LOGINตอน 12 น้องพักพิง
.....ช่วงเช้า บ้านภักดีรุ่งโรจน์ รถของหมอชนม์จอดเทียบหน้าบ้านหลังใหญ่ พิสมัยเดินจูงมือหลานชายตัวน้อยลงมาจากตัวบ้าน "สวัสดีครับพ่อ" น้องพักพิงไหว้หมอชนม์ "สวัสดีครับลูกชายคนเก่ง" เขาหยิบกระเป๋าสะพายหลังน้องพักพิงจากมือของพิสมัย “ให้แม่ไปด้วยมั้ยลูก?” “ไม่เป็นไรครับแม่ ผมไหวอยู่แล้ว แม่พักผ่อนเถอะครับ” “พ่อครับบบ” “ว่าไงครับลูก” หมอชนม์หันหาลูกชายหัวแก้วหัวแหวน "ผมมีนี่มาฝากพ่อด้วย" น้องยื่นช็อคโกแลตให้ "ขอบคุณครับ" พ่อยิ้มพลางก้มลงหอมแก้มน้อย ๆ นั้น “ลูกพ่อแต่งตัวหล่อมากครับวันนี้” “พร้อมมั้ยครับ” น้องพักพิงพยักหน้าหงึก ๆ “ผมไปก่อนนะครับแม่ พรุ่งนี้ผมมาส่งหลานคืน” หมอชนม์ให้ลูกชายนั่งคาร์ซีทเพื่อความปลอดภัย รถเคลื่อนออกจากที่จอด… “บ๊าย บาย คุณย่าสิครับลูก” น้องพักพิงโบกมือหยอย ๆ ให้คุณพิสมัยที่รอส่งจนรถเคลื่อนออกจากตัวบ้าน หน้าต่างบานหนึ่งถูกปิดลงช้า ๆ สมภพหมุนตัวจากหน้าต่าง ภาพลูกชายและหลานเมื่อครู่ดูมีความสุข แต่ทำไมถึงบาดใจเขานัก….หรือเพราะเขาไม่ใช่ส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้ หรือเขาเองที่เป็นคนทำร้ายครอบครัวนี้เหรอ? .....8.30 น. โรงเรียนนานาชาติชื่อดัง เคาน์เตอร์ลงทะเบียนสำหรับนักเรียนเทอมใหม่ “ทุกอย่างเรียบร้อยค่ะคุณพ่อ ทางเราเทสความสามารถน้องเรียบร้อยแล้ว น้องพักพิงแค่ 4 ขวบกว่า ๆ แต่มีความรู้ และพัฒนาการที่ดีมากค่ะ” “ขอบคุณมากครับ” หมอชนม์กอดน้องพักพิง “เก่งมากลูกพ่อ” “งั้นรบกวนคุณพ่อทำสัญญาและชำระค่าใช้จ่ายเลยนะคะ” “อุปกรณ์และชุดนักเรียนเดี๋ยวดิฉันพาไปดูค่ะ” “ครับ” หมอชนม์เซ็นตสัญญาและชำระค่าใช้จ่ายค่าเล่าเรียนของน้องพักพิง หมอชนม์ดูบรรยากาศภายในโรงเรียน เขามั่นใจพอที่จะฝากน้องพักพิงให้เรียนที่นี่ ทั้งความปลอดภัยและการรันตีความรู้ให้ลูกชายเขาด้วย เขาต้องการให้ลูกมีการศึกษาและสภาพแวดล้อมที่ดี เมื่อลูกโตพอที่จะเลือกสถานที่และรู้ความสามารถของตนเองพอเขาจะให้โอกาสลูกได้เลือกเอง “พ่อครับ ผมเหนื่อยแล้ว” … ทั้งคุณครูและคุณพ่อต่างอมยิ้มให้กับความไร้เดียงสาของน้องพักพิง “ครับลูก เดี๋ยวพ่อพาไปเลือกชุดที่ลูกต้องใส่มาโรงเรียนก่อนนะครับ แล้วเราค่อยกลับบ้านกันนะ" น้องพยักหน้ารับ.... "นี่ค่ะคุณพ่อ ทั้งชุดนักเรียน และอุปกรณ์การเรียนอยู่ในนี้หมดแล้วค่ะ "ขอบคุณมากครับ" "น้องครับ ลาคุณครูก่อนแล้วเรากลับกันครับ” “สวัสดีครับคุณครู” .... “เดี๋ยวเราไปทานข้าวด้วยกันที่คอนโดพ่อนะครับ” “ครับบบ” พ่อและลูกจูงมือออกจากโรงเรียนเป็นภาพที่ดูมีความสุขจากสายตาคนภายนอก .....10.00 น. คอนโดหมอชนม์ คอนโดหรูโซนปริมณฑล ใกล้คลีนิค ภายในห้องสะอาดสะอ้าน ทุกอย่างถูกจัดวางเป็นระเบียบเรียบร้อย โซนครัวเปิดหมอชนม์กุลีกุจอทำข้าวผัดปูให้ลูกชาย ส่วนน้องพักพิงเป็นผู้ช่วยชั้นดี "เสร็จแล้วครับ มาทานข้าวกัน" หมอชนม์เรียกลูกที่นั่งดูการ์ตูนหน้าทีวีห้องรับแขก "น้องตักข้าวทานเองนะครับ พ่อไปหยิบน้ำให้" หมอชนม์ฝึกลูกให้ช่วยเหลือตัวเอง “อร่อยมั้ยครับ?” น้องพักพิงพยักหน้า เขามองหน้าลูกด้วยความเอ็นดู ภาพความหลังของแม่น้องพักพิงโผล่มาในความคิด “ลูกมีส่วนคล้ายกับเธอมากกว่าพี่ คิ้วหนา ดวงตาได้เธอมาเต็ม ๆ เลย พี่คิดถึงพิมพ์เสมอนะ” เขาใช้มือป้ายเมล็ดข้าวที่ติดอยู่ริมฝึปากลูก หากแม่ของลูกยังอยู่ ครอบครัวคงจะสมบูรณ์แบบกว่านี้นะ……….. 4 ปีที่ผ่านมาเขาต้องผ่านความยากลำบากที่สุดในชีวิต ภาพที่เขาต้องมองแม่ของเขาและพี่ภาที่คอยป้อนนม ป้อนข้าว ดูแลน้องพักพิงให้เติบโต แทนที่จะเป็นพิมพ์เมียเขา เป็นภาพที่บาดใจเขามาตลอดเวลา กว่าที่เขาจะทำใจได้ให้ถึงวันนี้ก็ยากลำบากพอสมควร เขาพยายามลืมเหตุการณ์ให้หมด แต่ภาพจำและแผลในใจก็คอยทำร้ายเขาอยู่เสมอ โดยเฉพาะบุคคลต้นเหตุ ที่ทำให้ทุกอย่างมันเลวร้าย จนเขาไม่อยากจะเห็นหน้าไปอีกตลอดชีวิต เช่นเดียวกับเรื่องหัวใจ เหตุการณ์ที่ผ่านมา ทำให้การเปิดหัวใจที่จะรักใครสักคนเป็นไปได้ยาก เพราะเขากลัวว่าจะมีจุดจบเหมือนในอดีต…. “พ่อครับ” น้องพักพิงสะกิดคุณพ่อ “ว่าไงลูก” “ผมง่วงครับ” “อ้อ เดี่ยวพ่อพาน้องไปนอนนะครับ พ่อขอล้างจานแป๊บนึงนะครับ” หมอชนม์รักความสะอาด มีระเบียบตั้งแต่สมัยเรียน ทำให้เขาจัดระเบียบชีวิตตัวเองได้ดี และโชคดีมีลูกที่ว่านอนสอนง่าย ฉลาด เรียนรู้ไว ต้องขอบคุณแม่ของเขาที่ดูแลหลานให้เติบโตมาอย่างดี หมอชนม์พาน้องพักพิงเข้านอนตอนกลางวัน เขาเล่านิทานให้ลูกฟังเหมือนทุกครั้ง "หลับซะแล้วคนเก่งของพ่อ" เขาจัดแจงให้น้องนอนในท่าสบาย ๆ หมอชนม์ทิ้งตัวลงใกล้ลูกเปิดตารางงานของพรุ่งนี้ เสียงไลน์แจ้งเตือน หมอกิติพงษ์มหาลัยฤกษ์ฤดี “หมอ พรุ่งนี้บ่ายโมงว่างมั้ย?” “ครับ ผมว่างบ่ายครับ” หมอชนม์พิมพ์ตอบ “ที่นี่มีสัมมนาหัวข้อที่น่าสนใจ และมีประโยชน์กับนาย อยากให้มาฟังอบรมด้วยกันน่ะ” “อ่อ ได้ครับ พรุ่งนี้เจอกันครับพี่” ภาพของหมอกานต์ลอยขึ้นมาโดยอัติโนมัติ… เขาตอบตกลงทันทีโดยไม่ได้ถามรายละเอียดใดเพิ่มเติม คงอยากเจอใครบางคนมากกว่าเข้าฟังบรรยายแน่ ๆ ... ......ตอน 18 น่าจะใช่คนเดียวกันนะ.....7.30 น. บ้านหมอกานต์แสงแดดเช้าส่องผ่านม่านสีเทา ทอดร่างหมอกานต์ที่นอนอยู่บนเตียง เธอขยับตัวหลบแสงแดด พยายามลืมตาขึ้นเมื่อคืนเธอฝันเห็นน้ำตาลสลับกับหน้าโบ้ท ความเศร้าเสียใจของทั้ง 2 เหตุการณ์ ตามหลอกหลอนเธอตลอดคืนเธอพยุงตัวขึ้นจากเตียง เพื่อลุกไปจัดการน้อง ๆ “ตาบวมเป่งเลย” เธอส่องกระจกเห็นสภาพตัวเอง ยืนมองตัวเองในกระจกสักพัก“ไม่ ฉันจะไม่ยอมให้ตัวเองอยู่ในสภาพนี้นานแน่ ๆ เรื่องหมาก็เสียใจ แต่เรื่องคนหมาๆ ทำร้ายชีวิตของฉันไม่ได้ เสียใจแค่เมื่อวานก็พอ แล้วเริ่มต้นใหม่” เธอฮึบให้กำลังใจตัวเอง แต่ถึงเธอจะเข้มแข็งขนาดไหน ใจลึก ๆ แล้วก็ปวดร้าวอยู่ดีเธอเดินลงไปชั้นล่าง มีลักกี้ และโซลี่วิ่งนำเธอลงไปก่อนเสียงท้องร้อง เธอนึกได้ว่าตั้งแต่เช้าเมื่อวานยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย“กินอะไรไม่ลงแน่ ๆ กาแฟแล้วกัน”เธอกดกาแฟอัตโนมัติ“เมื่อวานเลยไม่รู้ว่ายัยคนนั้นเป็นใครอยู่ดี”...“เออใช่ ที่คุยกับเมย์ค้างไว้” เธอนึกขึ้นได้“เอาไว้ก่อนละกัน เราอาจจะคิดผิดก็ได้ ยังไงก็แล้วแต่ไอ้โบ้ทไม่มีตัวตนสำหรับเราอีกแล้ว”“ทำอะไรอยู่” ตายยากจริง ๆ เธออ่านไลน์ของโบ้ทตรงแจ้งเต
ตอน 17 หมอกานต์จะโดนเล่นงาน16.00 น. ห้องทำงานผู้บริหาร รพ.สัตว์มหาวิทยาลัยฤกษ์ฤดี “คุณลุงคะ หนูบอกแล้วไง ว่าหนูไม่ชอบมัน” หมออ้อยใช้เสียงข่มขู่ผู้เป็นลุงหมออ้อย รัตติกาญ ชัยประพาส สัตวแพทย์ด้านศัลยศาสตร์ บุตรสาวผู้ถือหุ้นใหญ่ของโรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยฤกษ์ฤดี อายุรุ่นราวคราวเดียวกับหมอกานต์“ลุงขอเหตุผลสักคำเถอะ ไปโกรธเกลียดอะไรกันมานักหนาฮะ?”หลานสาวยืนกอดอก หน้าตาโมโหเอาเรื่อง แต่ไม่ยอมปริปากพูด“บีบให้มันลาออกไปซะ ไม่งั้นหนูจะฟ้องพ่อว่าคุณลุงยักยอกเงิน รพ.”“แก แก รู้ได้ยังไง? ผู้เป็นลุงมือสั่น ตัวสั่น ไม่คิดว่าตนเองจะโดนหลานจับได้ว่ายักยอกเงิน“ไม่รู้เหละ ถ้านังนั่นยังอยู่ที่นี่ เรื่องนี้ถึงหูคุณพ่อแน่ๆ ……ผู้เป็นลุงนั่งทรุดลงบนโซฟาห้องทำงาน มือกุมขมับ คิ้วขมวด....16.30 น. คลีนิคสัตว์หมอชนม์ Save Pet“คุมราคาสินค้า วัตถุดิบ ให้ผมด้วยนะ ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี อย่าขึ้นราคาสูงเกินไปนัก”“ค่ะคุณชนม์” “หมอ ๆ ช่วยดูแลค่าใช้จ่ายทุกเคสช่วยลูกค้าด้วยนะครับงั้นวันนี้ประชุมแค่นี้นะครับ ขอบคุณทุกคนมาก”หมอชนม์ลุกจากห้องประชุมแพทย์ประจำคลีนิค“ผมกลับก่อนนะ” หมอชนม์แจ้งพนักงานก่อนกล
ตอน 16 ความสูญเสีย 2 ทางพร้อมกัน.... บนถนนเส้นหนึ่งระหว่างขับรถ เธอพยายามนึกถึงความเป็นตัวตนของผู้หญิงคนนั้น และคนที่เธอเคยเชื่อมโยงกับเรื่องราวของโบ้ท“เมย์ ตอนนี้เราว่างมั้ย หมอมีเรื่องรบกวนหน่อย” เธอต่อสายหาผู้ช่วยเมย์“อ่อ วันนี้เมย์เข้าเวรค่ะ แต่สะดวกสำหรับหมอทุกเรื่องค่ะ จะให้ช่วยอะไรคะ?”“หมออยากให้ดูตารางงานวันนี้ของใครสักคนให้หน่อย”“ใครคะหมอ?”"คุณแม่” สายเรียกเข้า….."ว่าไงคะแม่?”“สะดวกคุยมั้ยลูก? “มีอะไรด่วนมั้ยคะ พอดีหนูขับรถอยู่ค่ะ”“อ่อ เดินทางอยู่ งั้นเดี่ยวถึงแล้วลูกค่อยโทรหาแม่นะ”“น้ำเสียงของแม่ฟังดูไม่ค่อยดีเลยค่ะ มีอะไรคะแม่?” “น้ำตาลน่ะ” แม่ของเธอหมายถึงสุนัขเพศเมียอายุ 17 ปี ที่เธอเคยช่วยเอาไว้ตอนโดนรถชนแถวบ้านเก่าเธอตั้งแต่น้ำตาลอายุราว 1 ปีกว่า ๆ“ค่ะแม่…” เธอรู้สึกได้ว่าไม่ใช่เรื่องดีแน่ ๆ เพราะก่อนหน้านี้น้ำตาลป่วยด้วยโรคไตต้องให้น้ำเกลือใต้ผิวหนัง ให้อาหารเฉพาะโรคไตมา 2 ปีแล้ว“น้องไปดาวหมาแล้วนะลูก น้องหลับไปเฉย ๆ เลย น้องไม่ทรมานแล้วนะลูก”หมอกานต์รู้สึกจุกในอก ความผูกพันธ์กับน้ำตาลมันยาวนานเหลือเกิน 17 ปีที่เห็นหน้ากันมาตลอด ครั้งล่าสุดที่เธอกอดน
ตอน 15 ผู้หญิงที่ส่งข้อความนั้นคือใคร? .....ช่วงสาย บ้านหมอกานต์ เสียงเรียกเข้าโทรศํพท์ ปลุกหมอกานต์ให้ตื่นจากฝันร้าย ฝันเห็นข้อความของผู้หญิงคนนั้นซ้ำไปซ้ำมา ผู้หญิงที่เธอไม่รู้ว่าเป็นใคร มาจากไหน เข้ามาเป็นมือที่สามตั้งแต่เมื่อไร เหงื่อผุดเต็มหน้าหมอกานต์จากฝันร้ายที่มันคือความจริง…. “ค่ะแม่” เธอต้องรับสายนี้ “เป็นไงลูก พักผ่อนเต็มที่มั้ยวันนี้วันหยุดนี่นา” “ดีค่ะแม่ หนูหลับเต็มที่เลยค่ะ” เธอปาดน้ำตาที่กำลังรื้นอีกรอบ “เป็นไรรึเปล่า เสียงเหมือนเป็นหวัด” “อ่อ อ่อ ค่ะหนูก็รู้สึกเจ็บคอก่อนหน้านี้เอง" “อือ ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนบ่อย กินยาซะด้วยนะลูก อ้อ พ่อฝากบอก กลับบ้านครั้งหน้าพาโบ้ทมาหาพ่อกับแม่บ้างนะ คิดถึงไม่เจอกันนานแล้ว” “ค่ะ” เธอกลั้นเสียงสะอื้น “แม่หนูเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ” เธอต้องการตัดบทเพราะกลัวแม่จะจับได้ว่าเธอร้องให้ เธอไม่อยากให้แม่รับรู้เรื่องนี้ตอนที่หัวใจเธอพังยับเยิน “อ้อ ได้ ๆ ลูก บายย ดูแลตัวเองดี ๆ นะ” เธอรีบวางสาย ปล่อยโฮอีกรอบ เจ็ดปีที่ผ่านมา ความทรงจำมากมาย มันไม่ง่ายเลยที่จะวางทั้งหมดไว้แค่ข้ามวัน ยิ่งได้รับการกระตุ้นจากแม่ของเธอมันยิ่งทำใจยากขึ้น
ตอน 14 ข้อความที่ว่าพรุ่งนี้จะจัดทุกท่าที่ชอบ 18+ ..... คอนโดทนายโบ้ท ร่างของทั้งคู่บนเตียงหลังการร่วมรัก… โบ้ทใช้ขาก่ายเอวคอดที่นอนอยู่ใต้ผ้าห่มหนา เขาจุ๊บแก้มหมอกานต์ไปหลายจุ๊บ "นาน ๆ ที กานต์จะมาหาผมเอง คิดถึงผมล่ะสิ" หมอกานต์เลี่ยงไม่ตอบ เธอไลน์หาโบ้ทเมื่อเช้าเพราะรู้ว่าเขาไม่มีคิวงาน "คืนนี้กานต์ไปค้างด้วยนะ" แต่เธอมีจุดประสงค์อื่นนอกจากนอนค้าง... “ฉันไปอาบน้ำก่อน” หมอกานต์ลุกจากเตียงด้วยตัวเปล่าเปลือย หลังเนียนสวย ก้นขาวผ่อง ชวนให้อาวุธของโบ้ทตื่นอีกรอบ เขาเดินตามหมอกานต์เข้าห้องน้ำ "ขออีกรอบนะ" เขาอ้อน "อาบน้ำก่อนมั้ย แล้วเดี๋ยวกานต์ลงไปซื้อเบียร์ แล้วต่อกันอีกยกดีกว่า" หมอกานต์มีแผนที่ดีกว่า โบ้ทเป็นผู้ชายคออ่อน ดื่มเบียร์นิดหน่อยเขาก็คอพับเร็วกว่าจรวด.... แต่อาวุธเขาจะตื่นตัวสุดเวลาได้ดื่ม "กานต์อย่ามอมผมจนไม่ได้เอากันล่ะ" ไม่หรอก กานต์ไม่ได้ดื่มนานล่ะสร้างบรรยากาศสักหน่อย" "อ่ะ ๆ ตามนั้น" ..... ทั้งสองนั่งดื่มกันสักพัก โบ้ทเริ่มหน้าแดง หมอกานต์เดินไปยืนรับลมตรงระเบียงห้อง มือถือแก้วที่ใส่แอลกอฮอร์... โบ้ทเดินตามมาโอบกอดด้านหลัง ใช้จมูกหอมระหว่างซอกคอ “เม
ตอน 13 เราเจอกันครั้งที่ 3 ......13.00 น. ห้องสัมมนาโรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยฤกษ์ฤดี ภายในห้องสัมมนาขนาดใหญ่ มีทั้งคณะอาจารย์ นักศึกษา บุคคลภายนอกที่สนใจหัวข้อสัมมนา ทยอยเข้ามาจับจองที่นั่งเพื่อฟังบรรยาย หมอชนม์มองหารุ่นพี่ที่เชิญมา... หมอกิตติพงษ์ยืนโบกมือให้สัญญาณหมอชนม์ หมอชนม์นั่งติดกับอาจารย์หมอกิตติพงษ์ ใกล้ทางเดินริมประตู เขาพยายามกวาดสายตามองหาหมอกานต์ หมอกานต์ในเสื้อกราวน์กำลังเดินผ่านประตูห้องสัมมนา หมอชนม์ยิ้มโดยไม่รู้ตัว เขายกแก้วกาแฟขึ้นดื่มลดอาการประหม่า เมื่อหมอกานต์เดินมาฝั่งที่เขานั่ง ส่วนเจ้าตัวเดินดุ่ม ๆ โดยไม่ได้สังเกตใครตามสไตล์หมอกานต์ “เอ้า หมอกานต์ นั่งด้วยกันสิ” เสียงหมอกิตติพงษ์เชิญชวน” “อ้อ สวัสดีค่ะอาจารย์หมอกิต” อีกฝ่ายรับไหว้ สายตาเหลือบเห็นหมอชนม์ “เอ๊ะ หมอชนม์” หมอชนม์เลิ่กลัก “อ้อครับ เชิญนั่งครับ” หมอชนม์ลุกขึ้นยืนตามมารยาท ผายมือให้หมอกานต์นั่งข้าง ๆ อีกฝั่ง "ขอบคุณค่ะ" หมอกานต์นั่งฝั่งซ้ายมือที่ว่างข้างหมอชนม์ “ทั้งคู่รู้จักกันอยู่แล้วรึ?” “อ่อใช่ค่ะ เคยเจอกันที่ค่ายอาสาค่ะอาจารย์” “อื้อ รู้จักกันไว้นะดีแล้ว หมอชนม์เก่งพอตัวเลย” "ไ







