Masuk“ลุกขึ้น” เสียงทุ้มบอกขณะกดปลายจมูกคมลงบนแก้มเนียนข้างหนึ่งแล้วกระตุกสองแขนเรียวเบา ๆ สโรชารีบโอบกอดรอบคอหนาเอาไว้เมื่อคนตรงหน้าอุ้มกระเตงเธอลงจากโต๊ะทำงาน
“อ๊ะ” แต่ทันทีที่สองเท้าแตะพื้น ความเจ็บปวดก็แล่นเข้าสู่ต้นขาและกึ่งกลางกาย แต่ยังไม่ทันจะได้ตั้งตัว คนตรงหน้าก็หมุนตัวเธอให้หันหน้าเข้ากับโต๊ะทำงานแล้วกดแผ่นหลังลง “ทำอะไรคะ”
“ที่ถามนี่ไม่รู้จริง ๆ เหรอ” เสียงดุว่าแล้วใช้เท้าเขี่ยรองเท้าส้นเข็มที่กองอยู่กับพื้นเข้ามาใกล้ ๆ สองเท้าเรียว “สวมรองเท้าซะ ความสูงมันไม่ถึง”
ปึก!
“อื้อ! ดะ เดี๋ยวก่อน อ๊าา” ปากบอกว่าความสูงมันไม่ถึงแต่ด้านหลังกลับแทรกเข้ามาแบบไม่บอกกล่าว สโรชาพยายามทรงตัวอยู่บนรองเท้าส้นเข็มขณะฟุบหน้าลงกับขอบโต๊ะทำงาน ปล่อยให้คนด้านหลังปลดปล่อยพลังเข้ามาไม่หยุด
“อ๊าสส” เสียงคำรามของชีคหนุ่มดังขึ้นถี่ ๆ เมื่ออยู่ในท่วงท่าที่กายแกร่งเข้าไปได้ลึก สะโพกสอบโยกเร็วขึ้นเป็นจังหวะถี่รัว ความเสียวซ่านปนเจ็บแปลบเริ่มเล่นงานสโรชาอีกครั้ง สาวน้อยเปล่งเสียงครางออกมาอย่างไม่อายเหมือนก่อนหน้า ปลดปล่อยอารมณ์ที่เคยอดกลั้นให้ล่องลอยไปพร้อมเขา
“คุณ… อ๊าา” มือใหญ่สองข้างบีบเคล้นบั้นท้ายงามรุนแรงจนเกิดเป็นรอยแดงก่ำ ขณะเดียวกันสะโพกสอบก็อัดกระแทกเข้ามาไม่ยั้ง ยิ่งช่วงล่างของเธอหลั่งน้ำหวานสีใสออกมามากเท่าไร ความลื่นชื้นก็ทำให้กายแกร่งขยับโยกได้ถี่รัวมากขึ้นและถนัดขึ้นมากเท่านั้น
“อ๊าสส!” เสียงคำรามของชีคหนุ่มดังออกไปถึงด้านนอก จนบอดี้การ์ดที่ยืนคุ้มกันอยู่เสียสมาธิไปครู่หนึ่ง ปกติแล้วไม่มีหญิงสาวคนไหนทำให้เจ้านายของพวกเขาร้องครางได้ดังขนาดนี้มาก่อน
“ดะ เดี๋ยวก่อนค่ะ แบบนี้มัน...” ปึก! “อื้อ!” ประโยคคำพูดแปรเปลี่ยนเป็นเสียงร้องครางเมื่อขาข้างหนึ่งถูกมือใหญ่ยกขึ้นไปพาดบนบ่าแกร่งเอาไว้ ท่วงท่านี้ทำให้สโรชาหายใจติดขัดและร้องไม่ออก ใบหน้าหวานฟุบลงบนขอบโต๊ะทำงานขณะด้านหลังถูกใครบางคนรุกล้ำเข้ามาไม่หยุด
“ขอแรงกว่านี้แล้วจะหยุด” เสียงแหบพร่าเอ่ยเมื่อรู้สึกได้ว่ากายบางไม่ไหวแล้ว “ขอแรงกว่านี้ สโรชา” ว่าแล้วก็เร่งจังหวะสะโพกให้เร็วขึ้นและหนักหน่วงขึ้นกว่าทุกครั้ง กอดรัดเรียวขาที่พาดบนบ่าไว้แน่น ยามที่ร่างน้อยสั่นเกร็งก็กดจูบลงบนต้นขาข้างนั้นแล้วกระหน่ำจังหวะให้ถี่ขึ้นรัว ๆ
ปึก ปึก ปึก!
“อ๊ะ อ๊าา คุณ…”
ปึก ปึก ปึก!
“คุณ อ๊ะ อ๊าา มะ ไม่ไหวแล้ว…”
“เรียกชื่อฉันสิ ถ้าอยากให้จบเร็ว ๆ”
“อะ อาซิซ อ๊าา”
“เรียกอีก อ๊าสส”
เสียงหอบปนแห้งดังสลับกับเสียงกระแทกของผิวเนื้อนับครั้งไม่ถ้วน ยิ่งเรียวปากสวยเอื้อนเอ่ยชื่อเขา ความหื่นกระหายก็เพิ่มมากขึ้น
“เรียกอีก”
“อาซิซ”
ปึก ปึก ปึก
“อ๊าสส” จังหวะหนักหน่วงที่โหมกระหน่ำจนไม่รู้จะจบลงตรงไหน จนในที่สุดก็ผ่อนแรงลงเมื่อชีคหนุ่มไปถึงขอบสวรรค์ วงแขนแกร่งปล่อยเรียวขาบนบ่าให้เป็นอิสระ ทว่าสโรชากลับทรงตัวไม่อยู่จนคนตัวใหญ่กว่าต้องประคองไว้
“ต้องไปซื้อเสื้อ” ประโยคแรกที่สโรชาเอ่ยหลังจบภารกิจทำให้เจ้าของวงแขนถอนหายใจ
“รู้แล้ว”
“ต้องไปซื้อเดี๋ยวนี้ค่ะ ไม่งั้นฉันจะใส่อะไรกลับบ้าน” ดวงตากลมค่อย ๆ ปรือขึ้นจ้องมองใบหน้าคมคายของคนที่กำลังอุ้มเธอไปยังประตูลับ
“เดี๋ยวสั่งคนไปซื้อให้” ดวงตาคมกริบจ้องมองใบหน้าแดงก่ำของคนในอ้อมแขนขณะแตะหนังสือเล่มหนึ่งบนชั้นวางชั้นล่างสุด พลันนั้นชั้นหนังสือก็ค่อย ๆ เคลื่อนออกจากกัน เผยให้เห็นอีกด้านที่เป็นห้องนอนขนาดใหญ่
“ฉันอยู่ในห้องนี้ได้นานแค่ไหนคะ” คนที่ถูกวางบนเตียงเอ่ยถามขณะพยุงตัวลุกขึ้น ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปรอบห้องนอนที่ตกแต่งอย่างหรูหราและเป็นโทนสีเดียวกับห้องทำงาน ไม่คิดว่าวันหนึ่งตัวเองจะได้มานอนบนเตียงของผู้ชายที่เพิ่งรู้จัก
“แล้วแต่เธอ” เขาตอบขณะล้มตัวลงนอนข้างกัน
“จะทำอีกเหรอคะ” ร่างเล็กสะดุ้งโหยงพลางขยับตัวหนี ไม่คิดว่าเจ้าของห้องจะขึ้นมานอนด้วย
“แล้วเธอไหวไหมล่ะ” ดวงตามีเลศนัยมองมาทำให้สโรชารีบดึงผ้าห่มมาคลุมตัวเอาไว้
“จะบ้าเหรอคะ แค่นี้ฉันก็จะจับไข้อยู่แล้ว”
“ถ้างั้นก็นอนเงียบ ๆ”
“คุณจะนอนเฉย ๆ ใช่ไหม”
“อาซิซ”
“คะ?”
“ต่อไปให้เรียกแบบนั้น”
“…พรีมค่ะ” ถึงจะชะงักไปเพราะไม่คิดว่าจะได้ยินเรื่องแบบนั้นจากปากของเขา แต่พอตั้งสติได้ก็รีบพูดเรื่องของตัวเองบ้าง “ชื่อเล่นชื่อพรีมค่ะ” คนตาแป๋วหันตะแคงข้างมองร่างใหญ่ที่หันมาสบตาด้วย
“อือ”
กลับมาที่ปัจจุบัน…“อัสซาน! กลับมาแล้วเหรอ” เสียงใสขององค์หญิงตัวน้อยดังขึ้นทันทีที่รู้ว่าใครบางคนกลับจากโรงเรียนแล้ว แม้จะเป็นช่วงปิดเทอมฤดูร้อนแต่อัสซานซึ่งเป็นลูกบุญธรรมของคาริบกับโยธกาก็ยังไปเรียนอยู่ตลอด และเป็นโรงเรียนประจำที่กลับบ้านได้เฉพาะเสาร์อาทิตย์เท่านั้นจึงทำให้เด็กชายไม่รู้เลยว่าตอนนี้ที่บ้านมีแขก“องค์หญิง…” ดวงตากลมเบิกกว้างขึ้นเมื่อได้ยินเสียงสดใสของใครบางคน ร่างร้อยในชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่องวิ่งลงจากบันไดมาด้วยรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะพุ่งเข้าไปกอดคนตรงหน้าที่ยังงงอยู่“ได้ยังไงพ่ะย่ะค่ะ องค์หญิงอยู่ที่นี่ได้ยังไง...” เด็กชายวัยสิบขวบมองเด็กน้อยตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เพราะทุกครั้งที่เขาได้เจอเธอคือตอนไปคฤหาสน์ฟูไจราห์กับบิดา“อัสซานกลับมาแล้วเหรอลูก” คาริบเดินลงมาจากบันไดเอ่ยกับลูกชาย แม้จะจับปืนมาทั้งชีวิต แต่พอรับอัสซานมาเป็นลูกเขาก็อ่อนโยนขึ้นและทำหน้าที่ของพ่อได้อย่า
“เฮ้ย! ห้องนั้นเข้าไปไม่ได้นะคุณ”“ทามมาย” ศีรษะทุยหันมาถามคนที่รั้งแขนเอาไว้ทัน แต่มืออีกข้างของเธอก็เกาะขอบประตูไว้แน่น“โอเค ถ้าจะนอนก็นอนเงียบ ๆ เดี๋ยวผมจะไปนอนห้องคุณโอเคไหม แต่ห้ามรื้อค้นอะไรทั้งนั้น”“อู้หูววว” เหมือนคนเมาจะไม่ฟังอะไร สายตาหยาดเยิ้มจ้องมองมาที่แผ่งอกแกร่งแล้วทาบฝ่ามือร้อน ๆ ลง “ผู้ชายอะไรนมโต๊โต”“คุณโยธกา” มือใหญ่รีบคว้าข้อมือเล็กไว้พร้อมเค้นเสียงลอดไรฟัน ถลึงตาใส่คนตรงหน้าด้วยแววตาดุ ๆ ทว่าคนเมาจะไปรู้อะไร เธอไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเขาจะทำหน้าแบบไหน“เรียกทำไมจ๊ะคนหล่อ”“เอามือออกจากหน้าอกผม”“อ๋อ หวงเหรอจ๊ะ ขอจับหน่อยหนึ่งก็ไม่ได้”“คุณนี่แปลกตั้งแต่วันแรกที่เจอยังไง วันนี้ก็แปลกอย่างนั้นนะครับ”“แปลกแต่แซ่บนะจ๊ะ ถ้าลองแล้วจะติดใจ”“คุณโยธกา”
หลังงานแต่งงานของเชคอาซิซกับเชคคาห์สโรชาจบลง ไม่นานงานหมั้นของคาริบกับโยธกาก็ถูกจัดขึ้น แน่นอนว่าหลังหมั้นกันแล้วทั้งคู่ก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่ได้ติดต่ออะไรกันราวกับว่าการหมั้นหมายไม่เคยเกิดขึ้น โยธกาอยู่ที่เมืองไทยเพราะยังติดเรื่องฝึกงานและวางแผนไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ส่วนเพื่อนซี้เธอนั้นเพราะฝึกงานในบริษัทฯ ของสามีตัวเองจึงไม่มีปัญหาเรื่องชั่วโมงฝึก และเพราะมีเบบี๋แล้วเลยต้องยกเลิกแพลนเรียนต่อไปก่อน คาริบเองก็ไป ๆ มา ๆ ระหว่างเมืองไทยกับฟูไจราห์ แต่หลังจากเจ้านายแต่งงานเขาก็มาอยู่เมืองไทยเป็นหลักเพราะเชคคาห์ตั้งท้อง คนเป็นสามีเลยต้องอยู่ดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้งานทุกอย่างในเมืองไทยและประเทศใกล้เคียงตกอยู่ที่เขา“อีกห้าวันก็ได้ถอนหมั้นแล้วสินะ” คนที่หยิบเสื้อคลุมมาสวมเอ่ยกับเงาตัวเองที่สะท้อนในกระจก แม้โยธกาจะยังไม่ได้ไปเรียนต่อแต่เธอก็รักษาระยะห่างจากเขาและแสดงให้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเข้าใจไปเองว่าทั้งคู่กำลังห่างเหินกัน คาริบซึ่งยุ่งกับงานอยู่แล้วจึงไม่ต้องแสดงละครเพราะเขายุ่งจริง ๆ ทำให้ความสมจริงเ
แปดปีก่อน…ทันทีที่กลับเข้ามาในคฤหาสน์หลังใหญ่ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานแสนคุ้นเคย ชายหนุ่มผู้ที่เป็นทั้งหัวหน้าหน่วยอารักขาและเลขาคนสนิทของผู้นำรัฐก็ต้องตกใจ เมื่อสายเรียกเข้าจากพ่อบังเกิดเกล้าทำให้เขาได้ยินเรื่องประหลาดเข้า“ผมไปมีแฟนตั้งแต่ตอนไหนครับ? ไม่เห็นจะรู้เลย” หลังโวยวายไปแบบนั้น เรื่องยาวยืดน่าปวดหัวก็ทำให้เขารีบนั่งเครื่องบินส่วนตัวของเจ้านายจากฟูไจราห์ตรงไปอาบูดาบีบ้านเกิดทันทีเมื่อจัดการเรื่องวุ่นวายที่บ้านเสร็จแล้วเขาก็รีบกลับมายังฟูไจราห์เพื่อรอคอยเจ้านายทั้งสองอย่างใจจดใจจ่อ นี่เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มมากความสามารถรู้สึกเหมือนคอตัวเองวางอยู่บนแท่นประหาร รอวันที่เจ้านายจะมาช่วยเหลือ“หัวหน้า ท่านเชคกับท่านเชคคาห์กลับมาแล้วครับ” คาริบถอนหายใจหนัก ๆ ออกมาด้วยความโล่งอก เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์กว่า ๆ ที่เจ้านายทั้งสองของเขาทิ้งงานหลายอย่างไว้ให้โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ยิ่งไปกว่านั้นยังให้เขาไปออกงานแทนจนมีคนเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็
เสียงกรีดร้องของเชคคาห์สาวทำให้ภายในกองเกิดความโกลาหลไปชั่วขณะ แต่ก็จบลงด้วยการที่เชคอาซิซออกมาบอกว่ามีงูทะเลทรายเข้าไปในกระโจม แต่เขาจัดการมันเรียบร้อยแล้ว ทุกคนจึงแยกย้ายกันไปทำหน้าที่เฝ้ายามและบางส่วนก็แยกย้ายกันไปนอนต่อ“เกือบเป็นเรื่องแล้วไหมคะ” พอกลับเข้าไปในกระโจมร่างน้อยก็หันไปดุคนข้าง ๆ การที่เขาพลิกตัวกะทันหัน ทำให้เธอที่กลายเป็นฝ่ายอยู่ใต้ร่างเผลอกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ แถมแสงไฟจากตะเกียงที่กระทบใบหน้าของเขาก็ทำให้คนที่อยู่ใต้ร่างรู้สึกไม่ปลอดภัย หากข้ารับใช้ไม่ร้องถามและไม่เกิดความโกลาหลขึ้นเสียก่อน เธอคงได้นอนหอบอยู่ใต้ร่างเขาไปแล้ว“ก็ใครเป็นคนเริ่มก่อนล่ะ” เสียงทุ้มเถียงกลับขณะมองภรรยาล้มตัวนอนลงบนฟูกผืนหนา ร่างกำยำรีบกระตุกเชือกเสื้อคลุมออกอย่างรวดเร็วทำเอาคนที่เพิ่งเอนกายลงรีบร้องท้วง“จะทำอะไรคะ”“มาต่อให้จบเถอะ ไม่งั้นคืนนี้ฉันหลับไม่ลงแน่ ๆ” ก็เธอยั่วให้อยากแล้วจากไปอย่างนั้น เขาทนได้จนถึงตอนนี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว
ผ่านมาสองวันแล้วที่กองคาราวานของเชคอาซิซยังปักหลักอยู่ที่โอเอซิสแห่งใหม่ เพื่อให้ความร่วมมือกับทางโอมานที่ส่งคนเข้ามาวัดระดับของน้ำเพื่อติดป้ายเตือนความลึกตื้น และปักธงของประเทศรวมถึงป้ายถือครองกรรมสิทธิ์ ทำให้แนวชายแดนระหว่างโอมานกับเอมิเรสต์มีทหารติดอาวุธของสองประเทศคอยลาดตระเวนอยู่ ทั้งที่ปกติแล้วในทะเลทรายไม่จำเป็นต้องมีทหารลาดตระเวน และสองวันที่ผ่านมาการอารักขาบริเวณกระโจมของฟูไจราห์ก็แน่นหนาขึ้น อีกทั้งเหนือน่านฟ้าของสองประเทศยังมีเฮลิคอปเตอร์ของสองกองทัพบินวนอยู่แทบจะทั้งวัน“ผมกลับแล้วนะท่านพี่ ไว้พบกันใหม่นะครับพี่สะใภ้” เชคอาคิมบอกลาพี่ชายและพี่สะใภ้ก่อนจะบังคับอูฐให้เดินออกไปกับขบวน“น้องชายของคุณจะแต่งงานจริง ๆ เหรอคะ ดูไม่เหมือนคนที่กำลังจะแต่งงานเลย” เสียงหวานหันไปถามสามีขณะเดินกลับเข้ามาในกระโจม สีหน้าของอีกฝ่ายดูกลัดกลุ้มอยู่ตลอด ทำให้ตลอดเวลาของการพบกันเชคคาห์สาวไม่กล้าเอ่ยถึงผู้ที่จะมาเป็นน้องสะใภ้“ถูกคลุมถุงชน คงไม่ดีใจหรอก” คนตอบแค่นยิ้ม





![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

