로그인เมื่อผมในวัย 30 ย้อนนึกถึง ‘นอสทัลเจีย’ ในช่วงปี 2010 กว่า ๆ ตอนที่ผมเป็นนักเรียนม.ปลายกับเหตุการณ์ที่ทำให้ผมลืมไม่ลง...
더 보기จากผู้เขียน
เรื่องนี้ผมเขียนจากความทรงจำสมัยอยู่ในช่วงมัธยมปลายของผมราวๆ ปี 2010 กว่าๆ ซึ่งตอนนี้ผมอายุ 30 กว่า ๆ แล้ว เรื่องที่ผมจะเล่าเป็นเรื่องที่ไม่ได้บู๊แหลกเท่าไรนัก แต่เป็นมุมมองของความอยากรู้อยากเห็นของวัยรุ่นที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยที่เริ่มจะโตขึ้น ซึ่งมันจะมีหลายๆ เรื่องเข้ามา ทั้งเพื่อน แฟน การเรียน อนาคต การยอมรับในกลุ่มเพื่อนๆ แต่ผมจะหยิบยกในเรื่องของ “ความอยากรู้อยากเห็น” มาเป็นตัวเล่าและถ่ายทอดให้ฟัง ผ่านตัวละครชื่อ “แทน”
ผมจะลงวันละตอน เวลา 22.00 น. (เวลาประเทศไทย) นะครับ
บทนำ
เคยเป็นไหมครับเวลาไปที่ไหน ฟังเพลงอะไร หรือกำลังทำอะไร เราจะนึกถึงสิ่งสิ่งหนึ่งขึ้นมา เป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมา พอนึกถึงทีไร เราก็จะแอบยิ้มมุมปากหรือหัวเราะออกมาแบบไม่มีเหตุผลทุกที สิ่งนั้นคือ ‘นอสทัลเจีย’ (Nostalgia)
ผมมีเรื่องราวสมัยผมยังเป็นเด็กนักเรียนมัธยมปลาย ม.6 ราวๆ ปี 2010 กว่า ๆ มาเล่าให้ฟัง มันเป็นช่วงที่ผมมีความสุขทุกครั้งที่นึกถึงมัน ถึงแม้ตอนนี้พอนึกช่วงเวลาเหล่านั้นจะรู้สึกผิดไปบ้าง แต่มันก็เป็นการตัดสินใจของผมในช่วงเวลานั้น ช่วงที่ผมอายุ 18 ปี ยังเป็นวัยรุ่นที่ประสบการณ์ตามวัย
ผมจะไม่เปิดเผยชื่อของสถานที่นะครับ แต่จะบอกเป็นที่ที่ตามเหตุการณ์ไป เช่น โรงเรียน ห้าง อุทยาน เป็นต้น
ตัวละคร
ผมชื่อ แทน อายุ 18 ปี เรียนอยู่ ม.6 ห้องเดียวกับวีและเมษ์ ผมสูงประมาณ 178 ซม. น้ำหนัก 64 กก. มีกล้ามเนื้อพอสมควรจากการที่ชอบเล่นกีฬา ผมสั้นสีดำ หน้าตาปกติทั่วไปไม่ได้โดดเด่นอะไร
ผมเป็นเด็กผู้ชายธรรมดา ๆ ไม่ค่อยโดดเด่นอะไร เงียบ ๆ 'วี' เพื่อนข้างบ้านที่โตมาด้วยกัน เข้าออกบ้านกันจนเหมือนอยู่บ้านเดียวกันไปแล้ว เธอชอบแกล้งผมเล่นมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว ผมมักจะเรียกเธอด้วยชื่อและเรียกตัวเองว่า “เรา”
ช่วงม.ต้นผมเริ่มคบหากับเพื่อนในห้อง เธอชื่อ “เมษ์” เราคบกัน คุยกันแบบเด็กใส ๆ ยังไม่เคยมีอะไรลึกซึ้ง บางครั้งมีจับมือกันเล็กน้อย ซึ่งตอนนี้เราก็ยังคบกันอยู่
วี เธออายุ 18 ปีเท่า ๆ กับผม เธอเกิดหลังผมไม่กี่เดือนที่ทำตัวเป็นเหมือนพี่สาว เราเรียน ม.6 ห้องเดียวกัน เธอสูงประมาณ 168 ซม. น้ำหนัก 45 กก. ละมั้ง รูปร่างสูงผอมเพรียว มีเส้นโค้งของเรือนร่างชัดเจน ผิวขาวอมชมพู หน้าตาน่ารัก ผมตรงยาว ผิวเธอขาวอมชมพูสว่างเหมือนไม่เคยโดนแดดมาก่อน เธอคงได้จากแม่ของเธอมา หน้าตาน่ารักมาก หมวย ๆ ผมตรงยาว ตาเรียวยาว จมูกโด่ง
นิสัยเธอตอนเด็ก ๆ ห้าวมาก ขี้เล่น ขี้แกล้งมาก ๆโดยฉะพราะผม แต่โตมากก็ลดลง เธอชอบตีก้นผมและบางครั้งผมก็ตีเธอคืน เธอมักจะเรียกผมว่า “แก” และเรียกตัวเองว่า “ฉัน”
ความสัมพันธ์ของผมและวี
พ่อวีกับพ่อผมเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมต้น ทั้งคู่สนิทกันมาก ๆ ทั้งคู่แต่งงานพร้อม ๆ กัน มีลูกพร้อมๆ กันและบ้านอยู่ติดกันโดยบังเอิญ
แต่ช่วงผมเด็ก ๆ พอจำความได้ พ่อและแม่ต้องไปทำงานที่ต่างประเทศ และส่งเงินกลับมาเพื่อดูแลผม พ่อของผมฝากเพื่อนที่สุดในชีวิตของเขา ให้ดูแลผม นาน ๆ ทีจะกลับ มา แต่กลับมาแต่ละครั้งก็จะเอาของมาฝากผมและวีทุกครั้ง
บ้านของเราอยู่ติดกัน เราจึงโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก เข้าออกบ้านกันจนสนิทมาก เราเรียนห้องเดียวกันมาตลอด จนถึงตอน ม.6 เรายังคุยกันได้เกือบทุกเรื่อง
เมษ์ แฟนสาวที่ผมคบมาตั้งแต่มาต้น แต่ถึงจะคบกันมาแต่เราก็เหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วๆ ที่ได้แค่จับมือ คุยเล่นกัน เป็นห่วงซึ่งกันและกันเท่านั้น เธออายุ 18 ปีเท่าๆ ผมและวี เราเรียนห้องเดียวกันทั้ง 3 คน เธอเป็นเด็กเรียน เลยมีเพื่อนเข้าหาเรื่องเรียนเสมอ เมษ์ และ วีรู้จักกันและเธอรู้ว่าผมและวีอยู่บ้านเดียวกัน
ลักษณะของเธอ ผมสั้นบ๊อบระดับคา ผิวขาวแบบเนียละเอียด หน้าตาน่ารัก ดวงตากลมโต รูปร่างดี ดูเรียบร้อย
เธอเป็นเพื่อนที่ดีกับทุกๆ คน แต่วีกับเมษ์ไม่ได้สนิทกันมากนัก แค่คุยกันได้ปกติในห้องเรียน
***คำเตือน***
ก่อนจะเริ่มอ่าน ผมบอก’ คำเตือน’ กันสักนิดก่อนนะครับ ว่า... เรื่องราวทั้งหมดในนิยายเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่ง ตัวละครและเหตุการณ์ต่าง ๆ เป็นเรื่องที่สมมุติขึ้นเท่านั้น
โดยเนื้อหาจะเล่าถึงเรื่องราวความอยากรู้อยากเห็นตามประสาวัยรุ่นมัธยมปลาย รวมถึงความสัมพันธ์ทางกาย(นอกกาย) ซึ่งเป็นปมและการตัดสินใจเฉพาะตัวของตัวละครเท่านั้น
เนื่องจากมีเนื้อหาที่สื่อไปทางเพศ(บ้าง) กรุณาอ่านเพื่อความบันเทิงและอรรถรสเท่านั้นนะครับ... ห้ามลอกเลียนแบบเด็ดขาดเลยนะ!
หลังจบงานกีฬาสี ทางโรงเรียนอนุญาตให้นักเรียน ม.6 สามารถอยู่บ้านอ่านหนังสือที่บ้านได้โดยไม่ต้องมาที่โรงเรียนบรรยากาศของห้องเรียนชั้น ม.6 เกือบทุกห้องจึงเงียบเหงาลงอย่างเห็นได้ชัดโต๊ะว่างเปล่า เพื่อน ๆ บางคนหายไปอ่านหนังสือที่บ้านหลังจากคืนนั้นที่วีหลับไปในอ้อมกอดผมเช้าวันรุ่งขึ้นผมตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นเธอแล้ว...หลังผ่านพ้นงานกีฬาสี วีไม่มาโรงเรียนอีกเลย...บางวันผมเห็นน้องณัฐเดินหาวีที่ห้อง แต่พอไม่เห็นวี เธอก็เดินมาถามผม“วันนี้พี่วีก็ไม่มาเหรอคะ?”ผมตอบได้เพียงว่า“อาจจะอ่านหนังสือเองที่บ้าน”ทุกครั้งที่ผมกลับบ้านหรือกินข้าวเย็น ผมจะไม่เห็นวีที่โต๊ะอาหารเห็นเพียงไฟในห้องของเธอที่เปิดอยู่ผมกับเมษ์เลือกที่จะยังมาโรงเรียนอยู่บ้าง เพราะอยากใช้เวลาช่วงสุดท้ายของมัธยมปลายด้วยกันบางวันเรามาแต่เช้าตอนที่ยังไม่มีใครแอบเข้าไปในห้องวิทยาศาสตร์ที่ลับตาที่สุดแล้วจูบกันเงียบ ๆ
ผมทำอยู่นานจู่ ๆ วีก็กดหัวผมลงไปข้างล่างเบา ๆ แล้วค่อยแรงขึ้น แรงขึ้นจนศีรษะของผมเลื่อนไปตามทิศทางที่เธอต้องการปากผมลูบไล้ไปตามผิวขาวเนียนสวย ลมหายใจอุ่น ๆ รดไปตามผิวสัมผัสของเธอผ่านหน้าท้องขาว ๆ ที่กำลังบีบแกร็งจนเห็นเป็นร่องกล้ามเนื้อกลิ่นหอมอ่อน ๆ เหมือนดอกไม้หวาน ๆ คลุ้งทั่วโพรงจมูกของผมริมฝีปากของผมผ่านท้องน้อยจนมาหยุดตรงเนินระหว่างขาที่วีกำลังแหกกว้างอยู่ผมเห็นร่องกึ่งกลางระหว่างขาของวีอย่างชัดเจนแม้ยังมีกางเกงขาสั้นบังอยู่ความรู้สึกมันแตกต่างจากที่ผมเห็นตอนเธอหลังลิบลับ...เสียงหัวใจผมของผมเต้นแรงไม่แพ้เธอเลยวีกดหัวลงไปอีก จนใบหน้าผมแนบชิดไปกับเนินเนื้อนุ่ม ๆจมูกของผมจมลงไปที่ร่องกึ่งกลางของเธอที่มีผ้าบาง ๆ กันอยู่ วีครางออกมาทันที“อ๊ะ~ เอาอีก…”เธอกดศีรษะผมแรงขึ้นพร้อม ๆ กับโยกเอวเป็นวงกลม เธอหายใจหอบถี่ผมค่อย ๆ อ้าปากงับเบา ๆ บนเนินและร่องกึ่งกลางขณะที่เธอโยกเอวไปมา&
หลังจากที่ผมรับรู้ว่าวีชอบผู้หญิง ผมก็ตกใจเล็กน้อยจริง ๆ แล้วสำหรับผม ผมไม่ได้รังเกียจหรือรู้สึกว่าเธอเปลี่ยนไปเลย เพียงแต่มันกะทันหัน เลยประหลาดใจและยังไม่รู้ว่าจะรับมือกับเหตุการณ์นี้ยังไงแต่ในสายตาผม วีก็ยังเป็นวีคนเดิมที่โตมาด้วยกัน ผมรู้จักเธอและเธอก็รู้จักผมมาทั้งชีวิต...เธอสวมเสื้อยืดตัวใหญ่กับกางเกงขาสั้น ใบหน้ามีคราบน้ำตา ดวงตาแดงก่ำ ผมที่มัดไว้หลวม ๆ ร่วงหล่นปกหน้าวีกอดผมอยู่สักพักใหญ่ ใบหน้าเธอซุกอยู่ที่อกผมจนหายสะอื้นและเริ่มสงบลงผมค่อย ๆ พาเธอมานั่งที่ขอบเตียงวีเงยหน้าขึ้น แต่สายตายังจ้องลงพื้นเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ผมของเธอหลุดร่วงติดแก้มไปกับคราบน้ำตาผมเอามือไปปัดผมที่บังหน้าเธอออกช้า ๆ แล้วพักไว้ที่ข้างหูของเธอสายตาของวียังมองพื้น แต่เมื่อเธอเงยขึ้นมามองสบกับผมริมฝีปากสั่นแล้วร้องไห้ออกมาอีกครั้ง...เธอโน้มตัวมากอดผมแน่นอีกรอบแม้ว่าเธอจะร้องไห้อีกกี่รอบ ผมก็กอดและปลอบเธอไว้เสมอ...เมื่อเริ่มสงบลงอีกครั้ง...
หลังจากคืนที่ผมกับเมษ์ผ่านประสบการณ์ครั้งแรกด้วยกันมา มันเป็นความทรงจำที่แสนล้ำค่าของผมที่จะจำไปตลอดชีวิตวันรุ่งขึ้น คือวันงานกีฬาสีนาฬิกาปลุกดังตั้งแต่ท้องฟ้ายังเป็นสีหมึกวีเดินเข้ามาในห้องผมโดยไม่เคาะประตู“ลุกเร็ว ไปโรงเรียนกัน”ผมเอาหมอนอีกใบมากอดทับหัวตัวเอง ก่อนจะพูดผ่านหมอน“ทำไมเราต้องไปเวลาด้วยล่ะ? ”วีเดินมาลากแขนผมบนเตียง“เร็ว ๆ เมษ์รออยู่”พอได้ยินชื่อเมษ์ ผมรีบลุกขึ้นทันที แล้วรีบอาบน้ำแต่งตัววีแค่ต้องการคนช่วยถือของเท่านั้น จึงลากผมไปด้วยตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างผมช่วยทั้งสองคนถือกระเป๋าของใช้ส่วนตัว ออกจากบ้านไปโรงเรียนในความมืดก่อนฟ้าสางที่โรงเรียนก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ท้องฟ้ายังคงเป็นสีน้ำเงินเข้ม บรรยากาศคึกคักผิดปกตินักเรียนเต็มโถงทางเดินและห้องเรียนที่เปิดไฟสว่างจ้ากลุ่มนักเรียนที่เดินพาเหรดแต่งหน้าทำผมกันวุ่นวายเชียร์ลีดเดอร์ซ้อมท่าและทับทวนกันเป็นกลุ่ม ๆ เสียงไดร์เป่าผม เสียงหัวเ





