Masukมนต์พระจันทร์หยิบเอกสารใบสมัครงานของคนซึ่งถูกแนะนำมาอ่านอย่างละเอียด เปรียบเทียบวุฒิการศึกษา สาขาภาควิชาที่เรียนเห็นว่าเป็นภาควิชาที่เกี่ยวข้องการสายงานโดยตรง
จากนั้นเริ่มต้นสัมภาษณ์ คนที่จะเข้ามาทำหน้าที่ผู้ช่วยสัญญาจ้างชั่วคราว ด้วยคำถามพื้นฐานง่าย ๆ เกี่ยวกับไวน์ เพื่อต้องการทดสอบให้รู้ว่า ผู้ชายคนนี้รู้จักและมีความรู้เกี่ยวกับไวน์จริง ๆ หรือเพียงแค่อวดรู้ พูดมาก อวดฉลาดไปเรื่อยเปื่อย
“ถือว่านายมีความรู้เกี่ยวกับไวน์มากพอสมควร” ในฐานะเจ้าของกิจการโรงบ่มไวน์ สิ่งที่มนต์พระจันทร์ถามออกไปนั้นไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะสามารถหาข้อมูลได้จากอินเทอร์เน็ต ไม่แปลกใจที่ประวิทย์แนะนำผู้ชายคนนี้ให้มาเป็นผู้ช่วยของเธอ
“ขอบคุณครับ อย่างนั้นหมายความว่าพี่จะรับผมเข้าทำงานใช่ไหมครับ” ริมฝีปากหยักฉีกยิ้มกว้างออกมา
มนต์พระจันทร์มองรอยยิ้มกับแววตาเปล่งประกายฉายความหวังสว่างไสวนั้น แล้วขยับยิ้มเอ็นดูเด็กหนุ่มอายุน้อยกว่าตนมากถึงแปดปี
“ใช่ แต่อย่างที่ตกลงกันไว้นะว่า การทำงานครั้งนี้เป็นสัญญาชั่วคราวเพียงหกเดือนเท่านั้น อนาคตถ้าหากนายทำงานดี มีความรับผิดชอบ ตรงต่อเวลา ฉันอาจจะพิจารณาปรับเลื่อนต่อสัญญาให้เป็นพนักงานประจำต่อไปก็ได้” เพื่อต้องการให้พนักงานใหม่มีขวัญและกำลังใจในการทำงานอย่างเต็มที่ และมนต์พระจันทร์เองก็อยากได้คนดี มีความรู้ ความสามารถมาร่วมงานอยู่แล้ว นี่จึงไม่ใช่เพียงการพูดเลื่อนลอยขายฝัน แต่เป็นการแนะนำให้ศิวพลมีความมุ่งมั่นในการทำงาน
“ขอบคุณครับ แล้วผมมาเริ่มงานพรุ่งนี้เลยได้ไหม”
“รีบขนาดนั้นเชียว”
“อยู่บ้านเฉย ๆ นี่ครับ ไม่มีงานทำ ผมเบื่อ ขอผมมาทำงานนะครับ” หน้าอ้อนยิ้มสดใสส่งข้ามโต๊ะทำงานไปยังผู้บริหารสาวสวยที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน
“ตกลง พรุ่งนี้มาเริ่มงานแปดโมงเช้า”
“ไชโย! ผมได้ทำงานในไร่จันทรัชแล้ว” กำปั้นใหญ่ยกขึ้นมาชู บ่งบอกว่าดีใจมาก เสียงตะโกนดังออกไปจนพนักงานที่นั่งอยู่ด้านนอกถึงกับต้องชะเง้อขึ้นมาดูว่าในห้องของมนต์พระจันทร์เกิดอะไรขึ้น
เมื่อรู้ว่ากำลังจะได้เข้าไปสืบเคล็ดลับจากคู่แข่ง ศิวพลรีบเข้าไปหาพ่อกับแม่ เพื่อขอพักงานของทางบริษัทและโรงงานเอาไว้ชั่วคราวก่อน ส่วนหนึ่งเพราะต้องการทุ่มเวลาเต็มที่ให้กับภารกิจนี้ และไม่ต้องการให้มนต์พระจันทร์ระแคะระคายว่าตัวเองมีส่วนเกี่ยวข้องและความสัมพันธ์กับ AVIA WINE
“หมายความว่ายังไง ที่แกจะเข้าไปทำงานที่ไร่จันทรัชน่ะ ตาซิว”
“ก็เข้าไปศึกษาดูงานไงพ่อ อยากรู้ว่าเขาทำยังไง ไวน์ของเขาถึงได้ขายดีขนาดนั้น นี่พ่อเห็นหรือเปล่า ชิมหรือยังไวน์ลิ้นจี่ ไวน์ข้าวหอมของเขา นอกจากนี้ขนม คุกกี้ อย่างอื่นมีแต่ของดี ๆ อร่อย ๆ ไร่ของเราก็เปิดมาตั้งนาน โรงงานถึงจะใหญ่ไม่เท่าเขา แต่เราก็ไม่ได้ไก่กาอาราเล่นะพ่อ ในเมื่อเขาทำได้ เราก็ต้องทำได้สิ” เด็กหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงยกมือขึ้นมากอดอกอย่างมั่นใจ
“แกคงไม่คิดจะไปขโมยสูตรอะไรเขาใช่ไหมเนี่ย” พ่อกับแม่หันมามองหน้ากัน สีหน้าแววตามีความกังวลเมื่อเห็นความมั่นใจเกินร้อยของลูกชายวัยคะนอง
“หื้อ ขมงขโมยอะไรเล่าพ่อ เห็นลูกเป็นคนยังไงเนี่ย เขาเรียกว่าไปหาแรงบันดาลใจต่างหาก” ศิวพลตอบพลางหยิบคุกกี้ทำจากข้าวหอมมะลิฉีกห่อยัดมันใส่ปากเคี้ยวกร้วม ๆ อย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะกระดกน้ำลิ้นจี่รสชาติเปรี้ยวอมหวานตามเข้าไป
“แล้วทางนั้น เขารู้หรือเปล่าว่าแกเป็นลูกของไร่นี้”
“เราไม่จำเป็นต้องบอกเขาก็ได้นี่พ่อ”
“ถ้าแกไม่บอก อนาคตถ้าเขามารู้ทีหลัง เขาจะเข้าใจผิดเอาน่ะสิว่าแกไปขโมยเคล็ดลับอะไรของเขา”
“ขโมยอะไรเล่า ผมแค่ไปทำงาน ก็แค่อาจจะจดเทคนิคต่าง ๆ เอามาปรับใช้ที่ไร่ ที่โรงงานของเราไง เอาน่าพ่ออย่าคิดมากเลย หกเดือนเอง ช่วงนี้พ่อก็ทำงานแทนลูกไปก่อนนะ”
“เออ หกเดือนฉันจะกลับไปดูแลกิจการแทนให้ หวังว่าการที่แกแฝงตัวเข้าไปในไร่จันทรัชครั้งนี้ พอกลับมาแล้ว จะสามารถเอาเคล็ดลับ ความรู้ต่าง ๆ กลับมาพัฒนาโรงงานของเราได้นะ ไม่อย่างนั้นพ่อคงต้องปิดกิจการจริง ๆ แล้ว”
“ครับผม เชื่อหัวไอ้ซิวสิ”
ไร่จันทรัช
“พี่มนต์พระจันทร์ครับ” ผู้ช่วยคนใหม่เดินเข้ามาชะเง้อคออยู่หน้าโต๊ะทำงานของมนต์พระจันทร์
“เรียกแค่พี่เพราก็พอ” กะเพราอมยิ้มให้กับหนุ่มน้อยหน้าใสขี้ประจบ
“ครับ พี่เพราก็ได้ วันนี้พี่มีอะไรให้ผมทำหรือเปล่าครับ ผมทำงานตรงนั้นเสร็จแล้ว” หน้าอ้อนส่งตาหวานกะพริบปริบ ๆ มาของานทำ แตกต่างจากพนักงานทั่วไปที่มักดีใจที่มีเวลาว่าง
“อย่างนั้นนายช่วยเอาเอกสารนี่ไปนั่งตรวจให้พี่หน่อย เป็นเอกสารเกี่ยวกับการจัดซื้อ ช่วงบ่ายพี่ถึงจะเข้าไปดูโรงหมักปุ๋ย” มนต์พระจันทร์ยื่นแฟ้มเอกสารส่งไปให้ผู้ช่วย
“เอกสารจัดซื้อเหรอ ได้ครับ สบายมาก”
ศิวพลกวาดตามองรายการจัดซื้อจัดจ้าง ภายในบริษัทของมนต์พระจันทร์แล้วถึงกับตาโต เพราะรายการสั่งซื้อขวดแก้วชนิดพิเศษ จุกก๊อกไม้หรือแม้กระทั่งฝาเกลียวสำหรับใช้ในโรงงานผลิตไวน์มากมาย บ่งบอกถึง ยอดขายอันมหาศาล ยังไม่นับรวมพวกขวดแก้วน้ำผลไม้ กล่องกระดาษ ถุงพลาสติกต่าง ๆ
ศิวพลไม่ปล่อยให้ทุกอย่างผ่านตาไปอย่างไร้ความหมาย เพราะเขาเก็บรายละเอียดทุกอย่างจำเข้าไปในสมองทันที และหากมีโอกาสหรือมนต์พระจันทร์เผลอ ศิวพลจะแอบยกโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อถ่ายรูปเก็บข้อมูลโรงงานจัดส่งขวดแก้ว ฝา กระป๋องต่าง ๆ ที่มนต์พระจันทร์ซื้อมาใช้ในโรงงาน เพื่อหวังว่าอนาคตตัวเองจะได้ใช้วัสดุที่มีเกรดเทียบเคียงเท่าเทียมกัน
“พี่เพราครับ ปุ๋ยพวกนี้ไร่จันทรัชหมักเองทั้งหมดเลยเหรอครับ”
แม้จะทำไร่องุ่นและโรงงานบ่มไวน์ หากแต่พื้นที่การปลูกองุ่นของครอบครัวศิวพลนั้น มีเพียงแค่เจ็ดสิบไร่เท่านั้น องุ่นสำหรับทำไวน์บางส่วนยังจำเป็นต้องซื้อมาจากที่อื่น แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับไร่จันทรัชที่พื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล ไร่องุ่นกินพื้นที่ภูเขาเกือบทั้งลูก
“ใช่ ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์ ที่ใช้ในไร่จันทรัชเราหมักและผสมเองทั้งหมด”
“ว้าว ขอผมดูหน่อยนะครับ”
ศิวพลย่อตัวลงไปแง้มผ้ากระสอบซึ่งคลุมกองปุ๋ยหมักขนาดใหญ่เอาไว้ มือสะอาดซึ่งถือปากกาอยู่เมื่อครู่ช้อนลงไปจับสัมผัส สำรวจสิ่งที่มันกองทับถมกันไว้ มีทั้งดิน เศษใบไม้ ขี้วัว ส่งกลิ่นเหม็น แต่ทุกอย่างนั้นเขารู้ดีว่ามันล้วนแต่เป็นประโยชน์ต่อต้นไม้และดิน
ลูกเจ้าของไร่องุ่นขนาดกลางจำได้ว่าที่ไร่ของเขา ปุ๋ยที่ใช้ครึ่งหนึ่งหมักเองก็จริง แต่ดูจากตาเปล่าแล้วคุณภาพไม่ได้ครึ่งของปุ๋ยกองนี้เลย ยิ่งไปกว่านั้นปุ๋ยมากกว่าครึ่งต้องสั่งซื้อมาจากภายนอก เป็นการเพิ่มต้นทุนที่มากพอสมควร
“ปุ๋ยพวกนี้เราหมักเองทั้งหมด เพื่อควบคุมคุณภาพ แล้วก็เป็นการประหยัดต้นทุน วัสดุที่ใช้ก็เป็นของที่มาจากไร่จันทรัชทั้งหมด ขี้วัว ขี้ม้า ฟางข้าว ใบองุ่นแห้ง หรือแม้แต่ใบไม้ เศษพืชผักต่าง ๆ เราเก็บใส่เครื่องย่อยสลาย แล้วนำมาหมักทำปุ๋ย” มนต์พระจันทร์ชี้นิ้วไปยังเพิงไม้ขนาดกลาง ข้างในนั้นมองเห็นเครื่องย่อยสลายตั้งอยู่
หากอาศัยเพียงการหมักแบบธรรมชาติต้องใช้ระยะเวลานานในการรอให้ใบไม้สักใบเปื่อยยุ่ย แต่ถ้ามีเครื่องทุ่นแรงคือเครื่องย่อยสับเศษกิ่งไม้ ใบไม้ต่าง ๆ ให้มันเล็กจนกลายเป็นผงอย่างนี้จึงจะมีประสิทธิภาพ
“ว้าววว โคตรเจ๋ง”
ศิวพลตาโตมองกองปุ๋ยหมักมากกว่ายี่สิบกอง จากนั้นโยนเศษดิน เศษใบไม้ในมือทิ้ง สะบัดมือเช็ดไปกับก้นกางเกง เปิดสมุดบันทึกเล่มเล็กแล้วจดคำบอกเล่าต่าง ๆ ของมนต์พระจันทร์ลงไปอย่างละเอียด
ความกระตือรือร้นใส่ใจในรายละเอียดทุกอย่าง อีกทั้งการจดบันทึก ไม่ได้ฟังเพียงปล่อยผ่านไปเฉย ๆ ทำให้มนต์พระจันทร์อดชื่นชมผู้ช่วยหนุ่มคนนี้ไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกระตือรือร้นในการเรียนรู้ เธอเองก็เต็มใจที่จะถ่ายทอด พร้อมทั้งบอกต่อเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อให้ผู้ช่วยมาใหม่เข้าใจถึงภาพรวมของโรงงาน และไร่จันทรัช อย่างที่ได้รับการปลูกฝังและสอนมาว่าการที่รู้จักงานที่ทำอยู่ทุกขั้นตอน ทุกกระบวนการ มันจะช่วยสร้างความภาคภูมิใจให้กับตัวเอง อย่างนี้เมื่อเวลาออกไปพรีเซ็นต์ผลิตภัณฑ์ ทุกคนในบริษัทจึงกล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่าทุกขั้นตอนนั้นถูกผลิตและทำมาจากความใส่ใจโดยแท้
“ผมไม่แปลกใจเลยที่ไร่จันทรัชเป็นหนึ่งในเชียงราย มันสุดยอดมาก”
วันนี้คุณพ่อลูกสองพร้อมภรรยาเสร็จธุระจากโรงงานเร็ว จึงตั้งใจไปรับลูกชายฝาแฝดที่โรงเรียน แต่สิ่งที่คนเป็นพ่อแม่กำลังประสบพบเจออยู่ตรงหน้า ทำให้ทั้งมนต์พระจันทร์และศิวพลถึงกับทำอะไรไม่ถูกเมื่อปลาเก๋าลูกชายคนโตกำลังนั่งน้ำตาคลอเบ้าและพยายามกลั้นสะอื้นอย่างหนัก ด้านข้างนั้นมีเต๋าเต้ยที่ใส่ชุดนักเรียนนั่งโอบแขนสั้น ๆ เหมือนกำลังพยายามปลอบพี่ชายฝาแฝด แววตาเจ็บปวดรวดร้าวเหม่อมองมายังพ่อปลาซิวและแม่กะเพรา ซึ่งกำลังเดินตรงเข้าไปรับลูกทั้งสอง“ปลาเก๋าเป็นอะไรครับ ใครทำอะไรลูก” มนต์พระจันทร์ใจหายเพราะไม่บ่อยที่เธอจะเห็นลูกชายร้องไห้เสียน้ำตา“หม่าม้า” ลูกชายวัยสี่ขวบวิ่งเข้ามาซุกหน้าอยู่กับภายในอ้อมกอดอันปลอดภัย พร้อมกับเริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้น โดยไม่ยอมให้ใครอื่นเห็นน้ำตา“คุณครูครับ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันครับเนี่ย ทำไมลูกชายผมถึงเป็นอย่างนี้”ศิวพลแสดงท่าทีเหมือนไม่พอใจ ที่เห็นลูกชายสุดที่รักร้องไห้ เพราะปกติปลาเก๋าไม่เคยร้องไห้งอแง โดยไม่มีเหตุผลพอดีกับคุณครูคนสวยประจำชั้นของปลาเก๋าและเต๋าเต้ยเดินยิ้มเขิน ๆ มาทางคุณพ่อคุณแม่ของนักเรียนในชั้น ศิวพลและมนต์พระจันทร์จึงได้ถามถึงสาเหตุที่ทำให้ลูกช
“โลงเย็งของเยาน่าอยู่ คุงคูใจเย็งทุกคง เด็ก ๆ ต้องยีบซุกซง เยาทุกคงชอบไปโลงเย็ง ชอบไป ชอบไป โลงเย็ง”ตั้งแต่ฟังเพลงมาทั้งหมด ศิราเพิ่งรู้สึกขนลุก กับซิงเกิ้ลใหม่ของหลานชายตัวจ้อยวันนี้เอง ที่ผ่านมาเคยช่วยบรรดาลูก ๆ เลี้ยงหลานหลายคนจำได้ว่า ไอ้เพลงปลุกใจอยากให้เด็ก ๆ ลุกไปโรงเรียนมันไม่ได้ร้องแบบนี้นี่นา“คุงตากิงอังนี้ไหมฮับ” สองหลานช่วยกันเดินถือสายยางไปรดน้ำในแปลงผักซึ่งเมื่อสองสัปดาห์ก่อนลงมาช่วยกันหยอดเมล็ดพันธุ์เอาไว้ เวลานี้ผักใบเขียว ๆ เริ่มงอกออกมาเป็นหน่อเป็นต้นให้เห็นชัดเจนแล้ว บางส่วนสามารถให้หลาน ๆ ช่วยกันเก็บไปให้ภรรยาทำกับข้าวได้แล้วด้วย“ได้สิ วันนี้คุณยายทำต้มจืดของโปรด เต๋าเต้ยเก็บไปให้คุณยายใส่ต้ม ต้องอร่อยมากแน่ ๆ”“เต๋าเต้ยใฉ่แคยอทด้วยฉิ แคยอทฉีฉ้มอาหย่อยนะ”ปลาเก๋าเดินถือแครอทหัวหนึ่งที่เพิ่งให้พี่เลี้ยงช่วยดึงออกมาจากแปลงผัก ถือมาใส่ลงไปในตะกร้าน้องชายฝาแฝด ด้านในนั้นเต็มไปด้วยผักทั้งใบเขียว ใบม่วง และผลสีเขียว สีแดงดูสดใส ต่างจากในตะกร้าของปลาเก๋าน้อย มีเพียงไข่ไก่ฟองโต ที่ไปเก็บมาจากโรงเรือนสำหรับเลี้ยงไก่ไข่ วางอยู่ในกระบะโฟมสี่ฟองเท่านั้น“อังนี้แตงกวาของปลาเ
“แมงมุมลายตัวนั้น เก๋าเห็งมังซมซานเหลือทง วังหนึ่งตากฝง ไหลยงตกจากหลังคา พระอาทิตย์ฉ่องแฉง น้ำแห้งหดไปยับตา เก๋ายีบไต่ขึ้นฟ้า หันหลังมาทำตาเหมืองแมว แม๊ว แม๊ว”นักร้องเสียงเพี้ยนร้องเพลงเด็กพร้อมกับเต้นทำท่าทางประกอบ ด้วยการไต่ขึ้นไปยืนบนขอบเบาะโซฟานวม จบท่อนสุดท้ายเพลงด้วยการหันมาทำท่าทางน่ารัก จนผู้ใหญ่ที่นั่งฟังส่งเสียงปรบมือวันนี้ภายในบ้านหลังใหญ่คึกคักเพราะสิระและปรารถนา ปู่กับย่าแวะมาเยี่ยมหลาน ๆ เนื่องจากเป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ที่ตามปกติทั้งสองครอบครัวจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปหากันเป็นปกติอยู่แล้ว“ขึ้นต้นด้วยแมงมุม แต่ทำไมตอนจบกลายเป็นแมวซะได้” ศิราหัวเราะให้หลานตัวจ้อยผู้ชื่นชอบการร้องเพลงเป็นที่สุด“ยังไม่ชินกันอีกเหรอคะ นี่เพรากับซิวกำลังคิดว่าถ้าหากปลาเก๋าของพวกเราเขาชอบร้อง ชอบเต้นมากจริง ๆ จะส่งไปเดบิวต์เป็นศิลปินเกาหลีสักหน่อย เผื่อจะได้โกอินเตอร์ตามอาฉลาม” มนต์พระจันทร์ตวัดขาขึ้นมานั่งไขว่ห้าง พลางมองลูกชายทั้งสองคนหยอกล้อเล่นด้วยกัน“จะเป็นนักร้องก่อนอื่นต้องร้องเพลงให้มันถูกเนื้อสักเพลงก่อน ปะป๊าเห็นตั้งแต่ร้องมายังไม่มีเพลงไหนร้องจบเพลงโดยไม่ไปแปลงเนื้อร้องเขาสักที
“เก๋าเอาแคยอทมาฝาก อยากให้เธอได้กิง ผักมีเบตาดีง ม่ายต้องกิงของแพง”เด็กอ้วนส่งเสียงเจื้อยแจ้วร้องเพลงแจ๋ว ๆ ไม่ต้องถามถึงเนื้อร้องกับทำนอง เพราะหากต้นฉบับมาได้ยินคงร้องไห้แน่ลูกปลาแสบเดินแกว่งตะกร้าผักที่เก็บมาได้หมาด ๆ เข้าไปวางในครัว เพื่อรอให้คุณยายจอมนรีและแม่บ้าน แม่ครัวทำเป็นมื้อค่ำ จากนั้นสองพี่น้องแฝดพุงพลุ้ยไปล้างมือให้สะอาด เพื่อมานั่งรอทานผักที่ตัวเองเก็บมา“เย่ ข้าวเหนียวมาแย้ว” เสียงตบมือแปะ ๆ ดีใจ เมื่อเห็นกระติบข้าวเหนียวจิ๋วประจำตัวถูกแม่บ้านนำมาวางไว้บนโต๊ะอาหาร“เต๋าเต้ยจะกินข้าวสวย หรือข้าวเหนียวครับ” มนต์พระจันทร์หันไปถามแฝดน้องซึ่งมีความชอบแตกต่างจากแฝดพี่ชัดเจน“อืมมมม” แทนที่ลูกชายคนเล็กจะตอบในทันที หากแต่กลับยืดตัวชะเง้อคอมองไปยังสำรับกับข้าว เหมือนต้องการอยากรู้ว่าวันนี้คุณยายทำของอร่อยอะไรกระทั่งเห็นไข่เจียว ต้มจืดฟักน้ำใสของโปรด แก้มกลมเป็นก้อนยุ้ยยกสูงขึ้นไปในทันที เพราะคำตอบคงมีเพียงหนึ่งเดียว“ข้าวฉวยฮับ”เมื่อหลานน้อยตอบรับ ข้าวสวยอุ่น ๆ จึงถูกตักลงไปในจานลวดลายการ์ตูน เหมือนกับช้อนและส้อม โดยมีคุณแม่อย่างมนต์พระจันทร์ตักกับข้าวของโปรดของลูก ใช้ช้อนจั
“อ้ายคงจง จำต้องทงปั่นยดจีบ จะไปถีบอิน้องคงงาม...”จักรยานสามล้อสองคันปั่นไปตามถนน ซึ่งสองข้างทางเป็นแปลงองุ่นกำลังให้ผลผลิตสะพรั่ง มองเห็นองุ่นพวงโตย้อยระย้าลงมา มองแล้วน่าชื่นใจลูกชายฝาแฝดจอมซนของมนต์พระจันทร์และพ่อปลาซิว ปั่นรถสามล้อลิ่วๆ ไปตามถนนโดยด้านหลังนั้นมีพ่อแม่ พี่เลี้ยง รวมไปถึงคุณตาคุณยาย ขี่รถกอล์ฟตามมาห่างๆ“เอ้อ ได้ยินอย่างนี้ละห่วงหลานสะใภ้ในอนาคตเหลือเกิน” ศิราหัวเราะหึ ๆ ออกมาเมื่อได้ฟังบทเพลงแปร่งหูจากหลานรักจักรยานสามล้อสีฟ้า มีนักร้องเสียงเพี้ยนวัยสามขวบเศษปั่นมาจอดอยู่ตรงบริเวณที่ดินแปลงใหม่ซึ่งมนต์พระจันทร์ให้คนงานมาช่วยกันปรับที่ พลิกกลับหน้าดินเตรียมเอาไว้สำหรับการปลูกพืชชนิดใหม่“จอดก่อน ปะป๊าจอด ๆ ตรงนี้” แขนสั้นป้อมยื่นออกมา ทำท่าโบกให้รถกอล์ฟที่ขับตามมาด้านหลังชะลอความเร็ว“ทำไมครับ ปลาเก๋าปั่นจักรยานเหนื่อยแล้วเหรอ” พ่อปลาซิวแตะเบรกรถกอล์ฟ ยื่นหน้าลงไปสอบถามกับลูกชายคนโต“เก๋าเก๋าจะยงไปดูตรงนี้” มือหนึ่งยกขึ้นมาเท้าสะเอว ส่วนอีกมือชี้โบ๊ชี้เบ๊ลงไปยังพื้นที่ดินว่างเปล่าเบื้องล่าง ระดับต่ำกว่าถนนลาดยางนี้ประมาณหนึ่งฟุต เป็นเหตุให้รถกอล์ฟสองคันซึ่งบรรทุก
เวลาแต่ละคืนวันผ่านไป ไวเหมือนมีปีกบิน ไม่นานชีวิตแต่งงานของทั้งศิวพลและมนต์พระจันทร์ก็เวียนมาจนครบสี่ปี เวลานี้เจ้าลูกปลาน้อยทั้งสองอายุครบสามขวบพอดิบพอดี“ก๊าบ ก๊าบ ก๊าบ เป็ดอาบน้ำไม่นอน คุงตาก็ต้องไม่นอน เพราะในคลองมีหอย ปู ปลา” เสียงเล็ก ๆ ร้องเป็นทำนองเพลงเด็ก ดังมาจากสวนหลังบ้านมนต์พระจันทร์และศิวพลกลับจากทำงานนอกบ้าน เดินเลาะมาตามเสียงร้องเพลงอันสดใส หันมาอมยิ้มให้กัน เพราะจำได้ว่าเสียงร้องก๊าบ ๆ นั้นเป็นของลูกชายฝาแฝด“คุงตาฮับ เมื่อไยผักมันจะโตฉักที” ลูกชายแฝดคนโตโก้งโค้งกระดกก้นอวบลงไปมองดูกระถาง สีหน้าท่าทางเอาจริงเอาจังด้านข้างนั้นมีพี่เลี้ยงคอยยืนดูอยู่ห่าง ๆ คอยระวังไม่ให้เด็ก ๆ อาจหยิบจับของสกปรกเข้าปาก หรือดูเรื่องความปลอดภัยอื่น ๆ“เพิ่งจะจิ้มเมล็ดพันธุ์ลงไป ยังไม่ทันรดน้ำ จะให้มันโตแล้วรึ รอก่อนสิครับ” คุณตาศิรานั่งถอนหายใจอยู่บนเก้าอี้ไม้ นั่งมองหลานชายสองคนสวมบทบาท เล่นเป็นคนปลูกผักเหมือนพ่อกับแม่“ต้องอีกกี่วัน ถึงจะเก็บผักไปให้คุงยายได้ฮับ”“อีกสิบห้าวันครับ” ศิรายกมือขึ้นมาชูแสดงจำนวน“ฉิบห้าวันแค่นี้หยอฮับ” นิ้วเล็ก ๆ เปื้อนเศษดินสีดำ ถูกยกขึ้นมาเลียนแบบ“ใช่







