ANMELDENเสวี่ยรีบปล่อยมือแล้วถอยหลังไปหนึ่งก้าว “หม่อมฉันผิดไปแล้ว ขอประทานอภัยด้วยเพคะองค์ชาย” นางย่อกายกล่าวอย่างสำนึกผิด แล้วเงยหน้ามองเขาด้วยแววตาอ้อนวอน “ได้โปรดให้หม่อมฉันเข้าไปหาคุณหนูเถิดเพคะ หม่อมฉันเป็นห่วงนางเหลือเกินเพคะ”“ดูอย่างเดียวเท่านั้นนะเสวี่ย ห้ามปริปากแม้แต่นิดเดียว ถ้าจะคุยให้ออกไปคุยกันข้างนอก รับปากสิ”“เพคะ”ได้ยินดังนั้นองค์เซียนจึงเล่าสิ่งที่ได้เห็นมากับตาให้สาวใช้คนสนิทของคนรักฟัง แล้วจึงพานางเข้าไปดูให้เห็นกับตาด้วยอีกคนสิ่งที่เห็นทำให้เสวี่ยแทบเป็นลมล้มทั้งยืน นางยกมือปิดปากแน่นเมื่อเห็นใบหน้าที่แก่ชราของคุณหนู น้ำตาไหลพรากอย่างกับทำนบพัง แล้วรีบหมุนตัวก้าวยาว ๆ ออกไปจากห้องเมื่อเห็นคนบนเตียงขยับตัวองค์เซียนไม่ได้ตามสาวใช้ออกไปในทันที เขายืนมองร่างบางบนเตียงที่พลิกตัวช้า ๆ พร้อมกับอาการนิ่วหน้าและสูดปากอย่างเจ็บปวด... แต่ใจของเขาเจ็บปวดยิ่งกว่า มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่..หรือว่านางโดนยาพิษจริง ๆปล่อยเอาไว้ไม่ได้แล้ว เขาจะต้องทำอะไรสักอย่างก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินแก้ เขายืนมองจนแน่ใจว่านางไม่ตื่นขึ้นมา จึงเดินออกไปจากห้องด้วยฝีเท้าที่เงียบกริบ................
ร่างบางที่นอนหลับสะดุ้งตื่น หรี่ตามองไปที่เงาร่างใหญ่กลางแสงเทียนสลัว“ท่านพี่..” นางขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างอ่อนเปลี้ยเพลียแรง รู้สึกเจ็บตามข้อตามกระดูกแปลก ๆ พิกล แต่ก็ฝืนเอาไว้ “ท่านกลับมานานแล้วหรือ”เสียงหวาน ๆ นั่นคือเสียงของนางแน่แท้ แต่ทำไมใบหน้านั้นถึงเปลี่ยนเป็นหญิงชราเช่นนั้นเล่า เกิดอะไรขึ้นกับนางกันแน่.. นางยังไม่รู้ตัวสินะ เขารีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วเดินเข้าไปหานาง“ข้ากลับมาถึงสักพักแล้ว”“ท่านพี่กินข้าวหรือยัง”“ยังเลย”“หิวไหม ข้าจะรีบบอกให้เสวี่ยเตรียมสำรับนะ”เขารีบเดินเข้าไปหานางแล้วจับให้นอนลง ไม่อยากให้นางเดินออกไป ไม่อยากให้คนอื่นเห็นนางในสภาพนี้ และที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใดคือไม่อยากให้นางรู้ตัว“เจ้าดูเหมือนไม่ค่อยมีแรงนะเป่าเป้ย ไม่สบายหรือ” ใบหน้าชราภาพเหมือนสตรีอายุอานามประมาณห้าหกสิบของนางยังดูงดงาม แต่อะไรที่ทำให้นางเป็นเช่นนี้ เมื่อยามอิ่วนางยังเป็นเป่าเป้ยวัยสิบหกของเขาอยู่เลย แล้วทำไมเวลาแค่หนึ่งชั่วยามกว่า ๆ นางถึงเปลี่ยนไป“ท่านพี่ดูออกด้วยหรือ”“เจ้าเป็นเมียรักของข้านะ ข้าจะไม่ใส่ใจได้อย่างไร บอกข้ามาให้หมดว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง”“รู้สึกอ่อนเพลี
องค์เซียนมองสตรีรูปงามตรงหน้าอย่างใช้ความคิด..เขาไม่ชอบนิสัยของนางแต่ก็ไม่อยากทำให้พระบิดาเจ็บช้ำใจ จึงตัดสินใจไม่เปิดปากเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง เขาจะทนให้ถึงที่สุดก่อนก็แล้วกัน“ที่กระหม่อมไม่พอใจนางเพราะนางดูถูกกระหม่อมว่าอัปลักษณ์ต่างหาก เรื่องอื่นกระหม่อมไม่ได้เอามาใส่ใจด้วยซ้ำ”คิ้วพาดเฉียงของจักรพรรดิถังโจวกระตุกเข้าหากัน แววตาเป็นกังวลในตอนแรกเปลี่ยนเป็นดุดันขณะมองไปที่พระชายา“เจ้าพูดเช่นนั้นจริงหรือฮองเฮา” เสียงของเขาเคร่งเครียดพอ ๆ กับใบหน้า “ถ้าเจ้าพูดเช่นนั้นจริงข้าจะไม่พอใจมาก” เขาบอกกับสตรีที่นั่งนิ่งไม่พูดไม่จา น้ำตาคลอเบ้า“หม่อมฉัน..” น้ำตาของนางเริ่มหลั่งริน “หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจจะว่าองค์ชายนะเพคะฝ่าบาท ที่พูดออกไปแบบนั้นก็แค่อยากเตือนสติองค์ชายเท่านั้น”มุมปากองค์เซียนกระตุกเล็กน้อยก่อนจะปั้นหน้านิ่งฟังคำแก้ตัวของนางต่อ“เตือนสติอย่างไร” ฝ่าบาทซักต่อ“หม่อมฉันแค่เตือนองค์เซียนเรื่องความรับผิดชอบต่อบัลลังก์ในอนาคต แต่องค์เซียนไม่ฟังหม่อมฉันบ้างเลย หม่อมฉันยอมรับเพคะว่าโมโห คำพูดก็เลยอาจจะฟังห้วน ๆ ไปบ้างตามอารมณ์ แต่ได้โปรดเชื่อหม่อมฉันเถิดเพคะว่าหม่อมฉันไม่มีเจต
“ฝ่าบาทต้องการพบองค์ชายเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ” ขันทีวัยกลางคนรายงานทันทีองค์เซียนถอนหายใจหนักหน่วงเพราะพอจะเดาได้ว่าเรื่องอะไร และไม่ได้อยากจะไปสักนิด แต่ก็อยากรู้ว่าบิดาจะพูดว่าอย่างไรบ้าง“ออกไปรอข้างนอกก่อน”“องค์ชายควรรีบไปพบฝ่าบาทนะพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีหนิวเตือน“ข้ารู้แล้ว”“พ่ะย่ะค่ะ” ขันทีหนิวยอมถอยออกไปชายหนุ่มกลับไปในห้องอาบน้ำ เห็นคนรักทำหน้าฉงนอยู่ตรงข้างอ่างอาบน้ำก็นึกสงสัย“มีอะไรหรือ”“ข้ากำลังสงสัยว่าเสวี่ยผสมน้ำปรุงผิดขวดเพคะท่านพี่ ข้าให้นางใส่กลิ่นที่พี่โจเซฟเอามาให้พร้อมกับครีมอาบน้ำเพราะข้าชอบกลิ่นนั้น แต่นางเอาขวดไหนมาใส่กันนี่ กลิ่นหอมแรงแบบนี้ข้าไม่คุ้นเอาเสียเลย” นางมองไปที่ชั้นวางน้ำปรุงหลากหลายสิบขวด ซึ่งล้วนแต่เป็นของขวัญจากตำหนักอื่นแทบทั้งสิ้น“ผสมใหม่ก็ได้นี่”“แต่ท่านพี่จะอาบแล้วนี่นา”“ยังไม่ได้อาบหรอก ข้าต้องรีบไปเข้าเฝ้าเสด็จพ่อก่อน”“ถ้าอย่างนั้นก็รีบไปเถิดเพคะ” การที่ฝ่าบาทตามให้ไปเข้าเฝ้าแบบนี้แสดงว่าต้องมีเรื่องสำคัญแน่นอน นางจึงรีบไล่ให้เขาไป“ข้าจะรีบกลับมานะ ระหว่างนี้เจ้าก็อาบน้ำรอท่าไปก่อน แล้วเราค่อยกินข้าวพร้อมกันดีไหม”“ดีเพคะ”เขาจูบนางหนึ่งทีแ
“ที่เจ้าร้องไห้เพราะกลัวว่าจะมีลูกให้ข้าไม่ได้อย่างนั้นหรือ..” เขาคลี่ยิ้มอ่อนโยนเมื่อนางพยักหน้ายอมรับ กรีดเส้นผมที่ตกมาปิดบังใบหน้าเปื้อนน้ำตาทัดกับซอกหู “ข้ายอมรับว่าอยากมีลูกกับเจ้ามาก และอยากมีหลาย ๆ คนด้วย แต่ถ้าเจ้าไม่สามารถมีให้ข้าได้ข้าก็ไม่คิดจะต่อว่าเจ้าสักคำ อย่าเสียใจไปเลยนะ เพราะจะช้าหรือเร็วข้าก็มั่นใจว่าเจ้าจะต้องมีลูกให้ข้าแน่นอน”“แล้วถ้าข้าตั้งท้องลูกของท่านไม่ได้เล่า”“ต้องได้สิ เจ้าบอกให้ข้ามองโลกในแง่ดี คิดแต่เรื่องดี ๆ ไม่ใช่หรือ แล้วทำไมเจ้าถึงคิดแต่เรื่องแย่ ๆ เล่า”“ท่านก็รู้ว่าทำไม”“แต่มารดาของเจ้าก็ให้กำเนิดเจ้ากับพี่ชายออกมา เจ้าเพิ่งจะสิบหก ถ้าต้องรอถึงสิบปีก็ยังไม่สายเกินไปไม่ใช่หรือ แต่ก็ไม่แน่หรอกนะ เจ้าอาจจะมีลูกให้ข้าถึงสิบคนเลยก็ได้ใครจะรู้”หญิงสาวมองใบหน้ายิ้มละมุนของคนรัก ดึงมือใหญ่มากุมไว้“ท่านรอได้แน่นะ”“แน่สิ รอไปอีกหน่อยก็ดีเหมือนกัน ให้หน้าข้าหายเป็นปกติก่อนเราค่อยมีลูกด้วยกัน เพราะข้าก็ไม่อยากให้ลูกเกิดมาเห็นความอัปลักษณ์ของข้านักหรอก” เขายกเอาเรื่องหน้ามาอ้างเพื่อให้นางสบายใจขึ้น“ท่านพี่ไม่ใช่คนอัปลักษณ์เสียหน่อย และข้าเชื่อว่าลูกก็คิด
เขาคลี่ยิ้มกว้าง มองใบหน้าแดงระเรื่อกับแววตาเอียงอายนั้นด้วยสายตาเปี่ยมรัก “เป่าเป้ยของข้า ข้ารักเจ้ามากเหลือเกินรู้ไหม”“เพคะ” นางตอบแล้วมองตามร่างใหญ่ที่ค่อย ๆ คุกเข่าลงตรงหน้า เผยอปากรับจูบของเขา โรมรันพันตูกันด้วยปลายลิ้นอย่างดูดดื่ม...ใบหน้าคมคายโน้มต่ำไปหาอกเต่งตึง หยอกเย้าเพียงเล็กน้อยก็เลื่อนต่ำลงไปอีก.. ใจนางเต้นรัวเมื่อริมฝีปากของเขานาบลงบนเนินเนื้อ พรมจูบอย่างอ่อนโยนก่อนจะฉกชิม...นางหลับตาพริ้ม ดื่มด่ำความเสียวซ่านที่นางชอบมากเป็นพิเศษ ก่อนจะลืมตาและมองการกระทำของเขา ยิ่งเห็นก็ยิ่งเร่าร้อน สั่นกระเส่าไปทั่วทุกรูขุมขนองค์เซียนยืนขึ้นเต็มความสูงเมื่อทำให้คนรักมีอารมณ์ร่วมได้อีกครั้ง ขยับตัวเข้าใกล้ร่างบาง แทรกแก่นกายอุ่นเข้าไปเยือนในบึงพิศวาสของนาง... สองมือรั้งสะโพกงอนงาม ขยับให้รับกับสะโพกสอบของเขาไม่เบานัก แต่ก็ไม่หนักและรุนแรงจนเกินไป เสียงร้องครางอย่างมีความสุขจากปากของนางทำให้อารมณ์เขาเตลิด ขยับสะโพกหนักหน่วงกว่าเดิม ส่งเสียงครางกระเส่าดังขึ้นเรื่อย ๆ มันทั้งเสียวทั้งซ่าน สุขสันต์ยากจะบรรยายเขายกร่างบางขึ้นมาอุ้ม จูบอย่างหลงใหลใคร่รักแล้วโยกร่างบางขึ้นลงรับกับสะโพก
“นี่!” กุ้ยถิงรีบกอดลำคอสามีไว้ด้วยความตกใจ เมื่อถูกเขาอุ้มขึ้นแบบไม่รู้ตัว “ท่านจะอุ้มยิปทำไม วางยิปลงเดี๋ยวนี้นะ”คนถูกถามมองชายาสายตาเป็นประกายพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ บ่งบอกให้นางรู้ในสิ่งที่ตนปรารถนาโดยไม่เอ่ยปาก ก้าวเท้าออกจากเรือนรับรองแขกแล้วลัดเลาะไปตามสวนดอกไม้เพื่อกลับไปที่เรือนหลังใหญ่
“กระหม่อมขอบอกความจริงกับพระองค์สักเรื่อง ตอนที่ได้ยินคำสารภาพของนาง กระหม่อมอยากหยิบดาบบั่นคอนางให้ขาดคามือด้วยซ้ำ แต่ก็ต้องอดกลั้นไว้ เพราะเห็นว่าเป็นคนของพระอัยยิกา กระหม่อมไว้หน้านาง แต่นางกลับเหยียดหยามกุ้ยถิงของกระหม่อมต่อหน้าทุกคน ไม่มีใครปกป้องกุ้ยถิงยกเว้นฝ่าบาท ไม่มีใครออกปากตำหนินางแม้แต
บทส่งท้ายตอนที่ 4เขาแทบไม่ให้ความสนใจกับนาง ละเลยเรื่องบนเตียงไปจนน่าใจหาย“ท่านไม่รักยิปแล้วหรือ”“ข้าจะไม่รักเจ้าได้อย่างไรเล่ายอดรัก เจ้าคือดวงใจของข้านะ” ได้ยินคำถามสั่นเครือของนางก็รีบตอบอย่างร้อนรน“แต่หลายเดือนมานี้ท่านหมางเมินยิป ไม่สนใจยิปเลย ยิปหมายถึงเรื่องแบบนั้นของเรา” นางถามตรง ๆ ไม่
“ไม่! ข้าไม่ยอมรับเด็ดขาด”“แล้วจะให้ตามนางกลับมาทำไม” เขายิ่งสงสัย“ก็ให้นางกลับมาเป็นชายาของท่าน ส่วนข้าก็จะขอหย่าจากท่าน แล้วไปหาสามีใหม่บ้าง” นางเชิดหน้าท้าทาย จ้องเขาตาไม่กะพริบกุ้ยอ๋องเริ่มมีอารมณ์หึงหวง เมื่อได้ยินคำประกาศก้องของนาง“จะให้ข้าหย่าแล้วไปหาสามีใหม่หรือ ฮา ๆ ๆ ฮา ๆ ๆ ช่างฝันเฟื







