใจของท่านรองเอ่ยดังขึ้นก่อนจะวิ่งถลาเข้ามาหาภรรยาของเขา สีหน้าตื่นตกใจ "เป็นอะไรไหมครับ?"ฉันที่ล้มอยู่อีกฝั่งของท่านรองก็มองท่านรองและภรรยาของเขา "ไม่เจ็บมากค่ะ"ภรรยาท่านรองว่าพร้อมกับยิ้มบางไปให้ท่านรอง "ลุกไหวไหมครับ?" ท่านรองว่าด้วยน้ำเสียงห่วงใยพลางจับมือไปที่แขนของเธอคนนั้น "ไหวค่ะ" เธอว่าพร้อมกับค่อยๆหยัดตัวลุกขึ้นยืนโดนมีท่านรองช่วยประคับประคองอย่างหวงแหน ผิดกับฉันที่ต้องลุกขึ้นยืนเอง ฉันมองภาพของท่านรองและภรรยาของเขาด้วยหัวใจที่สั่นไหวและรู้สึกอิจฉายังไงชอบกล ฉันไม่เจ็บตรงส่วนไหนนนอกจากสะโพกที่กระแทกพื้นอย่างจัง "เจ็บตรงไหนไหมครับ?"เสียงทุ้มเข้มของท่านรองประธานเอ่ยขึ้นหลังจากที่เขาประคองร่างบางของภรรยาลงบนโซฟาตัวนุ่มด้วยน้ำเสียงและสายตาที่เป็นห่วง "นิดหน่อยค่ะ...แต่สงสัยข่อเท้าน่าจะแพง"ภรรยาสุดของท่านรองเอ่ยขึ้นพลางค่อยๆพลิกขาซ้ายของเธอที่พลิกจนตกส้นเข้มไปมา ฉันเมื่อเห็นว่าข้อเท้าเธอแดงจึงรีบเดินออกมาจากห้องนั้นเพื่อจะไปหาน้ำเย็นมาประคบเท้าให้เธอหลายวันต่อมา......วันหยุดสุดสัปดาห์13:30น.เพลงขวัญ พิณรณี......"เดี๋ยวที่เหลือแป๋วจัดการเองค่ะคุณเพลง""ไม่เป็นไรเลยนี่จะเสร็จแล้ว"ฉันเอ่ยบอกแป๋วพร้อมกับหันไปมองยิ้มให้เธอที่ยืนเช็ดจานอยู่ข้างๆฉัน"แป๋วเอาน้ำขิงไปให้คุณรัญหน่อย""คุณรัญแพ้ท้องอีกแล้วเหรอป้า?""เอ่อข้าบอกให้เอาไปให้ก็เอาไปสิว่ะถามมาหน้ารำคาญ"เสียวป้าส้มโวยวายใส่แป๋ว พร้อมกับยืนเท้าเอวใส่แป๋วอย่างเอาเรื่อง"ไปเถอะจ๊ะเดี๋ยวที่เหลือฉันทำเองนะ"ฉันเอ่ยบอกแป๋วไป เธอก็ทำสีหน้าไม่อยากทิ้งฉัน แต่ก็เลี่ยงคำสั่งของป้าเธอไม่ได้"เร็วๆสิ""จ้าไปแล้วจ้าเดี๋ยวแป๋วมานะจ๊ะ""จ้า"ฉันเอ่ยบอกแป๋วไป เธอก็พยักหน้าให้ฉันก่อนจะหันไปเตรียมชาให้ท่านรองคนทั้งบ้าน ไม่มีใครรู้เรื่องฉันท้องนอกจากแป๋วกับคุณพิศมัย เพราะฉันขอเธอสองคนไว้ไม่ให้บอกใครเพราะถ้าคนอื่นในบ้านนี้รู้ ท่านรองเองก็อาจจะรู้เช่นกัน"เดี๋ยวป้าล้างต่อเองค่ะคุณเพลงไปพักผ่อนเถอะนะคะวันนี้เป็นวันหยุดของคุณเพลงทั้งที""ค่ะขอบคุณมากค่ะป้าส้ม"ฉันเอ่ยขอบคุณป้าส้มไป และวางจานใบสุดท้ายที่ฉันล้างเสร็จลงไปในกระกร้าวางจานก่อนจะหันไปยิ้มให้ป้าส้มพร้อมกับเดินออกมาจากห้องครัว เดินตรงไปยังห้
วันต่อมา......ห้างสรรพสินค้า KA....13:30น.เพลงขวัญ พิณรณี....."ฝากเธอดูแลคุณขุนณรงค์ด้วยฉันต้องไปดูอัง""ได้ค่ะวางใจได้ค่ะท่านรอง"ฉันเอ่ยบอกท่านรองไปในขณะที่เราสองคนหยุดอยู่หน้าร้านอาหารหรูในห้างสรรพสินค้าของขุนศึกเพราะเรามีนัดเซ็นสัญญากันที่นี่และพอเซ็นเสร็จท่านรองก็ได้รับโทรศัพท์จากคุณอังศิญาว่าเธคลื่นไส้จนเป็นลมตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลให้เขารีบไปหาเธอ"ฉันไปก่อนนะ""ค่ะ"ฉันก้มศีรษะรับคำท่านรอง เขาก็ทำสีหน้าเรียบใส่ฉันก่อนที่เขาจะพยักหน้าและเดินออกไปจากหน้าร้านอาหารหรูชื่อดังของห้างขุนศึกฉันรอจนแผ่นหลังกว้างของเขาลับตาไป ไม่รู้นานเท่าไหร่ รู้แต่ว่า เขาเดินหายไปจากที่นี่แล้ว"แก"เสียงหวานที่คุ้นหูฉันเอ่ยขึ้นจากทางด้านข้างของฉันทำให้ฉันหลุดออกจากภวังค์ความคิดและหันกลับไปมองต้นเสียงเอริยืนอยู่ข้างฉัน สีหน้าเป็นกังวลและเป็นห่วงฉันฉันจึงเฉไฉยิ้มกว้างให้มันขึ้นมาทันทีแต่เอริที่เป็นเพื่อนฉันมานาน และรู้จักฉันดีเธอคงจะสงสัยอะไรบางอย่าง"แกกับคุณศิรัญไม่ใช่แค่รองประธานกับเลขาใช่ไหม?"เอริเอ่ยถามฉันด้วยน้ำเสียงจริงจัง เธอจ้องหน้าฉันนิ่ง ราวกับกำลังบีบบังคับให้ฉันพูดความจริง"แกพูดเรื
หลายวันต่อมา20:30น.เพลงขวัญ พิณรณี........"ท่านรองจอดให้ฉันลงตรงนี้ก็ได้ค่ะ"ฉันเอ่ยบอกท่านรองไปในขณะที่รถส่วนตัวของเขาแล่นมาใกล้จะถึงบ้านของเขาแล้ว เขาที่นั่งประจำคนขับหันมามองหน้าฉันอย่างไม่เข้าใจ"ทำไม?""เดี๋ยวคนอื่นเห็นและจะดูไม่ดีนะคะ""หึเธอทำงานกับฉันกลับบ้านพร้อมกันก็คงไม่แปลก"เขาตอบฉันมาหน้าตาเฉย และเหยียบคันเร่งของเครื่องยนต์ให้เเรงขึ้นโดยไม่คิดที่จะฟังคำพูดของฉันฉันจึงนั่งเงียบเม้มริมฝีปากแน่นและหันหน้ามาอีกทางโดยที่ท่านรองก็ไม่ได้พูดอะไรฉันเองก็เงียบจมอยู่กับความคิด เรื่องของฉันกับเขา กำลังกลับไปอยู่ในความที่ถล้ำลึกเหมือนเดิมอีกแล้วแต่ที่ไม่เหมือนครั้งแรก เพราะครั้งนี้ ฉันดันเผลอมีใจให้เขา และตกหลุมรักเขาไปจนถอนตัวไม่ขึ้นแต่ทำไม ฉันยิ่งคิดที่จะห่างจากเขา แต่เป็นเขาที่ดึงรั้งฉันไว้ไม่ให้ห่างจากเขาแต่ถึงยังไง เมื่อถึงเวลา ฉันก็จะไป"พรุ่งนี้ขุนศึกนัดท่านรองไปเซ็นสัญญานะคะ"ฉันเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบและความอึดอัดภายในรถ"อืมฉันจะให้ค่าคอมมิชชั่นเธอทันทีที่ปิดดีลกับบริษัทคุณขุนณรงค์ได้""ยินดีและขอบคุณมากค่ะ"ฉันเอ่ยขอบคุณท่านรองไป ในขณะที่รถของท่านขับเคลื่อนมาหย
คาสิโนของ ทศพล.....13:00น."อื้อพอก่อนค่ะพล"เสียวหวานครวญครางขึ้นในขณะที่ร่างหนาของทศพลไม่ไม่ยอมให้เธอลุกออกไปจากตัวเขาโดยที่ทั้งสองอยู่ในสภาพที่เปลือยเปล่า และเพิ่งจะจัดหนักจัดเต็มกันไปหลายยกอังศิญามีผมเพ้าที่รุงรัง เพราะทศพลมีรสนิยมเซ็กส์ที่ซาดิสเนื้อตัวของเธอมีรอยแดงเป็นจ้ำตามซอกคอและเนินอก เต็มไปด้วยรอยรักที่ถูกจากการดูดดึงช่องทางรักของเธอก็แห้งสนิทจนแสบไปหมด เพราะเธอไม่ไหวที่จะร่วมรักกับเขาต่อ เพราะเขาจัดเต็มจนเธอแทบจะไม่มีแรงเดิน"คุณคงจะเบื่อแล้วหนิไอ้รัญมันเด็ดกว่าผมหรือไง?""ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะพลรัญเขาสู้คุณไม่ได้สักนิด""ถ้าคุณไม่ส่งฉันให้เขาไปหาเขาฉันคงไม่ยอมมีอะไรกับเขาหรอกค่ะ"อังศิญาว่าพลางทำสายตาสะอิดสะเอียนทั้งที่จริง เธอหลงศิรัญและหลงในบทเพลงรักที่เขามอบให้เธอ แต่เธอก็บอกแบบนั้นให้ทศพลรู้ไม่ได้ไม่งั้นมีหวัง เขาโกรธและทำร้ายเธอแน่"หึให้มันจริง""และนี่แผนของคุณเป็นยังไงบ้างเรื่องท้อง?""รัญเขาดีใจมากค่ะยิ่งอีแก่โง่นั้นให้อังตั้งหนึ่งร้อยล้านนะคะ""โง่จริงๆ"อังศิญาว่าพลางแค่นหัวเราะเยาะก่อนจะเอื้อมือไปหยิบแก้วไวน์ชั้นดีขึ้นมาจิ๊บก่อนจะเอนแผ่นหลังพิงไปกับพนักเตียง
จนฉันสั่นสะท้านอยู่ไม่เป็นสุขเพราะความเสียว"อื้อออ"ฉันแอ่นร่างกายขึ้นลงเมื่อท่านรองเลื่อนใบหน้าหล่อต่ำลงซุกไซ้ร่างกายฉันไปซุกซอกทุกมุมก่อนจะไปหยุดที่เนินสามเหลี่ยมโหนกนูนของฉันเขาไม่รอช้าดึงมือออกจากร่องสวาทของฉันและจัดการรูดกางเกงชั้นในของฉันออกมาจากร่างกายของฉันไปให้พ้นทางเมื่อเขาถอนกางเกงชั้นในของฉันออกไปแล้ว เขาก็จ้องกลีบกุหลาบงามของฉันไม่วางตาก่อนจะก้มหน้าลงไปสูดดมร่องสวาทของฉันอย่างไม่รังเกียจ แต่ฉันกลับหน้าร่อนผ่าวขึ้นมาด้วยความเขินอายแต่ยอมรับ ว่าเสียวซ่านอย่างบอกไม่ถูกเมื่อปลายลิ้นสากของท่านรองกำลังตวัดหยอกเย้ากลีบงามของฉัน"อื้ออออ!!"ฉันแหบจะหยุดหายใจกับความเสียวซ่านของปลายลิ้นสากฉันดีดดิ้นไปมาอยู่บนโต๊ะทำงานของท่านรองก่อนที่ฉันจะทนความเสียวซ่านไม่ไหว"อ๊ะๆไม่ไหวแล้วค่ะ!!!"ฉันร้องบอกเขาเสียงสั่นก่อนที่ร่างของฉันจะกระตุกเกร็งน้ำหวานมากมายไหลรินออกมาจากร่องสวาทของฉันฉันนอนหายใจเหนื่อยหอบและกำลังจะหุบขาลงแต่ก็โดนท่านรองยึดสะโพกไว้ไม่ให้ฉันหนีเขา"มันสกปรก"ฉันเอ่ยบอกเขาไป ในขณะที่รู้ว่าเขาคิดที่จะทำอะไร เขาเงยหน้าขึ้นมามองหน้าฉันสายตาของเราประสานกันแต่เขาก็ไม่ฟังคำพูดขอ
บริษัทวิหารไกลกาลเนชั่นกรุ๊ป..... ห้องรองประธาน 10:30น. เพลงขวัญ พิณรณี....... "สืดดดด"ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างเฮือกใหญ่เพื่อทำใจให้ตัวเองกล้าที่จะไปเผชิญหน้ากับท่านรอง ก๊อกกกๆ ฉันยกมือขึ้นไปเคาะประตูห้องทำงานของท่านรองสองครั้งแต่ก็ไร้เสียงตอบกลับจากคนข้างใน ฉันจึงยื่นมือเดิมกับที่ใช้เคาะประตูเอื้อมไปบิดลูกบิดประตูก่อนจะผละกประตูเปิดเข้าไป ก็พบว่า ท่านรองกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของเขา ด้วยสีหน้าที่ซีดเซียว แววตาอ่อนแรงกำลังนั่งหงายหน้าแผ่นหลังพิงเก้าอี้เงยหน้ามองเพดานสีขาวของห้อง ฉันเดินถือแผ่นกระดาษสีขาวในมือและเดินมุ่งตรงไปหาเขา เขาที่ได้ยินเสียงฝีเท้าก็ลุกขึ้นก้มหน้ามามองฉัน ก่อนจะยันตัวนั่งตัวตรง "มีอะไรเหรอ?"เสียงทุ้มเอ่ยออกมาอย่างแหบแห้ง ฉันวางน้ำขิงที่ไร้กลิ่นขิงให้ท่านรอง "ทานสักหน่อยนะคะแก้อาการคลื่นไส้ได้ค่ะ" "ขอบคุณ"ท่านรองว่าก่อนจะยื่นมือมาจับแก้วน้ำขิงที่ฉันชงมาให้เขา ก่อนที่เขาจะสูดดม และไม่มีปฏิกิริยาว่าจะเหม็น เขาจึงยกแก้วกระดกดื่มก่อนจะยิ้มบางๆออกมา "รู้สึกดีขึ้น....ของคุณนะ" "ไม่เป็นไรค่ะ...."ฉันตอบเขาไปก่อนจะวางแผ่นกระดาษที่ฉันถือมาด้วยวางลงตร







