LOGINคฤหาสน์กุ้ยอ๋อง“หม่อมฉันนึกว่าตัวเองจะไร้วาสนาได้พบอ๋องน้อยเสียแล้วเพคะ” ไป๋หลานกล่าวด้วยน้ำเสียงหวานกังวาน อิ่มเอิบไปทั้งหัวใจที่วันนี้มีโอกาสได้พบกับบุรุษที่เสียเวลาเทียวหามานานวัน“คุยแบบกันเองดีกว่านะคุณหนู ข้าไม่ใช่คนเจ้ายศเจ้าอย่าง ชอบทำตัวติดดินด้วยซ้ำไป”“เจ้าค่ะอ๋องน้อย”“ได้ยินท่านแม่พูดว่าคุณหนูแวะมาเยี่ยมเยียนอยู่บ่อย ๆ แต่วันนี้ท่านพ่อกับท่านแม่ของข้าไม่อยู่หรอกนะ เจ้าคงมาเสียเที่ยวแล้ว”“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ โอกาสหน้ายังมี” ทำไมนางจะไม่รู้ว่าท่านอ๋องกับพระชายาเดินทางไปพักผ่อนที่ต่างเมือง ที่มาในวันนี้ก็เพราะรู้ดีต่างหาก “อ๋องน้อยสบายดีหรือเจ้าคะ”“ข้าสบายดี แล้วเจ้าล่ะ”“สบายดีเจ้าค่ะ ข้ามาที่นี่บ่อย ๆ แต่ไม่เคยเจออ๋องน้อยเลย”“ข้าไม่ค่อยได้อยู่บ้านหรอก ไปช่วยงานของท่านพ่อบ้าง ดูงิ้วจิบน้ำชากับสหายบ้าง บางทีก็เข้าวังหลวงไปสอนหลาน ๆ ฟันดาบ เจ้าก็งานยุ่งมากไม่ใช่หรือ ต้องช่วยท่านผู้เฒ่าทำงานแต่ก็ยังมีเวลาแวะมาเยี่ยมกันอีก”“เจ้าค่ะ งานของข้ายุ่งทั้งวัน แต่ข้าก็อยากมาทักทายพระชายากับท่านอ๋อง เพราะได้คุยด้วยแล้วรู้สึกสบายใจ ทำให้ข้าอบอุ่นใจเหมือนได้คุยกับท่านพ่อท่านแม่”“อย่างน
เสียงร้องตามด้วยเสียงตุบทำให้บุรุษที่เดินนำหน้าไปก่อนประมาณห้าก้าวหันกลับไปมองทางด้านหลัง มองพื้นหญ้าที่มีร่างระหงนอนคว่ำหน้าอยู่.. เขาเดินไปหานางแล้วนั่งยอง มองคนที่กำลังประคองตัวเองขึ้น“เจ็บไหม”“เจ็บสิ ถามได้” เธอทำหน้ามุ่ยข่มความอายใส่เขา “ผีผี่นะผีผี่ มานี่เลยนะ มาให้ข้าตีเสียดี ๆ” นางหันไปชี้นิ้ว ทำเสียงเขียวใส่หมาน้อยที่ยืนจ้องห่างออกไป“ให้ข้าฆ่ามันเลยไหม”“ไม่นะ!” จำปีรีบจับมือคนรักเอาไว้ เพราะท่าทางขึงขังของเขาทำให้นางคิดว่าเขาจะทำจริง “มันก็แค่เล่นด้วยเท่านั้น ข้าไม่ทันระวังตัวเอง”“แต่มันทำให้เจ้าเจ็บ”“ท่านนั่นแหละที่ผิด” นางกระตุกมือที่จับเขาไว้“มาพาลใส่ข้าได้อย่างไร”“ก็เพราะข้าจะรีบเดินตามท่านให้ทันน่ะสิ” นางปล่อยมือจากเขาแล้วลุกขึ้น.. แล้วสะท้านไปทั้งใจเมื่อถูกคนตัวใหญ่ที่ยังนั่งยองปัดเศษดินเศษหญ้าที่ติดตามชุดออกให้ “เขาะขอบคุณ”“เจ็บตรงไหนบ้าง”“ไม่เจ็บหรอก”“แน่ใจเหรอ”“เจ้าค่ะ”“แต่ข้าอยากให้เจ้าเจ็บนะ”“ทำไมถึงอยากให้ข้าเจ็บนัก ข้าเพิ่งจะหายป่วยเองนะ”“เพราะข้าอยากจะอุ้มเจ้าน่ะสิ”หญิงสาวสะท้านหวั่นไหวกับคำพูดและแววตาจริงจังของเขาจนต้องหลบสายตา“เลิกหยอกข้าเล่นส
“ถ้าข้าบอกว่ายังไม่มี เจ้าจะติดต่อให้ข้าหรือ” จำปีเริ่มรู้สึกว่าอีกฝ่ายละลาบละล้วงจนเกินงาม แต่ก็ยังพูดจายิ้มแย้มอย่างเป็นมิตร“เปล่า ๆ” เพ่ยจูรีบโบกมือปฏิเสธ ทำหน้าเลิกลั่กเมื่อเห็นสายตาเอาเรื่องของบุรุษข้าง ๆ “ข้าเห็นว่าเจ้าเป็นคนสวยมาก หน้าตาคมคายไร้ที่ติ ไม่มีคนรักมันแปลกไปหน่อย”“ขอบคุณที่ชมเจ้าค่ะ” จำปีน้อมศีรษะลงเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้มสดใส“ข้าไปก่อนนะ” เพ่ยจูไม่รู้จะพูดอะไรต่อดีจึงบอกลาและเดินจากไปดื้อ ๆ“ข้าก็ต้องไปแล้วเหมือนกัน” เจี้ยนคังบอกลาจำปีและเดินไปทิศทางเดียวกับหญิงสาวที่เขาก็จำได้ว่านางเป็นใคร เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในท้ายตรอกวันนั้นเขาก็ได้เห็นและได้ยินเหมือนกัน และรู้ว่าคุณหนูของนางไปที่คฤหาสน์หลายครั้งติดต่อกัน จึงสงสัยว่าการมาซื้อซาลาเปาของนางในครั้งนี้มีจุดประสงค์อื่นแอบแฝง....................คฤหาสน์ประมุขฉีไป๋หลานผลักสาวใช้เข้าไปในห้องนอนแล้วรีบปิดประตูด้วยมือของตัวเอง“เป็นอย่างไรบ้าง ได้เรื่องไหม”“เจ้าค่ะคุณหนู ทั้งตลาดมีร้านซาลาเปาเพียงร้านเดียวที่คนขายเป็นสตรีชาวหลอหูเจ้าค่ะ” เพ่ยจูตอบคำถามตามที่ได้รับมอบหมายให้ไปสืบ แล้วยื่นห่อกระดาษที่ห่อซาลาเปาให้คุณ
จำปีเดินจนเกือบจะเป็นวิ่งตามชายหนุ่มที่ก้าวเท้ายาว ๆ ไปทางชายหาด “ข้าจะเกลียดคนดี ๆ ที่ช่วยชีวิตข้าไว้ได้อย่างไรเล่า”เท้าใหญ่ที่เดินหนีวกกลับไปหาหญิงสาวแล้วยืนขวางหน้า บังนางจากแสงแดดด้วยร่างที่สูงใหญ่กว่าได้อย่างเหมาะเจาะ“ถ้าอย่างนั้นมาปลูกต้นรักกับข้าเลยไหม”“ท่าน!..” จำปีอ้ำอึ้งทำตัวไม่ถูกนอกจากใจเต้นแรงกับคำถามจู่โจมของเขา“ข้าเป็นคนมือเย็นเท้าเย็นแต่ใจไม่ได้เย็นตามหรอกนะ ภายใต้ความสุขุมข้าซ่อนความดื้อรั้นเอาแต่ใจเอาไว้มากพอสมควร ทางที่ดีรีบตอบคำถามของข้าก่อนที่ข้าจะหมดความอดทนดีกว่า”“ท่านมีภรรยาหรือไม่ ถ้ามีข้าขอปฏิเสธ แต่ถ้าไม่มีข้าก็ยินดีเปิดใจ” นางตอบอย่างตรงไปตรงมา เพราะคิดว่าถึงเวลาที่ต้องคิดเรื่องมีครอบครัวสักที และเขาก็เข้ามาได้ถูกจังหวะพอดี……………….คฤหาสน์ประมุขฉี“ท่านปู่ต้องการพบข้าด่วน มีเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ”“นั่งลงสิ” ผู้เฒ่าฉีกล่าวกับหลานสาวและมองใบหน้างามเพริศพริ้งนั้นด้วยความรู้สึกหนักใจแต่ไม่แสดงออกให้เห็น “อ๋องน้อยเป็นอย่างไรบ้าง หลายวันที่เจ้าเทียวไปหาเขา เขาดีกับเจ้าหรือเปล่า”ไป๋หลานหลบสายตาจากผู้เป็นปู่ แสร้งหยิบกาน้ำชารินใส่ถ้วยเพื่อหลบจากสายตามากประสบกา
หญิงสาวได้แต่ขบฟัน มองหน้าที่หลับตาลงอย่างขัดเคืองแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ แม้อยากจะเดินไปผลักไสเขาออกไปจากกระท่อมแต่ก็ยังไร้เรี่ยวแรงจะทำถึงขนาดนั้น จึงเอนตัวลงนอนแล้วมองเขาไม่กะพริบตาด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วน แล้วด้วยความเพลียหรือฤทธิ์ยาก็ไม่แน่ใจ ทำให้นางค่อย ๆ หลับไปไม่รู้ตัวกุ้ยหย่งเฟิงค่อย ๆ ลืมตาเมื่อได้ยินเสียงหายใจสม่ำเสมอที่บอกให้รู้ว่าหญิงสาวหลับแล้ว คลี่ยิ้มละมุนเมื่อเห็นใบหน้าที่กระทบกับแสงสว่างของตะเกียง แล้วลุกออกไปจากกระท่อม ยืดเส้นยืดสายด้วยการฝึกเพลงดาบริมชายหาด....................ร้านทอผ้าแซ่ปิง“มะลิอยู่ไหน”“ย้อมผ้าอยู่หลังบ้านกระมัง” สามีตอบคำถามภรรยาที่เพิ่งกลับมาจากตลาด “ลูกเราไปสร้างเรื่องอะไรไว้อีกหรือเย็น” และถามต่ออย่างใส่ใจเมื่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของนาง“เปล่าหรอกพี่ฉู แต่ข้าอยากรู้ว่านางรู้เรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า”สามีดึงมือภรรยาไปนั่งลงที่โต๊ะแล้วรินน้ำชาให้นาง “ดื่มน้ำชาให้ชื่นใจแล้วเล่าให้ข้าฟังว่าเรื่องอะไร”สตรีชาวหลอหูจิบน้ำชาที่สามีรินให้ครึ่งถ้วยก็วางลง “ข้าไปซื้อปลาที่ร้านพี่เสียง แล้วข้าก็ได้ยินมาว่าจำปีมีคนรักแล้ว”ปิงฉูคลี่ยิ้มกว้างอย่างยินดีกับข่
“ข้าได้ยินคนในตลาดคุยกันว่าลูกชายของท่านมีคนรัก อยู่กินด้วยกันแล้วด้วย”“โธ่เอ๊ย ข้าก็นึกว่าเรื่องคอขาดบาดตายที่ไหนเสียอีก”“ท่านไม่ตกใจเลยหรือ”“มีอะไรให้น่าตกใจเล่าหลินโม่ว ลูกเฟิงของข้าเป็นผู้ชายนะ จะมีคนรักก็ไม่เห็นแปลกอะไร ว่าแต่ข่าวลือที่เจ้าได้ยินมานั้น บอกด้วยหรือเปล่าว่าคนรักของลูกชายข้าเป็นบุรุษหรือสตรี”“พี่ยิปซี!” หลินโม่วคลึงขมับเมื่อได้ยินคำถาม“แบบนี้แสดงว่าเป็นสตรีสินะ”“ลูกชายท่านชอบบุรุษหรือ”“ต้องชอบสตรีสิ”“แล้วทำไมถึงถามแบบนั้นล่ะ”“มีข่าวลือว่าลูกเฟิงของข้าไม่ยอมแต่งงานเพราะชอบเพศเดียวกัน”หลินโม่วทุบอกที่อัดอั้นด้วยความโมโห เพราะเรื่องที่ได้ยินจากปากของพี่สาวร่วมสาบานหนักกว่าเรื่องที่ตัวเองได้ยินมาเสียอีก“บ้าไปแล้ว ๆ ๆ ใครกันเป็นคนปล่อยข่าวลือเลว ๆ แบบนี้”“ไม่ต้องโมโหไปหรอกหลินโม่ว เสียสุขภาพเปล่า ๆ”“ท่านไม่โกรธบ้างหรือพี่ยิปซี”“เพราะข้ามั่นใจว่าลูกเฟิงของข้าไม่เป็นแบบนั้น ก็เลยไม่รู้ว่าจะโกรธไปทำไม”“จิตใจของท่านช่างประเสริฐนัก ถ้าเป็นข้าคงจบไม่สวยแน่”ยิปซีหรือกุ้ยถิงคลี่ยิ้มละมุน “แต่ข้ายังไม่รู้เลยว่าคนรักของลูกเฟิงข้าคือผู้ใด เจ้าพอจะได้ยินชื่อแซ่นางมาบ
กุ้ยถิงยิ้มรับแล้วจะปิดประตู แต่เสียงของสามีดังมาจากด้านหลังเสียก่อน นางจึงถอยออกไป ปล่อยให้นายบ่าวได้คุยธุระกัน“เรื่องการค้าใบชาเถื่อนที่ท่านอ๋องให้ข้าไปสืบได้ความแล้วขอรับ” เขาใช้สายตาและคำพูดส่งสัญญาณให้กุ้ยอ๋องกุ้ยหย่งหมิงกระตุกหัวคิ้วแล้วพยักหน้ารับ “ไปรอข้าที่ห้องทำงาน”“ขอรับ”กุ้ยหย่งหมิง
หญิงสาวจับมือที่ถือผ้าไว้แล้วทรงตัวลุกขึ้นนั่ง แล้วส่งสัญญาณให้สาวใช้ออกไปก่อน “ถ้ายิปซีถามท่าน ท่านจะบอกหรือไม่” นางก็อยากรู้เหมือนกัน เห็นความซีดเซียว ความกังวลบนใบหน้างามของนางเขาก็โกรธไม่ลง“ถามมา” “เมื่อวานนี้ หลินโม่วเข้าไปทำอะไรในห้องนอนของเรา”
“ขอรับ ข้าจะพาเขาไปฝากกับท่านโจนขอรับ” ล่ามหนุ่มร้อนรนตอบ “ดี เจ้าพาเขาไปฝากฝังเสียวันนี้เลยนะ แล้วเรือจะออกเดินทางวันไหน เจ้ารู้หรือไม่” “อีกสามวันขอรับ” “อีกสามวันข้าจะให้เขาไปขึ้นเรือ” พูดจบก็ลุกขึ้นทันที “ท่านอ๋องสบายใจได้ ระหว่างที่ล่องเรือ ข้าจะ
กุ้ยถิงอยากถามว่าไอ้เล่ห์เหลี่ยมที่ใช้นี่คืออะไร แต่ก็รู้ว่ามันไม่สมควร เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของพวกเขาสองคน นางไม่ควรละลาบละล้วงเกินไป แต่ถ้าคนของนางมาฟ้องสิ นางจะปกป้องเต็มที่ “เอาเถิด วันนี้เจ้ารีบกลับไปดูแลนางเถิด ข้าเดาว่านางน่าจะอยู่ที่บ้านเจ้าตอนนี้” นางไม่ใช่คนโง่ เสี่ยวซิงหา







