Masukรสิตา เด็กสาวกำพร้าที่โตมากับยาย เธอย้ายที่อยู่มาสามครั้งแล้วเพราะถูกผู้มีอิทธิพลในเมืองบ้านเกิดสั่งเก็บ ลำพังเธอคนเดียวไม่เท่าไหร่ แต่เนื่องจากเธอต้องดูแลยายวัย 60 ปี เธอจึงต้องทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด และตอนนี้ที่ที่ปลอดถัยที่สุดสำหรับเธอคือบ่อนคาสิโนของมาเฟียผู้มีอิทธิพลในแถบนั้น เพราะคาสิโนแห่งนี้มีห้องพักสำหรับพนักงาน ซึ่งบุคคลภายนอกห้ามเข้าเด็ดขาด รสิตาจึงตัดสินใจสมัครเป็นพนักงานเสิร์ฟที่คาสิโนแห่งนี้ ในคืนหนึ่ง รณกร มาเฟียหนุ่มได้รับบาดเจ็บมา แต่ไม่ยอมไปโรงพยาบาล ความลำบากใจเลยตกอยู่ที่บรรดาลูกน้อง เพราะรณกรเป็นคนที่เวลาโดนทำแผลถ้าเจ็บเขาจะจัดการคนที่ทำแผลให้ ความซวยเลยไปตกที่รสิตา ที่เพิ่งเลิกงานและกำลังเดินกลับที่พักทางหลังร้านพอดี ตั้งแต่คืนนั้นมาก็รสิตาก็เหมือนคนที่หนีเสือปะจระเข้ มาร่วมลุ้นกันว่าเธอจะอยู่รอดปลอดภัยได้อย่างไร
Lihat lebih banyakปัง!!
เสียงลูกตะกั่วกระทบกับลูกบิดประตูในระยะประชิด หญิงสาวที่หลับไหลอยู่ในห้องกับหญิงชราอีกคนต้องเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ ไม่ต้องเดาพวกเธอก็รู้ว่าเป็นเสียงอะไร เพราะนี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่เธอย้ายที่อยู่ และสาเหตุที่ต้องย้ายก็มีเพียงแค่เหตุผลเดียวนั่นคือโดนไล่ล่า “ยายคะ” เธอจับมือของยายไว้แน่น “ไม่ต้องกลัวนะ” หญิงชราวัย 60 ปีพยักหน้าให้หลานสาว แม้เธอจะอายุ 60 แล้วเธอก็ยังแข็งแรง เพราะเธอมักจะถูกหลานสาวคะยั้นคะยอให้ไปออกกำลังกายด้วยกันอยู่เสมอ “ยายตามหนูมานะ” เธอลุกขึ้นจากที่นอนก่อนจะเดินอ้อมไปอีกฝั่งแล้วก้มลงไปหยิบบันไดที่อยู่ใต้ที่นอนออกมา เธอเดินไปยังระเบียงห้องก่อนจะมองซ้ายมองขวา เธอพาดบันไดกับระเบียงห้องของเธอและห้องข้าง ๆ สำหรับปีนข้ามไป ลำพังเธอแค่กระโดดข้ามก็ได้ แต่จะให้ยายของเธอทำแบบนั้นไม่ได้ “ระวังนะคะ” เธอบอกยายขณะที่มือยังจับบันไดไว้ให้ยายข้าม เมื่อยายข้ามไปถึงระเบียงห้องข้าง ๆ เธอก็ไม่ลืมที่จะหันมาล็อคประตูระเบียงจากด้านนอก แล้วก็รีบข้ามตามไปโดยไม่รีรอ บันไดถูกดึงมาเก็บไว้ทันที “นั่งลงก่อนค่ะ” เธอดึงให้ยายแอบตรงระเบียง เพราะคืนนี้เจ้าของห้องไม่อยู่ เนื่องจากเป็นช่วงปิดเทอม นักศึกษาส่วนใหญ่ในหอพักแห่งนี้จึงกลับบ้าน เหลืออยู่ก็แค่ไม่กี่ห้องเท่านั้น เพล้ง!! คราวนี้เป็นเสียงกระจกตรงประตูระเบียงห้องที่โดนสันปืนทุบจนแตก “นังริบบิ้น!!...แกอยู่ไหน” ชายฉกรรจ์หนึ่งในสองคนที่บุกเข้ามาในห้องเอ่ยเรียกหญิงสาว “ออกมาเดี๋ยวนี้นะ ฉันรู้ว่าแกแอบอยู่แถวนี้” หญิงสาวยังคงกอดยายของเธอไว้แน่น ไม่ใช่เธอไม่กลัว แต่เธอจะแสดงความกลัวออกมาไม่ได้ เธอยังมีคนที่เธอต้องปกป้อง ถ้าเธอแสดงอาการหวาดกลัวออกมา แล้วยายของเธอล่ะ? “หรือมันหนีไปแล้วลูกพี่” “กูมั่นใจว่ามันยังอยู่” ปืนก็แกว่งไปเรื่อยตามจุดโฟกัสสายตา “พี่! นี่ผ้าอะไร” ชายหนุ่มอีกคนดึงผ้าที่มัดต่อกันยาว ๆ ขึ้นมา “นั่งนี่มันร้ายนัก” ผ้าในมือถูกขย้ำจนยับยู่ยี่ “ข้างล่างนั่น” ทั้งสองก้มลงไปก็เห็นรองเท้าหล่นอยู่บนกอหญ้า เนื่องจากด้านหลังของหอพักเป็นป่ารก ทั้งสองเลยคิดว่ายายหลานคู่นี้คงจะไต่ผ้าลงไปด้านล่างแล้ว “เอาไงต่อครับ” “ก็ตามไปสิ ไอ้โง่” พูดจบชายฉกรรจ์ก็เดินตามหลังกันออกไปทันที ริบบิ้น หรือ รสิตา หญิงสาววัย 27 ปี เธอโตมากับยาย พ่อแม่ของเธอเสียชีวิตไปตั้งแต่เด็ก เธอเป็นผู้หญิงที่ฉลาดและมีไหวพริบ “ยายรออยู่ตรงนี้นะคะ หนูจะกลับไปเอาของใช้ที่จำเป็น เราอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้วค่ะ” “ระวังตัวด้วยนะลูก” หลังจากที่ข้ามกลับมารสิตาก็หยิบกระเป๋าที่อยู่ใต้ที่นอนออกมา เนื่องจากไม่ใช่ครั้งแรก เธอเลยเตรียมพร้อมไว้ตลอด รวมไปถึงผ้าที่ถูกผูกไว้เมื่อหลายวันก่อนเพื่อสร้างสถานการณ์ว่าเธอกับยายหนีลงไปทางนั้น รวมไปถึงรองเท้าที่เธอโยนลงไปเพื่อให้ดูสมจริง เนื่องจากเมื่อสามวันก่อนตอนเธอออกไปซื้อของเธอรู้สึกเหมือนโดนสะกดรอยตามนั่นเอง รสิตาพายายของเธอข้ามมาอีกสองห้อง เนื่องจากห้องนี้ไม่มีคนอยู่ประตูระเบียงเลยไม่ได้ล็อค ทั้งคู่นั่งแท็กซี่มาจนถึงบ่อนคาสิโนแห่งหนึ่งที่ดูเหมือนจะเปิด 24 ชั่วโมง ซึ่งสถานที่นี้ เธอแวะมาดูสองครั้งแล้ว ทั้งๆ ที่ตั้งใจจะมาในอีกสองวันข้างหน้า แต่คืนนี้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันซะก่อน เธอเลยต้องมาคืนนี้ “เรามาทำอะไรที่นี่” หญิงชราถามขึ้นด้วยความสงสัย “เราจะมาอยู่ที่นี่ค่ะ” “ริบบิ้น หนูจะมาทำงานที่นี่เหรอลูก” ริบบิ้น คือชื่อเล่นที่หญิงชราเป็นคนตั้งให้หลานสาว ซึ่งเดิมพ่อแม่ตั้งชื่อเล่นให้ว่าฟาง แต่เพราะตอนที่ริบบิ้นเป็นทารก เวลานอนเปลเธอก็จะชอบมองริบบิ้นสีแดงที่ยายผูกไว้ที่เปลแล้วหัวเราะชอบใจ นั่นจึงเป็นที่มาชื่อเล่นของรสิตา “ใช่ค่ะ หนูมาสมัครไว้แล้ว” เธอบอกตามตรง “เข้าไปด้านในกันเถอะค่ะ” รสิตาพาหญิงชราเข้าไปอีกทางตามที่ผู้จัดการบอกเธอไว้ตอนเธอมาสมัครงาน แต่ระหว่างที่เธอกำลังจะเลี้ยวตรงหัวมุมก็เจอกลุ่มผู้ชายใส่สูทชุดดำเดินออกมาพอดี “โอ๊ย!!” “หลบไป” หนึ่งในสองคนปัดมือมาโดนยายของเธอทำให้เซไปจนเกือบล้ม ดีที่รสิตาคว้าเอาไว้ได้ทัน รสิตาโอบไหล่ยายของเธอแล้วมองคนทั้งสองเดินผ่านไป เธอเข้าใจว่าคงไปหมดแล้ว ขณะที่เธอก้าวเท้าหน้าเธอก็หันกลับมามองด้านหน้าพอดี และแล้วเธอก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อเจอชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งกำลังเดินมาใกล้เธอเขาปรายตามองเธอก่อนจะเดินผ่านไป รสิตาก้มหน้าลงไม่กล้าสบตาเขา เธอรับรู้ว่าผู้ชายคนนี้คงจะเป็นเจ้านายของผู้ชายที่ใส่สูททั้ง 4 คน เพราะมีอีกสองคนที่เดินตามหลังเขาคนนี้มา คราวนี้เมื่อมั่นใจแล้วว่าไม่มีใครเดินออกมาจากประตูนั้นอีก รสิตาก็พายายของเธอเข้าไป “มาแล้วเหรอ” หนุ่มใหญ่ตำแหน่งผู้จัดการเอ่ยทักรสิตา เพราะเขาจำเธอได้ หน้าตาที่โดดเด่นของเธอเป็นจุดสนใจให้ผู้ที่พบเห็นอยากจดจำ “ค่ะ มากะทันหันเลย ขอโทษด้วยนะคะ” รสิตารู้สึกเกรงใจ “นี่ยายที่บอกเมื่อวันก่อนใช่มั้ย” ผู้จัดการชี้ไปที่หญิงชรา “ใช่ค่ะ” “ถ้าอย่างนั้นเข้าที่พักก่อน คืนนี้ยังไม่ต้องเริ่มงาน” เขาตบไหล่รสิตาอย่างเอ็นดู “ห้องที่พี่พาไปดูนะ” นี่คือสาเหตุที่รสิตาเลือกมาทำงานที่คาสิโนแห่งนี้ เพราะมีห้องพักให้กับพนักงานทุกคนหากมีความประสงค์จะอยู่ โดยเธอมองไปว่าที่นี่คงจะเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดแล้วสำหรับเธอในตอนนี้ เพราะเธอรู้มาว่าที่นี่เป็นคาสิโนที่อยู่ภายใต้การดูแลของมาเฟียผู้มีอิทธพลในแถบนี้ “ค่ะ...ขอบคุณคุณโจมากนะคะ” เธอยกมือไหว้เขา “คุณ...เคิน...อะไร เรียกพี่ได้เลย พนักงานที่นี่ก็เรียกพี่ทั้งนั้นแหละ เราอยู่กันแบบพี่น้อง” ผู้จัดการคนนี้จะเป็นกันเองกับลูกน้องทุกคน “ค่ะพี่โจ ยังไงก็ขอบคุณอีกครั้งค่ะ” “พอแล้ว ๆ พายายไปพักผ่อนไป” โจ หรือ จักรพงศ์ ผู้จัดการคาสิโนแห่งนี้ เขาเป็นลูกน้องคนสนิทของเจ้าของคาสิโนที่ได้รับความไว้วางใจให้ดูแลบ่อน สามารถตัดสินใจได้ทุกอย่างโดยไม่ต้องผ่านนายใหญ่ “อยู่ได้มั้ยคะ” รสิตาหันไปถามยายที่กำลังเดินสำรวจห้อง “ได้สิ ยายอยู่ตรงไหนก็ได้แค่มีริบบิ้น” หญิงชราหันมาตอบ “หนูขอโทษนะคะที่ทำให้ยายต้องลำบาก” รสิตารู้สึกผิด “ไม่เป็นไรลูก” “พักผ่อนนะคะ คืนนี้คงจะได้หลับสนิทกันสักที” คืนนี้รสิตาตั้งใจจะหลับให้สนิทและเต็มตื่น เพราะหลายคืนแล้วที่เธอไม่ได้หลับเต็มตา ตั้งแต่รู้ตัวว่าที่ซ่อนแห่งใหม่โดนค้นพบเธอก็เอาแต่คิดวางแผนเพื่อเตรียมรับมือ“เห็นรสิตามั้ยครับ” หลังกลับขึ้นไปไม่นานรณกรก็สั่งให้บดินทร์มาตามรสิตา“ทำไม่เหรอ” จักรพงศ์สงสัยเพราะคิดว่าบดินทร์ถามหาเอง“นายเรียกพบครับ”“ไม่เห็นนะ” จักรพงศ์กวาดสายตามองโดยรอบก่อนจะตอบ “ขึ้นไปก่อน เดี๋ยวฉันไปดูให้”จักรพงศ์ลองเดินมาจนถึงห้องพักของพนักงาน ก็เห็นว่าไฟในห้องพักของรสิตาเปิดอยู่ เขาเลยมั่นใจว่าเธอต้องอยู่ในห้องแน่ๆก๊อกๆๆๆๆแกร๊ก!!เพียงไม่นานประตูก็ถูกเปิดออกโดยคนที่อยู่ด้านใน“พี่โจ” รสิตาทำหน้าแปลกใจที่เห็นจักรพงศ์มาอยู่ที่นี่“ทำอะไรน่ะ” จักรพงศ์เอ่ยถามเมื่อเห็นกระเป๋าเป้วางอยู่“เก็บของค่ะ”“จะไปไหน”“ยังไม่รู้เลยค่ะ” ขณะพูดไปเธอก็เก็บของใส่กระเป๋าไป“พี่ไม่เข้าใจ” พอรสิตาตอบแบบนั้นจักรพงศ์ก็เลยสงสัย เขาคิดว่ารสิตาจะไปเฝ้ายายที่โรงพยาบาลซะอีก“ก็หนูโดนไล่ออกแล้วไม่ใช่เหรอคะ”“คุณกรยังไม่พูดอะไรสักคำเลย” จักรพงศ์รับรู้ได้ในทันทีว่าคงเป็นตอนที่รณกรพูดกับวันชัยแน่นอน รสิตาตีความไปเองว่ารณกรไล่เธอออก“แต่...”“ช่างเถอะ ตอนนี้คุณกรเรียกพบรีบไปเถอะ”คำว่าโดนเรียกพบทำเธอหายใจไม่ทั่วท้อง ใช่ว่าสามวันมานี้เธอจะลืมเหตุการณ์วันนั้นไป เธอแค่โชคดีที่ไม่ได้เจอเขาเลยตั้งแต่วันนั้
สามวันต่อมา ขณะที่รณกรเข้ามาในคาสิโนเขากวาดสายตามองหาพนักงานสาวที่เขาไม่เจอหน้ามาสามวันแล้ว หลังจากที่เธอได้เงินของเขาไป เขาจึงคิดไปว่าบางทีเธออาจจะเชิดเงินหนีเขาไปแล้ว“เรียกคุณโจมาพบฉันหน่อย” เขาหันไปใช้ลูกน้องขณะกำลังเดินเข้าห้องทำงาน“ครับนาย”เพียงไม่นานจักรพงศ์ก็มาพบรณกรที่ห้อง“สวัสดีครับคุณกร มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ”“มีพนักงานคนไหนลาออกไปแล้วบ้าง”“ไม่มีนี่ครับ”“แล้วมีพนักงานคนไหนหยุดงานบ่อย ๆ บ้าง”“ไม่มีครับ”“แล้วมีพนักงานคนไหนที่ไม่มาทำงานติดต่อกันสามวันบ้าง”“คุณกรหมายถึงใครครับ” ตอนนี้จักรพงค์เริ่มเอะใจแล้วว่าคนที่รณกรพยายามพูดถึงใช่คนเดียวกันกับที่เขาคิดหรือเปล่า“เปล่า” รณกรเลือกที่จะไม่พูดออกไป “คุณโจกลับไปทำงานต่อเถอะครับ ผมไม่รบกวนแล้ว”“ครับคุณกร” จักรพงศ์ตอบรับแบบงง ๆ เขาหมุนตัวเพื่อจะเดินออกจากห้องไป แต่ขณะที่จับลูกบิดประตูเขากลับนึกอะไรขึ้นมาได้ “คุณกรครับ”“ว่าไง” เขาขานรับโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นไปมอง“คือที่คุณเคยสั่งไว้ เรื่องของรสิตา” ขณะพูดก็สังเกตท่าทางของรณกรไปด้วยคราวนี้รณกรละสายตาจากเอกสารตรงหน้าขึ้นมามองจักรพงศ์ แล้วรอฟังว่าจักรพงศ์จะพูออะไรต่อ“เ
“ตัวเธอ” เขาไม่อ้อมค้อมเพราะนี่คือสิ่งที่เขาคิดไว้“แล้วฉันจะมั่นใจได้ยังไงว่าฉันจะได้เงินก้อนนั้นทันทีหลังจากที่คุณได้ตัวฉันไปแล้ว”รณกรยิ้มมุมปาก จนรสิตาเองก็รู้สึกขนลุกครืด!!เสียงลิ้นชักที่ถูกดึงออกมา ในนั้นมีสมุดเช็คอยู่ รณกรหยิบมันขึ้นมาแล้วเขียนตัวเลขจำนวนหกหลักลงไป ก่อนจะจบด้วยลายเซ็นของเขารสิตามองการกระทำนั้นด้วยหัวใจที่เต้นรัว เวลานี้เธอควรจะดีใจหรือเสียดี เธอกำลังได้เงินไปช่วยยาย ในขณะที่ตัวเธอเองก็กำลังจะโดนย่ำยี“มารับไปสิ” เขาชูเช็คในมือขึ้นรสิตานิ่งไป เธอกำมือแน่นสุดท้ายเธอก็ต้องพ่ายแพ้ให้เขาอย่างนั้นเหรอครืด!!เสียงลิ้นชักโดนเปิดออกอีกครั้ง“ถ้าไม่เอาฉันก็จะเก็บ” รณกรขู่เมื่อไม่มีทางเลือกรสิตาก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหารณกรตรงเก้าอี้ที่เขานั่งอยู่ ท่าทางประหม่าของรสิตาทำให้รณกรยิ้มมุมปาก“นั่งสิ”เมื่อถูกสั่งให้นั่งรสิตาก็หันซ้ายหันขวามองว่าเขาจะให้เธอนั่งตรงไหน“จะไปไหน” เมื่อเห็นว่ารสิตาหมุนตัวจะเดินไป รณกรก็เรียกขึ้น“ไปเอาเก้าอี้ค่ะ”“ฉันหมายถึงนั่งตรงนี้” เขาตบลงไปบนตัก“ทะ...ทำไมต้องนั่งตรงนั้นด้วยล่ะ” รสิตาขยับถอยหนึ่งก้าว หน้าของเธอก็เห่อร้อนขึ้นมาเมื่อนึกถึงตอ
ตอนเย็นรสิตากลับมาที่คาสิโนเพื่อเข้างานในกะของเธอ“เป็นไงบ้าง” เอมิกาถามขึ้นเมื่อรสิตาเดินไปเสิร์ฟเครื่องดื่มให้ลูกค้า“เรียบร้อยดีค่ะ ขาดก็แค่....” รสิตาหน้าเศร้าลง“อะไร”“เงินค่ะ ต้องใช้เงินเยอะเลย”“เอาไงล่ะทีนี้”“พี่เฟิร์สมีที่ไหนแนะนำมั้ยคะ ที่ ๆ หาเงินง่าย ๆ หน่อยภายในคืนนี้ได้ยิ่งดี”“โห คืนนี้เลยเหรอ มันก็มีแหละ แต่...” แต่เธอไม่อยากให้รสิตาทำ“อะไรคะ”“ขายตัวให้เสี่ย” เธอกระซิบ“มีวิธีที่ดีกว่านี้มั้ยคะ” รสิตาก็ไม่ได้มีท่าทีตกใจ แต่เธออยากให้วิธีนี้เป็นวิธีสุดท้าย“ไม่มีหรอก ถ้าต้องการเงินเยอะขนาดนั้น” เอมิกาก็ไม่รู้ว่าจะมีวิธีไหนที่จะได้เงินไวเท่าวิธีนี้“หนูจะทำไงดี”“มีอีกวิธี ไม่รู้ว่าริบบิ้นจะกล้ามั้ย” เอมิกานึกขึ้นได้“อะไรคะ” เธอรอคำตอบอย่างมีความหวัง และเหมือนกับว่าเธอกำลังเจอแสงสว่าง“คุณกร...ลองไปขอกู้ดูสิ”“ให้หนูไปตายง่ายกว่ามั้ย” ทันทีทีได้ยินชื่อมาเฟียหนุ่ม หน้าตาของรสิตาก็ดูจะสิ้นหวังลง“ไม่ตายหรอกน่า เชื่อพี่ ลึก ๆ คุณกรก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนะ ถึงแม้จะชอบทำหน้าดุ เวลาลูกน้องมีปัญหาก็มักจะยืมมือคุณโจมาช่วยตลอด ไม่ค่อยออกตัวเท่าไหร่ พี่อยากให้เราลองดู”เพราะเอมิ