แชร์

ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา
ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา
ผู้แต่ง: หยกงาม

บทที่ 1

ผู้เขียน: หยกงาม
ค่ำคืนฤดูเหมันต์ ได้ยินเสียงลมพายุหิมะพัดกระหน่ำดังหวีดหวิว คลอด้วยเสียงม่านหน้าต่างถูกลมตีดังพึ่บพั่บ

จี้หานอีหรี่ตาลง ปลายนิ้วอันเย็นเฉียบเลิกม่านที่ตากลมจนแข็งกระด้างขึ้น สายตามองฝ่าความมืดมิดในคืนหิมะตกหนักออกไปไกล แม้เสียงเกือกม้าที่ควบตะบึงมาจะปะปนไปกับเสียงพายุหิมะฟังแทบไม่รู้เรื่อง แต่นางก็ยังได้ยิน

พลันมีเสียงอ่อนหวานดังขึ้นจากด้านหลังว่า "พี่สะใภ้ ท่านพี่จะมารับพวกเราหรือไม่"

จี้หานอีปล่อยม่านลง ไม่ได้ตอบคำ เพียงหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า

นางรู้ดี เขาต้องมาแน่

ไม่ว่าพายุหิมะจะรุนแรงเพียงใด เขาก็ต้องมา

วันนี้ เดิมทีนางไม่ได้คิดติดตามหลี่หมิงโหรวมาที่เรือนน้ำพุร้อนเลย แต่เขากลับกล่าวว่า "หานอี เจ้าเป็นพี่สะใภ้ของหมิงโหรว หมิงโหรวมีโรคหนาวเข้าแทรก เจ้าควรต้องดูแลนาง"

ยามเขาเอ่ยประโยคนี้ น้ำเสียงช่างเย็นชานัก ทั้งยังจัดแจงทุกอย่างไว้เสร็จสรรพคล้ายเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว

เพียงแต่ขณะเดินทางกลับ หิมะตกหนักปิดกั้นถนน ล้อไม้แตกหัก จึงมีรถม้าจำนวนมากติดค้างอยู่กลางทาง

สารถีขี่ม้ากลับไปส่งข่าว นี่ก็ผ่านไปเกือบสองชั่วยามแล้ว อีกประเดี๋ยวคงกลับมา

เสียงเกือกม้าที่ดังขึ้นเดี๋ยวใกล้เดี๋ยวไกลในค่ำคืนแห่งพายุหิมะนั้นไม่ต่างไปจากเสียงกลองรัวกระหน่ำ ยิ่งใกล้เข้ามาก็ยิ่งร้อนรน กระทั่งเจ้าม้าส่งเสียงร้องกึกก้อง นอกรถม้าจึงมีเสียงทุ้มละมุนแฝงด้วยความกังวลเรียกหา "หมิงโหรว"

ทันใดนั้น ผ้าม่านก็ถูกเลิกขึ้น มือใหญ่เรียวยาวข้างหนึ่งยื่นเข้ามา

จี้หานอีหลุบตาลงมองมือข้างนั้น ชัดเจนว่าไม่ได้ยื่นมาเพื่อรับนาง

ข้างกายได้ยินเสียงสะอื้นไห้ของหลี่หมิงโหรวดังขึ้น ช่างฟังดูทั้งอ่อนแอและน่าทะนุถนอมนัก "ท่านพี่ ในที่สุดท่านก็มาแล้ว"

หลี่หมิงโหรวจรดปลายนิ้วที่อ่อนนุ่มลงบนฝ่ามือเรียวยาวข้างนั้น บางทีอาจเพราะหวาดกลัวเกินไป ร่างอรชรในชุดสีชมพูจึงโถมเข้าใส่อีกฝ่ายคล้ายผีเสื้อตัวน้อย เสียงสะอื้นแผ่วเบาในค่ำคืนหิมะนั้นช่างไม่ต่างไปจากทิวทัศน์แห่งวสันตฤดูที่อบอุ่นยาวนาน ชวนให้ผู้คนพลอยลุ่มหลงไม่รู้ตัว

จี้หานอีเห็นนิ้วมือเรียวยาวซึ่งวางอยู่บนแผ่นหลังของผู้สวมอาภรณ์สีชมพูชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะโอบกอดคนในอ้อมแขนแนบแน่นขึ้นในความเงียบ

หลังจากนั้น เสื้อคลุมขนจิ้งจอกหนานุ่มตัวหนึ่งก็ถูกคลี่คลุมลงบนไหล่อันบอบบางงดงามคู่นั้น

จี้หานอีถอนสายตากลับมา จับจ้องมองไปที่ม่านด้านข้าง

ผ้าม่านปลิวไสวตามแรงลมของพายุหิมะ เกล็ดหิมะสาดซัดเข้ามาตกกระทบลงบนแก้มของนาง แต่นางกลับไม่รู้สึกถึงความหนาวเหน็บอีกแล้ว

นางทำเพียงซ่อนมือที่แข็งเกร็งไว้ในส่วนลึกของแขนเสื้อ

หลี่หมิงโหรวร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดของเซี่ยอวี้เหิงอยู่นาน ก่อนจะยอมสงบลงภายใต้การปลอบโยนอันอบอุ่นของชายหนุ่ม จากนั้น นางก็ถูกเขาอุ้มลงจากรถม้าไป

จี้หานอีได้ยินเสียงซึ่งยังคงสั่นเครือของหลี่หมิงโหรวดังขึ้นนอกรถม้าว่า "แล้วพี่สะใภ้เล่าเจ้าคะ"

คำพูดต่อมาของชายหนุ่มถูกกลืนหายไปในพายุหิมะ จี้หานอีฟังไม่ได้ยิน แต่มันก็ไม่ได้สำคัญถึงเพียงนั้น

นางเพียงกระชับเสื้อคลุมบนร่าง ขณะมองดูโคมแก้วหลิวหลีในรถม้าถูกสายลมพัดพาให้สั่นไหวอย่างเงียบงัน ทอดเป็นเส้นเงาแตกสลายลงบนร่างของนาง

ไม่นานนัก ผืนผ้าม่านก็ถูกเลิกขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าหล่อเหลาสูงศักดิ์ซึ่งดูห่างเหินปรากฏขึ้นตรงหน้า และเขาก็กล่าวประโยคแรกกับนางในค่ำคืนนี้ "รถม้าที่จะมารับพวกเจ้าติดหิมะเดินทางมาไม่ได้ ข้าทำได้เพียงขี่ม้าล่วงหน้ามาก่อนเท่านั้น"

"หมิงโหรวกลัวความหนาวเย็นมาแต่ไหนแต่ไร คราวนี้นางตกใจจนขวัญเสีย บนหลังม้านั่งได้เพียงคนเดียว ประเดี๋ยวข้าจะพานางกลับไปส่งก่อน"

"รบกวนเจ้ารออีกสักหน่อย รถม้าคงรีบมารับในอีกไม่ช้า"

จี้หานอีพยักหน้าด้วยความเข้าใจ ไม่ไต่ถามสิ่งใด เพียงรับคำว่า "ได้เจ้าค่ะ"

ใบหน้าของชายหนุ่มดูวูบไหวไม่ชัดเจนภายใต้แสงโคมสลัวราง เขามองใบหน้าที่เรียบเฉยของจี้หานอี จากนั้นจึงเห็นว่านางนั่งขดตัวหนาวสั่น ผิวพรรณซีดขาว เท้าที่กำลังจะก้าวเดินไปจึงชะงักกึก

เขามองนางอีกครั้ง เพื่ออธิบายเพิ่มหนึ่งประโยค "ตอนข้ามานำเสื้อคลุมขนจิ้งจอกมาได้เพียงตัวเดียว เจ้าเป็นพี่สะใภ้นาง คงต้องให้เจ้าอดทนแล้ว"

ถ้อยคำทำนองนี้จี้หานอีได้ยินมานับครั้งไม่ถ้วนหลังแต่งกับเขา คล้ายว่าการที่นางแต่งกับเขานั้น ก็สมควรได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจเช่นนี้

หากเป็นเมื่อก่อน นางคงถามเขาไปแล้วว่า ผู้ใดคือภรรยาของท่านกันแน่?

แต่ถ้าถามไป เซี่ยอวี้เหิงย่อมต้องมองนางด้วยสายตาเย็นชายิ่งกว่าเดิม

เขาจะไม่พูด ไม่แม้แต่จะอธิบายเพิ่มเติมสักครึ่งคำ แต่เขาจะใช้สายตาซึ่งเสมือนลิ่มน้ำแข็งทิ่มแทงจิตใจนางไม่ให้เหลือชิ้นดี ทำให้นางรู้สึกว่าตนเองเป็นคนเสียสติไร้เหตุผล

จี้หานอีในยามนี้เหนื่อยล้าเกินกว่าจะเอ่ยถาม ในเมื่อถามไปก็ไร้ประโยชน์ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คงไม่พานางกลับไปด้วยอยู่ดี ภรรยาเช่นนาง ไม่เคยมีความสำคัญในใจเขาอยู่แล้ว

นางเหนื่อยเสียจนคร้านจะพูดจา จึงทำได้เพียงพยักหน้า "รีบไปเถิดเจ้าค่ะ หมิงโหรวยังรอท่านอยู่บนหลังม้า"

หลังพูดประโยคนี้จบ จี้หานอีก็เห็นหัวคิ้วของเซี่ยอวี้เหิงขมวดมุ่น ขณะมองนางด้วยสายตาหลายความรู้สึก

จี้หานอีหลับตาลง ไม่ใช่เพราะอื่นใด แต่เป็นเพราะไม่มีอะไรให้พูดแล้วเท่านั้น

เซี่ยอวี้เหิงเม้มริมฝีปาก ไม่ได้พูดคำใดอีก เพียงปรายตามองจี้หานอีแวบหนึ่ง จากนั้นจึงปล่อยม่านลง

ได้ยินเสียงเกือกม้าดังขึ้นนอกรถม้า ก่อนที่เสียงนั้นจะเลือนหายไปในพายุหิมะอย่างรวดเร็ว

พลัน เสียงเศร้าสร้อยของสาวใช้นามหรงชุนก็ดังขึ้นข้างกาย "นายท่านทิ้งฮูหยินน้อยไว้ที่นี่คนเดียว ไม่คิดเป็นห่วงเลยหรือเจ้าคะ"

จี้หานอีค่อย ๆ เอนกายพิงไปทางหรงชุนผู้อยู่ด้านข้าง นางซบลงบนไหล่ของสาวใช้ พลางหลุบตาลงมองถ่านไฟในเตาน้อยปลายเท้าซึ่งเหลือเพียงแสงไฟริบหรี่

หลังระบายลมหายใจอันเย็นเยียบคำรบหนึ่ง นางก็รู้สึกว่าตนชักจะเริ่มชอบความโดดเดี่ยวเช่นนี้เสียแล้ว

นางหลับตาลงในความเงียบก่อนกระซิบ "หรงชุน เดี๋ยวข้าขอนอนสักงีบ"

ชั่วขณะที่หลับตาลง นางก็มองเห็นตนเองเมื่อสามปีก่อน

นั่นคือช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วงปีหนึ่ง นางรออยู่ที่หน้าประตูจวนสกุลเซี่ยอยู่นาน กระทั่งเซี่ยอวี้เหิงปรากฏตัว

ในมือนางกำหนังสือหมั้นหมายกระชับแน่นขณะวิ่งเข้าไปหา ในใจทั้งตื่นเต้นและประหม่า แต่กลับแสร้งทำเป็นสงบนิ่งยามเงยหน้ามองเขา "ข้าคือบุตรสาวสกุลจี้"

"ข้ามาเพื่อจะถามท่านว่า สัญญาหมั้นหมายของพวกเรายังมีผลอยู่หรือไม่?"

จี้หานอีในยามนั้นถึงวัยปักปิ่นแล้ว และนั่นก็นับเป็นความใจกล้าเพียงครั้งเดียวในชีวิตของนาง

ในตอนนั้น นางตื่นเต้นเสียจนฝ่ามือเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เนื่องจากไม่รู้ว่าจะได้รับคำตอบเช่นไร

เวลานั้น บิดานางถูกจับเข้าคุก จวนสกุลจี้เองก็โดนยึดทรัพย์ ยามต้นไม้ล้มลิงค่างต่างหนีหาย จวนสกุลจี้ซึ่งเคยมีแขกเหรื่อมาเยี่ยมเยือนไม่ขาดสาย กลับเหลือเพียงผู้คนที่คอยซ้ำเติมยามตกต่ำเท่านั้น

แม้นางกับมารดาจะได้รับความเมตตาละเว้นโทษ ไม่ต้องติดร่างแหตามไปด้วย แต่ก็ต้องไปอาศัยอยู่กับท่านตาซึ่งตกอับไปแล้ว และหากเซี่ยอวี้เหิงจะกลับคำไม่แต่งงานด้วย ก็คงไม่มีผู้ใดตำหนิเขาได้

นับเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ กาลเวลาย่อมแปรเปลี่ยนทุกสิ่ง

แม้แต่ตัวจี้หานอีเอง ในครั้งนั้นก็เตรียมใจไว้แล้วว่า หากเซี่ยอวี้เหิงกลับคำ นางก็จะฉีกหนังสือหมั้นหมายทิ้งเสียตรงนั้น

เพราะเซี่ยอวี้เหิงขณะนั้นมีชื่อเสียงในเมืองหลวงพอสมควร ถือเป็นขุนนางตั้งแต่อายุน้อย บุรุษผู้สง่างามดั่งดวงจันทร์กระจ่าง ย่อมมีหญิงสาวตระกูลผู้ดีนับไม่ถ้วนในเมืองหลวงหมายปองอยากแต่งกับเขา

เขาไม่ได้ขาดแคลนคู่ครองที่ดีกว่านางเลย

นางถึงขั้นเตรียมพูดว่า หากเขาไม่เต็มใจ นางก็จะฉีกหนังสือหมั้นทิ้ง ถือเสียว่าไม่เคยมีสัญญานี้ และนางก็ไม่คิดโทษเขาด้วย

แต่เซี่ยอวี้เหิงกลับเอ่ยปากตอบรับ

จี้หานอีลืมไปแล้วว่าเวลานั้นเซี่ยอวี้เหิงมีสีหน้าเช่นไร นางจำได้เพียงเสียงของเขา มันทั้งทุ้มละมุนและเนิบช้า ให้ความรู้สึกคล้ายดั่งกองไฟกลางหิมะในวันฤดูใบไม้ร่วงที่ยังไร้ความอบอุ่น เขากล่าวว่า "ในเมื่อเป็นคำสั่งของบิดามารดา สัญญาหมั้นย่อมต้องมีผล"

"เช่นนั้นข้าน้อยจะให้ท่านแม่ไปพูดคุยเรื่องฤกษ์แต่งที่จวนนะเจ้าคะ"

ชั่วขณะนั้น จี้หานอีคิดว่าตนเองได้พบเจอกับคู่ครองที่ดีที่สุดในชีวิตแล้ว

คู่ครองผู้เป็นเสมือนกองไฟกลางหิมะ ย่อมต้องดีต่อนางดังเช่นที่บิดาดีต่อมารดาของนางเป็นแน่

นางคิดว่าตนเองจะได้มีบ้านอีกครั้ง

แต่แล้วคู่ครองที่นางวาดหวัง กลับแต่งนางเพียงเพราะต้องการรักษาชื่อเสียง ส่วนในใจเขานั้นมีผู้อื่นอยู่แล้ว

ภายใต้หิมะขาวโพลน นางหมุนตัวกลับด้วยความพิศวงคล้ายเพิ่งตื่นจากความฝันตื่นหนึ่ง ก่อนสบตากับดวงตาที่ผิดหวังคู่นั้นในความฝันยามดึก "เจ้าจงดูให้ชัด นี่คือสามีที่เจ้าเลือกเอง"

ลมหนาวบาดผิวระลอกหนึ่งพัดผ่านผ้าม่านหนาหนัก ปลุกคนในห้วงฝันให้ตื่นขึ้นมา

จี้หานอีลืมตาโพลง มองดูถ่านไฟที่มอดดับไปนานแล้ว

นิ้วมือแข็งเกร็งไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะไปเขี่ยมันอีก

นางหวนนึกถึงปีนั้นที่ตนเองอายุสิบสี่ ขณะไปเยี่ยมบิดาในคุกเป็นครั้งสุดท้าย บิดายังคงกุมมือนางไว้ด้วยความเมตตาพร้อมกล่าวอย่างแช่มช้าว่า "หานอี เจ้าอย่าได้ร้องไห้ไปเลย โลกนี้ไม่มีถูกผิดที่แท้จริงฉันใด ก็ไม่มีดีเลวที่แน่นอนฉันนั้น"

"ก็เหมือนดั่งราชสำนักที่มีขึ้นมีลง ผู้ชนะไม่แน่ว่าจะชนะตลอดไป และผู้แพ้เองก็ย่อมมีความหวังกลับมายิ่งใหญ่ได้เช่นกัน"

"เจ้าอย่าได้คิดเคียดแค้น อย่าได้คิดห่วงหา และอย่าได้คิดยึดติด"

"ปล่อยวางอดีต และจงก้าวเดินไปข้างหน้าเสมอ"

จี้หานอีมองดูหิมะนอกหน้าต่างรถม้า

นางพลันตาสว่าง คงต้องยุติความสัมพันธ์อันหยุดนิ่งในฤดูเหมันต์ที่แสนหนาวเหน็บนี้ลงเสียที นางถึงจะสามารถทำตามที่ท่านพ่อบอก ก้าวเดินไปข้างหน้าได้ตลอดไป
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 100

    “คนที่ชอบกินขนมพุทราเชื่อม มีเพียงหลี่หมิงโหรวเท่านั้นเจ้าค่ะ”“ข้าเองก็เข้านอนแล้ว นายท่านรีบกลับไปเถิด”เซี่ยอวี้เหิงมองจี้หานอีด้วยแววตาไม่เข้าใจ “เจ้าก็แค่อยากให้ข้าใส่ใจเจ้า ก็แค่รู้สึกว่าข้าอยู่เป็นเพื่อนหมิงโหรวมากกว่าเจ้าเท่านั้น”“วันหน้าข้าจะพยายามกลับเรือนมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้าให้มากขึ้นก็แล้วกัน”“เจ้ายังจะเอาแต่ใจอันใดอีก?”กล่าวพลางสายตาของเขาก็มองทรวดทรงอรชรภายใต้เสื้อผ้าบางเบาของจี้หานอี ใบหน้าที่งดงามปานดอกไม้แรกแย้มยามนี้ดูอ่อนหวานและหมดจดภายใต้แสงตะเกียง กลิ่นหอมอวลอุ่นบนร่างนางทำเอาเขามองจนเกิดความรู้สึกพลุ่งพล่านในใจแม้น้อยครั้งนักที่จะได้สานสัมพันธ์นางแนบชิด แต่เรือนร่างของจี้หานอีก็ทำให้เขาลุ่มหลงมัวเมาได้อย่างแท้จริงเสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย นัยน์ตาแฝงไว้ด้วยความคลุมเครือแห่งห้วงอารมณ์ “ข้าจะพยายามมีลูกกับเจ้าให้ได้สักคน หากเจ้ามีลูกแล้วจะได้ไม่คิดฟุ้งซ่านอีก”เซี่ยอวี้เหิงกล่าวพลางเอื้อมมือมาหมายจะสัมผัสใบหน้าจี้หานอี แต่ยังไม่ทันได้แตะต้อง จี้หานอีก็เบี่ยงหน้าหลบอย่างแนบเนียน ปลายนิ้วของเซี่ยอวี้เหิงจึงชะงักค้างอยู่กลางอากาศ ได้แต่จ้องมองจี้หานอีนิ่งง

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 99

    เขากลับมาไม่ดึกนัก ขณะนี้เพิ่งล่วงเข้ายามซวีเท่านั้นเมื่อก่อนจี้หานอีไม่เคยเข้านอนไวถึงเพียงนี้ แต่ถึงแม้นางจะหลับไปแล้ว หากรู้ว่าเขากลับมา ก็จะลุกขึ้นมาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขาอยู่ดีวันนี้เขาพาหลี่หมิงโหรวออกไปข้างนอก ระหว่างทางบังเอิญพบปะสหายขุนนาง ด้วยความที่หลี่หมิงโหรวสวมหมวกติดผ้าคลุมหน้า สหายขุนนางเหล่านั้นจึงไม่อาจแยกแยะได้ว่าสตรีข้างกายเซี่ยอวี้เหิงคือผู้ใด จึงทึกทักเอาเองว่าหลี่หมิงโหรวคือภรรยาของเขาอย่างที่ควรจะเป็นเมื่อพวกเขาเอ่ยชมว่าความสัมพันธ์สามีภรรยาช่างแน่นแฟ้น ภายในใจเซี่ยอวี้เหิงก็พลันปรากฏความอ้างว้างว่างเปล่าขึ้นมาสายหนึ่งจี้หานอีในฐานะภรรยาตัวจริง กลับไม่เคยได้เดินเคียงคู่ข้างกายเขาตามลำพังที่ผ่านมาไม่เคยรู้สึกผิดอะไร แต่บัดนี้ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดยิ่งนักเซี่ยอวี้เหิงก้มหน้ามองขนมพุทราเชื่อมในมือ ก่อนนึกขึ้นได้ว่าจี้หานอีเคยบอกว่านางชอบทานขนมพุทราเชื่อมในมือเวลานี้เย็นชืดลงนานแล้ว มือของเซี่ยอวี้เหิงที่ยกขึ้นหมายจะผลักบานประตูตรงหน้า กลับชะงักค้างกลางอากาศความจริง เขาอยากให้จี้หานอีแสดงความไม่พอใจ ให้นางโวยวายระบายอารมณ์ใส่เขาเสียยัง

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 98

    คำถามของเซี่ยอวี้เหิงทําให้จี้หานอีต้องขมวดคิ้วนางชะงักเล็กน้อย ก่อนส่ายหน้า “ละครลิงไม่รู้ว่าจะมีอีกเมื่อใด หมิงโหรวยังรอท่านอยู่ นายท่านไม่จําเป็นต้องรั้งอยู่เป็นเพื่อนข้าหรอกเจ้าค่ะ รีบไปเถิด”เซี่ยอวี้เหิงอดนึกถึงค่ำคืนหิมะตกครั้งนั้นขึ้นมาไม่ได้ นางก็พูดเช่นนี้ บอกว่าหมิงโหรวยังรอเขาอยู่ ไม่ต้องสนใจนางนางกล่าวอย่างมีเหตุผลและใจกว้าง ราวกับว่าการที่เขาผู้เป็นสามี ทอดทิ้งนางเพื่อไปอยู่กับสตรีอีกคนหนึ่ง กลายเป็นเรื่องปกติสําหรับนางไปเสียแล้วความเจ็บปวดอันไร้เรี่ยวแรงสายนั้นครอบงําจิตใจมากขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งก่อเกิดเป็นความตื่นตระหนกขึ้นมาเขาเงยหน้ามองจี้หานอีด้วยแววตาลึกซึ้ง พลางกล่าวด้วยเสียงแหบพร่า “หานอี ขอเพียงเจ้าอยากให้ข้ารั้งอยู่เป็นเพื่อน ข้าก็จะอยู่”“ข้าไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนเจ้ามานานแล้ว”จี้หานอีชะงักงัน จากนั้นจึงส่ายหน้า “นายท่าน ข้าหาได้ต้องการไม่เจ้าค่ะ”กล่าวพลางจี้หานอีก็ผลักมือของเซี่ยอวี้เหิงที่กอบกุมข้อมือตนออก ก่อนจะย่อกายคารวะเซี่ยอวี้เหิง แล้วกล่าวต่อ “ยามนี้หิมะยังไม่หยุดตก นายท่านรีบไปเถิด หมิงโหรวร่างกายอ่อนแอ อย่าให้นางต้องมายืนตากลมหนาวอยู่ด้านน

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 97

    กล่าวพลางนางก็มองเซี่ยอวี้เหิง "ท่านกับหมิงโหรวไปดูละครลิงนับเป็นเรื่องสำคัญ ข้าเพียงเรียกรถม้าคันใหม่ริมถนนหาได้ยากเย็นอันใด ซ้ำข้าไม่ได้คิดตำหนิท่านเลยเจ้าค่ะ"แผ่นหลังที่เหยียดตรงของเซี่ยอวี้เหิงพลันห่อเหี่ยวลงในชั่วพริบตา เขาจ้องมองจี้หานอีเขม็ง จ้องมองทุกอารมณ์ความรู้สึกบนใบหน้าของนาง ก่อนจะแค่นยิ้มขมขื่นออกมาบางเบาเขาเอ่ยว่า "ข้าจะไปส่งเจ้ากลับจวนก่อน แล้วค่อยออกไปกับหมิงโหรว"จี้หานอีปรายตามองเซี่ยอวี้เหิงด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย สำหรับการตัดสินใจเช่นนี้ของเซี่ยอวี้เหิง นางย่อมประหลาดใจอย่างแท้จริงในใจของเซี่ยอวี้เหิง หมื่นแสนสรรพสิ่งล้วนไม่อาจเทียบเทียมความสำคัญของหลี่หมิงโหรวว่าไปแล้ว นางก็คิดลงจากรถม้าที่ริมถนนจริง ๆ ด้วยยังมีธุระบางอย่างต้องไปจัดการแต่ในเมื่อเซี่ยอวี้เหิงกล่าวเช่นนี้ นางก็คร้านจะทุ่มเถียงกับเขาอีก จึงเพียงแต่พยักหน้าเบา ๆ ไม่ว่าเขาจะตัดสินใจเช่นไร ก็หาได้สำคัญไม่ภายในรถม้าพลันเงียบสงัด ได้ยินเพียงเสียงล้อรถม้าที่บดพื้นถนนไปตามทางหลี่หมิงโหรวปรายตามองจี้หานอีปราดหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองเซี่ยอวี้เหิงด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย "พี่สะใภ้โกรธแล้วใช่หรือ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 96

    เมื่อจี้หานอีได้ยินคำพูดจอมปลอมของเซี่ยอวี้เหิงแล้วก็ให้รู้สึกอึดอัดใจนักนางรักษาความสงบสุขและหน้าตาจอมปลอมให้เขามาแต่ไหนแต่ไร แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่านางจะไม่โกรธเคืองเสียหน่อยอันที่จริง จี้หานอีอยากถามเซี่ยอวี้เหิงเหลือเกินว่า ในฐานะภรรยาของเขา นางควรต้องยอมให้เขาชักใยไปเสียทุกเรื่องเชียวหรือทั้งปล่อยให้เขาทอดทิ้งนางไว้กลางหิมะตามอำเภอใจทั้งปล่อยให้เขาลำเอียงเข้าข้างสตรีอื่นตามใจชอบนี่หรือคือภรรยาของเขาแต่หลังสูดลมหายใจเข้าลึก ท้ายที่สุดนางก็ยังไม่ได้พูดคำใดด้วยหากกล่าวออกไปก็จะเป็นเพียงความเคียดแค้น เป็นการพร่ำบ่น เป็นความขุ่นเคืองต่อเรื่องราวในอดีตเป็นการระบายความน้อยเนื้อต่ำใจที่สะสมมาเนิ่นนานใส่เซี่ยอวี้เหิงเป็นการแสดงออกว่านางยังคงคาดหวังในตัวเขาแต่ระหว่างนางกับเขานั้นไร้ซึ่งความหวังใดมานานแล้วจี้หานอีไม่ได้คิดปิดบังความขุ่นเคืองใจบนใบหน้า นางก้มศีรษะใช้มือกุมขมับ ไม่อยากมองเซี่ยอวี้เหิงแม้เพียงนิด ปลายนิ้วเรียวนวดคลึงหว่างคิ้วแผ่วเบา ขณะกล่าว "นายท่าน ข้าเหนื่อยแล้วจริง ๆ เจ้าค่ะ"เสียงทอดถอนใจของนางแฝงไว้ด้วยความเหนื่อยล้าชัดเจนสกัดกั้นถ้อยคำที่เซี่ย

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 95

    ทางด้านจี้หานอีเมื่อได้ขึ้นมานั่งบนรถม้าแล้ว ก็พบว่าภายในรถม้ากว้างขวางยิ่งนัก หลี่หมิงโหรวเองก็ก้าวขึ้นรถม้าตามหลังจี้หานอีมาติด ๆ เช่นกันนับจากลมหายใจแรกที่นางเห็นจี้หานอีเมื่อครู่ ก็เอาแต่จับจ้องสำรวจร่างของจี้หานอีไม่วางตานางสำรวจมองเนื้อตัวของอีกฝ่ายทั้งในและนอกร่มผ้า กระทั่งเส้นผมทุกเส้นบนศีรษะก็ยังไม่เว้นจี้หานอียังคงนั่งอย่างสง่างามและใจเย็นเช่นเคย เรือนผมยังคงเรียบร้อยไร้ที่ติ แม้แต่ตำแหน่งของปิ่นปักผมก็ยังไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงแต่มันไม่ควรเป็นเช่นนี้สิสายตาของหลี่หมิงโหรวเลื่อนไปจับจ้องตรงชายกระโปรงของจี้หานอีที่โผล่พ้นออกมา ก่อนชำเลืองมองเซี่ยอวี้เหิงผู้ก้าวขึ้นรถม้าเป็นคนสุดท้ายปราดหนึ่ง จากนั้นจึงถามจี้หานอีว่า "พี่สะใภ้ ท่านไปเปลี่ยนอาภรณ์มาหรือเจ้าคะ?"เมื่อเซี่ยอวี้เหิงได้ยินคำถามของหลี่หมิงโหรว ก็อดสำรวจมองไม่ได้ขณะนั่งลงข้างกายจี้หานอี ก่อนเอ่ย "เจ้าเปลี่ยนอาภรณ์ในจวนสกุลเสิ่นรึ?"จี้หานอีมีสีหน้าเป็นปกติ "ขณะที่ข้าสนทนากับฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่น สาวใช้ยกน้ำชามาให้ไม่ระวังทำอาภรณ์ข้าเปียก ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นจึงให้คนนำชุดใหม่มาให้ข้าผลัดเปลี่ยนเจ้าค่ะ"เซี่ยอวี้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status