LOGINร่างบางในชุดนักศึกษารัดรูปอวดโชว์สัดส่วนร่างกายนาฬิกาทรายเดินกรีดกรายเข้ามาในคณะโดยมีสายตาหลายคู่กำลังหันมาให้ความสนใจเธอราวกับเป็นคนดัง แต่จะบอกว่าเธอไม่ใช่คนดังก็ออกจะไม่ใช่เสียทีเดียว เพราะไม่มีใครที่ไม่รู้จักเธอแน่
อลิซเดินมาทิ้งตัวลงบนเก้าอี้หินอ่อนวางกระเป๋าผ้าแบรนด์ดังอย่างชาแนลลงบนโต๊ะ ยกขาขึ้นนั่งไขว่ห้างทำให้กระโปรงทรงเอขนาดสิบสี่นิ้วร่นขึ้นมาอยู่บนต้นขาเรียวสวย มือบางยกขึ้นมาวางเท้าคางเชิดหน้าเล็กน้อยก่อนจะรั้งโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเล่นฆ่าเวลารอเพื่อน
เธอกับมะนาวเรียนรัฐศาสตร์ ที่เลือกคณะนี้เพราะแค่อยากเรียนอะไรก็ได้ให้มันจบๆ ไป ตอนแรกว่าจะเรียนนิติศาสตร์แต่ไม่อยากให้เพื่อนอยู่คนเดียวเลยเลือกที่จะมาเรียนเป็นเพื่อนด้วยเลย หลายคนสงสัยว่าทำไมเธอไม่เรียนบริหารธุรกิจจบแล้วจะได้ช่วยตาเธอดูแลบริษัทต่อ แต่แล้วไง เธอต้องฟังงั้นเหรอ เธอพอใจเรียนอะไรก็เรื่องของเธอขนาดตากับยายเธอยังไม่ยุ่งเรื่องนี้เลย
ส่วนสองหนุ่มทายาทมาเฟียเรียนคนละคณะ ออสตินเรียนนิติศาสตร์เป็นหลักควบกับวิศวกรรมเคมี คูเปอร์เรียนเทคนิคการแพทย์เป็นหลักควบกับกฎหมายไปด้วย พวกมันชอบบอกว่าที่เรียนกฎหมายเพราะแค่จะศึกษาไว้เท่านั้น เพราะอาชีพหลักๆ ของพวกมันเป็นอะไรที่ไม่มีสอนในตำราแค่ศึกษาให้มีประดับหัวไว้เท่านั้น
หึ! ฟังแล้วเหมือนกำลังอวยตัวเองเลย แต่ว่าไม่ได้พวกมันฉลาดจริงๆ นั่นแหละ
"อลิซ!"
หญิงสาวบนเก้าอี้หินอ่อนดึงดวงตากลมเฉี่ยวขึ้นมองเจ้าของเสียงที่ตะโกนเรียกเสียงดังมาแต่ไกล กดปิดหน้าจอมือถือในมือแล้วจับจ้องยังใบหน้าสวยของเพื่อนเงียบๆ
"แก! แฮ่ก! เหนื่อยอ่ะ" เธอวิ่งจากลานจอดรถคณะมายังตึกเรียนเหนื่อยแทบแย่ มือเรียวยกขึ้นเท้าเอวโก่งตัวลงเล็กน้อยหอบหายใจหนักเพราะหายใจไม่ทัน
"วิ่งหนีอะไรมาเนี่ย หอบเป็นแม่เบี้ยเลย"
"ฉัน.."
"ไม่มีมารยาทเลยสักนิด คิดว่ามหาลัยเป็นของตัวเองหรือไงอยากทำอะไรก็ทำ พวกลูกคนรวยนี่ยังไงเน้อชอบทำตัวเหมือนตัวเองใหญ่โตเหนือคนอื่นงั้นแหละ"
ในขณะที่กำลังรอเพื่อนพูดอยู่เสียงนกเสียงกาก็แว่วมาให้ได้ยิน อลิซหันจ้องยังกลุ่มนักศึกษาที่คาดว่าน่าจะเป็นรุ่นพี่ด้วยแววตาเจือรอยยิ้มนิดๆ แต่กลับเต็มไปด้วยความน่ากลัวอยู่ในที
ร่างบางหุ่นสวยหยัดกายขึ้นจากเก้าอี้เดินมายังกลุ่มรุ่นพี่นักศึกษาหญิงพลางยกมือขึ้นกอดอกไปด้วย ดวงตากลมปรายลงมองเจ้าของคำพูดที่กำลังจ้องเธอกลับอย่างไม่เกรงกลัวพร้อมกับเชิดหน้ายิ้มมุมปากไปด้วย
"เมื่อกี้ได้ยินไม่ชัดเลยค่ะกรุณาช่วยพูดดังๆ อีกทีได้ไหมคะ"
"คิดว่าตัวเองเป็นทายาทอรุณพิโรจน์แล้วจะมีสิทธิ์เหนือคนอื่นทุกอย่างเหรอ เธอขึ้นไปอยู่ในจุดสูงสุดได้ก็ตกลงมาอยู่ในจุดที่ต่ำสุดได้เช่นกัน ทำตัวไม่สมเกียรติเจ้าหญิงมาเฟียระวังจะเจ็บตัวเอาได้ง่ายๆ นะ" เหยียดยิ้มอย่างเย้ยหยันไม่ได้สนใจเลยว่าอีกฝ่ายจะเป็นใคร
"หึ แล้วรู้ไหมคนที่คิดอยากลองดีกับเจ้าหญิงมาเฟียจะเจอกับอะไร"
"ฮ่าๆ นี่เธอยังไม่รู้เหรอว่าตัวเองน่ะตกกระป๋องไปแล้ว ข่าวหน้าหนึ่งของเว็บไซต์ข่าวยังไม่ประจักษ์ตาเธออีกเหรอว่าพ่อเธอน่ะไม่เอาเธอแล้ว เจ้าหญิงมาเฟียหรือลูกสาวมาเฟียตอนนี้เหลือแค่ชื่อแล้วยังคิดว่าตัวเองใหญ่คับฟ้าอยู่อีกเหรอหื้อ? เป็นเด็กที่ช่างน่าสงสารจริงๆ เลยนะอลิซ เรนเดียร์ ครอส"
นักศึกษาสาวสี่คนหันหัวเราะกันอย่างมีความสุขที่สามารถทำให้หญิงสาวที่มีฉายาว่าเจ้าหญิงมาเฟีย หรือลูกสาวมาเฟียที่รู้จักกันในวงกว้างหน้าเปลี่ยนสีได้ แค่ข่าวที่ออกมาประจักษ์แก่สายตาผู้คนยังไม่ชัดเจนอีกเหรอว่าพ่อเธอตัดหางเธอปล่อยวัดแล้วที่กล้าไปทำอะไรแบบนั้นในงานสำคัญของท่าน
ถึงส่วนใหญ่คนจะรู้จักพ่อเธอในฐานะนักธุรกิจต่างชาติที่ทรงอำนาจ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่รู้เลยว่าพ่อเธอเป็นมาเฟียที่สืบทอดตระกูลจากรุ่นสู่รุ่นมาจากตระกูลมาเฟียในอิตาลี โดยแวดวงธุรกิจต่างรู้จักพ่อเธอในอีกฐานะหนึ่งเป็นอย่างดี
อลิซปั้นหน้านิ่งเหวี่ยงสองแขนออกจากกอดอกเดินเข้ามาจิกผมสวยดัดลอนใหญ่ของเจ้าของคำพูดกระชากแรงๆ จนใบหน้าแต้มเครื่องสำอางหนาเตอะจนมองไม่เห็นเค้าโครงหน้าธรรมชาติของเธอแหงนขึ้นฟ้า ใบหน้าสวยบิดเบ้ด้วยความเจ็บในขณะเดียวกันเพื่อนเธอก็ต่างส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจไม่เว้นแม้แต่นักศึกษาที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย
"ไม่มีใครมาเปลี่ยนแปลงอะไรตัวฉันได้ แม้แต่คำว่าลูกสาวมาเฟียก็ไม่มีใครสามารถมาเปลี่ยนแปลงได้เพราะฉันเป็นลูกสาวมาเฟีย จำไว้!"
มือบางกระแทกใบหน้าสวยของรุ่นพี่นักศึกษาลงบนกระเป๋าของเจ้าตัวที่วางบนโต๊ะแรงๆ เหลือบมองแก้วน้ำหวานสีแดงที่วางอยู่ไม่ไกลมากนักก็รีบคว้าขึ้นมาเทลงไปบนหัวเธอที่กำลังถูกจับกดไว้แน่น มุมปากสวยยกขึ้นเล็กน้อยด้วยความพอใจกับเสียงกรีดร้องที่ดังออกมาแม้แต่เพื่อนของเธอก็ยังไม่กล้าสอดมือเข้ามายุ่ง
"หยุดเดี๋ยวนี้!"
ในขณะที่อลิซกำลังจัดการกับคนที่กล้ามาท้าทายเธออยู่นั้น เสียงทรงอำนาจของใครบางคนก็ตวาดดังแทรกขึ้นมาจนเสียงและผู้คนรอบกายหยุดนิ่งไปราวกับถูกกดสต๊อปไว้ มะนาวรีบเดินเข้ามาดึงเพื่อนออกจากรุ่นพี่สาว ไม่ตกใจกับการกระทำของเพื่อนตัวเองเลยสักนิดเพราะมันไม่ใช่ครั้งแรกที่เพื่อนเธอจัดการกับคนที่เข้ามาหาเรื่องด้วยวิธีแบบนี้
ดวงตากลมเฉี่ยวหันกลับมามองเจ้าของเสียงเข้มดุดันคุ้นเคย ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยยกมือขึ้นกอดอกดึงสายตากลับทำลอยหน้าลอยตาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนรุ่นพี่สาวที่กล้ามาท้าทายเธอก็รีบดันตัวลุกขึ้นปัดหยาดน้ำเหนียวเหนอะออกจากกายแล้วกรีดเสียงไม่ดังมากนัก จ้องเขม็งมายังร่างบางหุ่นสวยอย่างเคียดแค้น
.
.
"ครั้งนี้อาจารย์จะถือว่าตักเตือนแต่หากว่ายังมีครั้งหน้าอีกต้องรับผิดชอบร่วมกันทั้งสองคน"
เสียงเด็ดขาดของอาจารย์สาวแต่กลับไม่ได้ทำให้อลิซรู้สึกเกรงกลัวเลยสักนิด ใบหน้าสวยตามแบบฉบับลูกครึ่งยังคงเชิดนิ่ง สองมือกอดอกมีเพียงสาวรุ่นพี่ที่นั่งข้างๆ ที่ดิ้นเร่าๆ เป็นปลาขาดน้ำแต่ไม่สามารถแสดงอาการได้มากนัก
"ออกไปได้"
อาจารย์สาวหลุบลงมองยังเอกสารด้านหน้าตัวเองแล้วผ่อนหายใจเบาๆ รู้สึกได้ว่าต่อจากนี้ไปคงไม่ได้อยู่อย่างสงบแน่ ไม่มีใครสามารถจัดการหรือทำอะไรอลิซได้แม้แต่ทางมหาลัยเองก็ยังต้องปล่อยผ่านเรื่องนี้ แค่เรียกเข้าพบเพื่อตักเตือนเป็นพิธีเท่านั้นแต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรมาก ไม่รู้ว่านักศึกษาที่กล้าไปหาเรื่องลูกสาวมาเฟียคิดอะไรอยู่ถึงได้กล้าหาเหาใส่หัวตัวเองแบบนั้น
อลิซเดินออกมาจากห้องพักอาจารย์ภาควิชาด้วยใบหน้าคงเดิม แอบยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเจ้าของเสียงเข้มดุดันยังคงยืนหันหน้าออกไปทางทิวทัศน์ของตึกสูงเหมือนตอนที่เธอเข้าไปในห้อง ร่างสูงสง่าของเขาดึงดูดสายตาทุกคนที่เดินผ่านไปมาไม่เว้นแม้แต่เธอ
ส่วนนักศึกษารุ่นพี่สาวกระแทกลงเท้าหนักๆ เดินออกไปจากบริเวณด้วยความไม่สบอารมณ์ แต่ใครสนล่ะภาพของร่างสูงสง่าในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำกับกางเกงสแล็คราคาแพงเรียบกริบนั่นน่าสนใจมากกว่าอีก
"อาจารย์ว่าอะไรบ้าง"
"ไม่ได้ว่าอะไร แกก็รู้ว่าฉันเป็นใคร แล้วใครกันที่จะกล้ามาว่าอะไรฉันได้"
"จ้าาาา แต่จะว่าไปแล้วก็มีอยู่หนึ่งคนนะที่กล้า" บุ้ยหน้าไปยังเจ้าของร่างสูงที่หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากัน ใบหน้าคมคายหล่อเหลายังคงราบเรียบติดไปทางเย็นชาเสียมากกว่า ดวงตาคมหลุบมองยังร่างบางของอลิซก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปหาเขา
สองคนมองสบตากันนิ่งแต่ต่างความรู้สึก อลิซสบตาคมเรียวด้วยแววตาพราวระยับต่างจากคนตัวสูงที่มองเธอนิ่งๆ แววตาว่างเปล่ามีแต่ความเย็นชา
"และแล้วพี่ก็หนีอลิซไม่พ้นนะคะ พี่นักรบ"
"..."
"อลิซบอกแล้วไงคะว่ายังไงพี่ก็ต้องเป็นของอลิซ"
"..."
นักรบยังคงใช้ความเงียบในการตอบกลับเธอ ร่างสูงหมุนตัวเดินออกไปจากบริเวณทันทีโดยไม่พูดอะไร หากไม่ใช่ว่าเธอกำลังหาเรื่องเพื่อนร่วมสถาบันอยู่เขาคงไม่ออกมาให้เจอแบบนี้ งานที่เขาได้รับมอบหมายคือมาดูแลความปลอดภัยให้เธอ ตอนแรกว่าจะอยู่ในมุมมืดเงียบๆ แต่ไม่คิดว่าเพียงวันแรกที่เริ่มงานกลับต้องมาเจอเรื่องให้ปวดหัวแล้ว
รอยยิ้มหวานหยดแต่อาบไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมมากมายในหัวผุดขึ้นบนใบหน้าสวย ดวงตากลมนัยน์ตาสีน้ำข้าวมองตามร่างสูงที่เดินไปยังลิฟต์ของตึกที่อยู่ไม่ไกลมากนัก ไม่รู้ว่าทำไมคนที่ประกาศกร้าวว่าจะไม่มาให้เธอเห็นหน้าอีกถึงได้ปรากฏตัวให้เธอเห็นอีกได้ แต่อะไรมันคงไม่สำคัญไปกว่าการที่ได้เจอเขาอีกครั้งหรอก
พี่นักรบ... ไม่ว่าพี่จะอยากหนีไปยังไงก็หนีอลิซไม่พ้นหรอก เลิกวิ่งหนีสักที
สองวันต่อมา..."เท้าแกเป็นไงบ้าง""ดีขึ้นแล้ว"อลิซก้มมองเท้าตัวเองขยับเล็กน้อยเพื่อเช็กความเจ็บพร้อมกับตอบเพื่อนสนิทไป ก่อนจะเลื่อนสายตากลับขึ้นมายังหน้าจอมือถือในมือตัวเองต่อ หลังจากกลับจากทะเลเธอก็เอาแต่อยู่ในห้อง ไม่ใช่ว่าไม่อยากออกไปไหนนะ แต่เพราะยังรู้สึกเจ็บเท้าอยู่เลยไม่อยากเดินเยอะเธอเลยเลือกที่จะอยู่แต่ในห้องดีกว่าแล้วค่อยออกจากห้องวันเปิดเรียนเลยทีเดียว ซึ่งก็มีคุยกับเพื่อนบ้างแต่เวลาส่วนใหญ่ใช้ไปกับโซเชียลเสียมากกว่า"นี่ๆ เห็นพี่เจสซี่ป่ะ วันนี้นางมากับหนุ่มหล่อด้วยนะ หล่อแบบหล่อมากอ่ะ""หนุ่มไหนกัน พี่เจสซี่ควงผู้เยอะออกแล้ววันนี้ควงคนไหนล่ะ""ก็คน.. นั่นไง มาโน่นแล้ว งุ้ย~ หล่อมากอ่ะ แต่รู้สึกเหมือนจะหน้าคุ้นๆ อ่ะเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลย"เสียงพูดคุยของกลุ่มนักศึกษาสาวที่กำลังจับกลุ่มหันมองไปยังเจ้าของชื่อที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมกับหนุ่มหล่อในบทสนทนาไม่ได้ดึงความสนใจของอลิซให้ละความสนใจออกจากหน้าจอสี่เหลี่ยมในมือได้เลยสักนิด เธอจะสนใจเรื่องของผู้หญิงคนนั้นทำไมกัน ใช่ เจสซี่คือรุ่นพี่สาวที่เคยหาเรื่องเธอมาก่อน เธอก็เพิ่งจะม
กึก!เสียงดังกึกกักหน้าบ้านดึงความสนใจของอลิซที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์ให้หันมองตาม ไม่ได้คาดหวังว่าจะเป็นนักรบหรอกเพราะตั้งแต่เขาออกจากไปตั้งแต่เช้าจนกระทั่งตอนนี้เกือบจะสิบโมงแล้วยังไม่มีแม้แต่เงาของเขาว่าจะเฉียดเข้ามาใกล้รัศมีสองเมตรใกล้บ้านพักเธอเลย "อลิซ"น้ำเสียงคุ้นเคยของเพื่อนสนิททำให้เจ้าของชื่อเผลอพ่นลมหายใจออกเบาๆ ถึงบอกว่าไม่ได้คาดหวังแต่ลึกๆ ก็ยังแอบหวังนั่นแหละ"แกเป็นไรมากป่ะเนี่ย พี่นักรบให้คนไปบอกฉันว่าแกบาดเจ็บ แล้วไหนแกเป็นไรไหม""ไม่เป็นไรแค่เม่นทะเลตำเท้าอ่ะ เดี๋ยวก็หาย""ฉันก็ตกใจคิดว่าเป็นอะไรมากเสียอีก"มะนาวเดินมาทิ้งตัวลงนั่งข้างเพื่อนพร้อมกับถอนหายใจพรืดยาวด้วยความโล่งอกที่เพื่อนไม่ได้เป็นอะไรมาก ทำให้คนได้รับบาดเจ็บถึงกับอมยิ้มตาม"งั้นแพลนดำน้ำแล้วก็อื่นๆ ก็ยกเลิกไปก่อนแล้วกัน ไว้ว่างๆ ค่อยมากันวันหลังก็ได้ ครั้งนี้ก็เดินเล่นเล่นน้ำนิดหน่อยก็พอแล้ว" หลุบมองฝ่าเท้าเล็กที่มีจุดสีแดงอยู่หลายจุดแล้วเอ่ยเสียงอ่อนพ่นลมหายใจเบาๆ"ก็คงต้องเป็นแบบนั้น ...ว่าแต่ แกบอกว่าพี่นักรบให้คนไปบอกแกว่าฉันบาดเจ็บเหรอ แล้วเขาล่ะ""ไม่รู
"หล่อจัง~"จุ๊บ!นักรบชะงักเท้าที่กำลังเดินทันทีหลังคนในอ้อมแขนเขย่งขึ้นมาจุ๊บริมฝีปากบางอย่างรวดเร็วจนเขาไม่ทันตั้งตัว ดวงตาคมเรียวหลุบลงยังใบหน้าสวยของเจ้าตัวนิ่งๆ ส่งความเย็นชาผ่านสายตาแทนคำพูดแต่สาวเจ้ากลับทำลอยหน้าลอยตาไม่สนใจแถมยังเอาแต่ยิ้มหน้าระรื่นจนสุดท้ายเป็นเขาเองที่ต้องเป็นคนยอมหันหลบร่างบางถูกวางลงบนม้านั่งโดยที่นักรบก็รีบนั่งทับส้นเท้าลงตาม มือหนายื่นจับเท้าเล็กขึ้นมาวางบนหน้าขาแกร่งมองสำรวจความเจ็บที่เธออุทานก่อนหน้าโดยไม่ถามเจ้าตัว ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างดีเยี่ยมแม้จะไม่ได้เอ่ยปากถามคนเจ็บเลยก็ตาม"เม่นทะเลตำ กลับไปแช่น้ำอุ่นไม่กี่วันก็หาย""อลิซเดินไม่ได้ค่ะ เจ็บ""..."ดวงตาคมเงยกลับขึ้นมาจ้องใบหน้าสวยที่ยังคงมีรอยยิ้มกริ่มประดับอยู่ แม้ขอบตาจะแดงก่ำตัดกับผิวขาวๆ ของเจ้าตัวนัยน์ตาสีน้ำข้าวสั่นเล็กน้อยแต่เธอก็ยังไม่ยอมแสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็น อลิซยื่นแขนสองข้างขึ้นให้ในจังหวะที่ร่างสูงหยัดกายลุกขึ้นเต็มความสูง เขาเท้าเอวพ่นลมหายใจรำคาญออกเบาๆ แต่ก็ยอมอุ้มเธอขึ้นมาสู่อ้อมแขนอีกครั้ง"พี่นักรบไม่หนักเหรอคะ""...""แล้วงานเป็นไงบ้างคะ เรียบร้อยดีหรือเปล่า""ถ้าเธอ
"ขอบคุณสำหรับการดูแลความปลอดภัยสองสามมานี้ด้วยนะครับ ผมต้องขอโทษด้วยหากว่าภรรยาผมล่วงเกินอะไรไป เธอไม่ค่อยชินกับสถานการณ์แบบนี้เท่าไหร่เลยอาจเผลอทำอะไรลงไป ผมต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะครับ""ไม่เป็นไรครับมันคือหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ"นักรบตอบกลับลูกค้ารายใหญ่ด้วยความเป็นปกติ แม้จะไม่ได้ยิ้มแย้มจนเกินบุคลิกส่วนตัวแต่ก็ไม่ได้แสดงความเย็นชาจนเกินไปให้ลูกค้าสัมผัสได้ งานของเขาครั้งนี้คือตามดูแลความปลอดภัยตลอดระยะเวลาการท่องเที่ยวให้กับภรรยาของนักการเมืองใหญ่ที่เพิ่งเดินทางกลับจากสวีเดนพร้อมกับลูกสาวตัวน้อยวัยเจ็ดขวบ และการทำงานจะสิ้นสุดลงหากทั้งสองคนเดินทางกลับถึงที่พักได้อย่างปลอดภัยซึ่งเหลือเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้างานเขาก็จะจบลงแล้วเขาพวกคุยกับผู้ว่าจ้างอีกสองสามประโยคก็ขอแยกตัวออกมาปล่อยให้ลูกค้าได้ใช้เวลาส่วนตัวกับครอบครัว ร่างสูงสง่าเดินมาหยุดยืนข้างม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ที่คอยให้ความร่มรื่นภายในเขตบริเวณของโรงแรม มือหนาสอดล้วงกล่องบุหรี่ราคาแพงออกมาจุดสูบขมวดคิ้วเล็กน้อยทอดสายตามองตรงไปด้านหน้าด้วยใบหน้าราบเรียบจนกระทั่ง.."นักรบ"เสียงหวานคุ้นเคยของใครบางคนดังมาจากทางด้านหลังเป็นจ
"อือ~"เสียงหวานแหบพร่าครางแผ่วในลำคอพลิกตัวนอนตะแคงหลบแสงสว่างจากด้านนอกที่เข้าปลุกรบกวนการพักผ่อน อลิซนิ่วคิ้วด้วยความหงุดหงิดไม่เพียงการนอนที่ไม่เต็มอิ่มแต่ยังรู้สึกมึนหัวผลพวงจากแอลกอฮอล์ที่เอาเข้าสู่ร่างกายเมื่อคืนด้วยที่ทำให้เธอเกิดความหงุดหงิดตั้งแต่เช้าแบบนี้ร่างบางดันตัวลุกขึ้นทั้งที่ตายังคงปิดแน่นมือเรียวยกขึ้นมาสะบัดผมสวยปรกหน้าออก ค่อยๆ ปรือตาขึ้นรับเช้าวันใหม่หันมองรอบห้องเล็กน้อยก่อนจะผ่อนลมหายใจออกเบาๆเมื่อคืนเธอไม่รู้ว่ากลับมาถึงคอนโดเวลากี่โมง อาจจะเที่ยงคืน ตีหนึ่งตีสองหรือกี่โมงไม่รู้เพราะกลับมาถึงเธอก็ตรงเข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำก่อนเลยเป็นอันดับแรก แล้วตามด้วยการมาล้มตัวนอนบนเตียงทันทีเพราะเธอเผลอหลับตลอดการนั่งรถกลับมาแล้ว"น่าโมโหจริงๆ" นึกถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วก็อดจะโมโหขึ้นมาไม่ได้ เธอเกือบจะได้ครอบครองทั้งตัวของชายหนุ่มที่ชอบแล้วเชียวถ้าไม่ใช่เพราะงานที่ไม่รู้เวล่ำเวลาของเขาเข้ามาขัดได้อย่างพอดิบพอดีนะตอนนี้เธอคงได้นอนอยู่กับชายหนุ่มสักแห่งแล้วดวงตากลมหลุบมองยังเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ที่เอาขึ้นมากอดนอนเมื่อคืนแล้วเอื้อมมือหยิบขึ้นมาเสมอระดับใบหน้า กลิ่นหอมเฉพาะ
นักรบชะงักเท้าเล็กน้อยเมื่อร่างกายกำยำกลับเข้ามารับสัมผัสกับอุณหภูมิภายในห้องทำงาน ดวงตาคมเรียวเหลือบมองรอบห้องหาคนที่เพิ่งขึ้นมาก่อนหน้านี้ไม่กี่นาทีแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า เธอไม่ได้อยู่ในห้องนี้ร่างสูงเดินเข้ามาในห้องรับอากาศเย็นสบายจากเครื่องปรับอากาศทั้งกาย ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่พร้อมกับคว้าแฟ้มเอกสารบัญชีของคลับขึ้นมาตรวจต่อ มือหนาเอื้อมคว้าแก้วเหล้าใกล้มือขึ้นมากระดกดื่มจนหมดแก้วแล้วจึงวางแก้วเปล่าที่เหลือเพียงน้ำแข็งสองก้อนลงกลับบนโต๊ะ เอื้อมคว้าขวดเหล้าขึ้นมาเทลงในแก้วแล้วยกกระดกลงคออีกครั้ง ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วที่เขานั่งกระดกดื่มเหล้าเพียวในแก้วลงคอแต่ความร้อนภายในกายหนุ่มเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง หยาดเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามขมับข้างและแผ่นหลังกว้าง หน้าท้องแกร่งความอ่อนไหวเกิดความรู้สึกที่ไม่สมควรจะเกิดแม้มีโอกาสเป็นไปได้ก็ตาม"เวรเอ้ย!"โทนเสียงกระเส่าใบหน้าแดงก่ำเพราะฤทธิ์อารมณ์บางอย่างสบทหยาบคายออกมาไม่เบามากนัก ก่อนมือหนาจะคว้ามือถือส่วนตัวไม่ไกลมือขึ้นเพื่อต่อสายหาลูกน้อง กรามหนาขบแน่นจนขึ้นสันนูนราวกับกำลังพยายามหักห้ามตัวเองอย่างหนั







