Masuk"ทำไมอยู่ๆ พี่เขาถึงกลับมาอีกล่ะ ไม่ใช่ว่าจะไม่มาให้แกเห็นหน้าอีกหรือไง"
มะนาวเอ่ยถามขึ้นในตอนที่สองคนกำลังเดินออกจากห้องเรียนหลังจากจบคลาสแล้ว คำถามค้างคาในใจเธอเพิ่งถูกระบายออกมาหลังจากติดอยู่ในหัวมาเกือบสองชั่วโมงได้
เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นกระเบื้องเสียงดังตึกตึกสลับกับเสียงเดินลากเท้าของนักศึกษาคนอื่นก่อนอลิซจะได้ตอบกลับเพื่อน
"ไม่รู้สิ สงสัยคงคิดถึงฉันมั้ง"
"คิดถึงเหรอ? ดูไม่ค่อยเหมือนเลยนะ"
"หึหึ"
ริมฝีปากอวบอิ่มรูปกระจับคลี่ยิ้มเล็กน้อยด้วยความขบขันกับคำพูดเพื่อน เธอเป็นเด็กมีปัญหาในสายตาเขามาแต่ไหนแต่ไรคงไม่มีคำนั้นอยู่ในหัวสมองเขาหรอก เพียงแต่แค่เธอเองก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรที่เป็นเหตุให้เขากลับมาอีกครั้ง
หากนับจากอายุแล้วปีนี้เขาก็อายุเข้าสามสิบห้าได้แล้ว เธอควรจะเรียกเขาว่าอาด้วยซ้ำเพราะพี่ชายเขาเป็นเพื่อนสนิทพ่อเธอแต่เธอไม่อยากเรียกแบบนั้น อามันดูไม่เข้ากับฐานะเขาในใจเธอสักเท่าไหร่เรียกพี่ยังดูเข้ากว่าเยอะเลย
ส่วนที่มะนาวมันเรียกเขาว่าพี่แทนที่จะเรียกอา น้าหรือลุง เป็นเพราะเรียกตามเธอนั่นแหละ เรียกนานไปก็เลยชินติดปากไปแล้ว
"ว่าแต่คืนนี้ไปดื่มกันป่ะ ฉันได้ยินมาว่ามีคลับเปิดใหม่กำลังเป็นที่ฮิตของวัยรุ่นเลย ไปไหมเดี๋ยวชวนพวกออสตินกับคูเปอร์ไปด้วย"
"ก็ไปสิ วันนี้ใช้พลังงานไปเยอะอยากหาอะไรมาปลอบตัวเองหน่อย"
"จัดไป แล้วนี่แกจะกลับเลยไหมหรือจะไปไหนต่อ"
"กลับ เดี๋ยวเจอกันสองทุ่ม"
"โอเค แล้วเจอกัน"
หลังจากนัดแนะเวลาเจอกันเสร็จสรรพสองคนก็แยกย้ายกันกลับ อลิซเดินมายังรถเฟอร์รารี่สีแดงสดคันเก่งของตัวเอง สอดมือหากุญแจในกระเป๋าผ้าก่อนจะปลดล็อกรถด้วยกุญแจในมือที่เพิ่งคว้าออกมา ยืนนิ่งข้างรถคันสวยครู่หนึ่ง กวาดสายตามองรอบบริเวณเผื่อเจอกับคนที่เพิ่งเจอเมื่อเช้าแต่ก็ยังไร้วี่แววของเขา
หญิงสาวตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถ จัดการวางกระเป๋าบนเบาะข้างดึงสายตากลับมายังเบื้องหน้าแล้วสตาร์ทรถถอยออกจากจุดที่จอด เหลือบสายตาขึ้นมองยังกระจกมองหลังที่เห็นความเคลื่อนไหวของรถคันสวยที่จอดอยู่ในมุมสุด มุมปากสวยยกยิ้มน้อยๆ แล้วเคลื่อนขับออกจากคณะออกมาโดยมีรถอีกคันขับตามอยู่ห่างๆ ตลอด
.
.
เวลาสองทุ่มครึ่ง...
ณ ผับเปิดใหม่ที่กำลังเป็นที่ฮิตของเหล่าวัยรุ่นนักท่องราตรี เฟอร์รารี่คันสวยวิ่งเข้ามาจอดยังจุดจอดในลานจอดข้างผับใหญ่ที่กินเนื้อที่ไปกว่าเจ็ดพันห้าร้อยตารางเมตรด้วยกัน
บานประตูรถสปอร์ตคันหรูถูกเจ้าของเปิดออกก่อนเท้าเรียวสวยบนรองเท้าส้นเข็มสีแดงสดจะก้าวลงจากรถ ทันทีที่ร่างบางหุ่นสวยหยัดกายขึ้นเต็มความสูงก็สามารถดึงสายตาของผู้คนที่กำลังจับจองที่จอดรถกันอยู่ให้หันความสนใจมองมายังเธอ อลิซหมุนตัวปิดประตูรถพร้อมกับกดล็อกไว้กวาดสายตามองรอบบริเวณแล้วกดยิ้มมุมปากเล็กน้อย
ใบหน้าสวยถูกแต่งเติมด้วยเครื่องสำอางราคาแพงในโทนสีแดงอมชมพู เรือนร่างสวยมีชุดเดรสสั้นสายเดี่ยวสีแดงเพลิงประดับอยู่ ผมสวยสีน้ำตาลช็อกโกแลตถูกเจ้าตัวดัดม้วนลอนใหญ่ ควบด้วยกระเป๋าแบรนด์ดังสายคล้องโซ่สีแดงบนไหล่บาง เธอไม่เห็นว่าจะมีคนตามเธอออกมาจากคอนโดเลย เช่นเดียวกับไม่เห็นว่ารถที่ขับตามเธอออกจากมหาลัยจะตามเข้าไปในเขตคอนโดด้วยเช่นกัน
ไม่รู้ว่าตัวเองคิดไปเองตามสัญชาตญาณหรือเพราะว่าคนที่เจอกันเมื่อเช้าที่จงใจขับรถตามเธอกันแน่ แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เห็นอะไรเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเขาอีกเลย
ครืน~ครืน
เสียงสั่นในกระเป๋าแบรนด์เนมด์ดึงความสนใจของอลิซให้ละสายตาออกจากรอบบริเวณให้หลุบลงยังกระเป๋าที่อยู่ในมือ เธอสอดมือเข้าไปคว้ามือถือเจ้าของเสียงขึ้นมองรายชื่อของคนที่โทรเข้ามาก่อนจะกดรับเมื่อเห็นว่าเป็นสายของมะนาว พร้อมกับหมุนตัวเดินเข้าไปยังหน้าผับด้วย
หลังจากนัดแนะกับเพื่อนเสร็จร่างบางหุ่นสวยของอลิซก็เดินเข้ามาในผับซึ่งก็ผ่านการตรวจด้านหน้าจากการ์ดของผับตามระเบียบปกติ เท้าเล็กเดินขึ้นมายังโซนวีไอพีชั้นสองสอดส่องสายตามองหากลุ่มเพื่อนที่มาถึงก่อนหน้าแล้วเดินกรีดกรายเข้าไปหาท่ามกลางสายตาให้ความสนใจของผู้คนในโซนนี้
"ทำไมไม่นั่งข้างล่าง" ยอมรับว่าคลับนี้คนเยอะมากเลยทีเดียวแต่เธอชอบนั่งชั้นล่างมากกว่าเพราะจะได้สัมผัสถึงคลับจริงๆ ไปด้วย ส่วนโซนวีไอพีถึงจะได้ยินเสียงเพลงดังชัดเจนแต่ก็ไม่รู้สึกถึงความครึกครื้นเหมือนโซนธรรมดาชั้นล่าง
"พวกมันไม่ชอบเบียดกับคนอื่นแกก็รู้"
ก็นั่นแหละ พวกมันชอบเบียดกับคนอื่นซะที่ไหนกันล่ะ
อลิซถอนหายใจเบาๆ รับแก้วเหล้าในมือเพื่อนมายกขึ้นดื่ม เบือนสายตาออกไปยังบริเวณรอบข้างแล้วก็ต้องสะดุดกับการ์ดร่างใหญ่ที่ยืนอยู่หน้าบันไดทางขึ้นไปยังชั้นสาม
ที่เธอสะดุดตาไม่ใช่แค่เพราะการ์ดหรอกนะ เธอรู้ว่าสถานที่แบบนี้ก็ต้องมีการ์ดคอยดูแลความปลอดภัยอยู่เป็นปกติแต่ที่สะดุดตาคือการ์ดที่ว่าเป็นคนของคนที่เธอกำลังหาอยู่นี่สิ ที่รู้เพราะว่าเป็นลูกน้องคนสนิทของเขาที่เพิ่งเดินขึ้นไปและยังเหมือนสั่งงานอะไรบางอย่างกับการ์ดที่ยืนอยู่หน้าทางขึ้นอีกด้วย
"วันนี้ไม่พาลูกน้องมาด้วยหรือไง"
เสียงหวานดึงความสนใจหันมาถามเพื่อนสองคนที่นั่งทำหน้านิ่งอยู่บนโซฟาตรงข้าม โดยเฉพาะคูเปอร์ที่ปรายตามองเธอเพียงนิดแล้วดึงสายตากลับราวกับไม่ได้สนใจในสิ่งที่เธอถามเลยสักนิด
"อย่าหาถามว่าไม่พาลูกน้องมาด้วยหรือไงเลย แค่ขยับตัวก็วิ่งกรูกันเข้ามาแล้วมั้ง"
มะนาวแค่นหัวเราะเบาๆ พเยิดหน้าไปด้านหลังที่มีลูกน้องคนสนิทของสองคนกำลังนั่งจ้องมองมานิ่งๆ วันนี้พวกมันพกมาแค่คนสนิทเท่านั้นต่างจากทุกวันที่ยกโขยงมา คงเพราะผับนี้อยู่เขตในพื้นที่ความดูแลล่ะมั้ง
อลิซพยักหน้าเบาๆ หลุบตาลงยังแก้วเหล้าในมือตัวเองก่อนจะยกขึ้นดื่มอีกครั้ง เบนสายตามองรอบผับเป็นบางเวลาและหันมองหน้าทางขึ้นไปยังชั้นสามของผับเป็นครั้งคราวไปด้วย
.
.
"ผมสั่งให้คนจับตาดูคุณอลิซแล้วครับ"
"..."
นักรบใช้ความเงียบแทนการตอบลูกน้องคนสนิท แกว่งแก้วเหล้าสีอำพันในมือวนเป็นวงกลมเบาๆ โดยที่สายตายังคงจับจ้องมองไปยังเบื้องล่างอยู่
เขานั่งอยู่บนชั้นลอยชั้นส่วนตัวซึ่งรอบด้านจะเป็นกระจกดำมืดที่ไม่สามารถมองเข้ามาจากด้านนอกได้ แต่คนด้านในกลับมองออกไปยังด้านนอกได้ และยังมองเห็นรอบผับได้อย่างชัดเจนทั้งหนึ่งร้อยแปดสิบองศาด้วย
มือหนายกกระดกเหล้าราคาแพงในมือลงคออย่างไม่สะท้านต่อรสขมบาดคอของมันเลยสักนิด หลังจากตามอลิซไปถึงหน้าคอนโดเธอเขาก็ให้คนด้านในรับหน้าที่ต่อซึ่งก็คือลูกน้องของพ่อเธอ ส่วนตัวเขาเองก็ตรงมายังคลับอีกสาขาที่เพิ่งเปิดใหม่แยกตัวจากเพื่อนได้ไม่นานของตัวเอง
ไม่คิดว่าอยู่ๆ เธอก็มาปรากฏตัวที่นี่ได้ และที่น่าหงุดหงิดมากกว่านั้นคือลูกน้องของพ่อเธอไม่ได้รายงานเขามาด้วยนี่สิ มันช่างน่าหงุดหงิดจริงๆ ไม่ใช่เพราะอะไรที่ทำให้เขาต้องหงุดหงิดที่ลูกน้องพ่อเธอไม่รายงาน แต่เพราะคำว่าหน้าที่มันทำให้เขาไม่อยากพลาดกับมันเพียงแค่เรื่องเล็กๆ แค่นี้ต่างหาก
ดวงตาคมหันมองยังตำแหน่งโซนวีไอพีที่ซึ่งมีร่างบางของคนที่ทำให้ไม่สบอารมณ์กำลังนั่งดื่มกับเพื่อนเธอด้วยแววตาเย็นชา ท่ามกลางห้องเงียบงันอากาศเย็นสบายแต่อิริยาบถของกายแกร่งบนโซฟาตัวยาวสีดำหม่นกลับแผ่รังสีเย็นยะเยือกมากกว่าเสียอีก นักรบละสายตาออกจากร่างของอลิซมายังเบื้องหน้าตัวเองอีกครั้งก่อนจะยกแก้วเหล้าในมือขึ้นดื่มดับหงุดหงิดในใจ
"อึก! แหวะ!"เสียงโก่งคออาเจียนแต่เช้าของอลิซปลุกนักรบให้ตื่นขึ้นมารับวันใหม่ด้วยความตื่นตระหนกตกใจ ร่างแกร่งแทบลุกจากเตียงทันทีที่ได้ยินเสียงเท้าเล็กวิ่งเข้าไปในห้องน้ำแต่ก็ไม่ทันคนตัวเล็กที่ปิดประตูใส่หน้าไปเสียก่อนเธอมีอาการแบบนี้มาได้เกือบสองเดือนแล้วแต่จะเป็นหนักเอาช่วงหลังๆ มานี้เอง ตื่นเช้ามาอาเจียนตลอดแต่ยังคงทานอาหารได้ปกติตอนแรกก็คิดว่าเป็นอาการของคนท้องแต่พอตรวจก็ยังไม่เจอหญิงสาวจึงคิดว่าน่าจะเป็นเพราะพักผ่อนน้อยเพราะหลังจากลับจากมัลดีฟส์เธอก็โหมเรียนหนักมาตลอดเพราะใกล้ช่วงสอบปลายภาคด้วยซึ่งตัวเขาเองก็คิดว่าเหตุผลนั้นอาจจะเป็นไปได้"อลิซเป็นยังไงบ้างเปิดประตูให้พี่หน่อย""..." ภายในห้องน้ำยังคงเงียบจนน่าใจหาย มันเงียบแบบนี้มาสักพักแล้วไม่มีเสียงโอกอากของหญิงสาวแถมยังไม่มีเสียงตอบรับกลับมาอีกด้วย"อลิซได้ยินพี่ไหม เป็นอะไรหรือเปล่าเปิดประตูให้พี่หน่อย""..."ยิ่งมีเพียงความเงียบที่ตอบกลับมาความกระวนกระวายใจก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น นักรบหมุนเท้าเดินกลับมายังตู้วางของข้างหัวเตียงเปิดลิ้นชักหากุญแจสำรองสำหรับทุกห้องภายในเพนท์เฮ้าส์ด
เสียงสายลมพัดเข้าหาฝั่งนำพาเกลียวคลื่นน้ำซัดเข้ากับโขดหินดังเป็นระยะปลุกอลิซที่กำลังนอนอยู่ภายในอ้อมแขนอบอุ่นของคนรักให้ตื่นขึ้นมารับเช้าวันใหม่ แสงสีส้มแดงของดวงตะวันที่กำลังขึ้นเหนือน่านน้ำมหาสมุทรส่องกระทบเปลือกตาสวยทำนัยน์ตากลมต้องกลอกกลิ้งไปมาเบาๆ ก่อนจะเปิดตาขึ้นมาสัมผัสกับไออุ่นบางเบาของมัน"อือ~"เพราะห้องที่พักจะเป็นแบบให้สามารถเปิดรับลมทะเลได้ กระแสลมทะเลที่พัดเข้าหาฝั่งจึงพัดพาม่านผืนบางให้ปลิวไหวตาม ร่างกายสามารถรับสัมผัสไออุ่นจากดวงตะวันที่กำลังขึ้นอย่างเต็มที่ได้อลิซขยับหันกลับมายังคนตัวโตด้านหลังที่ยังคงหลับตาพริ้ม จุดยิ้มบนใบหน้าเล็กน้อยยื่นหน้าเข้าไปจูบปลายจมูกโด่งเบาๆ แสงสีส้มแดงที่ส่องกระทบลงมาบนใบหน้าหล่อเหลามันยิ่งทำให้นักรบดูน่ามองน่าหลงใหลมากกว่าที่เป็น"ตื่นเช้าจัง""หึหึ"ต่อให้เธอจะเพียงแค่ดิ้นเล็กน้อยก็สามารถปลุกคนตัวโตให้ตื่นได้แล้ว สงสัยคงจะเข็ดจากครั้งนั้นที่เขาตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอเธอหลังจากวันนั้นมาเหมือนไม่ว่าเธอจะขยับเพียงเล็กน้อยดิ้นนิดเดียวก็ปลุกเขาให้ตื่นได้แล้วนักรบกระชับท่อนแขนที่กำล
จุ๊บ~"อือ~"อลิซเบี่ยงหน้าหลบสิ่งรบกวนเวลาพักผ่อนย่นจมูกหงุดหงิดซุกตัวเข้าหาความอบอุ่นจากผ้าห่มที่คลุมกายอยู่ ถึงจะใช้เวลาเดินทางมายังมัลดีฟส์เพียงห้าชั่วโมงแต่เพราะช่วงเวลาที่เดินทางมาเป็นช่วงเวลาเย็นจึงทำให้ร่างกายเกิดการง่วงซึมต้องการการพักผ่อนอย่างอัตโนมัติ อีกข้อคือกิจกรรมสูบพลังที่ทำก่อนจะเดินทางมาต่างหากที่ทำเอาร่างกายอ่อนเพลียแบบนี้"หิวหรือเปล่า"เสียงทุ้มกระซิบชิดริมกกหูเล็กลมหายใจอุ่นร้อนพ่นกระทบซีกแก้มนวลเบาๆ ในขณะที่มือแกร่งเลื้อยลงมาบีบเคล้นหน้าอกใหญ่ปลุกคนขี้เซา นักรบหลุบมองปลายจมูกโด่งเชิดที่ขยับฟุดฟิดรำคาญแต่ก็ยอมพลิกตัวหมุนกลับมายกแขนขึ้นคล้องลำคอหนาซุกหน้าเข้าหาซอกคอแกร่งแทนงึมงำเสียงเบาอย่างน่าเอ็นดู"อยู่ไหนแล้ว~""โรงแรม ถึงสักพักแล้ว"ด้วยเพราะการเดินทางที่ใช้เป็นเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวเวลาการขึ้นลงจึงไม่มีเสียงคนนอกดังรบกวนหญิงสาวถึงได้ไม่รู้สึกตัวตอนที่ถูกอ้อมแขนแกร่งช้อนขึ้นจากที่นอนบนเครื่องบินมายังโรงแรมที่ได้จองไว้จึงไม่แปลกที่เธอจะเอ่ยถามนักรบก้มลงกดจูบบนขมับบางหนักๆ หนึ่งทีหยัดกายลุกขึ้นนั่งโดยที่
"อื้อ~ พอแล้ว"อลิซเบรกคนหื่นที่กำลังระดมจูบใส่ริมฝีปากสวยอย่างไม่รู้จักอิ่ม หอบหายใจหนักชิดปลายจมูกโด่งคมสันดันอกกว้างและไหล่หนาเอาไว้"ไหนว่าจะให้จุ๊บ""ยังไม่ได้จุ๊บหรือไง อีกอย่างอลิซบอกให้จุ๊บไม่ใช่จูบแบบดูดดื่มแบบนี้สักหน่อย พี่นี่ชักจะหื่นขึ้นทุกวันแล้วนะ""...""อลิซจะลงแล้ว"ผลักร่างหนาออกหันกลับมาจัดผมเผ้ายุ่งเหยิงให้เข้าทรง หลุบสำรวจการแต่งตัวของตัวเองแล้วก็สอดมือคว้าตลับแป้งพัฟในกระเป๋าออกมาเติมลิปสติกและแป้งหน่อยหนึ่ง ถึงจะไม่แคร์สายตาใครแต่เธอก็ไม่ได้อยากออกไปด้วยสภาพไม่สวยแบบนี้เหมือนกัน"จะเติมอะไรนักหนาจะไปเรียนหรือไปทำอะไร"พอเปลี่ยนสถานะเป็นแฟนแบบออกนอกหน้านี่ก็หวงออกหน้าออกตาเลยนะ ดวงตากลมหันกลับมาจ้องคนหน้านิ่งที่กำลังส่งสายตาไม่พอใจมาให้ ยื่นหน้าเข้าไปจูบริมฝีปากหนาเบาๆ หนึ่งทีแล้วผละออก"มีแฟนแล้วค่ะไม่มองผู้ชายคนอื่นหรอก อีกอย่างอลิซรักพี่มาตั้งหลายปีขนาดนี้ยังไม่เชื่อใจอลิซอีกเหรอ""เชื่อใจแต่ไม่ชอบให้คนอื่นมอง หวง""เฮ้อ... อลิซไปนะคะเดี๋ยวตอนเย็นไปหาที่บริษัทสัญญาว่าจะเป็นเด็กดี"
"นักรบ!"ปึง!"อย่าปีนเกลียวอลิซ"อลิซอมยิ้มขำใบหน้าถมึงทึงของคนที่เปิดประตูเข้ามาตึงตังไม่พอใจกับชื่อที่เธอเอ่ยเรียกออกมาอย่างกวนๆ แต่อย่างนั้นก็ยังเดินเข้ามาอุ้มร่างเล็กบนโถชักโครกขึ้นมาแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำมาด้วยความเงียบไม่บ่นหรือพูดอะไรเหลือบมองรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของสาวเจ้าเล็กน้อยปล่อยร่างบางกลับลงบนเตียงกว้างใช้สองแขนกักขังหญิงสาวไว้ใต้อาณัติแต่มันกลับไม่ได้ทำให้คนใต้ร่างกลัวเลยสักนิด เธอยังคงอมยิ้มทำหน้าทะเล้นจ้องกลับเอียงคอเล็กน้อยราวกับลูกแมวน้อย"เหมือนมีเด็กแถวนี้จะไม่เข็ดนะ""ไหนเหรอ เด็กที่ไหนกันทำไมช่างกล้าแบบนี้""...เด็กแสบ!""อื้อ~"ไม่รอให้เด็กแสบได้กวนประสาทมากไปกว่านี้ก็จัดการโฉบลงมาปิดปากเล็กที่เอาแต่กวนประสาทบดจูบขบเม้มกลีบปากนุ่มอย่างหนักหน่วงทันที ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเธอกำลังกวนเขาอยู่ เห็นใจดีด้วยหน่อยเอาใหญ่เลยจำไม่ได้แล้วหรือไงว่าเมื่อคืนตัวเองโดนอะไรไปบ้าง สงสัยอาการเช้านี้ยังไม่พออยากจะเอาอีกสินะนักรบกดร่างบางลงบนที่นอนรวบสองมือตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือเพียงข้างเดียว เคลื่อนมืออีกข้างมาถล
"อึก! อื้อ!"อลิซกัดฟันแน่นข่มเสียงครางลามกไว้ในขณะที่ร่างกายกำลังขยับเคลื่อนไหวตามแรงซอยส่งเข้าหาอย่างหนักหน่วงของกายแกร่งด้านบนความเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่ตกกระทบลงมาบนกายเปลือยเปล่าไม่ได้ช่วยให้รู้สึกเย็นขึ้นเลย ร่างกายยังคงร้อนร่าราวกับอยู่ในกองเพลิง ร่างเปลือยเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ อกใหญ่เต้าสวยกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงเช่นเดียวกับลมหายใจที่ติดขัดจิกปลายเล็บลงไปบนท่อนแขนแกร่งที่กำลังจับตรึงเอวคอดเอาไว้แน่"อะ.. อ๊าาาาา""จะเสร็จแล้วฮึ่ม!"เสียงพร่าแหบครางกระหึ่มในลำคอกัดฟันกรามแน่นขยับเร่งสะโพกสอบให้ซอยเข้าหาหลืบร่องแคบแดงปลั่งแบบไม่ยั้งแรง ยิ่งเสียงกรีดร้องครางหวานหูของอลิซดังไม่หยุดยิ่งเพิ่มอารมณ์ดิบให้ลุกโชนอยากกระแทกปลดปล่อยทุกอย่างอย่างสุดจะกลั้นเอาไว้ได้นักรบปล่อยมือออกจากเอวคอดลงมาดันเรียวขาสวยเปิดอ้ากว้างกระหน่ำสะโพกสะบัดเข้าใส่ร่องฉ่ำแดงปลั่งอย่างบ้าคลั่ง ส่งเสียงครางกระหึ่มในลำคออีกครั้งก่อนจะโน้มลงมาแนบแผงอกแกร่งแข็งแรงกับหน้าอกเต่งตึงเกร็งสะโพกกระตุกปลดปล่อยน้ำรักสีขุ่นเข้าไปในกายสาว กดแช่ค้างขยับเนิบนาบสองสามค
'แกกำลังจะบอกฉันว่าเราเข้าใจผิดงั้นเหรอ'"ก็ไม่เชิง เรื่องที่มันไม่ได้จ้างคนพวกนั้นอาจจะใช่แต่เรื่องที่มันอยากได้พี่นักรบจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ ฉันว่านะแกน่าจะเตือนอาแกหน่อยก็ดีผู้หญิงคนนี้ตอแหลสุดๆ ไม่มีใครเกินเลย" เสียงหวานกรอกเสียงตอบกลับเพื่อนสนิทพลางหย่อนสะโพกลงบนโซฟารับแขกกลางห้องทำงานก
ปึก!"เฮ้ย! แกใจเย็นก่อน ยกกระดกแบบนั้นเดี๋ยวก็ได้น็อคหรอก"มะนาวยื่นมือคว้าแก้วเหล้าในมือเพื่อนมาวางไว้บนบาร์น้ำพลางพ่นลมหายใจเบาๆ หลังจากออกจากมหาลัยมาทั้งสองก็ตรงไปยังคอนโดของอลิซทันที เธอต้องนั่งทนฟังเสียงระบายความในใจของมันตั้งค่อนครึ่งวันจนทนไม่ไหวเลยหาเรื่องพามันออกมาข้างนอก และที่
"จะกลับยัง"อลิซเอ่ยถามเพื่อนพลางยกมือขึ้นกอดอกไปด้วยความหงุดหงิดไม่สบอารมณ์ เธอเพิ่งมีเรื่องกับไฮโซคุณหนูอะไรสักอย่างมาจะให้มายิ้มหน้าระรื่นก็คงไม่ใช่"ใจเย็นดิแกมันก็แค่กระเป๋ารุ่นเก่าใบเดียวป่ะ แกจะหงุดหงิดทำไมเนี่ย""ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่กระเป๋าเก่าใบเดียวแต่มันอย
กึก!เสียงดังกึกกักหน้าบ้านดึงความสนใจของอลิซที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์ให้หันมองตาม ไม่ได้คาดหวังว่าจะเป็นนักรบหรอกเพราะตั้งแต่เขาออกจากไปตั้งแต่เช้าจนกระทั่งตอนนี้เกือบจะสิบโมงแล้วยังไม่มีแม้แต่เงาของเขาว่าจะเฉียดเข้ามาใกล้รัศมีสองเมตรใกล้บ้านพักเธอเลย "อลิซ"น้ำเสียงคุ้นเคยของเพื่อนส

![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





