Masukอี้เวยหนิง นางร้ายอัปลักษณ์ สตรีผู้น่ารังเกียจนิสัยชอบอิจฉาริษยาผู้อื่น กริยาทรามโง่เขลาเบาปัญญา วาจาต่ำตม ไม่มีผู้ใดอยากคบหา ผู้คนคิดว่านางนั้นอับอายจนไม่กล้าสู้หน้าผู้ใด แต่กลับกัน!!! อี้เวยหนิง ช่างรู้สึกมีความสุขจริงๆ กับข่าวลือนี้ ทว่าความสุขนั้นกลับถูกคุกคามด้วยท่านอ๋องหน้าโง่ ที่สั่งโบยนางทั้งใส่ความว่าทำร้ายคนรักของเขา ‘เจ้าอ๋องโง่เอ๋ย สตรีงดงามหลบในเช่นข้าจะไปทำร้ายสตรีของเจ้าเพื่อประโยชน์ใดกัน’ ************************ ‘ลือกันไปเถิดจะได้ไม่ต้องมีบุรุษใดมายุ่งกับข้า’ อี้เวยหนิง
Lihat lebih banyak
แนะนำตัวละคร
อี้เวยหนิง
บุตรสาวฮูหยินเอกของอดีตท่านแม่ทัพผู้เกรียงไกร นางผู้เคยมีผิวกายละเอียดงดงามดังหิมะยามแรกเกิด แต่บัดนี้กลับมีใบหน้าอัปลักษณ์มีรอยแผลบากบนใบหน้าครึ่งซีกต่อให้มีเรือนร่างงดงามอกอวบใหญ่เอวคอดกิ่วสะโพกผายก็ไม่อาจช่วยให้บุรุษใดหันมาสนใจนางได้
นิสัย : ร้ายกาจ ขี้อิจฉาริษยา จิตใจต่ำทราม
อายุ : 16 ปี
ไป๋เทียนจิน/ท่านอ๋อง
อ๋องรูปงามใบหน้าหล่อเหลาคิ้วเข้มรับกับดวงตาคมกริบจมูกโด่งสันผิวกายสีแทนทว่าเสริมให้ดูดุดันน่าเกรงขาม
นิสัย : ดุดัน หยาบคาย เอาแต่ใจ ไม่สนกฎเกณฑ์
อายุ : 35 ปี
แคว้นฉินเป็นแคว้นใหญ่ปกครองด้วยฮ่องเต้ผู้ทรงคุณธรรม ทุกคนอยู่กันอย่างสงบสุขซึ่งมันควรจะเป็นเช่นนั้นแต่ไม่ใช่กับนางผู้ตายจากอีกโลกหนึ่งมาอยู่ในร่างของ อี้เวยหนิง บุตรสาวฮูหยินเอกของอดีตท่านแม่ทัพตั้งแต่นางอายุได้เพียงห้าหนาว
นางที่ตายด้วยอายุยี่สิบห้ากลับต้องมาอาศัยอยู่ในร่างเด็กน้อยอายุห้าขวบผู้มีผิวกายละเอียดงดงามดังหิมะ ใบหน้างดงามปานล่มเมือง
วันที่นางมาอยู่ในร่างอี้เวยหนิงมันก็เป็นวันที่มารดาของอี้เวยหนิงถูกโจรร้ายปล้นขณะเดินทางไปบ้านท่านตา นางที่อยู่ในร่างเด็กจึงช่วยเหลืออะไรไม่ได้นอกจากเอาชีวิตรอดด้วยการหลบอยู่ในหีบผ้าตามที่มารดาสั่งจึงรอดมาได้ และจำได้ชัดว่าเรื่องทุกอย่างนั้นเกิดขึ้นจากความอิจฉาริษยาของคนในจวน
หลังจากนั้นนางก็ตั้งใจให้ใบหน้าของตนเองอัปลักษณ์มีรอยแผลบากบนใบหน้าครึ่งซีกเป็นทางยาวหาความงดงามไม่ เห็นแต่มีเพียงเรือนร่างงดงามอกอวบใหญ่เอวคอดกิ่วสะโพกผายเท่านั้น ที่นางทำได้เพียงกินทุกอย่างที่ขวางหน้าให้ตัวเองอ้วนท้วนแต่กลับไม่สำเร็จเพราะนางดันอวบอยู่แค่หน้าอกกับสะโพกเพียงเท่านั้น
นางใช้ชีวิตในร่างอี้เวยหนิงจนปรับตัวเข้ากับร่างนี้ได้และเริ่มเรียนรู้การเอาตัวรอดในการอยู่จวนนี้ นางเก็บตัวอยู่แต่ในจวนไม่ไปไหนแม้แต่นอกห้องก็ไม่ก้าวออกมา จนอายุได้สิบขวบนางใช้คมแจกันกรีดหน้าตนเองเพื่อเอาตัวรอดจากความริษยาของคนในจวน
“คุณหนูเจ้าคะ! คุณหนู กรี๊ดดดด!!!!”
สาวใช้กรีดร้องเสียงลั่นจวนเมื่อเข้ามาเจอกับสภาพคุณหนูในวัยสิบขวบกรีดใบหน้าตนเองเลือดแดงฉาดเต็มใบหน้า
บิดาในตอนนั้นถึงกับดวงใจสลายเมื่อพบว่าบุตรสาวผู้เป็นแก้วตาดวงใจทำร้ายตนเองจนเลือดตกยางออก นับแต่นั้นมาท่านจึงเลือกจะลาออกจากการเป็นแม่ทัพมาอยู่ในจวนดูแลบุตรสาว ก่อนจะเริ่มออกไปแสวงบุญเมื่ออี้เวยหนิงอายุได้สิบห้าปี
อี้เวยหนิงกุมอำนาจทุกอย่างในจวนเอาไว้ได้ การถูกเอาเปรียบจากฮูหยินรองและเหล่าอนุจึงลดลงเพราะนางเลือกจะเป็นสตรีร้ายกาจผู้เพียบพร้อมมากกว่าสตรีบอบบางยากไร้อย่างพี่สาวที่วัน ๆ เอาแต่เล่นเป็นนางเอกงิ้ว
ตลาดเมืองหลวง
“คุณหนูรองอี้เวยหนิงหน้าตาอัปลักษณ์น่ากลัวมาก นิสัยก็ร้ายกาจชอบทำร้ายพี่สาวตนเองทุกครั้งเพื่อระบายอารมณ์”
เสียงสตรีผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นในตลาด
“นิสัยชั่วช้าสมกับหน้าตา ผิดกับคุณหนูใหญ่ที่อ่อนหวานบอบบาง นิสัยหรือก็งดงามสมกับเป็นบุตรของอดีตท่านแม่ทัพ”
ชาวเมืองวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา คนหนึ่งได้พูดอีกคนก็เอ่ยต่อไม่มีลดรา ข่าวลือว่อนกระจายไปจนทั่วแคว้น ยิ่งเวลานี้ถึงวัยปักปิ่นของอี้เวยหนิงข่าวก็หนาหูเพิ่มมากขึ้นไปหลายเท่าตัว
สตรีในชุดสีฟ้ายืนยิ้มอยู่ริมสระใกล้ตลาดเพราะแผนการของตนนั้นมีเสด็จป้าฮองเฮาเป็นผู้ช่วยหนุนหลัง คิดไว้ว่าอย่างไรเสียนางต้องได้พี่ลี่จวินมาครอบครองอย่างแน่นอน “ไป๋อี้หลินเจ้าเป็นคนเอาซากของงูนี่ไปใส่รถม้าซูเพ่ยใช่หรือไม่ เหตุใดเจ้าถึงได้ทำเรื่องน่าละอายเช่นนี้ทั้งที่เป็นสตรีสูงศักดิ์!” เฉิงลี่จวินโยนซากงูตายแล้วใส่สตรีใบหน้างดงามทว่าจิตใจกลับคับแคบคิดร้ายต่อผู้อื่นเป็นนิจ ไป๋อี้หลินงดงามกว่าผู้ใดแต่ใครเลยจะคิดว่าความร้ายกาจของนางนั้นก็มากไม่แพ้กัน บุรุษเช่นเขาผ่านพบสตรีมามากมายไม่เคยเจอผู้ใดร้ายกาจว่ายากเช่นนาง บอกไปซ้ายนางไปขวาบอกตรงมานางก็รีบถอยหลังดังคนเอ่ยมิรู้ความต้องการท้าทายเขา เขาเป็นองค์ชายต่างแคว้นปลอมตัวมาอยู่ในแคว้นนี้ได้ราวหนึ่งปี ไม่มีวันใดเลยที่ไม่พบใบหน้างดงามนี้มาก่อกวนให้ขุ่นใจแต่ครั้นจะต่อว่าก็เกรงพระทัยฮ่องเต้เพราะพระองค์นั้นรักใคร่หลานสาวผู้นี้มากเสียจนทำให้ไป๋อี้หลินมีนิสัยร้ายกาจเอาแต่ใจคอยหาเรื่องสตรีที่เข้าใกล้เขาไปเสียหมด คนล่าสุดนี้คือซูเพ่ย สตรีบอบบางที่ไม่สามารถต่อกรกับไป๋อี้หลินได้เลยแม้แต่น้อยทว่า
ความรักของนางกับอ๋องแปดราบรื่นด้วยดี มีบุตรให้ชื่นใจเพียงคนเดียวนามว่า ไป๋อี้หลิน นิสัยเอาแต่ใจเป็นที่หนึ่ง ยามนี้ไม่อยู่ในจวนเพราะมักเข้าเฝ้าฮองเฮาหนานอิงเพื่อออดอ้อนรวมทั้งยังหาเรื่องให้นางปวดหัวได้ทุกวัน ไม่กลั่นแกล้งผู้อื่นก็หนีเที่ยวพาให้ใจหายใจคว่ำ อ๋องแปดเองแม้หวงแหนบุตรสาวมากยังเหนื่อยใจกับความดื้อรั้นของนางจนยอมปล่อยให้ไปหาฮองเฮาเพราะทนเสียงใสรบเร้าหาข้ออ้างไม่ไหว ป่านนี้ก็คงก่อกวนองค์รัชทายาทไป๋หนานอินเสียวังป่วน จะหาคู่หมายให้ก็ไร้บุรุษมาทาบทามเพราะเป็นสตรีบิดาหวงผู้ใดเล่าจะกล้าฝ่าด้านฮ่องเต้กับอ๋องโหดมาได้ อี้เวยหนิงถือถ้วยน้ำแกงเข้ามาเมื่อหาอ๋องแปดกำลังยืนถือบางสิ่งเอาไว้ในมือ ดูคล้ายผ้าทว่าเก่าจนมองไม่ออกว่าคือสิ่งใด “เสด็จพี่น้ำแกงได้แล้วเพคะ” ร่างงดงามส่งรอยยิ้มหวานให้สวามีที่ตอนนี้ยังคงใบหน้าหล่อเหลาเอาไว้ เพิ่มขึ้นเพียงความน่าเกรงขามเท่านั้น “ลำบากเจ้าแล้ว” อ๋องแปดรีบรับน้ำแกงจากพระชายามาวางบนโต๊ะพร้อมทั้งรวบเอวบางเข้ามาชิดลำตัว ด้วยเกรงว่านางจะต้องถือนานให้เมื่อยแขน โดยที่มืออีกข้างนั้นยังถือผ้าสีเ
อาการแง่งอนของอี้เวยหนิงกินเวลามานานนับเดือน ร้อนถึงท่านอ๋องต้องง้อนางทุกค่ำคืน จากเรื่องทะเลาะกันมากมายกลับกลายเป็นดีไปในที่สุด ท่านอ๋องแปดเอาใจพระชายาแทบทุกอย่างไม่เคยขัดใจแม้แต่ครั้งเดียว ขอเพียงอี้เวยหนิงเอ่ยปากทุกสิ่งจะปรากฏให้นางในวัดถัดมาเสมอ ไม่เพียงดูแลนาง ท่านอ๋องยังดูแลไปถึงท่านพ่อที่ออกเดินทางแสวงบุญ จวนของนางจึงถูกเปลี่ยนเป็นโรงทานรวมทั้งเป็นที่พักให้กับคนเร่ร่อนโดยมีบ่าวในจวนคนเก่าคอยดูแลเรื่องอาหาร ส่วนสาวใช้ก็สอนงานเย็บปักถักร้อยฝึกอาชีพต่าง ๆ ให้แก่คนเร่ร่อน หลิงหลิงกับลู่เจียวเป็นผู้ควบคุมดูแลจวนแทนนางทั้งหมด คอยรายงานความเป็นไปให้ทราบและสาวใช้คนสนิทของนางก็กำลังจะแต่งงานกับองครักษ์ของท่านอ๋องแปด ข่าวลืออี้เวยหนิงเป็นคนร้ายกาจจางหายไปเปลี่ยนเป็นชื่นชมสรรเสริญ ผู้คนต่างพากันเคารพนับถือไม่ว่าย่างก้าวไปที่ใดนางได้รับเพียงรอยยิ้มเป็นมิตรจากผู้คนทั้งแคว้น ทุกสิ่งล้วนแล้วแต่เกิดจากท่านอ๋องทำเพื่อนางทั้งสิ้น นอกจากนั้นพระองค์มักลงมือเตรียมอาหารให้นางไม่ขาด ทุกมื้อล้วนคัดสรรมาอย่างดี “หนิงเอ๋อร์คนดีเจ้าชิมนี่เถอะ” ไป๋เทียนจิน
หนานอิงทำตามที่ได้ลั่นวาจาไม่ผิดเพี้ยน นางให้คนมาเฝ้ารอบเรือนนอนแทบไม่มีโอกาสปีนไปได้ ร้ายกว่านั้นคือแม่กระต่ายน้อยรับหมั้นหมายจากคุณชายหน้าขาวผู้นั้นในไม่กี่วันถัดมา ช่างใจกล้าไม่กลัวตาย! หนานอิงปกตินั้นว่านอนสอนง่ายช่างเอาใจไม่กล้าแม้แต่ปริปากเถียง เหตุใดถึงกระทำการอุกอาจเช่นนี้ได้หากไม่มีผู้คอยยุแยงและคนผู้นั้นเป็นผู้ใดไม่ได้นอกจากอี้เวยหนิง พระองค์พยายามเหลือเกินไม่ให้แม่กระต่ายน้อยหนานอิงพบปะกับอี้เวยหนิงเพราะกลัวพวกนางสนิทสนมกันแล้วแม่กระต่ายน้อยถูกนางสอนเรื่องน่าปวดหัวให้ “หนานอิงเจ้ากล้าสวมหมวกเขียวให้สามีอย่างนั้นเหรอ” กลิ่นอายสูงศักดิ์เรียกสติหนานอิงให้หันขวับมองผู้บุกรุกมาในห้องนอนนางยามวิกาลด้วยแววตาตื่นตะลึง ในจวนวางกำลังบ่าวไว้แน่น ท่านอ๋องเข้ามาได้อย่างไรกัน หนานอิงเริ่มอยู่ไม่เป็นสุขเกรงว่าจะถูกกลั่นแกล้งอย่างเช่นเคย เห็นทีว่าครานี้ต้องลุกขึ้นสู้แบบที่อี้เวยหนิงแนะนำเสียที “ว้าย! ท่านอ๋องเข้ามาได้อย่างไรเพคะ” กิริยาตื่นตกใจเกินเหตุสร้างความรู้สึกไม่พอใจให้อ๋องสามยิ่งนัก











