INICIAR SESIÓNครอบครัวของพวกเขา ถูกสังหารในคืนเดียวอย่างโหดเหี้ยม เด็กน้อยผู้รอดชีวิตทั้งห้าคน เมื่อมีหัวหน้าที่เข้มแข็งอย่างซิ่วอิง ก็ไม่หวาดกลัวต่อโชคชะตาที่โหดร้าย เด็กน้อยแค่9ขวบแล้วอย่างไร พวกข้าก็มีความสามารถ
Ver másสามจอมมารกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย เหมือนกับอดอยากมานาน พวกเขาสามคนตั้งหน้าตั้งตากิน ไม่รู้ว่าท้องของพวกเขา ใส่อาหารเข้าไปหมดได้อย่างไร “ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ข้าจะขอนางอยู่ที่นี่ไม่กลับไปแล้ว” จอมมารบรรพกาลเอ่ยขึ้น ก่อนตักกระเพาะปลากินอย่างเอร็ดอร่อย ราชาปีศาจมองเขาก่อนจะครุ่นคิด ความคิดของเขาไม่เลวเลย เขาก็อยากอยู่ที่นี่ เพราะอาหารอร่อยมาก“ข้าก็จะขอนางอยู่ที่นี่ไม่กลับไปแล้วแคว้นหนาน จอมมารอัคคีเอ่ยขึ้นมาบ้าง พร้อมคีบหนังหมูกรอบ ๆ ยัดใส่ปาก ก่อนจะหลับตาดื่มด่ำกับรสชาติ“ข้าก็จะอยู่เช่นกัน” ราชาปีศาจเอ่ยขึ้น ทำให้ตงฮวนและหานที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ครุ่นคิดว่าที่จริงนิสัยดั่งเดิมของพวกเขา ก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร เพียงเพราะผิดหวังในความรัก เลยทำตัวเลวร้ายเพื่อประชดชีวิต หากพวกเขาคิดเปลี่ยนแปลง ย่อมทำได้แน่นอนซึ่งตรงกับความคิดของซิ่วอิง ลี่อินและเจียวจู ยามนี้พวกนางแอบสังเกตอยู่เงียบ ๆ ว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้พวกเขา เปลี่ยนเป็นคนดีและเป็นปกติเหมือรผู้อื่นเขา ดูท่าพวกเขาจะชอบอาหาร หรือว่าจะเอาอาหารมาล่อ ก็ต้องลองดูเมื่อทุกคนกินอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซิ่วอิงก็พาทุกคนไปนั่งที่ห้องโถง ซิ่วอิง ลี่อ
ทางด้านแคว้นฉี เฉินซีฮันได้พูดคุยทุกอย่างตามที่ได้ซิ่วอิงได้บอกเอาไว้ แต่ดูเหมือนฮ่องเต้ดูจะไม่สนใจและใส่ใจเท่าใดนัก เพราะเอาแต่จดจ้อง มองซิ่วอิงตลอดเวลา ไหนจะจอมมารบรรพกาล ที่เอาแต่มองซิ่วอิง นัยน์ตาหวานเยิ้มอย่างคนคลั่งรัก เฉินซีฮันพยายามควบคุมอารมณ์อย่างหนัก มาตกลงกันเรื่องแร่ทองคำ แต่ดูพวกเขาสิ มองนางอย่างกับเห็นขนมหวาน ซิ่วอิงถอนใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย บุรุษพวกนี้น่าเบื่อเสียจริง“ขอเสนอของแคว้นเป่ยเซี่ยะ ฮ่องเต้มีความคิดเห็นเช่นไรเพคะ?”“ข้าคิดว่าเจ้าเป็นสตรีที่งดงามมาก” จอมมารบรรพกาล หันไปมองฮ่องเต้อย่างไม่พอใจ ส่วนซิ่วอิงเริ่มหมดความอดทน“หม่อมฉันเริ่มรำคาญแล้วเพคะ” ซิ่วอิงเอ่ยออกมาเสียงดัง ยกชามาดื่มแล้ววางลงดังปึก! นางจะไม่รักษากิริยาอีกต่อไปแล้ว“เป็นเพราะเจ้า นางอารมณ์ไม่ดีแล้ว” จอมมารบรรพกาลหันไปตำหนิฮ่องเต้ ก่อนจะหันมายิ้มให้กับซิ่วอิง เขาไม่อยากเชื่อว่า จะได้พบสตรีในดวงใจอีกครั้ง แต่ว่านางกำลังจะแต่งงาน แต่ว่าใครสนกันเล่า แค่ได้เห็นนางเขาก็มีความสุขมากแล้ว ผ่านไปหลายพันปี นางยังอยู่ในใจเอาเสมอซิ่วอิงกลอกตามองบน ฮ่องเต้ก็ดูเหมือนไม่เต็ม ส่วนจอมมารก็ดูเหมือนจะเกินจนล้น น
“หม่อมฉันยินดีเพคะ” เจียวจูหันมาตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ทำเอาจอมมารยิ่งใจเต้นรัว นางช่างงดงามเกินไปแล้วเหตุผลที่พวกเขาอย่างประลองก็เพราะอยากให้แคว้นหนานได้เห็นว่า หากแคว้นเป่ยเซี่ยะจะทำสงครามนั้นย่อมได้ แต่พวกเขาเลือกที่อยู่อย่างสันติเมื่อมาถึงลานประลอง เจียวจูก็ไปยืนอยู่มุมหนึ่งก่อนจะเดินไปคุยกับจอมมาร“ท่านห้ามเล่นตุกติกเด็ดขาด หากท่านเชื่อฟัง เรามาเป็นสหายกัน” เจียวจูเอ่ยบอกเขาด้วยท่าทีออกคำสั่ง จอมมารอัคคีหลุดขำออกมา กับท่าทางของนาง ท่าท่างขู่เหมือนลูดแมวมากกว่าจะเป็นลูกเสือ แต่นางบอกว่า หากเชื่อฟังจะให้เป็นสหาย ถึงไม่ได้เป็นคนรัก เป็นสหายก็ยังดี“ได้”“งั้นยื่นนิ้วมาเจ้าค่ะ” เขาไม่รู้ว่านาง จะให้เขายื่นนิ้วไปให้นางทำไม แต่แล้ว “โอ๊ย!” นางก้มมากัดนิ้วเขาจนเลือดซิบ เขามองนางอย่างขุ่นเคือง“ไม่โกรธนา สิ่งนี้ว่าการทำสัญญา หากท่านตประมืออย่างยุติธรรม เดี๋ยวข้ามาทำแผลให้เจ้าค่ะ แต่หากว่าท่านเล่นตุกติก ข้าจะทำให้ท่านได้แผลยิ่งกว่านี้” นางเอ่ยน้ำเสียงเหี้ยมและดุดัน แต่เขากลับเห็นว่า มันช่างน่ารัก“เจ้าพูดอะไรกับเขา?” เจียวจูรีบกระซิบข้างใบหูเขาทันที“ข้าบอกห้ามเล่นตุกติก หากเขาเชื่อฟังก
เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย นางก็ให้เด็ก ๆ ไปเรียกทุกคนมากิน โดยนางทำตัวอย่างให้ดู ทุกคนก็ทำตาม เพียงคำแรก ทุกคนก็ร้องออกมาว่าอร่อยแต่แล้วซิ่วอิงก็นึกท่านปู่ ตายแล้วลืมไปเสียสนิท แต่แล้วเสียงของเขาก็ดังมาแต่ไกล“กลิ่นหอมของอะไรนี่ ซิ่วอิงเจ้าทำอาหารใหม่อีกแล้ว ข้ามาได้ถูกจังหวะพอดีสินะ” ชายชราเฉินป๋อหยวน ยิ้มแย้มอย่างอารมณ์“ท่านปู่นั่งเลยเจ้าค่ะ” ซิ่วอิงรีบหาเก้าอี้มาให้เขาอย่างเอาใจ ชายชราเหลือบตามอง วิธีการกินก็เข้าใจ ก่อนจะหยิบตะเกียบมาคีบเนื้อ แล้วนำไปใส่หม้อที่กำลังเดือด จากนั้นนำมาจิ้มกับน้ำจิ้ม แล้วนำใส่ปาก“โอ้ หลานสะใภ้คนงาม เจ้าห้ามเปลี่ยนใจ จากหลานชายข้าเด็ดขาด อาหารชนิดนี่เรียกว่าอะไรหรือ”“หม้อไฟเจ้าค่ะ”“ข้าชอบอร่อยจริง ๆ” เขาพูดไปก็คีบอย่างอื่นลงไปใส่ในหม้อ อย่างสนุกสนาน หลังจากกินอาหารกันเสร็จ นางปล่อยให้ป้าหวังและทุกคนจัดการเก็บล้าง ส่วนนางพาทุกคนมาที่ห้องโถง เพราะมีเรื่องที่จะต้องพูดให้ทุกคนเข้าใจ“ทุกคนฟังข้าให้ดีนะเจ้าค่ะ การไปเยือนต่างแคว้นในครั้งนี้ คือการกระชับความสัมพันธ์ และทำหน้าที่คล้ายทูตในการเจรจา”“ทำหน้าที่คล้ายทูต”“ใช้เจ้าค่ะ สิ่งที่แคว้นซ่งอยากได้ ค
ซิ่วอิงได้ให้พวกเขาลงนามในสัญญาการค้า และนางก็ลงนามด้วย ว่าจะไม่มีการทำอาหารแบบเดียวกันขึ้นมาขายอย่างแน่นอน แต่หากว่ามีคนคิดจะทำเลียนแบบก็ใช่ว่าจะไม่ได้ แต่นางก็ได้อธิบายให้พวกเขาเข้าใจว่า ของทุกอย่างยอมมีคนคิดทำตาม แต่หากรักษาคุณภาพเอาไว้ได้ ใครเลียนแบบก็ไม่เหมือนคนทำคนแรก จากนั้นซิ่วอิงก็อธิบายว
วันต่อมาตงฮวน หานเกอ จือไฉและจือหยวนก็มาที่จวนท่านเจ้าเมือง โดยพวกเขาแจ้งไปว่า ต้องการมาเยี่ยม ซึ่งท่านเจ้าเมืองเสิ่น ก็ยินดีให้เข้าพบแต่โดยดี เพราะอยากตีสนิทกับเด็กกลุ่มนี้อยู่แล้ว เพราะหลังจากที่เขารู้ว่า เด็กห้าคนนี้มีพลังพิเศษ เขาก็อยากดึงมาเป็นคนของเขา “คารวะท่านเจ้าเมืองขอรับ” ตงฮวนและหานเกอ
พวกเขาเฝ้ามองแสงที่ครอบร่างของพวกเขาทุกวัน เวลาผ่านไปห้าวันแล้ว แต่ว่าพวกเขาก็ยังไม่ออกมา ยามนี้ทุกคนนั่งไม่ติด เพราะรู้สึกเป็นห่วงว่าเหตุใดพวกเขาถึงยังไม่ออกมา พวกเขาจะฝึกพลังนานเพียงใดกันนะ“ท่านปู่ข้าเป็นห่วงพวกเขามากเลยขอรับ” เฉินซีฮันเอ่ยด้วยสีหน้าเป็นกังวล เมื่อก่อนเขาก็อยู่ได้โดยที่ไม่มีนาง
เฉินซีฮัน เฉินเจียวหมิง เฉินจางหย่ง ยังคงปูที่นอนบนพื้นข้างเตียงของพวกนาง ซิ่วอิง ลี่อินและเจียวจู หลังจากชำระร่างกายเสร็จ ก็ให้พี่อู่ถงและพี่อู่จิ้งมาเปลี่ยนน้ำให้ และให้พวกเขาเข้าไปชำระร่างกาย นางนึกเห็นใจสามพี่น้องสกุลอู่ ที่ทำงานกันอย่างขยันขันแข็งและไม่ปริปากบ่น คงเพราะนางรับทุกคนมาอยู่ด้วย












reseñas