INICIAR SESIÓNเป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือนแล้วที่รสิตามาทำงานที่นี่ เธอขยันขันแข็งและเรียนรู้งานได้ไวจนเป็นที่รักของพนักงานคนอื่น ๆ ส่วนลูกค้ากระเป๋าหนักก็ติดใจในรูปร่างหน้าตาของเธอเป็นจำนวนมาก จนแย่งกันยื่นข้อเสนอต่าง ๆ มากมายให้เธอ เพื่อให้เธอไปนั่งดื่มด้วย แต่เธอปฎิเสธ
ที่นี่จะแบ่งพนักงานบริการออกเป็นสามกลุ่ม กลุ่มแรกคือกลุ่มที่บริการลูกค้าเล่นพนันตามโต๊ะต่าง ๆ กลุ่มที่ สองคือพนักงานนั่งดริ้งบริการลูกค้าที่โต๊ะขณะนั่งดื่ม กลุ่มที่สามคือกลุ่มพนักงานเสิร์ฟ บริการเสิร์ฟเครื่องดื่มต่าง ๆ ไปยังโต๊ะซึ่งมีพนักงานกลุ่มที่สองคอยดูแลอยู่แล้ว “ริบบิ้น เอาเครื่องดื่มไปเสิร์ฟโต๊ะนั้นหน่อย” “ได้ค่ะ” รสิตารับเครื่องดื่มแล้วนำไปเสิร์ฟให้ลูกค้าหลังเลิกงานรสิตาก็เปลี่ยนชุดและใช้เส้นทางหลังร้านเพื่อกลับไปที่พัก มือข้างหนึ่งของเธอถือกล่องอาหารที่จะเอาไปฝากยาย ส่วนมืออีกข้างถือถุงกระดาษที่มีชุดทำงานของเธออยู่ในนั้น
“พวกมึงเร็ว ๆ” เสียงพูดคุยและเสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ทำให้รสิตายิ่งสงสัย เธอจึงหยุดอยู่ตรงประตู แล้วเงี่ยหูฟังหลังจากได้ยินเสียงผู้ชายคนหนึ่งออกคำสั่ง “เฮ้ย!! หลีกไป” ชายหนุ่มคนที่มจากด้านหลังผลักรสิตาออกไปให้พ้นทางเพื่อเปิดทางให้กับคนที่กำลังเข้ามา ด้านรสิตาเมื่อโดนผลักเธอก็เซไปจนติดขอบประตู “นายล่ะ” คนที่ผลักรสิตาถามหาเจ้านายของเขา “ข้างหลังครับพี่ภพ” ชายหนุ่มที่เข้ามาเป็นคนแรกชี้ไปด้านหลัง รสิตามองตามไป ก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังพยุงผู้ชายอีกคนหนึ่งมาทางที่เธอยืนอยู่ เหมือนว่าคนที่ถูกพยุงกำลังบาดเจ็บ รสิตาไม่รู้จักว่าเขาคือใคร เพราะความมืดจึงเห็นหน้าของเขาไม่ชัด จนทั้งคู่เข้ามาในร้านนั่นแหละเธอถึงได้เห็นเขาเต็มตา “ทำไมไม่พานายไปโรงพยาบาลวะไอ้บิ๊ก” สมภพมือซ้ายของมาเฟียหนุ่มเจ้าของบ่อนคาสิโนแห่งนี้ถามขึ้นอีกครั้ง เมื่อลูกน้องคนสุดท้ายเดินเข้ามาในร้าน “นายบอกแค่ถาก ๆ ครับพี่ภพ ไม่ต้องไป” บดินทร์ตอบกลับไป “ตลอดเลย แล้วใครจะกล้าทำแผลให้วะ” สมภพบ่นเบา ๆ เพราะกลัวเจ้านายได้ยิน “หรือมึงกล้า” “ไม่ๆ ผมมือหนัก ผมไม่ทำนะ” บดินทร์รีบยกมือปฏิเสธ “หรือมึงไอ้เชน” สมภพชี้ไปทาง ราเชนทร์ “เออ ๆ ใครจะทำแผลค่อยมาเป่ายิ้งฉุบกัน แต่ตอนนี้พานายขึ้นไปด้านบนก่อน” เอกสิทธิ์มือขวาของมาเฟียหนุ่มพูดตัดบท เพราะเขาพยุงเจ้านายของพวกเขาเดินนำมาสักพักแล้ว แต่พอหันกลับไปกลับเห็นทั้งสามคนยืนคุยอะไรกันอยู่ก็ไม่รู้ จนเขาต้องปล่อยให้เจ้านายจับราวบันไดไว้แล้วเดินมาตามทั้งสาม การทำแผลไม่ใช่เรื่องยากเลยสำหรับลูกน้องมาเฟียแบบพวกเขา เพราะผ่านกระสุนมาเยอะ แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าเวลาที่เจ้านายเจ็บตัวมาแล้วมาทำแผลกันเองโดยไม่ไปโรงพยาบาล คนที่ซวยที่สุดคือคนที่ทำแผลให้ พูดง่ายๆ คือเจ็บทีถีบที ถ้ามีปืนก็เจ็บทีหนึ่งนัด ทุกอย่างเกิดขึ้นไวมาก ทั้งหมดเดินผ่านไปราวลมพัดผ่าน รสิตางงกับสิ่งที่เห็นเพราะเธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าให้เดา พวกเขาคงไปมีเรื่องมา แล้วก็ได้แผลกลับมาด้วย แต่ทำไมต้องตกใจกันขนาดนั้นก็ไม่รู้ หากถึงขั้นคอขาดบาดตายแบบนั้นทำไมไม่พาไปโรงพยาบาล หมับ!!! จังหวะที่รสิตากำลังจะก้าวขาออกทางประตู เธอก็โดนมือหนาคว้าแขนไว้ พรึ่บ!!! รสิตาใช้ทักษะป้องกันตัวที่มีสะบัดมือของชายหนุ่มคนนั้นออกไปโดยง่าย ทำให้ชายหนุ่มคนดังกล่าวล้มหงายหลังลงไป ส่วนเธอก็รีบหมุนตัวเพื่อที่จะเดินออกจากตรงนั้น แกร็ก!!! รสิตาคุ้นเคยกับเสียงนี้ดี เธอจึงยกมือสองข้างขึ้นแล้วค่อยๆ หันกลับมามองคนที่กำลังถือปืนจ่อเธออยู่ “ถ้าไปด้วยกันดี ๆ ก็ไม่ต้องเจ็บตัว” สมภพกล่าวขณะที่ยังเล็งปืนไปทางรสิตา “จะพาฉันไปไหน” “ทำแผลเป็นมั้ย” “เป็น” “ดีเลย งั้นไปช่วยทำแผลให้นายหน่อย” สมภพลดปืนลง รสิตาจึงลดมือลงเช่นกัน “พวกพี่ก็ทำเป็นไม่ใช่เหรอ” รสิตาถามกลับ “ผู้หญิงมือเบากว่า” ชายหนุ่มเชื่อแบบนั้น “น้องเป็นพนักงานที่นี่ใช่มั้ย” “ใช่ค่ะ” “ไปช่วยทำแผลก่อน เดี๋ยวฉันบอกคุณโจเพิ่มโบนัสให้” ความลังเลของรสิตาหายไป เมื่อได้ฟังข้อเสนอของสมภพ “แค่ทำแผลใช่มั้ย” “อื้อ แค่ทำแผล” สมภพยืนยัน “ก็ได้” รสิตารับคำ “ตามมา” รสิตาเดินตามไปจนถึงห้องทำงานที่อยู่ด้านบน เธอไม่เคยขึ้นมาบนนี้เลยสักครั้งตั้งแต่มาทำงานที่นี่ แต่เธอจำได้ว่ามีสาวนั่งดริ้งที่เธอค่อนข้างสนิทเคยบอกเธอไว้ว่าถ้าไม่จำเป็นห้ามขึ้นมาวุ่นวายบนนี้เด็ดขาด มันเป็นสถานที่ต้องห้าม หากเจ้านายไม่เรียกพบห้ามไปเหยียบเด็ดขาด “เข้าไปสิ” หลังจากเปิดประตูสมภพก็หลีกทางให้รสิตาเข้าไป “ในนี้เหรอ” รสิตาชี้ไปในห้องที่ประตูถูกเปิดอ้าไว้ เธอมองเข้าไปด้านก็เห็นโต๊ะทำงานขนาดใหญ่วางอยู่ใจกลางห้อง “อือ” “แล้วพี่ไม่เข้าไปเหรอ” รสิตาหันกลับมาถามคนที่อยู่ด้านหลัง “ฉันรอด้านนอก” “แล้วด้านในมีใครบ้าง” “เข้าไปเถอะน่า อย่าถามมาก” “อ๊ะ...” รสิตาโดนผลักเข้าไปโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว ทำให้เธอเกือบล้มคะมำ ทุกสายตาจับจ้องมาที่เธอยกเว้นหนุ่มร่างสูงกำยำที่ตอนนี้นอนราบไปกับโซฟาพร้อมท่อนบนที่เปลือยเปล่า ตรงซี่โครงด้านขวามีรอยกระสุนเฉี่ยวเป็นทางยาว “ใครอนุญาตให้เธอเข้ามา” เอกสิทธิ์ถามขึ้น “พี่คนที่อยู่ด้านนอกบอกให้ฉันเข้ามาช่วยทำแผล” เธอชี้ออกไปนอกห้อง “อ้อ...ดีเลย มา ๆ” ทันทีที่ได้ยินว่ามาช่วยทำแผล ทั้งหมดก็วางอุปกรณ์ทำแผลที่อยู่ในมือลงและเปิดทางให้รสิตาทันที รสิตาค่อย ๆ เดินเข้าไปอย่างไม่แน่ใจมากนัก เธอก็แค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง “เริ่มเลย เช็ดเลือดสิ” บดินทร์ผายมือให้รสิตาเริ่มลงมือ รสิตาจึงวางของที่เธอถือมาลงบนโต๊ะ ก่อนจะเข้าไปดูแผลใกล้ๆ “พวกเราไปรอด้านนอกเถอะ ดูน้องมันเขิน ๆ” ราเชนทร์เสนอ “เฮ้ย!! จะทิ้งน้องมันไว้กับนายเหรอวะ” บดินทร์รีบแย้ง “แต่งตัวเชย ๆ แบบนี้นายไม่ทำอะไรหรอก มึงก็รู้สาว ๆ ของนาย ขาว สวย หมวย เอ็กซ์” ราเชนทร์กระซิบตอบ เพราะกลัวมาเฟียหนุ่มที่นอนอยู่ได้ยิน “กูไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น” “แล้วอะไร” ราเชนทร์ถาม “ก็ถ้านายอารมณ์เสียก็โดนไง” “นายไม่ทำผู้หญิงหรอกน่า มึงเชื่อกู แต่ถ้าพวกเรายังอยู่เนี่ย พอนายไม่ทำผู้หญิงใช่มั้ย นายก็จะมาทำพวกเราแทน” บดินทร์ขยายความ “เออ จริงว่ะ” เอกสิทธิ์ที่นิ่งฟังอยู่ก็เห็นด้วย เพราะเขาอยู่กับมาเฟียคนนี้มาตั้งแต่แรก เขารู้นิสัยของเจ้านายดี รสิตามองตามทั้งสามคนที่พากันเดินออกไปอย่างน่าสงสัย เธอหันกลับมามองคนที่ยังนอนอยู่บนโซฟาซึ่งเขาเอามือก่ายหน้าผากแล้วหลับตา เธอเองก็ไม่แน่ใจว่าเขาหลับหรือเปล่า ‘ถ้าคนพวกนั้นเรียกเขาว่าเจ้านาย แสดงว่าผู้ชายคนนี้ก็คือ รณกร มาเฟียหนุ่มเจ้าของคาสิโนแห่งนี้น่ะสิ’ ‘เอาเถอะ เขาจะเป็นใครก็ช่าง ตอนนี้รีบทำแผลให้เขาให้เสร็จ จะได้รีบกลับไปหายาย’ ลลิลคิดในใจ เธอหยิบผ้าผืนเล็กชุบลงไปในน้ำแล้วบิดพอหมาด ๆ จากนั้นก็เช็ดรอยเลือดบริเวณรอบ ๆ ออก ตอด้วยสำลีชุบแอลกอฮอร์แล้วเช็ดไปรอบ ๆ แผลอย่างเบามือ คนที่นอนอยู่สะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้หันมามอง เขายังหลับตาอยู่อย่างนั้น จริง ๆ ถ้าไปโรงพยาบาลเขาอาจจะโดนเย็บแผล แต่เมื่อไม่ไปก็ต้องทำแผลไปตามปกติ “ซี๊ด!!!” เสียงร้องซี๊ดทำรสิตาตกใจ เธอเบิกตากว้างเมื่อผู้ชายร่างสูงใหญ่ที่นอนอยู่ลุกขึ้นนั่งแล้วยกมือขึ้นเหมือนจะฟาดเธอ รสิตารีบก้มหน้าลงแล้วยกแขนเพื่อป้องกันตัวเอง “อ๊ะ...” แต่ทว่าไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด เมื่ออยู่ๆ รสิตาก็โดนมาเฟียหนุ่มกระชากแขนแล้วดึงเธอขึ้นไปนั่งบนตักพร้อมทั้งใช่มือข้างหนึ่งบีบคางของเธอไว้ “ใครส่งเธอมา”“เห็นรสิตามั้ยครับ” หลังกลับขึ้นไปไม่นานรณกรก็สั่งให้บดินทร์มาตามรสิตา“ทำไม่เหรอ” จักรพงศ์สงสัยเพราะคิดว่าบดินทร์ถามหาเอง“นายเรียกพบครับ”“ไม่เห็นนะ” จักรพงศ์กวาดสายตามองโดยรอบก่อนจะตอบ “ขึ้นไปก่อน เดี๋ยวฉันไปดูให้”จักรพงศ์ลองเดินมาจนถึงห้องพักของพนักงาน ก็เห็นว่าไฟในห้องพักของรสิตาเปิดอยู่ เขาเลยมั่นใจว่าเธอต้องอยู่ในห้องแน่ๆก๊อกๆๆๆๆแกร๊ก!!เพียงไม่นานประตูก็ถูกเปิดออกโดยคนที่อยู่ด้านใน“พี่โจ” รสิตาทำหน้าแปลกใจที่เห็นจักรพงศ์มาอยู่ที่นี่“ทำอะไรน่ะ” จักรพงศ์เอ่ยถามเมื่อเห็นกระเป๋าเป้วางอยู่“เก็บของค่ะ”“จะไปไหน”“ยังไม่รู้เลยค่ะ” ขณะพูดไปเธอก็เก็บของใส่กระเป๋าไป“พี่ไม่เข้าใจ” พอรสิตาตอบแบบนั้นจักรพงศ์ก็เลยสงสัย เขาคิดว่ารสิตาจะไปเฝ้ายายที่โรงพยาบาลซะอีก“ก็หนูโดนไล่ออกแล้วไม่ใช่เหรอคะ”“คุณกรยังไม่พูดอะไรสักคำเลย” จักรพงศ์รับรู้ได้ในทันทีว่าคงเป็นตอนที่รณกรพูดกับวันชัยแน่นอน รสิตาตีความไปเองว่ารณกรไล่เธอออก“แต่...”“ช่างเถอะ ตอนนี้คุณกรเรียกพบรีบไปเถอะ”คำว่าโดนเรียกพบทำเธอหายใจไม่ทั่วท้อง ใช่ว่าสามวันมานี้เธอจะลืมเหตุการณ์วันนั้นไป เธอแค่โชคดีที่ไม่ได้เจอเขาเลยตั้งแต่วันนั้
สามวันต่อมา ขณะที่รณกรเข้ามาในคาสิโนเขากวาดสายตามองหาพนักงานสาวที่เขาไม่เจอหน้ามาสามวันแล้ว หลังจากที่เธอได้เงินของเขาไป เขาจึงคิดไปว่าบางทีเธออาจจะเชิดเงินหนีเขาไปแล้ว“เรียกคุณโจมาพบฉันหน่อย” เขาหันไปใช้ลูกน้องขณะกำลังเดินเข้าห้องทำงาน“ครับนาย”เพียงไม่นานจักรพงศ์ก็มาพบรณกรที่ห้อง“สวัสดีครับคุณกร มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ”“มีพนักงานคนไหนลาออกไปแล้วบ้าง”“ไม่มีนี่ครับ”“แล้วมีพนักงานคนไหนหยุดงานบ่อย ๆ บ้าง”“ไม่มีครับ”“แล้วมีพนักงานคนไหนที่ไม่มาทำงานติดต่อกันสามวันบ้าง”“คุณกรหมายถึงใครครับ” ตอนนี้จักรพงค์เริ่มเอะใจแล้วว่าคนที่รณกรพยายามพูดถึงใช่คนเดียวกันกับที่เขาคิดหรือเปล่า“เปล่า” รณกรเลือกที่จะไม่พูดออกไป “คุณโจกลับไปทำงานต่อเถอะครับ ผมไม่รบกวนแล้ว”“ครับคุณกร” จักรพงศ์ตอบรับแบบงง ๆ เขาหมุนตัวเพื่อจะเดินออกจากห้องไป แต่ขณะที่จับลูกบิดประตูเขากลับนึกอะไรขึ้นมาได้ “คุณกรครับ”“ว่าไง” เขาขานรับโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นไปมอง“คือที่คุณเคยสั่งไว้ เรื่องของรสิตา” ขณะพูดก็สังเกตท่าทางของรณกรไปด้วยคราวนี้รณกรละสายตาจากเอกสารตรงหน้าขึ้นมามองจักรพงศ์ แล้วรอฟังว่าจักรพงศ์จะพูออะไรต่อ“เ
“ตัวเธอ” เขาไม่อ้อมค้อมเพราะนี่คือสิ่งที่เขาคิดไว้“แล้วฉันจะมั่นใจได้ยังไงว่าฉันจะได้เงินก้อนนั้นทันทีหลังจากที่คุณได้ตัวฉันไปแล้ว”รณกรยิ้มมุมปาก จนรสิตาเองก็รู้สึกขนลุกครืด!!เสียงลิ้นชักที่ถูกดึงออกมา ในนั้นมีสมุดเช็คอยู่ รณกรหยิบมันขึ้นมาแล้วเขียนตัวเลขจำนวนหกหลักลงไป ก่อนจะจบด้วยลายเซ็นของเขารสิตามองการกระทำนั้นด้วยหัวใจที่เต้นรัว เวลานี้เธอควรจะดีใจหรือเสียดี เธอกำลังได้เงินไปช่วยยาย ในขณะที่ตัวเธอเองก็กำลังจะโดนย่ำยี“มารับไปสิ” เขาชูเช็คในมือขึ้นรสิตานิ่งไป เธอกำมือแน่นสุดท้ายเธอก็ต้องพ่ายแพ้ให้เขาอย่างนั้นเหรอครืด!!เสียงลิ้นชักโดนเปิดออกอีกครั้ง“ถ้าไม่เอาฉันก็จะเก็บ” รณกรขู่เมื่อไม่มีทางเลือกรสิตาก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหารณกรตรงเก้าอี้ที่เขานั่งอยู่ ท่าทางประหม่าของรสิตาทำให้รณกรยิ้มมุมปาก“นั่งสิ”เมื่อถูกสั่งให้นั่งรสิตาก็หันซ้ายหันขวามองว่าเขาจะให้เธอนั่งตรงไหน“จะไปไหน” เมื่อเห็นว่ารสิตาหมุนตัวจะเดินไป รณกรก็เรียกขึ้น“ไปเอาเก้าอี้ค่ะ”“ฉันหมายถึงนั่งตรงนี้” เขาตบลงไปบนตัก“ทะ...ทำไมต้องนั่งตรงนั้นด้วยล่ะ” รสิตาขยับถอยหนึ่งก้าว หน้าของเธอก็เห่อร้อนขึ้นมาเมื่อนึกถึงตอ
ตอนเย็นรสิตากลับมาที่คาสิโนเพื่อเข้างานในกะของเธอ“เป็นไงบ้าง” เอมิกาถามขึ้นเมื่อรสิตาเดินไปเสิร์ฟเครื่องดื่มให้ลูกค้า“เรียบร้อยดีค่ะ ขาดก็แค่....” รสิตาหน้าเศร้าลง“อะไร”“เงินค่ะ ต้องใช้เงินเยอะเลย”“เอาไงล่ะทีนี้”“พี่เฟิร์สมีที่ไหนแนะนำมั้ยคะ ที่ ๆ หาเงินง่าย ๆ หน่อยภายในคืนนี้ได้ยิ่งดี”“โห คืนนี้เลยเหรอ มันก็มีแหละ แต่...” แต่เธอไม่อยากให้รสิตาทำ“อะไรคะ”“ขายตัวให้เสี่ย” เธอกระซิบ“มีวิธีที่ดีกว่านี้มั้ยคะ” รสิตาก็ไม่ได้มีท่าทีตกใจ แต่เธออยากให้วิธีนี้เป็นวิธีสุดท้าย“ไม่มีหรอก ถ้าต้องการเงินเยอะขนาดนั้น” เอมิกาก็ไม่รู้ว่าจะมีวิธีไหนที่จะได้เงินไวเท่าวิธีนี้“หนูจะทำไงดี”“มีอีกวิธี ไม่รู้ว่าริบบิ้นจะกล้ามั้ย” เอมิกานึกขึ้นได้“อะไรคะ” เธอรอคำตอบอย่างมีความหวัง และเหมือนกับว่าเธอกำลังเจอแสงสว่าง“คุณกร...ลองไปขอกู้ดูสิ”“ให้หนูไปตายง่ายกว่ามั้ย” ทันทีทีได้ยินชื่อมาเฟียหนุ่ม หน้าตาของรสิตาก็ดูจะสิ้นหวังลง“ไม่ตายหรอกน่า เชื่อพี่ ลึก ๆ คุณกรก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนะ ถึงแม้จะชอบทำหน้าดุ เวลาลูกน้องมีปัญหาก็มักจะยืมมือคุณโจมาช่วยตลอด ไม่ค่อยออกตัวเท่าไหร่ พี่อยากให้เราลองดู”เพราะเอมิ
หลังจากวันนั้นยายของรสิตาก็เข้า ๆ ออก ๆ โรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง และกลางดึกของคืนหนึ่งเธอก็ต้องพายายของเธอไปโรงบาลแบบเร่งด่วนเพราะยายของเธอมีอาการเจ็บหน้าอก และเหนื่อยเพลียอย่างต่อเนื่อง ผลการวินิจฉัยของหมอในครั้งนี้สรุปว่ายายของเธอเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล แม้จะกังวลแต่รสิตาก็ทำตามที่หมอแนะนำคือต้องรักษาโดยการผ่าตัดหลังผ่าตัดได้สองวันอาการของหญิงชราก็มีอาการดีขึ้นตามลำดับ รสิตายังเทียวไปเทียวมาระหว่างคาสิโนและโรงพยาบาลเพื่อดูแลยายของเธอ“นายครับ ผมเจอคนไข้คนนึงนามสกุลเดียวกับนังตำรวจคนนั้น...ครับนาย...ผมจะรีบจัดการให้ครับ”ขณะที่รสิตากำลังเดินผ่านตรงที่บุรุษพยาบาลคนหนึ่ง นั่งคุยโทรศัพท์อยู่ เธอก็ได้ยินบทสนทนานั้นโดยบังเอิญ จึงรีบก้มหน้าลงแล้วเดินผ่านไป“คุณหมอคะ ถ้าฉันจะขอย้ายโรงพยาบาลได้มั้ย” รสิตารีบเข้าพบหมอที่เป็นเจ้าของไข้ของหญิงชราทันที“แล้วแต่ความประสงค์ของญาติเลยค่ะ” หมอพูดขณะที่ดูแฟ้มประวัติของคนไข้ “แต่หมอแนะนำว่าให้ยืดเวลาออกไปก่อน เพราะตอนนี้คนไข้ยังไม่เหมาะที่จะเคลื่อนย้ายเพราะเพิ่งได้รับการผ่าตัดมาใหม่ๆ”“แต่ฉันจำเป็นจริงๆ นะคะ”“ถ้าอย่า
หลายวันต่อมา รสิตายังคงไปทำงานปกติ เธอไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพียงแต่รู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องของรณกรก็แค่นั้น เรื่องนี้กวนใจเธออยู่ตลอดเวลา ถึงแม้รณกรจะเป็นเจ้านายแต่เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะมาทำแบบนี้กับเธอ“เป็นอะไร” เอมิกาเดินเข้ามาถาม “เห็นเอาแต่มองไปด้านบน”“หงุดหงิดค่ะพี่” เมื่อนึกถึงรณกรเธอก็จะหงุดหงิดทุกครั้ง เพราะเธอโตมาก็เกือบจะ 30 ปี แล้ว ยังไม่เคยเจอผู้ชายที่กล้าชวนเธอขึ้นเตียงเหมือนมาเฟียหื่นกามคนนี้เลย“เรื่องอะไร”“ก็เจ้าพ่อมาเฟียนั่นนะสิ บ้าอำนาจมาก”“คุณกรทำอะไร” เธอมีท่าทีตกใจ “พี่บอกแล้วว่าถ้าไม่จำเป็นอย่าเข้าใกล้”“ก็ไม่อยากเข้าใกล้หรอกค่ะ มันเป็นอุบัติเหตุ” รสิตาบอก“อย่าบอกว่าโดนลากขึ้นเตียงแล้ว” เอมิกาเอามือสองข้างปิดปากตัวเอง“คิดไปไกลแล้วพี่” รสิตารีบแย้ง เพราะเธอเองก็ไม่อยากให้เอมิกาเข้าใจอะไรผิด ๆ“รอดมาได้ไง ปกติถ้าอยากนอนกับใครก็ไม่มีใครกล้าขัด”นี่คือความเป็นจริงที่ใคร ๆ ต่างก็รู้ เพราะรณกรไม่เคยปล่อยให้เหยื่อรอดมาได้สักครั้ง“ไม่รู้สิ หนูคงไม่ดึงดูดเหมือนสาว ๆ พวกนั้นมั้ง” รสิตาพูดให้เป็นเรื่องตลก เพราะเธอไม่รู้จะหาเหตุผลอ







