เข้าสู่ระบบฉันเปิดประตูเข้าไปภายในห้อง ก็พบกับความเย็นระดับสิบที่ทำให้ฉันถึงกับขนลุกเพราะมันเย็นขึ้นขั้นหนาวได้เลยล่ะ
"สวัสดีค่ะ" ฉันเอ่ยทักทายพร้อมกับยกมือไหว้คนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะทำงานสุดด้านในของห้องนี้ ผู้ชายสวมใส่สูทสีดำกำลังก้มหน้ามองเอกสารบางอย่างอยู่บนโต๊ะทำงาน "พิณรณีมีอำนวย?"ฉันถึงกับสะดุ้งฮวบเมื่อเสียงเข้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับใบหน้าของผู้ชายคนนั้นที่เงยหน้าขึ้นมาสบตาเข้ากับฉัน ดวงตาคมกริบใบหน้าเรียว จมูกโด่งเป็นสันริมฝีปากกระจับ "อ้อใช่ค่ะ"ฉันตอบเขาไปเสียงติดขัดก่อนจะรู้ตัวว่าเผลอจ้องหน้าเขานานเกินไป แต่เขามีใบหน้าที่ฟ้าประทานขนาดนั้น เป็นใคร จะไม่เผลอมองนานขนาดนั้นได้ล่ะ "เชิญนั่ง"เขาพูดเสียงเรียบก่อนจะผายมือมาตรงหน้าเขาที่ตรงหน้าฉันเหมือนกัน "ค่ะ" ฉันว่านั่งลงบนเก้าอี้สีดำตัวนิ่มและก้มหน้าลงไม่กล้าสบตากับคำตรงหน้า ที่เขาเองก็จ้องฉันไม่วางตาเหมือนกัน "จบการศึกษามหาลัยเอกชนชื่อดังของประเทศคณะบริหารธุรกิจด้วยเกรดนิยมอันดับสอง"เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมา "ใช่ค่ะ"ฉันตอบเขาไปพร้อมกับพยักหน้าไปด้วย เอกสารที่เขาคนนี้กำลังอ่านอยู่ ก็คือเรซูเม่ประวัติและผลการเรียนของฉัน "ทำไมคุณถึงอยากจะทำงานที่นี่?"สิ้นคำพูดของเขาพร้อมกับสายตาคมกริบตวัดมองหน้าฉันเป็นจังหวะเดียวกับที่ฉันเงยหน้าขึ้นมามองหน้าพอดี เลยทำให้เราสองคนเผลอสบตากันโดยบังเอิญและไม่ได้ละสายตาไปจากดวงตาคมเข้มคู่สวยนั้น ทำไมเขาถามแบบนี้ แต่ก็เป็นคำถามปกติไม่ใช่เหรอ ที่คนสัมภาษณ์จะต้องถามคำถามนี้กับพนักงานที่เขาจะรับเข้ามาทำงานในบริษัทของเขา "คือที่ฉันอยากทำงานที่นี่เพราะบริษัทวิหารไกลกาลกรุ๊ปเนชั่นเป็นบริษัทใหญ่มั่นคงและผลิตแต่ของดีๆออกมาให้ประชาชนได้บริโภคค่ะ" "และที่ดีไปกว่านั้นคือคุณภาพสินค้าอยู่ในระดับเอแต่ขายไม่แพงเป็นที่จับต้องให้ประชาชนงบน้อยหรือพนักงานเงินเดือนน้อยหรือพนักงานเงินเดือนเอื้อมถึงได้ค่ะ" ฉันพูดอธิบายไปตามสิ่งที่ฉันรู้มา ว่าบริษัทนี้ ทำเกี่ยวกับอาหารสำเร็จรูป อาหารแช่แข็ง และอาหารแปรรูปทั่วไป และคุณภาพสินค้าก็ดี แต่มักจะโดนบริษัทคู่แข่งปล่อยข่าวเสียหายอยู่เป็นประจำ "ถือว่าคุณศึกษาข้อมูลเตรียมตัวมาดี....แต่แค่คำพูดเท่านี้ไม่ได้แปลว่าผมจะเลือกคุณ"เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมาหลังจากที่ฉันพูดจบไปประมาณสามนาที เขาเงียบไปก่อนหน้านี้ เพราะจะหาคำพูดมาเพื่อแทงใจดำฉันแบบนี้อ่ะนะ? "คะ?"ฉันเอ่ยออกไปพลางทำสีหน้าไม่เข้าใจและสงสัย ว่าที่เขาพูดมาหมายความว่ายังไงกันแน่ "ก็แบบที่ผมพูดไป....แต่ผมเป็นคนที่ชอบให้โอกาสคน....." เขาว่าต่อพร้อมกับจ้องดวงตาคู่คมมาที่ฉัน เหมือนฉันเป็นนักโทษและเขาเป็นคนสอบสวนเพื่อจะสอบสวนหาข้อมูลความจริงบางอย่างจากฉัน แต่นี่อาจจะเป็นความเข้มขรึมที่เขาต้องทำก็ได้นะ เพราะเขาเป็นถึงท่านรองประธานที่ปกครองคนทั้งบริษัท เขาวางตัวได้ดีมาก น่าเกรงขามและน่าเคารพ แต่ก็แอบน่ากลัวนะ เขาเล่นจ้องฉันขนาดนี้ "ผมยินดีที่จะรับคุณมาทดลองงานในบริษัทของผม" "นับตั้งแต่นี้ไปหรือจนกว่าคุณจะพร้อมเริ่มงานได้ที่นี่" ฉันเบิกตาโตลุกวาวเมื่อได้ยินคำพูดของคนตรงหน้า นี่แสดงว่าเขารับฉันเข้าทำงานแล้วใช่ไหม "คุณรับฉันเข้าทำงานจริงๆเหรอคะไม่ได้ล้อกันเล่นใช่ไหม?"ฉันเอ่ยออกไปเสียงตื่นเต้นเนื้อตัวสั่นเทาด้วยความดีใจ "ถ้าคุณไม่เชื่อ....นี่สัญญาคุณสามารถอ่านและเซ็นได้เลยถ้าคุณยินดีรับข้อเสนอจากทางบริษัทผม"ท่านรองว่าพลางยื่นเอกสารบางอย่างมาตรงหน้าฉัน ฉันก็รีบไปดูทันที ก็พบว่ามันเป็นเอกสารหนังสือการว่าจ้าง ฉันกับทางบริษัทในฐานะลูกจ้างชั่วคราวจริงๆ คนคนนี้เขาไม่ได้โกหกฉัน "ถ้าคุณผ่านเกณฑ์ผมยินดีที่จะรับคุณเข้าเป็นพนักงานประจำพร้อมกับสวัสดิการมากมายที่คุณจะได้รับ" ฉันที่กลัวจะโดนเท จึงไม่รอช้าที่จะอ่านสัญญาและเซ็นรายเซ็นรับข้อเสนอทันที ด้วยความดีใจ ฉันไม่ได้โดยให้ความหวังอีกแล้ว เขาก็เทฉันไม่ได้ด้วยเหมือนกัน...... "แล้วถ้าฉันจะขอเริ่มทำงานวันนี้เอ้ยไม่สิพรุ่งนี้เลยจะได้ไหมคะ?"ฉันเอ่ยขึ้นทันทีที่ยื่นเอกสารสัญญากลับไปให้ท่านรองหลังจากที่ฉันเซ็นชื่อลงไปเรียบร้อยแล้ว "ได้สิเริ่มทันทีที่คุณคิดว่าพร้อม" "ผมเป็นคนชอบคนเก่งและคนที่ใจร้อนกระตือรือร้นในการทำงานแบบคุณ" ท่านรองเอ่ยออกมาแต่เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองหน้าฉัน เพราะเขากำลังดูเอกสารสัญญาอยู่ "ค่ะฉันจะทำให้สุดความสามารถให้สมกับที่ท่านรองมอบโอกาสให้นักศึกษาจบใหม่แบบฉันได้เข้าทำงานในบริษัทยักษ์ใหญ่ของท่านค่ะ" "คุณไม่จำเป็นต้องประจบเอาใจผมเพราะผมไม่ชอบคนประจบสอพลอ"ท่านรองเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองหน้าฉันด้วยสายตาที่คมกริบ สายตาคู่นั้นที่มองมาที่ฉัน ทำไมฉันกลับรู้สึกเย็นวาบที่ต้นคอแบบนี้ได้นะ สายตาเยือกเย็นจนน่าขนลุก.......วันต่อมา......ห้างสรรพสินค้า KA....13:30น.เพลงขวัญ พิณรณี....."ฝากเธอดูแลคุณขุนณรงค์ด้วยฉันต้องไปดูอัง""ได้ค่ะวางใจได้ค่ะท่านรอง"ฉันเอ่ยบอกท่านรองไปในขณะที่เราสองคนหยุดอยู่หน้าร้านอาหารหรูในห้างสรรพสินค้าของขุนศึกเพราะเรามีนัดเซ็นสัญญากันที่นี่และพอเซ็นเสร็จท่านรองก็ได้รับโทรศัพท์จากคุณอังศิญาว่าเธคลื่นไส้จนเป็นลมตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลให้เขารีบไปหาเธอ"ฉันไปก่อนนะ""ค่ะ"ฉันก้มศีรษะรับคำท่านรอง เขาก็ทำสีหน้าเรียบใส่ฉันก่อนที่เขาจะพยักหน้าและเดินออกไปจากหน้าร้านอาหารหรูชื่อดังของห้างขุนศึกฉันรอจนแผ่นหลังกว้างของเขาลับตาไป ไม่รู้นานเท่าไหร่ รู้แต่ว่า เขาเดินหายไปจากที่นี่แล้ว"แก"เสียงหวานที่คุ้นหูฉันเอ่ยขึ้นจากทางด้านข้างของฉันทำให้ฉันหลุดออกจากภวังค์ความคิดและหันกลับไปมองต้นเสียงเอริยืนอยู่ข้างฉัน สีหน้าเป็นกังวลและเป็นห่วงฉันฉันจึงเฉไฉยิ้มกว้างให้มันขึ้นมาทันทีแต่เอริที่เป็นเพื่อนฉันมานาน และรู้จักฉันดีเธอคงจะสงสัยอะไรบางอย่าง"แกกับคุณศิรัญไม่ใช่แค่รองประธานกับเลขาใช่ไหม?"เอริเอ่ยถามฉันด้วยน้ำเสียงจริงจัง เธอจ้องหน้าฉันนิ่ง ราวกับกำลังบีบบังคับให้ฉันพูดความจริง"แกพูดเรื
หลายวันต่อมา20:30น.เพลงขวัญ พิณรณี........"ท่านรองจอดให้ฉันลงตรงนี้ก็ได้ค่ะ"ฉันเอ่ยบอกท่านรองไปในขณะที่รถส่วนตัวของเขาแล่นมาใกล้จะถึงบ้านของเขาแล้ว เขาที่นั่งประจำคนขับหันมามองหน้าฉันอย่างไม่เข้าใจ"ทำไม?""เดี๋ยวคนอื่นเห็นและจะดูไม่ดีนะคะ""หึเธอทำงานกับฉันกลับบ้านพร้อมกันก็คงไม่แปลก"เขาตอบฉันมาหน้าตาเฉย และเหยียบคันเร่งของเครื่องยนต์ให้เเรงขึ้นโดยไม่คิดที่จะฟังคำพูดของฉันฉันจึงนั่งเงียบเม้มริมฝีปากแน่นและหันหน้ามาอีกทางโดยที่ท่านรองก็ไม่ได้พูดอะไรฉันเองก็เงียบจมอยู่กับความคิด เรื่องของฉันกับเขา กำลังกลับไปอยู่ในความที่ถล้ำลึกเหมือนเดิมอีกแล้วแต่ที่ไม่เหมือนครั้งแรก เพราะครั้งนี้ ฉันดันเผลอมีใจให้เขา และตกหลุมรักเขาไปจนถอนตัวไม่ขึ้นแต่ทำไม ฉันยิ่งคิดที่จะห่างจากเขา แต่เป็นเขาที่ดึงรั้งฉันไว้ไม่ให้ห่างจากเขาแต่ถึงยังไง เมื่อถึงเวลา ฉันก็จะไป"พรุ่งนี้ขุนศึกนัดท่านรองไปเซ็นสัญญานะคะ"ฉันเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบและความอึดอัดภายในรถ"อืมฉันจะให้ค่าคอมมิชชั่นเธอทันทีที่ปิดดีลกับบริษัทคุณขุนณรงค์ได้""ยินดีและขอบคุณมากค่ะ"ฉันเอ่ยขอบคุณท่านรองไป ในขณะที่รถของท่านขับเคลื่อนมาหย
คาสิโนของ ทศพล.....13:00น."อื้อพอก่อนค่ะพล"เสียวหวานครวญครางขึ้นในขณะที่ร่างหนาของทศพลไม่ไม่ยอมให้เธอลุกออกไปจากตัวเขาโดยที่ทั้งสองอยู่ในสภาพที่เปลือยเปล่า และเพิ่งจะจัดหนักจัดเต็มกันไปหลายยกอังศิญามีผมเพ้าที่รุงรัง เพราะทศพลมีรสนิยมเซ็กส์ที่ซาดิสเนื้อตัวของเธอมีรอยแดงเป็นจ้ำตามซอกคอและเนินอก เต็มไปด้วยรอยรักที่ถูกจากการดูดดึงช่องทางรักของเธอก็แห้งสนิทจนแสบไปหมด เพราะเธอไม่ไหวที่จะร่วมรักกับเขาต่อ เพราะเขาจัดเต็มจนเธอแทบจะไม่มีแรงเดิน"คุณคงจะเบื่อแล้วหนิไอ้รัญมันเด็ดกว่าผมหรือไง?""ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะพลรัญเขาสู้คุณไม่ได้สักนิด""ถ้าคุณไม่ส่งฉันให้เขาไปหาเขาฉันคงไม่ยอมมีอะไรกับเขาหรอกค่ะ"อังศิญาว่าพลางทำสายตาสะอิดสะเอียนทั้งที่จริง เธอหลงศิรัญและหลงในบทเพลงรักที่เขามอบให้เธอ แต่เธอก็บอกแบบนั้นให้ทศพลรู้ไม่ได้ไม่งั้นมีหวัง เขาโกรธและทำร้ายเธอแน่"หึให้มันจริง""และนี่แผนของคุณเป็นยังไงบ้างเรื่องท้อง?""รัญเขาดีใจมากค่ะยิ่งอีแก่โง่นั้นให้อังตั้งหนึ่งร้อยล้านนะคะ""โง่จริงๆ"อังศิญาว่าพลางแค่นหัวเราะเยาะก่อนจะเอื้อมือไปหยิบแก้วไวน์ชั้นดีขึ้นมาจิ๊บก่อนจะเอนแผ่นหลังพิงไปกับพนักเตียง
จนฉันสั่นสะท้านอยู่ไม่เป็นสุขเพราะความเสียว"อื้อออ"ฉันแอ่นร่างกายขึ้นลงเมื่อท่านรองเลื่อนใบหน้าหล่อต่ำลงซุกไซ้ร่างกายฉันไปซุกซอกทุกมุมก่อนจะไปหยุดที่เนินสามเหลี่ยมโหนกนูนของฉันเขาไม่รอช้าดึงมือออกจากร่องสวาทของฉันและจัดการรูดกางเกงชั้นในของฉันออกมาจากร่างกายของฉันไปให้พ้นทางเมื่อเขาถอนกางเกงชั้นในของฉันออกไปแล้ว เขาก็จ้องกลีบกุหลาบงามของฉันไม่วางตาก่อนจะก้มหน้าลงไปสูดดมร่องสวาทของฉันอย่างไม่รังเกียจ แต่ฉันกลับหน้าร่อนผ่าวขึ้นมาด้วยความเขินอายแต่ยอมรับ ว่าเสียวซ่านอย่างบอกไม่ถูกเมื่อปลายลิ้นสากของท่านรองกำลังตวัดหยอกเย้ากลีบงามของฉัน"อื้ออออ!!"ฉันแหบจะหยุดหายใจกับความเสียวซ่านของปลายลิ้นสากฉันดีดดิ้นไปมาอยู่บนโต๊ะทำงานของท่านรองก่อนที่ฉันจะทนความเสียวซ่านไม่ไหว"อ๊ะๆไม่ไหวแล้วค่ะ!!!"ฉันร้องบอกเขาเสียงสั่นก่อนที่ร่างของฉันจะกระตุกเกร็งน้ำหวานมากมายไหลรินออกมาจากร่องสวาทของฉันฉันนอนหายใจเหนื่อยหอบและกำลังจะหุบขาลงแต่ก็โดนท่านรองยึดสะโพกไว้ไม่ให้ฉันหนีเขา"มันสกปรก"ฉันเอ่ยบอกเขาไป ในขณะที่รู้ว่าเขาคิดที่จะทำอะไร เขาเงยหน้าขึ้นมามองหน้าฉันสายตาของเราประสานกันแต่เขาก็ไม่ฟังคำพูดขอ
บริษัทวิหารไกลกาลเนชั่นกรุ๊ป..... ห้องรองประธาน 10:30น. เพลงขวัญ พิณรณี....... "สืดดดด"ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างเฮือกใหญ่เพื่อทำใจให้ตัวเองกล้าที่จะไปเผชิญหน้ากับท่านรอง ก๊อกกกๆ ฉันยกมือขึ้นไปเคาะประตูห้องทำงานของท่านรองสองครั้งแต่ก็ไร้เสียงตอบกลับจากคนข้างใน ฉันจึงยื่นมือเดิมกับที่ใช้เคาะประตูเอื้อมไปบิดลูกบิดประตูก่อนจะผละกประตูเปิดเข้าไป ก็พบว่า ท่านรองกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของเขา ด้วยสีหน้าที่ซีดเซียว แววตาอ่อนแรงกำลังนั่งหงายหน้าแผ่นหลังพิงเก้าอี้เงยหน้ามองเพดานสีขาวของห้อง ฉันเดินถือแผ่นกระดาษสีขาวในมือและเดินมุ่งตรงไปหาเขา เขาที่ได้ยินเสียงฝีเท้าก็ลุกขึ้นก้มหน้ามามองฉัน ก่อนจะยันตัวนั่งตัวตรง "มีอะไรเหรอ?"เสียงทุ้มเอ่ยออกมาอย่างแหบแห้ง ฉันวางน้ำขิงที่ไร้กลิ่นขิงให้ท่านรอง "ทานสักหน่อยนะคะแก้อาการคลื่นไส้ได้ค่ะ" "ขอบคุณ"ท่านรองว่าก่อนจะยื่นมือมาจับแก้วน้ำขิงที่ฉันชงมาให้เขา ก่อนที่เขาจะสูดดม และไม่มีปฏิกิริยาว่าจะเหม็น เขาจึงยกแก้วกระดกดื่มก่อนจะยิ้มบางๆออกมา "รู้สึกดีขึ้น....ของคุณนะ" "ไม่เป็นไรค่ะ...."ฉันตอบเขาไปก่อนจะวางแผ่นกระดาษที่ฉันถือมาด้วยวางลงตร
สองวันต่อมา.....คฤหาสน์วิหารไกลกาล07:00น.เพลงขวัญ พิณรณี...."หนูเพลง!!"เสียงตกใจดังมาแต่ไกลจากทางหน้าประตูห้องอาหารฉันที่วางจานกับข้าวลงเป็นจานสุดท้ายก่อนจะหันไปมองยังคุณพิศมัยที่เป็าเจ้าของเสียงที่เต็มไปด้วยความตกใจและเป็นห่วงฉันเธอสีหน้าตาตื่นมาหาฉันก่อนจะทำสีหน้าจริงจัง"ฉันบอกหนูไม่ให้ทำไม่ใช่เหรอจ๊ะ?""หนูทำได้ค่ะคุณพิศมัย""คุณๆกลับกันมาหมดแล้วเดี๋ยวตื่นมาจะไม่มีอะไรทานนะคะ"ฉันเอ่ยบอกเธอไปตามความจริง ฉันทำได้ ถึงจะแพ้เป็นบางช่วงแต่ก็พอทำได้ "แต่หนูท้องอยู่ถ้าเดินลื่นและล้มขึ้นมาจะทำยังไง?"คุณพิศมัยว่าด้วยสีหน้าเป็นห่วงก่อนจะมองมาที่ท้องของฉันฉันก็ยิ้มบางๆให้ท่าน"หนูจะระวังให้ดีค่ะแต่คุณพิศมัยอย่าบอกใครในบ้านนี้นะคะ""และหนูจะทำยังไงถ้าเกิดวันหนึ่งท้องโตขึ้นมา?""หนูเตรียมตัวไว้แล้วค่ะ"ฉันเอ่ยบอกเธอไปพร้อมกับยื่นมือมาลูบหน้าท้องของตัวเองท่านรองจะต้องไม่รู้เรื่องนี้และนี่เป็นการตัดสินใจที่คิดมาดีแล้วของฉัน"หนูจะทำยังไง?""หนูคุยกับคุณยายของหนูแล้วค่ะเรื่องอาหารเช้าเย็นพร้อมของหวานคุณยายหนูจะเป็นคนทำและให้แป๋วไปเอามาจากที่บ้านของคุณยายหนูค่ะ""และหนูจะไปไหน?"คุณพิศมัยว่







