Share

บทที่ 2

Author: หยกงาม
พายุหิมะอันหนาวเหน็บนำพาความเย็นเยียบซึมลึกถึงกระดูก จี้หานอีรอจนล่วงเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของราตรี ถ่านไฟในเตาน้อยที่เหลือเพียงเศษเสี้ยวมอดดับเย็นชืดไปนานแล้ว เหลือเพียงโคมแก้วหลิวหลีบนหลังคารถม้าที่ยังคงส่องแสงวูบไหวลงมาริบหรี่เท่านั้น

รถม้าที่ว่าจะมารับนางก็ยังคงไม่มาเสียที

หิมะคืนนี้ตกหนักยิ่ง นางรู้ดีว่าเขาคงไม่มาแล้ว

ยังดีที่แม้ราตรีจะยาวนาน แต่สุดท้ายก็ต้องผันผ่านสู่วันใหม่

กระทั่งขอบฟ้าเริ่มปรากฏแสงสว่างเรืองรอง รถม้าคันใหม่จึงค่อยเคลื่อนตัวมาถึงอย่างเชื่องช้า

สารถีรถม้ารีบวิ่งเข้ามาพลางยื่นเสื้อคลุมขนจิ้งจอกให้แก่นาง พร้อมรายงานว่า "เมื่อคืนหิมะตกหนักเหลือเกินขอรับ หากไม่ใช่เพราะโชคดีพบขุนนางมีกิจด่วนต้องรีบออกจากเมือง จึงสั่งให้คนกวาดหิมะเปิดทาง เกรงว่าป่านนี้ข้าน้อยคงยังมารับฮูหยินน้อยไม่ได้เลยขอรับ"

"นับว่าโชคดีที่เจอคนเหล่านั้น หาไม่แล้ว หากฮูหยินน้อยต้องติดอยู่ในหิมะจะทำอย่างไร"

นิ้วมือของจี้หานอีกระชับเสื้อคลุมขนจิ้งจอกแน่นขึ้น ก่อนหลุบตาลง

สารถีรถม้าผู้อยู่นอกหน้าต่างยังคงพูดเจื้อยแจ้วต่อไป "เดิมทีข้าน้อยเตรียมเตาอุ่นมือมาด้วย แต่เสียดายที่ป่านนี้คงเย็นชืดไปหมดแล้วขอรับ"

"ถ่านไฟในรถม้าก็มอดหมดแล้ว ต้องโทษข้าน้อยเองที่ไม่ได้เตรียมมาให้มากหน่อย"

จี้หานอีนั่งฟังอย่างเงียบงัน ไม่ได้ตำหนิสิ่งใด เพียงเลิกม่านขึ้นเท่านั้น

สายลมและหิมะพัดพาเส้นผมของนางยุ่งเหยิง ความขาวโพลนของหิมะที่ปกคลุมทุกสิ่ง ทำให้นางรู้สึกแสบตา

เสียงของสารถีรถม้ายังคงดังไม่ขาดตอน "เมื่อวานนี้หลังนายท่านทราบว่าฮูหยินน้อยกับคุณหนูติดอยู่กลางทางก็ร้อนใจแทบแย่ ตั้งท่าจะมารับพวกท่านให้ได้ นายท่านงานยุ่งถึงเพียงนั้น แต่แทบไม่คิดสนใจงานราชการบ้านเมืองอีก เมื่อคืนกลับ..."

เขาพูดออกมาได้ครึ่งทางก็พลันชะงัก รีบปิดปากเงียบคล้ายนึกบางอย่างขึ้นมาได้ จากนั้นจึงลอบสังเกตสีหน้าของจี้หานอี

แต่ใบหน้าที่ก้มต่ำของฮูหยินน้อยผู้นี้ยังคงอ่านอารมณ์ไม่ออก เขาได้แต่นึกอยากตบปากตัวเองนัก ทำไมถึงปากมากพูดเรื่องนี้ขึ้นมานะ? สุดท้ายก็รีบวางม้านั่งสำหรับเหยียบลงจากรถม้าโดยเร็ว

จี้หานอีกระชับเสื้อคลุมขนจิ้งจอกโดยไร้สุ้มเสียง ก่อนก้าวลงจากรถม้า

ยามที่ลงมาจากรถม้าคันที่เสียนั้น นางก็ยกชายกระโปรงขึ้น เหยียบย่ำลงบนพื้นหิมะหนาเตอะ แต่ร่างกายที่แข็งทื่อนั้นไร้ความรู้สึกไปนานแล้ว แม้แต่ความรู้สึกที่เท้าก็ไม่มีเหลือ

หลายครั้งที่เกือบล้มลง แต่ก็ได้หรงชุนผู้อยู่ข้างกายคอยช่วยประคอง

ขอบตาของหรงชุนแดงก่ำ เช่นเดียวกับผู้เป็นนายหญิง นางเดินไปข้างหน้าอย่างเงียบงัน ไม่มีเสียงก่นด่าสักคำ

ขณะรถม้าแล่นกลับมาถึงจวนสกุลเซี่ย บ่าวชายหน้าประตูก็รีบเข้าไปรับจี้หานอีลงจากรถม้า เมื่อเห็นฮูหยินน้อยผู้เคยมีกิริยาเรียบร้อยงดงาม บัดนี้กลับเดินเหินอย่างยากลำบาก สภาพย่ำแย่ ก็อดมองดูด้วยความเห็นอกเห็นใจไม่ได้

ทั้งที่ไปเรือนน้ำพุร้อนด้วยกันแท้ ๆ แต่นายท่านกลับไปรับคุณหนูคนเดียว ส่วนฮูหยินน้อยต้องติดอยู่กลางหิมะตลอดทั้งคืน

ได้ยินว่าหลังรับคุณหนูกลับมาแล้ว ในจวนยังวุ่นวายกันพักใหญ่ ถึงขั้นเชิญหมอยามาตรวจดูอาการของนาง คล้ายลืมไปแล้วว่าฮูหยินน้อยยังอยู่กลางหิมะอีกทั้งคน

แต่นี่ก็เป็นเรื่องที่มีเหตุผลรองรับอยู่หรอก

คนทั้งจวนในปีนั้น มีใครบ้างไม่คิดว่าผู้ที่จะได้แต่งงานกับนายท่านย่อมต้องเป็นคุณหนู

จี้หานอีไม่ได้สนใจสายตาของผู้ใด นางอดทนเดินโซเซกลับเรือน ฝ่ามือจับอยู่บนข้อมือของหรงชุน ข้อนิ้วซีดขาว ร่างกายโงนเงนแทบทรงตัวไม่อยู่

ถ่านไฟในห้องกำลังลุกโชน แต่จี้หานอีกลับไม่รู้สึกถึงความอบอุ่น เมื่อมองเห็นแสงไฟนั้น นางถึงกับต้องย่อกายลงหน้าเตาถ่านเพื่ออังมือรับความอบอุ่นจากเปลวไฟ

ฝ่ามือของนางกดลงต่ำ แม้เปลวไฟสัมผัสถูกฝ่ามือ นางก็ยังไม่รู้สึกร้อน

ในสมองว่างเปล่าไร้ความคิดอื่นใด ยิ่งไม่มีความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ กลับรู้สึกโล่งอกคล้ายได้ปลดเปลื้องภาระหนักอึ้ง

ซ้ำนางยังรู้สึกยินดี ยินดีที่ตนเองตาสว่างในวันที่ยังไม่สายเกินไป

หรงชุนยกน้ำขิงเข้ามาให้จี้หานอีเพื่อเพิ่มความอบอุ่นแก่ร่างกาย เมื่อเห็นฮูหยินน้อยที่ปกติมักให้ความสำคัญกับกิริยามารยาทเสมอมากำลังนั่งห่อกาย ก็ต้องพูดเสียงสะอื้นว่า "ฮูหยินน้อยแช่น้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถิดเจ้าค่ะ ร่างกายจะได้อุ่นขึ้นบ้าง"

จี้หานอีประคองถ้วยน้ำขิง นิ้วมือที่แข็งเกร็งยังคงไร้ความรู้สึก แม้น้ำขิงร้อนแรงจะไหลผ่านลำคอ แต่ร่างกายก็ยังคงหนาวเหน็บอยู่ดี

ทันใดนั้น ม่านประตูพลันถูกใครบางคนเลิกขึ้นด้วยความร้อนรน ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าแผ่วเบา หลี่หมิงโหรวเดินเข้ามาสีหน้าเป็นกังวล นางมองดูจี้หานอีผู้นั่งยอง ๆ อยู่หน้าเตาถ่านด้วยความตะลึงงัน ก่อนรีบเข้ามากล่าวว่า "ข้าได้ยินว่าพี่สะใภ้กลับมาแล้ว ท่านป้าให้ข้ามาดูพี่สะใภ้ บอกให้พี่สะใภ้พักผ่อนให้สบาย ยังไม่ต้องไปหาท่านป้าที่เรือนเจ้าค่ะ"

พูดจบ นางก็เข้ามานั่งยอง ๆ ข้างกายจี้หานอี พลางถามด้วยแววตาห่วงใย "พี่สะใภ้คงไม่เป็นไรกระมัง?"

"หลังท่านพี่ส่งข้ากลับมาแล้ว ข้าก็บอกให้ท่านพี่รีบไปรับพี่สะใภ้ทันที แต่ท่านพี่เป็นห่วงสุขภาพของข้าจึงยืนกรานอยู่เป็นเพื่อน ตอนนี้เห็นพี่สะใภ้กลับมาอย่างปลอดภัย ข้าก็โล่งใจแล้วเจ้าค่ะ"

"หากท่านพี่เลิกงานกลับมาเห็นพี่สะใภ้สบายดี ก็คงโล่งใจเช่นกัน"

จี้หานอีเอียงศีรษะเล็กน้อยมองไปทางหลี่หมิงโหรว

เห็นเพียงนางสวมเสื้อคลุมสีเหลืองสวย รอบลำคอประดับด้วยผ้าพันคอขนจิ้งจอก เส้นผมเกล้าเก็บเรียบร้อย ใบหน้าขาวผ่องอมชมพู ไม่มีร่องรอยของการฝ่าพายุหิมะแม้แต่น้อย

ใบหน้าอ่อนเยาว์งดงามนั้น ช่างขาวเนียนกระจ่างใส คล้ายดอกไม้แรกแย้มที่มีหยาดน้ำค้างเกาะพราว ซึ่งได้รับการปกป้องดูแลมาเป็นอย่างดี ทว่าในส่วนลึกของดวงตาที่ดูอ่อนแอแต่ทอประกาย กลับแฝงไว้ด้วยความลำพองใจและความดูแคลนบางเบา

สายตาคู่นั้นคล้ายบอกจี้หานอีอยู่ตลอดเวลาว่า นางไม่มีวันเอาชนะหลี่หมิงโหรวได้

แต่จี้หานอีก็ไม่เคยคิดจะเอาชนะอยู่แล้ว

จี้หานอีละสายตากลับมา ขณะตอบแผ่วเบา "ไม่เป็นไร เจ้าไม่ต้องมาดูข้าหรอก สุขภาพของเจ้าสำคัญกว่า"

พูดจบ จี้หานอีก็ใช้มือยันเข่าลุกขึ้นยืน ก่อนเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้เท้าแขนทางด้านข้าง และเรียกหรงชุนให้ยกน้ำชามาต้อนรับหลี่หมิงโหรว

หลี่หมิงโหรวชะงักไปเล็กน้อยหลังเห็นแววตาอันสงบนิ่งของจี้หานอี นางจินตนาการถึงสีหน้าของจี้หานอีไว้หลายรูปแบบ แต่ไม่เคยคิดเลยว่าอีกฝ่ายจะดูสงบนิ่งได้ถึงเพียงนี้

เนื่องจากก่อนหน้านี้ จี้หานอีมักพูดเสมอว่านางยังไม่ออกเรือน ไม่ควรมาใกล้ชิดกับท่านพี่เกินไป สีหน้าท่าทางล้วนแสดงออกชัดว่าไม่ชอบใจและต้องการอบรมสั่งสอน รวมถึงความเจ็บปวดเสียใจที่เคยฉายชัดในแววตา หลี่หมิงโหรวย่อมเคยเห็นมาหมดสิ้น สรุปก็คือจี้หานอีไม่ควรสงบนิ่งเช่นนี้

นางยอมรับ นางชอบมองดูแววตาที่ผิดหวังของจี้หานอี เพราะมันจะทำให้จี้หานอียิ่งเข้าใจแจ่มชัดว่า ในใจของท่านพี่นั้น ผู้ใดสำคัญที่สุด

หากจี้หานอีเป็นคนรู้ความ ก็ควรขอหย่าจากสามี ไม่ใช่ดันทุรังแต่งเข้าสกุลเซี่ย นางละดูแคลนจี้หานอีนัก

ฝืนเด็ดแตงย่อมไม่หวาน เหตุผลง่าย ๆ เพียงเท่านี้ จี้หานอีไม่เข้าใจหรือไร?

หลี่หมิงโหรวนั่งลงบนเก้าอี้เท้าแขนอีกตัว ตวัดสายตามองไปที่จี้หานอีด้วยความดูถูกเหยียดหยาม เห็นเพียงจี้หานอียังคงสวมอาภรณ์สีดำชุดเดิมจากเมื่อวาน ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อย ปิ่นปักผมเสียบอยู่ในเรือนผมสีดำขลับ นางนั่งหันข้างก้มหน้าจิบน้ำชา

แสงสว่างจากนอกหน้าต่างตกกระทบลงบนร่างของนาง ผิวพรรณขาวเนียนราวหิมะ คิ้วตางดงามดุจภาพวาด ดูแล้วช่างวางตัวได้เหมาะสมตลอดเวลา

แต่นางก็เหลือเพียงความดูดีภายนอกเท่านี้เอง

ความจริงแล้ว หลี่หมิงโหรวอยากบีบคั้นจี้หานอีให้เสียกิริยา อยากฉีกกระชากหน้ากากจอมปลอมของสตรีที่สามีไม่รักแต่ยังแสร้งทำเป็นสงบนิ่งนั่นทิ้งเสีย

หลี่หมิงโหรวมองด้วยท่าทีเรียบเฉย ก่อนพูดขึ้นอีกครั้ง "ข้าเองก็เป็นห่วงพี่สะใภ้เจ้าค่ะ ร้อนใจอยากรีบมาดูอาการ"

"แต่พี่สะใภ้ดูท่าจะไม่ชอบใจที่ข้ามาพิกล คงเป็นเพราะเมื่อคืนท่านพี่พาข้ากลับมาก่อน ทำให้พี่สะใภ้ไม่พอใจอีกแล้ว ใช่ไหมเจ้าคะ?"

หรงชุนผู้อยู่ด้านข้างย่อมได้ยินคำพูดทำนองนี้จากปากหลี่หมิงโหรวมานับครั้งไม่ถ้วน ภายนอกทำตัวน่าสงสาร แลดูอ่อนแอเปราะบาง และที่นายท่านลำเอียงก็เป็นเรื่องจริง ยิ่งหลี่หมิงโหรวพูดเช่นนี้ ก็จะกลายเป็นว่าฮูหยินน้อยใจแคบ ดูท่านางคงอยากให้นายท่านตำหนิฮูหยินน้อยอีกเป็นแน่

จี้หานอีวางถ้วยชาในมือลง กลิ่นหอมของชาชุนเสวี่ยลอยอบอวล นางมองไปทางหลี่หมิงโหรวแววตาเรียบเฉย น้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยน "เจ้าไม่ต้องคิดเช่นนั้นหรอก ข้าเพิ่งกลับมา ไอเย็นในกายยังไม่จางหาย ร่างกายเจ้าทนความหนาวเย็นไม่ได้ รีบกลับไปพักผ่อนสักหน่อยเถิด"

"อย่าทำให้พี่ชายเจ้าต้องเป็นห่วงเลย"

วาจาของนางช่างเหมาะสมและสุขุม สีหน้าไม่ได้แสดงความอัปยศที่ถูกทอดทิ้งแม้แต่น้อย

จี้หานอีรู้ดีว่าหลี่หมิงโหรวอยากเห็นสิ่งใด แต่โชคร้ายที่คงไม่มีวันสมปรารถนา

หลี่หมิงโหรวตะลึงไปครู่หนึ่ง แต่แล้วก็ยิ้มกว้าง ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง แผ่นหลังที่เหยียดตรงแฝงไว้ด้วยความรู้สึกเสียดายและเย้ยหยัน "ข้าจำได้ว่าปีแรกที่พี่สะใภ้แต่งเข้ามา ท่านเคยปลูกต้นไห่ถังไว้ริมหน้าต่างมากมาย พอถึงเดือนสาม ทิวทัศน์นอกหน้าต่างก็จะงดงามนัก"

พูดจบ นางก็หันกลับมามองจี้หานอี "น่าเสียดาย ข้าทนกลิ่นไห่ถังไม่ได้ ท่านพี่เพราะเห็นแก่ข้า จึงไม่ให้ปลูกต้นไห่ถังในจวนอีก แม้แต่ต้นที่พี่สะใภ้ปลูกไว้ ท่านพี่ก็สั่งให้คนถอนทิ้งไปเสียสิ้น"

"ข้าได้ยินว่าพี่สะใภ้ชอบดอกไห่ถังที่สุด เดือนสามปีนี้คงไม่ได้เห็นเสียแล้ว ไม่ทราบพี่สะใภ้เสียใจหรือไม่?"

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App
Mga Comments (2)
goodnovel comment avatar
Phenprapha Iamsithong
นางเอกอดมนนะสู้ๆ พี่สะใภ้ต้องแข๋งแกร่งแล้วเจ้าจะชนะมารทั้งหลายเอง
goodnovel comment avatar
Nattha Piriyaponthanakhun
แย่ แล้วบอกว่าฟรี
Tignan lahat ng Komento

Pinakabagong kabanata

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 826

    จี้หานอีเงยหน้าขึ้นสบกับนัยน์ตาสีดำขลับอันลึกล้ำของเสิ่นซื่อที่เมื่อก่อนนางไม่พูดก็เพราะไม่กล้าพูด รวมถึงไม่อยากผิดใจกับคนนิสัยเช่นเสิ่นซื่อ หลายครั้งจึงได้แต่อดทนเท่านั้นแต่บัดนี้จี้หานอีสัมผัสได้ว่าเสิ่นซื่อเปลี่ยนไปมาก นางจึงค่อย ๆ เปิดใจให้เขา และแบ่งปันความรู้สึกของตนเองให้เขารับฟังเมื่อเห็นว่ายามนี้เสิ่นซื่อกำลังจะเอาแต่ใจอีกแล้ว จี้หานอีก็ขมวดคิ้วเรียว มองเสิ่นซื่ออย่างน้ำตาคลอเบ้า "ท่านพี่หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ? แก้มข้าถูกท่านพี่บีบจนแดงไปหมดแล้ว นี่ยังไม่ยอมให้พูดอีกหรือ?"ใบหน้าของจี้หานอีนั้นสืบทอดความบอบบางมาจากมารดาอยู่หลายส่วน ด้วยดวงตาอันงดงามที่มักดูเลื่อนลอยทว่ากลับดำขลับเป็นประกาย ความบอบบางนั้นจึงไม่ค่อยเด่นชัดนัก แต่ขอเพียงจี้หานอีหลุบตาลงเล็กน้อย ความบอบบางและท่าทีอันน่าทะนุถนอมนั้นก็จะฉายชัดขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติต่อให้เสิ่นซื่อเป็นผู้ที่สามารถเผชิญกับทัณฑ์ทรมานอันโหดเหี้ยมได้อย่างสงบนิ่ง และเขามักภาคภูมิใจในความหนักแน่นของการควบคุมตนเองเสมอ ทั้งยังไม่ยอมให้ผู้ใดมามีอิทธิพลเหนืออารมณ์ตนเอง แต่เวลานี้กลับต้องยอมแพ้อย่างราบคาบเขาเกือบจะหลุดปากง้องอนและข

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 825

    เว่ยซิวทอดถอนใจ “บนโลกใบนี้มีข้าเพียงคนเดียว เจ้าคิดว่าทุกคนจะเหมือนข้าได้หรือไร? การที่ท่านโหวเสิ่นทำได้ถึงเพียงนี้ ก็นับว่าหาได้ยากยิ่งแล้ว”“เขาทั้งเกิดมาสูงศักดิ์ มีชาติตระกูลและภูมิหลังไม่เป็นรองใคร ยามนี้ยังดำรงตำแหน่งขุนนางระดับสูง หากจะให้เขาลดตัวลงมาง่าย ๆ นั้น นับว่าแทบเป็นไปไม่ได้ เขาได้รับการศึกษาตามฉบับตระกูลใหญ่ สตรีส่วนมากมักถูกมองเป็นเพียงผู้ตาม การที่เจ้าพูดเช่นนั้น มีแต่จะทำให้เขารู้สึกว่าเจ้ากำลังยุแยงความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยาของพวกเขาเสียมากกว่า”“นอกจากนี้ ท่านโหวเสิ่นยังมีปณิธานอยู่ในราชสำนัก คำสอนของลัทธิขงจื๊อในปัจจุบันกล่าวไว้ว่าหลักการที่ยิ่งใหญ่ของฟ้าดินคือบุรุษดูแลภายนอก สตรีดูแลภายใน ต่อให้ท่านโหวเสิ่นจะรักและให้เกียรติฮูหยินของเขาอย่างไร เขาก็ไม่มีวันลุ่มหลงในเรื่องรักใคร่แน่นอน”ชุยจิ้งหมิ่นชะงักไปเล็กน้อย พลันเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเมื่อครู่ใบหน้าของท่านโหวเสิ่นถึงได้มืดทะมึนถึงเพียงนั้น นางหันไปมองเว่ยซิว “แล้วท่านพี่ไม่ได้เติบโตมาด้วยการศึกษาแบบวิญญูชนตระกูลใหญ่หรือเจ้าคะ? เหตุใดถึงไม่เหมือนกันเล่า?”เว่ยซิวมองชุยจิ้งหมิ่นพลางหัวเราะด้วยความจนใจ “เพ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 824

    เมื่อจี้หานอีเห็นว่าเสิ่นซื่อร้องเรียก นางก็รีบเดินเข้าไปหา แต่สายตากลับอดลอบพินิจเว่ยซิวผู้อยู่ข้างกายเสิ่นซื่อไม่ได้นางเพียงอยากรู้ว่าบุรุษผู้แสนเอาอกเอาใจภรรยาถึงขั้นยอมเข้าครัวทำอาหารให้นั้น แท้จริงแล้วมีหน้าตาเป็นเช่นไรนางทอดสายตามองไปที่เว่ยซิว เห็นเพียงเขาสวมอาภรณ์สีเขียว รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลา ท่าทางดูเหมือนคนอารมณ์ดี นัยน์ตาสีดำขลับคู่นั้นราวกับแฝงรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลาโดยเฉพาะยามนี้ที่เขายืนอยู่ข้างเสิ่นซื่อ ยิ่งขับเน้นให้เสิ่นซื่อดูราวกับภูเขาน้ำแข็งที่เย็นชาเคร่งขรึม ทำให้ใบหน้าอันหล่อเหลานั้นเสียของยิ่งเดิมทีจี้หานอียังคิดอยากมองดูให้มากกว่านี้อีกสักสองสามปราด แต่เบื้องหน้ากลับมีเงาทะมึนสายหนึ่งพาดผ่าน ร่างของเสิ่นซื่อบดบังสายตาของนางไว้ คล้ายกับมองทะลุถึงความคิดนาง เขาหลุบตาลงมองด้วยสีหน้าเย็นชาที่แผ่กลิ่นอายกดดันผู้คนจี้หานอีเกรงว่าเสิ่นซื่อจะเอาความกับนางอีก จึงรีบแสร้งทำเป็นไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น แล้วหันไปกล่าวคำอำลากับชุยจิ้งหมิ่นผู้เดินตามมาเวลานี้ ชุยจิ้งหมิ่นเองก็สังเกตเห็นสีหน้าอันเคร่งเครียดของเสิ่นซื่อ กอปรกับเห็นผู้เป็นสามีที่ยืนอยู่ข้างกายท่านโหว

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 823

    “ความจริงข้าอยากหาคนพูดคุยเรื่องนี้มานานแล้ว แต่สุดท้ายเรื่องนี้ก็ไม่เหมาะจะนำไปเล่าให้ผู้อื่นฟัง พอดีข้ากับน้องหญิงเคยพบเจอกันหลายครั้ง ข้ารู้ว่าน้องหญิงเป็นคนดี ถึงได้ยอมเปิดอกพูดเรื่องนี้กับเจ้า”จี้หานอีย่อมเข้าใจความหมายของชุยจิ้งหมิ่น ถ้อยคำเหล่านี้หากแพร่งพรายออกไป ผู้อื่นก็คงไม่เข้าใจ ซ้ำยังอาจนำมาซึ่งคำครหา นางจึงกุมมือของชุยจิ้งหมิ่นไว้ “พี่หญิงเห็นข้าเป็นสหายรู้ใจ ข้าเองก็เห็นพี่หญิงเป็นสหายรู้ใจเช่นกัน เรื่องราวบางอย่างก็แค่รู้กันระหว่างพี่น้อง ไม่มีทางแพร่งพรายออกไปภายนอกเด็ดขาดเจ้าค่ะ”“พี่ชุยเองทางที่ดีก็อย่านำไปเล่าให้ผู้ใดฟังอีก จะได้ไม่ต้องพบเจอเรื่องวุ่นวายโดยไม่จำเป็น”จี้หานอีรู้สึกว่าเรื่องราวเหล่านี้นางเองก็คงไม่กล้าพูดกับเสิ่นซื่อ เสิ่นซื่อนั้นเป็นคนเจ้าระเบียบและเคร่งขรึมถึงเพียงนั้น บางครั้งตอนที่นางเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขาไม่ทัน สีหน้าของเขาก็คล้ายไม่สบอารมณ์อยู่บ้าง นับประสาอะไรกับเรื่องที่คุณชายรองเว่ยกระทำตามที่ชุยจิ้งหมิ่นเพิ่งเล่าให้ฟังเมื่อครู่เมื่อชุยจิ้งหมิ่นได้ยินคำพูดของจี้หานอีก็รู้สึกซาบซึ้งใจยิ่ง นางรู้ได้ในทันทีว่าตนเองมองคนไม่ผิดจริง ๆความจ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 822

    เมื่อจี้หานอีได้ยินว่าเสิ่นซื่อมารับแล้ว นางก็อำลาชุยจิ้งหมิ่นกับคนอื่น ๆ ด้วยความอาลัยอาวรณ์เล็กน้อยชุยจิ้งหมิ่นนั้นนับจี้หานอีเป็นสหายรู้ใจมาแต่แรก เดิมทีมีถ้อยคำอีกมากมายยังไม่ได้กล่าว แต่ในเมื่อท่านโหวเสิ่นมารับคนแล้ว นางจึงไม่อาจรั้งตัวไว้ได้อีกทำได้เพียงเดินออกมาส่งจี้หานอีด้วยตนเองเท่านั้นระหว่างทางจี้หานอีฟังชุยจิ้งหมิ่นเล่าว่า ลานม้าแห่งนั้นคือสถานที่ซึ่งในอดีตคุณชายรองเว่ยไม่สนคำคัดค้านของผู้อาวุโสประจำตระกูล เพียงเพราะชุยจิ้งหมิ่นชื่นชอบการขี่ม้า เขาจึงดึงดันรื้อห้องหนังสือของตนเองทิ้งเพื่อสร้างลานม้าให้แก่นางความจริงตอนได้ฟังครั้งแรก จี้หานอีก็รู้สึกตกตะลึงอยู่บ้าง นางเคยคิดว่าคุณชายรองเว่ยเป็นพวกคุณชายเสเพลเสียอีก ไม่นึกเลยว่าเขาจะสามารถทำเพื่อภรรยาได้ถึงเพียงนี้ชุยจิ้งหมิ่นแย้มยิ้ม “เขานั้นให้ความสำคัญกับข้าเป็นอันดับแรกในทุก ๆ เรื่อง ซ้ำยังไม่ยอมให้ข้าช่วยผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า หรือปรนนิบัติเขาอาบน้ำล้างหน้าด้วยซ้ำ”“ช่วงแรกข้าเองก็ไม่ชิน คิดว่าเขารังเกียจหรือไม่ก็ไม่ชอบข้า ข้ากับเขาถึงขั้นเคยมีปากเสียงกันเล็กน้อยเพราะเรื่องนี้อยู่หลายหน แม้ข้าจะเกิดในตระกูลขุนนา

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 821

    ประเดี๋ยวก็บอกว่าทิวทัศน์ที่ใดงดงาม คราวหน้าสามารถขี่ม้าไปเที่ยวชมด้วยกันได้ ประเดี๋ยวก็บอกว่าน้ำพุที่ใดนำมาชงชาแล้วกลิ่นหอมที่สุด คราวหน้าค่อยไปเที่ยวเล่นทุ่งหญ้าด้วยกันนานทีปีหนจี้หานอีถึงจะพบพานผู้ที่มีรสนิยมตรงกันและพูดคุยได้อย่างถูกคอ นางจึงร่วมวงด้วยสนทนากันได้ครู่หนึ่ง ก็วกมาถึงเรื่องที่จะไปประลองฝีมือตีคลีกัน แต่เวลานี้ทุกคนล้วนสวมใส่กระโปรงที่ทั้งหนาและรุ่มร่ามดูไม่เหมาะนัก ชุยจิ้งหมิ่นจึงกล่าว “ไม่เป็นไรหรอก เพียงเล่นกันสนุกสนาน ต่อให้สวมกระโปรงก็สามารถขี่ม้าได้”ตอนที่เสิ่นซื่อมารับจี้หานอียามเที่ยง เขาก็ยืนเคียงข้างคุณชายรองเว่ย เฝ้าดูแม่นางทั้งหลายกำลังขี่ม้าอยู่ในลานม้าขนาดเล็กของจวนสกุลเว่ยคุณชายรองเว่ยเว่ยซิวหันมองเสิ่นซื่อพลางกล่าวด้วยความเกรงใจเล็กน้อย “ฮูหยินของข้าค่อนข้างเอาแต่ใจมาโดยตลอด ข้าจะเรียกให้นางพาฮูหยินเสิ่นกลับมาเดี๋ยวนี้ขอรับ”ภายในสายตาของเสิ่นซื่อมีเพียงจี้หานอีผู้เดียว เขามองชายกระโปรงของนางที่พลิ้วไหวตามสายลม แม้จะอยู่ไกลกัน แต่เสิ่นซื่อกลับสัมผัสได้ถึงรอยยิ้มบนใบหน้าของจี้หานอี แววตาและหว่างคิ้วของเขาพลันอ่อนโยนลง ก่อนยกมือขึ้นห้ามเว่ยซิวเป็

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status