Share

บทที่ 2

Penulis: หยกงาม
พายุหิมะอันหนาวเหน็บนำพาความเย็นเยียบซึมลึกถึงกระดูก จี้หานอีรอจนล่วงเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของราตรี ถ่านไฟในเตาน้อยที่เหลือเพียงเศษเสี้ยวมอดดับเย็นชืดไปนานแล้ว เหลือเพียงโคมแก้วหลิวหลีบนหลังคารถม้าที่ยังคงส่องแสงวูบไหวลงมาริบหรี่เท่านั้น

รถม้าที่ว่าจะมารับนางก็ยังคงไม่มาเสียที

หิมะคืนนี้ตกหนักยิ่ง นางรู้ดีว่าเขาคงไม่มาแล้ว

ยังดีที่แม้ราตรีจะยาวนาน แต่สุดท้ายก็ต้องผันผ่านสู่วันใหม่

กระทั่งขอบฟ้าเริ่มปรากฏแสงสว่างเรืองรอง รถม้าคันใหม่จึงค่อยเคลื่อนตัวมาถึงอย่างเชื่องช้า

สารถีรถม้ารีบวิ่งเข้ามาพลางยื่นเสื้อคลุมขนจิ้งจอกให้แก่นาง พร้อมรายงานว่า "เมื่อคืนหิมะตกหนักเหลือเกินขอรับ หากไม่ใช่เพราะโชคดีพบขุนนางมีกิจด่วนต้องรีบออกจากเมือง จึงสั่งให้คนกวาดหิมะเปิดทาง เกรงว่าป่านนี้ข้าน้อยคงยังมารับฮูหยินน้อยไม่ได้เลยขอรับ"

"นับว่าโชคดีที่เจอคนเหล่านั้น หาไม่แล้ว หากฮูหยินน้อยต้องติดอยู่ในหิมะจะทำอย่างไร"

นิ้วมือของจี้หานอีกระชับเสื้อคลุมขนจิ้งจอกแน่นขึ้น ก่อนหลุบตาลง

สารถีรถม้าผู้อยู่นอกหน้าต่างยังคงพูดเจื้อยแจ้วต่อไป "เดิมทีข้าน้อยเตรียมเตาอุ่นมือมาด้วย แต่เสียดายที่ป่านนี้คงเย็นชืดไปหมดแล้วขอรับ"

"ถ่านไฟในรถม้าก็มอดหมดแล้ว ต้องโทษข้าน้อยเองที่ไม่ได้เตรียมมาให้มากหน่อย"

จี้หานอีนั่งฟังอย่างเงียบงัน ไม่ได้ตำหนิสิ่งใด เพียงเลิกม่านขึ้นเท่านั้น

สายลมและหิมะพัดพาเส้นผมของนางยุ่งเหยิง ความขาวโพลนของหิมะที่ปกคลุมทุกสิ่ง ทำให้นางรู้สึกแสบตา

เสียงของสารถีรถม้ายังคงดังไม่ขาดตอน "เมื่อวานนี้หลังนายท่านทราบว่าฮูหยินน้อยกับคุณหนูติดอยู่กลางทางก็ร้อนใจแทบแย่ ตั้งท่าจะมารับพวกท่านให้ได้ นายท่านงานยุ่งถึงเพียงนั้น แต่แทบไม่คิดสนใจงานราชการบ้านเมืองอีก เมื่อคืนกลับ..."

เขาพูดออกมาได้ครึ่งทางก็พลันชะงัก รีบปิดปากเงียบคล้ายนึกบางอย่างขึ้นมาได้ จากนั้นจึงลอบสังเกตสีหน้าของจี้หานอี

แต่ใบหน้าที่ก้มต่ำของฮูหยินน้อยผู้นี้ยังคงอ่านอารมณ์ไม่ออก เขาได้แต่นึกอยากตบปากตัวเองนัก ทำไมถึงปากมากพูดเรื่องนี้ขึ้นมานะ? สุดท้ายก็รีบวางม้านั่งสำหรับเหยียบลงจากรถม้าโดยเร็ว

จี้หานอีกระชับเสื้อคลุมขนจิ้งจอกโดยไร้สุ้มเสียง ก่อนก้าวลงจากรถม้า

ยามที่ลงมาจากรถม้าคันที่เสียนั้น นางก็ยกชายกระโปรงขึ้น เหยียบย่ำลงบนพื้นหิมะหนาเตอะ แต่ร่างกายที่แข็งทื่อนั้นไร้ความรู้สึกไปนานแล้ว แม้แต่ความรู้สึกที่เท้าก็ไม่มีเหลือ

หลายครั้งที่เกือบล้มลง แต่ก็ได้หรงชุนผู้อยู่ข้างกายคอยช่วยประคอง

ขอบตาของหรงชุนแดงก่ำ เช่นเดียวกับผู้เป็นนายหญิง นางเดินไปข้างหน้าอย่างเงียบงัน ไม่มีเสียงก่นด่าสักคำ

ขณะรถม้าแล่นกลับมาถึงจวนสกุลเซี่ย บ่าวชายหน้าประตูก็รีบเข้าไปรับจี้หานอีลงจากรถม้า เมื่อเห็นฮูหยินน้อยผู้เคยมีกิริยาเรียบร้อยงดงาม บัดนี้กลับเดินเหินอย่างยากลำบาก สภาพย่ำแย่ ก็อดมองดูด้วยความเห็นอกเห็นใจไม่ได้

ทั้งที่ไปเรือนน้ำพุร้อนด้วยกันแท้ ๆ แต่นายท่านกลับไปรับคุณหนูคนเดียว ส่วนฮูหยินน้อยต้องติดอยู่กลางหิมะตลอดทั้งคืน

ได้ยินว่าหลังรับคุณหนูกลับมาแล้ว ในจวนยังวุ่นวายกันพักใหญ่ ถึงขั้นเชิญหมอยามาตรวจดูอาการของนาง คล้ายลืมไปแล้วว่าฮูหยินน้อยยังอยู่กลางหิมะอีกทั้งคน

แต่นี่ก็เป็นเรื่องที่มีเหตุผลรองรับอยู่หรอก

คนทั้งจวนในปีนั้น มีใครบ้างไม่คิดว่าผู้ที่จะได้แต่งงานกับนายท่านย่อมต้องเป็นคุณหนู

จี้หานอีไม่ได้สนใจสายตาของผู้ใด นางอดทนเดินโซเซกลับเรือน ฝ่ามือจับอยู่บนข้อมือของหรงชุน ข้อนิ้วซีดขาว ร่างกายโงนเงนแทบทรงตัวไม่อยู่

ถ่านไฟในห้องกำลังลุกโชน แต่จี้หานอีกลับไม่รู้สึกถึงความอบอุ่น เมื่อมองเห็นแสงไฟนั้น นางถึงกับต้องย่อกายลงหน้าเตาถ่านเพื่ออังมือรับความอบอุ่นจากเปลวไฟ

ฝ่ามือของนางกดลงต่ำ แม้เปลวไฟสัมผัสถูกฝ่ามือ นางก็ยังไม่รู้สึกร้อน

ในสมองว่างเปล่าไร้ความคิดอื่นใด ยิ่งไม่มีความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ กลับรู้สึกโล่งอกคล้ายได้ปลดเปลื้องภาระหนักอึ้ง

ซ้ำนางยังรู้สึกยินดี ยินดีที่ตนเองตาสว่างในวันที่ยังไม่สายเกินไป

หรงชุนยกน้ำขิงเข้ามาให้จี้หานอีเพื่อเพิ่มความอบอุ่นแก่ร่างกาย เมื่อเห็นฮูหยินน้อยที่ปกติมักให้ความสำคัญกับกิริยามารยาทเสมอมากำลังนั่งห่อกาย ก็ต้องพูดเสียงสะอื้นว่า "ฮูหยินน้อยแช่น้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถิดเจ้าค่ะ ร่างกายจะได้อุ่นขึ้นบ้าง"

จี้หานอีประคองถ้วยน้ำขิง นิ้วมือที่แข็งเกร็งยังคงไร้ความรู้สึก แม้น้ำขิงร้อนแรงจะไหลผ่านลำคอ แต่ร่างกายก็ยังคงหนาวเหน็บอยู่ดี

ทันใดนั้น ม่านประตูพลันถูกใครบางคนเลิกขึ้นด้วยความร้อนรน ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าแผ่วเบา หลี่หมิงโหรวเดินเข้ามาสีหน้าเป็นกังวล นางมองดูจี้หานอีผู้นั่งยอง ๆ อยู่หน้าเตาถ่านด้วยความตะลึงงัน ก่อนรีบเข้ามากล่าวว่า "ข้าได้ยินว่าพี่สะใภ้กลับมาแล้ว ท่านป้าให้ข้ามาดูพี่สะใภ้ บอกให้พี่สะใภ้พักผ่อนให้สบาย ยังไม่ต้องไปหาท่านป้าที่เรือนเจ้าค่ะ"

พูดจบ นางก็เข้ามานั่งยอง ๆ ข้างกายจี้หานอี พลางถามด้วยแววตาห่วงใย "พี่สะใภ้คงไม่เป็นไรกระมัง?"

"หลังท่านพี่ส่งข้ากลับมาแล้ว ข้าก็บอกให้ท่านพี่รีบไปรับพี่สะใภ้ทันที แต่ท่านพี่เป็นห่วงสุขภาพของข้าจึงยืนกรานอยู่เป็นเพื่อน ตอนนี้เห็นพี่สะใภ้กลับมาอย่างปลอดภัย ข้าก็โล่งใจแล้วเจ้าค่ะ"

"หากท่านพี่เลิกงานกลับมาเห็นพี่สะใภ้สบายดี ก็คงโล่งใจเช่นกัน"

จี้หานอีเอียงศีรษะเล็กน้อยมองไปทางหลี่หมิงโหรว

เห็นเพียงนางสวมเสื้อคลุมสีเหลืองสวย รอบลำคอประดับด้วยผ้าพันคอขนจิ้งจอก เส้นผมเกล้าเก็บเรียบร้อย ใบหน้าขาวผ่องอมชมพู ไม่มีร่องรอยของการฝ่าพายุหิมะแม้แต่น้อย

ใบหน้าอ่อนเยาว์งดงามนั้น ช่างขาวเนียนกระจ่างใส คล้ายดอกไม้แรกแย้มที่มีหยาดน้ำค้างเกาะพราว ซึ่งได้รับการปกป้องดูแลมาเป็นอย่างดี ทว่าในส่วนลึกของดวงตาที่ดูอ่อนแอแต่ทอประกาย กลับแฝงไว้ด้วยความลำพองใจและความดูแคลนบางเบา

สายตาคู่นั้นคล้ายบอกจี้หานอีอยู่ตลอดเวลาว่า นางไม่มีวันเอาชนะหลี่หมิงโหรวได้

แต่จี้หานอีก็ไม่เคยคิดจะเอาชนะอยู่แล้ว

จี้หานอีละสายตากลับมา ขณะตอบแผ่วเบา "ไม่เป็นไร เจ้าไม่ต้องมาดูข้าหรอก สุขภาพของเจ้าสำคัญกว่า"

พูดจบ จี้หานอีก็ใช้มือยันเข่าลุกขึ้นยืน ก่อนเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้เท้าแขนทางด้านข้าง และเรียกหรงชุนให้ยกน้ำชามาต้อนรับหลี่หมิงโหรว

หลี่หมิงโหรวชะงักไปเล็กน้อยหลังเห็นแววตาอันสงบนิ่งของจี้หานอี นางจินตนาการถึงสีหน้าของจี้หานอีไว้หลายรูปแบบ แต่ไม่เคยคิดเลยว่าอีกฝ่ายจะดูสงบนิ่งได้ถึงเพียงนี้

เนื่องจากก่อนหน้านี้ จี้หานอีมักพูดเสมอว่านางยังไม่ออกเรือน ไม่ควรมาใกล้ชิดกับท่านพี่เกินไป สีหน้าท่าทางล้วนแสดงออกชัดว่าไม่ชอบใจและต้องการอบรมสั่งสอน รวมถึงความเจ็บปวดเสียใจที่เคยฉายชัดในแววตา หลี่หมิงโหรวย่อมเคยเห็นมาหมดสิ้น สรุปก็คือจี้หานอีไม่ควรสงบนิ่งเช่นนี้

นางยอมรับ นางชอบมองดูแววตาที่ผิดหวังของจี้หานอี เพราะมันจะทำให้จี้หานอียิ่งเข้าใจแจ่มชัดว่า ในใจของท่านพี่นั้น ผู้ใดสำคัญที่สุด

หากจี้หานอีเป็นคนรู้ความ ก็ควรขอหย่าจากสามี ไม่ใช่ดันทุรังแต่งเข้าสกุลเซี่ย นางละดูแคลนจี้หานอีนัก

ฝืนเด็ดแตงย่อมไม่หวาน เหตุผลง่าย ๆ เพียงเท่านี้ จี้หานอีไม่เข้าใจหรือไร?

หลี่หมิงโหรวนั่งลงบนเก้าอี้เท้าแขนอีกตัว ตวัดสายตามองไปที่จี้หานอีด้วยความดูถูกเหยียดหยาม เห็นเพียงจี้หานอียังคงสวมอาภรณ์สีดำชุดเดิมจากเมื่อวาน ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อย ปิ่นปักผมเสียบอยู่ในเรือนผมสีดำขลับ นางนั่งหันข้างก้มหน้าจิบน้ำชา

แสงสว่างจากนอกหน้าต่างตกกระทบลงบนร่างของนาง ผิวพรรณขาวเนียนราวหิมะ คิ้วตางดงามดุจภาพวาด ดูแล้วช่างวางตัวได้เหมาะสมตลอดเวลา

แต่นางก็เหลือเพียงความดูดีภายนอกเท่านี้เอง

ความจริงแล้ว หลี่หมิงโหรวอยากบีบคั้นจี้หานอีให้เสียกิริยา อยากฉีกกระชากหน้ากากจอมปลอมของสตรีที่สามีไม่รักแต่ยังแสร้งทำเป็นสงบนิ่งนั่นทิ้งเสีย

หลี่หมิงโหรวมองด้วยท่าทีเรียบเฉย ก่อนพูดขึ้นอีกครั้ง "ข้าเองก็เป็นห่วงพี่สะใภ้เจ้าค่ะ ร้อนใจอยากรีบมาดูอาการ"

"แต่พี่สะใภ้ดูท่าจะไม่ชอบใจที่ข้ามาพิกล คงเป็นเพราะเมื่อคืนท่านพี่พาข้ากลับมาก่อน ทำให้พี่สะใภ้ไม่พอใจอีกแล้ว ใช่ไหมเจ้าคะ?"

หรงชุนผู้อยู่ด้านข้างย่อมได้ยินคำพูดทำนองนี้จากปากหลี่หมิงโหรวมานับครั้งไม่ถ้วน ภายนอกทำตัวน่าสงสาร แลดูอ่อนแอเปราะบาง และที่นายท่านลำเอียงก็เป็นเรื่องจริง ยิ่งหลี่หมิงโหรวพูดเช่นนี้ ก็จะกลายเป็นว่าฮูหยินน้อยใจแคบ ดูท่านางคงอยากให้นายท่านตำหนิฮูหยินน้อยอีกเป็นแน่

จี้หานอีวางถ้วยชาในมือลง กลิ่นหอมของชาชุนเสวี่ยลอยอบอวล นางมองไปทางหลี่หมิงโหรวแววตาเรียบเฉย น้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยน "เจ้าไม่ต้องคิดเช่นนั้นหรอก ข้าเพิ่งกลับมา ไอเย็นในกายยังไม่จางหาย ร่างกายเจ้าทนความหนาวเย็นไม่ได้ รีบกลับไปพักผ่อนสักหน่อยเถิด"

"อย่าทำให้พี่ชายเจ้าต้องเป็นห่วงเลย"

วาจาของนางช่างเหมาะสมและสุขุม สีหน้าไม่ได้แสดงความอัปยศที่ถูกทอดทิ้งแม้แต่น้อย

จี้หานอีรู้ดีว่าหลี่หมิงโหรวอยากเห็นสิ่งใด แต่โชคร้ายที่คงไม่มีวันสมปรารถนา

หลี่หมิงโหรวตะลึงไปครู่หนึ่ง แต่แล้วก็ยิ้มกว้าง ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง แผ่นหลังที่เหยียดตรงแฝงไว้ด้วยความรู้สึกเสียดายและเย้ยหยัน "ข้าจำได้ว่าปีแรกที่พี่สะใภ้แต่งเข้ามา ท่านเคยปลูกต้นไห่ถังไว้ริมหน้าต่างมากมาย พอถึงเดือนสาม ทิวทัศน์นอกหน้าต่างก็จะงดงามนัก"

พูดจบ นางก็หันกลับมามองจี้หานอี "น่าเสียดาย ข้าทนกลิ่นไห่ถังไม่ได้ ท่านพี่เพราะเห็นแก่ข้า จึงไม่ให้ปลูกต้นไห่ถังในจวนอีก แม้แต่ต้นที่พี่สะใภ้ปลูกไว้ ท่านพี่ก็สั่งให้คนถอนทิ้งไปเสียสิ้น"

"ข้าได้ยินว่าพี่สะใภ้ชอบดอกไห่ถังที่สุด เดือนสามปีนี้คงไม่ได้เห็นเสียแล้ว ไม่ทราบพี่สะใภ้เสียใจหรือไม่?"
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 100

    “คนที่ชอบกินขนมพุทราเชื่อม มีเพียงหลี่หมิงโหรวเท่านั้นเจ้าค่ะ”“ข้าเองก็เข้านอนแล้ว นายท่านรีบกลับไปเถิด”เซี่ยอวี้เหิงมองจี้หานอีด้วยแววตาไม่เข้าใจ “เจ้าก็แค่อยากให้ข้าใส่ใจเจ้า ก็แค่รู้สึกว่าข้าอยู่เป็นเพื่อนหมิงโหรวมากกว่าเจ้าเท่านั้น”“วันหน้าข้าจะพยายามกลับเรือนมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้าให้มากขึ้นก็แล้วกัน”“เจ้ายังจะเอาแต่ใจอันใดอีก?”กล่าวพลางสายตาของเขาก็มองทรวดทรงอรชรภายใต้เสื้อผ้าบางเบาของจี้หานอี ใบหน้าที่งดงามปานดอกไม้แรกแย้มยามนี้ดูอ่อนหวานและหมดจดภายใต้แสงตะเกียง กลิ่นหอมอวลอุ่นบนร่างนางทำเอาเขามองจนเกิดความรู้สึกพลุ่งพล่านในใจแม้น้อยครั้งนักที่จะได้สานสัมพันธ์นางแนบชิด แต่เรือนร่างของจี้หานอีก็ทำให้เขาลุ่มหลงมัวเมาได้อย่างแท้จริงเสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย นัยน์ตาแฝงไว้ด้วยความคลุมเครือแห่งห้วงอารมณ์ “ข้าจะพยายามมีลูกกับเจ้าให้ได้สักคน หากเจ้ามีลูกแล้วจะได้ไม่คิดฟุ้งซ่านอีก”เซี่ยอวี้เหิงกล่าวพลางเอื้อมมือมาหมายจะสัมผัสใบหน้าจี้หานอี แต่ยังไม่ทันได้แตะต้อง จี้หานอีก็เบี่ยงหน้าหลบอย่างแนบเนียน ปลายนิ้วของเซี่ยอวี้เหิงจึงชะงักค้างอยู่กลางอากาศ ได้แต่จ้องมองจี้หานอีนิ่งง

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 99

    เขากลับมาไม่ดึกนัก ขณะนี้เพิ่งล่วงเข้ายามซวีเท่านั้นเมื่อก่อนจี้หานอีไม่เคยเข้านอนไวถึงเพียงนี้ แต่ถึงแม้นางจะหลับไปแล้ว หากรู้ว่าเขากลับมา ก็จะลุกขึ้นมาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขาอยู่ดีวันนี้เขาพาหลี่หมิงโหรวออกไปข้างนอก ระหว่างทางบังเอิญพบปะสหายขุนนาง ด้วยความที่หลี่หมิงโหรวสวมหมวกติดผ้าคลุมหน้า สหายขุนนางเหล่านั้นจึงไม่อาจแยกแยะได้ว่าสตรีข้างกายเซี่ยอวี้เหิงคือผู้ใด จึงทึกทักเอาเองว่าหลี่หมิงโหรวคือภรรยาของเขาอย่างที่ควรจะเป็นเมื่อพวกเขาเอ่ยชมว่าความสัมพันธ์สามีภรรยาช่างแน่นแฟ้น ภายในใจเซี่ยอวี้เหิงก็พลันปรากฏความอ้างว้างว่างเปล่าขึ้นมาสายหนึ่งจี้หานอีในฐานะภรรยาตัวจริง กลับไม่เคยได้เดินเคียงคู่ข้างกายเขาตามลำพังที่ผ่านมาไม่เคยรู้สึกผิดอะไร แต่บัดนี้ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดยิ่งนักเซี่ยอวี้เหิงก้มหน้ามองขนมพุทราเชื่อมในมือ ก่อนนึกขึ้นได้ว่าจี้หานอีเคยบอกว่านางชอบทานขนมพุทราเชื่อมในมือเวลานี้เย็นชืดลงนานแล้ว มือของเซี่ยอวี้เหิงที่ยกขึ้นหมายจะผลักบานประตูตรงหน้า กลับชะงักค้างกลางอากาศความจริง เขาอยากให้จี้หานอีแสดงความไม่พอใจ ให้นางโวยวายระบายอารมณ์ใส่เขาเสียยัง

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 98

    คำถามของเซี่ยอวี้เหิงทําให้จี้หานอีต้องขมวดคิ้วนางชะงักเล็กน้อย ก่อนส่ายหน้า “ละครลิงไม่รู้ว่าจะมีอีกเมื่อใด หมิงโหรวยังรอท่านอยู่ นายท่านไม่จําเป็นต้องรั้งอยู่เป็นเพื่อนข้าหรอกเจ้าค่ะ รีบไปเถิด”เซี่ยอวี้เหิงอดนึกถึงค่ำคืนหิมะตกครั้งนั้นขึ้นมาไม่ได้ นางก็พูดเช่นนี้ บอกว่าหมิงโหรวยังรอเขาอยู่ ไม่ต้องสนใจนางนางกล่าวอย่างมีเหตุผลและใจกว้าง ราวกับว่าการที่เขาผู้เป็นสามี ทอดทิ้งนางเพื่อไปอยู่กับสตรีอีกคนหนึ่ง กลายเป็นเรื่องปกติสําหรับนางไปเสียแล้วความเจ็บปวดอันไร้เรี่ยวแรงสายนั้นครอบงําจิตใจมากขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งก่อเกิดเป็นความตื่นตระหนกขึ้นมาเขาเงยหน้ามองจี้หานอีด้วยแววตาลึกซึ้ง พลางกล่าวด้วยเสียงแหบพร่า “หานอี ขอเพียงเจ้าอยากให้ข้ารั้งอยู่เป็นเพื่อน ข้าก็จะอยู่”“ข้าไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนเจ้ามานานแล้ว”จี้หานอีชะงักงัน จากนั้นจึงส่ายหน้า “นายท่าน ข้าหาได้ต้องการไม่เจ้าค่ะ”กล่าวพลางจี้หานอีก็ผลักมือของเซี่ยอวี้เหิงที่กอบกุมข้อมือตนออก ก่อนจะย่อกายคารวะเซี่ยอวี้เหิง แล้วกล่าวต่อ “ยามนี้หิมะยังไม่หยุดตก นายท่านรีบไปเถิด หมิงโหรวร่างกายอ่อนแอ อย่าให้นางต้องมายืนตากลมหนาวอยู่ด้านน

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 97

    กล่าวพลางนางก็มองเซี่ยอวี้เหิง "ท่านกับหมิงโหรวไปดูละครลิงนับเป็นเรื่องสำคัญ ข้าเพียงเรียกรถม้าคันใหม่ริมถนนหาได้ยากเย็นอันใด ซ้ำข้าไม่ได้คิดตำหนิท่านเลยเจ้าค่ะ"แผ่นหลังที่เหยียดตรงของเซี่ยอวี้เหิงพลันห่อเหี่ยวลงในชั่วพริบตา เขาจ้องมองจี้หานอีเขม็ง จ้องมองทุกอารมณ์ความรู้สึกบนใบหน้าของนาง ก่อนจะแค่นยิ้มขมขื่นออกมาบางเบาเขาเอ่ยว่า "ข้าจะไปส่งเจ้ากลับจวนก่อน แล้วค่อยออกไปกับหมิงโหรว"จี้หานอีปรายตามองเซี่ยอวี้เหิงด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย สำหรับการตัดสินใจเช่นนี้ของเซี่ยอวี้เหิง นางย่อมประหลาดใจอย่างแท้จริงในใจของเซี่ยอวี้เหิง หมื่นแสนสรรพสิ่งล้วนไม่อาจเทียบเทียมความสำคัญของหลี่หมิงโหรวว่าไปแล้ว นางก็คิดลงจากรถม้าที่ริมถนนจริง ๆ ด้วยยังมีธุระบางอย่างต้องไปจัดการแต่ในเมื่อเซี่ยอวี้เหิงกล่าวเช่นนี้ นางก็คร้านจะทุ่มเถียงกับเขาอีก จึงเพียงแต่พยักหน้าเบา ๆ ไม่ว่าเขาจะตัดสินใจเช่นไร ก็หาได้สำคัญไม่ภายในรถม้าพลันเงียบสงัด ได้ยินเพียงเสียงล้อรถม้าที่บดพื้นถนนไปตามทางหลี่หมิงโหรวปรายตามองจี้หานอีปราดหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองเซี่ยอวี้เหิงด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย "พี่สะใภ้โกรธแล้วใช่หรือ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 96

    เมื่อจี้หานอีได้ยินคำพูดจอมปลอมของเซี่ยอวี้เหิงแล้วก็ให้รู้สึกอึดอัดใจนักนางรักษาความสงบสุขและหน้าตาจอมปลอมให้เขามาแต่ไหนแต่ไร แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่านางจะไม่โกรธเคืองเสียหน่อยอันที่จริง จี้หานอีอยากถามเซี่ยอวี้เหิงเหลือเกินว่า ในฐานะภรรยาของเขา นางควรต้องยอมให้เขาชักใยไปเสียทุกเรื่องเชียวหรือทั้งปล่อยให้เขาทอดทิ้งนางไว้กลางหิมะตามอำเภอใจทั้งปล่อยให้เขาลำเอียงเข้าข้างสตรีอื่นตามใจชอบนี่หรือคือภรรยาของเขาแต่หลังสูดลมหายใจเข้าลึก ท้ายที่สุดนางก็ยังไม่ได้พูดคำใดด้วยหากกล่าวออกไปก็จะเป็นเพียงความเคียดแค้น เป็นการพร่ำบ่น เป็นความขุ่นเคืองต่อเรื่องราวในอดีตเป็นการระบายความน้อยเนื้อต่ำใจที่สะสมมาเนิ่นนานใส่เซี่ยอวี้เหิงเป็นการแสดงออกว่านางยังคงคาดหวังในตัวเขาแต่ระหว่างนางกับเขานั้นไร้ซึ่งความหวังใดมานานแล้วจี้หานอีไม่ได้คิดปิดบังความขุ่นเคืองใจบนใบหน้า นางก้มศีรษะใช้มือกุมขมับ ไม่อยากมองเซี่ยอวี้เหิงแม้เพียงนิด ปลายนิ้วเรียวนวดคลึงหว่างคิ้วแผ่วเบา ขณะกล่าว "นายท่าน ข้าเหนื่อยแล้วจริง ๆ เจ้าค่ะ"เสียงทอดถอนใจของนางแฝงไว้ด้วยความเหนื่อยล้าชัดเจนสกัดกั้นถ้อยคำที่เซี่ย

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 95

    ทางด้านจี้หานอีเมื่อได้ขึ้นมานั่งบนรถม้าแล้ว ก็พบว่าภายในรถม้ากว้างขวางยิ่งนัก หลี่หมิงโหรวเองก็ก้าวขึ้นรถม้าตามหลังจี้หานอีมาติด ๆ เช่นกันนับจากลมหายใจแรกที่นางเห็นจี้หานอีเมื่อครู่ ก็เอาแต่จับจ้องสำรวจร่างของจี้หานอีไม่วางตานางสำรวจมองเนื้อตัวของอีกฝ่ายทั้งในและนอกร่มผ้า กระทั่งเส้นผมทุกเส้นบนศีรษะก็ยังไม่เว้นจี้หานอียังคงนั่งอย่างสง่างามและใจเย็นเช่นเคย เรือนผมยังคงเรียบร้อยไร้ที่ติ แม้แต่ตำแหน่งของปิ่นปักผมก็ยังไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงแต่มันไม่ควรเป็นเช่นนี้สิสายตาของหลี่หมิงโหรวเลื่อนไปจับจ้องตรงชายกระโปรงของจี้หานอีที่โผล่พ้นออกมา ก่อนชำเลืองมองเซี่ยอวี้เหิงผู้ก้าวขึ้นรถม้าเป็นคนสุดท้ายปราดหนึ่ง จากนั้นจึงถามจี้หานอีว่า "พี่สะใภ้ ท่านไปเปลี่ยนอาภรณ์มาหรือเจ้าคะ?"เมื่อเซี่ยอวี้เหิงได้ยินคำถามของหลี่หมิงโหรว ก็อดสำรวจมองไม่ได้ขณะนั่งลงข้างกายจี้หานอี ก่อนเอ่ย "เจ้าเปลี่ยนอาภรณ์ในจวนสกุลเสิ่นรึ?"จี้หานอีมีสีหน้าเป็นปกติ "ขณะที่ข้าสนทนากับฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่น สาวใช้ยกน้ำชามาให้ไม่ระวังทำอาภรณ์ข้าเปียก ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นจึงให้คนนำชุดใหม่มาให้ข้าผลัดเปลี่ยนเจ้าค่ะ"เซี่ยอวี้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status