ตอนที่ 4
ไม่ได้พิเศษไปมากกว่าใคร
“ถ้าเสียวก็ครางออกมา...”
ชายหนุ่มตวัดปลายลิ้นรัววนซ้ายขวา ก่อนจะลากยาวขึ้นตามแนวกึ่งกลางร่องเนื้ออุ่น สองนิ้วหนาช่วยแหวกแบะกลีบดอกไม้ให้เปิดกว้างขึ้น แล้วดูดซดกลีบกระสันเข้าปากจนเกิดเสียงดังเฉอะแฉะลามก สอดประสานแข่งกับเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนตัวเล็ก
“อื้อ....สะเสียว”
ลิ้นร้อนที่ตวัดถี่ขึ้นตรงจุดใจกลางความเสียวบีบให้หญิงสาวครางสั่นเครือ ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้มด้วยความสยิว ก่อนที่เจย์จะถอนริมฝีปากขึ้นมาสบตา แล้วจงใจส่งเรียวนิ้วแกร่งแหวกว่ายเบียดแทรกเข้าไปในซอกเนื้อนุ่มอย่างช้าๆ
“ซี้ด!...สัด! แค่นิ้วเดียวก็ตอดจนแทบหัก”
ชายหนุ่มสบถคำหยาบคายออกมาในลำคอ คราบน้ำรักเหนียวหนืดสีขาวขุ่นที่เปรอะเปื้อนเต็มเรียวนิ้วยิ่งโหมกระพือความต้องการให้เขายากจะบดเบียดสอดใส่ตัวตนเข้าไปในกายเธอใจจะขาด
“อื้อ...ซี้ด!”
เสียงครางหวานของข้าวหอมเล็ดออกมาจากลำคอ นิ้วยาวที่ยังขยับเข้าออกมันทำให้เธอเสียวซ่านจนแทบบ้า
“อื้อ...ฉันไม่ไหวแล้วเงี่ยนฉิบหาย!”
ชายหนุ่มกระชากผ้าเช็ดตัวผืนบางออกจากเรือนร่าง เผยให้เห็นแก่นกายขนาดยักษ์ที่แข็งขึงเต็มเหยียด
เส้นเลือดหนาปูดโปนพาดผ่านตามความยาวลำตัวยา เนื้อในอุ่นหนาแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉ่ำ โดยส่วนยอดบวมเป่งมีหยดน้ำรักสีใสปริ่มซึมคลอจนสะท้อนแสงแวววาว
“ซ๊ะ!…เธอแฉะแล้ว…อยากมากเหรอ“
“ปะ…เปล่า”
ข้าวห้อมตอบกลับเสียงหอบ ความเสียวซ่านเมื่อครู่ยังไม่หายออกไปจากร่าง
สวบ! ปั่ก!
“อ๊ะะ! โอ้ย”
คนตัวเล็กร้องเสียงหลง ร่างทั้งร่างสะท้านเฮือก ความคับแน่นจุกล้นเข้ามาในทันที กลีบเนื้อที่ยังตึงและแคบเพราะความว่างเว้น บีบรัดแก่นกายใหญ่แน่นจนชายหนุ่มกัดฟันกรอด
“ซี้ด! แม่งแน่นฉิบหาย เธอยังไม่เคยโดนเอาเหรอ”
“ก็ใช่น่ะสิ! ฉันเจ็บเอามันออกไปเยนะ”
“อ๊า ไม่ทันแล้ว แม่ง!เสียวฉิบ!”
พั่บ!
สะโพกหนาค่อยๆ กดเน้นลงมาอย่างเนิบนาบ ปล่อยให้ส่วนหัวแหวกม่านเนื้อนุ่มขยับลึกเข้าไปทีละน้อย มวลความเขื่องใหญ่ทั้งหนาและยาวจงใจเบียดแทรกบดบังพื้นที่ภายใน จนข้าวหอมหลุดเสียงครางสะอื้นสั่นพร่า
ร่างเล็กขบปากแน่นเพื่อรองรับความคับแน่นตึงขึงที่ค่อยๆ บดเบียดเข้าใส่จนกระทั่งชนมิดด้าม
“อื้อ….เจย์ ฉันเจ็บ”
“เดี๋ยวมันก็ดีขึ้น…ฉันจะทำเบา ๆ เชื่อฟังนะเด็กดี”
น้ำเสียงออดอ้อนของคนตัวสูงทำให้หญิงสาวเคลิ้มตาม กลีบปากบางเม้มสนิทพลางวาดเรียวขาสลวยให้กางกว้างออกมากกว่าที่เป็นอยู่
“อื้อ….ซี้ด เธอตอดของฉันจนแน่นไปหมดแล้ว อ๊าส์”
ชายหนุ่มครางเสียงกระเส่าก้มลงจูบปิดปากคนตัวเล็กไว้ ขณะที่สะโพกสอบเริ่มขยับเข้าออกช้า ๆ
พั่บ! พั่บ! พั่บ!
เสียงเนื้อกระทบกันอย่างเป็นจังหวะดังระงมไปทั่วทั้งห้อง สองสายตาสบกัน ร่างสูงแสยะยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นใบหน้าหวานของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความเสียวซ่าน
“อ่าส์…ดีขึ้นยัง”
“อะอื้อ…”
ข้าวหอมพยักหน้าระรัวแทนคำตอบ ก่อนที่เจย์จะเอื้อมมือหนาไปล็อกเอวคอดกิ่วไว้แน่น แล้วออกแรงดึงร่างเธอเข้าหาตัวทุกครั้งที่กระแทกกระทั้น
แก่นกายใหญ่ขยับเข้าออกอย่างต่อเนื่อง เส้นเลือดปูดโปนชัดเจนตามความยาวลำตัวยา ยามถูกบีบรัดอย่างรุนแรงจากเนื้อในที่ตอดถี่ของอีกฝ่าย
“อ่าส์…”
ร่างสูงโน้มกายลงบดจูบปิดปากหญิงสาวอย่างดูดดื่ม พลางโหมเร่งสะโพกเข้าออกอย่างบ้าคลั่งจนโซฟาโยกคลอนสั่นไหว
มืออีกข้างที่ยังว่างเลื่อนลงไปเคล้นคลึงบดขยี้ติ่งเนื้อสวาท เขี่ยระรัวสร้างความกระสันเสียว ควบคู่ไปกับแรงส่งกระแทกกระทั้นอัดแน่นเต็มกำลัง
“อ๊ะ…สะเสียว”
“เสียวก็ครางออกมาดัง ๆ อ่าส์”
ชายหนุ่มเอื้อมมือหนาเข้าไปบีบเคล้นทรวงอกอวบอิ่มของคนใต้ร่างที่กระเด้งโยกคลอนตามแรงอารมณ์ นัยน์ตาคู่คมจับจ้องใบหน้าหวานที่ขึ้นริ้วแดงซ่านด้วยความเสียวซ่านอย่างไม่ละสายตา
“แม่ง!…นมก็โครตใหญ่”
เสียงครางเครือของชายหนุ่มและหญิงสาวสอดรับกันอย่างลงตัว ผูกผันไปกับแรงส่งกระแทกกระทั้นที่เร่งเร้ากระชั้นถี่ กลิ่นอายเนื้อนุ่มอุ่นร้อนระคนกลิ่นเหงื่อจางๆ
พั่บ!พั่บ!พั่บ!
“อ๊า…จะแตก!”
ชายหนุ่มกระแทกถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งดวงหน้าหล่อเหลาตวัดมองภาพความยั่วยวนตรงหน้า เจย์ก็ยิ่งบดเบียดสะโพกเน้นแรงย้ำลึกหนักหน่วงขึ้นทุกที สั่งสมให้ร่างเล็กสั่นสะท้าน บิดเร้าไปกับความซ่านเสียวที่โถมเข้าใส่
“อ๊า!…”
เสียงคำรามต่ำลอดไรฟัน ร่างสูงแหงนหน้าขึ้น กล้ามท้องเกร็งจัดจนขึ้นลอนแน่น สองร่างบดเบียดกระแทกกระทั้นจนเสียงเนื้อกระทบกันดังลั่นห้อง
พลั่ก!
“ซี๊ด!!”
หยาดน้ำรักสีขาวขุ่นถูกปลดปล่อยเข้าสู่ร่างกายคนตัวเล็กจนอุ่นวาบและเอ่อล้น เจย์ส่งเสียงหายใจหอบกระชั้น ครางทุ้มต่ำในลำคอ พร้อมๆ กับที่ร่างของหญิงสาวสั่นสะท้านเฮือกเมื่อจุดกระสันถูกเติมเต็มจนเสียวซ่านถึงขีดสุด
หมับ!
เมื่อเสร็จไปได้เพียงไม่นาน เจย์ก็เอื้อมมือคว้าร่างบางขึ้นมาอุ้มในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดาย
“จะ…จะทำอะไร”
ข้าวหอมเอ่ยถามเสียงแผ่ว ลมหายใจยังไม่เป็นจังหวะดีนัก มือเล็กเผลอจับต้นแขนแกร่งของชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว สายตาไหวระริก มองขึ้นไปหาอีกฝ่ายอย่างหวาดหวั่น
“ไปเอาต่อที่เตียง”
ยังไม่ทันที่ข้าวหอมได้ตั้งสติ ร่างสูงก็อุ้มเธอพาเข้าไปยังห้องนอนอย่างไม่รีรอ ก่อนที่แผ่นหลังบางจะกระทบที่นอนนุ่มแผ่วเบาอีกฝ่ายจะตามลงมาประชิดใกล้
“อื้ม…”
บรรยากาศภายในห้องเงียบงัน แต่กลับอบอวลไปด้วยความร้อนรุ่มที่ค่อย ๆ แผ่ซ่าน ราวกับท่วงทำนองเดิมกำลังเริ่มบรรเลงขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้ ก็ไม่มีใครอาจคาดเดาได้เลยว่า…มันจะสิ้นสุดลงเมื่อใด
แต่จำเอาไว้ว่าแค่คืนเดียวเท่านั้น
รุ่งเช้า
แสงแดดอ่อนยามเช้าสาดผ่านบานหน้าต่างสูงของคอนโดหรู ลำแสงสีทองทอดยาวเข้ามาภายในห้องนอนอย่างแผ่วเบาตกกระทบลงบนร่างบางที่ยังคงหลับใหลอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา เส้นผมที่ยุ่งเล็กน้อยกระจายอยู่บนหมอนนุ่ม
ข้าวหอมค่อย ๆ ปริเปลือกตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ความปวดระบมแผ่ซ่านไปทั่วทั้งเรือนกาย จนเธอต้องขมวดคิ้วแผ่วเบา
หญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบห้องอย่างงุนงง ก่อนจะชะงักเล็กน้อยเมื่อรับรู้ว่า บนเตียงกว้างที่ควรมีใครอีกคนอยู่เคียงข้างกลับมีเพียงเธอเพียงลำพังเท่านั้น
ให้ตายเถอะ…ฉันทำอะไรลงไปเนี่ย!
ข้าวหอมพึมพำเสียงแผ่ว พลางยกมือขึ้นกุมหน้าผากแน่น ภาพความทรงจำร้อนระอุจากค่ำคืนก่อน ค่อย ๆ ไหลย้อนกลับเข้ามาในห้วงคิดอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะก้มลงคว้าเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นขึ้นมาสวมอย่างเร่งรีบ
ร่างเล็กค่อย ๆ ก้าวออกจากห้องนอนอย่างเงียบเชียบ ทันทีที่ปลายเท้าแตะพ้นธรณีประตู สายตาของเธอก็หยุดนิ่งลงกับภาพเบื้องหน้า
เจย์นั่งเอนกายอยู่บนโซฟาอย่างสบายอารมณ์ ปลายนิ้วคีบบุหรี่ไว้หลวม ๆ ควันสีจางลอยอ้อยอิ่ง แทรกตัวไปทั่วห้องราวกับม่านบางที่คลุมบรรยากาศเอาไว้ ใบหน้าหล่อคมยังคงเรียบเฉย ไร้ซึ่งร่องรอยของอารมณ์ใด ๆ
“เอ่อ…”
มือเล็กกำชายเสื้อแน่น คล้ายกำลังชั่งใจว่าจะพูดอะไรออกไปดี
“ตื่นแล้วเหรอ”
เจย์เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน เขาหันมามองข้าวหอมเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะละสายตากลับไป แหงนหน้าพิงพนักโซฟาเหมือนเดิม ควันบุหรี่ถูกพ่นออกจากริมฝีปากอีกครั้งอย่างไม่ใส่ใจ
ข้าวหอมได้แต่พยักหน้าน้อย ๆ แทนคำตอบ
“เงินวางอยู่บนโต๊ะ แต่งตัวเสร็จแล้วก็กลับไปได้เลย”
น้ำเสียงเรียบเฉยเอ่ยออกมาโดยที่เขาไม่ได้หันมามองเธอแม้แต่น้อย ประโยคนั้นทำให้หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เงินอะไรเหรอ…”
ดวงตาคู่สวยเหลือบไปยังโต๊ะตามที่เขาว่า ก็เห็นธนบัตรปึกหนึ่งวางอยู่ตรงนั้น
“ค่าจ้างเมื่อคืนไง…พอไหม”
“ก็ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้ขาย…”
ข้าวหอมสวนกลับทันที น้ำเสียงเริ่มแข็งขึ้นเล็กน้อย
เจย์หัวเราะหยันในลำคอเบา ๆ
“งั้นก็ถือว่าเป็นค่าชงเหล้าแล้วกัน…ส่วนตัวเธอ…ก็ฟรีสินะ”
ข้าวหอมกำหมัดแน่น ดวงตาฉายแววไม่พอใจอย่างปิดไม่อยู่
“นี่!คุณยังเป็นลูกผู้ชายอยู่หรือเปล่า”
คำพูดนั้นทำให้เจย์หันมามองอีกฝ่ายทันที คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อย
“อะไรคือไม่เป็นลูกผู้ชาย แล้วเธอต้องการอะไรอีก เมื่อคืน…เธอก็ไม่ได้ปฏิเสธฉันขนาดนั้นนี่ แถมยังครางซะเสียวขนาดนั้น”
“…”
ข้าวหอมไม่ตอบอะไรสักคำ เธอได้แต่ยืนจ้องอีกฝ่ายนิ่ง ๆ แววตาแข็งกร้าวปนโกรธเคือง มือเล็กกำแน่นจนสั่นเล็กน้อย
จากนั้นเจย์ก็เหยียดตัวลุกขึ้นจากโซฟา ก่อนจะเดินตรงไปหยิบเงินปึกหนาแล้วคว้ามือเธอขึ้นมาพร้อมยัดเงินใส่อย่างไม่ใยดี
“รับไปซะ เงินแค่นี้ไม่ได้มากมายอะไรนักหรอก ผู้หญิงที่มาหาฉันก็ได้แบบนี้กันทั้งนั้น เธอไม่ได้พิเศษไปกว่าใคร”
“…”
“เรื่องเมื่อคืน…จะเกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว ไม่มีทางมีครั้งที่สอง แล้วฉันก็หวังว่าเธอจะไม่เอาไปพูดให้ใครฟัง”
ปึก!
ทันทีที่สิ้นคำเงินปึกหนาถูกฟาดใส่อกเขาเต็มแรง ทำเอาเจย์ชะงักไปเล็กน้อย
ข้าวหอมเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธ
“ฉันไม่ได้ต้องการเงินของคุณขนาดนั้น…แล้วก็ไม่ต้องห่วง…เรื่องแบบนั้น มันจะไม่เกิดขึ้นอีกแน่นอน ส่วนเรื่องที่ต้องปิดบัง…ฉันก็ไม่มีความจำเป็นต้องเอาไปพูดอยู่แล้ว”
ข้าวหอมปล่อยมือที่สั่นเล็กน้อยลงข้างลำตัว
“เงินค่าชงเหล้า…คุณก็ไปจ่ายที่เจ๊เหมือนเดิมก็พอ”
“ก็ดี…”
“งั้นฉันขอตัว!”
หญิงสาวกระแทกเสียงใส่ ก่อนจะคว้ากระเป๋าสะพายแล้วหมุนตัวเดินออกไปจากห้องไปในทันที
ปัง!
เสียงประตูกระแทกปิดดังลั่น สะท้อนอารมณ์ที่อัดแน่นอยู่ภายในอย่างไม่คิดปิดบัง
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง ทว่าเจย์เพียงยักไหล่เบา ๆ อย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟา หยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบอีกมวนอย่างเคยชิน
ควันสีจางลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ เช่นเดียวกับเรื่องราวที่เพิ่งผ่านพ้นไป
ที่สำหรับเขาแล้ว…มันก็เป็นเพียงเรื่องหนึ่งในชีวิตประจำวันที่ไม่ได้ทิ้งร่องรอยใดไว้ในความรู้สึกเลย
#วันนั้นไอ้เจย์โดนตบจนปากแตก วันนี้ฮีก็เลยเอาคืนด้วยการแตกคาปาก555 หายกันเนาะแม่เนาะ