เข้าสู่ระบบ“คือผมจะแต่งงานกับเอ๋ยครับ”
“แกพูดอะไรนะตาวี” ขจีย้อนถามลูกชายด้วยความไม่พอใจ
“ผมจะแต่งงานกับเอ๋ยครับคุณแม่”
“ไม่ได้ แม่ไม่ยอมแกแต่งงานกับยัยเอ๋ยนั่น” เธอจะยอมรับลูกคนใช้มาร่วมสกุลได้ยังไงกันแล้วจะไปพูดคุยกับใครเขาได้ถึงลิปการ์จะเป็นหลานของอดีตผู้ว่ากับคุณนายสิรามนแล้วไงล่ะในเมื่อมันเป็นอดีตไปแล้ว ตอนนี้พวกเขาไม่ได้มีหน้ามีตาและลิปการ์ก็ไม่ได้รับการยอมรับและยังใช้นามสกุลแม่ที่ไม่มีใครรู้จัก
“คุณแม่ครับ ผมรักเอ๋ยครับ”
“แล้วแกจะบอกใครๆว่ายังไงถ้าเขาถามว่าเมียแกเป็นลูกเต้าเหล่าใครมาจากตระกูลไหน” ขจีถามลูกชาย
“แล้วเกี่ยวอะไรกับชาติตระกูลครับคุณแม่ ผมรักเอ่ยอยากแต่งงานสร้างครอบครัวด้วยกันนะครับ” วีระกล่อมแม่และเขาไม่พูดถึงเรื่องครอบครัวของแฟนสาวกำลังจะถูกยึดบ้าน
“พ่อแกเป็นถึงรองผบช.ภาคและอีกไม่นานจะเลื่อนขั้นเป็นผบช.ภาคแล้วจะเอาหน้าไปไว้ไหน”
“คุณพ่อครับ”
“เรื่องนี้มันเป็นชีวิตของวีก็จริงแต่เราต้องดูความเหมาะสมผู้หญิงที่จะมาเป็นภรรยาของลูกก็ต้องเกื้อหนุนอาชีพหน้าที่การงานของลูกไม่ใช่ว่าดึงลูกให้ตกต่ำนะ วีคิดให้ดีๆและพ่อไม่เห็นด้วยที่วีจะแต่งงานกับหนูเอ๋ยไม่ใช่ว่าหนูเอ๋ยไม่ดีแต่หน้าที่การงานของวีกำลังก้าวหน้าถ้าแต่งงานกับคนที่สามารถช่วยเหลือเกื้อกูลหน้าที่การงานของลูกได้มันก็ดีใช่หรือไง” รองชายพูดกับลูกชายเขาไม่ได้รังเกียจลิปการ์แต่ลูกชายเป็นตำรวจหากอยากก้าวหน้าก็ต้องหาผู้หญิงที่สามารถผลักดันเกื้อกูลได้เหมือนที่เขาแต่งงานกับภรรยาก็เพราะความเหมาะสมแต่สุดท้ายก็รักกันและเขากับภรรยาได้ทาบทามลูกสาวเพื่อนร่วมรุ่มที่เป็นรองอธิบดีกรมตำรวจไว้แล้ว
“คุณพ่อ” วีระมองพ่ออย่างผิดหวังที่ท่านก็คิดเหมือนแม่
“ถ้าวีเลือกยัยเอ๋ยก็ไม่ต้องมาเรียกแม่ว่าแม่แล้วแม่จะยึดทุกอย่างคืนให้หมด” ขจีพูดจบก็ลุกขึ้นเดินผ่านหน้าลูกชายขึ้นห้องนอนทันทีและรู้ว่าลูกชายไม่กล้าขัดใจเธอแน่
“คุณแม่ครับ” วีระมองตามหลังแม่ก่อนจะหันมามองพ่อ “คุณพ่อครับ”
“พ่อมีลูกชายคนเดียวก็อยากเห็นลูกมีหน้าที่การงานก้าวหน้ามีคู่ครองที่ดี ถ้าวีเลือกหนูเอ๋ยวีก็จะเสียครอบครัวไปวีจะอยู่ได้เหรอลูก” เขารู้ดีว่าทุกวันนี้ลูกชายใช้ชีวิตหรูหราก็มาจากสมบัติของแม่หากแม่ไม่ช่วยก็จะไม่มีอะไรก่อนจะลุกขึ้นเดินตามภรรยาขึ้นไปบนบ้าน
วีระนั่งคอตกที่พ่อแม่ไม่สนับสนุนเขาแต่งงานกับแฟนสาวเพราะลิปการ์ไม่มีชาติมีตระกูลและยังเป็นลูกของคนรับใช้ที่พ่อไม่ยอมรับและตอนนี้บ้านกำลังจะถูกยึดอีกเขารักลิปการ์จริงแต่เขาก็อยู่ไม่ได้หากแม่ตัดความช่วยเหลือลำพังแค่เงินเดือนข้าราชการมันไม่พอใช้ เขารู้ว่าพ่อแม่หวังดีแล้วจะทำยังไงดี มิน่าล่ะลิปการ์ถึงได้ตกลงแต่งงานกับเขาหากพ่อแม่ของเขายอมรับเธอได้แล้วเขาต้องเลิกกับเธอจริงๆแล้วน่ะสิ
ฝ่ายลิปการ์ก็ก็คุยกับย่าตายายเรื่องที่วีระขอเธอแต่งงานและเธอตกลงหากพ่อแม่ของเขายอมรับเธอได้ทำให้คุณสิรามนและนางน้อมนายพยนต์สงสารหลานสาว
“ย่าขอโทษนะลูก” คุณสิรามนได้แต่ขอโทษหลานสาวที่ไม่สามารถช่วยเหลือได้
“คุณย่าไม่ต้องขอโทษเอ๋ยหรอกค่ะ เอ๋ยรู้ตัวดีว่าไม่เหมาะสมกับพี่วีแล้วที่คบกันพี่วีดีเขากับเอ๋ยและเอ๋ยที่เอ๋ยรับปากก็เพราะรู้ว่าพ่อแม่ของเขาไม่ยินยอมแน่และคราวนี้พี่วีจะได้ตัดใจจากเอ๋ยได้ค่ะ” ลิปการ์พูดอย่างเด็ดเดี่ยวอาจเป็นเพราะรู้จักกันมานานและเขาก็ดีกับเธอมาตลอดไม่รังเกียจที่เธอเป็นลูกคนใช้และพ่อไม่ยอมรับเป็นลูกและทำใจไว้ตั้งแต่เจอพ่อแม่ของเขาครั้งแรกเมื่อต้นปีแล้ว
“เอ๋ยไม่เสียใจเหรอลูก” นางน้อมถามหลานสาวเบาๆเมื่อเห็นดวงตาเด็ดเดี่ยวเจิดจ้าขึ้นตอนที่พูดเรื่องนี้
“ก็เสียใจค่ะยาย แต่เอ๋ยทำใจไว้นานแล้วตอนนี้ก็เฉยๆค่ะ เอ๋ยจะไม่มีแฟนมีครอบครัวเอ๋ยจะอยู่กับคุณย่าดับตายายจนแก่ค่ะ” เสียงหวานพูดยิ้มแย้มสดใสขึ้นทำให้ทุกคนยิ้มได้เมื่อเห็นหลานสาวเข้มแข็ง
“ย่ารักเอ๋ยนะลูก”
“เอ๋ยก็รักคุณย่ากับตายายค่ะ” ลิปการ์กอดย่าและตายาย
“งั้นไปนอนกันดีกว่าลูก พรุ่งนี้เอ๋ยจะได้ไปทำเรื่องลาออกแล้วเราจะไปเชียงใหม่ใด้วยกันหมดนี่แหละ” คุณสิรามนพูดกับทุกคนที่เป็นครอบครัวของเธอ
“ฝันดีค่ะตายาย” ลิปการ์บอกฝันดีตายายแล้วลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตาเปลี่ยนชุดนอนแล้วลงมานอนกับย่า
ทั้งสามมองตาหลานสาวคนเดียวทั้งรักและเป็นห่วงอยากให้เจอคนที่ดีรักจริงทั้งที่ตอนแรกก็คิดว่าหลานสาวเจอคนที่ดีแล้วแต่ต้องผิดหวังเพราะพวกเขาดูแค่ชื่อเสียงนามสกุลและฐานะไม่ได้ดูที่นิสัยใจคอและความจริงใจก่อนฐานะชื่อเสียเงินทอง
“ไม่เป็นไรหรอกนะแม่น้อมนายยนต์ แม่เอ๋ยอายุยังน้อยและเด็กดีกตัญญูอย่าแม่เอ๋ยต้องเจอคนที่ดีแน่นอน” คุณสิรามนพูดกับตายายของหลานสาว
“ผมก็หวังว่าอย่างนั้นแหละครับคุณมน” เขาก็หวังว่าหลานสาวจะเจอผู้ชายที่ดีสักวัน
“งั้นฉันไปนอนก่อนนะคะคุณมน”
“ไปเถอะจ้ะ” คุณสิรามนมองตามหลังสองสามีภรรยาเดินไปทางห้องนอนของพวกเขาแล้วถอนหายใจก่อนจะลุกขึ้นเดินไปห้องนอนของตัวเอง
วันถัดมาลิปการ์มาทำงานและทำเรื่องขอลาออกและคุยให้ผู้จัดการที่เป็นพี่ระหัสฟังเรื่องราวของเธอว่าทำไมถึงลาออกและผู้จัดการแสนใจดีก็อนุมัติทันทีไม่รอให้ถึงสิ้นเดือนเพราะมีพนักงานบัญชีหลายคนเรื่องงานจึงไม่มีปัญหา
“มีอะไรให้เจ้ช่วยก็บอกได้นะหนูเอ๋ย” ผู้จัดการหนุ่มหน้าใสใจสาวพูดกับพนักงานดีเด่นของบริษัทแม้จะเสียดายแต่ลิปการ์มีปัญหาใหญ่จริงและใครไม่เจอกับตัวก็จะไม่รู้
“ขอบคุณเจ้มากค่ะที่ช่วยเอ๋ย” หญิงสาวยกมือไหว้ผู้จัดการอย่างขอบคุณ
“ไม่เป็นไรจ้ะ เจ้ขอให้เอ๋ยโชคดีเจอแต่เรื่องดีๆนะจ้ะ”
“ค่ะเจ้ ถ้าเอ๋ยยังอยู่พิดโลกเอ๋ยจะแวะมาให้เจ้เลี้ยงนะคะ” ลิปการ์ยิ้มให้ผู้จัดการก่อนจะเดินออกไปทำงานวันสุดท้าย
หลังเลิกงานแล้วลิปการ์ก็บอกลาเพื่อนร่วมงานของเธอซึ่งทุกคนก็เข้าใจอวยพรให้เธอโชคดีก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านและวีระก็มารอเธอที่หน้าบริษัทและขับรถตามกันไปที่ร้านกาแฟ
“พี่วีเป็นอะไรคะ” ลิปการ์เห็นหน้าแฟนหนุ่มชัดๆแล้วถามเขาเพราะเหมือนคนไม่ได้นอนและรู้คำตอบแล้ว
“คือพี่..” วีระพูดไม่ออกมองหน้าลิปการ์ด้วยความเสียใจแต่เขาก็ต้องเลือกครอบครัว
“มีอะไรก็พูดมาเถอะค่ะ เอ๋ยรับได้และเข้าใจดีค่ะ” ลิปการ์กระตุ้นให้วีระพูด
“คือคุณพ่อคุณแม่ท่านไม่ยอมรับเรื่องของเราครับ และพี่ก็..”
“ไม่เป็นไรค่ะพี่วี ถึงเราจะไม่ได้เป็นแฟนกันหรือแต่งงานกันเราก็เป็นพี่น้องกันเมือนที่ผ่านมาก็ได้นี่คะ” ลิปการ์หาทางออกให้เขาสำหรับเธอทำใจได้นานแล้ว
“เอ๋ยไม่เสียใจที่เรื่องของเราจบลงแบบนี้เลยเหรอ”
“ทำไมเอ่ยจะไม่เสียใจคะ พี่วีอยากให้เอ๋ยร้องไห้โวยวายที่เราเลิกกันเหรอคะ” ลิปการ์มองวีระที่กำลังจะกลายเป็นอดีตแฟนใช่ว่าเธอจะไม่เสียใจแต่มันนานมาแล้วจนทำใจได้แล้ว
“ไม่ใช่ครับ คือเอ๋ยนิ่งมากจนพี่คิดว่าเอ๋ยก็อยากเลิกกับพี่เหมือนกัน” วีระพูดกับแฟนสาวที่กำลังจะกลายเป็นอดีตที่ไม่มีท่าทีเสียใจที่เลิกกับเขา
“พี่วีก็คิดว่าเอ๋ยเป็นน้องสาวคนหนึ่งเหมือนที่ผ่านมานะคะ”
“ใครจะเป็นพี่น้องกับอดีตแฟนล่ะ” วีระมองแฟนสาวเพื่อจดจำเวลาดีๆที่มีร่วมกันเพราะฝืนคบกันไปก็จะมีแต่เสียใจเพราะมันเป็นไปไม่ได้ที่จะได้ร่วมชีวิตด้วยกันและหลังจากวันนี้ก็จะกลายเป็นอดีตของกันและกัน
“ไม่เป็นไรค่ะเอ๋ยเข้าใจ” ถ้าเขาไม่อยากเป็นพี่เป็นน้องกับเธอก็ไม่เป็นไร
“แล้วพี่มีทางเลือกด้วยเหรอครับ อย่าถึงกับตัดพี่ออกไปจากชีวิตของเอ๋ยเลยนะพี่ยังทำใจไม่ได้” วีระโอดครวญด้วยความเสียใจที่เขาอ่อนแอเพราะคู่ต่อสู้คือพ่อแม่ทำให้เขายอมแพ้และต้องตัดใจจากลิปการ์
“พี่วีจะเป็นพี่ชายที่ดีของเอ๋ยตลอดไปค่ะ” ลิปการ์บอกวีระแล้วยิ้มให้เขา
“พี่ขอโทษนะครับเอ๋ย”
“ไม่เป็นไรค่ะ งั้นเอ๋ยกลับบ้านก่อนนะคะ” ลิปการ์พูดจบก็ลุกขึ้นเดินออกไปจากร้านกาแฟแล้วขึ้นรถขับออกไปทันทีเพราะไม่อยากยืดเยื้ออยู่กับวีระเขาจะได้ตัดใจจากเธอได้ เมื่อกลับถึงบ้านก็ไปช่วยยายทำอาหารเย็นแล้วขึ้นไปอาบน้ำแล้วลงมาทานอาหารเย็นและพรุ่งนี้เช้าเธอจะทำความสะอาดห้องพักให้คุณย่าฉายกับน้าละมัยคนสนิทของท่านและคนขับรถ
วีระมองตามแฟนสาวที่กลายเป็นอดีตแล้วน้ำตาลูกผู้ชายก็ไหลออกมาก่อนจะเช็ดออกอย่างรวดเร็วแล้วหยิบแบงค์ห้าร้อยมาวางค่ากาแฟแล้วลุกขึ้นเดินออกไปจากร้านขับรถตรงไปที่ร้านอาหารริมแม่น้ำน่านแล้วสั่งเหล้ามาดื่มดับความทุกข์ในใจและเจอดรุณีหรือบีเพื่อนของลิปการ์ที่มากินเลี้ยงฉลองวันเกิดเพื่อนครูที่โรงเรียนและรู้เรื่องของเขากับลิปการ์ดีจึงปรับทุกด้วยแล้วสุดท้ายก็ไปจบที่คอนโดของวีระเพราะความเมา
วันถัดมา
คณหญิงฉายฤดีก็เดินทางจากกรุงเทพมาพิษณุโลกตั้งแต่เวลาหกนาฬิกาใช้เวลาเดินทางสี่ชั่วโมงกว่าก็ถึงบ้านของเพื่อนสนิทที่ทรุดโทรๆปตามกาลเวลา
“สวัสดีจ้ะฉาย แม่ละมัย เชิญในบ้านเถอะจ้ะ” คุณสิรามนออกมาต้อนรับเพื่อนพร้อมกับหลานสาวที่ยกมือไหว้คุณย่าฉายกับน้าละมัยคนสนิทของท่าน
“สวัสดีจ้ะมน หนูเอ๋ยไม่เจอกันนานสวยขึ้นนะลูก” คุณหญิงฉายฤดียิ้มทักทายเพื่อนและรับไหว้ลิปการ์หลานสาวของเพื่อนอย่างเอ็นดู
“ขอบคุณคุณย่าฉาย คุณย่าฉายก็ยังสาวยังสวยปิ้งจนเอ๋ยสู้ไม่ได้ค่ะ” ลิปการ์มองคุณหญิงฉายฤดีที่ยังดูสวยพริ้งทั้งที่อายุเจ็ดสิบกว่าแล้วและท่านไม่ให้เธอเรียกท่านว่าคุณหญิงและให้เธอเรียกท่านว่าคุณย่าฉาย
“ปากหวานจริงๆนะเรา”
คีรีภัทรอุ้มลูกสาวตัวน้อยเดินมาหาพ่อของภรรยาหลังจากลูกหลานทุกคนได้รับของฝากกันแล้วก็พากันไปเล่นของเล่นใหม่ที่คุณตาเอามาฝาก“สวัสดีครับคุณชา น้องอีฟธุจ้าคุณตาสิคะลูก” ครีภัทรยกมือไหว้พ่อตาและเขายังเรียกว่าคุณชาเพราะภรรยาไม่ยอมเรียกคุณชาคริตว่าพ่อเขาจึงเรียกคุณชาและคุณชาคริตก็เข้าใจดีไม่ว่าอะไร“สวัสดีคีย์ สวัสดีค่ะน้องอีฟคนสวยของตา” คุณชาคริตพูดกับหลานสาวแล้วยิ้มก่อนจะยื่นมือไปขออุ้มและน้องอีฟก็ให้อุ้มเพราะรู้จักคุณตา“แมะๆ ป้อๆๆ..” น้องอีฟยิ้มให้คุณตาและยอมให้อุ้ม“มีของอะไรอีกหรือเปล่าครับเดี๋ยวผมจะให้เด็กมายกไปให้” “ก็มีเครื่องดื่มบำรุงของคุณทวดน้องอีฟและขนมของเด็กๆน่ะ” คุณชาคริตตอบลูกเขยแล้วเดินเข้าไปในบ้านพร้อมหลานสาวตัวน้อยที่พูดอ้อแอ้ชีมือชี้ไม้ตามประสาวเด็กอย่างเอ็นดูตั้งแต่หลานๆคลอดเขามาหาทุกเดือนและเดือนละสองสามครั้งเพราะอยู่คนเดียว ส่วนลูกสาวลูกชายไปเรียนเมืองนอกกับอดีตภรรยาเพิ่งกลับมาได้ไม่ถึงปีแล้วทิติยากับทาวัฒน์ไม่มาหาย่าและบอกว่าจะไม่มายุ่งเกี่ยวและทั้งสองก็อยู่บ้านหลังเดิมและทั้งสองก็มาช่วยงานของเขาที่บริษัทได้ไม่นาน ส่วนเขาก็ย้ายมาอยู่คนเดียวที่บ้านหลังเล็กที่ซื้อไว้
“ไอ้นี่ลามปามแล้วมึง” คีรการพูดแล้วยิ้มเขาจะรู้ได้ยังไงล่ะว่าจะแต่งงานเพราะมันไม่เคยอยู่ในหัวของเขามาก่อนจนกระทั่งมีความสัมพันธ์กับพันดาราและเขาก็รู้ว่าปล่อยผู้หญิงคนนี้ไปไม่ได้จึงมัดมือชกจับแต่งงาน“ไอ้แซมมันพูดเรื่องจริงมั้ยล่ะพี่เก้า” คีรีภัทรถามพี่ชายเพราะเป็นเรื่องจริงทั้งที่เพิ่งพูดไปน้ำลายยังไม่ทันแห้งพี่ชายของเขาก็แต่งงานต่อจากเขาทันทีเพราะเมียท้อง“เออๆ อยากพูดอะไรก็เอาที่พวกมึงสบายใจเถอะ แล้วตอนนี้พวกมมึงเห็นมั้ยล่ะว่าพวกเรามีความสุขกันมากแค่ไหนส่วนเรื่องที่ผ่านมาก็ให้มันผ่านไปเก็บแต่สิ่งดีๆเรื่องรางดีๆไว้ในความทรงจำก็พอมั้ยวะ” คีรการพูดกับน้องๆทุกคนที่มีเมียมีลูกมีครอบครัวสมบูรณ์“พี่เก้าพูดถูก”บรรดาพ่อๆทั้งหลายนั่งดื่มกาแฟและทานของว่างมองดูลูกเมียเล่นน้ำอย่างมีความสุขแม้จะวุ่นวายแต่มันเป็นความวุ่นวายที่มีความสุขมากจากที่ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในวัยหนุ่มแต่พอแต่งงานมีลูกพวกการใช้ชีวิตก็เปลี่ยนไปเลิกเที่ยวกลางคืนแต่มีออกงานเลี้ยงพร้อมภรรยาของตัวเองกันบ่อยและมีไปสังสรรค์กับเพื่อนๆบ้างแต่ไม่อยู่ดึก“นี่แน่ๆ..” กลุ่มเด็กโตอย่างพี่คีน น้องเอื้อ น้องกาย น้องคูน น้องแอ้ม น้องดรีม น้
“ทำไมครับ” เขากำลังร้อนได้ที่เลยทีเดียวแต่ก็ฟังว่าภรรยาสุดที่รักจะว่ายังไง“เอ๋ยอยากทำให้พี่คีย์ค่ะ” หญิงสาวตอบสามีก่อนคีย์น้อยตัวใหญ่บิ๊กเบิ้มบีบเบาๆแล้วมองสบตากันที่เจิดจ้าเป็นประกายเพลิงพิศวาสลุกโชนเพราะสามีภรรยาอยู่ด้วยกันมันก็มีปัจจัยหลายอย่างและหนึ่งในนั้นก็มีเรื่องความสัมพันธ์ทางกายด้วยและเธอเรียกว่าเมคเลิฟด้วยความรักและเข้าใจไม่ใช่เซ็กส์ที่เร่าร้อนพอจบเกมแล้วก็แยกย้ายกันไป“อ่าส์ ที่รักของผัว หื้มม..” คีรีภัทรมองร่างเล็กเปลือยเปล่าด้วยความรักใคร่หลงใหลแล้วยกมือเคล้นคลึงก้อนเนื้อนุ่มทั้งสองข้างอย่างทะนุถนอม“อุ้มเอ๋ยลงหน่อยสิคะ”ร่างใหญ่ปล่อยมือจากทรวงอกกลมกลึงแล้วยกร่างเล็กลงจากเคาน์เตอร์เพราะรู้ว่าเธอจะทำอะไรแล้วเธอก็ผลักเขาไปยืนพิงเคาน์เตอร์ก่อนจะทรุดลงนั่งคุกเข่าตรงจุดเดียวกับเขาก่อนนั้น“ถ้ามันเกเรเมื่อไหร่เอ๋ยจะตอนให้เหลือแต่ตอเลยค่ะ” ลิปการ์พูดกับสามีจับคีย์น้อยด้วยสองมือแล้วรูดขึ้นลงตามยาวของมันขึ้นลงจนสุดโคนช้าๆ“หืมม มันเป็นของหนูเอ๋ยคนเดียวครับที่รัก อ่าส์..” เสียงห้าวแหบพร่ามองมือเล็กกออบกุมคีย์น้อยแล้วบีบรูดเป็นจังหวะทำเอาเขาตัวเกร็งด้วยความเสียวซ่านกระสัน“แผล่บๆๆ
“อ้ะ อื้อ พะ พี่เบ็คขา อ่า โอ้ว์..” แพรงามร้องเสียงหลงเมื่อเขาตอกตรึงเจ้างูใหญ่เข้าใส่เติมเต็มในกายเธอจนจุกและมันรู้สึกดีจึงขยับสะโพกสองมือขยุ้มแผ่นหลังของเขาเพื่อบรรเทาความเสียวซ่านที่แผ่กระจายไปทั่วตัวของเธอและไม่ได้เจ็บเหมือนครั้งแรกมันเสียวมากกว่า“ปั้บบๆๆ ปั้บบๆๆ..”“อ่า เนยรัดพี่แน่นมากคนดี อื้มม อ่าส์..” บรินัยคำรามกระหึ่มเมื่อเธอให้ความร่วมมือแอ่นเด้งโหนกสาวขึ้นรับเจ้างูใหญ่ที่มุดหัวเข้าออกอย่างเพลิดเพลินชอบอกชอบใจอย่างไม่หยุดยั้งเพราะเขาอดทนอดกลั้นมานานพอได้กินเขาก็เขมือบคนตัวบางลงท้องให้จุใจไปเลยจึงเร่งจังหวะขับเคลื่อนสะโพกหนาอย่างหรุนแรงติดกันจนเสียงเนื้อกระทบกันดังลั่นห้องสวีทสุดหรู“ปั้บบๆๆ ปั้บบๆๆ..”“อ้ะ เนยไม่ไหวแล้ว อ่า อ้ะ อ้า อื้ออ..” แพรงามร้องบอกเขาเมื่อร่างกายของเธอใกล้จะจะเสร็จสมจึงไขว่คว้าหาความสุขที่ลอยอยู่แค่เอื้อมสองมือกอดรัดร่างหนาไว้แน่นสองขาเกี่ยวรัดเอวหนารับแรงกระแทกกระทั้นจนสั่นคลอนไปทั้งตัว“พี่ก็จะเสร็จแล้วครับ อื้มม อ่าส์..” เสียงห้าวหอบกระเส่าเอวหนาก็กระแทกกระทั้นเข้าใส่ร่างบางอย่างหนักหน่วงรุนแรงทุกจังหวะติดกันถี่กระชั้นก่อนจะถาโถมเข้าใส่กันเต็มแรง
“อ้ะ พี่แซมขา อื้อ ถ้าทำเบาๆไม่เป็นไรค่ะ” คีติกาบอกสามีเพราะวันนี้เป็นวันสุดแสนพิเศษเธอก็อยากทำอะไรที่พิเศษร่วมกับเขามีความทรงจำร่วมกันแล้วกางขางออกให้นิ้วยาวของเขาปลุกเร้าเธอได้ถนัด“ขอบคุณที่รักพี่ครับ พี่รักเก๋ครับ อืมม..”“เก๋ก็รักพี่แซมค่ะ อืออ..” คีติกาพูดจบก็พลิกตัวขึ้นนอนทับบนตัวสามีแล้วจูบริมฝีปากหนานุ่มสอดลิ้นเข้าไปเกี่ยวรัดดูดดึงลิ้นสากที่หยอกเย้าหลอล่อเธออย่างดูดดื่มวรกันต์โอบกอดร่างบางไว้ลูบไล้ฝ่ามือร้อนผ่าวไปทั่วแผ่นหลังเนียนนุ่มลงไปถึงสะโพกงอนแล้วขยำเบาๆก่อนจะกดลงให้บดเบียดมังกรยักษ์ใหญ่จนร่างกายของเขาร้อนรุ่มด้วยความต้องการ“อ่าส์ ที่รักขี่สิครับ อืมม..” เขาบอกเธอเสียงกระเส่าเมื่อร่องกลีบสาวถูไถจนเปียกแฉะและสองเต้าอวบอิ่มก็บดเบียดแผงอกแกร่งของเขาเร่งเร้าอารมณ์พิศวาสเร่าร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ“อืออ อ้ะ อื้ออ..” ร่างเล็กขยับบดเบียดถูไถร่องกลีบสาวใส่มังกรยักษ์ใหญ่รัวเร็วขึ้นแล้วเธอก็ปลดปล่อยน้ำหวานออกมาจนเปียกชื้น“ที่รักเสร็จแล้วเหรอ อืมม..” ชายหนุ่มยิ้มให้เมียสาวที่คืนนี้เร่าร้อนกว่าทุกครั้งและเป็นฝ่ายขึ้นคร่อมเขาก่อน“เก๋ยังไม่ได้ขี่พี่แซมเลยนะคะ”“งั้นขี่เลยครับที่รัก อื
“คุณเอ๋ยกับคุณคีย์น่ารักมากเลยนะแก่น เราสองคนโชคดีมากที่รับงานนี้เจ้านายใจดีกันทั้งบ้านเลย” พยาบาลนุ้ยพูดกับเพื่อนที่รับงานพิเศษดูแลลิปการ์ตอนท้องพอคลอดลูกแฝดแล้วเธอสองคนก็ลาออกมาทำงานเป็นพี่เลี้ยงน้องแฝดเต็มตัวและเงินเดือนมากกว่าทำที่โรงพยาบาลเท่าตัวและยังมีเงินพิเศษเพิ่มในวันหยุดนักขัตฤกษ์อีก“นั่นสินุ้ย น้องแฝดก็เลี้ยงง่ายแล้ววันก่อนฉันเจอเพื่อนที่ทำงานพวกนั้นบ่นกันใหญ่บอกอิจฉาเราสองคนด้วยนะ ขอบใจเธอมากนะนุ้ยที่เลือกฉันมาทำงานด้วย” พยาบาลแก่นขอบคุณเพื่อนที่เลือกเธอมาทำงานด้วยกัน“ต้องขอบคุณอาจารย์หมอนะแก่น เพราะท่านรับรองเราสองคนทำให้ได้งานนี้” สองพี่เลี้ยงสาวพูดคุยกันเบาๆเรื่องงานพี่เลี้ยงของน้องแฝดทำให้พวกเธอมีเวลาอยู่กับครอบครัวดูแลพ่อแม่และลูกเพราะเปลี่ยนเวรกันคนละอาทิตย์และหนึ่งอาทิตย์จะมีวันหยุดคนละวันที่ห้องจัดเลี้ยงอาฟเตอร์ปาร์ตี้ตกแต่งด้วยดอกไม้หน้างานและเน้นแสงสีเสียงเพื่อให้เข้ากับทีมคอสเพลย์ที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวรีเควสเพื่อนๆให้แต่งชุดคอสเพลย์มีทั้งนักเรียนมัธยมนักศึกษามหาลัยหมอพยาบาลและหลายตามความชอบของแต่ละคน ส่วนคู่บ่าวสาวเลือกชุดหมอและพยาบาลซึ่งคุณหมอใส่แค่กางเกงสแล็คส
“ดีขึ้นแล้วล่ะ โชคดีนะที่ยัยนั่นใส่ยาไม่เยอะไม่งั้นไอ้คีย์แย่แน่ๆ” คีรการนั่งลงบนโซฟาเดี่ยวข้างน้องสาว“เก๋ไม่อยากว่าผู้หญิงด้วยกันนะคะ แต่แบบนี้ก็ไม่ไหวถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างพวกเธอก็ได้ใจอาจจะทำอีกแล้วจะทำให้ครอบครัวของคนอื่นแตกแยก แล้วพวกพี่ก็อย่าทำเหมือนพวกเธอเป็นของเล่นพอเบื่อแล้วก็ทิ้งเพราะผู้หญ
“จริงคะพี่เก๋ ทีแรกอิ้งไม่มั่นใจด้วยซ้ำเพราะพี่เก้าขึ้นชื่อมากเรื่องผู้หญิงแต่ตอนนั้นอิ้งก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงให้พี่เก้าช่วยและคิดว่าเสร็จเรื่องแล้วก็จบกันไปเพราะอิ้งหาเรื่องใส่ตัวเอง แต่สุดท้ายอิ้งก็ยอมเขาทุกอย่างเพราะอิ้งรักเขาและยังเผื่อความผิดหวังไว้ด้วยนะคะ” พันดาราพูดออกไปตามคว
“ลำดับต่อไปท่านประธานจะคล้องพวงมาลัยมงคลให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวของเราค่ะ ขอเรียนเชิญท่านประธานคุณหญิงฉายฤดี วุฒิกรสกุลชัย และคุณพ่อคุณแม่ของคู่บ่าวสาวบนเวทีค่ะ” พิธีกรเชิญท่านประธานในพิธีขึ้นมาคล้องพวงมาลัยมงคลและอวยพรให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวคุณหญิงฉายฤดีเดินขึ้นไปบนเวทีพร้อมลูกชายลูกสะใภ้และพ่อแม่ของหลานเขย
“เป็นอะไรครับที่รัก” วรกันต์ถามภรรยาคนสวยที่นอนนิ่งหลังจากผู้ใหญ่ทุกท่านออกไปจากห้องหอของเขากับคีติกาที่ใช้ห้องนอนของเขาเป็นห้องหอ“เป็นเมียพี่แซมค่ะ”“อืม..พูดแบบนี้เข้าหอกันตอนนี้สักยกนะครับ” วรกันต์ไม่พูดเปล่าเขาพลิกตัวคร่อมร่างเล็กของเจ้าสาวคนสวยทันที“เก๋กลัวจะไปงานคืนนี้ไม่ไหวค่ะ เมื่อเช้าตื่







