ตอนที่ 2
คนโรคจิตคนนั้น
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้เจย์ ชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังสูบบุหรี่อยู่ถึงกับชะงักเป็นครั้งที่สอง
บุหรี่ในมือถูกเขี่ยทิ้งลงกับที่เขี่ยอย่างไม่ใส่ใจ กลิ่นควันยังคงลอยตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้อง
ชายหนุ่มเหยียดตัวลุกขึ้นจากโซฟาในท่าทีสบาย ๆ ราวกับไม่ได้รีบร้อนอะไร ทว่าดวง ตาคมที่หรี่ลงเล็กน้อยนั้น กลับฉายแววรำคาญอย่างชัดเจน
ข้าวหอมยืนอยู่หน้าประตูห้องหนึ่งภายในคอนโดหรูใจกลางเมือง ท่าทีของเธอดูประหม่าอยู่ไม่น้อย มือเล็กกำชายกระโปรงแน่นเล็กน้อยราวกับพยายามเรียกสติให้ตัวเอง
มือบางเพิ่งละจากบานประตูเมื่อครู่ ตอนนี้เหลือเพียงรอเวลาให้คนข้างในมาเปิดต้อนรับเท่านั้น หัวใจดวงเล็กเต้นแรงขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ
แกร๊ก
“สวัสดีค่ะ ฉันข้าวหอม…มาแทนน้ำค่ะ”
ทันทีที่ประตูถูกเปิดออก ร่างเล็กก็รีบพูดออกไปแทบจะในทันที น้ำเสียงรวดเร็วเล็กน้อยเหมือนกลัวว่าจะลืมสิ่งที่ต้องพูด ใบหน้าเรียวเล็กก้มลงต่ำอย่างมีมารยาท โดยที่เธอยังไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปสบตาเจ้าของห้องตรง ๆ
“เข้ามาก่อนสิ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มดังขึ้น โทนเสียงที่ควรจะเรียบเฉย กลับแฝงความนุ่มลึกบางอย่างอย่างน่าประหลาด ทำให้ข้าวหอมที่ก้มหน้าอยู่นั้น อดเผลอจินตนาการไม่ได้ว่าเจ้าของเสียงนี้จะมีใบหน้าแบบไหนกัน
จากนั้นหญิงสาวค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นอย่างลังเล และในวินาทีนั้นเองอสายตาของเธอก็ได้สบเข้ากับชายหนุ่มตรงหน้าเป็นครั้งแรก ภาพที่เห็นทำให้ลมหายใจของข้าวหอมชะงักไปชั่วขณะ
“คะคุณ…”
พลันภาพเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ก็ผุดขึ้นมาในหัว ชายหนุ่มคนนี้คือคนที่คว้าตัวเธอไปจูบต่อหน้าต่อตาเพื่อนสนิท ทว่าในตอนนี้อีกฝ่ายกลับไม่มีท่าทีสะทกสะท้านหรือตื่นตระหนกเหมือนเธอเลยสักนิด ซ้ำร้ายยังแสดงสีหน้างุนงงกลับมาเสียอย่างนั้น
“อะไร…”
“นะ...นี่ คุณจำฉันไม่ได้เหรอ”
ร่างเล็กขยับยืนกอดอกพร้อมกับช้อนสายตาสบประสานตรง ๆ แววตาคู่สวยยังคงฉายแววขุ่นเคืองไม่จางหาย
“พูดเรื่องอะไรของเธอ”
เจย์ยกแขนขึ้นกอดอกพลางเอนหลังพิงขอบประตู นัยน์ตาคมจ้องลึกกลับมายังใบหน้าหวานอย่างเรียบเฉย
ข้าวหอมลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงแผ่ว
“ก็ที่คุณ…คุณจูบฉันไง”
ร่างสูงนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดออกมาอย่างเรียบเฉย สีหน้าไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย
“อ๋อ…เธอนี่เองที่ตบหน้าฉัน ตอนนั้นมันมืดฉันจำไม่ได้ว่าเป็นใคร…”
“แล้วตกลงจะรับงานไหม”
เจย์ขยับยิ้มบาง ทว่าประโยคถัดมากลับเปลี่ยนโหมดเข้าเรื่องทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว
“ถ้าจะรับก็เข้ามา ไม่รับก็เชิญกลับ เสียเวลา”
สิ้นคำพูดอันเอาแต่ใจ ร่างสูงก็หมุนตัวเดินนิ่งกลับเข้าห้องไป โดยไม่คิดจะหันมาเหลียวแลหญิงสาวสาวเลยแม้แต่น้อย
ข้าวหอมได้แต่นิ่งอึ้งอยู่กับที่ มือบางกำหมัดแน่นด้วยความโกรธระคนเจ็บใจ ความขุ่นเคืองตีตื้นขึ้นมาในอกจนแทบจะระเบิดออกมาอยู่รอมร่อย
แต่สุดท้ายแล้ว เธอก็จำต้องก้าวเดินตามแผ่นหลังของชายหนุ่มเข้าไป เพราะหากเลือกหันหลังกลับไปตอนนี้ คนที่ต้องลำบากคงไม่ใช่ใครอื่นนอกจากตัวเธอเอง
“เอ่อ…”
ทันทีที่ร่างเล็กก้าวเข้ามาภายในห้อง เธอก็ต้องชะงักไปเล็กน้อย ภาพตรงหน้าช่างต่างจากที่คาดไว้โดยสิ้นเชิง
ภายในห้องดูรกรุงรัง เสื้อผ้าถูกพาดทิ้งไว้ทั้งบนโซฟาและเก้าอี้อย่างไม่เป็นระเบียบ สวนทางกับเจ้าของห้องที่ดูดีเสียจนไม่น่าจะเป็นคนแบบเดียวกันได้
ข้าวหอมเม้มปากแน่น ก่อนจะค่อย ๆ สืบเท้าไปนั่งลงบนโซฟาตรงมุมที่ยังพอมีพื้นที่ว่าง มือบางวางประสานบนตักด้วยความรู้สึกเกร็งพะวักพะวน ก่อนจะเอ่ยถามทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“เอ่อ อยากให้…ทำอะไรเหรอ”
เจย์มองใบหน้าหวานนั้นนิ่ง ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ราวกับกำลังพิจารณาอะไรบางอย่าง
“แล้วทำอะไรได้บ้างล่ะ”
“ก็ชงเหล้าอย่างเดียว…”
“อ่อ…แล้วพวก…เรื่องอย่างอื่นล่ะ”
ชายหนุ่มเปรยขึ้นเสียงเรียบ ทว่ากลับค่อย ๆ ขยับใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาใกล้เธอทีละนิด ใกล้เสียจนคนตัวเล็กสัมผัสได้ถึงกระแสลมหายใจอุ่นจัดของอีกฝ่ายที่เป่ารดแผ่วผ่านผิวแก้มใส
ข้าวหอมชะงักงันไปทั้งตัว หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมาจากอก คนตัวเล็กไม่กล้าขยับเขยื้อนกายเลยแม้แต่นิด ด้วยกลัวว่าการเคลื่อนไหวเพียงน้อยนิด จะยิ่งทำลายระยะห่างอันน้อยนิดให้ขยับชิดกันมากกว่าเดิม
“อย่างอื่น ที่ว่าคืออะไรเหรอ”
“ก็พวก…เอาอกเอาใจ แล้วก็เรื่องบนเตียง”
พลั่ก!
แทบจะทันทีที่เจย์พูดจบ มือเรียวเล็กของข้าวหอมก็ยกขึ้นผลักเขาออกห่างอย่างรวดเร็ว
“จะบ้ารึไง!”
ข้าวหอมโพล่งออกมาอย่างเหลืออด ทว่าชายหนุ่มกลับหัวเราะหยันในลำคอเบา ๆ
“ทำไมเหรอ”
เขาเอียงคอมองเธอเล็กน้อย สายตาคมฉายแววเย็นชา
“ผู้หญิงแบบพวกเธอ…แบกหน้ามาถึงที่นี่”
เจย์เว้นจังหวะสั้น ๆ ก่อนจะพูดต่ออย่างไม่ใส่ใจ
“ก็เพื่อสิ่งนี้ไม่ใช่เหรอ”
“แต่สำหรับฉัน…ไม่ใช่”
ข้าวหอมตอบออกไปทันควัน น้ำเสียงแข็งขึ้นอย่างไม่ยอมถอย ความโมโหพลุ่งพล่านอยู่ภายในจนแทบกลั้นไม่อยู่
ตรงกันข้ามกับเจย์ที่เอนหลังพิงพนักโซฟาอย่างสบาย ๆ ท่าทีผ่อนคลายราวกับไม่ได้รับผลกระทบจากคำพูดของเธอแม้แต่น้อย
“อ๋อ…งั้นถ้าฉันบอกว่าอยากให้เธอไปปรนนิบัติบนเตียง....”
สุ้มเสียงทุ้มต่ำเอ่ยเนิบนาบ แววตาคู่คมจ้องลึกคล้ายจะกดข่มอีกฝ่ายอยู่กลาย ๆ
“ฉันจะให้สิบเท่า…เธอจะยอมไหม”
ข้าวหอมชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะตอบกลับทันควัน
“ต่อให้คุณให้ฉันร้อยเท่า…ฉันก็ไม่ทำ…วันนี้ฉันมาที่นี่แค่ชงเหล้า ถ้านอกเหนือจากนี้…ฉันขอตัว”
สิ้นประโยค ร่างเล็กก็ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าหวานยังคงบึ้งตึง คลื่นความโกรธฉายชัดในแววตาอย่างไม่คิดจะปิดบัง
“เดี๋ยวสิ”
เสียงทุ้มเอ่ยเรียกไว้ ทำให้ข้าวหอมที่กำลังจะหมุนตัวกลับหยุดชะงักเล็กน้อย
“ไวน์อยู่ทางนั้น เอามารินให้ทีดิ”
เจย์เพยิดหน้าไปอีกฝั่งของห้องที่มีขวดไวน์ราคาแพงวางเรียงอยู่สามสี่ขวดอย่างไม่ใส่ใจนัก
เสียงของเหลวสีเข้มถูกเทลงกระทบแก้วใสอย่างแผ่วเบา ข้าวหอมยืนรินไวน์อย่างระมัดระวัง ก่อนจะยกไปวางตรงหน้าเจย์ จากนั้นร่างเล็กก็กลับมานั่งลงที่เดิมบนโซฟา ท่าทียังคงเกร็งเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเรียบ
“จะให้ฉันดื่มเป็นเพื่อนไหม”
“ตามใจ”
ชายหนุ่มตอบเพียงสั้น ๆ โดยไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง
บรรยากาศภายในห้องเงียบลงชั่วครู่ ก่อนที่เสียงทุ้มจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“เธอชื่ออะไรนะ”
“ข้าวหอม แล้วคุณ…”
ร่างสูงยกแก้วไวน์ขึ้นจิบช้า ๆ ก่อนจะตอบกลับเรียบ ๆ
“ฉันเจย์”
“อ๋อ”
ข้าวหอมพยักหน้าเบา ๆ
“มาทำงานแบบนี้ พ่อแม่ไม่ว่าเหรอ”
ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงเรียบเรื่อย
“งานแบบนี้คือแบบไหนกัน”
หญิงสาวสวนกลับทันที น้ำเสียงเริ่มมีแววไม่พอใจ
“มันก็เป็นงานสุจริตไม่ใช่เหรอ”
เจย์เลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะพูดสั้น ๆ
“ก็แสดงว่า…ไม่ว่า?”
“เปล่า…พ่อแม่ไม่รู้ต่างหาก”
คำตอบนั้นทำให้ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนจะยกแก้วขึ้นจิบอีกครั้ง ข้าวหอมเม้มปากเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ
“ฉันเป็นเด็กต่างจังหวัด ขึ้นมาเรียนมหาวิทยาลัยที่นี่ ก็แค่…ไม่อยากรบกวนพ่อแม่มาก เลยหาอะไรทำไปด้วยเท่านั้นเอง”
“…”
เจย์ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงเอื้อมมือไปหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดอีกมวน ปลายไฟสีส้มวาบขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะยกมันขึ้นแตะริมฝีปาก
ควันสีจางถูกพ่นออกมาอีกครั้งจากปากหยักได้รูป ดวงตาคมแหงนมองเพดานอย่างเหม่อลอย ราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่เงียบ ๆ
“ค่อก…ค่อก…”
เสียงไอแผ่ว ๆ ดังขึ้นจากคนข้าง ๆ ทำให้ร่างสูงหันไปมองทันที ภาพที่เห็นคือข้าวหอมกำลังขยี้จมูกตัวเองเบา ๆ สีหน้าดูไม่ค่อยสู้ดีนัก
เจย์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยออกมาเรียบ ๆ
“โทษที…มันชินน่ะ”
พูดจบชายหนุ่มก็ดับบุหรี่ลงกับที่เขี่ยอย่างไม่ลังเล ควันจาง ๆ ค่อย ๆ สลายหายไปในอากาศ
“แค่นี้แหละ…เธอกลับไปได้แล้ว”
เมื่อกลิ่นควันจางหายไปในอากาศ เจย์ก็เอ่ยขึ้นเรียบ ๆ คำพูดนั้นทำเอาข้าวหอมชะงักไปเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างงุนงง
“อะไรนะ… นี่ฉันมายังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ คะ…แค่นี้เองเหรอ”
“แล้วจะอยู่ทำไม”
ร่างสูงสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบจนจับอารมณ์ไม่ได้ ก่อนจะพูดต่อหน้าตาเฉย
“ถ้าจะอยู่ต่อ…ก็ไปนอนรอที่เตียง”
“จะบ้าเหรอ!”
ข้าวหอมโพล่งขึ้นทันที ดวงตาใสวาววับด้วยความไม่พอใจ ร่างเล็กกอดอกแน่น ริมฝีปากเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะชะงักไปครู่หนึ่ง เหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ก่อนจะเอ่ยถามออกไปตรง ๆ
“แล้วทำไมเจ๊บอกว่ายัยน้ำอยากจับคุณเป็นแฟน… แต่ไม่ติดล่ะ”
“ก็จริง”
คำตอบนั้นยิ่งทำให้คนตัวเล็กเบ้ปากอย่างไม่เชื่อ
“ไม่เชื่อ… คุณคุยแต่เรื่องบนเตียงกับฉัน ยัยน้ำนี่เหรอคุณจะไม่คุย ยัยนั่นยิ่งเชี่ยวชาญเรื่องแบบนี้อยู่ด้วย คงไม่พลาดหรอก”
มุมปากของชายหนุ่มยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้ทีละนิด ใกล้จนข้าวหอมสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นปนกลิ่นแอลกอฮอลอ่อน ๆ ดวงตาคมที่เริ่มพร่าเลือนเล็กน้อยเพราะฤทธิ์แอลกอฮอลจ้องเธอไม่วาง ก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำชิดริมฝีปาก
“ก็เธอน่าเอา…กว่าคนชื่อน้ำนั้นตั้งเยอะ แล้วเธออยากพลาดโอกาสดีๆนี้ไปเหรอ”
“ฉะ…ฉันว่าฉันกลับดีกว่า”
ข้าวหอมลุกพรวดขึ้นทันที หัวใจเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่อยู่ ตรงกันข้ามกับเจย์ที่กลับไปเอนหลังพิงพนักโซฟาอย่างสบายอารมณ์
ชายหนุ่มยกแก้วเหล้าขึ้นกระดกช้า ๆ ราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับท่าทีร้อนรนของเธอ
“อื้อ… ค่าจ้างเดี๋ยวฉันโอนให้เจ๊เธอแล้วกัน”
น้ำเสียงเรียบเฉยถูกเอ่ยออกมาโดยที่สายตาไม่ได้มองเธอแม้แต่นิดเดียว ยิ่งทำให้ ข้าวหอมเม้มปากแน่น ความรู้สึกบางอย่างจุกอยู่ในอกอย่างบอกไม่ถูก ก่อนที่เธอจะรีบหมุนตัวเดินออกไปแทบจะทันที
เพราะถ้าขืนอยู่นานขึ้นกว่านี้อีกหน่อย…ก็อาจจะเป็นตัวเธอเองที่จะไม่ปลอดภัย