LOGINลูกชายของฉันตายแล้ว ถูกคนทุบหัวตายอยู่ในห้องน้ำที่แสนคับแคบ สามีที่เป็นครูใหญ่เร่งรีบมาถึงที่เกิดเหตุ แต่กลับอุ้มผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นลูกชายของคนที่เขารักขึ้นรถโรงพยาบาล แล้วรีบร้อนจากไป ก่อนตาย ลูกชายปลอบใจฉันว่า “แม่ครับ อย่าร้องไห้เลย พ่อไม่เชื่อผม ผมไม่เสียใจเลยสักนิด” “ขอแค่แม่เชื่อผมก็พอแล้ว...” ในงานศพของลูกชาย ฉันโทรหากู้ถิงอวี้ เขากลับตะคอกใส่ฉันด้วยความโมโห “เสี่ยวซินต้องเย็บที่แขนสองเข็ม ก็เพราะถูกลูกชายของคุณข่วนจนเป็นแผล! ถ้าคุณยังไม่เลิกตอแยผมอีก ผมกลับไปเมื่อไหร่จะตบเขาให้ตาย!” ลูกชายของคุณ? ฉันมองรูแผลที่มีขนาดเท่าชามบนหน้าผากที่ไม่มีเลือดไหลออกมาแล้วของลูกชาย ก่อนจะหลับตาลง ใช่ เขาคือลูกชายของฉัน... เพราะฉะนั้น กู้ถิงอวี้ ลูกชายของฉันตายแล้ว ฉันกับคุณก็ไม่มีอะไรผูกมัดกันอีกแล้ว ……
View More【プロローグ】
「待って、樹(いつき)! そんなに走ると危ないわよ!」
柔らかな朝の光が降り注ぐ、地方都市の穏やかな並木道。小さな恐竜のアップリケがついたリュックを揺らし、4歳の息子がきゃっきゃと笑いながら駆けていく。その後ろ姿を、早乙女結菜(さおとめ・ゆな)は少し息を切らしながら追いかけた。
保育園の門の前でようやく追いつくと、くるりと振り返った息子は、満面の笑みを浮かべていた。額には、うっすらと汗がにじんでいる。
「ママ、はやく!」
「もう、元気すぎなんだから」
結菜はしゃがみ込み、息子の小さな手を握る。自分とよく似た柔らかな髪の下で、あの人から受け継いだ銀灰色の瞳が、期待に満ちてきらきらと輝いていた。
「だって、きょうは先生に、きょうりゅうの絵本を読んでもらうんだもん!」
無邪気な笑顔に、結菜の胸がきゅっと愛しさで満たされる。彼女は樹を優しく抱きしめた。小さな子供特有の甘い匂いが、結菜の心を安らぎで包む。
「ママ、お仕事に行ってくるからね。先生の言うことをちゃんときいて、いい子で待ってるのよ」
「うん!」
元気な返事と共に腕の中から抜け出して、樹は友達の元へと駆けて行った。その小さな背中が見えなくなるまで見送ると、結菜はふっと表情を和らげ、自分の職場である市立図書館へと歩き出す。
(この温かい宝物が、私のすべて)
今の穏やかな暮らしは、彼女が胸の奥にしまい込んだある一夜の美しい思い出と、引き裂かれるような痛みの上に成り立っていた。
その始まりは、5年前。大学を卒業して間もない頃。就職に失敗し、派遣社員として働いていた秋のことだった――。 ◇【5年前】
オフィスライトの白い光が、規則正しく並んだデスクを無機質に照らし出す。 結菜は、モニターに映し出される数字の羅列を目で追っていた。聞こえるのは、カタカタ、と響く自分のキーボードの音と、周囲の社員たちの当たり障りのない会話だけ。その声も、自分とは無関係などこか遠いもののように感じる。(今日も、同じ一日が終わる)
定時のチャイムが鳴った。結菜は誰にともなく小さく会釈をして、席を立った。
派遣社員である彼女のデスクには、私物と呼べるものはほとんどない。契約はいつ切られるか分からず、そのために周囲の社員と打ち解けることもない。空っぽの引き出しを閉めるたび、自分の居場所がここにはないのだと、改めて突きつけられる気がした。もう秋だというのに、東京の気温は高いままだ。
帰りの電車は、一日の熱気を吸い込んだまま、けだるそうに線路を滑っていく。窓に映る自分の顔は、ひどく色褪せて見えた。柔らかな茶色の髪も、自分では穏やかだと思っている瞳も、この灰色の都会では何の個性も放たない。(このままで、いいのかな……)
街角で楽しそうに笑い合う家族連れが、ふと目に入る。
既に両親を亡くした結菜にとって、眩しすぎる光景だった。胸の奥が、きゅう、と小さく痛む。天涯孤独という言葉が、冷たい風のように心を吹き抜けていった。感傷を振り払うように、結菜はいつも同じ路地へと足を向けた。
都会の喧騒が嘘のように静まり返る、入り組んだ裏通り。その先に彼女の聖域はあった。蔦の絡まるレンガ造りのレトロな建物が、裏路地の片隅に佇んでいる。アンティークな木製のドアに手をかけると、カラン、と澄んだベルの音が鳴った。
『書斎喫茶 月読(ツクヨミ)』
一歩足を踏み入れると、古書のインクと深く焙煎されたコーヒーの香りが、結菜の心を優しく包み込む。壁という壁を埋め尽くす本棚と、静かに流れるクラシック音楽。
カウンターの奥で、無口なマスターが黙って頷いた。結菜を迎える。กู้ถิงอวี้มองฉันอย่างตะลึง “เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับเสิ่นโหรว?”“เพราะเสิ่นโหรวไปแล้ว ไม่มีใครดูแลคุณ ดังนั้นคุณเลยนึกถึงฉันขึ้นมา แต่ถ้าเธอกลับมา คุณก็จะเป็นเหมือนเมื่อก่อน ในหัวใจและในสายตาของคุณก็จะมีแต่แม่ลูกคู่นั้นใช่ไหม?”กู้ถิงอวี้ขมวดคิ้วด้วยความจนใจ “ผมบอกไปตั้งนานแล้ว ผมกับเสิ่นโหรวบริสุทธิ์ใจต่อกัน ทำไมคุณยังไม่เชื่อ?”ฉันนึกไม่ถึงเลยว่าผู้ชายคนนี้จะดื้อรั้นขนาดนี้ ฉันเลยเปิดเผยการเสแสร้งที่หลอกตัวเองของเขา“ความสัมพันธ์ที่บริสุทธิ์ใจต่อกัน ดึกๆ ดื่นๆ เธอโทรหาคุณ บอกว่าเน็ตที่บ้านเสีย ให้คุณไปซ่อมให้น่ะเหรอ?”“ความสัมพันธ์ที่บริสุทธิ์ใจต่อกัน เธอสวมชุดนอนสายเดี่ยว ถ่ายรูปใกล้ชิดกับคุณแล้วโพสต์ลงโมเมนต์ในไลน์น่ะเหรอ?”“ความสัมพันธ์ที่บริสุทธิ์ใจต่อกัน คุณดูแลเธอเป็นพิเศษ ให้ความสำคัญกับเธอก่อน แล้วเอาเงินส่วนกลางพาเธอไปเที่ยวน่ะเหรอ?”“ความสัมพันธ์ที่บริสุทธิ์ใจต่อกัน คุณไม่สนใจคำอธิบายของลูกชายตัวเอง แต่ไปเชื่อคำโกหกของสองแม่ลูก สุดท้ายก็ปล่อยให้ลูกชายแท้ๆ ถูกพวกเขาทำร้ายจนตายน่ะเหรอ?”ฉันสูดหายใจเข้า ไม่อยากจะยกตัวอย่างไปมากกว่านี้แล้ว“กู้ถิงอวี้ ไม่จำเป็นต้องนอกกาย
ศาลตัดสินไม่นานหลังจากนั้นโจวรุ่ยซินและเพื่อนร่วมชั้นหลายคนที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ได้รับโทษที่พวกเขาสมควรได้รับศาลยังได้ตัดสินว่าเป็นคดีแพ่ง โจวรุ่ยซินต้องชดเชยเงินจำนวนหนึ่งให้กับฉัน เสิ่นโหรวในฐานะผู้ปกครองจะต้องเป็นผู้ชดใช้ แต่ฉันเอาไปบริจาคให้กับเขตภูเขาที่ยากจนทันทีเสิ่นโหรวลาพักร้อนเป็นเวลานาน ช่วงเวลานี้ไม่ได้มาโรงเรียนเลย ฉันได้ยินมาว่าเธอแอบย้ายบ้านไปเงียบๆ เพราะถูกเพื่อนบ้านนินทากู้ถิงอวี้ก็ถูกพักงาน เพราะเว่ยหลินเฟิงตรวจเจอหลักฐานว่าเขารับสินบนชีวิตดูเหมือนจะกลับมาเป็นปกติ แต่ในใจของฉันกลับไม่สามารถสงบลงได้ขณะที่ฉันเดินอยู่ในโรงเรียน ก็มักจะหยุดเดินบ่อยๆ เพราะตรงหน้าเหมือนมีเงาของฮ่าวฮ่าวปรากฏขึ้นที่สนามบาสเกตบอล เด็กชายรูปร่างผอมเหงื่อโชกไปทั้งตัว การโยนลูกบาสก็ไม่ด้อยไปกว่านักบาสเหล่านั้นบนสนามกีฬาลู่วิ่ง ทุกเช้าเด็กชายจะวิ่งอย่างอดทน มีระเบียบวินัยในตัวเอง จนแม้แต่ฉันที่เป็นแม่ที่เอาแต่พูดถึงเรื่องควบคุมน้ำหนักแต่กลับห้ามปากไม่ได้ยังรู้สึกละอายใจในห้องเรียน เด็กชายที่ตั้งใจอ่านหนังสือ ตั้งใจเรียน แม้ว่าใบหน้าจะดูโตเป็นผู้ใหญ่บ้างแล้ว แต่เวลาที่เขาเห็นฉัน
เมื่อเสิ่นโหรวมาที่บ้านของฉัน กู้ถิงอวี้ก็กำลังโทรขอความช่วยเหลืออย่างร้อนรน“ผู้อำนวยการจาง ใช่แล้วครับๆ ผมกู้ถิงอวี้ มีเรื่องจะรบกวนท่าน…”ฉันเปิดประตูออกมาด้วยสีหน้าไม่แยแส แววตาแดงก่ำของเสิ่นโหรวก็มองมาที่ฉันอย่างเย็นชา“อาอวี้ล่ะ?”เมื่อเห็นว่าฉันไม่พูดอะไร เธอก็พยายามจะบุกเข้ามา แต่ฉันเตะไปที่หน้าท้องของเธอจนล้มลงไป“อู๋ลี่! เธอบ้าไปแล้วเหรอ?!”“ใช่ ฉันมันบ้า ตอนที่ลูกชายของเธอทุบลูกฉันจนตาย ฉันก็บ้าแล้ว!”ดวงตาของเสิ่นโหรวหลบทันที แล้วบ่นด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ“เสี่ยวซินไม่ได้ตีลูกชายของเธอเลยนะ แต่ลูกชายของเธอกลับข่วนแขนของเสี่ยวซิน! หนี้ก้อนนี้ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีกับเธอเลย!”ในชีวิตนี้ฉันไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนหน้าไม่อายขนาดนี้มาก่อน!“อยากคิดบัญชี งั้นเธอก็ไปแจ้งตำรวจสิ! คุยกับตำรวจเรื่องบุกรุกเข้าบ้านคนอื่นโดยพลการของเธอด้วย” ฉันพูดด้วยยิ้มเย็นชา“ลูกชายของเธอกำลังขาดเพื่อนเข้าคุกด้วยพอดี เธอก็ไปอยู่เป็นเพื่อนเขาสิ”ในที่สุดสีหน้าของเสิ่นโหรวก็อ่อนลง เธอทรุดตัวลงกับพื้นด้วยท่าทีน่าสงสาร น้ำตาไหลพรากราวกับสายฝนครู่ต่อมา จู่ๆ ก็มีร่างหนึ่งวิ่งออกมาจากด้านหลังฉัน
เมื่อฉันกลับถึงบ้านก็ดึกมากแล้วไฟในห้องนั่งเล่นยังเปิดอยู่ ฉันตรงเข้าห้องนอนโดยไม่แม้แต่จะมองร่างที่ยืนอยู่หน้ารูปของฮ่าวฮ่าว“ที่รัก...”ฝีเท้าของฉันชะงักทันที รู้สึกประหลาดใจและโศกเศร้ากู้ถิงอวี้ไม่ได้เรียกชื่อนี้กับฉันมาหลายปีแล้วนับตั้งแต่เสิ่นโหรวและลูกชายของเธอโผล่หน้ามา เขาจะเรียกฉันว่า ‘ครูอู๋’ หรือไม่ก็ ‘นี่’คำแรกเป็นการเรียกแบบให้เกียรติเวลาทำงาน ส่วนคำหลังเป็นการดูถูกเวลาอยู่บ้านฉันไม่สนใจเขา ผลักประตูห้องนอนและกำลังจะเดินเข้าไปแต่เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้น กู้ถิงอวี้คว้าแขนของฉันเอาไว้ฉันหันหน้าไปด้วยความโกรธ ตอนที่เห็นสภาพของเขา ฉันก็ตะลึงทันทีไม่ได้เจอกันแค่ไม่กี่ชั่วโมง แววตาของเขากลับดูเหนื่อยล้า ที่คางมีตอหนวด และรอยฝ่ามือที่ฉันตบเขาไปก่อนหน้านั้นเขาดูโทรมมาก ทว่าฉันเห็นแล้วกลับรู้สึกว่ามันน่าขำ“ที่รัก ผม...ผมไม่รู้ว่าเกิดเรื่องกับฮ่าวฮ่าว ผมผิดไปแล้ว ยกโทษให้ผมได้ไหม?”“ยกโทษเหรอ?” ฉันหัวเราะเย็นชา ชี้ไปที่ภาพของฮ่าวฮ่าวแล้วถาม“คุณทำให้ลูกชายของฉันฟื้นขึ้นมาได้ไหมล่ะ? คุณทำให้เหมือนว่าเรื่องทั้งหมดนี้ไม่เคยเกิดขึ้นได้ไหม? ถ้าคุณทำได้ ฉันจะยกโ
“คุณพูดบ้าอะไร! เสี่ยวซินเป็นเด็กดีขนาดนั้น เขาจะรังแกลูกชายของผมได้ยังไง?”กู้ถิงอวี้โต้แย้งออกไปทันทีความสนใจของเขายังคงให้ความสำคัญกับลูกชายของคนรัก เขาไม่อาจยอมรับได้ว่า ‘ลูกชายที่แสนดี’ ตั้งแต่เล็กจนโตจะกลั่นแกล้งคนอื่นกู้ถิงอวี้มองมาที่ฉันด้วยสายตาไม่เป็นมิตร“คุณเป็นคนบอกเขาเหรอ? คุณใส่
ฉันมาที่สำนักงานกฎหมายชื่อดังแห่งหนึ่ง เพื่อปรึกษาทนายเรื่องการกลั่นแกล้งในโรงเรียนฮ่าวฮ่าวจะตายไปโดยเปล่าประโยชน์ไม่ได้ เศษเดนพวกนั้นจะให้ลอยนวลอยู่ข้างนอก แล้วไปทำร้ายเด็กคนอื่นอีกไม่ได้ก่อนฉันจะไป จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงคนเรียกชื่อฉัน“อู๋ลี่?”สีหน้าของเว่ยหลินเฟิงเต็มไปด้วยรอยยิ้มมีความสุขเข
เมื่อจัดการงานศพของฮ่าวฮ่าวเสร็จแล้ว ฉันก็ตรงไปโรงพยาบาลในห้องพักผู้ป่วยพิเศษ ลูกชายของเสิ่นโหรวมีผ้าพันแผลรอบแขน กำลังกระโดดโลดเต้นพูดบางอย่างกับพวกเขาเมื่อเห็นฉันโผล่มา สีหน้าของกู้ถิงอวี้ก็เปลี่ยนไปทันที แล้วรีบเดินออกมา“ใครให้คุณมาที่โรงพยาบาล? อาการของเสี่ยวซินเพิ่งจะทรงตัว คุณอย่ามาเพิ่ม
“ฮ่าวฮ่าวไม่ต้องกลัวนะ แม่เรียกรถพยาบาลแล้ว เดี๋ยวก็จะมีคนมาช่วยลูกแล้ว อดทนอีกหน่อยนะลูก!”รอยเลือดลากเป็นทางยาวคดเคี้ยวอยู่บนพื้น ยาวไปจนถึงห้องน้ำ ย้อมดวงตาของฉันเป็นสีแดงนั่นเป็นเลือดของฮ่าวฮ่าวที่หนีเข้ามาในห้องน้ำในเวลานั้นเขาคงหวาดกลัวและเจ็บปวดมาก...ฉันปิดแผลบนหน้าผากของเขาด้วยมือที่ส





