Share

บทที่ 2

Author: หยกงาม
พายุหิมะอันหนาวเหน็บนำพาความเย็นเยียบซึมลึกถึงกระดูก จี้หานอีรอจนล่วงเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของราตรี ถ่านไฟในเตาน้อยที่เหลือเพียงเศษเสี้ยวมอดดับเย็นชืดไปนานแล้ว เหลือเพียงโคมแก้วหลิวหลีบนหลังคารถม้าที่ยังคงส่องแสงวูบไหวลงมาริบหรี่เท่านั้น

รถม้าที่ว่าจะมารับนางก็ยังคงไม่มาเสียที

หิมะคืนนี้ตกหนักยิ่ง นางรู้ดีว่าเขาคงไม่มาแล้ว

ยังดีที่แม้ราตรีจะยาวนาน แต่สุดท้ายก็ต้องผันผ่านสู่วันใหม่

กระทั่งขอบฟ้าเริ่มปรากฏแสงสว่างเรืองรอง รถม้าคันใหม่จึงค่อยเคลื่อนตัวมาถึงอย่างเชื่องช้า

สารถีรถม้ารีบวิ่งเข้ามาพลางยื่นเสื้อคลุมขนจิ้งจอกให้แก่นาง พร้อมรายงานว่า "เมื่อคืนหิมะตกหนักเหลือเกินขอรับ หากไม่ใช่เพราะโชคดีพบขุนนางมีกิจด่วนต้องรีบออกจากเมือง จึงสั่งให้คนกวาดหิมะเปิดทาง เกรงว่าป่านนี้ข้าน้อยคงยังมารับฮูหยินน้อยไม่ได้เลยขอรับ"

"นับว่าโชคดีที่เจอคนเหล่านั้น หาไม่แล้ว หากฮูหยินน้อยต้องติดอยู่ในหิมะจะทำอย่างไร"

นิ้วมือของจี้หานอีกระชับเสื้อคลุมขนจิ้งจอกแน่นขึ้น ก่อนหลุบตาลง

สารถีรถม้าผู้อยู่นอกหน้าต่างยังคงพูดเจื้อยแจ้วต่อไป "เดิมทีข้าน้อยเตรียมเตาอุ่นมือมาด้วย แต่เสียดายที่ป่านนี้คงเย็นชืดไปหมดแล้วขอรับ"

"ถ่านไฟในรถม้าก็มอดหมดแล้ว ต้องโทษข้าน้อยเองที่ไม่ได้เตรียมมาให้มากหน่อย"

จี้หานอีนั่งฟังอย่างเงียบงัน ไม่ได้ตำหนิสิ่งใด เพียงเลิกม่านขึ้นเท่านั้น

สายลมและหิมะพัดพาเส้นผมของนางยุ่งเหยิง ความขาวโพลนของหิมะที่ปกคลุมทุกสิ่ง ทำให้นางรู้สึกแสบตา

เสียงของสารถีรถม้ายังคงดังไม่ขาดตอน "เมื่อวานนี้หลังนายท่านทราบว่าฮูหยินน้อยกับคุณหนูติดอยู่กลางทางก็ร้อนใจแทบแย่ ตั้งท่าจะมารับพวกท่านให้ได้ นายท่านงานยุ่งถึงเพียงนั้น แต่แทบไม่คิดสนใจงานราชการบ้านเมืองอีก เมื่อคืนกลับ..."

เขาพูดออกมาได้ครึ่งทางก็พลันชะงัก รีบปิดปากเงียบคล้ายนึกบางอย่างขึ้นมาได้ จากนั้นจึงลอบสังเกตสีหน้าของจี้หานอี

แต่ใบหน้าที่ก้มต่ำของฮูหยินน้อยผู้นี้ยังคงอ่านอารมณ์ไม่ออก เขาได้แต่นึกอยากตบปากตัวเองนัก ทำไมถึงปากมากพูดเรื่องนี้ขึ้นมานะ? สุดท้ายก็รีบวางม้านั่งสำหรับเหยียบลงจากรถม้าโดยเร็ว

จี้หานอีกระชับเสื้อคลุมขนจิ้งจอกโดยไร้สุ้มเสียง ก่อนก้าวลงจากรถม้า

ยามที่ลงมาจากรถม้าคันที่เสียนั้น นางก็ยกชายกระโปรงขึ้น เหยียบย่ำลงบนพื้นหิมะหนาเตอะ แต่ร่างกายที่แข็งทื่อนั้นไร้ความรู้สึกไปนานแล้ว แม้แต่ความรู้สึกที่เท้าก็ไม่มีเหลือ

หลายครั้งที่เกือบล้มลง แต่ก็ได้หรงชุนผู้อยู่ข้างกายคอยช่วยประคอง

ขอบตาของหรงชุนแดงก่ำ เช่นเดียวกับผู้เป็นนายหญิง นางเดินไปข้างหน้าอย่างเงียบงัน ไม่มีเสียงก่นด่าสักคำ

ขณะรถม้าแล่นกลับมาถึงจวนสกุลเซี่ย บ่าวชายหน้าประตูก็รีบเข้าไปรับจี้หานอีลงจากรถม้า เมื่อเห็นฮูหยินน้อยผู้เคยมีกิริยาเรียบร้อยงดงาม บัดนี้กลับเดินเหินอย่างยากลำบาก สภาพย่ำแย่ ก็อดมองดูด้วยความเห็นอกเห็นใจไม่ได้

ทั้งที่ไปเรือนน้ำพุร้อนด้วยกันแท้ ๆ แต่นายท่านกลับไปรับคุณหนูคนเดียว ส่วนฮูหยินน้อยต้องติดอยู่กลางหิมะตลอดทั้งคืน

ได้ยินว่าหลังรับคุณหนูกลับมาแล้ว ในจวนยังวุ่นวายกันพักใหญ่ ถึงขั้นเชิญหมอยามาตรวจดูอาการของนาง คล้ายลืมไปแล้วว่าฮูหยินน้อยยังอยู่กลางหิมะอีกทั้งคน

แต่นี่ก็เป็นเรื่องที่มีเหตุผลรองรับอยู่หรอก

คนทั้งจวนในปีนั้น มีใครบ้างไม่คิดว่าผู้ที่จะได้แต่งงานกับนายท่านย่อมต้องเป็นคุณหนู

จี้หานอีไม่ได้สนใจสายตาของผู้ใด นางอดทนเดินโซเซกลับเรือน ฝ่ามือจับอยู่บนข้อมือของหรงชุน ข้อนิ้วซีดขาว ร่างกายโงนเงนแทบทรงตัวไม่อยู่

ถ่านไฟในห้องกำลังลุกโชน แต่จี้หานอีกลับไม่รู้สึกถึงความอบอุ่น เมื่อมองเห็นแสงไฟนั้น นางถึงกับต้องย่อกายลงหน้าเตาถ่านเพื่ออังมือรับความอบอุ่นจากเปลวไฟ

ฝ่ามือของนางกดลงต่ำ แม้เปลวไฟสัมผัสถูกฝ่ามือ นางก็ยังไม่รู้สึกร้อน

ในสมองว่างเปล่าไร้ความคิดอื่นใด ยิ่งไม่มีความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ กลับรู้สึกโล่งอกคล้ายได้ปลดเปลื้องภาระหนักอึ้ง

ซ้ำนางยังรู้สึกยินดี ยินดีที่ตนเองตาสว่างในวันที่ยังไม่สายเกินไป

หรงชุนยกน้ำขิงเข้ามาให้จี้หานอีเพื่อเพิ่มความอบอุ่นแก่ร่างกาย เมื่อเห็นฮูหยินน้อยที่ปกติมักให้ความสำคัญกับกิริยามารยาทเสมอมากำลังนั่งห่อกาย ก็ต้องพูดเสียงสะอื้นว่า "ฮูหยินน้อยแช่น้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถิดเจ้าค่ะ ร่างกายจะได้อุ่นขึ้นบ้าง"

จี้หานอีประคองถ้วยน้ำขิง นิ้วมือที่แข็งเกร็งยังคงไร้ความรู้สึก แม้น้ำขิงร้อนแรงจะไหลผ่านลำคอ แต่ร่างกายก็ยังคงหนาวเหน็บอยู่ดี

ทันใดนั้น ม่านประตูพลันถูกใครบางคนเลิกขึ้นด้วยความร้อนรน ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าแผ่วเบา หลี่หมิงโหรวเดินเข้ามาสีหน้าเป็นกังวล นางมองดูจี้หานอีผู้นั่งยอง ๆ อยู่หน้าเตาถ่านด้วยความตะลึงงัน ก่อนรีบเข้ามากล่าวว่า "ข้าได้ยินว่าพี่สะใภ้กลับมาแล้ว ท่านป้าให้ข้ามาดูพี่สะใภ้ บอกให้พี่สะใภ้พักผ่อนให้สบาย ยังไม่ต้องไปหาท่านป้าที่เรือนเจ้าค่ะ"

พูดจบ นางก็เข้ามานั่งยอง ๆ ข้างกายจี้หานอี พลางถามด้วยแววตาห่วงใย "พี่สะใภ้คงไม่เป็นไรกระมัง?"

"หลังท่านพี่ส่งข้ากลับมาแล้ว ข้าก็บอกให้ท่านพี่รีบไปรับพี่สะใภ้ทันที แต่ท่านพี่เป็นห่วงสุขภาพของข้าจึงยืนกรานอยู่เป็นเพื่อน ตอนนี้เห็นพี่สะใภ้กลับมาอย่างปลอดภัย ข้าก็โล่งใจแล้วเจ้าค่ะ"

"หากท่านพี่เลิกงานกลับมาเห็นพี่สะใภ้สบายดี ก็คงโล่งใจเช่นกัน"

จี้หานอีเอียงศีรษะเล็กน้อยมองไปทางหลี่หมิงโหรว

เห็นเพียงนางสวมเสื้อคลุมสีเหลืองสวย รอบลำคอประดับด้วยผ้าพันคอขนจิ้งจอก เส้นผมเกล้าเก็บเรียบร้อย ใบหน้าขาวผ่องอมชมพู ไม่มีร่องรอยของการฝ่าพายุหิมะแม้แต่น้อย

ใบหน้าอ่อนเยาว์งดงามนั้น ช่างขาวเนียนกระจ่างใส คล้ายดอกไม้แรกแย้มที่มีหยาดน้ำค้างเกาะพราว ซึ่งได้รับการปกป้องดูแลมาเป็นอย่างดี ทว่าในส่วนลึกของดวงตาที่ดูอ่อนแอแต่ทอประกาย กลับแฝงไว้ด้วยความลำพองใจและความดูแคลนบางเบา

สายตาคู่นั้นคล้ายบอกจี้หานอีอยู่ตลอดเวลาว่า นางไม่มีวันเอาชนะหลี่หมิงโหรวได้

แต่จี้หานอีก็ไม่เคยคิดจะเอาชนะอยู่แล้ว

จี้หานอีละสายตากลับมา ขณะตอบแผ่วเบา "ไม่เป็นไร เจ้าไม่ต้องมาดูข้าหรอก สุขภาพของเจ้าสำคัญกว่า"

พูดจบ จี้หานอีก็ใช้มือยันเข่าลุกขึ้นยืน ก่อนเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้เท้าแขนทางด้านข้าง และเรียกหรงชุนให้ยกน้ำชามาต้อนรับหลี่หมิงโหรว

หลี่หมิงโหรวชะงักไปเล็กน้อยหลังเห็นแววตาอันสงบนิ่งของจี้หานอี นางจินตนาการถึงสีหน้าของจี้หานอีไว้หลายรูปแบบ แต่ไม่เคยคิดเลยว่าอีกฝ่ายจะดูสงบนิ่งได้ถึงเพียงนี้

เนื่องจากก่อนหน้านี้ จี้หานอีมักพูดเสมอว่านางยังไม่ออกเรือน ไม่ควรมาใกล้ชิดกับท่านพี่เกินไป สีหน้าท่าทางล้วนแสดงออกชัดว่าไม่ชอบใจและต้องการอบรมสั่งสอน รวมถึงความเจ็บปวดเสียใจที่เคยฉายชัดในแววตา หลี่หมิงโหรวย่อมเคยเห็นมาหมดสิ้น สรุปก็คือจี้หานอีไม่ควรสงบนิ่งเช่นนี้

นางยอมรับ นางชอบมองดูแววตาที่ผิดหวังของจี้หานอี เพราะมันจะทำให้จี้หานอียิ่งเข้าใจแจ่มชัดว่า ในใจของท่านพี่นั้น ผู้ใดสำคัญที่สุด

หากจี้หานอีเป็นคนรู้ความ ก็ควรขอหย่าจากสามี ไม่ใช่ดันทุรังแต่งเข้าสกุลเซี่ย นางละดูแคลนจี้หานอีนัก

ฝืนเด็ดแตงย่อมไม่หวาน เหตุผลง่าย ๆ เพียงเท่านี้ จี้หานอีไม่เข้าใจหรือไร?

หลี่หมิงโหรวนั่งลงบนเก้าอี้เท้าแขนอีกตัว ตวัดสายตามองไปที่จี้หานอีด้วยความดูถูกเหยียดหยาม เห็นเพียงจี้หานอียังคงสวมอาภรณ์สีดำชุดเดิมจากเมื่อวาน ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อย ปิ่นปักผมเสียบอยู่ในเรือนผมสีดำขลับ นางนั่งหันข้างก้มหน้าจิบน้ำชา

แสงสว่างจากนอกหน้าต่างตกกระทบลงบนร่างของนาง ผิวพรรณขาวเนียนราวหิมะ คิ้วตางดงามดุจภาพวาด ดูแล้วช่างวางตัวได้เหมาะสมตลอดเวลา

แต่นางก็เหลือเพียงความดูดีภายนอกเท่านี้เอง

ความจริงแล้ว หลี่หมิงโหรวอยากบีบคั้นจี้หานอีให้เสียกิริยา อยากฉีกกระชากหน้ากากจอมปลอมของสตรีที่สามีไม่รักแต่ยังแสร้งทำเป็นสงบนิ่งนั่นทิ้งเสีย

หลี่หมิงโหรวมองด้วยท่าทีเรียบเฉย ก่อนพูดขึ้นอีกครั้ง "ข้าเองก็เป็นห่วงพี่สะใภ้เจ้าค่ะ ร้อนใจอยากรีบมาดูอาการ"

"แต่พี่สะใภ้ดูท่าจะไม่ชอบใจที่ข้ามาพิกล คงเป็นเพราะเมื่อคืนท่านพี่พาข้ากลับมาก่อน ทำให้พี่สะใภ้ไม่พอใจอีกแล้ว ใช่ไหมเจ้าคะ?"

หรงชุนผู้อยู่ด้านข้างย่อมได้ยินคำพูดทำนองนี้จากปากหลี่หมิงโหรวมานับครั้งไม่ถ้วน ภายนอกทำตัวน่าสงสาร แลดูอ่อนแอเปราะบาง และที่นายท่านลำเอียงก็เป็นเรื่องจริง ยิ่งหลี่หมิงโหรวพูดเช่นนี้ ก็จะกลายเป็นว่าฮูหยินน้อยใจแคบ ดูท่านางคงอยากให้นายท่านตำหนิฮูหยินน้อยอีกเป็นแน่

จี้หานอีวางถ้วยชาในมือลง กลิ่นหอมของชาชุนเสวี่ยลอยอบอวล นางมองไปทางหลี่หมิงโหรวแววตาเรียบเฉย น้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยน "เจ้าไม่ต้องคิดเช่นนั้นหรอก ข้าเพิ่งกลับมา ไอเย็นในกายยังไม่จางหาย ร่างกายเจ้าทนความหนาวเย็นไม่ได้ รีบกลับไปพักผ่อนสักหน่อยเถิด"

"อย่าทำให้พี่ชายเจ้าต้องเป็นห่วงเลย"

วาจาของนางช่างเหมาะสมและสุขุม สีหน้าไม่ได้แสดงความอัปยศที่ถูกทอดทิ้งแม้แต่น้อย

จี้หานอีรู้ดีว่าหลี่หมิงโหรวอยากเห็นสิ่งใด แต่โชคร้ายที่คงไม่มีวันสมปรารถนา

หลี่หมิงโหรวตะลึงไปครู่หนึ่ง แต่แล้วก็ยิ้มกว้าง ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง แผ่นหลังที่เหยียดตรงแฝงไว้ด้วยความรู้สึกเสียดายและเย้ยหยัน "ข้าจำได้ว่าปีแรกที่พี่สะใภ้แต่งเข้ามา ท่านเคยปลูกต้นไห่ถังไว้ริมหน้าต่างมากมาย พอถึงเดือนสาม ทิวทัศน์นอกหน้าต่างก็จะงดงามนัก"

พูดจบ นางก็หันกลับมามองจี้หานอี "น่าเสียดาย ข้าทนกลิ่นไห่ถังไม่ได้ ท่านพี่เพราะเห็นแก่ข้า จึงไม่ให้ปลูกต้นไห่ถังในจวนอีก แม้แต่ต้นที่พี่สะใภ้ปลูกไว้ ท่านพี่ก็สั่งให้คนถอนทิ้งไปเสียสิ้น"

"ข้าได้ยินว่าพี่สะใภ้ชอบดอกไห่ถังที่สุด เดือนสามปีนี้คงไม่ได้เห็นเสียแล้ว ไม่ทราบพี่สะใภ้เสียใจหรือไม่?"

Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (1)
goodnovel comment avatar
Nattha Piriyaponthanakhun
แย่ แล้วบอกว่าฟรี
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 682

    แม้ชุยจาวอวิ๋นจะมองไม่เห็นสีหน้าของชุยจิ่นจวิน แต่นางกลับรู้สึกว่าการที่เขายืนอยู่ในยามนี้ก็ไม่ต่างจากมีขุนเขาตั้งตระหง่านกลิ่นอายบนร่างเขาโอบล้อมตัวนางไว้ ทำให้ไม่ว่านางจะไปที่ใด ก็ไม่อาจหนีพ้นชุยจาวอวิ๋นหลุบตาลง สองเท้าก้าวไปยังรถม้าที่จอดรออยู่ด้วยความยากลำบากเล็กน้อยชุยจิ่นจวินยื่นมือไปหมายช่วยประคอง แต่นางกลับไม่มีทีท่าว่าจะวางมือลง ซ้ำยังก้าวขึ้นรถม้าไปคนเดียวเสียอีกชุยจิ่นจวินทอดสายตามองท่าทีรักษาระยะห่างของชุยจาวอวิ๋นอย่างเงียบงัน เขารอกระทั่งนางขึ้นรถม้าไปแล้ว ถึงค่อยก้าวตามขึ้นไปติด ๆภายในรถม้ามีเพียงเขากับนางสองคน ชุยจิ่นจวินนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับชุยจาวอวิ๋น เมื่อรถม้าเริ่มเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า ชุยจิ่นจวินก็จ้องมองชุยจาวอวิ๋นพลางถาม "นี่อยากหลบหน้าข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ?"ชุยจาวอวิ๋นไม่ได้ตอบคำใด เพียงนั่งมองม่านหน้าต่างที่สะบัดไหวไปมาตามจังหวะการเคลื่อนตัวของรถม้าในความเงียบ ชุยจิ่นจวินมองดูท่าทีเมินเฉยของชุยจาวอวิ๋น นับตั้งแต่เขาเผยความในใจ นางก็เอาแต่แสดงท่าทีเย็นชาเช่นนี้มาโดยตลอด ทั้งยังพยายามหลบหน้าเขาทุกวิถีทางเท่าที่จะทำได้ทั้งที่นางก็รู้

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 681

    เหตุผลที่เขายุ่งเช่นนี้ก็เพราะหมายเร่งปิดคดีจวนหย่งชิงโหวให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่งานรัดตัวที่สุด เนื่องจากอยากมีเวลาว่างมาคอยอยู่เคียงข้างนางให้มากขึ้นเสิ่นซื่อรู้ตัวดีมาตลอดว่า ช่วงเวลาที่ตนเองได้อยู่เคียงข้างจี้หานอีนั้นมีน้อยเหลือเกินตลอดเวลากว่าหนึ่งเดือนหลังเข้าพิธีวิวาห์ก็มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายแต่ความจริงนั้น สุดท้ายก็เป็นตัวเขาเองที่คิดถึงจี้หานอีมากที่สุดซ้ำยังอดใจแทบไม่ไหวที่จะได้สัมผัสนางเสิ่นซื่อยื่นมือออกไป สัมผัสลงบนใบหน้าอันขาวผ่องของจี้หานอี ผิวหน้านั้นเนียนนุ่มลื่นมือดุจแพรพรรณ สัมผัสแล้วชวนให้รู้สึกดีเสียจนอดบีบเบา ๆ ไม่ได้ยามทอดสายตามองนัยน์ตาคู่งามที่สะท้อนแสงโคมไฟ เสิ่นซื่อก็หลุบตามองจี้หานอี ก่อนเสียงทุ้มต่ำของเขาจะดังขึ้นท่ามกลางความมืดสลัว “หลายวันนี้คิดถึงข้าบ้างหรือไม่?”ใบหน้าของจี้หานอีถูกเสิ่นซื่อเชยขึ้นมา ข้างกายมีเพียงโคมไฟสองดวง แสงสว่างที่วูบไหวทำให้มองเห็นใบหน้าของเสิ่นซื่อไม่ชัดเจนนัก กอปรกับเสิ่นซื่อมีรูปร่างสูงใหญ่ สวมใส่เสื้อคลุมตัวโคร่งสีดำ เนื้อผ้าต่วนทอประกายระยิบระยับล้อแสงไฟ ยิ่งขับเน้นให้เสิ่นซื่อดูสูงส่งจนมิอ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 680

    เมื่อชุยจาวอวิ๋นเห็นเสิ่นซื่อ นางก็รีบคลายมือที่ควงแขนจี้หานอีออกอย่างรวดเร็ว ก่อนย่อกายทำความเคารพด้วยความนอบน้อมเสิ่นซื่อเพียงปรายตามองชุยจาวอวิ๋นปราดหนึ่ง สีหน้าของเขายังคงไม่แปรเปลี่ยน เพียงพยักหน้ารับคำอย่างเรียบเฉยเท่านั้นชุยจาวอวิ๋นลอบสังเกตสีหน้าอันราบเรียบของเสิ่นซื่อ กอปรกับการที่จู่ ๆ เขาก็มาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ ในใจนางก็พอจะเข้าใจอะไรบางอย่าง จึงหันไปกล่าวกับจี้หานอีที่อยู่ข้างกายว่า "ทางข้างหน้าอยู่ไม่ไกลแล้ว ให้สาวใช้เดินนำทางข้าไปก็พอ พี่หญิงกับท่านโหวเสิ่นไปเถิดเจ้าค่ะ"กล่าวจบ ชุยจาวอวิ๋นก็ย่อกายทำความเคารพจี้หานอีอีกครั้ง "วันนี้ต้องรบกวนพี่หญิงแล้ว"จี้หานอีช่วยประคองชุยจาวอวิ๋นพลางกล่าว "ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวข้าเดินไปส่งเจ้าเอง"ชุยจาวอวิ๋นหันไปมองใบหน้าของเสิ่นซื่อโดยไม่รู้ตัว และก็เห็นว่าสีหน้าของเขาเย็นชาลงกว่าเดิมดังคาด นางจึงทัดทานจี้หานอีด้วยความเกรงใจอีกหลายคำ กระทั่งกล่อมให้จี้หานอียอมให้นางเดินออกไปเองได้สำเร็จ ถึงค่อยลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกจี้หานอีทอดสายตามองแผ่นหลังของชุยจาวอวิ๋น พอหันหน้ากลับมาก็เห็นว่าเสิ่นซื่อหมุนตัวเดินกลับไปโดยไม่ทักทายสักคำ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 679

    เมื่อจี้หานอีได้ยินว่าเสิ่นซื่อกลับมาเวลานี้ ก็รู้สึกคาดไม่ถึงอยู่บ้าง ครั้นมองดูท้องฟ้าที่เริ่มมืดสลัวและภายในห้องที่จุดตะเกียงสว่างไสว ก็ตระหนักได้ว่ายามนี้เย็นมากแล้วจริง ๆจี้หานอีหันไปกล่าวกับชุยจาวอวิ๋น “ในเมื่อซื่อจื่อสกุลชุยมารับน้องหญิงกลับ เช่นนั้นข้าก็คงไม่อาจรั้งให้น้องหญิงอยู่ร่วมรับประทานมื้อค่ำด้วยกันแล้ว”ชุยจาวอวิ๋นกำผ้าเช็ดหน้าในมือแน่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนกล่าวกับจี้หานอี “เดิมทีข้ายังมีเรื่องราวอีกมากมายอยากสนทนากับพี่หญิง แต่ในเมื่อท่านโหวเสิ่นกลับมาแล้ว ข้าเองก็สมควรต้องกลับเช่นกันเจ้าค่ะ”“เพียงแต่พี่หญิงพอจะช่วยจัดเตรียมรถม้าของจวนสกุลเสิ่นส่งข้ากลับสักคันได้หรือไม่?”จี้หานอีถามด้วยความประหลาดใจ “ซื่อจื่อสกุลชุยอุตส่าห์มารับน้องหญิงทั้งที แล้วเหตุใดน้องหญิงถึงไม่นั่งรถม้าของเขากลับเล่า?”ชุยจาวอวิ๋นทอดถอนใจพลางตอบ “ข้ากับซื่อจื่อสกุลชุยแม้ได้ชื่อว่าเป็นพี่น้องกัน แต่การนั่งรถม้าคันเดียวกันก็ดูไม่ค่อยเหมาะสมนัก อีกอย่างข้ายังมีธุระสำคัญ ต้องแวะไปที่ร้านค้าสักหน่อย เครื่องประดับของข้าชิ้นหนึ่งชำรุด วันนี้น่าจะซ่อมเสร็จพอดี “เพียงแต่เส้นทางนั้นไม่ได้เป็นทางผ่าน

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 678

    เมื่อทั้งสองสาวเปิดฉากสนทนา เวลาก็ล่วงเลยไปจนดวงตะวันคล้อยต่ำไม่รู้ตัว ทว่ายิ่งคุยก็ยิ่งถูกคอ ทั้งคู่มีความชอบคล้ายกันในหลายเรื่อง ภายในห้องจึงมีแต่เสียงหัวเราะสดใสแว่วออกมาเป็นระยะตอนที่จี้หานอีรั้งให้ชุยจาวอวิ๋นอยู่ร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน ชุยจาวอวิ๋นก็มีท่าทีลังเลเล็กน้อย "หากท่านโหวเสิ่นกลับมาเล่าเจ้าคะ?"ความจริง จี้หานอีแทบไม่ค่อยได้ร่วมรับประทานมื้อค่ำกับเสิ่นซื่อสักเท่าใด ช่วงหลายวันนี้เสิ่นซื่อยิ่งงานยุ่ง คงไม่มีทางกลับมาเร็วถึงเพียงนี้จี้หานอีบอกเรื่องนี้แก่ชุยจาวอวิ๋น ฝ่ายชุยจาวอวิ๋นเองก็ยังไม่อยากกลับเร็วเช่นกัน นางจึงตอบตกลงทั้งสองหวนกลับไปพูดคุยถึงเรื่องราวแปลกประหลาดที่เคยอ่านพบในนิยายประโลมโลก ส่งผลให้เกิดเสียงหัวเราะดังเล็ดลอดออกมาจากด้านในห้องโถงเล็กเป็นระยะวันนี้งานในมือเสิ่นซื่อสะสางเสร็จสิ้นไปพอสมควร เขาจึงกลับจวนได้เร็วกว่าช่วงก่อนหน้า ขณะยืนรับฟังเสียงหัวเราะอยู่หน้าม่านกั้น เสียงหัวเราะอันสดใสดุจนกขมิ้นของจี้หานอีที่ดังแว่วออกมานั้น ก็ทำให้เสิ่นซื่อเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ได้แต่นึกในใจว่าช่วงหลายวันที่เขาไม่อยู่ นางดูจะใช้ชีวิตได้อย่างอิสระเสรีเสียจริงเ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 677

    จี้หานอีหันไปมองชุยจาวอวิ๋นด้วยความประหลาดใจ นึกไม่ถึงเลยว่าชุยจาวอวิ๋นจะมีความคิดเช่นนี้คราวก่อนตอนนางไปเยือนจวนผิงหนานโหวก็พบว่าสกุลชุยเป็นตระกูลใหญ่ที่ปรองดองกันอย่างหาได้ยาก บรรดาพี่น้องสตรีในจวนมีความสัมพันธ์อบอุ่น พี่น้องบุรุษรักใคร่เกื้อกูลกัน ดังนั้น ตอนที่นางได้ยินพี่น้องสตรีสกุลชุยเอ่ยปากทวงความยุติธรรมแทนชุยจาวอวิ๋นเมื่อคราวก่อน จึงไม่ได้มีความรู้สึกโกรธเคืองแต่อย่างใดน้องสาวของชุยจาวอวิ๋นก็สนิทสนมและรักใคร่นางยิ่ง ฮูหยินใหญ่ชุยกับฮูหยินรองชุยยิ่งเอ็นดูและปกป้องชุยจาวอวิ๋น พูดตามตรง หากจวนสกุลกู้สามารถรักใคร่กลมเกลียวกันเช่นเดียวกับจวนผิงหนานโหว จี้หานอีเองก็คงปรารถนาจะกลับไปเยี่ยมสกุลกู้ให้บ่อยขึ้นเช่นกันนางเองจึงไม่เข้าใจเลยว่า เหตุใดชุยจาวอวิ๋นถึงได้มีความคิดเช่นนี้จี้หานอีกล่าว “ชีวิตเช่นนั้นนับว่าอิสระก็จริง แต่ก็มีคำกล่าวที่ว่าหากไม่ก้าวลงจากโถงเรือน ยามนั่งมองอย่างน้อยก็มีลำธารกับหุบเขาให้ชมดู”“เหตุผลที่ผู้คนพากันชื่นชมและสะสมภาพวาดทิวทัศน์ขุนเขาสายน้ำ ก็เพราะยากจะตัดใจละทิ้งความผูกพันใด ๆ ในโลกีย์วิสัย จึงทำได้เพียงฝากฝังจิตวิญญาณไว้ในภาพทิวทัศน์เหล่านั้น”

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status