تسجيل الدخولหลินซินเยว่ วิศวกรยุคปัจจุบันถูกดึงข้ามภพไปเป็นเชลยของมู่เฉินอ๋องปีศาจสงครามในยุคจีนโบราณ ด้วยภารกิจสุดแสบของระบบถ้าอยากกลับบ้านต้องทำให้อ๋องปีศาจหลงรัก และก่อกบฏโค้นล้มทรราชส่งมู่เฉินอ๋องขึ้นครองบัลลังก์ให้สำเร็จ
عرض المزيد“อืม...”
‘ทำไมปวดร้าวไปทั้งร่างเหมือนกระดูกมันแตกอย่างนี้!!’
ร่างบอบบางในชุดวิศวกรสีขาวสะอาดตา ทว่าบัดนี้เปียกชุ่มและเปรอะโคลน นอนแน่นิ่งอยู่ใต้ต้นไผ่สูงเรียงรายกันราวกำแพงกั้นเมือง
หลินซินเยว่ ลืมตาขึ้นช้า ๆ
ภาพตรงหน้าพร่ามัวสั่นไหว เสียงฝนกระทบใบไผ่ดังซู่ซ่าไม่ขาดสาย แทรกด้วยเสียงฟ้าร้องคำรามก้อง ราวกับโลกกำลังแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ อยู่เหนือศีรษะ
ฉันหรี่ตามองไปรอบตัวอย่างอ่อนแรง ทุกอย่างเบลอจนแทบจับรูปร่างไม่ได้จึงฝืนกะพริบตาถี่ขึ้น…ช้า ๆ
ซ้ายต้นไผ่...
ขวาต้นไผ่...
มองไปทางไหนก็ยังเป็นต้นไผ่
‘นี่มัน…ที่ไหนกัน!!’
“อ๊ะ… ปวดหัวจัง…”
ความเจ็บปวดมึนงงเหมือนเพิ่งโดนตีกะโหลกมาหมาดๆ จนต้องยกมือขึ้นกุมศีรษะหวังให้มันคลายลงได้บ้าง
ฉันขมวดคิ้วจนใบหน้ายับยู่ยี่เมื่อความทรงจำค่อย ๆ ไหลย้อนกลับมา
‘จำได้ว่า… กำลังขับรถกลับบ้าน’
‘ฝนตกหนักมาก... หนักจนที่ปัดน้ำฝนแทบเอาไม่อยู่’
‘เสียงฟ้าร้องดังจนแสบแก้วหูไปหมด…’
‘แล้วจู่ ๆ ฟ้าก็ผ่าลงมาตรงหน้า…’
‘ไม่สิ… ฟ้าผ่าใส่ฉันพอดีต่างหาก’
‘อาา… ฉันตายแล้วเหรอ พระเจ้า!!’
หัวใจเต้นแรงขึ้นทันที
‘ไม่ได้นะ! ฉันมาตายแบบนี้ไม่ได้!’
‘ฉันกำลังสร้างสะพานแขวนข้ามหุบเขาที่สวยที่สุดในประเทศ!’
‘มันเกือบจะเสร็จแล้วด้วย!’
‘แถมรางวัลเป็นเงินก้อนโต… เงินของฉันนะ!’
‘โฮฮฮ…’
‘อายุเพิ่งยี่สิบสองเองนะ!’
‘สามีก็ยังไม่มี!’
‘ของอร่อยก็ยังกินไม่ครบเลยยย!’
ฉันไม่สามารถบรรยายความรู้สึกออกมาได้หมด สรุปสั้นๆ คือ...
‘ฉันยังไม่อยากตาย!!’
‘แต่เอ๊ะ... ถ้าตายแล้ว… ทำไมไม่ขึ้นสวรรค์ละ’
‘มานอนอยู่ใต้ต้นไผ่ประหลาดนี่ทำไม’
‘หรือฉันจะกลายเป็นผีเร่ร่อน กุมารทองแฝงกาย!’
‘เป็นสัมภเวสีสิงต้นไผ่ไปตลอดชีวิต…?’
‘ไม่เอานะะะะ!’
ด้วยความลืมตัวจึงรีบลุกขึ้นนั่ง แต่...
‘โอ้ย… เจ็บไปหมดทั้งร่าง’
‘เป็นผี… ต้องปวดขนาดนี้ด้วยเหรอ’
ขณะที่สมองยังวุ่นวายกับคำถามไร้สาระ ฉันได้ยินเสียงบางอย่าง
ฉันเงียบนิ่ง กลั้นหายใจฟังเสียงอย่างตั้งใจ มันดังเขามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
เสียงดังกุบกับๆ
เสียงฝีเท้าม้าหนึ่งตัว...
สองตัว...
ไม่สิมีมากกว่านั้น
เสียงใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
หัวใจฉันกระตุกวูบหันไปทางเสียง อยากหันให้เร็วกว่านี้นะแต่คอแข็ง ปวดร้าวราวกับไม่ใช่ของตัวเอง
นี่แหละหนาดังพระท่านว่า ‘ทุกสิ่งไม่ใช่ของเรา แม้ร่างกายก็ไม่ใช่ของเรา จงละความเป็นเราเสีย’
อะแฮ่ม.. กลับเข้ามาโฟกัสภาพที่เริ่มชัดเข้ามาเรื่อย
ชายสามคนขี่ม้าตรงเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าฉัน
สายตาคมกริบของพวกเขาจับจ้องมานิ่ง ฉันเริ่มคอแข็งกลืนน้ำลายไม่ลงล่ะ ก็ดูเอาสิพวกเขามองเหมือนกำลังสำรวจสิ่งมีชีวิตประหลาดจากดาวอังคารมากกว่ามองมนุษย์
ตอนนี้สภาพของฉัน… คงดูไม่ได้เอาเสียเลย เสื้อเชิ้ตและกางเกงแบบวิศวกรยุคปัจจุบันเปียกแนบลำตัว ผมเผ้าหลุดลุ่ย ยุ่งเหยิง กระเป๋าเป้เปรอะโคลนถูกกอดแนบอกไว้ราวกับของล้ำค่า
สัญชาตญาณแรกคือ ‘ต้องป้องกันตัวเอง’
ฉันพยายามทำท่าทางให้ดูแข็งแรงซ่อนสรีระ เก็บเสียง หลบเลี่ยงการสบตา พยายามทำให้ตัวเองดูคล้าย… ผู้ชายมากที่สุด
ขณะที่พวกเขามองมาฉันก็มองสำรวจพวกเขากลับไปเช่นกัน
ชายคนที่นั่งหลังตรงอยู่บนม้าสีดำ ขนมีสุขภาพดีมันวาวราวเกล็ดมังกร
เพียงแค่นั่งอยู่ตรงนั้นก็ดูสูงสง่ากว่าใครเพื่อน
ใบหน้าคมเข้มราวภาพวาดที่งดงามเกินจริง ดวงตาเหยี่ยวลึกล้ำ เย็นชา จนยากจะคาดเดา คิ้วกระบี่พาดอยู่เหนือดวงตาเฉียบคม ชุดเกราะสีดำตัดเย็บอย่างประณีต รับกับร่างบึกบึนสมชายชาตรี แถมยังมีออร่าบางอย่างแผ่ออกมาจนแทบกดฉันให้ลืมหายใจได้เลยนะนั้น
‘โอ้โห… หล่อเอาการอยู่นะ’
‘แต่เย็นชาไปหน่อยแฮะ’
‘หรือว่าฉันตุยแล้วมาโผล่ตรงกองถ่ายหนังกำลังภายในกันนะ’
‘ดาราคนนี้ไม่คุ้นหน้าเลย เป็นนักแสดงหน้าใหม่แน่ๆ’
‘โกรธอะไร เป็นฉันมั้ยที่ถูกทิ้ง ลืมแล้ว?.. หรืออ๋องบ้าคนนี้กำลังหึงอยู่’“ข้าเห็นเจ้ามองนายทหารเหล่านั้นตาเป็นประกาย เช็ดน้ำลายอีกด้วย เจ้าเป็นสตรีเช่นไรกัน” คำถามเชิงตำหนิของเขาทำให้ฉันนึกขึ้นมาได้‘เขาเห็น? สายตาดีเกินไปแล้ว ตายิ่งกว่าเหยี่ยวอีกนะนั้น’“ขะ ข้าเปล่านะขอรับ” ฉันปฏิเสธเสียงสูง รู้สึกเหมือนโดนจับได้ว่ามีชู้‘ไม่ได้ตั้งใจดูสักหน่อย แค่ยืนเช็ดน้ำลายที่รู้สึกว่ามีก็เท่านั้น’“เฮอะ!” เขาพ่นเสียงขัดใจขึ้นก่อนเดินหายเข้าไปในห้องอาบน้ำอย่างรวดเร็ว‘อาไรว้า’“เจ้าเตรียมตัวให้พร้อม รุ่งขึ้นเราจะกลับเป่ยเหลียงกัน” เสียงสั่งทรงอำนาจระคนน้อยใจดังออกมาจากห้องอาบน้ำ‘เมืองเป่ยเหลียง เมืองที่ฉันวาบมาสู่โลกนี้ครั้งแรก ถูกหาว่าเป็นสายลับแล้วถูกทรมานเกือบตายอ่ะนะ ต้องกลับไปเป็นเชลยอีกรึเปล่า คราวนี้จะรอดไหม’“เมืองเป่ยเหลียง?… เหตุใดจึงกะทันหันเช่นนี้”
“มาเถิด… ให้ข้าช่วยนวดให้เจ้าสบายตัว”อ้ายยย เขาลงมาในอ่างน้ำตอนไหน ทำไมฉันไม่รู้สึกตัวไม่นะ! คุกคามทางเพศชัดๆ ฉันเป็นผู้หญิงนะ ถึงแม้เราจะเคย… กันแล้วก็เถอะ“ทะ ท่านอ๋อง ไม่ต้องลำบากขอรับ ข้าน้อยไม่เมื่อย”บ้าเอ้ย หากลุกออกไปตอนนี้ ฉันก็เปลือยต่อหน้าเขานะสิ เดี๋ยวแม่ก็ปล้ำซะให้รู้แล้วรู้รอดไปหรอกมู่เฉินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาดูขบขันมากกว่าหื่นกามขณะที่ฉันกำลังจะเสียเปรียบคนตรงหน้า เสียงเร่งรีบก็ดังขึ้นที่หน้ากระโจม“ท่านอ๋อง! มีเรื่องด่วนเพคะ” เสียงของไป่หลิงแฝงความร้อนรนเคร่งเครียดตาอ๋องชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าพลันหายไป แทนที่ด้วยสีหน้าเคร่งขรึมหงุดหงิด เขามองฉันเล็กน้อย ราวกับเสียดายโอกาสที่กำลังถูกขัดจังหวะ“มีเรื่องอันใด!” เขาถามด้วยสีหน้าหงุดหงิดฉันก็รู้สึกค้างนิด ๆ เหมือนกัน เอ๊ะ! ค้างอะไร ไม่มี้“พบสายลับที่วางยาคุณชายเยว่แล้วเพคะ… มันฆ่าตัวตายหนีการจับกุม ทว่ามีเบาะแสบางอย่างที่อยากให้ท่านอ๋องทอดพระเน
มู่เฉินมองตามหลังร่างบางในอาภรณ์บุรุษ ลักษณะการเดินที่กระโดกกระเดกฝืนธรรมชาติ มองเยี่ยงไรก็มิคล้ายท่าทางของบุรุษ‘เจ้าหลอกข้าเสียสนิทเชียว’ เขาคิดในใจอย่างขบขัน‘ยามนี้… ไม่ว่าจะอย่างไร เจ้าก็คือคนของข้าแล้ว’ยิ่งใกล้ชิดนับวันนางยิ่งสร้างความฟุ้งซ่านให้เขามากขึ้น แม้เขาจะพยายามหลีกเลี่ยงแล้วก็ตาม วันนี้ก็เช่นกันความพลุ่งพล่านปรารถนาไหล่เวียนไปทั่วร่าง ยิ่งได้มองยิ่งหวนคิดถึงค่ำคืนอันหอมหวานที่ผ่านมา จนเขาไม่อยากให้นางห่างกายไปไหนเสียงฮัมเพลงแปลกๆ ดังลอดออกมาจากห้องอาบน้ำ เสียงนั้นไพเราะและผ่อนคลาย จนเผลอหลับตาพริ้มไปชั่วครู่ เขาลืมตาขึ้นมาพร้อมกับขาที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างลืมตัว ไม่รู้เป็นเพราะเสียงเพลงหรือความถวิลหาในใจ จึงพาร่างหนามายืนอยู่หลังม่านบังตา ก่อนที่เขาจะรู้ว่าตัวเองได้เสียมารยาท สายตากลับเห็นเงาร่างบางเคลื่อนไหวอยู่ในอ่างอาบน้ำอย่างไม่ระวังตัว สติที่เคยสงบกลับนึกถึงคำคืนนั้นขึ้นมาอีกครั้ง‘ไม่เคยมีสตรีนางใด ทำให้ข้าหวั่นไหวได้ถึงเพียงนี้!’..........................................................................................
เมื่อความเคลื่อนไหวรอบข้างกลับมาปกติ“เจ้าเป็นอะไรไป? สมองเล็ก ๆ ของเจ้าคิดอะไรอยู่”ฉันสะดุ้ง เขาเข้ามาตอนไหนเนี่ย“ขะ ข้าน้อยเปล่า แค่… เอ่อ… คิดถึงเรื่องดินฟ้าอากาศ วันนี้ลมพัดแรงไปหน่อยนะขอรับ”แก้ตัวน้ำขุ่นๆ สาปแช่งมู๋มู่ในใจร้อยแปดภาษา ‘ยัยมู๋มู่! ถ้าท่านอ๋องรู้ว่าฉันคุยกับใคร คงโดนจับไปผ่าสมองแน่ ๆ’มู่เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย “เหตุใดเจ้าต้องทำหน้าตาประหลาดถึงเพียงนี้?”“ข้าน้อยคิดว่า ในเมื่อพระองค์ไว้ชีวิตแล้ว ต่อไปนี้จะรับใช้พระองค์ให้ดี จะงัดความสามารถทั้งหมดที่มีมาแทนคุณ ขอเพียงพระองค์ทรงบัญชา ข้าน้อยพร้อมทำทุกอย่างขอรับ”ฉันรีบพูดรัวเร็วราวกับกำลังอ่านบทละครบทใหม่ที่เพิ่งถูกเขียนขึ้นเมื่อครู่เขาจ้องฉันนิ่ง“เช่นนั้นหรือ…” เขาก้มมาหาจนปรายจมูกเฉียดแก้มฉันโอ้ย อีกแล้ว เดี๋ยวแม่งับปลายจมูกเล่นซะนี่เขาเลิกคิ้ว “เจ้ามีสิ่งใดรจะพูดกับข้าหรือ?”‘ให้ตายเถอะ สงสัยจะต้องพกยาดมเพิ่มแล้วมั้ง’“ข้า มีเรื่องต้องทำเพค่ะ เอ่อ ขอรับ”ฉันคำนับหนึ่งทีแล้วเผ่นแนบออกไปโดยไม่เหลียวหลังมองเ











