INICIAR SESIÓN“ใครส่งเธอมา” น้ำเสียงดุดันนั้นทำให้รสิตาต้องสะดุ้ง
“มะ...ไม่มี...ไม่มีใครส่งมาทั้งนั้นแหละ” ลมหายใจที่รดอยู่บนต้นคอทำให้รสิตาต้องย่นคอหนี แถมความใกล้ชิดนี้ยังทำให้เธอหายใจติดขัด
“แล้วเธอเข้ามาทำไม” รณกรจับให้เธอเอียงหน้ามามองเขา
รสิตาต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อเจอสายตาคมคู่สีนิลนั้น แววตาที่มองมาที่เธอไม่มีความอ่อนโยนเลยสักนิด รสิตาจึงรีบเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาของรณกร
“อยากตายหรือไง” เมื่อรสิตาเริ่มดิ้นรณกรเลยพูดขู่ “อยู่นิ่งๆ”
“ฉันเจ็บนะ”
“เมื่อกี้ฉันก็เจ็บ” รณกรย้อน “เธอตั้งใจทำให้ฉันเจ็บใช่มั้ย”
“มะ...ไม่ใช่นะ...ฉะ...ฉันแค่...อื้อ...” ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อรณกรโน้มหน้าเข้ามาแล้วจูบไปบนปากของรสิตา เธอพยายามดิ้นสุดแรง แต่ยิ่งดิ้นเขาก็ยิ่งบดเบียดริมฝีปากอย่างหนักจนรสิตารู้สึกเจ็บ
รณกรพยายามบีบคางเพื่อให้หญิงสาวที่นั่งอยู่บนตักเปิดปากให้เขา แต่ไม่เลยเธอกลับเม้มปากเข้าหากันจนแน่น
“โอ๊ย!!!...ยัยบ้านี่” รณกรร้องสุดเสียง
รสิตาไม่มีทางเลือก เธอเอานิ้วกดไปตรงแผลของรณกร จนเลือดติดมือของเธอมาด้วย ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้นแต่รณกรก็ไม่ยอมปล่อยเธอ รสิตายังนั่งอยู่บนตักของเขาและมือของเขาก็ยังบีบคางเธออยู่อย่างนั้น แต่ตอนนี้มือทั้งสองข้างของรสิตาถูกเขารวบไว้ด้านหลังของเธอแล้ว
“นายครับ” สมภพและลูกน้องอีกสามคนรีบกรูกันเข้ามาเมื่อได้ยินเสียงร้องของรณกร ภาพที่เห็นทำให้ทั้งหมดต่างก็งงและหันมองหน้ากันด้วยความแปลกใจ
ปากที่แดงระเรื่อของรสิตานั้นทำให้พวกเขาได้คำตอบ และในคราวเดียวกันก็แอบสงสารเธออยู่ไม่น้อย ที่ต้องมาเจอกับเจ้านายของพวกเขา
“เธอเป็นใคร!!” รณกรถามลูกน้องด้วยน้ำเสียงที่ไม่ว่าใครได้ฟังก็รับรู้ได้ว่าเขากำลังอารมณ์ไม่ดี
“นายใจเย็น ๆ ครับ” เอกสิทธิ์รีบยกมือห้าม “เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่พวกผมหามาให้นายนะครับ”
พวกเขาคิดว่าที่รณกรหงุดหงิดเพราะพาผู้หญิงที่ไม่ถูกใจมาให้
“ใช่ ๆ ครับ” สมภพช่วยเสริม “เธอเป็นพนักงานในร้านครับเห็นว่าเลิกงานพอดี เลยให้ช่วยมาทำแผล”
“ใครเป็นคนอนุญาตให้ขึ้นมา” รณกรกวาดสายตามองลูกน้องทั้งสี่คน
“ผะ...ผมครับ” สมภพค่อย ๆ ยกมือขึ้น
“เสร็จเรื่องนี้ฉันจะจัดการกับแก ออกไปให้หมด” พูดจบรณกรก็เอ่ยไล่ลูกน้องทันที ตอนนี้เขารู้แล้วว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่ใช่บุคคลอันตรายสำหรับเขา
“ปล่อยฉันได้ยัง...โอ๊ย!!” รสิตาร้องเพราะเธอโดนผลักล้มลงไปบนพื้น “คุณมัน...”
เธอลุกขึ้นแล้วหันมากำลังจะชี้หน้าเขา แต่เมื่อนึกได้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าคือมาเฟียและเป็นเจ้านายของเธอ เธอจึงลดมือลง เพราะเธอรู้ดีว่าหากเธอกร่างใส่ผู้ชายคนนี้เธอจะโดนอะไร
“ฉันมันทำไม” เขาจ้องหน้าเธอเขม็ง
“เปล่าค่ะ” รสิตาเดินไปหยิบของที่เธอวางไว้อย่างรวดเร็ว เพื่อที่จะรีบวิ่งออกไปจากห้อง
“จะไปไหน” ไม่ทันที่เธอจะได้ก้าวเท้าออกไป รณกรก็เรียกไว้
“ออกไปข้างนอก” เธอตอบโดยไม่หันมามองเขา
“ใครอนุญาต”
“ก็คุณไล่ให้ออกไปให้หมด” คราวนี้รสิตาก็ค่อยๆ หมุนตัวกลับมา
“ไม่ได้หมายถึงเธอ”
“แล้วฉันต้องอยู่ทำไมคะ” เธอเหลือบมองรณกรนิดหนึ่งก่อนจะหลุบตาลงแล้วมองต่ำ
“มาทำแผลให้ฉันไม่ใช่เหรอ” เขาเลิกคิ้วถาม “มาทำต่อให้เสร็จ”
พูดจบรณกรก็นอนลงไปแล้วเอามือก่ายหน้าผากเหมือนเดิม ท่าทางของเขาตอนนี้เหมือนกำลังใช้ความคิด
รสิตาเองก็จำใจเดินกลับไปทำแผลให้รณกร ซึ่งคราวนี้รณกรนอนนิ่งๆ ปล่อยให้รสิตาจัดการกับแผลของเขา จนรสิตาปิดแผล นั่นแหละเขาถึงหันมามอง
เข้าของดวงตาสีนิลพินิจพิจารณาภาพของหญิงสาวที่ผมถูกรวบไว้ง่ายๆ แถมยังดูกระเซอะกระเซิง ใบหน้ารูปไข่ ปากอิ่มที่แดงระเรื่อ จมูกเล็กได้รูป ทำเขาเผลอมองอยู่พักใหญ่ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่รสิตาลุกขึ้นยืน
“เสร็จแล้วค่ะ” เธอเอาผ้าเช็ดมือของตัวเองให้สะอาด “อย่าลืมทานยาแก้อักเสพ อ้อถ้ามียาแก้ปวดแก้ไข้ก็ทานคู่กันไปเลยนะคะ กันไว้เผื่อแผลร้าวเดี๋ยวจะไม่สบาย อีกอย่างพรุ่งนี้อย่าลืมล้างแผลด้วยนะ หากเป็นไปได้ถ้าคุณมีเวลาคุณก็ไปโรงพยาบาลซะนะ แผลของคุณบางทีอาจจะต้องเย็บ ปล่อยไว้เดี๋ยวจะติดเชื้อ”
รณกรนั่งมองหน้าหญิงสาวที่แนะนำเขาอย่างฉะฉาน แต่แปลกที่เธอไม่สบตาเขาเลย ทั้ง ๆ ที่มีผู้หญิงมากมายอยากนั่งจ้องตากับเขา แต่เธอกลับทำเป็นไม่สนใจเขา
‘มองไม่เห็นความหล่อของฉันหรือไง ยัยบ้านี่’ เขาคิดในใจ
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวนะคะ”
“เดี๋ยว” ขณะที่รสิตาก้มลงไปหยิบของรณกรก็เรียกไว้
“คะ” รสิตายืนนิ่ง “มีอะไรหรือเปล่า”
“ไปเถอะ” รณกรเหมือนจะพูดอะไร แต่สุดท้ายเขาก็ไม่พูด
“ค่ะ” รสิตารีบก้มไปหยิบของที่เธอวางไว้แล้วรีบเดินออกไปจากห้องทันที
คราวนี้รณกรไม่ได้เรียกไว้เขานั่งมองเธอเดินออกไปจากห้อง ก่อนที่เขาจะทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง
“เป็นไง เรียบร้อยมั้ย”
เพียงแค่ประตูถูกเปิดออกมา ลูกน้องของรณกรก็กรูกันเข้ามาถามถึงสถานการณ์ด้านใน ไม่ใช่เพราะเป็นห่วงรสิตา แต่เพราะเป็นห่วงชีวิตของตัวเองมากกว่า
“เรียบร้อยดีค่ะ”
“เฮ้อ” ลูกน้องทั้งสี่พร้อมใจกันถอนหายใจออกมายาวๆ
“ไปแล้วนะคะ”
“ขอบใจมากไอ้น้อง” สมภพตะโกนตามหลัง
“ค่า” รสิตารีบวิ่งลงไป เธอไม่อยากพูดอะไรให้มากมาย เพราะกลัวจะเกิดเรื่องที่ไม่คาดคิดขึ้นอีก
หลังจากนอนคิดอะไรเพลิน ๆ รณกรจึงลุกขึ้นนั่งก่อนจะเดินไปหยิบสื้อโค้ชมาใส่
“ไอ้ภพ!!”
“คะ...ครับนาย” สมภพรีบขานรับทั้ง ๆ ที่เขายังยืนอยู่ด้านนอก ตอนนี้หัวใจของเขาหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มแล้ว
“มีใครบาดเจ็บอีกมั้ย” เพียงแค่สมภพโผล่เข้ามารณกรก็เอ่ยปากถาม
“มีสองคนครับ ตอนนี้ส่งตัวไปรักาที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว” สมภพรู้สึกโล่งใจ เพราะเขาคิดว่ารณกรจะเรียกเขามาลงโทษซะอีก “นายจะให้ทำยังไงกับเชลยครับ”
“เค้นความจริงให้ได้ แล้วฆ่าทิ้งซะ” รณกรตอบแบบไม่ใส่ใจ
“ครับนาย”
“พวกนายไม่บาดเจ็บใช่มั้ย”
คำถามของรณกรทำให้สมภพเผลอยิ้มออกมา รณกรมักจะเป็นแบบนี้ ในสายตาของคนภายนอกอาจจะมองรณกรเป็นมาเฟียที่เหี้ยมโหดไร้เมตตา แต่เปล่าเลยกับลูกน้องคนสนิทรณกรมักมีความเมตตาให้เสมอ
“ไม่ครับ”
“ดีแล้ว” รณกรเอนหลังไปบนโซฟาก่อนจะหลับตาลง “ไปพักผ่อนเถอะ”
หลังสมภพออกไปแล้วรณกรก็ลืมตาขึ้น เขารินเหล้าที่อยู่บนโต๊ะแล้วดื่มลงไปหลายแก้ว หลายครั้งที่เขาขยับตัวแล้วทำให้รู้สึกแสบตรงบาดแผล ภาพของใครคนหนึ่งก็มักจะโผล่ขึ้นมา หญิงสาวที่ยกแขนขึ้นเพื่อปกป้องตัวเอง สัญชาติญานของเธอคนนี้ก็ไวอยู่เหมือนกัน แต่เขาก็ยังไวกว่าเธอมากนักเธอเลยถูกจับยกมานั่งอยู่บนตักของเขาโดยง่ายดาย
ท่าทางหวงตัวของเธอยังติดตาเขา นานแล้วที่เขาไม่เจอผู้หญิงเล่นตัวกับเขาแบบนี้ ปกติมีแต่สาวสวยหุ่นแซ่บเข้าแถวรอเขาทั้งนั้น แต่เธอคนนี้แม้แต่หน้าของเขาเธอยังไม่มอง พอนึกถึงตรงนี้รณกรยิ่งหงุดหงิด เขารินเหล้าแล้วดื่มติดต่อกันหลายแก้ว
ปั่ก!!!
เสียงแก้วเปล่าถูกวางลงบนโต๊ะอย่างแรง ก่อนเขาจะลุกขึ้นไปนั่งดูเอกสารต่อบนโต๊ะทำงาน...
“เห็นรสิตามั้ยครับ” หลังกลับขึ้นไปไม่นานรณกรก็สั่งให้บดินทร์มาตามรสิตา“ทำไม่เหรอ” จักรพงศ์สงสัยเพราะคิดว่าบดินทร์ถามหาเอง“นายเรียกพบครับ”“ไม่เห็นนะ” จักรพงศ์กวาดสายตามองโดยรอบก่อนจะตอบ “ขึ้นไปก่อน เดี๋ยวฉันไปดูให้”จักรพงศ์ลองเดินมาจนถึงห้องพักของพนักงาน ก็เห็นว่าไฟในห้องพักของรสิตาเปิดอยู่ เขาเลยมั่นใจว่าเธอต้องอยู่ในห้องแน่ๆก๊อกๆๆๆๆแกร๊ก!!เพียงไม่นานประตูก็ถูกเปิดออกโดยคนที่อยู่ด้านใน“พี่โจ” รสิตาทำหน้าแปลกใจที่เห็นจักรพงศ์มาอยู่ที่นี่“ทำอะไรน่ะ” จักรพงศ์เอ่ยถามเมื่อเห็นกระเป๋าเป้วางอยู่“เก็บของค่ะ”“จะไปไหน”“ยังไม่รู้เลยค่ะ” ขณะพูดไปเธอก็เก็บของใส่กระเป๋าไป“พี่ไม่เข้าใจ” พอรสิตาตอบแบบนั้นจักรพงศ์ก็เลยสงสัย เขาคิดว่ารสิตาจะไปเฝ้ายายที่โรงพยาบาลซะอีก“ก็หนูโดนไล่ออกแล้วไม่ใช่เหรอคะ”“คุณกรยังไม่พูดอะไรสักคำเลย” จักรพงศ์รับรู้ได้ในทันทีว่าคงเป็นตอนที่รณกรพูดกับวันชัยแน่นอน รสิตาตีความไปเองว่ารณกรไล่เธอออก“แต่...”“ช่างเถอะ ตอนนี้คุณกรเรียกพบรีบไปเถอะ”คำว่าโดนเรียกพบทำเธอหายใจไม่ทั่วท้อง ใช่ว่าสามวันมานี้เธอจะลืมเหตุการณ์วันนั้นไป เธอแค่โชคดีที่ไม่ได้เจอเขาเลยตั้งแต่วันนั้
สามวันต่อมา ขณะที่รณกรเข้ามาในคาสิโนเขากวาดสายตามองหาพนักงานสาวที่เขาไม่เจอหน้ามาสามวันแล้ว หลังจากที่เธอได้เงินของเขาไป เขาจึงคิดไปว่าบางทีเธออาจจะเชิดเงินหนีเขาไปแล้ว“เรียกคุณโจมาพบฉันหน่อย” เขาหันไปใช้ลูกน้องขณะกำลังเดินเข้าห้องทำงาน“ครับนาย”เพียงไม่นานจักรพงศ์ก็มาพบรณกรที่ห้อง“สวัสดีครับคุณกร มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ”“มีพนักงานคนไหนลาออกไปแล้วบ้าง”“ไม่มีนี่ครับ”“แล้วมีพนักงานคนไหนหยุดงานบ่อย ๆ บ้าง”“ไม่มีครับ”“แล้วมีพนักงานคนไหนที่ไม่มาทำงานติดต่อกันสามวันบ้าง”“คุณกรหมายถึงใครครับ” ตอนนี้จักรพงค์เริ่มเอะใจแล้วว่าคนที่รณกรพยายามพูดถึงใช่คนเดียวกันกับที่เขาคิดหรือเปล่า“เปล่า” รณกรเลือกที่จะไม่พูดออกไป “คุณโจกลับไปทำงานต่อเถอะครับ ผมไม่รบกวนแล้ว”“ครับคุณกร” จักรพงศ์ตอบรับแบบงง ๆ เขาหมุนตัวเพื่อจะเดินออกจากห้องไป แต่ขณะที่จับลูกบิดประตูเขากลับนึกอะไรขึ้นมาได้ “คุณกรครับ”“ว่าไง” เขาขานรับโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นไปมอง“คือที่คุณเคยสั่งไว้ เรื่องของรสิตา” ขณะพูดก็สังเกตท่าทางของรณกรไปด้วยคราวนี้รณกรละสายตาจากเอกสารตรงหน้าขึ้นมามองจักรพงศ์ แล้วรอฟังว่าจักรพงศ์จะพูออะไรต่อ“เ
“ตัวเธอ” เขาไม่อ้อมค้อมเพราะนี่คือสิ่งที่เขาคิดไว้“แล้วฉันจะมั่นใจได้ยังไงว่าฉันจะได้เงินก้อนนั้นทันทีหลังจากที่คุณได้ตัวฉันไปแล้ว”รณกรยิ้มมุมปาก จนรสิตาเองก็รู้สึกขนลุกครืด!!เสียงลิ้นชักที่ถูกดึงออกมา ในนั้นมีสมุดเช็คอยู่ รณกรหยิบมันขึ้นมาแล้วเขียนตัวเลขจำนวนหกหลักลงไป ก่อนจะจบด้วยลายเซ็นของเขารสิตามองการกระทำนั้นด้วยหัวใจที่เต้นรัว เวลานี้เธอควรจะดีใจหรือเสียดี เธอกำลังได้เงินไปช่วยยาย ในขณะที่ตัวเธอเองก็กำลังจะโดนย่ำยี“มารับไปสิ” เขาชูเช็คในมือขึ้นรสิตานิ่งไป เธอกำมือแน่นสุดท้ายเธอก็ต้องพ่ายแพ้ให้เขาอย่างนั้นเหรอครืด!!เสียงลิ้นชักโดนเปิดออกอีกครั้ง“ถ้าไม่เอาฉันก็จะเก็บ” รณกรขู่เมื่อไม่มีทางเลือกรสิตาก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหารณกรตรงเก้าอี้ที่เขานั่งอยู่ ท่าทางประหม่าของรสิตาทำให้รณกรยิ้มมุมปาก“นั่งสิ”เมื่อถูกสั่งให้นั่งรสิตาก็หันซ้ายหันขวามองว่าเขาจะให้เธอนั่งตรงไหน“จะไปไหน” เมื่อเห็นว่ารสิตาหมุนตัวจะเดินไป รณกรก็เรียกขึ้น“ไปเอาเก้าอี้ค่ะ”“ฉันหมายถึงนั่งตรงนี้” เขาตบลงไปบนตัก“ทะ...ทำไมต้องนั่งตรงนั้นด้วยล่ะ” รสิตาขยับถอยหนึ่งก้าว หน้าของเธอก็เห่อร้อนขึ้นมาเมื่อนึกถึงตอ
ตอนเย็นรสิตากลับมาที่คาสิโนเพื่อเข้างานในกะของเธอ“เป็นไงบ้าง” เอมิกาถามขึ้นเมื่อรสิตาเดินไปเสิร์ฟเครื่องดื่มให้ลูกค้า“เรียบร้อยดีค่ะ ขาดก็แค่....” รสิตาหน้าเศร้าลง“อะไร”“เงินค่ะ ต้องใช้เงินเยอะเลย”“เอาไงล่ะทีนี้”“พี่เฟิร์สมีที่ไหนแนะนำมั้ยคะ ที่ ๆ หาเงินง่าย ๆ หน่อยภายในคืนนี้ได้ยิ่งดี”“โห คืนนี้เลยเหรอ มันก็มีแหละ แต่...” แต่เธอไม่อยากให้รสิตาทำ“อะไรคะ”“ขายตัวให้เสี่ย” เธอกระซิบ“มีวิธีที่ดีกว่านี้มั้ยคะ” รสิตาก็ไม่ได้มีท่าทีตกใจ แต่เธออยากให้วิธีนี้เป็นวิธีสุดท้าย“ไม่มีหรอก ถ้าต้องการเงินเยอะขนาดนั้น” เอมิกาก็ไม่รู้ว่าจะมีวิธีไหนที่จะได้เงินไวเท่าวิธีนี้“หนูจะทำไงดี”“มีอีกวิธี ไม่รู้ว่าริบบิ้นจะกล้ามั้ย” เอมิกานึกขึ้นได้“อะไรคะ” เธอรอคำตอบอย่างมีความหวัง และเหมือนกับว่าเธอกำลังเจอแสงสว่าง“คุณกร...ลองไปขอกู้ดูสิ”“ให้หนูไปตายง่ายกว่ามั้ย” ทันทีทีได้ยินชื่อมาเฟียหนุ่ม หน้าตาของรสิตาก็ดูจะสิ้นหวังลง“ไม่ตายหรอกน่า เชื่อพี่ ลึก ๆ คุณกรก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนะ ถึงแม้จะชอบทำหน้าดุ เวลาลูกน้องมีปัญหาก็มักจะยืมมือคุณโจมาช่วยตลอด ไม่ค่อยออกตัวเท่าไหร่ พี่อยากให้เราลองดู”เพราะเอมิ
หลังจากวันนั้นยายของรสิตาก็เข้า ๆ ออก ๆ โรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง และกลางดึกของคืนหนึ่งเธอก็ต้องพายายของเธอไปโรงบาลแบบเร่งด่วนเพราะยายของเธอมีอาการเจ็บหน้าอก และเหนื่อยเพลียอย่างต่อเนื่อง ผลการวินิจฉัยของหมอในครั้งนี้สรุปว่ายายของเธอเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล แม้จะกังวลแต่รสิตาก็ทำตามที่หมอแนะนำคือต้องรักษาโดยการผ่าตัดหลังผ่าตัดได้สองวันอาการของหญิงชราก็มีอาการดีขึ้นตามลำดับ รสิตายังเทียวไปเทียวมาระหว่างคาสิโนและโรงพยาบาลเพื่อดูแลยายของเธอ“นายครับ ผมเจอคนไข้คนนึงนามสกุลเดียวกับนังตำรวจคนนั้น...ครับนาย...ผมจะรีบจัดการให้ครับ”ขณะที่รสิตากำลังเดินผ่านตรงที่บุรุษพยาบาลคนหนึ่ง นั่งคุยโทรศัพท์อยู่ เธอก็ได้ยินบทสนทนานั้นโดยบังเอิญ จึงรีบก้มหน้าลงแล้วเดินผ่านไป“คุณหมอคะ ถ้าฉันจะขอย้ายโรงพยาบาลได้มั้ย” รสิตารีบเข้าพบหมอที่เป็นเจ้าของไข้ของหญิงชราทันที“แล้วแต่ความประสงค์ของญาติเลยค่ะ” หมอพูดขณะที่ดูแฟ้มประวัติของคนไข้ “แต่หมอแนะนำว่าให้ยืดเวลาออกไปก่อน เพราะตอนนี้คนไข้ยังไม่เหมาะที่จะเคลื่อนย้ายเพราะเพิ่งได้รับการผ่าตัดมาใหม่ๆ”“แต่ฉันจำเป็นจริงๆ นะคะ”“ถ้าอย่า
หลายวันต่อมา รสิตายังคงไปทำงานปกติ เธอไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพียงแต่รู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องของรณกรก็แค่นั้น เรื่องนี้กวนใจเธออยู่ตลอดเวลา ถึงแม้รณกรจะเป็นเจ้านายแต่เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะมาทำแบบนี้กับเธอ“เป็นอะไร” เอมิกาเดินเข้ามาถาม “เห็นเอาแต่มองไปด้านบน”“หงุดหงิดค่ะพี่” เมื่อนึกถึงรณกรเธอก็จะหงุดหงิดทุกครั้ง เพราะเธอโตมาก็เกือบจะ 30 ปี แล้ว ยังไม่เคยเจอผู้ชายที่กล้าชวนเธอขึ้นเตียงเหมือนมาเฟียหื่นกามคนนี้เลย“เรื่องอะไร”“ก็เจ้าพ่อมาเฟียนั่นนะสิ บ้าอำนาจมาก”“คุณกรทำอะไร” เธอมีท่าทีตกใจ “พี่บอกแล้วว่าถ้าไม่จำเป็นอย่าเข้าใกล้”“ก็ไม่อยากเข้าใกล้หรอกค่ะ มันเป็นอุบัติเหตุ” รสิตาบอก“อย่าบอกว่าโดนลากขึ้นเตียงแล้ว” เอมิกาเอามือสองข้างปิดปากตัวเอง“คิดไปไกลแล้วพี่” รสิตารีบแย้ง เพราะเธอเองก็ไม่อยากให้เอมิกาเข้าใจอะไรผิด ๆ“รอดมาได้ไง ปกติถ้าอยากนอนกับใครก็ไม่มีใครกล้าขัด”นี่คือความเป็นจริงที่ใคร ๆ ต่างก็รู้ เพราะรณกรไม่เคยปล่อยให้เหยื่อรอดมาได้สักครั้ง“ไม่รู้สิ หนูคงไม่ดึงดูดเหมือนสาว ๆ พวกนั้นมั้ง” รสิตาพูดให้เป็นเรื่องตลก เพราะเธอไม่รู้จะหาเหตุผลอ





![NightZ [III] RASCAL MAFIA](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

