ANMELDENพรึบ
"อะไรคะ?"ฉันที่อึ้งอยู่กับคำว่าไม่กี่แสนของเธอ ทำให้ออกจากภวังค์ก็เกือบหนึ่งนาที ที่เธอคนนั้นยื่นธนบัตรหนึ่งพันบาทให้ฉันจำนวนหลายใบ ฉันมองธนบัตรในมือเธอตรงหน้าฉันพร้อมกับมองหน้สเธอคนนั้น ที่สวยไร้รอยสิวและรอยแผลเป็น ใบหน้าเนื้อเนียนสวย ผิวขาวเนียนใสสะอาดตา ดูแล้วไม่รู้เลยว่าเธอคนนี้อายุเท่าไหร่กันแน่ "ตอบแทนที่หนูซื่อสัตย์ไงล่ะจ๊ะ"เธอว่าพลางยิ้มอ่อนโยนให้ฉัน ฉันก็มองหน้าก่อนจะเม้มปากแน่น "ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะหนูไม่ได้หวังอะไรจากคุณเลยนะคะ"ฉันเอ่ยบอกเธอไปตามความจริง ฉันแค่ต้องการนำของของที่มันจะเป็นของเธอมาคืนเธอเอง ไม่ได้ต้องการเงินทองมี่เธอจะต้องมอบให้ฉัน "รับไว้เถอะจ๊ะ......ถือว่าจะได้เป็นกำลังในการทำความดีต่อไป"เธอเอ่ยต่อหน้าตายิ้มแย้ม ผิดกับฉันที่คิดหนัก เพราะไม่รู้จะปฏิเสธไม่รับเงินเธอยังไง เพราะดูท่าแล้วเธอจะไม่ยอมง่ายๆถ้าฉันไม่เอาเงินเธอ "แต่หนูไม่ได้หวังอะไรนะคะแค่คุณได้ของคืนหนูก็ยินดีมากแล้วค่ะ"ฉันเอ่ยออกไปพลางโบกมือไปมาแทนคำปฏิเสธจนวกวนไปหมด "คิกๆ"แต่เสียงหัวเราะของคนตรงหน้าทำให้ฉันหยุดการกระทำทุกอย่างลง และมองเธอด้วยความสงสัย ว่าเธอหัวเราะฉันทำไม "ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีคนดีๆแบบหนูอยู่อีกบนโลกในยุคสมัยนี้"เธอเอ่ยออกมาอย่างชื่นชมฉัน ก่อนที่เธอจะเก็บเงินปึกใหญ่ของเธอกลับเข้าไปในกระเป๋าของเธอตามเดิม "ถ้างั้นถ้าเป็นอย่างนี้หนูคงจะรับไว้นะจ๊ะ?"เธอเอ่ยต่อหลังจากที่เธอเก็บธนบัตรและหยิบกระดาษสี่เหลี่ยมใบเล็กขึ้นมาแทน ฉันก็มองอย่างงงๆว่ามันคืออะไร "นามบัตรฉันจ๊ะ.....ฉันชื่อพิศมัย" "อ้อค่ะคุณพิศมัยหนูชื่อเพลงขวัญค่ะยินดีที่ได้รู้จักนะคะ"ฉันว่าพร้อมกับยกมือไหว้เธอ เธอก็ยิ้มมุมปากพร้อมกับยกมือรับไหว้ฉัน "ยินดีที่ได้เจอและได้รู้จักคนดีๆแบบหนูเพลงขวัญจ๊ะ"เธอว่าพร้อมกับยื่นนามบัตรให้ฉันอีกครั้ง ฉันก็ยื่นมือไปรับนามบัตรมาจากมือเธอ แต่ไม่ได้ดูนามบัตรเพราะเธอเอ่ยขึ้นก่อน "หนูฝึกงานอยู่ที่นี่เหรอ?"เธอว่าพลางชี้มือไปทางตัวอาคารใหญ่ "อ้อเปล่าค่ะหนูมาสัมภาษณ์งานค่ะ" "สัมภาษณ์งาน?"คุณพิศมัยว่าพลางขมวดคิ้วมองหน้าฉันขอย่างงงๆ "ไหนคุณศิรัญไม่รับนักศึกษามานานแล้วนี่ครับ?"คุณลุงคนขับรถของคุณพิศมัยเอ่ยขึ้นถามคุณพิศมัยด้วยสีหน้าสงสัย ฉันก็มองสองคนนี้สลับกันไปมาด้วยสายตาพริบๆ ไม่รับนักศึกษาเหรอ แล้วฉันล่ะ ฉันจะได้งานไหม "หรือว่าคุณศรัญจะเปลี่ยนกฏใหม่แล้วค่ะครับคุณผู้หญิง?" คุณลุงคนขับรถว่าต่อ แต่คุณพิศมัยกลับไม่ได้เอ่ยพูดอะไรออกมา เพียงมองหน้าฉัน ด้วยตาแปลกไป เพราะเธอจ้องฉันไม่วางตาเลย "หนูเพลงขวัญหายเจ็บขาหรือยังจ๊ะ?" "อ้อยังเจ็บอยู่หน่อยๆค่ะแต่หนูไม่มีเวลาแล้วค่ะ" "หนูขอตัวก่อนนะคะสวัสดีค่ะ" "สวัสดีค่ะ"ฉันว่าอย่างนึกขึ้นได้ ว่าเกือบจะบ่สยโมงตรงแล้ว ฉันจึงรีบยกมือลาคุณพิศมัยและคุณลุงคนขับรถอย่างรวดเร็ว "จ้าหวังว่าเราจะได้พบกันอีกครั้ง" ฉันยิ้มให้คุณพิศมันหลังจากที่เธอพูดจบ ฉันก็โค้งตัวให้เผะอก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งกัดฟันกลับไปยังตัวอาคารของวิหารไกลกาล บริษัทผลิตและส่งออกอาหารสำเร็จรูป น้ำตาแทบเล็ดน่ะ เจ็บข้อท้าวจริงๆเลย ฉันเดินกลับเข้าไปในตัวอาคาร พร้อมกับเดินเข้าไปในลิฟต์อีกเช่นเดิม โชคดี ที่ไม่เจอใครอยู่ในลิฟท์แล้ว ไม่งั้น มีหวังได้ตามหาเจ้าของของที่เก็บได้อีกแน่ กริ๊ง เสียงกริ๊งพร้อมกับประตูของลิฟท์ที่ค่อยเปิดออกพร้อมกับ บรรยากาศที่จะดูเหมือนเปลี่ยนไปจากชั้นแรกเมื่อกี้มากเลย เมื่อขาของฉันเหยียบลงบนพื้นของชั้นห้า ทุกอย่างดูเงียบไปหมด ฉันเดินไปตามทางเรื่อยๆ เพื่อมองหาห้องของท่านรองประธาน จนไปหยุดอยู่ตรงประตูไม้บานใหญ่ ที่หน้าห้อง มีเขียนว่า ห้องรองประธาน ศิรัญ วิหารไกลกาล ฉันยืนจำใจอยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจเคาะประตู ก๊อกๆ "เข้ามา"รอไม่นาน เสียงของคนในห้องก็ดังขึ้นมา ฉันยกมือท่วมหัว ขอให้ได้งานที่บริษัทนี้ด้วยเถอะ แต่เขาเรียกฉันมาสัมภาษณ์แบบนี้แล้ว ฉันต้องได้งานสิ แอดดดดดด(เสียงเปิดประตู)ฉันที่กำลังจิบน้ำส้มไปด้วยและมองบรรยากาศในงานไปด้วยสายตาก็ไปสบเข้ากับแผ่นหลังเนียนบางของใครคนหนึ่งที่เธอสวมใส่ชุดเดรสสีทองเปิดแผ่นหลังโชว์เรือนร่างที่เย้ายวนกำลังยืนอยู่ท่ามกลางของผู้คนทั้งชายและหญิงรุมล้อมเธอใบหน้าของเธอสวยเนียนแต่งหน้าโทนอ่อนแต่ทำให้เธอคนนี้ดูมีเสน่ห์และน่ารักพร้อมสวยไปในตัวยิ่งเวลาเธอยิ้ม เธอยิ่งสวย"คุณอังศิญา?"ฉันเอ่ยชื่อของเธอคนที่ฉันกำลังชื่นชมออกไป และหันกลับมามองท่านรองที่ตอนนี้เขาเองก็กำลังจิบไวน์ไป และพูดคุยกับเพื่อนๆในแวดวงธุรกิจไปด้วย ใบหน้าของเขาก็ยิ้มแย้มดูมีความสุขสองคนนี้ ดูเหมาะสมกันมากจังเลยนะ อีกคนก็สวยสง่า อีกคนก็หล่อปานเทพบุตรลงมาจุติแล้วแบบนี้ท่านรองจะอยากมีเมียน้อยเหรอ "โอ้ย?"ฉันที่รู้สึกมึนหัวเพราะภาพตรงหน้ากำลังขึ้นเป็นภาพซ้อน เหมือนตาลาย อย่าบอกว่าฉันจะเป็นลมน่ะ! พรึบ"เป็นอะไรไหมครับ?"เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นข้างหนูฉันและเป็นเจ้าของอ้อมแขนที่รับร่างฉันอยู่ในตอนนี้ฉันจึงหันไปมองคนคนนั้น ก็พบว่า หน้าตาคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน"ไม่สบายหรือครับไปนั่งพักรับลมข้างนอกก่อนดีกว่าครับ""เดี๋ยวผมพาไป""ได้ค่ะขอบคุณมากนะคะ" ฉันเอ่ยบอกเขาไปพร้อม
20:00น.ชั้นจัดเลี้ยงงานวัดเกิดคุณหญิง นฤมิตร...หน้าทางเข้างานเพลงขวัญ พิณรณี......."คุณพิณรณี"เสียงทุ้มที่คุ้นหูฉันเอ่ยขึ้นทันทีที่ร่างของฉันเดินมาถึงหน้าทางเข้างานก็ต้องได้ยินใครบางคนเรียกฉันฉันที่รีบชนิดที่ว่ากึ่งเดินกึ่งวิ่งต้องหันขวับกลับไปมองยังต้นเสียงก่อนจะยิ้มแหยๆให้เขาไป เมื่อคนคนนั้น คือท่านรอง ศิรัญวิหารไกลกาลเจ้านายฉัน"คุณมาสาย?" เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับยกแขนขึ้นมาดูนาฬิกาที่ข้อมือเขาก่อนจะตวัดสายตาคมมองมาที่ฉันด้วยสายตาพิจารณา"ขอโทษค่ะท่านรอง" ฉันว่าพร้อมกับยกมือไหว้ขอโทษเขาเขาก็ผ่อนลมหายใจออกมาก่อนจะหยิบกล่องกำมะหยี่เท่าฝามือขึ้นมาฉันก็มองเขา เขาก็จัดการเปิดกล่องในนั้นเป็นสร้อยเพชรเม็ดกลมเงาวาววับจนแสบตา"หันหลังสิ"ท่านรองว่าในขณะที่ปลดตะขอสร้อยออกเตรียมพร้อมที่จะใส่ฉันก็ทำหน้างงๆ"เธอจะปล่อยให้คอว่างแบบนั้นได้ไงไม่มีของประดับ" ท่านรองว่าเสียงเรียบแววตานิ่งเฉย ฉันจึงต้องยอมหันหลังให้ท่านรองเขาก็จัดการสวมสร้อยให้ฉันจากทางด้านหลังในขณะที่มือของท่านรองสัมผัสที่แผ่นต้นคอฉัน ทำให้ฉันสะดุ้งเพราะไออุ่นจากมือเขาทำให้ฉันเผลอหัวใจเต้นแรงใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาเสียดื้อๆเม
"ท่านรองยังไม่มาโชคดีไปนะยัยเพลง!"ฉันบ่นอุบกับตัวเองในขณะที่มาถึงหน้าประตูทางเข้าโรงแรมเป็นที่เรียบร้อยแล้วโรงแรมหรูระดับห้าดาวเลยจะดูหรูหราสมราคามากถ้าจะนอนค้างที่นี่ห้าหลักอัพแพงหูฉี่มากฉันคงจะนอนที่บ้านเช่าหลังเก่าดีกว่าแต่ถ้าเป็นไปได้ ฉันก็อยากจะพายายมานอนที่ดีๆแบบนี้บ้าง"ว่าแต่เขาจัดงานกันชั้นไหนนะ?"ฉันพึมพำกับตัวเองอีกครั้งก่อนจะมองซ้ายมองขวาหาเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เมื่อมองเห็นฉันก็เดินเข้าไปหาโต๊ะประชาสัมพันธ์ทันที"ขอโทษนะคะเขาจัดงานเลี้ยงวันเกิดคุณหญิงนฤมิตรชั้นไหนนะคะ""รอสักครู่นะคะ" ประชาสัมพันธ์ที่เป็นผู้หญิงสวมใส่ชุดยูนิฟอร์มของโรงแรมโดนเฉพาะเอ่ยขึ้นก่อนจะก้มหน้าไปดูจอคอมพิวเตอร์และกดพิมพ์แป้นพิมพ์คีย์บอร์ด้วยสายตาไม่ค่อยเป็นมิตรระหว่างยืนรอฉันก็มองดูบรรยากาศรอบๆไปด้วยผู้คนมากมายผลัดกันเดินเข้าเดินออกบางคนแต่งตัวธรรมดาบางคนแต่งตัวหรูหราสวมร้อยเพชรประดับประดาอย่างกับงานขายเครื่องเพชรพวกคนรวยก็แบบนี้แหละ แข่งกันแต่งตัวออกงานตามสังคมเพื่ออวดความรวยของตัวเองที่คนจนๆอย่างฉันไม่มีวันเข้าใจ"ห้องรับรองชั้นยี่สิบ"" ขอบคุณมากค่ะ"ฉันเอ่ยขอบคุณพนักงานไปพร้อมกับยิ้มให้
18:00น.ศิรัญ........ติ๋งผมหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานจากโต๊ะเสริมของรถลีมูซีนคันหรูคันนี้ขึ้นมาดู เมื่อมีการแจ้งเตือนเงินออกข้อความเข้า:เงินออกจำนวน 200000บาทจากบัตรเดบิต"สองแสนบาท?"ผมพึมพำขึ้นมาเมื่อเห็นข้อความในมือถือจากบัตรเครดิตที่ถูกใช้รูดซื้อของ บัตรที่ผมให้พิณรณีไป"คนนี้หรือที่แกบอกว่าเป็นเด็กของไอ้ทศพล?"เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างสงสัยดังมาจากผู้ชายหน้ามนคนผิวสองสีที่นั่งอยู่เบาะนั่งข้างผมผมจึงหันไปมองหน้ามัน "ใช่""สวยเก่งฉลาดแถมพูดสเปนคล่องมาก""ใช่ฉันยังตกใจ"ผมเอ่ยเสริมมันไปอย่างเห็นด้วยเพราะเธอไม่ได้เขียนในใบสมัครว่าเธอพูดได้แค่ภาษาอังกฤษ"และแกจะทำยังไงต่อ?""ถ้าข่าวเรื่องนี้รู้ถึงหูไอ้ทศแสดงว่าเธอนี่แหละเป็นสายของมันจริงมันส่งเธอเพื่อเข้ามาล้วงความลับฉัน""และแกจะปล่อยมันไปแบบนี้?""ใช่ก็เล่นตามน้ำไปก่อนแกเองก็อย่าเผลอหลุดพูดภาษาไทย""โห้มันใช่เรื่องง่ายเหรอวะ?"ไอ้มิตเชลล์โวยก่อนจะทำหน้าบู้บี้ตาทประสาของมันผมก็ยักคิ้วให้มันก่อนจะหันมาให้ความสนใจงานของผมตรงหน้าต่อ"และเรื่องการตลาดที่ฉันให้แกไปติดต่อชาวด์ที่สเปนเป็นยังไงบ้าง?""จะได้เรื่องอะไรว่ะชาวด์เข้าถึงยาก
"ขอบคุณมากนะริที่แกยอมเสียสละรูปนี้ให้ฉัน"ฉันเอ่ยบอกเอริไปในขณะที่ตัวเองกำลังจ้องมองกรอบสี่เหลี่ยมที่ถูกห่อหุ้มด้วยกระดาษห่อของขวัญสีชมพู(ไม่เป็นไรเพื่อแกเรื่องแค่นี้ฉันให้ได้อยู่แล้ว)"แต่นั้นเท่ากับแกเสียคะแนนเลยนะ"ฉันเอ่ยบอกเอริไปอย่างห่วงใยเธอฉันโทรไปขอคำปรึกษาว่าจะเอาอะไรให้เป็นของขวัญวันเกิดคุณหญิงนฤมิตร เอริเองเสนอให้ฉันนำรูปภาพที่วาดด้วยสีน้ำมันเป็นรูปคุณหญิงจากนักจิตรกรชื่อดังคนที่คุณหญิงชื่นชอบเอริเองก็จัดเตรียมไว้ให้คุณหญิง แต่เธอกลับเสียสละให้ฉันเอารูปนี้ไปแทนฉันล่ะนับถือน้ำใจเธอเสียจริงๆ(ไม่เป็นไรถึงต่อให้ฉันทำดีกับท่านแค่ไหนท่านก็ไม่มองมาทางฉันอยู่แล้ว)"แต่ขุนศึกรักแก"(ขุนศึกรักแต่แม่เขาไม่รัก)"ริ"(ไม่เป็นไรฉันชินแล้วเอ่อว่าแต่แกเถอะมีชุดไปงานยัง?)"มีแล้วนี่ฉันก็กำลังแต่งตัวเพื่อจะไปงานคืนนี้อยู่ว่าแต่แกไปไหม?"(ก็ไปแหละไว้เจอกันนะเดี๋ยวโทรหาฉันไปเตรียมตัวเหมือนกัน)"โอเคจ้าบ๊ายนะ"(จ้า)ฉันวางสายเอริ ฉันก็กดโทรหาแพรวดาว ที่จริงฉันบอกเธอไปแล้วว่าวันนี้จะไม่ไป เพราะมีงานที่บริษัทด่วน แพรวดาวก็ไม่ได้ว่าอะไร(ว่าไงแก?)"แกมีคนไหม?"(มีไม่ต้องคิดมากแกไปทำหน้าทำตัวใ
"คุณพูดภาษาสเปนได้?" "ใช่ค่ะ" "แต่ผมไม่เห็นในใบสมัคร?"ท่านรองเอ่ยขึ้นพร้อมกับจ้องมองหน้าฉันด้วยความสงสัย "ใช่ค่ะดิฉันไม่ได้เขียนลงไปค่ะ" "คุณนี่ทำให้ผมทึ่งได้หลายเรื่องเลยนะแต่ยังไงผมก็ต้องขอบคุณคุณเรื่องที่ทำให้คุณมิตเชลล์ร่วมลงทุนกับเราได้ถ้าเราได้ตีตลาดในประเทศเขา" "จะเพิ่มรายได้ให้เราได้มากกว่านี้แน่" "ค่ะดิฉันเต็มใจค่ะทำให้ท่านรองค่ะ" "อืมผมก็ต้องขอบคุณคุณอยู่ดีไปทำงานของคุณเถอะ" "ค่ะ" "วันนี้คุณไปร่วมงานกับผมนะ" "คะ?"ฉันหันขวับกลับไปมองหน้าท่านรองอีกครั้งด้วยควาตกใจที่เขาพูดเมื่อกี้ ไปร่วมงานกับผมนะ "ท่านรองไม่ได้ไปกับคุณอังศิญาหรือคะ?" "อังเขาก็ไปแต่เขาไปในนามประธานมูลนิธิแต่ผมกับคุณไปในนามบริษัท" "เผื่อเราจะได้ไปพบลูกค้าใหม่ๆ" "หรือคุณไม่ว่าง?" "ว่างค่ะได้ค่ะเดี๋ยวดิฉันจะไปกับคุณ" "วันนี้เป็นงานวันเกิดของคุณหญิงนฤมิตรท่านรองเตรียมของขวัญให้ท่านหรือยังคะ?" "เตรียมแล้วนะคุณหญิงร่ำรวยเงินทองมีของมีค่าที่ท่านอยากได้ผมเลยไม่รู้จะนำอะไรไปให้ท่าน" "เลยจัดของแบบทุกปีไปให้ท่าน" "ปกติคุณน้ำทิพย์จะเตรียมให้ผมน่ะอ้อคุณน้ำทิพย์เป็นเลขาคนเก่าของผม" ถึงว่า บริษัทวิหารไก
![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






