تسجيل الدخولอลิซเดินออกมาจากตึกเรียนด้วยใบหน้านิ่งติดไปทางเหวี่ยงเล็กน้อย เธอเพิ่งมีเรื่องกับรุ่นพี่สาวคนเดิมมาถึงจะไม่ถึงขั้นลงไม้ลงมือกันแต่คำพูดและท่าทางของอีกฝ่ายก็ทำให้เกิดอารมณ์ขุ่นมัวได้
ดวงตากลมเฉี่ยวดึงกลับขึ้นมองยังเบื้องหน้า เหวี่ยงสองมือที่ยกกอดอกตลอดการเดินออกจากตึกเรียนลงข้างกาย พ่นลมหายใจออกแรงๆ แล้วเดินมายังรถของตัวเองที่จอดอยู่ในลานจอด แต่ในขณะที่กำลังจะถึงจุดที่รถคันสวยจอดอยู่สายตาเธอก็หันไปโฟกัสกับแผ่นหลังกว้างของใครบางคนที่ไม่เจออีกเลยหลังจากวันนั้น
เท้าเล็กเปลี่ยนทิศทางการเดินหมุนไปยังจุดอับมุมใกล้ลานจอดรถ เหลือบเห็นรถโรลส์ รอยซ์คันหรูสีดำเงาก็ยิ่งมั่นใจว่าเจ้าของแผ่นหลังกว้างนั้นเป็นคนที่คิดไว้จริงๆ
หึ! นี่ขนาดในสถานศึกษาก็ยังจะแหกกฎได้
อลิซเดินเข้ามากระชากมวนบุหรี่ออกจากริมฝีปากบางที่กำลังคาบอยู่ หลุบมองกลุ่มควันสีเทาในมือเพียงนิดแล้วดึงสายตากลับขึ้นยังใบหน้าคมคาย
"ไม่เจอกันหลายวันเลยนะคะพี่นักรบ" เธอยังแอบคิดว่าที่เจอเขาวันนั้นเป็นเพียงแค่บังเอิญไปแล้วเสียอีก แต่มันจะบังเอิญหลายวันไปหรือเปล่า
ดวงตากลมจ้องมองสบตาคมนิ่ง มุมปากสวยยกยิ้มเล็กน้อยโดยที่นักรบเองก็จ้องเธอกลับเช่นกัน เขาไม่ได้ตกใจกับการกระทำของเธอเพียงแค่พ่นควันสีเทาออกจมูกเท่านั้น
"แบบนี้คือไม่บังเอิญใช่ไหมคะ ว่าแต่... อลิซคิดว่าพี่นักรบจะเลิกบุหรี่ได้แล้วเสียอีก"
เมื่อก่อนเขาสูบบ่อยมาก ยิ่งช่วงที่เพิ่งเลิกกับแฟนเก่าที่หนีไปแต่งงานกับนักการเมืองคนดังใหม่ๆ ช่วงนั้นเขายิ่งสูบบ่อยมาก ไม่ว่าจะเจอกันด้วยช่วงเวลาไหนก็จะมีแต่กลิ่นบุหรี่และกลิ่นเหล้าหึ่งตลอด
มือเรียวโยนมวนบุหรี่ในมือลงบนพื้น ใช้เท้าบดขยี้จนมันดับจึงได้ยกมือขึ้นกอดอกแล้วเงยหน้ากลับขึ้นยังคนตัวสูงอีกครั้ง
"วันนี้อารมณ์ไม่ค่อยดี พาไปกินข้าวหน่อยสิคะ"
"ไม่ใช่หน้าที่"
"แล้วพี่นักรบมีหน้าที่ทำอะไรคะ ถึงหลายวันมานี้อลิซจะไม่เห็นพี่ขับรถตามเหมือนวันนั้นแต่อลิซก็เห็นลูกน้องพี่ตามอลิซตลอด บอกมาสิคะว่าทำไมถึงต้องตามอลิซ" เธอเห็นลูกน้องคนสนิทของเขาตามเธอตลอดเลย หากจะบอกว่าบังเอิญเจอกันเธอบอกแล้วไงว่ามันจะบังเอิญหลายวันไปหรือเปล่า
นักรบเลือกที่จะเบือนหน้าหนีแทนการตอบคำถามที่เขาคิดว่าไม่จำเป็นจะต้องตอบอะไรเธอ มือหนาสอดเข้าในกระเป๋ากางเกงดันลิ้นเลียริมฝีปากบางเบาๆ เล็กน้อย
"ไม่ตอบแปลว่าที่มานี่คือมีจุดประสงค์จริงสินะ"
อลิซแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ พอจะเดาได้จากความเงียบของอีกฝ่าย พ่อเธอเคยให้เขามาดูแลเธอช่วงหนึ่งในช่วงที่แม่เธอเพิ่งจากไปใหม่ๆ และช่วงนั้นเป็นช่วงที่เธอสร้างปัญหาให้เขามากที่สุดจนถึงขั้นที่เขาประกาศกร้าวว่าจะไม่มาให้เธอเห็นหน้าอีก
ที่กลับมาอีกครั้งคงเป็นเพราะพ่อเธอจริงๆ สินะ ถึงเธอจะแอบชอบเขาไม่สิ! ถึงเธอจะชอบเขาโดยที่เขาเองก็รู้แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอจะยอมให้คนที่พ่อสั่งให้มาได้มาอยู่ใกล้ตัวแบบนี้ได้แน่
ร่างบางหมุนตัวเดินกลับไปยังรถของตัวเอง มือเรียวสอดเข้าในกระเป๋าผ้าแบรนด์หรูคว้าเครื่องมือสื่อสารขึ้นมากดต่อสายหาคนสั่งการทันที รอสายสักครู่คนปลายสายก็กดรับแต่กลับไม่ใช่เจ้าของมือถือที่รับแต่เป็นคนที่เธอเกลียดเข้าไส้ที่เป็นคนรับต่างหาก
'สวัสดีค่ะคุณอลิซพอดีคุณโอลิเวอร์กำลังมีประชุม..'
"ฉันจะคุยกับแด๊ดคนนอกไม่ควรสอด"
'...' คนปลายสายเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะกรอกเสียงอ่อนโยนเข้ามาอีกครั้ง แต่เสียงแบบนี้อย่าหวังว่าจะใช้กับเธอได้ มันใช้ได้กับคนที่โง่หลังมัวเมาเจ้าหล่อนเท่านั้นแหละ 'ดิฉันจะแจ้งให้คุณโอลิเวอร์ทราบแล้วให้ติดต่อกลับทันทีเลยนะคะคุณอลิซ'
"หึ ยังรู้จักหน้าที่ตัวเองดีนะ เลขาที่คอยรอรับโทรศัพท์หน้าห้องยังทำหน้าที่ตัวเองได้ดีมาก แต่เพิ่มเข้ามาอีกข้อคือหน้าที่บนเตียง"
'คุณอลิซ...'
นิ้วเรียวกดตัดสายทิ้งทันทีไม่อยากฟังเสียงอ่อนโยนที่น่าแสลงหู เธอมองว่าการแสดงของแม่เลขาที่เปลี่ยนหน้าที่มาเป็นแม่เลี้ยงเธอหมาดๆ เนียนเสียยิ่งกว่าอะไรอีก แสดงได้ดียิ่งกว่าดาราดังๆ ที่คนเขาร่ำลือว่าเก่งเสียอีก
เท้าเล็กกระแทกเท้าเดินกลับมายังเฟอร์รารี่ของตัวเองเหลือบขึ้นมองเจ้าของร่างสูงที่ยังยืนอยู่จุดเดิมเพียงนิดแล้วเปิดประตูรถกระแทกปิดกลับเสียงดังตามอารมณ์ที่ขุ่นมัวมากกว่าเดิม กระแทกลมหายใจแรงๆ เปิดเร่งเครื่องปรับอากาศจนสุดเพื่อลดอุณหภูมิในรถก่อนจะกระชากตัวรถออกจากจุดจอดไปด้วยความรวดเร็ว
นักรบมองตามรถสปอร์ตคันหรูที่ขับออกไปด้วยความรวดเร็วด้วยแววตานิ่งๆ ไม่แสดงอารมณ์ เท้าหนาเดินกลับมาที่รถของตัวเอง เปิดประตูก่อนจะขึ้นไปนั่งสตาร์ทรถเคลื่อนออกไปตามหลังโดยไม่รีบร้อน
.
.
อลิซเดินเข้ามายืนหน้าร้านอาหารญี่ปุ่นในห้างดังใจกลางเมืองกรุง ยกมือขึ้นกอดอกเหลือบหางตามองร่างสูงที่เดินมาหยุดยืนไม่ไกลมากนักแล้วกระแทกลมหายใจหมุนตัวเดินกลับมาหาคนด้านหลังที่หยุดยืนข้างเสาต้นใหญ่ พิงไหล่หนากับเสาจ้องมองเธอเดินเข้ามาหานิ่งๆ
"หิวข้าว"
"..."
"ไปกินเป็นเพื่อนหน่อยค่ะ อลิซจะถือว่าเราเจอกันโดยบังเอิญลืมเรื่องที่แด๊ดส่งพี่มาไปชั่วครู่เพราะฉะนั้นไปกินข้าวเป็นเพื่อนหน่อย"
ชวนขนาดนี้แล้วยังทำหน้านิ่งอยู่ได้ อลิซยื่นมือมาคว้าท่อนแข็งแกร่งจับไว้ทั้งสองมือแต่ก็ยังกำไม่รอบ ไม่รู้ว่าเธอคิดไปเองหรือเพราะกล้ามเนื้อของเขามันใหญ่มากกว่าเมื่อก่อนก็ไม่รู้ ออกแรงลากร่างสูงให้เดินเข้ามาในร้านอาหารญี่ปุ่นด้วยกันโดยที่เขาเองก็ขัดขืนอยู่พักหนึ่งแต่ก็ยอมเดินตามเธอเข้ามา
ทั้งสองเข้ามานั่งในโต๊ะด้านในสุดก่อนจะเริ่มสั่งอาหารโดยที่นักรบยังคงนั่งนิ่งไม่พูดอะไร จนกระทั่งอาหารที่สั่งไปถูกนำมาเสิร์ฟขึ้นโต๊ะ
"กินสิคะ หรือต้องให้ป้อน" ไม่ว่าเปล่ามือเรียวรีบคีบหนีบซูชิโรลไปจ่อปากให้ทันที แต่เขาก็ยังคงทำหน้านิ่งหลุบมองซูชิในมือเธอเล็กน้อยแล้วเหลือบกลับขึ้นยังใบหน้าเธอ
"ฉันไม่กิน"
"พี่ก็รู้นี่คะว่าอยู่กับอลิซแล้วต้องเจออะไรแต่ยังอยากจะกลับมาอีกเพราะฉะนั้นก็เตรียมรับมือให้ดีสิคะ"
"ที่ฉันมามันเป็นเพราะหน้าที่"
"งั้นเหรอคะ แล้วแด๊ดให้พี่เท่าไหร่ล่ะคะกับค่าจ้างให้มาดูแลอลิซ ถึงอลิซจะอยากเห็นหน้าพี่ทุกวันแต่ก็ไม่ได้แปลว่าอลิซจะอยากให้คนของแด๊ดมาอยู่ใกล้ตัวแบบนี้"
"..."
เขารู้ว่าเธอชอบเขาเพราะแบบนี้ไงเขาถึงไม่ชอบเธอ เพราะเธอไม่ได้แค่ชอบเขาเฉยๆ แต่เธอจะแย่งเขามาเป็นของตัวเองด้วย เรียกได้ว่าไม่ว่าผู้หญิงคนไหนที่เข้าใกล้เขาจะต้องมีเรื่องกับเธอแน่ไม่เว้นแม้แต่แฟนเก่าเขา
และช่วงที่แตกหักที่สุดคือช่วงสามปีก่อนตอนที่เขาประกาศกร้าวว่าจะไม่มาให้เธอเห็นหน้าอีก...
"อึก! แหวะ!"เสียงโก่งคออาเจียนแต่เช้าของอลิซปลุกนักรบให้ตื่นขึ้นมารับวันใหม่ด้วยความตื่นตระหนกตกใจ ร่างแกร่งแทบลุกจากเตียงทันทีที่ได้ยินเสียงเท้าเล็กวิ่งเข้าไปในห้องน้ำแต่ก็ไม่ทันคนตัวเล็กที่ปิดประตูใส่หน้าไปเสียก่อนเธอมีอาการแบบนี้มาได้เกือบสองเดือนแล้วแต่จะเป็นหนักเอาช่วงหลังๆ มานี้เอง ตื่นเช้ามาอาเจียนตลอดแต่ยังคงทานอาหารได้ปกติตอนแรกก็คิดว่าเป็นอาการของคนท้องแต่พอตรวจก็ยังไม่เจอหญิงสาวจึงคิดว่าน่าจะเป็นเพราะพักผ่อนน้อยเพราะหลังจากลับจากมัลดีฟส์เธอก็โหมเรียนหนักมาตลอดเพราะใกล้ช่วงสอบปลายภาคด้วยซึ่งตัวเขาเองก็คิดว่าเหตุผลนั้นอาจจะเป็นไปได้"อลิซเป็นยังไงบ้างเปิดประตูให้พี่หน่อย""..." ภายในห้องน้ำยังคงเงียบจนน่าใจหาย มันเงียบแบบนี้มาสักพักแล้วไม่มีเสียงโอกอากของหญิงสาวแถมยังไม่มีเสียงตอบรับกลับมาอีกด้วย"อลิซได้ยินพี่ไหม เป็นอะไรหรือเปล่าเปิดประตูให้พี่หน่อย""..."ยิ่งมีเพียงความเงียบที่ตอบกลับมาความกระวนกระวายใจก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น นักรบหมุนเท้าเดินกลับมายังตู้วางของข้างหัวเตียงเปิดลิ้นชักหากุญแจสำรองสำหรับทุกห้องภายในเพนท์เฮ้าส์ด
เสียงสายลมพัดเข้าหาฝั่งนำพาเกลียวคลื่นน้ำซัดเข้ากับโขดหินดังเป็นระยะปลุกอลิซที่กำลังนอนอยู่ภายในอ้อมแขนอบอุ่นของคนรักให้ตื่นขึ้นมารับเช้าวันใหม่ แสงสีส้มแดงของดวงตะวันที่กำลังขึ้นเหนือน่านน้ำมหาสมุทรส่องกระทบเปลือกตาสวยทำนัยน์ตากลมต้องกลอกกลิ้งไปมาเบาๆ ก่อนจะเปิดตาขึ้นมาสัมผัสกับไออุ่นบางเบาของมัน"อือ~"เพราะห้องที่พักจะเป็นแบบให้สามารถเปิดรับลมทะเลได้ กระแสลมทะเลที่พัดเข้าหาฝั่งจึงพัดพาม่านผืนบางให้ปลิวไหวตาม ร่างกายสามารถรับสัมผัสไออุ่นจากดวงตะวันที่กำลังขึ้นอย่างเต็มที่ได้อลิซขยับหันกลับมายังคนตัวโตด้านหลังที่ยังคงหลับตาพริ้ม จุดยิ้มบนใบหน้าเล็กน้อยยื่นหน้าเข้าไปจูบปลายจมูกโด่งเบาๆ แสงสีส้มแดงที่ส่องกระทบลงมาบนใบหน้าหล่อเหลามันยิ่งทำให้นักรบดูน่ามองน่าหลงใหลมากกว่าที่เป็น"ตื่นเช้าจัง""หึหึ"ต่อให้เธอจะเพียงแค่ดิ้นเล็กน้อยก็สามารถปลุกคนตัวโตให้ตื่นได้แล้ว สงสัยคงจะเข็ดจากครั้งนั้นที่เขาตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอเธอหลังจากวันนั้นมาเหมือนไม่ว่าเธอจะขยับเพียงเล็กน้อยดิ้นนิดเดียวก็ปลุกเขาให้ตื่นได้แล้วนักรบกระชับท่อนแขนที่กำล
จุ๊บ~"อือ~"อลิซเบี่ยงหน้าหลบสิ่งรบกวนเวลาพักผ่อนย่นจมูกหงุดหงิดซุกตัวเข้าหาความอบอุ่นจากผ้าห่มที่คลุมกายอยู่ ถึงจะใช้เวลาเดินทางมายังมัลดีฟส์เพียงห้าชั่วโมงแต่เพราะช่วงเวลาที่เดินทางมาเป็นช่วงเวลาเย็นจึงทำให้ร่างกายเกิดการง่วงซึมต้องการการพักผ่อนอย่างอัตโนมัติ อีกข้อคือกิจกรรมสูบพลังที่ทำก่อนจะเดินทางมาต่างหากที่ทำเอาร่างกายอ่อนเพลียแบบนี้"หิวหรือเปล่า"เสียงทุ้มกระซิบชิดริมกกหูเล็กลมหายใจอุ่นร้อนพ่นกระทบซีกแก้มนวลเบาๆ ในขณะที่มือแกร่งเลื้อยลงมาบีบเคล้นหน้าอกใหญ่ปลุกคนขี้เซา นักรบหลุบมองปลายจมูกโด่งเชิดที่ขยับฟุดฟิดรำคาญแต่ก็ยอมพลิกตัวหมุนกลับมายกแขนขึ้นคล้องลำคอหนาซุกหน้าเข้าหาซอกคอแกร่งแทนงึมงำเสียงเบาอย่างน่าเอ็นดู"อยู่ไหนแล้ว~""โรงแรม ถึงสักพักแล้ว"ด้วยเพราะการเดินทางที่ใช้เป็นเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวเวลาการขึ้นลงจึงไม่มีเสียงคนนอกดังรบกวนหญิงสาวถึงได้ไม่รู้สึกตัวตอนที่ถูกอ้อมแขนแกร่งช้อนขึ้นจากที่นอนบนเครื่องบินมายังโรงแรมที่ได้จองไว้จึงไม่แปลกที่เธอจะเอ่ยถามนักรบก้มลงกดจูบบนขมับบางหนักๆ หนึ่งทีหยัดกายลุกขึ้นนั่งโดยที่
"อื้อ~ พอแล้ว"อลิซเบรกคนหื่นที่กำลังระดมจูบใส่ริมฝีปากสวยอย่างไม่รู้จักอิ่ม หอบหายใจหนักชิดปลายจมูกโด่งคมสันดันอกกว้างและไหล่หนาเอาไว้"ไหนว่าจะให้จุ๊บ""ยังไม่ได้จุ๊บหรือไง อีกอย่างอลิซบอกให้จุ๊บไม่ใช่จูบแบบดูดดื่มแบบนี้สักหน่อย พี่นี่ชักจะหื่นขึ้นทุกวันแล้วนะ""...""อลิซจะลงแล้ว"ผลักร่างหนาออกหันกลับมาจัดผมเผ้ายุ่งเหยิงให้เข้าทรง หลุบสำรวจการแต่งตัวของตัวเองแล้วก็สอดมือคว้าตลับแป้งพัฟในกระเป๋าออกมาเติมลิปสติกและแป้งหน่อยหนึ่ง ถึงจะไม่แคร์สายตาใครแต่เธอก็ไม่ได้อยากออกไปด้วยสภาพไม่สวยแบบนี้เหมือนกัน"จะเติมอะไรนักหนาจะไปเรียนหรือไปทำอะไร"พอเปลี่ยนสถานะเป็นแฟนแบบออกนอกหน้านี่ก็หวงออกหน้าออกตาเลยนะ ดวงตากลมหันกลับมาจ้องคนหน้านิ่งที่กำลังส่งสายตาไม่พอใจมาให้ ยื่นหน้าเข้าไปจูบริมฝีปากหนาเบาๆ หนึ่งทีแล้วผละออก"มีแฟนแล้วค่ะไม่มองผู้ชายคนอื่นหรอก อีกอย่างอลิซรักพี่มาตั้งหลายปีขนาดนี้ยังไม่เชื่อใจอลิซอีกเหรอ""เชื่อใจแต่ไม่ชอบให้คนอื่นมอง หวง""เฮ้อ... อลิซไปนะคะเดี๋ยวตอนเย็นไปหาที่บริษัทสัญญาว่าจะเป็นเด็กดี"
"นักรบ!"ปึง!"อย่าปีนเกลียวอลิซ"อลิซอมยิ้มขำใบหน้าถมึงทึงของคนที่เปิดประตูเข้ามาตึงตังไม่พอใจกับชื่อที่เธอเอ่ยเรียกออกมาอย่างกวนๆ แต่อย่างนั้นก็ยังเดินเข้ามาอุ้มร่างเล็กบนโถชักโครกขึ้นมาแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำมาด้วยความเงียบไม่บ่นหรือพูดอะไรเหลือบมองรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของสาวเจ้าเล็กน้อยปล่อยร่างบางกลับลงบนเตียงกว้างใช้สองแขนกักขังหญิงสาวไว้ใต้อาณัติแต่มันกลับไม่ได้ทำให้คนใต้ร่างกลัวเลยสักนิด เธอยังคงอมยิ้มทำหน้าทะเล้นจ้องกลับเอียงคอเล็กน้อยราวกับลูกแมวน้อย"เหมือนมีเด็กแถวนี้จะไม่เข็ดนะ""ไหนเหรอ เด็กที่ไหนกันทำไมช่างกล้าแบบนี้""...เด็กแสบ!""อื้อ~"ไม่รอให้เด็กแสบได้กวนประสาทมากไปกว่านี้ก็จัดการโฉบลงมาปิดปากเล็กที่เอาแต่กวนประสาทบดจูบขบเม้มกลีบปากนุ่มอย่างหนักหน่วงทันที ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเธอกำลังกวนเขาอยู่ เห็นใจดีด้วยหน่อยเอาใหญ่เลยจำไม่ได้แล้วหรือไงว่าเมื่อคืนตัวเองโดนอะไรไปบ้าง สงสัยอาการเช้านี้ยังไม่พออยากจะเอาอีกสินะนักรบกดร่างบางลงบนที่นอนรวบสองมือตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือเพียงข้างเดียว เคลื่อนมืออีกข้างมาถล
"อึก! อื้อ!"อลิซกัดฟันแน่นข่มเสียงครางลามกไว้ในขณะที่ร่างกายกำลังขยับเคลื่อนไหวตามแรงซอยส่งเข้าหาอย่างหนักหน่วงของกายแกร่งด้านบนความเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่ตกกระทบลงมาบนกายเปลือยเปล่าไม่ได้ช่วยให้รู้สึกเย็นขึ้นเลย ร่างกายยังคงร้อนร่าราวกับอยู่ในกองเพลิง ร่างเปลือยเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ อกใหญ่เต้าสวยกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงเช่นเดียวกับลมหายใจที่ติดขัดจิกปลายเล็บลงไปบนท่อนแขนแกร่งที่กำลังจับตรึงเอวคอดเอาไว้แน่"อะ.. อ๊าาาาา""จะเสร็จแล้วฮึ่ม!"เสียงพร่าแหบครางกระหึ่มในลำคอกัดฟันกรามแน่นขยับเร่งสะโพกสอบให้ซอยเข้าหาหลืบร่องแคบแดงปลั่งแบบไม่ยั้งแรง ยิ่งเสียงกรีดร้องครางหวานหูของอลิซดังไม่หยุดยิ่งเพิ่มอารมณ์ดิบให้ลุกโชนอยากกระแทกปลดปล่อยทุกอย่างอย่างสุดจะกลั้นเอาไว้ได้นักรบปล่อยมือออกจากเอวคอดลงมาดันเรียวขาสวยเปิดอ้ากว้างกระหน่ำสะโพกสะบัดเข้าใส่ร่องฉ่ำแดงปลั่งอย่างบ้าคลั่ง ส่งเสียงครางกระหึ่มในลำคออีกครั้งก่อนจะโน้มลงมาแนบแผงอกแกร่งแข็งแรงกับหน้าอกเต่งตึงเกร็งสะโพกกระตุกปลดปล่อยน้ำรักสีขุ่นเข้าไปในกายสาว กดแช่ค้างขยับเนิบนาบสองสามค
"พวกแกอยู่ไหน ฉันถึงห้างแล้ว"อลิซกรอกเสียงเข้าไปในสายในระหว่างที่กำลังเดินเข้ามาภายในห้างดังใจกลางเมือง เธอนัดเจอกับเพื่อนสนิทที่นี่แต่ก็ไม่รู้ว่าทุกคนมาถึงกันหรือยังเลยต้องโทรเช็กสักหน่อย"โอเค เดี๋ยวเข้าไป"มือเรียวกดวางสายเพื่อนสนิทอย่างมะนาว เพื่อนสาวเพียงคนเดียวของเธอ เพื่อนในกลุ่มเธอมีทั้งหม
"อือ~"เสียงครางแหบในลำคอดังมาจากร่างบางของหญิงสาวบนเตียงที่กำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมารับเช้าวันใหม่ของวันด้วยเสียงเคาะประตูจากหน้าห้อง อลิซดันตัวลุกขึ้นนั่งขมวดคิ้วหลับตาด้วยความหงุดหงิดที่ถูกรบกวนเวลาพักผ่อนมือบางยกขึ้นทุบหัวเบาๆ ด้วยความปวดหัวตุบๆ เกิดจากแอลกอฮอล์ที่ดื่มลงไปอย่างหนักเมื่อคืน เธอ
ครืด~ท่ามกลางความมืดมิดมีเพียงจุดสว่างเพียงตะเกียงภายในห้องอับชื้น เสียงหยดน้ำภายใต้ความอับชื้นและเสียงของแข็งถูกลากครูดมากับพื้นเย็นเยียบเสียงดังน่าสยดสยองเข้ามาใกล้ทุกจังหวะการย่ำเท้าร่างใหญ่ชุ่มไปด้วยเลือดอาบโชกสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวด้วยรู้ว่าเจ้าของการกระทำนั้นคือใคร สองมือยกพนมขึ้นเหนือหัวเ
ตึก ตึกตึก ตึกเสียงรองเท้าส้นสูงสีแดงเลือดนกกระทบลงพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบภายในทางเดินของโรงแรมสุดหรู ร่างบางหุ่นเพรียวในชุดแหวกข้างคอลึกสีควบคู่กับรองเท้าเดินกรีดกรายเข้ามายังบริเวณจัดงานวิวาห์สุดอลังการด้วยใบหน้าเรียบนิ่งแววตาเต็มไปด้วยความมาดร้ายเหล่าบอดี้การ์ดชุดดำต่างพากันเดินเข้ามาขวางทางเธ







