แชร์

บทที่ 2

ผู้เขียน: หยกงาม
พายุหิมะอันหนาวเหน็บนำพาความเย็นเยียบซึมลึกถึงกระดูก จี้หานอีรอจนล่วงเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของราตรี ถ่านไฟในเตาน้อยที่เหลือเพียงเศษเสี้ยวมอดดับเย็นชืดไปนานแล้ว เหลือเพียงโคมแก้วหลิวหลีบนหลังคารถม้าที่ยังคงส่องแสงวูบไหวลงมาริบหรี่เท่านั้น

รถม้าที่ว่าจะมารับนางก็ยังคงไม่มาเสียที

หิมะคืนนี้ตกหนักยิ่ง นางรู้ดีว่าเขาคงไม่มาแล้ว

ยังดีที่แม้ราตรีจะยาวนาน แต่สุดท้ายก็ต้องผันผ่านสู่วันใหม่

กระทั่งขอบฟ้าเริ่มปรากฏแสงสว่างเรืองรอง รถม้าคันใหม่จึงค่อยเคลื่อนตัวมาถึงอย่างเชื่องช้า

สารถีรถม้ารีบวิ่งเข้ามาพลางยื่นเสื้อคลุมขนจิ้งจอกให้แก่นาง พร้อมรายงานว่า "เมื่อคืนหิมะตกหนักเหลือเกินขอรับ หากไม่ใช่เพราะโชคดีพบขุนนางมีกิจด่วนต้องรีบออกจากเมือง จึงสั่งให้คนกวาดหิมะเปิดทาง เกรงว่าป่านนี้ข้าน้อยคงยังมารับฮูหยินน้อยไม่ได้เลยขอรับ"

"นับว่าโชคดีที่เจอคนเหล่านั้น หาไม่แล้ว หากฮูหยินน้อยต้องติดอยู่ในหิมะจะทำอย่างไร"

นิ้วมือของจี้หานอีกระชับเสื้อคลุมขนจิ้งจอกแน่นขึ้น ก่อนหลุบตาลง

สารถีรถม้าผู้อยู่นอกหน้าต่างยังคงพูดเจื้อยแจ้วต่อไป "เดิมทีข้าน้อยเตรียมเตาอุ่นมือมาด้วย แต่เสียดายที่ป่านนี้คงเย็นชืดไปหมดแล้วขอรับ"

"ถ่านไฟในรถม้าก็มอดหมดแล้ว ต้องโทษข้าน้อยเองที่ไม่ได้เตรียมมาให้มากหน่อย"

จี้หานอีนั่งฟังอย่างเงียบงัน ไม่ได้ตำหนิสิ่งใด เพียงเลิกม่านขึ้นเท่านั้น

สายลมและหิมะพัดพาเส้นผมของนางยุ่งเหยิง ความขาวโพลนของหิมะที่ปกคลุมทุกสิ่ง ทำให้นางรู้สึกแสบตา

เสียงของสารถีรถม้ายังคงดังไม่ขาดตอน "เมื่อวานนี้หลังนายท่านทราบว่าฮูหยินน้อยกับคุณหนูติดอยู่กลางทางก็ร้อนใจแทบแย่ ตั้งท่าจะมารับพวกท่านให้ได้ นายท่านงานยุ่งถึงเพียงนั้น แต่แทบไม่คิดสนใจงานราชการบ้านเมืองอีก เมื่อคืนกลับ..."

เขาพูดออกมาได้ครึ่งทางก็พลันชะงัก รีบปิดปากเงียบคล้ายนึกบางอย่างขึ้นมาได้ จากนั้นจึงลอบสังเกตสีหน้าของจี้หานอี

แต่ใบหน้าที่ก้มต่ำของฮูหยินน้อยผู้นี้ยังคงอ่านอารมณ์ไม่ออก เขาได้แต่นึกอยากตบปากตัวเองนัก ทำไมถึงปากมากพูดเรื่องนี้ขึ้นมานะ? สุดท้ายก็รีบวางม้านั่งสำหรับเหยียบลงจากรถม้าโดยเร็ว

จี้หานอีกระชับเสื้อคลุมขนจิ้งจอกโดยไร้สุ้มเสียง ก่อนก้าวลงจากรถม้า

ยามที่ลงมาจากรถม้าคันที่เสียนั้น นางก็ยกชายกระโปรงขึ้น เหยียบย่ำลงบนพื้นหิมะหนาเตอะ แต่ร่างกายที่แข็งทื่อนั้นไร้ความรู้สึกไปนานแล้ว แม้แต่ความรู้สึกที่เท้าก็ไม่มีเหลือ

หลายครั้งที่เกือบล้มลง แต่ก็ได้หรงชุนผู้อยู่ข้างกายคอยช่วยประคอง

ขอบตาของหรงชุนแดงก่ำ เช่นเดียวกับผู้เป็นนายหญิง นางเดินไปข้างหน้าอย่างเงียบงัน ไม่มีเสียงก่นด่าสักคำ

ขณะรถม้าแล่นกลับมาถึงจวนสกุลเซี่ย บ่าวชายหน้าประตูก็รีบเข้าไปรับจี้หานอีลงจากรถม้า เมื่อเห็นฮูหยินน้อยผู้เคยมีกิริยาเรียบร้อยงดงาม บัดนี้กลับเดินเหินอย่างยากลำบาก สภาพย่ำแย่ ก็อดมองดูด้วยความเห็นอกเห็นใจไม่ได้

ทั้งที่ไปเรือนน้ำพุร้อนด้วยกันแท้ ๆ แต่นายท่านกลับไปรับคุณหนูคนเดียว ส่วนฮูหยินน้อยต้องติดอยู่กลางหิมะตลอดทั้งคืน

ได้ยินว่าหลังรับคุณหนูกลับมาแล้ว ในจวนยังวุ่นวายกันพักใหญ่ ถึงขั้นเชิญหมอยามาตรวจดูอาการของนาง คล้ายลืมไปแล้วว่าฮูหยินน้อยยังอยู่กลางหิมะอีกทั้งคน

แต่นี่ก็เป็นเรื่องที่มีเหตุผลรองรับอยู่หรอก

คนทั้งจวนในปีนั้น มีใครบ้างไม่คิดว่าผู้ที่จะได้แต่งงานกับนายท่านย่อมต้องเป็นคุณหนู

จี้หานอีไม่ได้สนใจสายตาของผู้ใด นางอดทนเดินโซเซกลับเรือน ฝ่ามือจับอยู่บนข้อมือของหรงชุน ข้อนิ้วซีดขาว ร่างกายโงนเงนแทบทรงตัวไม่อยู่

ถ่านไฟในห้องกำลังลุกโชน แต่จี้หานอีกลับไม่รู้สึกถึงความอบอุ่น เมื่อมองเห็นแสงไฟนั้น นางถึงกับต้องย่อกายลงหน้าเตาถ่านเพื่ออังมือรับความอบอุ่นจากเปลวไฟ

ฝ่ามือของนางกดลงต่ำ แม้เปลวไฟสัมผัสถูกฝ่ามือ นางก็ยังไม่รู้สึกร้อน

ในสมองว่างเปล่าไร้ความคิดอื่นใด ยิ่งไม่มีความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ กลับรู้สึกโล่งอกคล้ายได้ปลดเปลื้องภาระหนักอึ้ง

ซ้ำนางยังรู้สึกยินดี ยินดีที่ตนเองตาสว่างในวันที่ยังไม่สายเกินไป

หรงชุนยกน้ำขิงเข้ามาให้จี้หานอีเพื่อเพิ่มความอบอุ่นแก่ร่างกาย เมื่อเห็นฮูหยินน้อยที่ปกติมักให้ความสำคัญกับกิริยามารยาทเสมอมากำลังนั่งห่อกาย ก็ต้องพูดเสียงสะอื้นว่า "ฮูหยินน้อยแช่น้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถิดเจ้าค่ะ ร่างกายจะได้อุ่นขึ้นบ้าง"

จี้หานอีประคองถ้วยน้ำขิง นิ้วมือที่แข็งเกร็งยังคงไร้ความรู้สึก แม้น้ำขิงร้อนแรงจะไหลผ่านลำคอ แต่ร่างกายก็ยังคงหนาวเหน็บอยู่ดี

ทันใดนั้น ม่านประตูพลันถูกใครบางคนเลิกขึ้นด้วยความร้อนรน ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าแผ่วเบา หลี่หมิงโหรวเดินเข้ามาสีหน้าเป็นกังวล นางมองดูจี้หานอีผู้นั่งยอง ๆ อยู่หน้าเตาถ่านด้วยความตะลึงงัน ก่อนรีบเข้ามากล่าวว่า "ข้าได้ยินว่าพี่สะใภ้กลับมาแล้ว ท่านป้าให้ข้ามาดูพี่สะใภ้ บอกให้พี่สะใภ้พักผ่อนให้สบาย ยังไม่ต้องไปหาท่านป้าที่เรือนเจ้าค่ะ"

พูดจบ นางก็เข้ามานั่งยอง ๆ ข้างกายจี้หานอี พลางถามด้วยแววตาห่วงใย "พี่สะใภ้คงไม่เป็นไรกระมัง?"

"หลังท่านพี่ส่งข้ากลับมาแล้ว ข้าก็บอกให้ท่านพี่รีบไปรับพี่สะใภ้ทันที แต่ท่านพี่เป็นห่วงสุขภาพของข้าจึงยืนกรานอยู่เป็นเพื่อน ตอนนี้เห็นพี่สะใภ้กลับมาอย่างปลอดภัย ข้าก็โล่งใจแล้วเจ้าค่ะ"

"หากท่านพี่เลิกงานกลับมาเห็นพี่สะใภ้สบายดี ก็คงโล่งใจเช่นกัน"

จี้หานอีเอียงศีรษะเล็กน้อยมองไปทางหลี่หมิงโหรว

เห็นเพียงนางสวมเสื้อคลุมสีเหลืองสวย รอบลำคอประดับด้วยผ้าพันคอขนจิ้งจอก เส้นผมเกล้าเก็บเรียบร้อย ใบหน้าขาวผ่องอมชมพู ไม่มีร่องรอยของการฝ่าพายุหิมะแม้แต่น้อย

ใบหน้าอ่อนเยาว์งดงามนั้น ช่างขาวเนียนกระจ่างใส คล้ายดอกไม้แรกแย้มที่มีหยาดน้ำค้างเกาะพราว ซึ่งได้รับการปกป้องดูแลมาเป็นอย่างดี ทว่าในส่วนลึกของดวงตาที่ดูอ่อนแอแต่ทอประกาย กลับแฝงไว้ด้วยความลำพองใจและความดูแคลนบางเบา

สายตาคู่นั้นคล้ายบอกจี้หานอีอยู่ตลอดเวลาว่า นางไม่มีวันเอาชนะหลี่หมิงโหรวได้

แต่จี้หานอีก็ไม่เคยคิดจะเอาชนะอยู่แล้ว

จี้หานอีละสายตากลับมา ขณะตอบแผ่วเบา "ไม่เป็นไร เจ้าไม่ต้องมาดูข้าหรอก สุขภาพของเจ้าสำคัญกว่า"

พูดจบ จี้หานอีก็ใช้มือยันเข่าลุกขึ้นยืน ก่อนเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้เท้าแขนทางด้านข้าง และเรียกหรงชุนให้ยกน้ำชามาต้อนรับหลี่หมิงโหรว

หลี่หมิงโหรวชะงักไปเล็กน้อยหลังเห็นแววตาอันสงบนิ่งของจี้หานอี นางจินตนาการถึงสีหน้าของจี้หานอีไว้หลายรูปแบบ แต่ไม่เคยคิดเลยว่าอีกฝ่ายจะดูสงบนิ่งได้ถึงเพียงนี้

เนื่องจากก่อนหน้านี้ จี้หานอีมักพูดเสมอว่านางยังไม่ออกเรือน ไม่ควรมาใกล้ชิดกับท่านพี่เกินไป สีหน้าท่าทางล้วนแสดงออกชัดว่าไม่ชอบใจและต้องการอบรมสั่งสอน รวมถึงความเจ็บปวดเสียใจที่เคยฉายชัดในแววตา หลี่หมิงโหรวย่อมเคยเห็นมาหมดสิ้น สรุปก็คือจี้หานอีไม่ควรสงบนิ่งเช่นนี้

นางยอมรับ นางชอบมองดูแววตาที่ผิดหวังของจี้หานอี เพราะมันจะทำให้จี้หานอียิ่งเข้าใจแจ่มชัดว่า ในใจของท่านพี่นั้น ผู้ใดสำคัญที่สุด

หากจี้หานอีเป็นคนรู้ความ ก็ควรขอหย่าจากสามี ไม่ใช่ดันทุรังแต่งเข้าสกุลเซี่ย นางละดูแคลนจี้หานอีนัก

ฝืนเด็ดแตงย่อมไม่หวาน เหตุผลง่าย ๆ เพียงเท่านี้ จี้หานอีไม่เข้าใจหรือไร?

หลี่หมิงโหรวนั่งลงบนเก้าอี้เท้าแขนอีกตัว ตวัดสายตามองไปที่จี้หานอีด้วยความดูถูกเหยียดหยาม เห็นเพียงจี้หานอียังคงสวมอาภรณ์สีดำชุดเดิมจากเมื่อวาน ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อย ปิ่นปักผมเสียบอยู่ในเรือนผมสีดำขลับ นางนั่งหันข้างก้มหน้าจิบน้ำชา

แสงสว่างจากนอกหน้าต่างตกกระทบลงบนร่างของนาง ผิวพรรณขาวเนียนราวหิมะ คิ้วตางดงามดุจภาพวาด ดูแล้วช่างวางตัวได้เหมาะสมตลอดเวลา

แต่นางก็เหลือเพียงความดูดีภายนอกเท่านี้เอง

ความจริงแล้ว หลี่หมิงโหรวอยากบีบคั้นจี้หานอีให้เสียกิริยา อยากฉีกกระชากหน้ากากจอมปลอมของสตรีที่สามีไม่รักแต่ยังแสร้งทำเป็นสงบนิ่งนั่นทิ้งเสีย

หลี่หมิงโหรวมองด้วยท่าทีเรียบเฉย ก่อนพูดขึ้นอีกครั้ง "ข้าเองก็เป็นห่วงพี่สะใภ้เจ้าค่ะ ร้อนใจอยากรีบมาดูอาการ"

"แต่พี่สะใภ้ดูท่าจะไม่ชอบใจที่ข้ามาพิกล คงเป็นเพราะเมื่อคืนท่านพี่พาข้ากลับมาก่อน ทำให้พี่สะใภ้ไม่พอใจอีกแล้ว ใช่ไหมเจ้าคะ?"

หรงชุนผู้อยู่ด้านข้างย่อมได้ยินคำพูดทำนองนี้จากปากหลี่หมิงโหรวมานับครั้งไม่ถ้วน ภายนอกทำตัวน่าสงสาร แลดูอ่อนแอเปราะบาง และที่นายท่านลำเอียงก็เป็นเรื่องจริง ยิ่งหลี่หมิงโหรวพูดเช่นนี้ ก็จะกลายเป็นว่าฮูหยินน้อยใจแคบ ดูท่านางคงอยากให้นายท่านตำหนิฮูหยินน้อยอีกเป็นแน่

จี้หานอีวางถ้วยชาในมือลง กลิ่นหอมของชาชุนเสวี่ยลอยอบอวล นางมองไปทางหลี่หมิงโหรวแววตาเรียบเฉย น้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยน "เจ้าไม่ต้องคิดเช่นนั้นหรอก ข้าเพิ่งกลับมา ไอเย็นในกายยังไม่จางหาย ร่างกายเจ้าทนความหนาวเย็นไม่ได้ รีบกลับไปพักผ่อนสักหน่อยเถิด"

"อย่าทำให้พี่ชายเจ้าต้องเป็นห่วงเลย"

วาจาของนางช่างเหมาะสมและสุขุม สีหน้าไม่ได้แสดงความอัปยศที่ถูกทอดทิ้งแม้แต่น้อย

จี้หานอีรู้ดีว่าหลี่หมิงโหรวอยากเห็นสิ่งใด แต่โชคร้ายที่คงไม่มีวันสมปรารถนา

หลี่หมิงโหรวตะลึงไปครู่หนึ่ง แต่แล้วก็ยิ้มกว้าง ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง แผ่นหลังที่เหยียดตรงแฝงไว้ด้วยความรู้สึกเสียดายและเย้ยหยัน "ข้าจำได้ว่าปีแรกที่พี่สะใภ้แต่งเข้ามา ท่านเคยปลูกต้นไห่ถังไว้ริมหน้าต่างมากมาย พอถึงเดือนสาม ทิวทัศน์นอกหน้าต่างก็จะงดงามนัก"

พูดจบ นางก็หันกลับมามองจี้หานอี "น่าเสียดาย ข้าทนกลิ่นไห่ถังไม่ได้ ท่านพี่เพราะเห็นแก่ข้า จึงไม่ให้ปลูกต้นไห่ถังในจวนอีก แม้แต่ต้นที่พี่สะใภ้ปลูกไว้ ท่านพี่ก็สั่งให้คนถอนทิ้งไปเสียสิ้น"

"ข้าได้ยินว่าพี่สะใภ้ชอบดอกไห่ถังที่สุด เดือนสามปีนี้คงไม่ได้เห็นเสียแล้ว ไม่ทราบพี่สะใภ้เสียใจหรือไม่?"

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
ความคิดเห็น (1)
goodnovel comment avatar
Nattha Piriyaponthanakhun
แย่ แล้วบอกว่าฟรี
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทล่าสุด

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 474

    ฮูหยินผู้เฒ่ากู้เข้าใจความหมายในคำพูดของจี้หานอีดี นี่แสดงว่าภายในใจนางกำลังเจ็บปวดแล้วนางกู้ที่อยู่ด้านข้างก็เพิ่งเคยได้ยินเรื่องนี้เป็นครั้งแรก ใบหน้าจึงซีดเผือดในทันใด “เจ้ายากลำบากแทบแย่กว่าจะหลุดพ้นจากสกุลเซี่ยมาได้ แล้วป้าสะใภ้ใหญ่ของเจ้ากลับยังไปชักนำคนสกุลเซี่ยมาอีก...”ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ขอบตาแดงเรื่อ ทอดสายตามองจี้หานอี “ยายรู้ดีว่าบัดนี้เจ้ามีวิถีทางของตนเอง ทุกเรื่องราวในใจล้วนกำหนดเอาไว้แล้ว ยายจะไม่บังคับฝืนใจเจ้าอีก”จี้หานอีนิ่งเงียบไปเล็กน้อย ก่อนเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา “ที่หลานบอกเรื่องนี้กับท่านยาย ก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาคิดบัญชีย้อนหลังอันใดหรอกเจ้าค่ะ เพียงแต่อยากสะสางเรื่องราวทุกอย่างให้กระจ่างแจ้งเท่านั้นเอง”“ก่อนหน้านี้ท่านแม่ของหลานอาศัยอยู่ที่นี่มาถึงสามปี ย่อมได้รับการดูแลจากป้าสะใภ้ใหญ่และพี่เยี่ยนจริง ๆ ไม่ว่าสุดท้ายแล้วจะเป็นเช่นไร แต่นั่นก็นับเป็นบุญคุณ หลานย่อมจดจำไว้ในใจเสมอ”“แต่เมื่อครู่ป้าสะใภ้ใหญ่ก็กล่าวเองว่า สามีของหลานจะตัดสินใจเช่นไรย่อมเป็นเรื่องของเขา สิ่งที่หลานทำได้คือ หากสามีหลานมีน้ำใจอยากช่วยเหลือย่อมสามารถทำได้ แต่หากเขาไม่ยินยอม หลานก็จะไม่

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 473

    กู้สวินจึงรีบยกชายเสื้อคลุมขึ้น แล้วคุกเข่าลงตรงหน้าเสิ่นซื่อทันทีสายตาของผู้คนต่างพากันหันมามองตามการคุกเข่าของกู้สวินนางจางมองดูภาพนั้น พลางลอบคิดในใจว่านางหลิวถึงขั้นยอมให้กู้สวินคุกเข่าเพื่อประจบท่านโหวเสิ่นเชียวหรือ จึงได้แต่กัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจที่ตนเองคิดไม่ทัน การคุกเข่าให้เสิ่นซื่อหาใช่เรื่องน่าอายไม่ หากสามารถสร้างเส้นสายกับเขาได้ ผู้ที่มีโอกาสคุกเข่าขอร้องให้เสิ่นซื่อช่วยเหลือนั้น จะมีสักกี่คนกันเชียว?เสิ่นซื่อขมวดคิ้วเล็กน้อย หางตาเหลือบเห็นจี้หานอีมองมาทางตนเองเช่นกัน จึงบอกให้กู้สวินลุกขึ้นพูดตามตรง การที่จี้หานอีต้องมาเห็นพี่สวินคุกเข่าให้เสิ่นซื่อด้วยตาตนเองเช่นนี้ ก็ให้รู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก ถึงอย่างไรเขาก็เป็นญาติพี่น้องของนางแต่เมื่อนึกได้ว่าเสิ่นซื่อเป็นผู้ช่วยชีวิตพี่สวิน ประกอบกับฐานะของเสิ่นซื่อเองก็สูงส่งอยู่ก่อนแล้ว นางจึงไม่ได้คิดอะไรอีก นอกจากควรต้องซาบซึ้งในบุญคุณของเสิ่นซื่อให้มากเข้าไว้พลันได้ยินเสิ่นซื่อเอ่ยขึ้นด้วยเสียงราบเรียบประโยคหนึ่ง “ข้าทำเพื่อช่วยหานอี ไม่จำเป็นต้องขอบคุณ”นางหลิวชะงักงันไปชั่วขณะ ครั้นตระหนักถึงความหมาย ก็รีบหัน

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 472

    หากไม่มีความคิดเช่นนี้แต่แรกก็คงไม่เป็นไร แต่เมื่อคิดขึ้นมาแล้วกลับไม่ได้ครอบครอง นั่นต่างหากคือสิ่งที่ทรมานใจคนยิ่งกว่ากู้หว่านอวิ๋นยิ่งรู้สึกกระอักกระอ่วนใจเสียจนไม่อยากมองจี้หานอีแม้แต่ปราดเดียวในสถานการณ์นี้ มีเพียงใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่ากู้และคนของบ้านรองเท่านั้นที่แสดงออกถึงความกระตือรือร้นอย่างแท้จริง ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเสิ่นซื่อก็ยังคงดูประหม่าอยู่บ้าง ไม่กล้าทำตัวสนิทสนมจนเกินงาม ได้แต่กล่าวเชิญให้ผู้มาเยือนเดินเข้าไปด้านในป้าสะใภ้รองนางหลิวถึงกับก้าวเข้ามาคล้องแขนจี้หานอี หลังพินิจดูอย่างละเอียดก็เริ่มไถ่ถามความเป็นอยู่ด้วยความเอาใจใส่แต่ก่อนนางมักรู้สึกอยู่เสมอว่าบางทีวันหนึ่งจี้หานอีอาจได้รับวาสนาครั้งใหญ่ นึกไม่ถึงว่าบัดนี้จะสามารถแต่งเข้าจวนสกุลเสิ่นได้จริง ๆ นางไม่เคยคาดคิดเลยว่าหลานสาวจะมีวาสนาที่ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ ตอนแรกที่ได้รับเชิญให้ไปร่วมงานมงคลสมรสในจวนสกุลเสิ่นก็ว่าน่าเหลือเชื่อแล้ว วันนี้เมื่อได้มาเห็นด้วยตาตนเองก็บอกไม่ถูกว่าเป็นความรู้สึกเช่นไร นางทั้งดีใจแทนจี้หานอี และก็รู้สึกว่าหลานสาวช่างดวงดีเหลือเกินสำหรับสตรีที่ตระกูลฝั่งมารดากำลังตกต่ำผู้หนึ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 471

    แล้วกาลเวลาก็ล่วงเลยมาถึงวันที่สาม ซึ่งเป็นกำหนดกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมอย่างรวดเร็ว ในเมื่อจี้หานอีแต่งออกจากจวนเฉิงอันโหว ก็ต้องเดินทางไปที่จวนเฉิงอันโหวก่อนเป็นอันดับแรกเมื่อไปถึงจวนเฉิงอันโหว ผู้คนในจวนต่างก็พากันมารอต้อนรับอย่างครึกครื้นแต่เช้าตรู่จี้หานอีเพิ่งเข้าไปคารวะองค์หญิงใหญ่หรงชิ่งเสร็จ ก็ถูกผู้คนดึงตัวไปพูดคุยด้วยทันทีเสิ่นซื่อปรายตามองจี้หานอีผู้ถูกคนในจวนเฉิงอันโหวรุมล้อมชวนคุย ครั้นเห็นรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าจิ้มลิ้มที่ขาวผ่องและว่าง่ายของนาง เขาก็คลายความกังวล ก่อนจะเดินไปยังเรือนส่วนหน้าเพื่อร่วมวงสนทนากับพวกบุรุษองค์หญิงใหญ่หรงชิ่งแย้มยิ้มพลางกล่าว "ดอกสาลี่ในลานเรือนบานแล้ว แดดวันนี้ก็กำลังดี อย่ามัวแต่นั่งอุดอู้อยู่ในห้องนี้เลย ประเดี๋ยวจะรู้สึกอึดอัดเสียเปล่า ๆ"ดังนั้น ผู้คนทั้งหลายจึงพากันมุ่งหน้าไปยังเรือนหลีฮวาที่อยู่หลังจวนบนโต๊ะจัดวางน้ำชาหอมกรุ่นคู่กับผลไม้หลากชนิด สายตาของทุกคนต่างก็จับจ้องมาที่จี้หานอี เมื่อเห็นว่านางมีผิวพรรณเปล่งปลั่ง คิ้วตาดูอ่อนโยนละมุนละไม คล้ายเป็นสตรีที่ได้แต่งงานกับคู่ครองแสนดีและถูกดูแลอย่างทะนุถนอม ก็ให้อดรู้สึกอิจฉาข

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 470

    แต่ความเจ็บแปลบบนริมฝีปากกลับย้ำเตือนว่าเรื่องราวคล้ายไม่ใช่ความฝันเมื่อนางลืมตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือ ก็เห็นเสิ่นซื่อกำลังหลับตากอดนางไว้ ใบหน้าหล่อเหลานั้นดูเคร่งขรึมและจริงจังยิ่งแต่เมื่อคืนบุรุษผู้ดูเคร่งขรึมจริงจังผู้นี้ กลับ...จี้หานอีไม่กล้าคิดฟุ้งซ่านต่อ ได้แต่จ้องมองใบหน้าของเสิ่นซื่อจนเหม่อลอยไปชั่วขณะในอดีตตอนที่ยังไม่ได้ใกล้ชิดกับเสิ่นซื่อถึงเพียงนี้ นางไม่เคยบังเกิดความรู้สึกใด ๆ ต่อเขาเลย ทว่ายามราตรีตลอดสองคืนที่ผ่านมา หลังได้นอนร่วมเรียงเคียงหมอน นางก็ตระหนักดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างตนกับเสิ่นซื่อนั้น มีบางอย่างได้แปรเปลี่ยนไปแล้ว...ขณะกำลังจ้องมองใบหน้าของเสิ่นซื่ออย่างเหม่อลอย เสิ่นซื่อก็พลันลืมตาขึ้นมาทันทีเมื่อจี้หานอีสบตาเขา หนังศีรษะก็พลันชายิบ รีบหลับตาลงด้วยความรู้สึกผิดราวโจรขโมยของ แม้รู้ดีว่าพฤติกรรมนี้ไม่ต่างอันใดกับการปิดหูขโมยกระดิ่ง แต่ก็ไม่อาจทนสบตากับเสิ่นซื่อได้จริง ๆเมื่อคืนนางไม่ได้ปรารถนาเลยแท้ ๆ แต่ความสุขสมซาบซ่านนั้นกลับเป็นสิ่งที่นางไม่เคยพานพบมาก่อนในชีวิตในอดีตเซี่ยอวี้เหิงไม่เคยเป็นเช่นนั้น หลังแต่งงานช่วงแรก เขาก็มักเร่งรีบอยู่เส

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 469

    ดวงจันทร์นอกหน้าต่างลอยเด่นเหนือยอดไม้ เงาไม้ส่งเสียงสวบสาบขณะไหวเอนไปตามสายลมแสงเทียนถูกครอบคุ้มไว้ในโคมผ้าโปร่ง ประหนึ่งดวงดาราที่ถูกโอบอุ้มเงาร่างทาบทับซ้อนกันบนฉากกั้น เสมือนดั่งภาพวาดสาดน้ำหมึกที่เพิ่งเข้ากรอบเสร็จใหม่ ๆ มีทั้งทิวเขาคดเคี้ยวสลับซับซ้อน และมวลเมฆาที่ก่อตัวขึ้นอย่างอิสระยามเส้นผมดำขลับทิ้งตัวลงมาพลันบังเกิดสายลมแผ่วเบา พัดกวนธูปในกระถางปั๋วซานที่กำลังจะดับมิดับแหล่ ควันธูปเปลี่ยนทิศทางอย่างกะทันหัน ลอยละล่องไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งนั่นคือทิศทางที่สำนักโหรหลวงเคยกล่าวไว้ว่าเป็นทิศสถิตของเทพเจ้าแห่งความปีติยินดีในคืนนี้หยกพกพลันกระทบเข้ากับที่วางเท้า บังเกิดเสียง "เคล้ง" ดังกังวานใส ปลุกดวงจันทร์ที่ขดตัวอยู่เหนือตะขอเกี่ยวผ้าม่านให้ตื่นตระหนก แสงจันทร์จึงสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างลายข้าวหลามตัดช่องที่เจ็ดเข้ามา อาบไล้ครอบคลุมข้อเท้าพอดีกลิ่นเครื่องหอมอ้อยอิ่ง กลุ่มควันที่ม้วนตัวขึ้นมาจากกระถางธูปปั๋วซานชะงักค้างกลางอากาศ กลายเป็นมาตรวัดแห่งกาลเวลากลุ่มควันสั่นไหวก่อนแตกกระจายและรวมตัวกันใหม่ด้วยความตื่นตระหนก ราวกับฝูงนกกระเรียนที่ถูกก่อกวน และนางก็คือนก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status