เข้าสู่ระบบเช้าวันต่อมา...
แสงสีทองส่องลอดผ่านม่านหนาเข้ามาภายในห้องโรงแรมหรูใจกลางเมืองกรุงโคเปนเฮเกน ร่างบางของนางแบบสาวในชุดนอนกระโปรงสายเดี่ยวตัวบางนั่งพิงหัวเตียงคิ้วย่นขมวดมุ่นฟันคมกัดลงบนกลีบปากอวบอิ่มแน่นดวงตากลมโตหรี่มองตามหน้าจอไอแพดบนตักด้วยความข้องใจสงสัย
เธอนั่งหาข่าวเกี่ยวกับฆาตกรรม คลับหรือข่าวอะไรที่เกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อคืนนี้แต่กลับไม่เจอมันเลยแม้แต่หัวข้อข่าวก็ยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ มีเพียงความวุ่นวายในคลับ ไฟไหม้และการทะเลาะวิวาทแต่ข่าวที่ออกมานั้นเป็นข่าวเก่าเมื่อหลายปีก่อนแล้วทั้งนั้น
"ไม่มีข่าวฆ่าคนตายเลยงั้นเหรอ คนทั้งคนนะเฮ้ยทำไมถึง..."
ฮันน่าเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอไอแพดมองออกไปด้านนอกใบหน้าสวยครุ่นคิดทั้งแปลกใจและสงสัยข้องใจไปพร้อมๆ กัน
"หรือเขาไม่ตาย? แต่มันจะเป็นไปได้ได้ยังไงก็ในเมื่อ..."
ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนหวนกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง เธอมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่าเห็นเลือดพุ่งไหลออกมาจากแผลฉกรรจ์ที่ลำคอของผู้ชายคนนั้น แล้วมันจะเป็นไปได้ได้ยังไงว่าเขาจะไม่ตาย...
ติ้ง~ติ้ง
เสียงประตูหน้าห้องดังขึ้นดึงสติของคนบนเตียงให้หันมองกลับออกไปยังบานประตูหน้าห้องโดยอัตโนมัติ เธอหลับตาลงข่มใจให้สงบก่อนจะยกมือขึ้นลูบใบหน้าที่ชื้นเหงื่อเล็กน้อยสะบัดผ้าห่มบนตักออกแล้วหย่อนเท้าลงบนพื้นวางไอแพดในมือลงบนเตียงแล้วเดินออกมายังประตูหน้าห้อง
"เมื่อคืนหลับสบายดีไหมจ๊ะลูกสาว"
"พี่เมลลี่เอาจริงๆ นะ"
"หื้อ?"
"หนูนอนไม่หลับเลยมันผวามันกลัวภาพนั้นมันลอยเข้ามาในหัวหนูตลอดเวลาเลยหนู..."
"ฮันน่าใจเย็นๆ มานี่มา"
มือหนาของร่างสูงของผู้จัดการยื่นเข้ามาจับข้อมือเล็กไว้พาเดินมานั่งลงบนโซฟาโดยที่ตัวเองนั่งขนาบข้าง เคลื่อนมือลูบไหล่บางตบเบาๆ เป็นการปลอบประโลม
"มันไม่มีข่าวออกมาเลยว่าผู้ชายคนนั้นตายหรือข่าวเกี่ยวกับคลับนั้นเลย บางทีมันอาจจะเคลียร์ลงตัวแล้วผู้ชายคนนั้นอาจจะไม่ตายก็ได้"
"แต่หนูเห็น..."
"ฮันน่าพี่รู้ว่าเราเห็นอะไรพี่ก็เห็นทุกคนก็เห็น แต่เราทำได้แค่เงียบเท่านั้นอย่าคิดที่จะค้นหาหรืออะไรอีกทำงานของเราให้เสร็จแล้วเราก็กลับบ้านกัน แค่นั้นเข้าใจไหม"
"แต่พี่เมลลี่หนู..."
"เชื่อพี่ เห็นไหมว่าเช้านี้มันไม่มีข่าวอะไรออกมาเลยเพราะอะไรล่ะคิดดูสิหากว่าไม่ใช่เพราะว่ามีคนที่มีอำนาจปกปิดเรื่องนี้ไว้มันจะเงียบขนาดนี้ได้เหรอ อาจจะเป็นเจ้าของคลับหรืออาจจะเป็นคนที่ลงมือฆ่าเองเราก็ไม่รู้เพราะฉะนั้นเราทำได้แค่เงียบแล้วทำงานของเราไปเท่านั้นเข้าใจไหม"
"คนที่มีอำนาจงั้นเหรอ" เสียงหวานพึมพำทวนตามมองเลยออกไปจากร่างหนาของผู้จัดการร่างหนา ในใจคิดเพียงว่าใครกันที่จะมีอำนาจขนาดที่จะปกปิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ได้เงียบมากขนาดนี้
"มาเฟียเหรอคะ"
เมลลี่ที่กำลังจะลุกขึ้นจากโซฟาเก็บของกินที่ลงไปซื้อขึ้นมาให้เจ้าของห้องชะงัก ปรายตาขึ้นมองเจ้าของคำถามที่กำลังจ้องหน้าเธออยู่ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ เป็นคำตอบ ทำให้คนตัวเล็กกว่านิ่งเงียบไปเธอจึงเดินเลี่ยงมายังตู้เย็นขนาดเล็กที่บาร์น้ำแทนปล่อยให้เจ้าของคำถามนั่งคิดทบทวนอะไรต่อเอง
เธอรู้ว่าเด็กเธอเป็นคนฉลาดคำตอบแค่นี้คงจะทำให้เข้าใจอะไรหลายๆ อย่างได้ชัดเจนมากขึ้น
ฮันน่าใช้เวลาอยู่กับตัวเองสองวันเต็มๆ จากที่คิดว่าจะเดินเล่นเที่ยวเล่นก่อนจะเริ่มงานที่ต้องล่องเรืออยู่กลางมหาสมุทรนานถึงสิบวันเต็มๆ จะเริ่มขึ้น แต่ทุกอย่างกลับต้องกลายเป็นเก็บตัวอยู่แต่ในห้องเพราะต้องการเวลาลบภาพนั้นออกไปถึงมันจะไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดไว้เลยก็ตาม
เท้าเรียวสวยก้าวขึ้นมาบนเรือสำราญขนาดใหญ่ของนักธุรกิจขนส่งสินค้าผู้ทรงอำนาจด้านท้องทะเลของเดนมาร์ก ท่าเรือขนาดใหญ่โดยที่มีเขาเป็นเจ้าของเต็มไปด้วยเหล่านักธุรกิจแนวหน้าของประเทศและเหล่านางแบบที่ได้รับเกียรติให้มาร่วมงานนี้ด้วย
ดวงตากลมโตกวาดสายตามองความหรูหราเหมือนยกโรงแรมหรูทั้งโรงแรมมาตั้งไว้ใจกลางเรือด้วยความตื่นตา แม้ส่วนใหญ่เธอจะรับงานนอกประเทศซะส่วนใหญ่แต่ก็ไม่เคยรับงานถ่ายแบบร่วมกับนางแบบดังกับเรือสำราญกลางทะเลสิบวันเต็มๆ แบบนี้เลยซะครั้ง ถือว่านี่เป็นจุดสูงสุดของชีวิตนางแบบตลอดระยะเวลาสิบปีมาเลยก็ว่าได้
"คุณเมลลี่ใช่ไหมครับ"
"ใช่ค่ะ"
"เชิญทางนี้ครับผมจะนำพวกคุณไปยังห้องพักครับ"
"ขอบคุณค่ะ"
เสียงตอบกลับชายร่างสูงใหญ่ในชุดสูทดึงสติของฮันน่าให้กลับมาอีกครั้ง เธอเผยรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าแล้วเดินตามผู้จัดการร่างหนาไปยังด้านในเรือเพื่อไปยังห้องพักโดยมีชายร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำเป็นคนนำทาง
ตลอดทางที่เดินผ่านก็ลอบสังเกตความหรูหราตามทางไปด้วย ร่างบางในชุดเดรสเปิดไหล่จับระบายผ้าแก้วออแกนซ่ากระโปรงยาวเสมอเข่าสีโอลด์โรสเดินตามหลังมาหยุดอยู่หน้าห้องพักส่วนตัวสำหรับเธอ ก่อนชายร่างสูงใหญ่ที่นำทางมาจะขอตัวเดินกลับออกไปเหลือเพียงเธอกับผู้จัดการร่างหนา
"ข้าวของของเราทั้งหมดอยู่ในกระเป๋าสองใบนี้นะ ส่วนถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงเดี๋ยวเขาจะแจ้งอีกที"
"โอเคค่ะพี่เมลลี่ ขอบคุณค่ะ"
"อ่าๆ พี่จะไปหาห้องตัวเองก่อนไม่รู้พ่อรูปหล่อคนนั้นเดินหนีไปไหนแล้วพาเรามาแต่กลับหนีไปก่อนซะงั้น"
"พี่เมลลี่~"
"คิกคิก ไปล่ะลูกสาว"
"ค่ะ" เสียงหวานขานกลับผู้จัดการร่างหนา เดินออกมาส่งหน้าห้องพอลับหลังร่างผู้จัดการไปแล้วจึงปิดประตูลงหันกลับมาจัดการกับกระเป๋าสองใบของเธอ เก็บให้เข้าที่ก่อนจะออกไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป
.
.
ฮันน่าล้มตัวลงบนเตียงขนาดกลางด้วยความเหนื่อยล้าหลังจากยืนรับหน้าแขกบนเรือมาทั้งวัน งานที่ต้องตามใจผู้ว่าจ้างทุกกระเบียดนิ้วแบบนี้มันเหนื่อยมากจริงๆ แต่เธอก็ชอบอาชีพนี้มากเหมือนกัน
เปลือกตาบางปิดสนิทท่ามกลางความมืดมิดในค่ำคืนแรกบนเรือลำใหญ่ เสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอเป็นการบ่งบอกให้รู้ว่าคนบนเตียงได้หลับสนิทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เงาใหญ่ร่างสูงในความมืดก้าวเดินออกมาด้วยความเงียบเชียบ ดวงตาคมกริบหรี่ลงจ้องมองคนบนเตียงด้วยแววตาเรียบนิ่งไร้ความรู้สึก ก่อนจะเคลื่อนสายตามองออกไปรอบห้องเหมือนกำลังเก็บรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับเจ้าของห้อง
มือหนาคีบมวนบุหรี่ไว้ส่งควันขาวลอยคลุ้งกลิ่นเย็นคละคลุ้งเต็มห้องจนน่าเบือนหน้าหนี
โดโนแวนยกมวนบุหรี่ในมือขึ้นสูบควันขาวเข้าเต็มปอดก่อนจะพ่นออกมาทางจมูกและริมฝีปากบางเฉียบท่ามกลางความมืด เดินไปทิ้งตัวลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งคว้าโทรศัพท์ของเจ้าของห้องที่วางอยู่ด้านหน้าขึ้นมากดเปิดอย่างถือวิสาสะ
"...."
ดวงตาคมกริบจ้องมองรูปหน้าจอหลักบนเครื่องมือสื่อสารในมือนิ่งๆ ก่อนจะเบนกลับไปมองยังคนบนเตียงที่ยังคงหลับสนิท ยกมวนบุหรี่ในมือขึ้นมาดีดขี้บุหรี่ลงบนโต๊ะเครื่องแป้งแล้วดันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินออกจากห้องไปด้วยความเงียบเชียบราวกับไม่เคยมีใครอยู่ในห้องนี้มาก่อนนอกจาก... คนบนเตียง
"ฮันนี่อย่าวิ่งครับเดี๋ยวล้ม"เสียงทุ้มตะโกนออกมาจากด้านในตัวบ้านจนคนที่กำลังจัดขนมของว่างอยู่ในสวนถึงกับหลุดหัวเราะด้วยความเอ็นดูเด็กหญิงตัวเล็กวัยขวบเศษวิ่งนำเข้ามาพร้อมกับเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากด้วยความชอบใจ ผมจุกสองจุกกระเซอะกระเซ็นปากจิ้มลิ้มเปิดอ้าทำให้สามารถมองเห็นฟันเล็กสองซี่บนได้อย่างชัดเจน"ฮันนี่!""อ๊าก! มัมมัม!"เสียงใสตะโกนเรียกแม่วิ่งฝ่าสนามหญ้าเขียวเปิดแขนอ้าออกเข้าหาร่างบางของผู้เป็นแม่โดยมีน้องชายฝาแฝดนั่งอยู่บนตักของคนเป็นยายข้างกันเงยหน้าขึ้นมองมาอยู่ฮันน่าเปิดแขนรับลูกสาวตัวเล็กด้วยรอยยิ้มกว้าง เด็กน้อยวิ่งเข้ามาซุกเข้าหาอกปีนไต่ขึ้นไปนั่งคร่อมบนตักบางโดยยังคงหันหลังระแวงคนที่วิ่งไล่ตามมาพร้อมกับเสียงกรีดร้องด้วยความสุข เสียงหัวเราะเสียงดังเอิ๊กอ๊ากดังลั่นทั่วบริเวณมือบางยกขึ้นกอดร่างเล็กของลูกสาวบนตักไว้เป็นเวลาเดียวกันกับที่ร่างสูงของโดโนแวนวิ่งมาถึงพอดี ร่างสูงยืนเท้าเอวหอบหายใจหนักด้วยความเหนื่อยในมือยังคงถือผ้าอ้อมเด็กที่ยังไม่ได้ใช้ไว้ ดวงตาคมกริบจ้องมองคนตัวเล็กบนตักของผู้เป็นแม่แล้วส่ายหน้ายิ้มน้อยๆ"แสบจริงๆ เลย ดูสิที่รักลูกฉี่ใส่เสื้อพี่เปียกหมดเลย ไม
"คืนนี้นอนที่นี่ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยพาเดินเล่นรอบบ้าน" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นหลังจากทั้งสองนั่งทานอาหารค่ำที่เขาได้สั่งมาจากร้านอาหารชื่อดังเข้ามาก่อนหน้านี้เสร็จแล้ว พร้อมกับจับผ้าขึ้นเช็ดปากเรียบร้อยแล้ววางลงกลับบนโต๊ะ"พี่จะนอนที่นี่เหรอคะ""เราจะนอนที่นี่คืนนี้""งั้นหนูไปเดินดูรอบๆ ในบ้านก่อนได้ไหมคะ อยากเดินดู""พรุ่งนี้จะพาทัวร์ คืนนี้ขึ้นไปพักก่อน""แต่ว่า...""....""ก็ได้ค่ะ แต่เราไม่มีเสื้อผ้านี่คะแล้วจะเปลี่ยนชุดยังไง"โดโนแวนยกยิ้มเล็กน้อยด้วยความเอ็นดูในความสงสัยไปทั่วของคนตัวเล็ก หยัดกายขึ้นเต็มความสูงเดินมาหาคนตัวเล็ก โน้มตัวลงยื่นมือเช็ดคราบอาหารบนมุมปากอวบอิ่มออกแล้วจรดริมฝีปากลงบนหน้าผากมนแผ่วเบา"ขึ้นไปข้างบนกัน""...." แววตาหยาดเยิ้มส่อไปในทางที่ไม่สามารถคิดดีได้เลย แต่ฮันน่าก็ยอมลุกขึ้นเดินตามขึ้นไปยังชั้นสองของตัวบ้านหลังใหญ่ โดยมีเจ้าของร่างสูงจูงมือพาเดินขึ้นไปสองร่างเดินเข้ามาภายในห้องนอนใหญ่ซึ่งเป็นห้องที่นักฆ่าหนุ่มตั้งใจออกแบบเองด้วยความสามารถที่มี โดยมีนักออกแบบคอยให้คำแนะนำถึงความเหมาะสมของการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ และสีพื้นรวมถึงสีภายในห้อง"พี่ออกแบบเองเห
ฮันน่าใช้เวลาพักรักษาจิตใจเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์เต็มจึงได้กลับมารับงานตามเดิม แต่ที่ผิดไปจากเดิมคืองานที่เธอรับจะไม่เน้นโชว์วาบหวิวมากเป็นเสียส่วนใหญ่ ตอนแรกเมลลี่ผู้จัดการส่วนตัวมีการบ่นให้อยู่หลายครั้งมากเพราะโดยปกติงานที่เธอรับจะเป็นแนวนั้นเกือบทั้งหมด แต่พอได้สบสายตาคมกริบไม่พอใจและน้ำเสียงสั่งเสียเป็นการเด็ดขาดจากคนรักของเด็กในความดูแล เธอจึงต้องฝืนกลืนน้ำลายปฏิเสธงานทั้งหมด และแน่นอนว่าเม็ดเงินที่จะได้รับก็ลดฮวบลงไปด้วยเช่นกัน ส่วนโดโนแวนตอนนี้ได้ใช้พื้นที่ในส่วนของท่าเรือของเพื่อนสนิทเพื่อเป็นศูนย์ฝึกกองกำลังอารักขาความปลอดภัยหรือเรียกง่ายๆ คือ บอดี้การ์ดรับจ้าง ซึ่งจะรอการเปิดบริษัทเป็นของตัวเองที่กำลังเริ่มก่อร่างสร้างขึ้นมาโดยมีเขาที่เป็นคนเลือกทำเลที่ตั้งของบริษัท และมีเพื่อนสนิทคอยเป็นคนให้คำปรึกษาคราแรกหัวเด็ดตีนขาดเขาก็จะไม่รับความวุ่นวายที่จะต้องไปเลือกทำเลที่ตั้งเองโดยเด็ดขาด แต่เพราะถูกหว่านล้อมจากคนรักและเหตุผลต่างๆ จากเพื่อนสนิทที่เหมือนจะเข้าขาได้ดีกับสาวเจ้าทำให้เขาต้องมีหน้าที่ที่ต้องวุ่นวายมากขึ้นนอกจากฝึกกองกำลังบอดี้การ์ดรับจ้างเท่านั้นร่างสูงกำยำยืนตระหง่านห
"มากันแล้ว... ทำไมอยู่ในสภาพนั้นล่ะลูก"ผกากรองที่นั่งใกล้กับสามีเงยหน้าขึ้นมองไปยังลูกสาวกับคนตัวสูงที่เดินตามกันมาก่อนจะชะงักคำพูดแล้วไล่สายตามองสภาพของคนตัวสูงข้างลูกสาว ผมหนายุ่งเหยิงเล็กน้อย เศษผงเล็กๆ น้อยๆ เกาะเต็มเสื้อเชิ้ตสีดำของเจ้าตัวเต็มไปหมด และพอสังเกตดีดีตามตัวมีจุดสีแดงเล็กๆ จุดบริเวณที่โผล่พ้นเนื้อผ้าออกมาเต็มตัวไปหมดพอมองเลยมายังมือหนาที่มีลูกมะม่วงลูกใหญ่สองลูกอยู่ในอุ้งมือถึงได้รู้ว่าทำไมคนรักของลูกสาวถึงได้อยู่ในสภาพนี้ เสียงถอนหายใจดังออกมาเบาๆ ก่อนเจ้าของร่างบางในวัยกลางคนจะหันมองคนเป็นสามีที่นั่งยิ้มร้ายกาจอย่างไม่สนใจมองสภาพของร่างสูงข้างลูกสาวเลยสักนิดราวกับว่ารู้อยู่แล้ว"ฝีมือคุณใช่ไหมคะ" เสียงหวานเอ่ยเป็นภาษาอังกฤษชัดถ้อยชัดคำจนนิคาซิโอ้ที่นั่งยิ้มกริ่มอยู่เงยหน้าขึ้นมา โดยปกติแล้วภรรยาจะใช้ภาษาบ้านเกิดตัวเองในการสื่อสารกับเขาเสียมากกว่าเป็นส่วนใหญ่ และการที่เธอใช้ภาษาอังกฤษในการถามครั้งนี้ เขารู้ว่าจุดประสงค์คงจะหมายให้ใครอีกคนรู้เรื่องด้วยเป็นแน่"คุณนิคาซิโอ้""คุณแม่คะ หนูว่าทานข้าวกันดีกว่าค่ะเดี๋ยวอาหารเย็นแล้วจะไม่อร่อย เดี๋ยวหนูขอทายาให้พี่เขาแป๊
"อยู่ทานข้าวกันก่อนค่อยกลับนะฮันน่า"ผกากรองเอ่ยขึ้นหลังจากแขกอดีตว่าที่คู่หมั้นของลูกสาวและเพื่อนของสามีกลับไปแล้ว เธอหันมองหน้าคนตัวสูงที่นั่งเงียบมาตลอดการสนทนาแล้วดึงสายตากลับมามองหน้าลูกสาวเพื่อเป็นการเอาคำตอบอีกครั้ง"ได้ค่ะคุณแม่""ดีเลย งั้นไปช่วยแม่เตรียมของไป จะได้รีบทำอาหารกันจะเที่ยงแล้ว""โอเคค่ะ"ฮันน่าหยัดกายขึ้นตามร่างบางของคนเป็นแม่พร้อมกับรอยยิ้มสดใสดีใจที่เรื่องทุกอย่างจบลงด้วยดี อารมณ์เธอตอนนี้กับเมื่อตอนที่เพิ่งมาถึงมันคนละอารมณ์จนนักฆ่าหนุ่มที่นั่งเงียบอยู่นานต้องเงยหน้าขึ้นมองตามดวงตาจับจ้องมองจนคนตัวเล็กนิ่งทำให้ร่างบางโน้มตัวลงใกล้กระซิบเสียงเบาให้พอได้ยินกันสองคนแต่มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เขายังคงนั่งนิ่งอย่างเดิมไม่เปลี่ยน"ฝากคุณพ่อหน่อยนะคะเดี๋ยวหนูมา""จะไปไหน""ไปทำอาหารกับคุณแม่ค่ะ คุยกันดีดีนะคะ""...."ร่างบางเดินออกไปพร้อมกับคล้องแขนเรียวของคนเป็นแม่ไปด้วย เสียงพูดคุยหัวเราะที่ออกห่างไปทำให้ดวงตาคมเงยกลับขึ้นมายังนักธุรกิจรุ่นใหญ่ด้านหน้าเพียงนิดแล้วดึงสายตากลับ เอื้อมมือคว้าแก้วน้ำบนโต๊ะยกขึ้นดื่มแล้วนั่งเงียบต่อไม่ได้มีการพูดคุยกันอย่างที่คน
ตึกตึกร่างสูงของนักฆ่าหนุ่มเดินมาทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวใหญ่กลางห้องรับแขกโดยมีนางแบบสาวเดินตามมาติดๆ เธอหยุดยืนบริเวณใกล้จุดที่คนตัวโตนั่งลงแล้วเม้มริมฝีปากเข้าหากันพร้อมกับถอนหายใจเบาๆ รู้ว่าวันนี้ทำให้เขาหงุดหงิดแล้วก็มีอารมณ์น้อยใจอยู่ไม่น้อย แต่เธอก็ไม่รู้นี่นาว่าว่าที่คู่หมั้นเธอจะมาด้วยฮันน่าเดินมาหย่อนตัวนั่งลงข้างคนตัวสูงหันกลับมายื่นมือบางมาวางบนท่อนแขนแกร่งกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำพูดออกมา แต่แขกผู้มาใหม่ก็เดินเข้ามาเสียก่อนทันทีที่เห็นใบหน้าของแขกที่เดินเข้ามาภายในห้องรับแขก คนตัวเล็กก็ชะงักนิ่งทันทีเพราะมันไม่ใช่เพียงแค่ว่าที่คู่หมั้นเธอเท่านั้น แต่ยังมีคนที่เธอเคารพเหมือนลุงแท้ๆ คนหนึ่งมาด้วยกันด้วย ท่านหันมองเธอเพียงนิดแล้วดึงสายตามองคนที่นั่งด้านข้างด้วยสีหน้านิ่งมีความไม่สบอารมณ์อยู่มากก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงบนโซฟาอีกตัวตรงข้ามตามมาด้วยว่าที่คู่หมั้นของเธอ"สวัสดีครับฮันน่าสบายดีนะ""สวัสดีค่ะพี่ธีโอ" เสียงหวานตอบกลับคู่หมั้นหนุ่มไปโดยที่มือก็รั้งแขนคนข้างๆ ไว้แน่นเมื่อเขาทำท่าราวกับจะลุกออกไปจากตรงนี้ ทำให้เจ้าของร่างสูงด้านข้างถอนหายใจหนักหันจ้องหน้าเธอนิ่งด้วยแววตาดุดัน"พ







