Mag-log inร่างบางในชุดนักศึกษารัดรูปอวดโชว์สัดส่วนร่างกายนาฬิกาทรายเดินกรีดกรายเข้ามาในคณะโดยมีสายตาหลายคู่กำลังหันมาให้ความสนใจเธอราวกับเป็นคนดัง แต่จะบอกว่าเธอไม่ใช่คนดังก็ออกจะไม่ใช่เสียทีเดียว เพราะไม่มีใครที่ไม่รู้จักเธอแน่
อลิซเดินมาทิ้งตัวลงบนเก้าอี้หินอ่อนวางกระเป๋าผ้าแบรนด์ดังอย่างชาแนลลงบนโต๊ะ ยกขาขึ้นนั่งไขว่ห้างทำให้กระโปรงทรงเอขนาดสิบสี่นิ้วร่นขึ้นมาอยู่บนต้นขาเรียวสวย มือบางยกขึ้นมาวางเท้าคางเชิดหน้าเล็กน้อยก่อนจะรั้งโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเล่นฆ่าเวลารอเพื่อน
เธอกับมะนาวเรียนรัฐศาสตร์ ที่เลือกคณะนี้เพราะแค่อยากเรียนอะไรก็ได้ให้มันจบๆ ไป ตอนแรกว่าจะเรียนนิติศาสตร์แต่ไม่อยากให้เพื่อนอยู่คนเดียวเลยเลือกที่จะมาเรียนเป็นเพื่อนด้วยเลย หลายคนสงสัยว่าทำไมเธอไม่เรียนบริหารธุรกิจจบแล้วจะได้ช่วยตาเธอดูแลบริษัทต่อ แต่แล้วไง เธอต้องฟังงั้นเหรอ เธอพอใจเรียนอะไรก็เรื่องของเธอขนาดตากับยายเธอยังไม่ยุ่งเรื่องนี้เลย
ส่วนสองหนุ่มทายาทมาเฟียเรียนคนละคณะ ออสตินเรียนนิติศาสตร์เป็นหลักควบกับวิศวกรรมเคมี คูเปอร์เรียนเทคนิคการแพทย์เป็นหลักควบกับกฎหมายไปด้วย พวกมันชอบบอกว่าที่เรียนกฎหมายเพราะแค่จะศึกษาไว้เท่านั้น เพราะอาชีพหลักๆ ของพวกมันเป็นอะไรที่ไม่มีสอนในตำราแค่ศึกษาให้มีประดับหัวไว้เท่านั้น
หึ! ฟังแล้วเหมือนกำลังอวยตัวเองเลย แต่ว่าไม่ได้พวกมันฉลาดจริงๆ นั่นแหละ
"อลิซ!"
หญิงสาวบนเก้าอี้หินอ่อนดึงดวงตากลมเฉี่ยวขึ้นมองเจ้าของเสียงที่ตะโกนเรียกเสียงดังมาแต่ไกล กดปิดหน้าจอมือถือในมือแล้วจับจ้องยังใบหน้าสวยของเพื่อนเงียบๆ
"แก! แฮ่ก! เหนื่อยอ่ะ" เธอวิ่งจากลานจอดรถคณะมายังตึกเรียนเหนื่อยแทบแย่ มือเรียวยกขึ้นเท้าเอวโก่งตัวลงเล็กน้อยหอบหายใจหนักเพราะหายใจไม่ทัน
"วิ่งหนีอะไรมาเนี่ย หอบเป็นแม่เบี้ยเลย"
"ฉัน.."
"ไม่มีมารยาทเลยสักนิด คิดว่ามหาลัยเป็นของตัวเองหรือไงอยากทำอะไรก็ทำ พวกลูกคนรวยนี่ยังไงเน้อชอบทำตัวเหมือนตัวเองใหญ่โตเหนือคนอื่นงั้นแหละ"
ในขณะที่กำลังรอเพื่อนพูดอยู่เสียงนกเสียงกาก็แว่วมาให้ได้ยิน อลิซหันจ้องยังกลุ่มนักศึกษาที่คาดว่าน่าจะเป็นรุ่นพี่ด้วยแววตาเจือรอยยิ้มนิดๆ แต่กลับเต็มไปด้วยความน่ากลัวอยู่ในที
ร่างบางหุ่นสวยหยัดกายขึ้นจากเก้าอี้เดินมายังกลุ่มรุ่นพี่นักศึกษาหญิงพลางยกมือขึ้นกอดอกไปด้วย ดวงตากลมปรายลงมองเจ้าของคำพูดที่กำลังจ้องเธอกลับอย่างไม่เกรงกลัวพร้อมกับเชิดหน้ายิ้มมุมปากไปด้วย
"เมื่อกี้ได้ยินไม่ชัดเลยค่ะกรุณาช่วยพูดดังๆ อีกทีได้ไหมคะ"
"คิดว่าตัวเองเป็นทายาทอรุณพิโรจน์แล้วจะมีสิทธิ์เหนือคนอื่นทุกอย่างเหรอ เธอขึ้นไปอยู่ในจุดสูงสุดได้ก็ตกลงมาอยู่ในจุดที่ต่ำสุดได้เช่นกัน ทำตัวไม่สมเกียรติเจ้าหญิงมาเฟียระวังจะเจ็บตัวเอาได้ง่ายๆ นะ" เหยียดยิ้มอย่างเย้ยหยันไม่ได้สนใจเลยว่าอีกฝ่ายจะเป็นใคร
"หึ แล้วรู้ไหมคนที่คิดอยากลองดีกับเจ้าหญิงมาเฟียจะเจอกับอะไร"
"ฮ่าๆ นี่เธอยังไม่รู้เหรอว่าตัวเองน่ะตกกระป๋องไปแล้ว ข่าวหน้าหนึ่งของเว็บไซต์ข่าวยังไม่ประจักษ์ตาเธออีกเหรอว่าพ่อเธอน่ะไม่เอาเธอแล้ว เจ้าหญิงมาเฟียหรือลูกสาวมาเฟียตอนนี้เหลือแค่ชื่อแล้วยังคิดว่าตัวเองใหญ่คับฟ้าอยู่อีกเหรอหื้อ? เป็นเด็กที่ช่างน่าสงสารจริงๆ เลยนะอลิซ เรนเดียร์ ครอส"
นักศึกษาสาวสี่คนหันหัวเราะกันอย่างมีความสุขที่สามารถทำให้หญิงสาวที่มีฉายาว่าเจ้าหญิงมาเฟีย หรือลูกสาวมาเฟียที่รู้จักกันในวงกว้างหน้าเปลี่ยนสีได้ แค่ข่าวที่ออกมาประจักษ์แก่สายตาผู้คนยังไม่ชัดเจนอีกเหรอว่าพ่อเธอตัดหางเธอปล่อยวัดแล้วที่กล้าไปทำอะไรแบบนั้นในงานสำคัญของท่าน
ถึงส่วนใหญ่คนจะรู้จักพ่อเธอในฐานะนักธุรกิจต่างชาติที่ทรงอำนาจ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่รู้เลยว่าพ่อเธอเป็นมาเฟียที่สืบทอดตระกูลจากรุ่นสู่รุ่นมาจากตระกูลมาเฟียในอิตาลี โดยแวดวงธุรกิจต่างรู้จักพ่อเธอในอีกฐานะหนึ่งเป็นอย่างดี
อลิซปั้นหน้านิ่งเหวี่ยงสองแขนออกจากกอดอกเดินเข้ามาจิกผมสวยดัดลอนใหญ่ของเจ้าของคำพูดกระชากแรงๆ จนใบหน้าแต้มเครื่องสำอางหนาเตอะจนมองไม่เห็นเค้าโครงหน้าธรรมชาติของเธอแหงนขึ้นฟ้า ใบหน้าสวยบิดเบ้ด้วยความเจ็บในขณะเดียวกันเพื่อนเธอก็ต่างส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจไม่เว้นแม้แต่นักศึกษาที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย
"ไม่มีใครมาเปลี่ยนแปลงอะไรตัวฉันได้ แม้แต่คำว่าลูกสาวมาเฟียก็ไม่มีใครสามารถมาเปลี่ยนแปลงได้เพราะฉันเป็นลูกสาวมาเฟีย จำไว้!"
มือบางกระแทกใบหน้าสวยของรุ่นพี่นักศึกษาลงบนกระเป๋าของเจ้าตัวที่วางบนโต๊ะแรงๆ เหลือบมองแก้วน้ำหวานสีแดงที่วางอยู่ไม่ไกลมากนักก็รีบคว้าขึ้นมาเทลงไปบนหัวเธอที่กำลังถูกจับกดไว้แน่น มุมปากสวยยกขึ้นเล็กน้อยด้วยความพอใจกับเสียงกรีดร้องที่ดังออกมาแม้แต่เพื่อนของเธอก็ยังไม่กล้าสอดมือเข้ามายุ่ง
"หยุดเดี๋ยวนี้!"
ในขณะที่อลิซกำลังจัดการกับคนที่กล้ามาท้าทายเธออยู่นั้น เสียงทรงอำนาจของใครบางคนก็ตวาดดังแทรกขึ้นมาจนเสียงและผู้คนรอบกายหยุดนิ่งไปราวกับถูกกดสต๊อปไว้ มะนาวรีบเดินเข้ามาดึงเพื่อนออกจากรุ่นพี่สาว ไม่ตกใจกับการกระทำของเพื่อนตัวเองเลยสักนิดเพราะมันไม่ใช่ครั้งแรกที่เพื่อนเธอจัดการกับคนที่เข้ามาหาเรื่องด้วยวิธีแบบนี้
ดวงตากลมเฉี่ยวหันกลับมามองเจ้าของเสียงเข้มดุดันคุ้นเคย ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยยกมือขึ้นกอดอกดึงสายตากลับทำลอยหน้าลอยตาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนรุ่นพี่สาวที่กล้ามาท้าทายเธอก็รีบดันตัวลุกขึ้นปัดหยาดน้ำเหนียวเหนอะออกจากกายแล้วกรีดเสียงไม่ดังมากนัก จ้องเขม็งมายังร่างบางหุ่นสวยอย่างเคียดแค้น
.
.
"ครั้งนี้อาจารย์จะถือว่าตักเตือนแต่หากว่ายังมีครั้งหน้าอีกต้องรับผิดชอบร่วมกันทั้งสองคน"
เสียงเด็ดขาดของอาจารย์สาวแต่กลับไม่ได้ทำให้อลิซรู้สึกเกรงกลัวเลยสักนิด ใบหน้าสวยตามแบบฉบับลูกครึ่งยังคงเชิดนิ่ง สองมือกอดอกมีเพียงสาวรุ่นพี่ที่นั่งข้างๆ ที่ดิ้นเร่าๆ เป็นปลาขาดน้ำแต่ไม่สามารถแสดงอาการได้มากนัก
"ออกไปได้"
อาจารย์สาวหลุบลงมองยังเอกสารด้านหน้าตัวเองแล้วผ่อนหายใจเบาๆ รู้สึกได้ว่าต่อจากนี้ไปคงไม่ได้อยู่อย่างสงบแน่ ไม่มีใครสามารถจัดการหรือทำอะไรอลิซได้แม้แต่ทางมหาลัยเองก็ยังต้องปล่อยผ่านเรื่องนี้ แค่เรียกเข้าพบเพื่อตักเตือนเป็นพิธีเท่านั้นแต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรมาก ไม่รู้ว่านักศึกษาที่กล้าไปหาเรื่องลูกสาวมาเฟียคิดอะไรอยู่ถึงได้กล้าหาเหาใส่หัวตัวเองแบบนั้น
อลิซเดินออกมาจากห้องพักอาจารย์ภาควิชาด้วยใบหน้าคงเดิม แอบยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเจ้าของเสียงเข้มดุดันยังคงยืนหันหน้าออกไปทางทิวทัศน์ของตึกสูงเหมือนตอนที่เธอเข้าไปในห้อง ร่างสูงสง่าของเขาดึงดูดสายตาทุกคนที่เดินผ่านไปมาไม่เว้นแม้แต่เธอ
ส่วนนักศึกษารุ่นพี่สาวกระแทกลงเท้าหนักๆ เดินออกไปจากบริเวณด้วยความไม่สบอารมณ์ แต่ใครสนล่ะภาพของร่างสูงสง่าในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำกับกางเกงสแล็คราคาแพงเรียบกริบนั่นน่าสนใจมากกว่าอีก
"อาจารย์ว่าอะไรบ้าง"
"ไม่ได้ว่าอะไร แกก็รู้ว่าฉันเป็นใคร แล้วใครกันที่จะกล้ามาว่าอะไรฉันได้"
"จ้าาาา แต่จะว่าไปแล้วก็มีอยู่หนึ่งคนนะที่กล้า" บุ้ยหน้าไปยังเจ้าของร่างสูงที่หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากัน ใบหน้าคมคายหล่อเหลายังคงราบเรียบติดไปทางเย็นชาเสียมากกว่า ดวงตาคมหลุบมองยังร่างบางของอลิซก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปหาเขา
สองคนมองสบตากันนิ่งแต่ต่างความรู้สึก อลิซสบตาคมเรียวด้วยแววตาพราวระยับต่างจากคนตัวสูงที่มองเธอนิ่งๆ แววตาว่างเปล่ามีแต่ความเย็นชา
"และแล้วพี่ก็หนีอลิซไม่พ้นนะคะ พี่นักรบ"
"..."
"อลิซบอกแล้วไงคะว่ายังไงพี่ก็ต้องเป็นของอลิซ"
"..."
นักรบยังคงใช้ความเงียบในการตอบกลับเธอ ร่างสูงหมุนตัวเดินออกไปจากบริเวณทันทีโดยไม่พูดอะไร หากไม่ใช่ว่าเธอกำลังหาเรื่องเพื่อนร่วมสถาบันอยู่เขาคงไม่ออกมาให้เจอแบบนี้ งานที่เขาได้รับมอบหมายคือมาดูแลความปลอดภัยให้เธอ ตอนแรกว่าจะอยู่ในมุมมืดเงียบๆ แต่ไม่คิดว่าเพียงวันแรกที่เริ่มงานกลับต้องมาเจอเรื่องให้ปวดหัวแล้ว
รอยยิ้มหวานหยดแต่อาบไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมมากมายในหัวผุดขึ้นบนใบหน้าสวย ดวงตากลมนัยน์ตาสีน้ำข้าวมองตามร่างสูงที่เดินไปยังลิฟต์ของตึกที่อยู่ไม่ไกลมากนัก ไม่รู้ว่าทำไมคนที่ประกาศกร้าวว่าจะไม่มาให้เธอเห็นหน้าอีกถึงได้ปรากฏตัวให้เธอเห็นอีกได้ แต่อะไรมันคงไม่สำคัญไปกว่าการที่ได้เจอเขาอีกครั้งหรอก
พี่นักรบ... ไม่ว่าพี่จะอยากหนีไปยังไงก็หนีอลิซไม่พ้นหรอก เลิกวิ่งหนีสักที
"อึก! แหวะ!"เสียงโก่งคออาเจียนแต่เช้าของอลิซปลุกนักรบให้ตื่นขึ้นมารับวันใหม่ด้วยความตื่นตระหนกตกใจ ร่างแกร่งแทบลุกจากเตียงทันทีที่ได้ยินเสียงเท้าเล็กวิ่งเข้าไปในห้องน้ำแต่ก็ไม่ทันคนตัวเล็กที่ปิดประตูใส่หน้าไปเสียก่อนเธอมีอาการแบบนี้มาได้เกือบสองเดือนแล้วแต่จะเป็นหนักเอาช่วงหลังๆ มานี้เอง ตื่นเช้ามาอาเจียนตลอดแต่ยังคงทานอาหารได้ปกติตอนแรกก็คิดว่าเป็นอาการของคนท้องแต่พอตรวจก็ยังไม่เจอหญิงสาวจึงคิดว่าน่าจะเป็นเพราะพักผ่อนน้อยเพราะหลังจากลับจากมัลดีฟส์เธอก็โหมเรียนหนักมาตลอดเพราะใกล้ช่วงสอบปลายภาคด้วยซึ่งตัวเขาเองก็คิดว่าเหตุผลนั้นอาจจะเป็นไปได้"อลิซเป็นยังไงบ้างเปิดประตูให้พี่หน่อย""..." ภายในห้องน้ำยังคงเงียบจนน่าใจหาย มันเงียบแบบนี้มาสักพักแล้วไม่มีเสียงโอกอากของหญิงสาวแถมยังไม่มีเสียงตอบรับกลับมาอีกด้วย"อลิซได้ยินพี่ไหม เป็นอะไรหรือเปล่าเปิดประตูให้พี่หน่อย""..."ยิ่งมีเพียงความเงียบที่ตอบกลับมาความกระวนกระวายใจก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น นักรบหมุนเท้าเดินกลับมายังตู้วางของข้างหัวเตียงเปิดลิ้นชักหากุญแจสำรองสำหรับทุกห้องภายในเพนท์เฮ้าส์ด
เสียงสายลมพัดเข้าหาฝั่งนำพาเกลียวคลื่นน้ำซัดเข้ากับโขดหินดังเป็นระยะปลุกอลิซที่กำลังนอนอยู่ภายในอ้อมแขนอบอุ่นของคนรักให้ตื่นขึ้นมารับเช้าวันใหม่ แสงสีส้มแดงของดวงตะวันที่กำลังขึ้นเหนือน่านน้ำมหาสมุทรส่องกระทบเปลือกตาสวยทำนัยน์ตากลมต้องกลอกกลิ้งไปมาเบาๆ ก่อนจะเปิดตาขึ้นมาสัมผัสกับไออุ่นบางเบาของมัน"อือ~"เพราะห้องที่พักจะเป็นแบบให้สามารถเปิดรับลมทะเลได้ กระแสลมทะเลที่พัดเข้าหาฝั่งจึงพัดพาม่านผืนบางให้ปลิวไหวตาม ร่างกายสามารถรับสัมผัสไออุ่นจากดวงตะวันที่กำลังขึ้นอย่างเต็มที่ได้อลิซขยับหันกลับมายังคนตัวโตด้านหลังที่ยังคงหลับตาพริ้ม จุดยิ้มบนใบหน้าเล็กน้อยยื่นหน้าเข้าไปจูบปลายจมูกโด่งเบาๆ แสงสีส้มแดงที่ส่องกระทบลงมาบนใบหน้าหล่อเหลามันยิ่งทำให้นักรบดูน่ามองน่าหลงใหลมากกว่าที่เป็น"ตื่นเช้าจัง""หึหึ"ต่อให้เธอจะเพียงแค่ดิ้นเล็กน้อยก็สามารถปลุกคนตัวโตให้ตื่นได้แล้ว สงสัยคงจะเข็ดจากครั้งนั้นที่เขาตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอเธอหลังจากวันนั้นมาเหมือนไม่ว่าเธอจะขยับเพียงเล็กน้อยดิ้นนิดเดียวก็ปลุกเขาให้ตื่นได้แล้วนักรบกระชับท่อนแขนที่กำล
จุ๊บ~"อือ~"อลิซเบี่ยงหน้าหลบสิ่งรบกวนเวลาพักผ่อนย่นจมูกหงุดหงิดซุกตัวเข้าหาความอบอุ่นจากผ้าห่มที่คลุมกายอยู่ ถึงจะใช้เวลาเดินทางมายังมัลดีฟส์เพียงห้าชั่วโมงแต่เพราะช่วงเวลาที่เดินทางมาเป็นช่วงเวลาเย็นจึงทำให้ร่างกายเกิดการง่วงซึมต้องการการพักผ่อนอย่างอัตโนมัติ อีกข้อคือกิจกรรมสูบพลังที่ทำก่อนจะเดินทางมาต่างหากที่ทำเอาร่างกายอ่อนเพลียแบบนี้"หิวหรือเปล่า"เสียงทุ้มกระซิบชิดริมกกหูเล็กลมหายใจอุ่นร้อนพ่นกระทบซีกแก้มนวลเบาๆ ในขณะที่มือแกร่งเลื้อยลงมาบีบเคล้นหน้าอกใหญ่ปลุกคนขี้เซา นักรบหลุบมองปลายจมูกโด่งเชิดที่ขยับฟุดฟิดรำคาญแต่ก็ยอมพลิกตัวหมุนกลับมายกแขนขึ้นคล้องลำคอหนาซุกหน้าเข้าหาซอกคอแกร่งแทนงึมงำเสียงเบาอย่างน่าเอ็นดู"อยู่ไหนแล้ว~""โรงแรม ถึงสักพักแล้ว"ด้วยเพราะการเดินทางที่ใช้เป็นเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวเวลาการขึ้นลงจึงไม่มีเสียงคนนอกดังรบกวนหญิงสาวถึงได้ไม่รู้สึกตัวตอนที่ถูกอ้อมแขนแกร่งช้อนขึ้นจากที่นอนบนเครื่องบินมายังโรงแรมที่ได้จองไว้จึงไม่แปลกที่เธอจะเอ่ยถามนักรบก้มลงกดจูบบนขมับบางหนักๆ หนึ่งทีหยัดกายลุกขึ้นนั่งโดยที่
"อื้อ~ พอแล้ว"อลิซเบรกคนหื่นที่กำลังระดมจูบใส่ริมฝีปากสวยอย่างไม่รู้จักอิ่ม หอบหายใจหนักชิดปลายจมูกโด่งคมสันดันอกกว้างและไหล่หนาเอาไว้"ไหนว่าจะให้จุ๊บ""ยังไม่ได้จุ๊บหรือไง อีกอย่างอลิซบอกให้จุ๊บไม่ใช่จูบแบบดูดดื่มแบบนี้สักหน่อย พี่นี่ชักจะหื่นขึ้นทุกวันแล้วนะ""...""อลิซจะลงแล้ว"ผลักร่างหนาออกหันกลับมาจัดผมเผ้ายุ่งเหยิงให้เข้าทรง หลุบสำรวจการแต่งตัวของตัวเองแล้วก็สอดมือคว้าตลับแป้งพัฟในกระเป๋าออกมาเติมลิปสติกและแป้งหน่อยหนึ่ง ถึงจะไม่แคร์สายตาใครแต่เธอก็ไม่ได้อยากออกไปด้วยสภาพไม่สวยแบบนี้เหมือนกัน"จะเติมอะไรนักหนาจะไปเรียนหรือไปทำอะไร"พอเปลี่ยนสถานะเป็นแฟนแบบออกนอกหน้านี่ก็หวงออกหน้าออกตาเลยนะ ดวงตากลมหันกลับมาจ้องคนหน้านิ่งที่กำลังส่งสายตาไม่พอใจมาให้ ยื่นหน้าเข้าไปจูบริมฝีปากหนาเบาๆ หนึ่งทีแล้วผละออก"มีแฟนแล้วค่ะไม่มองผู้ชายคนอื่นหรอก อีกอย่างอลิซรักพี่มาตั้งหลายปีขนาดนี้ยังไม่เชื่อใจอลิซอีกเหรอ""เชื่อใจแต่ไม่ชอบให้คนอื่นมอง หวง""เฮ้อ... อลิซไปนะคะเดี๋ยวตอนเย็นไปหาที่บริษัทสัญญาว่าจะเป็นเด็กดี"
"นักรบ!"ปึง!"อย่าปีนเกลียวอลิซ"อลิซอมยิ้มขำใบหน้าถมึงทึงของคนที่เปิดประตูเข้ามาตึงตังไม่พอใจกับชื่อที่เธอเอ่ยเรียกออกมาอย่างกวนๆ แต่อย่างนั้นก็ยังเดินเข้ามาอุ้มร่างเล็กบนโถชักโครกขึ้นมาแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำมาด้วยความเงียบไม่บ่นหรือพูดอะไรเหลือบมองรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของสาวเจ้าเล็กน้อยปล่อยร่างบางกลับลงบนเตียงกว้างใช้สองแขนกักขังหญิงสาวไว้ใต้อาณัติแต่มันกลับไม่ได้ทำให้คนใต้ร่างกลัวเลยสักนิด เธอยังคงอมยิ้มทำหน้าทะเล้นจ้องกลับเอียงคอเล็กน้อยราวกับลูกแมวน้อย"เหมือนมีเด็กแถวนี้จะไม่เข็ดนะ""ไหนเหรอ เด็กที่ไหนกันทำไมช่างกล้าแบบนี้""...เด็กแสบ!""อื้อ~"ไม่รอให้เด็กแสบได้กวนประสาทมากไปกว่านี้ก็จัดการโฉบลงมาปิดปากเล็กที่เอาแต่กวนประสาทบดจูบขบเม้มกลีบปากนุ่มอย่างหนักหน่วงทันที ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเธอกำลังกวนเขาอยู่ เห็นใจดีด้วยหน่อยเอาใหญ่เลยจำไม่ได้แล้วหรือไงว่าเมื่อคืนตัวเองโดนอะไรไปบ้าง สงสัยอาการเช้านี้ยังไม่พออยากจะเอาอีกสินะนักรบกดร่างบางลงบนที่นอนรวบสองมือตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือเพียงข้างเดียว เคลื่อนมืออีกข้างมาถล
"อึก! อื้อ!"อลิซกัดฟันแน่นข่มเสียงครางลามกไว้ในขณะที่ร่างกายกำลังขยับเคลื่อนไหวตามแรงซอยส่งเข้าหาอย่างหนักหน่วงของกายแกร่งด้านบนความเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่ตกกระทบลงมาบนกายเปลือยเปล่าไม่ได้ช่วยให้รู้สึกเย็นขึ้นเลย ร่างกายยังคงร้อนร่าราวกับอยู่ในกองเพลิง ร่างเปลือยเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ อกใหญ่เต้าสวยกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงเช่นเดียวกับลมหายใจที่ติดขัดจิกปลายเล็บลงไปบนท่อนแขนแกร่งที่กำลังจับตรึงเอวคอดเอาไว้แน่"อะ.. อ๊าาาาา""จะเสร็จแล้วฮึ่ม!"เสียงพร่าแหบครางกระหึ่มในลำคอกัดฟันกรามแน่นขยับเร่งสะโพกสอบให้ซอยเข้าหาหลืบร่องแคบแดงปลั่งแบบไม่ยั้งแรง ยิ่งเสียงกรีดร้องครางหวานหูของอลิซดังไม่หยุดยิ่งเพิ่มอารมณ์ดิบให้ลุกโชนอยากกระแทกปลดปล่อยทุกอย่างอย่างสุดจะกลั้นเอาไว้ได้นักรบปล่อยมือออกจากเอวคอดลงมาดันเรียวขาสวยเปิดอ้ากว้างกระหน่ำสะโพกสะบัดเข้าใส่ร่องฉ่ำแดงปลั่งอย่างบ้าคลั่ง ส่งเสียงครางกระหึ่มในลำคออีกครั้งก่อนจะโน้มลงมาแนบแผงอกแกร่งแข็งแรงกับหน้าอกเต่งตึงเกร็งสะโพกกระตุกปลดปล่อยน้ำรักสีขุ่นเข้าไปในกายสาว กดแช่ค้างขยับเนิบนาบสองสามค
อลิซกลับมาถึงคอนโดในเวลาเกือบหกโมงเย็น เธอใช้เวลาอยู่ในร้านอาหารญี่ปุ่นราวเกือบชั่วโมงได้ ที่เหลือก็เดินย่อยอาหารต่อนิดหน่อยแล้วค่อยกลับ ส่วนนักรบเขาให้ลูกน้องคนสนิทมาตามดูแลเธอแทนส่วนตัวเขานั้นไม่รู้หายหัวไปไหนครืน~ครืนเสียงเรียกเข้าดึงดวงตากลมสวยให้หลุบลงยังหน้าจอสี่เหลี่ยมที่ปรากฏรายชื่อของคนเ
เฟอร์กะพริบรี่คันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าคลับหรูแห่งหนึ่งในค่ำคืนที่ครึ้มฝน มีแสงสว่างวาบจากกลุ่มเมฆสีดำเป็นพยานว่าอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้าฝนใหญ่กำลังจะมาเยือน อลิซแหงนหน้ามองป้ายชื่อคลับที่ตกแต่งด้วยแสงไฟหลากสีแล้วเม้มปากเข้าหากันแน่เธอตามคนที่ผิดนัดกับเธอมาโดยถามจากลูกน้องของเขา ตอนแรกไม่มีใ
อลิซเดินออกมาจากตึกเรียนด้วยใบหน้านิ่งติดไปทางเหวี่ยงเล็กน้อย เธอเพิ่งมีเรื่องกับรุ่นพี่สาวคนเดิมมาถึงจะไม่ถึงขั้นลงไม้ลงมือกันแต่คำพูดและท่าทางของอีกฝ่ายก็ทำให้เกิดอารมณ์ขุ่นมัวได้ดวงตากลมเฉี่ยวดึงกลับขึ้นมองยังเบื้องหน้า เหวี่ยงสองมือที่ยกกอดอกตลอดการเดินออกจากตึกเรียนลงข้างกาย พ่นลมหายใจออกแรงๆ
"ทำไมอยู่ๆ พี่เขาถึงกลับมาอีกล่ะ ไม่ใช่ว่าจะไม่มาให้แกเห็นหน้าอีกหรือไง"มะนาวเอ่ยถามขึ้นในตอนที่สองคนกำลังเดินออกจากห้องเรียนหลังจากจบคลาสแล้ว คำถามค้างคาในใจเธอเพิ่งถูกระบายออกมาหลังจากติดอยู่ในหัวมาเกือบสองชั่วโมงได้เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นกระเบื้องเสียงดังตึกตึกสลับกับเสียงเดินลากเท้าของ
![ไฟรักเพลิงสวาท [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






