Masuk“คือผมจะแต่งงานกับเอ๋ยครับ”
“แกพูดอะไรนะตาวี” ขจีย้อนถามลูกชายด้วยความไม่พอใจ
“ผมจะแต่งงานกับเอ๋ยครับคุณแม่”
“ไม่ได้ แม่ไม่ยอมแกแต่งงานกับยัยเอ๋ยนั่น” เธอจะยอมรับลูกคนใช้มาร่วมสกุลได้ยังไงกันแล้วจะไปพูดคุยกับใครเขาได้ถึงลิปการ์จะเป็นหลานของอดีตผู้ว่ากับคุณนายสิรามนแล้วไงล่ะในเมื่อมันเป็นอดีตไปแล้ว ตอนนี้พวกเขาไม่ได้มีหน้ามีตาและลิปการ์ก็ไม่ได้รับการยอมรับและยังใช้นามสกุลแม่ที่ไม่มีใครรู้จัก
“คุณแม่ครับ ผมรักเอ๋ยครับ”
“แล้วแกจะบอกใครๆว่ายังไงถ้าเขาถามว่าเมียแกเป็นลูกเต้าเหล่าใครมาจากตระกูลไหน” ขจีถามลูกชาย
“แล้วเกี่ยวอะไรกับชาติตระกูลครับคุณแม่ ผมรักเอ่ยอยากแต่งงานสร้างครอบครัวด้วยกันนะครับ” วีระกล่อมแม่และเขาไม่พูดถึงเรื่องครอบครัวของแฟนสาวกำลังจะถูกยึดบ้าน
“พ่อแกเป็นถึงรองผบช.ภาคและอีกไม่นานจะเลื่อนขั้นเป็นผบช.ภาคแล้วจะเอาหน้าไปไว้ไหน”
“คุณพ่อครับ”
“เรื่องนี้มันเป็นชีวิตของวีก็จริงแต่เราต้องดูความเหมาะสมผู้หญิงที่จะมาเป็นภรรยาของลูกก็ต้องเกื้อหนุนอาชีพหน้าที่การงานของลูกไม่ใช่ว่าดึงลูกให้ตกต่ำนะ วีคิดให้ดีๆและพ่อไม่เห็นด้วยที่วีจะแต่งงานกับหนูเอ๋ยไม่ใช่ว่าหนูเอ๋ยไม่ดีแต่หน้าที่การงานของวีกำลังก้าวหน้าถ้าแต่งงานกับคนที่สามารถช่วยเหลือเกื้อกูลหน้าที่การงานของลูกได้มันก็ดีใช่หรือไง” รองชายพูดกับลูกชายเขาไม่ได้รังเกียจลิปการ์แต่ลูกชายเป็นตำรวจหากอยากก้าวหน้าก็ต้องหาผู้หญิงที่สามารถผลักดันเกื้อกูลได้เหมือนที่เขาแต่งงานกับภรรยาก็เพราะความเหมาะสมแต่สุดท้ายก็รักกันและเขากับภรรยาได้ทาบทามลูกสาวเพื่อนร่วมรุ่มที่เป็นรองอธิบดีกรมตำรวจไว้แล้ว
“คุณพ่อ” วีระมองพ่ออย่างผิดหวังที่ท่านก็คิดเหมือนแม่
“ถ้าวีเลือกยัยเอ๋ยก็ไม่ต้องมาเรียกแม่ว่าแม่แล้วแม่จะยึดทุกอย่างคืนให้หมด” ขจีพูดจบก็ลุกขึ้นเดินผ่านหน้าลูกชายขึ้นห้องนอนทันทีและรู้ว่าลูกชายไม่กล้าขัดใจเธอแน่
“คุณแม่ครับ” วีระมองตามหลังแม่ก่อนจะหันมามองพ่อ “คุณพ่อครับ”
“พ่อมีลูกชายคนเดียวก็อยากเห็นลูกมีหน้าที่การงานก้าวหน้ามีคู่ครองที่ดี ถ้าวีเลือกหนูเอ๋ยวีก็จะเสียครอบครัวไปวีจะอยู่ได้เหรอลูก” เขารู้ดีว่าทุกวันนี้ลูกชายใช้ชีวิตหรูหราก็มาจากสมบัติของแม่หากแม่ไม่ช่วยก็จะไม่มีอะไรก่อนจะลุกขึ้นเดินตามภรรยาขึ้นไปบนบ้าน
วีระนั่งคอตกที่พ่อแม่ไม่สนับสนุนเขาแต่งงานกับแฟนสาวเพราะลิปการ์ไม่มีชาติมีตระกูลและยังเป็นลูกของคนรับใช้ที่พ่อไม่ยอมรับและตอนนี้บ้านกำลังจะถูกยึดอีกเขารักลิปการ์จริงแต่เขาก็อยู่ไม่ได้หากแม่ตัดความช่วยเหลือลำพังแค่เงินเดือนข้าราชการมันไม่พอใช้ เขารู้ว่าพ่อแม่หวังดีแล้วจะทำยังไงดี มิน่าล่ะลิปการ์ถึงได้ตกลงแต่งงานกับเขาหากพ่อแม่ของเขายอมรับเธอได้แล้วเขาต้องเลิกกับเธอจริงๆแล้วน่ะสิ
ฝ่ายลิปการ์ก็ก็คุยกับย่าตายายเรื่องที่วีระขอเธอแต่งงานและเธอตกลงหากพ่อแม่ของเขายอมรับเธอได้ทำให้คุณสิรามนและนางน้อมนายพยนต์สงสารหลานสาว
“ย่าขอโทษนะลูก” คุณสิรามนได้แต่ขอโทษหลานสาวที่ไม่สามารถช่วยเหลือได้
“คุณย่าไม่ต้องขอโทษเอ๋ยหรอกค่ะ เอ๋ยรู้ตัวดีว่าไม่เหมาะสมกับพี่วีแล้วที่คบกันพี่วีดีเขากับเอ๋ยและเอ๋ยที่เอ๋ยรับปากก็เพราะรู้ว่าพ่อแม่ของเขาไม่ยินยอมแน่และคราวนี้พี่วีจะได้ตัดใจจากเอ๋ยได้ค่ะ” ลิปการ์พูดอย่างเด็ดเดี่ยวอาจเป็นเพราะรู้จักกันมานานและเขาก็ดีกับเธอมาตลอดไม่รังเกียจที่เธอเป็นลูกคนใช้และพ่อไม่ยอมรับเป็นลูกและทำใจไว้ตั้งแต่เจอพ่อแม่ของเขาครั้งแรกเมื่อต้นปีแล้ว
“เอ๋ยไม่เสียใจเหรอลูก” นางน้อมถามหลานสาวเบาๆเมื่อเห็นดวงตาเด็ดเดี่ยวเจิดจ้าขึ้นตอนที่พูดเรื่องนี้
“ก็เสียใจค่ะยาย แต่เอ๋ยทำใจไว้นานแล้วตอนนี้ก็เฉยๆค่ะ เอ๋ยจะไม่มีแฟนมีครอบครัวเอ๋ยจะอยู่กับคุณย่าดับตายายจนแก่ค่ะ” เสียงหวานพูดยิ้มแย้มสดใสขึ้นทำให้ทุกคนยิ้มได้เมื่อเห็นหลานสาวเข้มแข็ง
“ย่ารักเอ๋ยนะลูก”
“เอ๋ยก็รักคุณย่ากับตายายค่ะ” ลิปการ์กอดย่าและตายาย
“งั้นไปนอนกันดีกว่าลูก พรุ่งนี้เอ๋ยจะได้ไปทำเรื่องลาออกแล้วเราจะไปเชียงใหม่ใด้วยกันหมดนี่แหละ” คุณสิรามนพูดกับทุกคนที่เป็นครอบครัวของเธอ
“ฝันดีค่ะตายาย” ลิปการ์บอกฝันดีตายายแล้วลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตาเปลี่ยนชุดนอนแล้วลงมานอนกับย่า
ทั้งสามมองตาหลานสาวคนเดียวทั้งรักและเป็นห่วงอยากให้เจอคนที่ดีรักจริงทั้งที่ตอนแรกก็คิดว่าหลานสาวเจอคนที่ดีแล้วแต่ต้องผิดหวังเพราะพวกเขาดูแค่ชื่อเสียงนามสกุลและฐานะไม่ได้ดูที่นิสัยใจคอและความจริงใจก่อนฐานะชื่อเสียเงินทอง
“ไม่เป็นไรหรอกนะแม่น้อมนายยนต์ แม่เอ๋ยอายุยังน้อยและเด็กดีกตัญญูอย่าแม่เอ๋ยต้องเจอคนที่ดีแน่นอน” คุณสิรามนพูดกับตายายของหลานสาว
“ผมก็หวังว่าอย่างนั้นแหละครับคุณมน” เขาก็หวังว่าหลานสาวจะเจอผู้ชายที่ดีสักวัน
“งั้นฉันไปนอนก่อนนะคะคุณมน”
“ไปเถอะจ้ะ” คุณสิรามนมองตามหลังสองสามีภรรยาเดินไปทางห้องนอนของพวกเขาแล้วถอนหายใจก่อนจะลุกขึ้นเดินไปห้องนอนของตัวเอง
วันถัดมาลิปการ์มาทำงานและทำเรื่องขอลาออกและคุยให้ผู้จัดการที่เป็นพี่ระหัสฟังเรื่องราวของเธอว่าทำไมถึงลาออกและผู้จัดการแสนใจดีก็อนุมัติทันทีไม่รอให้ถึงสิ้นเดือนเพราะมีพนักงานบัญชีหลายคนเรื่องงานจึงไม่มีปัญหา
“มีอะไรให้เจ้ช่วยก็บอกได้นะหนูเอ๋ย” ผู้จัดการหนุ่มหน้าใสใจสาวพูดกับพนักงานดีเด่นของบริษัทแม้จะเสียดายแต่ลิปการ์มีปัญหาใหญ่จริงและใครไม่เจอกับตัวก็จะไม่รู้
“ขอบคุณเจ้มากค่ะที่ช่วยเอ๋ย” หญิงสาวยกมือไหว้ผู้จัดการอย่างขอบคุณ
“ไม่เป็นไรจ้ะ เจ้ขอให้เอ๋ยโชคดีเจอแต่เรื่องดีๆนะจ้ะ”
“ค่ะเจ้ ถ้าเอ๋ยยังอยู่พิดโลกเอ๋ยจะแวะมาให้เจ้เลี้ยงนะคะ” ลิปการ์ยิ้มให้ผู้จัดการก่อนจะเดินออกไปทำงานวันสุดท้าย
หลังเลิกงานแล้วลิปการ์ก็บอกลาเพื่อนร่วมงานของเธอซึ่งทุกคนก็เข้าใจอวยพรให้เธอโชคดีก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านและวีระก็มารอเธอที่หน้าบริษัทและขับรถตามกันไปที่ร้านกาแฟ
“พี่วีเป็นอะไรคะ” ลิปการ์เห็นหน้าแฟนหนุ่มชัดๆแล้วถามเขาเพราะเหมือนคนไม่ได้นอนและรู้คำตอบแล้ว
“คือพี่..” วีระพูดไม่ออกมองหน้าลิปการ์ด้วยความเสียใจแต่เขาก็ต้องเลือกครอบครัว
“มีอะไรก็พูดมาเถอะค่ะ เอ๋ยรับได้และเข้าใจดีค่ะ” ลิปการ์กระตุ้นให้วีระพูด
“คือคุณพ่อคุณแม่ท่านไม่ยอมรับเรื่องของเราครับ และพี่ก็..”
“ไม่เป็นไรค่ะพี่วี ถึงเราจะไม่ได้เป็นแฟนกันหรือแต่งงานกันเราก็เป็นพี่น้องกันเมือนที่ผ่านมาก็ได้นี่คะ” ลิปการ์หาทางออกให้เขาสำหรับเธอทำใจได้นานแล้ว
“เอ๋ยไม่เสียใจที่เรื่องของเราจบลงแบบนี้เลยเหรอ”
“ทำไมเอ่ยจะไม่เสียใจคะ พี่วีอยากให้เอ๋ยร้องไห้โวยวายที่เราเลิกกันเหรอคะ” ลิปการ์มองวีระที่กำลังจะกลายเป็นอดีตแฟนใช่ว่าเธอจะไม่เสียใจแต่มันนานมาแล้วจนทำใจได้แล้ว
“ไม่ใช่ครับ คือเอ๋ยนิ่งมากจนพี่คิดว่าเอ๋ยก็อยากเลิกกับพี่เหมือนกัน” วีระพูดกับแฟนสาวที่กำลังจะกลายเป็นอดีตที่ไม่มีท่าทีเสียใจที่เลิกกับเขา
“พี่วีก็คิดว่าเอ๋ยเป็นน้องสาวคนหนึ่งเหมือนที่ผ่านมานะคะ”
“ใครจะเป็นพี่น้องกับอดีตแฟนล่ะ” วีระมองแฟนสาวเพื่อจดจำเวลาดีๆที่มีร่วมกันเพราะฝืนคบกันไปก็จะมีแต่เสียใจเพราะมันเป็นไปไม่ได้ที่จะได้ร่วมชีวิตด้วยกันและหลังจากวันนี้ก็จะกลายเป็นอดีตของกันและกัน
“ไม่เป็นไรค่ะเอ๋ยเข้าใจ” ถ้าเขาไม่อยากเป็นพี่เป็นน้องกับเธอก็ไม่เป็นไร
“แล้วพี่มีทางเลือกด้วยเหรอครับ อย่าถึงกับตัดพี่ออกไปจากชีวิตของเอ๋ยเลยนะพี่ยังทำใจไม่ได้” วีระโอดครวญด้วยความเสียใจที่เขาอ่อนแอเพราะคู่ต่อสู้คือพ่อแม่ทำให้เขายอมแพ้และต้องตัดใจจากลิปการ์
“พี่วีจะเป็นพี่ชายที่ดีของเอ๋ยตลอดไปค่ะ” ลิปการ์บอกวีระแล้วยิ้มให้เขา
“พี่ขอโทษนะครับเอ๋ย”
“ไม่เป็นไรค่ะ งั้นเอ๋ยกลับบ้านก่อนนะคะ” ลิปการ์พูดจบก็ลุกขึ้นเดินออกไปจากร้านกาแฟแล้วขึ้นรถขับออกไปทันทีเพราะไม่อยากยืดเยื้ออยู่กับวีระเขาจะได้ตัดใจจากเธอได้ เมื่อกลับถึงบ้านก็ไปช่วยยายทำอาหารเย็นแล้วขึ้นไปอาบน้ำแล้วลงมาทานอาหารเย็นและพรุ่งนี้เช้าเธอจะทำความสะอาดห้องพักให้คุณย่าฉายกับน้าละมัยคนสนิทของท่านและคนขับรถ
วีระมองตามแฟนสาวที่กลายเป็นอดีตแล้วน้ำตาลูกผู้ชายก็ไหลออกมาก่อนจะเช็ดออกอย่างรวดเร็วแล้วหยิบแบงค์ห้าร้อยมาวางค่ากาแฟแล้วลุกขึ้นเดินออกไปจากร้านขับรถตรงไปที่ร้านอาหารริมแม่น้ำน่านแล้วสั่งเหล้ามาดื่มดับความทุกข์ในใจและเจอดรุณีหรือบีเพื่อนของลิปการ์ที่มากินเลี้ยงฉลองวันเกิดเพื่อนครูที่โรงเรียนและรู้เรื่องของเขากับลิปการ์ดีจึงปรับทุกด้วยแล้วสุดท้ายก็ไปจบที่คอนโดของวีระเพราะความเมา
วันถัดมา
คณหญิงฉายฤดีก็เดินทางจากกรุงเทพมาพิษณุโลกตั้งแต่เวลาหกนาฬิกาใช้เวลาเดินทางสี่ชั่วโมงกว่าก็ถึงบ้านของเพื่อนสนิทที่ทรุดโทรๆปตามกาลเวลา
“สวัสดีจ้ะฉาย แม่ละมัย เชิญในบ้านเถอะจ้ะ” คุณสิรามนออกมาต้อนรับเพื่อนพร้อมกับหลานสาวที่ยกมือไหว้คุณย่าฉายกับน้าละมัยคนสนิทของท่าน
“สวัสดีจ้ะมน หนูเอ๋ยไม่เจอกันนานสวยขึ้นนะลูก” คุณหญิงฉายฤดียิ้มทักทายเพื่อนและรับไหว้ลิปการ์หลานสาวของเพื่อนอย่างเอ็นดู
“ขอบคุณคุณย่าฉาย คุณย่าฉายก็ยังสาวยังสวยปิ้งจนเอ๋ยสู้ไม่ได้ค่ะ” ลิปการ์มองคุณหญิงฉายฤดีที่ยังดูสวยพริ้งทั้งที่อายุเจ็ดสิบกว่าแล้วและท่านไม่ให้เธอเรียกท่านว่าคุณหญิงและให้เธอเรียกท่านว่าคุณย่าฉาย
“ปากหวานจริงๆนะเรา”
“ที่ผ่านมาเก๋ไม่สนใจค่ะ แต่จากนี้ไปถ้ามีเลิกสถานเดียวค่ะ” คีติกามองแฟนหนุ่มแล้วยิ้มในเมื่อเธอเปิดใจให้เขาก็จะเชื่อใจหวังว่าเขาจะไม่ทำให้เธอผิดหวังที่คบกับเขาส่วนสาวๆเป็นอดีตของเขาก่อนที่จะคบกับเธอเธอไม่เก็บมาคิดให้เสียอารมณ์เพราะตอนนั้นเขาโสด"พี่ยอมเก๋ทุกอย่างครับ""โห่ๆๆๆ.."ทุกคนโห่ใส่วรกันต์จากนั้นก็ดื่มกินและคุยกันทั้งเรื่องงานและเรื่องที่เกิดขึ้นที่พังงาแล้วคีรีภัทรก็ถูกเพื่อนหยอกล้อที่หลงเมียเป็นที่สนุกสนาน แม้ทุกคนจะตกอยู่ในสายตาของสาวสวยทั้งหลายแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นและกลุ่มดารานางแบบสาวทั้งหมดก็ไม่มายุ่งกับพวกเขาพวกเธอก็เต้นกันอย่างสนุกสนานมีหนุ่มหนุ่มฝรั่งหลายคนไปชนแก้วด้วย“หมดแก้วนี้กูกลับก่อนนะ” คีรีภัทรมองดูนาฬิกาก่อนจะบอกเพื่อนเพราะเขาอยากพักผ่อนมากกว่าและบอกภรรยาไว้ว่าจะโทรหาเธอ“มาด้วยกันก็กลับด้วยกันสิวะ คืนนี้กูจะไปนอนที่เพนท์เฮ้าส์” ปรินทรพูดกับเพื่อนเขาไม่ได้ไปนอนที่เพนท์เฮ้าส์ตั้งแต่กลับมาจากเชียงใหม่“ไวน์หมดขวดก่อนแล้วกลับนะ” บรินัยบอกเพื่อนเพราะไวน์เหลืออีกคนละแก้วก็หมด“เอ้าชนแก้ว” วรกันต์ชูแก้วไวน์ชนกับเพื่อนและแฟนสาวเพราะคืนนี้พวกเขารับประทานอาหารและดื่มกันน
“แล้วไอ้เบ็คล่ะ ไม่มีแฟนแล้วเสือกมาช้าอีก”“มาแล้วเว้ยไอ้คนมีแฟน ได้ทีนี่ว่ากูจัง เอ่อ เมื่อกี้กูเห็นอดีตของมึงมาด้วยวะแต่ไม่รู้ว่าจะไปไหนนะ” บรินัยพูดกับเพื่อนตอนที่เขากำลังเดินเข้ามาในโรงแรมเห็นดาราสาวอดีตคู่ควงของคีรีภัทรและเพื่อนดารานางแบบสี่ห้าคนเพิ่งลงจากรถหน้าโรงแรม“ดูท่างานจะเข้าแล้วมั้งพี่คีย์” คีติกาแซวพี่ชายเพราะตอนยังโสดนี่เพื่อนเยอะเกินไป“งั้นกูกลับดีกว่ามั้ยวะ”“ไม่มีอะไรหรอกน่าเพื่อน พวกกูอยู่ตั้งหลายคนและคนของกูก็อยู่เต็มโรงแรมหากใครจะหิ้วมึงขึ้นห้องก็ต้องมีคนเห็นเดี๋ยวกูสั่งลูกน้องไว้เลยก็ได้” ปรินทรพูดกับเพื่อนขำๆตั้งแต่คีรีภัทรบอกว่าจะแต่งงานก็หยุดทุกอย่างเคลียร์ตัวเองให้ว่าที่เจ้าสาวเห็นว่าเขาไม่มีใครแล้วก็เหมือนเขาตอนนี้ที่เคลียร์ตัวเองให้ทิพรดาเห็นว่าเขาพร้อมจะหยุดที่เธอ“ตกลงจะสั่งอะไรมั้ยกูหิวแล้ว” คีรีภัทรไม่สนใจเพราะเขาเคลียร์ตัวเองเรียบร้อย“สั่งเลยเพื่อน กูขอไวน์นะ” บรินัยบอกเพื่อนแล้วนั่งดูนักเที่ยวสาวๆเผื่อคืนนี้จะได้ไม่นอนเหงาทุกคนก็สั่งอาหารและเครื่องดื่มที่ชอบและคุยกันแล้วสาวสวยกลุ่มใหญ่ก็เดินเข้ามาในคลับแล้วพนักงานก็พาไปนั่งโต้ะด้านหน้าเวทีที่จองไว
“ครับคุณคีย์ ผมไปทำงานก่อนนะครับ อ้อ ถ้าอยากรู้ก็ถามคุณเก้าเองนะครับ” จิรัชยิ้มให้เจ้านายก่อนจะพูดทิ้งท้ายไว้ให้ไปถามพี่ชายเองแล้วเดินไปที่โต้ะทำงานของเขาคีรีภัทรมองเลขาคนสนิทแล้วเดินเข้าไปในห้องทำงานแล้วลงมือทำงานที่กองบนโต้ะไม่นานก็เที่ยงวันเขาก็ให้จิรัชสั่งอาหารมากินที่ห้องทำงานเพราะมีงานด่วนและช่วงบ่ายเขาต้องเข้าไปดูงานที่โรงงานจึงเร่งงานบนโต้ะให้เสร็จก่อน“ก๊อกกๆๆ..”“ทำไรอยู่วะ” วรกันต์เปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของเพื่อนที่ก้มหน้าทำงานแล้วยิ้มขำ“ทำงานไง แล้วมึงว่างนักหรือไงถึงมาบริษัทของกูได้ทุกวันเดี๋ยวก็เจ๊งหรอก” คีรีภัทรว่าเพื่อนตั้งแต่มันตกลงคบกับน้องสาวของเขาก็มารับไปทานอาหารกลางวันทุกวัน“ถ้าเจ๊งกูก็มาเกาะมึงกินไง ว่าแต่ไปฮันนีมูมมาเป็นยังไงบ้างวะแต่ดูหน้าตามึงแล้วน้ำทะเลคงจืดแหละเนาะ” วรกันต์พุดเองตอบเอง“อยากรู้มึงก็มีเมียดูสิ”“ก็รอน้องมึงใจอ่อนนี่แหละ” วรกันต์ตอบเพื่อนและไม่รีบร้อนเพราะเขากับคีติกาเพิ่งตกลงคบหากันถึงแม้จะรู้จักกันมานานแต่ยังไม่ได้คุยกันจริงจัง“ยังเร็วไปเพื่อน อีกสักสองปีแค่แต่งนะ”“นานไป กูกับเก๋รู้จักกันมานานและกูให้เวลาเก๋แค่ปีเดียวพอ” วรกันต์บอกเ
“ยังไงก็คุยกันซะ จะเอายังไงก็บอกพี่ละกันพี่กลับก่อนนะ” พิพัฒน์พูดกับน้องสาวแล้วเดินออกไปจากห้องพักฟื้นของหลานชายพร้อมภรรยาทิติพรมองตามหลังพี่ชายแล้วถอนหายใจตอนนี้เธอทำอะไรไม่ได้นอกจากหลบหน้านักข่าวและผู้คนไปจากเมืองไทยสักพักก่อนรอให้ข่าวซาแล้วค่อยกลับมาห่วงแต่ลูกทั้งสองที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องที่เกิดขึ้นมากมายและยังไม่สำนึกยังโทษแม่สามีกับลิปการ์ทำใครอบครัวของเธอที่พิษณุโลกเพื่อนของลิปการ์และคีรีภัทรมารับประทานอาหารเย็นด้วยกันและดื่มกันนิดหน่อยจนสี่ทุ่มก็แยกย้ายกันกลับไปพักผ่อนลิปการ์ก็ช่วยยายกับทุกคนเก็บโต้ะและล้างถ้วยจานชามจนเสร็จก่อนจะขึ้นห้องเพื่ออาบน้ำพักผ่อนพอเข้าไปในห้องนอนก็เห็นสามีนอนเอกนกอยู่บนเตียงใส่แค่บ็อกเซอร์ตัวเดียวอวดแผงอกหนั่นแน่นน่าลูบไล้ก่อนจะเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเพราะห้องนอนของเธอไม่เหมือนห้องนอนที่บ้านของเขาที่กว้างขวางห้องของเธอมีห้องน้ำในตัวมีเตียงนอนชิดผนังห้องด้านหนึ่งติดหน้าต่างและตู้เสื้อผ้าอยู่ถัดจากประตูห้องและโต้ะกระจกติดประตูห้องน้ำด้านข้างอีกฝั่งมีโต้ะหนังสือริมหน้าต่างบนผนังห้องมีรูปภาพใรวัยเด็กจนถึงวันรับปริญญาและมีนาฬิกาแขวนบนผนังห้องหนึ่งอันคีร
“ดีใจด้วยว่ะเพื่อน” คีรภัทรดีใจกับเพื่อนแล้วอดคิดถึงตัวเองไม่ได้เพราะเขาตั้งใจปั๊มเหลนให้ย่าๆและตายายพ่อแม่ลุงป้าอย่างเต็มที่จนภรรยาสาวแทบไม่ได้พักแต่เขาก็รักและทะนุถนอมภรรยาสาว“ขอบใจเพื่อน ตอนนี้ผู้ใหญ่กำลังคุยกันได้ฤกษ์ดีเมื่อไหร่ฉันจะบอกนะ”“ได้เลยเพื่อน ฉันจะรอรับขวัญหลาน”แล้วสองหนุ่มก็คุยเรื่องงานที่คืบหน้าไปมากและไม่มีอะไรขัดข้องการทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นและเขาอยากให้เสร็จก่อนจะเข้าหน้าฝน“งั้นฉันจะเร่งมือสร้างบ้านก่อนนะ ส่วนรีสอร์ทก็จะให้ทำทางเดินแล้วทำคลองน้ำตามแผนก่อนละกัน” เจนจบปรับแผนงานใหม่ยังไงก็ต้องรอดินมันเซตตัวก่อนถึงจะสร้างบ้านพักได้เพราะบางจุดก็ถมดินคลองน้ำทำให้ดินทรุดตัวลงเป็นแอ่งทั้งที่เขาเอาหินมาถมแล้วอัดดินลงไปแต่ยังไงก็ต้องตอกเสาเข็มเพื่อให้ฐานแข็งแรง“ขอบใจมากเจน ถ้างานรีสอร์ทล่าช้าไปบ้างก็ไม่เป็นไรนะ” เขาเป็นคนทำให้งานของเพื่อนล่าช้าจึงผ่อนปรนให้เจนจบ“ขอบใจมากคีย์ แต่ฉันจะทำให้เสร็จตามกำหนดได้แหละ”“เย็นนี้ไปกินข้าวด้วยกันนะ”“ได้ๆ แต่ว่ามีดื่มด้วยมั้ยวะ พอดีเมียฉันท้องแล้วเหม็นแอลกอฮอล์ฉันเลยแตะไม่ได้เลยว่ะ” เจนจบบอกเพื่อว่าแฟนสาวแพ้ท้องเหม็นแอลกอฮอล์และกล
“แม่ไม่ออกความเห็นนะลูก ชาไม่ใช่เด็กๆที่แม่จะต้องชี้แนะเพราะชาเป็นคนเลือกทางเดินชีวิตของตัวเองแม่ก็ได้แต่หวังว่าลูกของแม่จะมีความสุขเท่านั้นและไม่ว่าชาจะตัดสินใจยังไงแม่ก็จะอยู่เคียงข้างลูกเสมอจ้ะ” คุณสิรามนพูดกับลูกชายอย่างเข้าใจ“ขอบคุณครับคุณแม่ที่เข้าใจผม ทั้งที่ผมทำแต่ความลำบากให้คุณแม่มาตลอดแต่คุณแม่ไม่เคยทิ้งผม ต่อไปผมจะทำหน้าที่ลูกดูแลคุณแม่ให้ดีกว่าเดิมจะไม่ละทิ้งคุณแม่เหมือนที่ผ่านมาอีกแล้วครับ” ชาคริตพูดกับแม่แล้วเขาลุกจากเก้าอี้ไปนั่งคุกเข่าตรงหน้าท่านก่อนจะกราบเท้าแม่ขอโทษท่านที่ไม่ได้ทำหน้าที่ลูกที่ดีมากว่ายี่สิบปีและต่อไปเขาจะดูแลแม่ให้ดีที่สุด“ไม่เป็นไรลูก ไม่เป็นไร ที่ผ่านมาก็ให้มันผ่านไปแล้วมาเริ่มต้นกันใหม่แม่เชื่อว่าชาจะทำได้ตามที่ตั้งใจได้ลูก” คุณสิรามนมองลูกชายน้ำตาคลอแล้วลูบศีรษะไปมาด้วยความรัก“ผมรักแม่ครับ” ชาคริตพูดสียงสั่นน้ำตาไหลออกมาด้วยความรู้สึกผิดต่อลูกเมียและแม่สุดท้ายชีวิตครอบครัวของเขาก็พังลงแต่ตอนนี้เขารู้สึกผ่อนคลายหลังจากได้คุยกับแม่และขอโทษท่าน“แม่รู้ลูก แม่รู้” คุณสิรามนกอดลูกชายด้วยความรักและให้กำลังใจเพราะท่านก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้นานแค่ไหนอย่







