Share

บทที่ 9 ล้มเหลว

last update Tanggal publikasi: 2025-02-06 16:03:41

หยางหมิงเมื่อยอมอภิเษกสมรสเพื่อความมั่นคงของแคว้นแล้ว ครานี้จึงขอทำตามใจปรารถนาแต่งงานกับสตรีที่ตนรัก

                    “ทูลเสด็จพ่อ หม่อมฉันขอพระองค์พระราชทานอนุญาตแต่งซ่งเสวี่ยหนิงท่านหญิงแคว้นฉีเป็นพระชายาพ่ะย่ะค่ะ” หยางหมิงคุกเข่าหน้าโต๊ะทรงอักษร

                    “ข้าจะให้เจ้าแต่งซ่งเสวี่ยหนิงได้เพียงชายารองเท่านั้น ตำแหน่งพระชายาเอกชินอ๋องข้าจะยกให้ซ่งลี่อิง องค์หญิงที่มีฮองเฮาเป็นมารดา” ฮ่องเต้เหว่ยเฉียงรับสั่งอย่างชัดเจน

                    “พระองค์ไม่กลัวนางทำเรื่องอัปยศเช่นพี่สาวหรือพ่ะย่ะค่ะ” หยางหมิงไม่พอใจกับการอภิเษกสมรสครั้งนี้

                    “นางไม่ใช่เหมยหลิง เหตุใดจึงคิดว่านางจะทำเช่นนั้น แต่ถึงแม้นางจะทำมากกว่าเหมยหลิงเจ้าก็ยังคงต้องแต่งกับนาง เจ้าลืมหน้าที่ของบุรุษราชวงศ์แล้วหรือ”

เหว่ยเฉียงเห็นความอยู่รอดของแคว้นมากกว่าความสุขของโอรสตน

          “การอภิเษกสมรสระหว่างแคว้น หากไม่อภิเษกกับองค์หญิงสายตรงอันมีมารดาเป็นฮองเฮา มีพระเชษฐาร่วมอุทรเป็นรัชทายาท การสมรสนี้แคว้นจะได้ประโยชน์ใด” ฮ่องเต้เตือนสติหยางหมิง

          “ไตร่ตรองดูเถิด เจ้าจะละทิ้งหน้าที่ต่อราษฎรเพื่อสตรีนางเดียว หรือจะทำเพื่อแคว้นและได้สตรีที่เจ้าหมายปองไว้ข้างกาย ตำแหน่งนั้นเป็นเพียงเปลือกนอก หากนางรักเจ้าตำแหน่งพระชายารองก็ไม่แตกต่างกัน”

หยางหมิงกำมือแน่น แม้สิ่งที่ฮ่องเต้ตรัสจะเป็นความจริงแต่ใจเขากลับไม่ยอมรับ เขาไม่สามารถอภิเษกกับเสวี่ยหนิงในครั้งแรก แล้วครั้งนี้ยังจะให้นางเป็นเพียงชายารอง เขาละอายใจยิ่งนัก

          “กระหม่อมรับบัญชา” หยางหมิงกล้ำกลืนรับโองการจาก

ฝ่าบาท ด้วยนี่คือหนทางเดียวที่เขาจะได้ครองรักกับเสวี่ยหนิง ได้แต่หวังว่านางจะเข้าใจในสิ่งที่เขาทำ

          “ดี! เช่นนั้นข้าจะส่งสาส์นสู่ขอซ่งลี่อิน และซ่งเสวี่ยหนิง ไปยังแคว้นฉี” เหว่ยเฉียงแม้ตรัสเช่นนั้นกลับกังวลพระทัยไม่น้อย เกรงว่าหย่งเฮ่าสหายร่วมสาบานจะปฏิเสธการสู่ขอนี้

หยางหมิงเมื่อล้มเหลวจากการขอพระราชทานอนุญาตแต่งเสวี่ยหนิงเป็นพระชายาของตนแต่เพียงผู้เดียว จึงละลายใจเกินกว่าจะพบหน้านาง

ได้แต่ให้เย่จินองครักษ์ข้างกาย ไปเชิญหวงจื้อหาวสหายร่วมเรียนมาร่ำสุราปรับทุกข์

          “ท่านอ๋องผู้สูงส่ง มีวันล้มเหลวกับเขาด้วยหรือ”

หวงจื้อหาวท่านโหวน้อยตระกูลหวง บัณฑิตหนุ่มผู้เพียบพร้อมทั้งรูปโฉมและตำแหน่ง เมื่อเปิดประตูห้องส่วนตัวของภัตตาคารเทียนเฟยเข้ามาได้ ก็ไม่รีรอที่จะทำให้อีกฝ่ายเจ็บช้ำน้ำใจในทันที

          “ผู้คนในใต้หล้า ข้าพ่ายแพ้ให้แต่ผู้เดียว” หยางหมิงไม่หันมองผู้มาเยือน ยังคงยกจอกสุราไม่หยุดหย่อน

          “พอเถิด หากใครมาเห็นเข้าจะหัวเราะเยาะเอา” จื้อหาวแย่งจอกสุราออกจากมือหยางหมิง

          “เกรงอันใดเล่า เหล้ากานี้ไม่สามารถทำให้ข้าเมามายได้”

หยางหมิงรินเหล้าลงจอกใบใหม่อีกครั้ง

          จื้อหาวเมื่อรู้ว่าตนคัดค้านไม่ได้ จึงคล้อยตามเสีย

                    “เจ้ากลุ้มใจเรื่องใด” จื้อหาวนั่งลง ถามสหายต่างศักดิ์ด้วยความห่วงใย

                    “ฝ่าบาทจะให้ข้าแต่งลี่อินเป็นพระชายาเอก แทนที่พี่สาวของนาง” หยางหมิงกล่าวจบก็ยกจอกสุราขึ้นดื่ม

                    “แล้วอย่างไร?”

                    “แล้วอย่างไร? นี่เจ้าไม่รู้สึกโกรธแค้นบ้างเลยหรือ การกระทำไร้ยางอายของนางในครานั้น ทำให้น้องสาวของเจ้าต้องเสียใจจนตกเลือดเชียวนะ” หยางหมิงย้ำเรื่องราวในอดีตที่เหมยหลิงเคยก่อ

                    “หากสตรีจากตระกูลหลานรู้จักคุณธรรมหญิงเพียงน้อยนิด ไม่ยั่วยวนรัชทายาท พระชายารัชทายาทก็คงไม่ต้องตกเลือดจนต้องสูญเสียบุตรในครรภ์เช่นนี้” หยางหมิงรื้อฟื้นเรื่องราวในอดีต

                    “แต่องค์หญิงสามอาจจะไม่เหมือนองค์หญิงใหญ่ก็ได้”

จื้อหาวแก้ต่างแทนสตรีที่ตนยังไม่เคยพบหน้า

                    “หึ! ข้าไม่คาดหวังให้นางรู้จักขนบธรรมเนียมหรอก”

หยางหมิงกล่าวอย่างดูแคลน

                    “แล้วเจ้าจะทำเช่นไรเล่า”

                    “ทำเช่นที่เคยทำกับพี่สาวนาง สมรสเพียงในนามก็เท่านั้น” หยางหมิงไม่คิดจะร่วมหอกับสตรีอื่นที่ตนไม่รัก

                    “หากคิดดีแล้วก็แล้วแต่เจ้าเถิด แต่อย่าได้ดึงน้องสาวข้าเข้าไปเกี่ยว เพียงเท่านี้นางก็เกลียดสตรีจากแคว้นฉีมากพอแล้ว”

                    “หากแต่ข้าอยากเตือนเจ้า แม้พวกนางจะเป็นพี่น้องร่วมอุทรแต่ก็ไม่ใช่คนเดียวกัน ข้าได้ยินว่าองค์หญิงสามเย่อหยิง มีคุณธรรมไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้ใด หากแต่มิชอบผู้ใดรังแกเช่นกัน แตกต่างกับองค์หญิงใหญ่โดยสิ้นเชิง เช่นนั้นแล้วการนำความเกลียดชังไปลงกับนางข้าว่าไม่เหมาะสมนัก” จื่อหาวกล่าวเตือนสติชินอ๋อง

                    “หึ! ขอให้นางเป็นดั่งที่เจ้าว่า ไม่เช่นนั้นอย่าหวังจะได้อยู่จวนอ๋องอย่างสุขสบาย” หยางหมิงยังคงมองลี่อินในด้านดีมิได้

          หยางหมิงออกจากภัตตาคารเทียนเฟยด้วยความทุกข์ใจที่หนักอึ้ง สุราหลายกาเมื่อครู่ไม่สามารถช่วยบรรเทาความทุกข์นี้ได้เลย หากแต่เมื่อเขาเดินออกมาได้ไม่นานกลับพบปิงเซียงออกมาจากโรงรับจำนำเยว่ฉี

          ‘เหตุใดสาวใช้ที่ควรดูแลอี้หนิงถึงอยู่ที่นี่ได้’

                    “เย่จิน เจ้าไม่สืบดู” หยางหมิงกำชับองครักษ์ข้างกาย

                    “พ่ะย่ะค่ะ”

          เย่จินเข้าไปในโรงรับจำนำได้ไม่นานก็ออกมารายงานพร้อมเถ้าแก่ร้านเยว่ฉี

                    “ทูลท่านอ๋องเถ้าแก่บอกว่าปิงเซียงนำสิ่งนี้มาจำนำ” เย่จินยื่นหยกขาวสลักคำว่า ซ่งลี่อิน ให้กับท่านอ๋อง

          หยางหมิงพินิจดูหยกเนื้อดีชิ้นนั้นอย่างถี่ถ้วน คำว่า ซ่งลี่อิน บ่งบอกถึงเจ้าของ หยกชิ้นนี้เป็นหยกประจำตัวขององค์หญิงสามลี่อินไม่ผิดแน่

                    “หึ! แม้แต่หยกประจำตัวยังสละทิ้งได้ น่าสนใจดีนี่” หยางหมิงเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

                    “เหตุใดนางนำมาจำนำ” หยางหมิงถามเถ้าแก่ร้าน

                    “ทูลท่านอ๋อง นางบอกที่เรือนมีเด็กป่วยจำต้องใช้เงิน”

                    “นางต้องการเท่าใด”

                    “เพียงสามตำลึงเป็นค่ายาพ่ะย่ะค่ะ” เถ้าแก่ร้านเยว่ฉีทูลความจริง

                    “เช่นนั้นข้าไถ่คืน”

          หยางหมิงนำหยกชิ้นนั้นกลับจวนอ๋อง เขาสงสัยว่าเหตุใดนางกำนัลถึงยอมนำหยกชิ้นนั้นไปขายเพียงต้องการเงินแค่สามตำลึง แล้วเงินที่เขามอบให้เหมยหลิงทุกเดือนนั้นไม่พอหรือไร

                    “เย่จิน เจ้าไปตามปิงเซียงมาพบข้า” หยางหมิงที่นั่งดื่มชาในห้องโถงตำหนักอ๋องกล่าวเสียงเรียบ

                    “พ่ะย่ะค่ะ” เย่จินอยู่กับองค์ชายตั้งแต่เกิด ย่อมรู้ดีว่าเขาต้องการรู้สิ่งใดจากปากนางกำนัล

          ไม่นานปิงเซียงที่มีสีหน้ากังวลก็ตามเย่จินมาพบอ๋องหยางหมิง

                    “ถวายพระพรท่านอ๋อง”

                    “เหตุใดเจ้าถึงมีหยกชิ้นนี้”  หยางหมิงนำหยกออกมาให้นางดู

                    “องค์หญิงสามให้ไว้ก่อนเสด็จกลับแคว้นฉีเพคะ” ปิงเซียงจำหยกชิ้นนั้นได้ดี นางพึ่งนำไปจำนำเป็นค่ายาของท่านหญิงอี้หนิงด้วยตนเอง

                    “นางให้เจ้านำไปจำนำได้หรือ” นี่คือสิ่งที่เขาสงสัย หยกประจำตัวองค์หญิงมีค่ามากมาย เหตุใดจึงยอมให้คนใช้นำไปขายได้ตามอำเภอใจ

                    “เพคะ องค์หญิงตรัสว่าหากจำเป็นให้ขายได้เลย” ปิงเซียงทูลความจริง

                    “เงินเพียงสามตำลึงสำคัญเช่นนั้นเลยหรือ ข้าให้พ่อบ้านมอบเงินสี่ร้อยตำลึงให้พวกเจ้านายบ่าวทุกเดือนไม่ใช่หรือ”

          ปิงเซียงก้มหน้าทันทีเมื่อหยางหมิงถามถึงเงินที่มีจำนวนไม่น้อยสามารถดูแลตำหนักเล็ก ๆ หลังจวนได้อย่างสบาย

                    “พูด!” หยางหมิงขมวดคิ้วแน่น เขาหวังว่าเหมยหลิงจะไม่กระทำเรื่องสิ้นคิดเช่นที่ตนคาดเดา

                    “องค์หญิงใหญ่ใช้เงินส่วนนั้นหมดไปแล้วเพคะ” ปิงเซียงรีบตอบด้วยความหวาดกลัว

                    “หมดแล้ว! คืออย่างไร สินเดิมมากมายนั่นก็หมดไปด้วยหรือ” หยางหมิงรู้ว่านางนำทรัพย์สินมากมายปรนเปรอเหล่าบุรุษใน

หอชายงาม หากแต่ไม่คิดว่าจะมากมายเพียงนี้ ถึงขั้นนำเงินดูแลตำหนักไปใช้จ่าย

                    “เพคะ หมดแล้ว” ปิงเซียงตัวสั่นเทาด้วยความกลัว

                    “เหมยหลิง นะ เหมยหลิง เจ้าหลงใหลบุรุษจนลืมความเป็นมารดาถึงเพียงนี้ได้อย่างไรกัน”

แม้เขาไม่คิดว่านางจะเป็นคนดี แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะไร้ซึ่งความเมตตาต่อธิดาของตนถึงเพียงนี้ ถึงกลับไม่เหลือสิ่งใดไว้ให้ธิดาของตนเลย ทั้งที่นางรู้อยู่เต็มอกว่าเด็กคนนี้ต้องมีชีวิตที่ลำบากแน่แต่กลับไม่เผื่อทางออกไว้ให้

          “ข้าจะให้พ่อบ้านนำเงินอีกร้อยตำลึงไปให้ นี่คงเพียงพอระหว่างรอให้องค์หญิงสามของเจ้าย้ายเข้ามาในจวนอ๋อง”

ปิงเซียงตกใจจนเผลอมองหน้าหยางหมิง เมื่อได้ยินคำตรัสของ

ชินอ๋อง เหตุใดถึงองค์หญิงต้องย้ายเข้ามา

          “อีกไม่นานสาส์นขอแต่งงานคงถึงแคว้นฉีแล้ว รอให้นางมาจัดการเรื่องของหลานนางเอง”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ลิขิตรัก ตำหนักอ๋อง   ตอนพิเศษ ชีวิตเรียบง่าย

    สายลมฤดูใบไม้ผลิพัดปลิวไหว ม่านรถม้าสะบัดไปมาตามแรงลม เด็กชายวัยสองขวบเล่นซนบนรถม้าโดยไม่เหน็ดเหนื่อย “ถานจุนเฟิง หยุดเล่นได้แล้วตอนนี้จะถึงจวนแล้ว” ลี่อินที่กำลังอ่านบัญชีร้านกล่าวกับโอรสของตน “จุนเฟิงมาหาพ่อ ท่านแม่กำลังคร่ำเคร่ง” หยางหมิงเรียกลูกชายมาหา บัดนี้เขาสิ้นคราบชิงอ๋องผู้บ้าคลั่ง กลายเป็นพ่อค้าธรรมดาเท่านั้น “จื้อหาวบอกว่า ดินแดนทางตอนเหนือของแคว้นหานมีดอกไม้กลิ่นหอมมากมาย แลไข่มุกก็ราคาถูกฮูหยินสนใจหรือไม่” หยางหมิงเอ่ยถึงสหายเก่าที่หลังจากสำนึกตนมาสองปี จึงติดต่อหาเขาอีกครั้ง “สนใจสิเพคะ ท่านพี่แจ้งโหวน้อยด้วยว่าหลังจากงานเฉลิมฉลองการก่อตั้งแคว้นเว่ย เราจะเดินทางไปเจรจาราคาอีกครั้ง” ลี่อินยิ้มกว้างนางดีใจทุกครั้งหากสามารถหาวัตถุดิบราคาถูกและดีได้ “ของขวัญอี้หนิงครบสี่ปีจะให้สิ่งใดนางดีเพคะ” ลี่อินขอความเห็นกับหยางหมิง “เช่นนั้นมอบร้านขายอัญมณีในเมืองเถียนชิง พร้อมกับเงินอีกหมื่นตำลึงให้นางดีหรือไม่ โตขึ้นมานางจะได้เป็นสตรีที่ร่ำรวยที่สุดในแค้นฉี ไม่มีผู

  • ลิขิตรัก ตำหนักอ๋อง   ตอนพิเศษ อวดชายา

    ใกล้พิธีอภิเษกสมรสของฉินตงหยาง หยางหมิงพาลี่อิงเข้าวังหลวงเพื่อขอพระราชทานอนุญาตร่วมพิธีอภิเษกสมรส “ทูลเสด็จพ่อ เสด็จแม่ กระหม่อมและพระชายามาขอให้ทั้งสองพระองค์พระราชทานอนุญาตเข้าร่วมงานอภิเษกสมรสของรัชทายาทแคว้นหานพ่ะย่ะค่ะ” “กำลังตั้งครรภ์จะเดินทางไกลได้อย่างไร ให้เพียงหยางหมิงไปก็พอ ส่วนลี่อินพักอยู่ที่จวนเถอะ” ฮองเฮากล่าวแย้งทั้งที่ยังปักผ้าอยู่ “ทูลฮองเฮา รัชทายาทแคว้นหานเป็นสหายของหม่อมฉันจึงจำเป็นต้องไปร่วมยินดีเพคะ” ลี่อินไม่ยินยอมทำตาม “เจ้าไปรังแต่จะเป็นภาระ เดินเหินลำบากอยู่จวนดีแล้ว” “หม่อมฉันยังคล่องแคล่ว ครรภ์ยังอ่อนไม่ได้เป็นภาระแต่อย่างใด” นางโต้แย้งทุกคำห้ามของมารดาสวามี หยางหมิงกับฮ่องเต้ทำได้เพียงนั่งดื่มน้ำชาอย่างเงียบเชียบ ไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดกระหว่างที่สตรีทั้งสองกำลังโต้แย้งกัน “นี่ เหตุใดถึงมิยอมเชื่อฟังเอาซะเลยเจ้าเป็นลูกสะใภ้สมควรเชื่อฟังแม่สามีมิใช่หรือ” อวิ๋นซินจ้องมองลี่อินด้วยสายตาตำหนิ หากแต่ลูกสะใภ้ผู้นี้กลับ

  • ลิขิตรัก ตำหนักอ๋อง   บทที่ 52 รักแรก

    ม้าศึกคู่กายชินอ๋องหยุดนิ่งหน้าจวนอ๋อง บุรุษบนหลังม้าไม่รีรอมุ่งหน้าไปตำหนักตะวันออกด้วยความร้อนใจ ทว่าภายในตำหนักกลับไม่มีผู้ใดอยู่ทำให้แน่ใจแล้วว่าลี่อินหนีเขาไปจริง ร่างทั้งร่างของหยางหมิงหนักอึ้งจนมิอาจย่างก้าวได้ หัวใจทั้งดวงเต้นช้าลงเรื่อย ๆ น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาที่เจ้าของร่างไม่รู้ตัว ภพของลี่อินในเวลาโกรธ เวลาร้องไห้ หัวเราะ แข็งกร้าว ผุดขึ้นในหัวเขาซ้ำไปซ้ำมา “ไปแค้วนฉี!” คำสั่งเดียวของหยางหมิง ทำทั้งกองทัพต้องเดินทางอีกครั้ง ประชาชนต่างงุนงง กองทัพที่กลับเข้าเมืองเพียงหนึ่งชั่วยาม บัดนี้กลับเดินทัพอีกครั้งมีเหตุใดสำคัญจนมิหยุดพัก การเดินทางโดยไม่หยุดพักทำเหล่าทหารอ่อนล้าไม่น้อย หากแต่มิมีใครกล้าปริปากบ่น กองกำลังเรือนหมื่นเหยียบเข้าใกล้เมืองเถียนชิง “ท่านอ๋อง สายสืบแคว้นหานแจ้งข่าวว่ารัชทายาทตงหยางจะเข้าพิธีอภิเษกสมรสอีกสิบห้าวันข้างหน้าพ่ะย่ะค่ะ” เย่จินรายงาน ม้าศึกของหยางหมิงหยุดชะงักทันที เขาหวาดกลัวว่าสิ่งที่ตนคาดเดาจะเป็นจริง “ข่าวนี้แคว้นฉีรู้เรื่องหรือไม่” มือหนากำบังเหียนแน่นจนเ

  • ลิขิตรัก ตำหนักอ๋อง   บทที่ 51 ผิดสัญญา

    หิมะในเมืองเหออันสงบลง คนเจ็บป่วยเพราะภัยหนาวไม่มีแล้ว หน้าที่ของลี่อินในเมืองเหออันจึงสิ้นสุดลง นางไม่มีความจำเป็นที่จะรั้งอยู่ที่เหออันอีก จึงคิดขอกลับเมืองหลวงเพราะเป็นห่วงร้านประทินโฉมอีกทั้งเรื่องในจวนไม่มีผู้ใดคอยจัดการ “ท่านอ๋อง ข้าจะกลับซู่โจวก่อนได้หรือไม่” ลี่อินยืนอยู่หน้าโต๊ะทรงอักษร สีหน้าจริงจังจ้องบุรุษที่ยังอ่านสาน์สของทัพอยู่ “รอกลับพร้อมข้า” เสียงเอาแต่ใจดังขึ้น “กว่าท่านอ๋องจะเสด็จกลับ ก็อีกครึ่งเดือน หม่อมฉันเป็นกังวลเรื่องร้านหมื่นบุปผา อีกทั้งกิจการของจวนอ๋องก็ไม่ได้ตรวจบัญชีมาแรมเดือน” “แต่หากเจ้าแอบหนีหลับแคว้นฉีเล่า” ครานี้หยางหมิงยอมเงยหน้าจากสาน์สกองทัพ มองมายังนางด้วยแววตาเศร้าสร้อย “หม่อมฉันจะหนีไปทำไมกัน” ลี่อินท้อใจที่จะอธิบาย “ก็เจ้าไม่มีใจให้ข้า หากครบสองเดือนสัญญาระหว่างข้ากับฮ่องเต้แคว้นฉีก็ถือว่าเป็นโมฆะ” น้ำเสียงเศร้าหมองนั้นลี่อินไม่ได้ตอบกลับ ยิ่งทำให้หยางหมิงรู้สึกหวาดหวั่น หากแต่นางกลับเดินไปหยุดเบื้องหน้าเขาพลางยอบก

  • ลิขิตรัก ตำหนักอ๋อง   บทที่ 50 เหน็บหนาว

    ตงหยางมิอาจรั้งอยู่ในแคว้นอื่นได้นาน ยิ่งเป็นชายแดนแล้วความอึดอัดยิ่งเพิ่มมากขึ้น ก่อนหิมะจะตกหนักอีกครั้งจึงจำต้องบอกลาลี่อิน “ข้ายังยืนกรานคำเดิม หากเจ้ามิอยากอยู่กับชินอ๋องแล้ว ไปหาข้าที่แคว้นหาน แม้ไม่อาจห่วงใยในฐานะคนรักแต่ข้ายังห่วงใยเจ้าในฐานะสหายเสมอ” ตงหยางยื่นหยกประจำตัวกลับให้นางเช่นเดิม “ขอบพระทัยรัชทายาท” ลี่อินยอบกายกล่าวลา ก่อนรถม้าจะเคลื่อนตัวออกจากประตูเมืองไป หยางหมิงยิ้มพอใจเมื่อเห็นบุรุษอื่นที่นางห่วงใยจากไปเสียที แม้เป็นเพียงสหายแต่เขาก็ยอมรับไม่ได้เช่นเดิม “รัชทายาทยังคงตัดใจจากเจ้าไม่ได้” หยางหมิงมองหยกในมือลี่อิน “สักวันเขาจะเจอสตรีที่ตนรักเพคะ” ลี่อินกล่าวพลางหันกายเข้าเมืองไป “เหมือนข้าที่เจอแล้ว” หยางหมิงเดินตามนาง “ใครกันหรือเพคะ” “เจ้าไง อาอิน” ลี่อินหน้าแดงเมื่อเขาบอกชื่อสตรีในดวงใจ ก่อนก้มหน้ารีบเดินหนีเข้าโรงหมอไป ทำให้ชินอ๋องยิ้มอย่างมีหวังว่าภายในสองเดือนนางต้องยินยอมอยู่ข้างกายเขาเป็นแน่

  • ลิขิตรัก ตำหนักอ๋อง   บทที่ 49 เดินทางขึ้นเหนือ

    “เราต้องกลับแคว้นเว่ยพรุ่งนี้” น้ำเสียงเคร่งเครียดเอ่ยขึ้น “มีอะไรหรือไม่เพคะ” “เมืองอันเหอมีพายุหิมะถล่ม ราษฎรขาดแคลนเสบียง กองทัพที่นั่นมิอาจรับมือได้ข้าต้องรีบไปจัดการ “แล้วเหตุใดหม่อมฉันต้องไปด้วย ท่านอ๋องเดินทางลำพังจะไม่เร็วกว่าหรือ หม่อมฉันจะไปรอพระองค์ที่จวนพร้อมอี้หนิง” “ข้าจะไม่ไปไหนหากไม่มีเจ้า” หยางหมิงแววตาจริงจังจ้องนางอยู่เช่นนั้น “หากแต่อี้หนิงยังเด็กหากเผชิญหิมะ...” “นางจะอยู่ที่แคว้นฉี” หยางหมิงกล่าวขัด “ท่านอ๋องตรัสว่าอย่างไรนะเพคะ?”ลี่อินไม่อยากเชื่อว่าหยางหมิงจะยินยอมให้อี้หนิงที่มีสายเลือดของตระกูลถานอยู่ที่แคว้นฉี “นางอยู่ที่นี่จะมีความสุขกว่า ไม่ต้องถูกสายตาดูแคลนของผู้อื่นจ้องมองเช่นที่อยู่ในแคว้นเว่ย ที่นั่นไม่สามารถให้ความรักกับนางได้ต่างจากไทเฮาเสวี่ยฉีที่มอบความรักให้กับเด็กคนนั้นได้ไม่สิ้นสุด”คำพูดของหยางหมิง ทำให้นางรู้ว่าบุรุษผู้นี้ห่วงใยผู้อื่นมากกว่าที่เขาแสดงออก คลื่นความสุขจึงก่อตัวขึ้นภายในใจของนางอ

  • ลิขิตรัก ตำหนักอ๋อง   บทที่ 26 ออกหน้าแทน

    เทศกาลหยวนเซียวกำลังจะมาถึง ทั่วเมืองโซ่โจวถูกประดับประดาด้วยโคมไฟรูปทรงต่าง ๆ แต่ละจวนตกแต่งโอ้อวดกันไปมาไม่เว้นแม้แต่จวนอ๋องที่เสวี่ยหนิงใช้เงินไปไม่น้อยเพื่อทำให้จวนอ๋องโดดเด่นกว่าจวนใด ๆ ในเมืองซู่โจว หยางหมิงแม้จะไม่เห็นด้วยกับการใช้เงินซื้อของสิ้นเปลืองพวกนี้ มันไม่เกิดประโยชน์อันใด

  • ลิขิตรัก ตำหนักอ๋อง   บทที่ 21 หมื่นบุปผา

    กว่าครึ่งเดือนที่ลี่อินจัดการโรงเรือนประทินโฉมให้เรียบร้อย ตอนนี้นางมีสินค้าในมือแล้วเหลือเพียงกลับไปเปิดร้านที่ซู่โจวก็เท่านั้น “ท่านอ๋อง หม่อมฉันมาทูลลาเพคะ วันนี้เราจะเดินทางกลับเมืองซู่โจวแล้ว” ลี่อินเข้ามาบอกลาอีกฝ่ายถึงในกระโจม “ข้าจะให้องครักษ์คุ้มกันก

  • ลิขิตรัก ตำหนักอ๋อง   บทที่ 18 หาเลี้ยงครอบครัว

    รถม้าหยุดลงหน้าจวนอ๋อง หยางหมิงลงจากรถม้าได้ก็ไม่รีรอผู้ใดเดินจ้ำอ้าวเข้าตำหนักตนไป ทำให้เสวี่ยหนิงที่รอท่านอ๋องช่วยประคองลงรถม้าเช่นที่เคย ต้องหน้างอเรียกหาสาวใช้แทน ต่างจากลี่อินที่ไม่ได้สนใจท่าทีของหยางหมิง ตอนนี้นางเพียงอยากพักผ่อนแล้วค่อยตื่นขึ้นมาหาหนทางทำเงินในภายหลัง ดวงอาทิตย์ลับ

  • ลิขิตรัก ตำหนักอ๋อง   บทที่ 1 จุดเริ่มต้น

    ฤดูใบไม้ผลิเมืองเถียนชิง ชายแดนแคว้นฉีและเว่ย ราษฎรเข้าสู่ฤดูเพาะปลูก การปลูกข้าวคือสินค้าที่ราษฎรลงทุนลงแรงและเฝ้าคอยฤดูเก็บเกี่ยวอย่างใจจดใจจ่อ ลานกว้างชายป่ากระโจมติดธงแคว้นฉีและเว่ยถูกตั้งขึ้นไม่ไกลกัน มีทหารลาดตระเวนเข้มงวด “ทูลฝ่าบาท องค์หญิงลี่อินไม่อยู่ในกระโจมพ่ะย่ะค่ะ”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status