หน้าหลัก / โรแมนติก / ลวงรักรสไวน์ / ตอนที่ 5 ปลาซิวกลิ่นขี้วัว

แชร์

ตอนที่ 5 ปลาซิวกลิ่นขี้วัว

ผู้เขียน: Melyssa
last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-13 02:06:59

“นั่นนายกำลังจะทำอะไร” มนต์พระจันทร์หันไปอ้าปากถามพนักงานน้องใหม่ที่กำลังดึงชายเสื้อเชิ้ตออกมาจากกางเกง

“ถอดเสื้อไงครับ”

หลังจากเดินตรวจดูกองปุ๋ยคอกมาตั้งแต่บ่าย แถมยังไปดูคนงานในไร่เอาปุ๋ยไปผสมเข้ากับดินเพื่อเตรียมนำไปรองก้นหลุมสำหรับปลูกพืชผักผลไม้ในไร่จันทรัช

แดดร้อนยามบ่ายประกอบกับเสื้อตัวที่เลือกหยิบใส่มาทำงานวันแรกนี้เป็นผ้าเนื้อหนา เพราะคิดไม่ถึงว่าจะต้องลงมาเดินต๊อก ๆ ตรวจปุ๋ยขี้วัว

“ถอดเสื้อ นายจะถอดทำไมเล่า” มนต์พระจันทร์หันขวับกลับไปมองด้านหลัง ไม่มั่นใจว่ามีคนงาน คนไร่ อยู่แถวนี้หรือเปล่า         

“ไม่ถอดยังไงไหว พี่ดมดูสิ ตัวผมมีแต่กินขี้วัวทั้งนั้นเลย” พ่อหนุ่มหน้าหนา ใจกล้าบ้าบิ่น เดินเข้าไปใกล้แล้วถลกเสื้อเชิ้ตขึ้นมา ดึงคอเสื้อกว้างเอามันไปจ่อยังใต้จมูกของเจ้าของโรงหมักปุ๋ย

“นี่ไม่ต้องเอามาใกล้”

“เอ้า ผมกลัวพี่ไม่เชื่อว่ามันเหม็นจริง ๆ นี่ไง พี่ลองดมสิ อ่า แล้วทำไมตัวพี่ถึงยังหอมอยู่เลยล่ะ” คนหน้ามึนโน้มตัวลงไปใช้จมูกสูดกลิ่นหอมซึ่งลอยมาจากเสื้อผ้า และเนื้อตัวของเจ้านายสาวสวย

“นี่นายปลาซิว นายจะบ้าหรือไง มาดมเสื้อพี่ได้ยังไง ถอยไปเลยนะ” แม้ปีนี้มนต์พระจันทร์อายุย่างเข้าปีที่สามสิบสอง หากแต่ชั่วชีวิตสาวสวยครองโสดของเธอไม่เคยเลยสักครั้งที่จะเปิดโอกาสให้ใครเข้ามาเกาะแกะชิดใกล้เหมือนกับเจ้า ‘ปลาซิวกลิ่นขี้วัว’ นี่มาก่อน

“ไม่ได้ตั้งใจดมสักหน่อย อยู่ ๆ กลิ่นพี่มันก็ลอยมาเข้าจมูกเอง”

“กลิ่นพี่เนี่ยนะ”

“อืม ก็นี่ไง พี่เตี้ยใช่ไหมล่ะ พอยืนตรงนี้นี่ไง หัวพี่อยู่ใต้จมูกผมพอดีเลย” มือแบทำท่าวัดระดับเปรียบเทียบส่วนสูงซึ่งแตกต่างกันอย่างชัดเจน

“นี่นายกำลังว่าพี่เตี้ยอย่างนั้นเหรอ”

“ผมไม่ได้ว่าเลย แต่มันน่าสงสัยนะ ก็เดินมาด้วยกันแท้ ๆ แล้วทำไมผมถึงตัวเหม็นอยู่คนเดียวล่ะ ไม่ยุติธรรมเลย” ศิวพลถอดเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกมาแล้วสลัดแรง ๆ ก่อนจะยกขึ้นดม ไม่วายก้มลงไปทำจมูกฟุดฟิดชิดอยู่ใกล้กับซอกคอของมนต์พระจันทร์

“นายปลาซิว!” ฝ่ามือพิฆาตฟาดเพียะลงไป ออกแรงผลักให้อีกฝ่ายถอยห่างออกไป

“พี่ตีผมทำไมเนี่ย แค่จะดมกลิ่นเปรียบเทียบดูเท่านั้นหรอก อะ...พี่เพราช่วยดมให้ผมหน่อยสิว่ามันยังเหม็นขี้วัวอยู่หรือเปล่า”

“แล้วนายจะให้พี่ดมกลิ่นขี้วัวเนี่ยนะ นายปลาซิว” มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาเท้าเอวแหงนคอถามคนที่สูงกว่าเธอเกือบหนึ่งฟุต

“ผมไม่ได้ให้พี่ดมกลิ่นขี้วัว แค่ให้พี่ช่วยดมเสื้อผมหน่อย” เสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ถูกสลัด ๆ โบกไปตรงหน้าเจ้านายสาว

“ก็เมื่อกี้นายเป็นคนบอกเองว่าเสื้อมีแต่กลิ่นขี้วัว”

“โธ่ ช่วยดมแค่นี้ก็ไม่ได้ ที่ตัวผมเหม็นอยู่นี่ เพราะเมื่อกี้ผมลงไปช่วยพี่ตรวจดูปุ๋ยแท้ ๆ”

มนต์พระจันทร์ทนการพูดตัดพ้อของผู้ช่วยคนใหม่ไม่ไหว จำใจต้องยื่นจมูกออกไปช่วยพิสูจน์กลิ่น หากแต่สิ่งที่มนต์พระจันทร์ได้รับกลับมาเป็นกลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังจาง ๆ ผสมผสานกับขี้วัวหมัก สายตาของคนผ่านโลกมานานเหลือบขึ้นไปพินิจว่าพ่อหนุ่มนักศึกษาจบใหม่ไม่มีงานทำคนนี้สามารถมีเงินซื้อน้ำหอมราคาขวดละหมื่นกว่าบาทได้อย่างไร เพราะหากเปรียบเทียบกับพวกผู้จัดการทั้งฝ่ายการตลาด ฝ่ายบัญชี แม้แต่ประวิทย์ผู้ช่วยของเธอที่นอนขาหักอยู่ในโรงพยาบาลเวลานี้ ก็ยังใช้น้ำหอมแบรนด์รองที่ขวดละไม่กี่พันบาทเท่านั้น

“เป็นไงครับ”

“ไม่ใช่แค่เหม็นขี้วัวเท่านั้นนะ เหม็นขี้เต่าด้วย” มนต์พระจันทร์สะบัดมือออกไปตีเสื้อตัวนั้นให้มันสะบัดไปฟาดเจ้าของ ส่วนตัวเองเดินหลบไปยืนรออยู่ข้างรถกอล์ฟ ซึ่งใช้ขับมาตรวจงานในไร่

“หื้อ ผมเนี่ยนะเหม็นเต่า” ศิวพลยกแขนสูง เผยขนจั๊กแร้เส้นสีดำยาว ๆ เป็นกระจุกอยู่ข้างใต้ ใช้มือแตะ ๆ จับ ๆ เหมือนไม่เชื่อสิ่งที่มนต์พระจันทร์กล่าวหา

“ได้เวลาเลิกงานของนายแล้วนะ มาเร็ว ๆ”

“ผมขอล้างตัวก่อนแล้วกันนะครับ ขืนกลับออฟฟิศไปสภาพนี้ มีหวังกว่าจะขับรถกลับถึงบ้าน ผมต้องมีเถาองุ่นงอกออกมาจากรูขุมขนแน่เลย”

“นายนี่มันเพ้อเจ้อจริง ๆ เลยนะปลาซิว”

มนต์พระจันทร์ก้าวขาขึ้นไปนั่งรออยู่บนรถกอล์ฟ เผลอมองกล้ามเนื้อมัดใหญ่เป็นลอนเป็นคลื่นของคนที่กำลังใช้มือรองน้ำจากก๊อกวักขึ้นมาล้างทำความสะอาดกลิ่นไม่พึงปรารถนา ไม่รู้ว่าเพราะอะไร มนต์พระจันทร์จึงไม่สามารถละสายตาไปจากผู้ช่วยหนุ่มคนนี้ได้เลย กระทั่งมีเสียงหนึ่งลอยมาขัดจินตนาการ

“นั่นแน่ แอบมองผมเหรอ” หน้าทะเล้นก้มมองรอดใต้จั๊กแร้ตัวเองหันมายักคิ้วล้อเลียน

“ใครบอกว่าพี่แอบมองนาย เห็นหรือเปล่าว่ารถนี่มันหันหน้าไปทางไหน แล้วพี่ก็นั่งของพี่เฉย ๆ ไม่ได้แอบสักหน่อย อีกอย่างสภาพอย่างนายเนี่ยนะ มีอะไรน่ามอง” เรียวขายาวตวัดขึ้นมาไขว้ในท่านั่งไขว่ห้าง แขนสองข้างสอดกอดอกเข้าหากัน

“โหพี่ มองดี ๆ ให้ดูอีกที มีตรงไหนไม่น่ามองบ้าง” ศิวพลยืดอกพร้อมกับทำท่าเบ่งกล้ามอวด

“แล้วไง กล้ามแบบนี้คนงานในไร่พี่มีทุกคนแหละ ยิ่งพวกคนงานที่มารับจ้างช่วยแบกของ ยกของ กล้ามโตกว่านี้ตั้งเยอะ”

“หื้อ พี่อะ พูดซะบัตรเมมเบอร์ฟิตเนสผมไม่มีความหมายเลย” ปากคว่ำหน้างอจนมนต์พระจันทร์อดขำไม่ได้

“อย่างนายเนี่ยนะ สมัครเมมเบอร์ฟิตเนส”

“ทำไมอะ แปลกเหรอ สมัยเรียนมหาลัยผมเป็นนักกีฬาด้วยนะ”

“พอ ๆ ไม่ต้องโม้มาก ล้างตัวเสร็จหรือยัง จะได้กลับสักที”

ผู้ช่วยคนใหม่เดินตัวเปียกมาอาสาขับรถกอล์ฟให้กับมนต์พระจันทร์นั่ง อาศัยแรงลมจากการเคลื่อนที่ของรถกอล์ฟช่วยเป่าหยดน้ำ ซึ่งเกาะอยู่บนผิวขาวของหนุ่มรุ่นน้องให้ค่อย ๆ แห้ง แสงสีส้มช่วงพระอาทิตย์ยามเย็นสะท้อนมาขับกล้ามเนื้อของคนที่ยังไม่ยอมใส่เสื้อผ้าให้ยิ่งหน้ามอง

“ผมเห็นนะว่าพี่แอบมองผมอะ เป็นไงครับยิ่งมองใกล้ยิ่งน่ารักใช่ไหมล่ะ” หน้าทะเล้นหันมายักคิ้ว ขยับยิ้ม จนมนต์พระจันทร์อยากยกนิ้วขึ้นไปจิ้มให้ตาบอด

“น่ารักกับผีน่ะสิ จะบอกอะไรให้ นายน่ะห่างไกลจากคำว่าสเปคของพี่เยอะ”

เนื่องจากแต่ไหนแต่ไรมามนต์พระจันทร์มีอุปนิสัยเคร่งขรึม จริงจังกับทุกสิ่งทุกอย่าง แถมมนต์พระจันทร์ยังเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถรอบด้าน มีความมั่นใจในตัวเองสูง จะสดใสร่าเริงก็ตอนอยู่กับหลาน ๆ เท่านั้น

ดังนั้นจึงหาได้น้อยเหลือเกินที่จะมีผู้ชายคนไหนเข้ามาจีบ หรือต่อให้กล้าเข้ามา แต่พอเจอความเก่ง ความกล้า ความไม่ยอมอ่อนข้อ ไม่ออดอ้อน ไม่ออเซาะ ไม่เสแสร้ง หรือแม้แต่ไม่เคยแสดงความอ่อนแอออกไปให้ใครเห็นง่าย ๆ พวกผู้ชายทั้งหลายเลยรู้สึกว่าตัวเองด้อยค่า เพราะถูกว่าที่แฟนข่ม จึงล่าถอยหนีหายไปหมด

จนมีคนตั้งข้อสังเกตว่า คนที่สามารถมาเป็นสามีของมนต์พระจันทร์ได้ ต้องมีความเป็นผู้ใหญ่สูง ต้องดุ ต้องเข้ม ต้องเคร่งเครียด ประเภทพ่อเลี้ยง นายหัว นายเหมือง นักการเมือง อะไรทำนองนั้น ซึ่งมนต์พระจันทร์เองก็คิดมาตลอดว่าหากตัวเองจะมีแฟนสักคนก็คงจะต้องเป็นคนที่มีบุคลลิกอย่างที่กล่าวมา

“ผมไม่ดีตรงไหน ผมหล่อนะ” ผู้ช่วยคนใหม่เอียงคอหันข้างมาเหมือนอยากอวดเครื่องหน้าตัวเองให้ชัด

“เฮอะ หล่อกว่านายพี่ก็เคยเจอมาแล้ว ถ้าหากนายคิดว่าพี่ชอบคนที่ความหล่อล่ะก็ ผิดถนัด” ชีวิตของเธอรายล้อมไปด้วยผู้ชายที่หล่อเหลาปานเทพบุตร เพราะญาติพี่น้องในตระกูลล้วนมีเครื่องหน้าหล่อสวยสวรรค์สร้างทั้งนั้น จะบอกว่ากรรมพันธุ์ดีก็ย่อมได้

“อืม อย่างนั้นสเปคผู้ชายพี่เป็นยังไง”

“จะอยากรู้ไปทำไม” มนต์พระจันทร์หรี่ตามองโชเฟอร์รถกอล์ฟเหมือนไม่ค่อยวางใจ

“ที่ถามนี่เพราะอยากเผือกเฉย ๆ หรอก แล้วพี่ก็ไม่ใช่สเปคผมเหมือนกัน”

“อะไรนะ!” ความรู้สึกหน้าสั่น ๆ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีใครกล้าพูดถ้อยคำใจร้ายอย่างนี้กับเธอมาก่อนเลย คนอย่างมนต์พระจันทร์เป็นที่หมายตาของหนุ่ม ๆ ครึ่งค่อนอำเภอ แล้วเจ้าเด็กกลิ่นขี้วัวนี่บังอาจมาบอกว่าเธอไม่ใช่สเปคอย่างนั้นเหรอ

“ผมชอบผู้หญิงน่ารัก ๆ เรียบร้อย อ่อนหวาน ใส่ชุดเดรสกระโปรงบาน ๆ น่าทะนุถนอม” พูดพร้อมชายตามองรองเท้าผ้าใบเปื้อนดินผสมขี้วัว กางเกงยีน และเสื้อเชิ้ตลายสก็อตกับหมวกปีกกว้างที่มนต์พระจันทร์กำมันไว้ในมือ

“เฮอะ!”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ลวงรักรสไวน์    SPECIAL 11 วัยว้าวุ่น

    วันนี้คุณพ่อลูกสองพร้อมภรรยาเสร็จธุระจากโรงงานเร็ว จึงตั้งใจไปรับลูกชายฝาแฝดที่โรงเรียน แต่สิ่งที่คนเป็นพ่อแม่กำลังประสบพบเจออยู่ตรงหน้า ทำให้ทั้งมนต์พระจันทร์และศิวพลถึงกับทำอะไรไม่ถูกเมื่อปลาเก๋าลูกชายคนโตกำลังนั่งน้ำตาคลอเบ้าและพยายามกลั้นสะอื้นอย่างหนัก ด้านข้างนั้นมีเต๋าเต้ยที่ใส่ชุดนักเรียนนั่งโอบแขนสั้น ๆ เหมือนกำลังพยายามปลอบพี่ชายฝาแฝด แววตาเจ็บปวดรวดร้าวเหม่อมองมายังพ่อปลาซิวและแม่กะเพรา ซึ่งกำลังเดินตรงเข้าไปรับลูกทั้งสอง“ปลาเก๋าเป็นอะไรครับ ใครทำอะไรลูก” มนต์พระจันทร์ใจหายเพราะไม่บ่อยที่เธอจะเห็นลูกชายร้องไห้เสียน้ำตา“หม่าม้า” ลูกชายวัยสี่ขวบวิ่งเข้ามาซุกหน้าอยู่กับภายในอ้อมกอดอันปลอดภัย พร้อมกับเริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้น โดยไม่ยอมให้ใครอื่นเห็นน้ำตา“คุณครูครับ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันครับเนี่ย ทำไมลูกชายผมถึงเป็นอย่างนี้”ศิวพลแสดงท่าทีเหมือนไม่พอใจ ที่เห็นลูกชายสุดที่รักร้องไห้ เพราะปกติปลาเก๋าไม่เคยร้องไห้งอแง โดยไม่มีเหตุผลพอดีกับคุณครูคนสวยประจำชั้นของปลาเก๋าและเต๋าเต้ยเดินยิ้มเขิน ๆ มาทางคุณพ่อคุณแม่ของนักเรียนในชั้น ศิวพลและมนต์พระจันทร์จึงได้ถามถึงสาเหตุที่ทำให้ลูกช

  • ลวงรักรสไวน์    SPECIAL 10 ลูกไม้ที่กลิ้งลงไปใต้ต้น

    “โลงเย็งของเยาน่าอยู่ คุงคูใจเย็งทุกคง เด็ก ๆ ต้องยีบซุกซง เยาทุกคงชอบไปโลงเย็ง ชอบไป ชอบไป โลงเย็ง”ตั้งแต่ฟังเพลงมาทั้งหมด ศิราเพิ่งรู้สึกขนลุก กับซิงเกิ้ลใหม่ของหลานชายตัวจ้อยวันนี้เอง ที่ผ่านมาเคยช่วยบรรดาลูก ๆ เลี้ยงหลานหลายคนจำได้ว่า ไอ้เพลงปลุกใจอยากให้เด็ก ๆ ลุกไปโรงเรียนมันไม่ได้ร้องแบบนี้นี่นา“คุงตากิงอังนี้ไหมฮับ” สองหลานช่วยกันเดินถือสายยางไปรดน้ำในแปลงผักซึ่งเมื่อสองสัปดาห์ก่อนลงมาช่วยกันหยอดเมล็ดพันธุ์เอาไว้ เวลานี้ผักใบเขียว ๆ เริ่มงอกออกมาเป็นหน่อเป็นต้นให้เห็นชัดเจนแล้ว บางส่วนสามารถให้หลาน ๆ ช่วยกันเก็บไปให้ภรรยาทำกับข้าวได้แล้วด้วย“ได้สิ วันนี้คุณยายทำต้มจืดของโปรด เต๋าเต้ยเก็บไปให้คุณยายใส่ต้ม ต้องอร่อยมากแน่ ๆ”“เต๋าเต้ยใฉ่แคยอทด้วยฉิ แคยอทฉีฉ้มอาหย่อยนะ”ปลาเก๋าเดินถือแครอทหัวหนึ่งที่เพิ่งให้พี่เลี้ยงช่วยดึงออกมาจากแปลงผัก ถือมาใส่ลงไปในตะกร้าน้องชายฝาแฝด ด้านในนั้นเต็มไปด้วยผักทั้งใบเขียว ใบม่วง และผลสีเขียว สีแดงดูสดใส ต่างจากในตะกร้าของปลาเก๋าน้อย มีเพียงไข่ไก่ฟองโต ที่ไปเก็บมาจากโรงเรือนสำหรับเลี้ยงไก่ไข่ วางอยู่ในกระบะโฟมสี่ฟองเท่านั้น“อังนี้แตงกวาของปลาเ

  • ลวงรักรสไวน์    SPECIAL 9 ไดโนเสาร์ตัวใหญ่

    “แมงมุมลายตัวนั้น เก๋าเห็งมังซมซานเหลือทง วังหนึ่งตากฝง ไหลยงตกจากหลังคา พระอาทิตย์ฉ่องแฉง น้ำแห้งหดไปยับตา เก๋ายีบไต่ขึ้นฟ้า หันหลังมาทำตาเหมืองแมว แม๊ว แม๊ว”นักร้องเสียงเพี้ยนร้องเพลงเด็กพร้อมกับเต้นทำท่าทางประกอบ ด้วยการไต่ขึ้นไปยืนบนขอบเบาะโซฟานวม จบท่อนสุดท้ายเพลงด้วยการหันมาทำท่าทางน่ารัก จนผู้ใหญ่ที่นั่งฟังส่งเสียงปรบมือวันนี้ภายในบ้านหลังใหญ่คึกคักเพราะสิระและปรารถนา ปู่กับย่าแวะมาเยี่ยมหลาน ๆ เนื่องจากเป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ที่ตามปกติทั้งสองครอบครัวจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปหากันเป็นปกติอยู่แล้ว“ขึ้นต้นด้วยแมงมุม แต่ทำไมตอนจบกลายเป็นแมวซะได้” ศิราหัวเราะให้หลานตัวจ้อยผู้ชื่นชอบการร้องเพลงเป็นที่สุด“ยังไม่ชินกันอีกเหรอคะ นี่เพรากับซิวกำลังคิดว่าถ้าหากปลาเก๋าของพวกเราเขาชอบร้อง ชอบเต้นมากจริง ๆ จะส่งไปเดบิวต์เป็นศิลปินเกาหลีสักหน่อย เผื่อจะได้โกอินเตอร์ตามอาฉลาม” มนต์พระจันทร์ตวัดขาขึ้นมานั่งไขว่ห้าง พลางมองลูกชายทั้งสองคนหยอกล้อเล่นด้วยกัน“จะเป็นนักร้องก่อนอื่นต้องร้องเพลงให้มันถูกเนื้อสักเพลงก่อน ปะป๊าเห็นตั้งแต่ร้องมายังไม่มีเพลงไหนร้องจบเพลงโดยไม่ไปแปลงเนื้อร้องเขาสักที

  • ลวงรักรสไวน์    SPECIAL 8 ความเหมือนที่แตกต่าง

    “เก๋าเอาแคยอทมาฝาก อยากให้เธอได้กิง ผักมีเบตาดีง ม่ายต้องกิงของแพง”เด็กอ้วนส่งเสียงเจื้อยแจ้วร้องเพลงแจ๋ว ๆ ไม่ต้องถามถึงเนื้อร้องกับทำนอง เพราะหากต้นฉบับมาได้ยินคงร้องไห้แน่ลูกปลาแสบเดินแกว่งตะกร้าผักที่เก็บมาได้หมาด ๆ เข้าไปวางในครัว เพื่อรอให้คุณยายจอมนรีและแม่บ้าน แม่ครัวทำเป็นมื้อค่ำ จากนั้นสองพี่น้องแฝดพุงพลุ้ยไปล้างมือให้สะอาด เพื่อมานั่งรอทานผักที่ตัวเองเก็บมา“เย่ ข้าวเหนียวมาแย้ว” เสียงตบมือแปะ ๆ ดีใจ เมื่อเห็นกระติบข้าวเหนียวจิ๋วประจำตัวถูกแม่บ้านนำมาวางไว้บนโต๊ะอาหาร“เต๋าเต้ยจะกินข้าวสวย หรือข้าวเหนียวครับ” มนต์พระจันทร์หันไปถามแฝดน้องซึ่งมีความชอบแตกต่างจากแฝดพี่ชัดเจน“อืมมมม” แทนที่ลูกชายคนเล็กจะตอบในทันที หากแต่กลับยืดตัวชะเง้อคอมองไปยังสำรับกับข้าว เหมือนต้องการอยากรู้ว่าวันนี้คุณยายทำของอร่อยอะไรกระทั่งเห็นไข่เจียว ต้มจืดฟักน้ำใสของโปรด แก้มกลมเป็นก้อนยุ้ยยกสูงขึ้นไปในทันที เพราะคำตอบคงมีเพียงหนึ่งเดียว“ข้าวฉวยฮับ”เมื่อหลานน้อยตอบรับ ข้าวสวยอุ่น ๆ จึงถูกตักลงไปในจานลวดลายการ์ตูน เหมือนกับช้อนและส้อม โดยมีคุณแม่อย่างมนต์พระจันทร์ตักกับข้าวของโปรดของลูก ใช้ช้อนจั

  • ลวงรักรสไวน์    SPECIAL 7 ปลาน้อยลุยสวน

    “อ้ายคงจง จำต้องทงปั่นยดจีบ จะไปถีบอิน้องคงงาม...”จักรยานสามล้อสองคันปั่นไปตามถนน ซึ่งสองข้างทางเป็นแปลงองุ่นกำลังให้ผลผลิตสะพรั่ง มองเห็นองุ่นพวงโตย้อยระย้าลงมา มองแล้วน่าชื่นใจลูกชายฝาแฝดจอมซนของมนต์พระจันทร์และพ่อปลาซิว ปั่นรถสามล้อลิ่วๆ ไปตามถนนโดยด้านหลังนั้นมีพ่อแม่ พี่เลี้ยง รวมไปถึงคุณตาคุณยาย ขี่รถกอล์ฟตามมาห่างๆ“เอ้อ ได้ยินอย่างนี้ละห่วงหลานสะใภ้ในอนาคตเหลือเกิน” ศิราหัวเราะหึ ๆ ออกมาเมื่อได้ฟังบทเพลงแปร่งหูจากหลานรักจักรยานสามล้อสีฟ้า มีนักร้องเสียงเพี้ยนวัยสามขวบเศษปั่นมาจอดอยู่ตรงบริเวณที่ดินแปลงใหม่ซึ่งมนต์พระจันทร์ให้คนงานมาช่วยกันปรับที่ พลิกกลับหน้าดินเตรียมเอาไว้สำหรับการปลูกพืชชนิดใหม่“จอดก่อน ปะป๊าจอด ๆ ตรงนี้” แขนสั้นป้อมยื่นออกมา ทำท่าโบกให้รถกอล์ฟที่ขับตามมาด้านหลังชะลอความเร็ว“ทำไมครับ ปลาเก๋าปั่นจักรยานเหนื่อยแล้วเหรอ” พ่อปลาซิวแตะเบรกรถกอล์ฟ ยื่นหน้าลงไปสอบถามกับลูกชายคนโต“เก๋าเก๋าจะยงไปดูตรงนี้” มือหนึ่งยกขึ้นมาเท้าสะเอว ส่วนอีกมือชี้โบ๊ชี้เบ๊ลงไปยังพื้นที่ดินว่างเปล่าเบื้องล่าง ระดับต่ำกว่าถนนลาดยางนี้ประมาณหนึ่งฟุต เป็นเหตุให้รถกอล์ฟสองคันซึ่งบรรทุก

  • ลวงรักรสไวน์    SPECIAL 6 เก๋าเก๋า เต๋าเต๋า

    เวลาแต่ละคืนวันผ่านไป ไวเหมือนมีปีกบิน ไม่นานชีวิตแต่งงานของทั้งศิวพลและมนต์พระจันทร์ก็เวียนมาจนครบสี่ปี เวลานี้เจ้าลูกปลาน้อยทั้งสองอายุครบสามขวบพอดิบพอดี“ก๊าบ ก๊าบ ก๊าบ เป็ดอาบน้ำไม่นอน คุงตาก็ต้องไม่นอน เพราะในคลองมีหอย ปู ปลา” เสียงเล็ก ๆ ร้องเป็นทำนองเพลงเด็ก ดังมาจากสวนหลังบ้านมนต์พระจันทร์และศิวพลกลับจากทำงานนอกบ้าน เดินเลาะมาตามเสียงร้องเพลงอันสดใส หันมาอมยิ้มให้กัน เพราะจำได้ว่าเสียงร้องก๊าบ ๆ นั้นเป็นของลูกชายฝาแฝด“คุงตาฮับ เมื่อไยผักมันจะโตฉักที” ลูกชายแฝดคนโตโก้งโค้งกระดกก้นอวบลงไปมองดูกระถาง สีหน้าท่าทางเอาจริงเอาจังด้านข้างนั้นมีพี่เลี้ยงคอยยืนดูอยู่ห่าง ๆ คอยระวังไม่ให้เด็ก ๆ อาจหยิบจับของสกปรกเข้าปาก หรือดูเรื่องความปลอดภัยอื่น ๆ“เพิ่งจะจิ้มเมล็ดพันธุ์ลงไป ยังไม่ทันรดน้ำ จะให้มันโตแล้วรึ รอก่อนสิครับ” คุณตาศิรานั่งถอนหายใจอยู่บนเก้าอี้ไม้ นั่งมองหลานชายสองคนสวมบทบาท เล่นเป็นคนปลูกผักเหมือนพ่อกับแม่“ต้องอีกกี่วัน ถึงจะเก็บผักไปให้คุงยายได้ฮับ”“อีกสิบห้าวันครับ” ศิรายกมือขึ้นมาชูแสดงจำนวน“ฉิบห้าวันแค่นี้หยอฮับ” นิ้วเล็ก ๆ เปื้อนเศษดินสีดำ ถูกยกขึ้นมาเลียนแบบ“ใช่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status