เข้าสู่ระบบ“ผมะพาเอ๋ยมาส่งก่อนสี่ทุ่มนะครับคุณย่า” วีระบอกย่าของแฟนสาวเขาไม่ได้รังเกียจที่ลิปการ์เป็นลูกคนรับใช้แต่แม่ของเขาไม่ชอบและอยากให้เขาคบกับลูกสาวเพื่อนของพ่อที่เป็นรองอธิบดีกรมตำรวจแต่เขาชอบลิปการ์จะว่ารักก็ได้เพราะลิปการ์ทั้งสวยน่ารักนิสัยดี
"จ้ะพ่อวี" คุณสิรามนยิ้มให้แฟนหลานสาวที่เสมอต้นเสมอปลายแต่อะไรมันก็แน่นอนหากวีระและครอบครัวรู้ว่าบ้านของเธอกำลังจะถูกยึดก็ไม่รู้ว่าจะกระทบกับความสัมพันธ์ของหลานสาวกับวีระหรือเปล่า
ลิปการ์ขึ้นรถปอร์เช่สปอร์ตสองที่นั่งสีดำของแฟนหนุ่มแล้วถอนหายใจเธอรู้ดีว่าความสัมพันธ์ของเธอกับวีระมันไปไม่ถึงไหนเพราะตัวเองไม่มีอะไรเหมาะสมกับลูกชายท่านรองผบช.ภ.6 กับเจ้าของโรงสีใหญ่ที่สุดในพิษณุโลกและตอนนี้บ้านของย่ากำลังจะถูกยึดจึงอยากจะคุยกับวีระให้เข้าใจ
“เอ๋ยเป็นอะไรครับ” วีระถามแฟนสาวที่คบกันมาเกือบสองปี
“มีเรื่องให้คิดนิดหน่อยค่ะ”
“เรื่องอะไรครับ พี่ช่วยเอ๋ยได้นะครับ” วีระพูดกับแฟนสาวตั้งแต่คบกันมาลิปการ์ไม่เคยเรียกร้องอยากได้อะไรทั้งที่เขาเต็มใจไม่เหมือนผู้หญิงคนก่อนๆของเขาที่อยากได้โน่นนี่นั่นและเขาเองนี่แหละที่ซื้อให้เธอเองและลิปการ์ก็ปฏิเสธทุกครั้งบอกว่าของแพงเธอไม่กล้าใช้
“บ้านคุณย่ากำลังจะถูกยึดค่ะ”
“อะไรนะ ถูกยึดได้ยังไง” วีระตกใจเขาไม่คิดว่าบ้านย่าของลิปการ์จะถูกยึด
“มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ค่ะ เอ๋ยเป็นแค่หลานคนใช้ไม่รู้เรื่องอะไรมากท่าบอกแค่ไหนก็รับรู้เท่านั้นค่ะ” เธอไอยากพูดเรื่องภายในครอบครัวให้คนนอกฟังแต่ที่บอกวีระก็เพราะเขาเป็นแฟนไม่อยากให้รู้จากคนอื่น
“เท่าไหร่ครับเอ๋ย เดี๋ยวพี่จะช่วยเอง” วีระพูดอย่างใจป้ำเพราะคิดว่าไม่น่าจะเกินห้าล้าน
“ขอบคุณมากค่ะพี่วี แต่ยอดมันเยอะคุณย่าท่านยอมปล่อยให้ธนาคารยึดค่ะ”
“มันเยอะขนาดไหนล่ะเอ๋ย”
“สามสิบล้านค่ะ”
“ห๋า..สามสิบล้านเลยเหรอ” วีระหันมาองแฟนสาวด้วยความตกใจเพราะเงินจำนวนสามสิบล้านเขาคงช่วยไม่ได้ไม่ใช่ว่าไม่มีเงินแต่มันเยอะเกิดไป
“ค่ะ สามสิบล้านยังไม่รวมดอกเบี้ยค่ะ”
“ถ้าบ้านถูกยึดแล้วเอ๋ยจะไปอยู่ที่ไหนกันครับ" วีระถามแฟนสาวและคิดเรื่องแต่งงานขึ้นมาทันที
“เอ๋ยอาจจะหาบ้านสักหลังหรือไม่ก็ย้ายไปอยู่เชียงใหม่ต้องรอคุณย่าตัดสินใจอีกทีค่ะ” ลิปการ์พูดตรงๆกับแฟนหนุ่มและเธอก็ทำใจไว้แล้วหากจะจบกับเขาเพื่อให้เขาได้ไปเจอคนที่ดีกว่าและเหมาะสมกับเขามากกว่าเธอ
“งั้นเอ๋ยแต่งงานกับพี่นะครับ เอ๋ยจะได้พาคุณย่าตายายไปอยู่ด้วยกันได้” วีระขอแฟนสาวแต่งงานทันทีอย่างน้อยก็ช่วยให้มีที่อยู่เพราะเขาไม่รู้เรื่องภายในบ้านของแฟนสาวก็คิดว่าทำไร่ทำสวนคงลำบากกันไม่น้อยทั้งที่จริงแล้วไม่ใช่ แค่คุณสิรามนและครอบครัวไม่ได้ใช้จ่ายเงินทองสุรุ่ยสุร่ายเข้าสังคมประโคมเพชรนิลจินดาแข่งกับคนอื่นเท่านั้นเองจึงถูกมองว่าขัดสน
“อย่าเลยค่ะ พี่วีก็รู้ว่าคุณนายไม่ชอบเอ๋ยยิ่งตอนนี้บ้านคุณย่าจะถูกยึดอีกท่านรับไม่ได้แน่ค่ะ” ลิปการ์พูดตรงๆว่าแม่ของเขาไม่ชอบเธอและวีระเองก็รู้และเธอเคยขอเลิกกับเขาแล้วแต่เขาไม่ยอมบอกว่าเดี๋ยวแม่ของเขาก็ใจอ่อนเธอก็คิดว่าวันหนึ่งเขาเจอใครสักคนที่เหมาะสมและเพียบพร้อมเขาก็จะเลิกกับเธอเอง
“แต่พี่รักเอ๋ยนะครับ แม่ไม่ชอบก็เรื่องของแม่เพราะแม่ไม่ได้อยู่กับเรานะครับ” วีระพูดอย่างหงุดหงิดเมื่อถูกแฟนสาวปฏิเสธเขาเป็นถึงลูกชายรองผบช.ภ.6 ที่เพียบพร้อมทุกอย่างมีแต่สาวๆเหาเขาแต่เขารักลิปการ์
“พี่วีคิดให้ดีก่อนนะคะ เอ๋ยไม่อยากให้พี่วีเอาชีวิตมาจมอยู่กับคนมีแต่ตัวไม่มีอนาคตอย่างเอ๋ยเลยค่ะ มีแต่จะทำให้ครอบครัวของพี่วีอับอาย” ลิปการ์พูดเบาๆเพราะวีระดีกับเธอมาตลอด
“พี่ไม่แคร์”
“แต่พ่อของพี่กับแม่ของพี่มีหน้ามีหน้าที่การงานตำแหน่งใหญ่โตเป็นที่นับหน้าถือตาในสังคมพวกท่านต้องอับอายหากมีลูกสะใภ้อย่างเอ๋ย” หญิงสาวพูดไปตามความจริงเพราะพ่อแม่ของเขาเป็นที่นับหน้าถือตาและพวกเขาพูดกับเธอแล้วว่าไม่ยอมรับเธอเป็นสะใภ้
“ที่เอ๋ยพูดแบบนี้อยากเลิกกับพี่งั้นเหรอ” วีระมองแฟนสาวอย่างผิดหวังและเสียใจแม้ว่าลิปการ์จะพูดถูกทุกอย่างแต่เขายอมรับไม่ได้ที่จะเสียเธอไปตั้งแต่เป็นแฟนกันมาเขาได้แค่จับมือแค่ไม่กี่ครั้งหากเป็นผู้หญิงคนอื่นก็ไปถึงสวรรค์ชั้นเจ็ดกันแล้วแต่เพราะเขารักจริงหวังแต่งจึงให้เกียรติแฟนสาวและแอบกินผู้หญิงอื่นเงียบๆจะให้เขาอดอยากเรื่องอย่างว่าเขาทำไม่ได้หากแต่งงานกันแล้วเขาก็พร้อมจะหยุดที่ลิปการ์คนเดียว
“มันเป็นทางออกที่ดีของเราสองคนไม่ใช่เหรอคะ เอ๋ยบอกพี่วีนานแล้วแต่พีวีไม่ฟังเอ๋ยทั้งที่รู้ว่าเรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้” ลิปการ์พูดกับแฟนหนุ่มที่ดื้อรั้นไม่ยอมเลิกคบเธอ
“ทางออกของเอ๋ยคนเดียวน่ะสิ พี่พร้อมจะสู้เพื่อความรักของเราแต่เอ๋ยเอาแต่หนีท่าเดียวเอ๋ยไม่ได้รักพี่เลยใช่มั้ย” วิระมองแฟนสาวอย่างเสียใจที่เธอไม่พยายามก้าวไปพร้อมกับเขา
“พี่วีกลับไปคุยกับครอบครัวก่อนนะคะ เอ๋ยเชื่อว่าพี่วีจะเข้าใจที่เอ๋ยพูด” เธอก็พูดได้ไม่เต็มปากว่ารักวีระแต่เธอชอบเขาเพราะเขาดีกับเธอไม่เคยพูดจาดูถูกและให้เกียรติมาตลอดที่คบกันแต่พอพ่อแม่เขาพูดกับเธอคราวนั้นเธอก็หยุดทุกอย่างคงสถานะเขาไว้แค่พี่ชายที่เคารพนับถือคนหนึ่งเท่านั้น
“ก็ได้ พี่จะไปพูดกับคุณพ่อคุณแม่ก่อนถ้าท่านยอมรับเอ๋ยต้องแต่งงานกับพี่นะ” วีระขอคำยืนยันจากแฟนสาว
“ตกลงค่ะ ถ้าคุณพ่อคุณแม่ของพี่วียอมรับเรื่องของเราได้เอ๋ยจะแต่งงานกับพี่วีค่ะ” ลิปการ์รับปากแฟนหนุ่มเพราะรู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอนและเขาจะได้ตัดใจจากเธอได้จริงๆ
“งั้นคืนนี้พี่จะกลับไปคุยกับคุณพ่อคุณแม่แล้วพรุ่งนี้พี่เย็นพี่จะไปหาเอยนะ”
“ค่ะ” ลิปการ์แอบถอนหายใจเพราะรู้ว่าเรื่องนี้จะออกมารูปแบบไหน
จากนั้นทั้งสองก็ไปหาของกินที่ตลาดริมแม่น้ำที่มีอาหารหลากหลายสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเดินเล่นซื้อของกันเมื่ออิ่มแล้ววีระก็ไปส่งแฟนสาวกลับบ้าน
“ขับรถดีๆนะคะ” ลิปการ์บอกแฟนหนุ่มเบาๆ
“ฝันดีครับเอ๋ย” วีระพูดจบก็ขับรถออกไปจากบ้านของแฟนสาวเพื่อกลับบ้านไปคุยกับพ่อแม่เรื่องแต่งงานกับลิปการ์เพราะตอนนี้เขาก็อายุสามสิบเอ็ดปีแล้ว
เมื่อถึงบ้านพ่อแม่ยังไม่นอนวีระจอดรถเสร็จก็เข้าไปในบ้านเพื่อคุยกับพ่อแม่เรื่องแต่งงานของเขากับแฟนสาวจึงเดินไปที่ห้องนั่งเล่นที่พวกท่านดูทีวีอยู่
“วันนี้กลับบ้านได้แล้วเหรอตาวี” ขจีถามลูกชายที่นานๆจะกลับบ้านทั้งที่อยู่ไม่ไกลที่ทำงานแต่เลือกอยู่คอนโดมากกว่าอยู่บ้าน
“พอดีผมมีธุระจะคุยกับคุณพ่อคุณแม่ครับ” นายตำรวจหนุ่มตอบแม่แล้วนั่งลงข้างพ่อที่สนับสนุนหน้าที่การงานของเขาจนก้าวกระโดดทั้งเลื่อนยศและตำแหน่งซึ่งเป็นเรื่องปกติของคนมีพรรคมีพวกมีอำนาจอยู่ในมือ
“มีอะไรหรือตาวี” พล.ต.ต.ศักดิ์ชายหรือรองชายถามลูกชายคนเดียวที่เขาภูมิใจและส่งเสริมเรื่องหน้าที่การงานก่อนที่เขาจะเกษียณ
“ที่ผ่านมาเก๋ไม่สนใจค่ะ แต่จากนี้ไปถ้ามีเลิกสถานเดียวค่ะ” คีติกามองแฟนหนุ่มแล้วยิ้มในเมื่อเธอเปิดใจให้เขาก็จะเชื่อใจหวังว่าเขาจะไม่ทำให้เธอผิดหวังที่คบกับเขาส่วนสาวๆเป็นอดีตของเขาก่อนที่จะคบกับเธอเธอไม่เก็บมาคิดให้เสียอารมณ์เพราะตอนนั้นเขาโสด"พี่ยอมเก๋ทุกอย่างครับ""โห่ๆๆๆ.."ทุกคนโห่ใส่วรกันต์จากนั้นก็ดื่มกินและคุยกันทั้งเรื่องงานและเรื่องที่เกิดขึ้นที่พังงาแล้วคีรีภัทรก็ถูกเพื่อนหยอกล้อที่หลงเมียเป็นที่สนุกสนาน แม้ทุกคนจะตกอยู่ในสายตาของสาวสวยทั้งหลายแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นและกลุ่มดารานางแบบสาวทั้งหมดก็ไม่มายุ่งกับพวกเขาพวกเธอก็เต้นกันอย่างสนุกสนานมีหนุ่มหนุ่มฝรั่งหลายคนไปชนแก้วด้วย“หมดแก้วนี้กูกลับก่อนนะ” คีรีภัทรมองดูนาฬิกาก่อนจะบอกเพื่อนเพราะเขาอยากพักผ่อนมากกว่าและบอกภรรยาไว้ว่าจะโทรหาเธอ“มาด้วยกันก็กลับด้วยกันสิวะ คืนนี้กูจะไปนอนที่เพนท์เฮ้าส์” ปรินทรพูดกับเพื่อนเขาไม่ได้ไปนอนที่เพนท์เฮ้าส์ตั้งแต่กลับมาจากเชียงใหม่“ไวน์หมดขวดก่อนแล้วกลับนะ” บรินัยบอกเพื่อนเพราะไวน์เหลืออีกคนละแก้วก็หมด“เอ้าชนแก้ว” วรกันต์ชูแก้วไวน์ชนกับเพื่อนและแฟนสาวเพราะคืนนี้พวกเขารับประทานอาหารและดื่มกันน
“แล้วไอ้เบ็คล่ะ ไม่มีแฟนแล้วเสือกมาช้าอีก”“มาแล้วเว้ยไอ้คนมีแฟน ได้ทีนี่ว่ากูจัง เอ่อ เมื่อกี้กูเห็นอดีตของมึงมาด้วยวะแต่ไม่รู้ว่าจะไปไหนนะ” บรินัยพูดกับเพื่อนตอนที่เขากำลังเดินเข้ามาในโรงแรมเห็นดาราสาวอดีตคู่ควงของคีรีภัทรและเพื่อนดารานางแบบสี่ห้าคนเพิ่งลงจากรถหน้าโรงแรม“ดูท่างานจะเข้าแล้วมั้งพี่คีย์” คีติกาแซวพี่ชายเพราะตอนยังโสดนี่เพื่อนเยอะเกินไป“งั้นกูกลับดีกว่ามั้ยวะ”“ไม่มีอะไรหรอกน่าเพื่อน พวกกูอยู่ตั้งหลายคนและคนของกูก็อยู่เต็มโรงแรมหากใครจะหิ้วมึงขึ้นห้องก็ต้องมีคนเห็นเดี๋ยวกูสั่งลูกน้องไว้เลยก็ได้” ปรินทรพูดกับเพื่อนขำๆตั้งแต่คีรีภัทรบอกว่าจะแต่งงานก็หยุดทุกอย่างเคลียร์ตัวเองให้ว่าที่เจ้าสาวเห็นว่าเขาไม่มีใครแล้วก็เหมือนเขาตอนนี้ที่เคลียร์ตัวเองให้ทิพรดาเห็นว่าเขาพร้อมจะหยุดที่เธอ“ตกลงจะสั่งอะไรมั้ยกูหิวแล้ว” คีรีภัทรไม่สนใจเพราะเขาเคลียร์ตัวเองเรียบร้อย“สั่งเลยเพื่อน กูขอไวน์นะ” บรินัยบอกเพื่อนแล้วนั่งดูนักเที่ยวสาวๆเผื่อคืนนี้จะได้ไม่นอนเหงาทุกคนก็สั่งอาหารและเครื่องดื่มที่ชอบและคุยกันแล้วสาวสวยกลุ่มใหญ่ก็เดินเข้ามาในคลับแล้วพนักงานก็พาไปนั่งโต้ะด้านหน้าเวทีที่จองไว
“ครับคุณคีย์ ผมไปทำงานก่อนนะครับ อ้อ ถ้าอยากรู้ก็ถามคุณเก้าเองนะครับ” จิรัชยิ้มให้เจ้านายก่อนจะพูดทิ้งท้ายไว้ให้ไปถามพี่ชายเองแล้วเดินไปที่โต้ะทำงานของเขาคีรีภัทรมองเลขาคนสนิทแล้วเดินเข้าไปในห้องทำงานแล้วลงมือทำงานที่กองบนโต้ะไม่นานก็เที่ยงวันเขาก็ให้จิรัชสั่งอาหารมากินที่ห้องทำงานเพราะมีงานด่วนและช่วงบ่ายเขาต้องเข้าไปดูงานที่โรงงานจึงเร่งงานบนโต้ะให้เสร็จก่อน“ก๊อกกๆๆ..”“ทำไรอยู่วะ” วรกันต์เปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของเพื่อนที่ก้มหน้าทำงานแล้วยิ้มขำ“ทำงานไง แล้วมึงว่างนักหรือไงถึงมาบริษัทของกูได้ทุกวันเดี๋ยวก็เจ๊งหรอก” คีรีภัทรว่าเพื่อนตั้งแต่มันตกลงคบกับน้องสาวของเขาก็มารับไปทานอาหารกลางวันทุกวัน“ถ้าเจ๊งกูก็มาเกาะมึงกินไง ว่าแต่ไปฮันนีมูมมาเป็นยังไงบ้างวะแต่ดูหน้าตามึงแล้วน้ำทะเลคงจืดแหละเนาะ” วรกันต์พุดเองตอบเอง“อยากรู้มึงก็มีเมียดูสิ”“ก็รอน้องมึงใจอ่อนนี่แหละ” วรกันต์ตอบเพื่อนและไม่รีบร้อนเพราะเขากับคีติกาเพิ่งตกลงคบหากันถึงแม้จะรู้จักกันมานานแต่ยังไม่ได้คุยกันจริงจัง“ยังเร็วไปเพื่อน อีกสักสองปีแค่แต่งนะ”“นานไป กูกับเก๋รู้จักกันมานานและกูให้เวลาเก๋แค่ปีเดียวพอ” วรกันต์บอกเ
“ยังไงก็คุยกันซะ จะเอายังไงก็บอกพี่ละกันพี่กลับก่อนนะ” พิพัฒน์พูดกับน้องสาวแล้วเดินออกไปจากห้องพักฟื้นของหลานชายพร้อมภรรยาทิติพรมองตามหลังพี่ชายแล้วถอนหายใจตอนนี้เธอทำอะไรไม่ได้นอกจากหลบหน้านักข่าวและผู้คนไปจากเมืองไทยสักพักก่อนรอให้ข่าวซาแล้วค่อยกลับมาห่วงแต่ลูกทั้งสองที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องที่เกิดขึ้นมากมายและยังไม่สำนึกยังโทษแม่สามีกับลิปการ์ทำใครอบครัวของเธอที่พิษณุโลกเพื่อนของลิปการ์และคีรีภัทรมารับประทานอาหารเย็นด้วยกันและดื่มกันนิดหน่อยจนสี่ทุ่มก็แยกย้ายกันกลับไปพักผ่อนลิปการ์ก็ช่วยยายกับทุกคนเก็บโต้ะและล้างถ้วยจานชามจนเสร็จก่อนจะขึ้นห้องเพื่ออาบน้ำพักผ่อนพอเข้าไปในห้องนอนก็เห็นสามีนอนเอกนกอยู่บนเตียงใส่แค่บ็อกเซอร์ตัวเดียวอวดแผงอกหนั่นแน่นน่าลูบไล้ก่อนจะเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเพราะห้องนอนของเธอไม่เหมือนห้องนอนที่บ้านของเขาที่กว้างขวางห้องของเธอมีห้องน้ำในตัวมีเตียงนอนชิดผนังห้องด้านหนึ่งติดหน้าต่างและตู้เสื้อผ้าอยู่ถัดจากประตูห้องและโต้ะกระจกติดประตูห้องน้ำด้านข้างอีกฝั่งมีโต้ะหนังสือริมหน้าต่างบนผนังห้องมีรูปภาพใรวัยเด็กจนถึงวันรับปริญญาและมีนาฬิกาแขวนบนผนังห้องหนึ่งอันคีร
“ดีใจด้วยว่ะเพื่อน” คีรภัทรดีใจกับเพื่อนแล้วอดคิดถึงตัวเองไม่ได้เพราะเขาตั้งใจปั๊มเหลนให้ย่าๆและตายายพ่อแม่ลุงป้าอย่างเต็มที่จนภรรยาสาวแทบไม่ได้พักแต่เขาก็รักและทะนุถนอมภรรยาสาว“ขอบใจเพื่อน ตอนนี้ผู้ใหญ่กำลังคุยกันได้ฤกษ์ดีเมื่อไหร่ฉันจะบอกนะ”“ได้เลยเพื่อน ฉันจะรอรับขวัญหลาน”แล้วสองหนุ่มก็คุยเรื่องงานที่คืบหน้าไปมากและไม่มีอะไรขัดข้องการทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นและเขาอยากให้เสร็จก่อนจะเข้าหน้าฝน“งั้นฉันจะเร่งมือสร้างบ้านก่อนนะ ส่วนรีสอร์ทก็จะให้ทำทางเดินแล้วทำคลองน้ำตามแผนก่อนละกัน” เจนจบปรับแผนงานใหม่ยังไงก็ต้องรอดินมันเซตตัวก่อนถึงจะสร้างบ้านพักได้เพราะบางจุดก็ถมดินคลองน้ำทำให้ดินทรุดตัวลงเป็นแอ่งทั้งที่เขาเอาหินมาถมแล้วอัดดินลงไปแต่ยังไงก็ต้องตอกเสาเข็มเพื่อให้ฐานแข็งแรง“ขอบใจมากเจน ถ้างานรีสอร์ทล่าช้าไปบ้างก็ไม่เป็นไรนะ” เขาเป็นคนทำให้งานของเพื่อนล่าช้าจึงผ่อนปรนให้เจนจบ“ขอบใจมากคีย์ แต่ฉันจะทำให้เสร็จตามกำหนดได้แหละ”“เย็นนี้ไปกินข้าวด้วยกันนะ”“ได้ๆ แต่ว่ามีดื่มด้วยมั้ยวะ พอดีเมียฉันท้องแล้วเหม็นแอลกอฮอล์ฉันเลยแตะไม่ได้เลยว่ะ” เจนจบบอกเพื่อว่าแฟนสาวแพ้ท้องเหม็นแอลกอฮอล์และกล
“แม่ไม่ออกความเห็นนะลูก ชาไม่ใช่เด็กๆที่แม่จะต้องชี้แนะเพราะชาเป็นคนเลือกทางเดินชีวิตของตัวเองแม่ก็ได้แต่หวังว่าลูกของแม่จะมีความสุขเท่านั้นและไม่ว่าชาจะตัดสินใจยังไงแม่ก็จะอยู่เคียงข้างลูกเสมอจ้ะ” คุณสิรามนพูดกับลูกชายอย่างเข้าใจ“ขอบคุณครับคุณแม่ที่เข้าใจผม ทั้งที่ผมทำแต่ความลำบากให้คุณแม่มาตลอดแต่คุณแม่ไม่เคยทิ้งผม ต่อไปผมจะทำหน้าที่ลูกดูแลคุณแม่ให้ดีกว่าเดิมจะไม่ละทิ้งคุณแม่เหมือนที่ผ่านมาอีกแล้วครับ” ชาคริตพูดกับแม่แล้วเขาลุกจากเก้าอี้ไปนั่งคุกเข่าตรงหน้าท่านก่อนจะกราบเท้าแม่ขอโทษท่านที่ไม่ได้ทำหน้าที่ลูกที่ดีมากว่ายี่สิบปีและต่อไปเขาจะดูแลแม่ให้ดีที่สุด“ไม่เป็นไรลูก ไม่เป็นไร ที่ผ่านมาก็ให้มันผ่านไปแล้วมาเริ่มต้นกันใหม่แม่เชื่อว่าชาจะทำได้ตามที่ตั้งใจได้ลูก” คุณสิรามนมองลูกชายน้ำตาคลอแล้วลูบศีรษะไปมาด้วยความรัก“ผมรักแม่ครับ” ชาคริตพูดสียงสั่นน้ำตาไหลออกมาด้วยความรู้สึกผิดต่อลูกเมียและแม่สุดท้ายชีวิตครอบครัวของเขาก็พังลงแต่ตอนนี้เขารู้สึกผ่อนคลายหลังจากได้คุยกับแม่และขอโทษท่าน“แม่รู้ลูก แม่รู้” คุณสิรามนกอดลูกชายด้วยความรักและให้กำลังใจเพราะท่านก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้นานแค่ไหนอย่







