Masuk"พี่เมลลี่หนูไปห้องน้ำนะ"
"ให้ไปเป็นเพื่อนไหม"
"แค่นี้เองหนูไปเองได้"
"อ่าๆ"
ฮันน่าหยัดกายลุกขึ้นยืน ร่างบางโอนเอนเล็กน้อยเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่มีอยู่ในร่างกายในปริมาณที่ค่อนข้างมากพอสมควร แต่ก็ยังพอประคองสติให้เดินไปยังทางที่ป้ายบอกทางห้องน้ำได้ รวมถึงฝ่าผู้คนระหว่างทางไปได้ด้วย
"อื้อ~ รู้สึกเริ่มมึนแล้วสิคงต้องล้างหน้าหน่อยแล้วมั้ง"
เสียงหวานพึมพำในลำคอยกมือขึ้นตบหน้าเบาๆ เป็นการเรียกสติ เอื้อมมือเปิดน้ำแล้วตักยกขึ้นมาเต็มอุ้งมือสะบัดออกเล็กน้อยก่อนจะแตะตบที่ข้างแก้มแดงเรื่อทั้งสองข้างมองเงาสะท้อนของตัวเองผ่านกระจกด้านหน้า
นางแบบสาวหมุนตัวเดินออกจากห้องน้ำหลังจากจัดการทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว แต่ระหว่างที่กำลังจะเดินกลับไปหาผู้จัดการส่วนตัวของเธอนั้นก็เกิดการชะงักเท้าที่กำลังก้าวเมื่อสายตาดันไปเห็นเข้ากับภาพที่ทำให้ร่างกายเหมือนจะแข็งชาไปทั่วร่างชั่วขณะ
เคร้ง!
เสียงแก้วเหล้าในมือร่วงหล่นลงบนพื้นแตกละเอียดกระจายก่อนดวงตาคมกริบของชายที่อยู่ในความมืดเห็นเพียงเรือนร่างรำไรจะปล่อยคนในอ้อมแขนหล่นลงพื้น ปรายตาขึ้นมองเธอที่ยืนนิ่งท่ามกลางผู้คนที่กำลังเดินสวนโยกตัวกันไปมาด้วยความสนุกตามเสียงเพลงโดยไม่นึกฉงนเอะใจอะไร ร่างสูงใหญ่ค่อยๆ ถอยออกห่างจากมาด้วยความเงียบเชียบโดยมีดวงตากลมโตมองตามไปเหมือนถูกสะกดไว้
"กรี๊ด!!"
เสียงกรีดร้องดังขึ้นหลังจากร่างใหญ่ร่วงลงพื้นมีเลือดสีเข้มไหลออกมาจากลำคอที่เปิดเป็นแผลฉกรรจ์น่าหวาดกลัว
ความโกลาหลเริ่มวุ่นวายเมื่อทุกคนจับตามองมายังจุดที่เธอกำลังมองเป็นตาเดียวกัน ฮันน่าถูกกระชากออกมาจากบริเวณที่ยืนอยู่ด้วยสติที่ยังคงไม่ครบถ้วน มือบางสั่นระริกดวงตากลมโตเอ่อพร่าไปด้วยน้ำตาที่ไหลลงมาโดยอัตโนมัติ ในขณะที่บอดี้การ์ดของคลับก็เข้ามาเคลียร์พื้นที่ด้วยความรวดเร็วเช่นกัน
"ฮันน่า ฮันน่า!"
"พะ...พี่เมลลี่นะ... หนู~"
เสียงหวานสั่นเครือด้วยความหวาดกลัว มือบางถูกมือหนากุมไว้ประคองโอบปลอมประโลมในขณะที่น้ำตายังคงไหลลงมาเป็นสายอาบแก้มเนียน
"ไม่เป็นไรๆ "
"หนูเห็น.."
"อย่าพูดถ้ามันจะทำให้กลัวอย่าพูดออกมา ตอนนี้เราอยู่ต่างถิ่นปล่อยทุกอย่างให้เจ้าถิ่นเป็นคนจัดการเองไม่ต้องกลัวเรากลับกัน ไปพักผ่อนก่อนอย่าคิดมากทุกอย่างจะดีขึ้น"
"อื้อ~"
นางแบบสาวพยักหน้าในอ้อมแขนยอมเดินด้วยแข้งขาอ่อนแรงออกมายังรถที่เช่าเพื่อใช้สำหรับตอนที่ยังอยู่ที่นี่มาโดยมีร่างสูงใหญ่ของผู้จัดการส่วนตัวประคองอยู่ใกล้ๆ
.
.
โดโนแวนมองตามสองร่างที่ประคองกันออกไปยังรถที่จอดรออยู่ด้วยแววตาราบเรียบไร้ความรู้สึก ตอนแรกเขาไม่ได้สนใจอะไรในตัวผู้หญิงคนนั้นเลย แต่พอได้สบตากันอีกครั้งตอนที่เขาลงมือจัดการกับเหยื่อภาพของผู้หญิงที่บังเอิญเจอกันหน้าห้องน้ำในสนามบินก็ผุดขึ้นมาในหัว เธออยู่ในเหตุการณ์ที่เขาลงมือถึงสองครั้งและเขาเชื่อว่าเธอจำเขาได้
เท้าหนักก้าวเดินออกมาจากมุมมืดสอดมือล้วงเข้าในกระเป๋ากางเกงมองตามไฟท้ายรถที่ตีเลี้ยวออกจากพื้นที่ของคลับไปก่อนจะขึ้นคร่อมรถบิ๊กไบค์ของตัวเองแล้วสตาร์ทรถเสียงดังลั่นก่อนจะกระชากตัววิ่งออกสู่ถนน
ครืน~ครืน
เสียงสั่นจากโทรศัพท์ด้านในกระเป๋าเสื้อทำให้มือหนาต้องเคลื่อนตัวลงมาควานหาในกระเป๋า ยกขึ้นมากดรับแล้วแนบเข้ากับในหูในขณะที่ยังคงขับรถอยู่บนท้องถนนตามรถคันหน้าไป
ดวงตาคมกริบยังคงไม่ละไปจากรถคันหน้าในขณะที่รอปลายสายเป็นคนเริ่มบทสนทนาออกมาก่อน
'มีงานใหม่ให้ทำอยู่ใกล้ๆ'
"ถือว่าเธอโชคดีไปแต่ถ้ายังมีครั้งหน้า... เธอไม่รอดแน่"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดริมฝีปากเก็บโทรศัพท์ในมือลงกลับในกระเป๋าเสื้อตามเดิม ตีไฟเลี้ยวเข้าซอยด้านหน้าเพื่อออกไปตามสถานที่นัดที่ในสายบอกมา
"ฮันนี่อย่าวิ่งครับเดี๋ยวล้ม"เสียงทุ้มตะโกนออกมาจากด้านในตัวบ้านจนคนที่กำลังจัดขนมของว่างอยู่ในสวนถึงกับหลุดหัวเราะด้วยความเอ็นดูเด็กหญิงตัวเล็กวัยขวบเศษวิ่งนำเข้ามาพร้อมกับเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากด้วยความชอบใจ ผมจุกสองจุกกระเซอะกระเซ็นปากจิ้มลิ้มเปิดอ้าทำให้สามารถมองเห็นฟันเล็กสองซี่บนได้อย่างชัดเจน"ฮันนี่!""อ๊าก! มัมมัม!"เสียงใสตะโกนเรียกแม่วิ่งฝ่าสนามหญ้าเขียวเปิดแขนอ้าออกเข้าหาร่างบางของผู้เป็นแม่โดยมีน้องชายฝาแฝดนั่งอยู่บนตักของคนเป็นยายข้างกันเงยหน้าขึ้นมองมาอยู่ฮันน่าเปิดแขนรับลูกสาวตัวเล็กด้วยรอยยิ้มกว้าง เด็กน้อยวิ่งเข้ามาซุกเข้าหาอกปีนไต่ขึ้นไปนั่งคร่อมบนตักบางโดยยังคงหันหลังระแวงคนที่วิ่งไล่ตามมาพร้อมกับเสียงกรีดร้องด้วยความสุข เสียงหัวเราะเสียงดังเอิ๊กอ๊ากดังลั่นทั่วบริเวณมือบางยกขึ้นกอดร่างเล็กของลูกสาวบนตักไว้เป็นเวลาเดียวกันกับที่ร่างสูงของโดโนแวนวิ่งมาถึงพอดี ร่างสูงยืนเท้าเอวหอบหายใจหนักด้วยความเหนื่อยในมือยังคงถือผ้าอ้อมเด็กที่ยังไม่ได้ใช้ไว้ ดวงตาคมกริบจ้องมองคนตัวเล็กบนตักของผู้เป็นแม่แล้วส่ายหน้ายิ้มน้อยๆ"แสบจริงๆ เลย ดูสิที่รักลูกฉี่ใส่เสื้อพี่เปียกหมดเลย ไม
"คืนนี้นอนที่นี่ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยพาเดินเล่นรอบบ้าน" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นหลังจากทั้งสองนั่งทานอาหารค่ำที่เขาได้สั่งมาจากร้านอาหารชื่อดังเข้ามาก่อนหน้านี้เสร็จแล้ว พร้อมกับจับผ้าขึ้นเช็ดปากเรียบร้อยแล้ววางลงกลับบนโต๊ะ"พี่จะนอนที่นี่เหรอคะ""เราจะนอนที่นี่คืนนี้""งั้นหนูไปเดินดูรอบๆ ในบ้านก่อนได้ไหมคะ อยากเดินดู""พรุ่งนี้จะพาทัวร์ คืนนี้ขึ้นไปพักก่อน""แต่ว่า...""....""ก็ได้ค่ะ แต่เราไม่มีเสื้อผ้านี่คะแล้วจะเปลี่ยนชุดยังไง"โดโนแวนยกยิ้มเล็กน้อยด้วยความเอ็นดูในความสงสัยไปทั่วของคนตัวเล็ก หยัดกายขึ้นเต็มความสูงเดินมาหาคนตัวเล็ก โน้มตัวลงยื่นมือเช็ดคราบอาหารบนมุมปากอวบอิ่มออกแล้วจรดริมฝีปากลงบนหน้าผากมนแผ่วเบา"ขึ้นไปข้างบนกัน""...." แววตาหยาดเยิ้มส่อไปในทางที่ไม่สามารถคิดดีได้เลย แต่ฮันน่าก็ยอมลุกขึ้นเดินตามขึ้นไปยังชั้นสองของตัวบ้านหลังใหญ่ โดยมีเจ้าของร่างสูงจูงมือพาเดินขึ้นไปสองร่างเดินเข้ามาภายในห้องนอนใหญ่ซึ่งเป็นห้องที่นักฆ่าหนุ่มตั้งใจออกแบบเองด้วยความสามารถที่มี โดยมีนักออกแบบคอยให้คำแนะนำถึงความเหมาะสมของการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ และสีพื้นรวมถึงสีภายในห้อง"พี่ออกแบบเองเห
ฮันน่าใช้เวลาพักรักษาจิตใจเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์เต็มจึงได้กลับมารับงานตามเดิม แต่ที่ผิดไปจากเดิมคืองานที่เธอรับจะไม่เน้นโชว์วาบหวิวมากเป็นเสียส่วนใหญ่ ตอนแรกเมลลี่ผู้จัดการส่วนตัวมีการบ่นให้อยู่หลายครั้งมากเพราะโดยปกติงานที่เธอรับจะเป็นแนวนั้นเกือบทั้งหมด แต่พอได้สบสายตาคมกริบไม่พอใจและน้ำเสียงสั่งเสียเป็นการเด็ดขาดจากคนรักของเด็กในความดูแล เธอจึงต้องฝืนกลืนน้ำลายปฏิเสธงานทั้งหมด และแน่นอนว่าเม็ดเงินที่จะได้รับก็ลดฮวบลงไปด้วยเช่นกัน ส่วนโดโนแวนตอนนี้ได้ใช้พื้นที่ในส่วนของท่าเรือของเพื่อนสนิทเพื่อเป็นศูนย์ฝึกกองกำลังอารักขาความปลอดภัยหรือเรียกง่ายๆ คือ บอดี้การ์ดรับจ้าง ซึ่งจะรอการเปิดบริษัทเป็นของตัวเองที่กำลังเริ่มก่อร่างสร้างขึ้นมาโดยมีเขาที่เป็นคนเลือกทำเลที่ตั้งของบริษัท และมีเพื่อนสนิทคอยเป็นคนให้คำปรึกษาคราแรกหัวเด็ดตีนขาดเขาก็จะไม่รับความวุ่นวายที่จะต้องไปเลือกทำเลที่ตั้งเองโดยเด็ดขาด แต่เพราะถูกหว่านล้อมจากคนรักและเหตุผลต่างๆ จากเพื่อนสนิทที่เหมือนจะเข้าขาได้ดีกับสาวเจ้าทำให้เขาต้องมีหน้าที่ที่ต้องวุ่นวายมากขึ้นนอกจากฝึกกองกำลังบอดี้การ์ดรับจ้างเท่านั้นร่างสูงกำยำยืนตระหง่านห
"มากันแล้ว... ทำไมอยู่ในสภาพนั้นล่ะลูก"ผกากรองที่นั่งใกล้กับสามีเงยหน้าขึ้นมองไปยังลูกสาวกับคนตัวสูงที่เดินตามกันมาก่อนจะชะงักคำพูดแล้วไล่สายตามองสภาพของคนตัวสูงข้างลูกสาว ผมหนายุ่งเหยิงเล็กน้อย เศษผงเล็กๆ น้อยๆ เกาะเต็มเสื้อเชิ้ตสีดำของเจ้าตัวเต็มไปหมด และพอสังเกตดีดีตามตัวมีจุดสีแดงเล็กๆ จุดบริเวณที่โผล่พ้นเนื้อผ้าออกมาเต็มตัวไปหมดพอมองเลยมายังมือหนาที่มีลูกมะม่วงลูกใหญ่สองลูกอยู่ในอุ้งมือถึงได้รู้ว่าทำไมคนรักของลูกสาวถึงได้อยู่ในสภาพนี้ เสียงถอนหายใจดังออกมาเบาๆ ก่อนเจ้าของร่างบางในวัยกลางคนจะหันมองคนเป็นสามีที่นั่งยิ้มร้ายกาจอย่างไม่สนใจมองสภาพของร่างสูงข้างลูกสาวเลยสักนิดราวกับว่ารู้อยู่แล้ว"ฝีมือคุณใช่ไหมคะ" เสียงหวานเอ่ยเป็นภาษาอังกฤษชัดถ้อยชัดคำจนนิคาซิโอ้ที่นั่งยิ้มกริ่มอยู่เงยหน้าขึ้นมา โดยปกติแล้วภรรยาจะใช้ภาษาบ้านเกิดตัวเองในการสื่อสารกับเขาเสียมากกว่าเป็นส่วนใหญ่ และการที่เธอใช้ภาษาอังกฤษในการถามครั้งนี้ เขารู้ว่าจุดประสงค์คงจะหมายให้ใครอีกคนรู้เรื่องด้วยเป็นแน่"คุณนิคาซิโอ้""คุณแม่คะ หนูว่าทานข้าวกันดีกว่าค่ะเดี๋ยวอาหารเย็นแล้วจะไม่อร่อย เดี๋ยวหนูขอทายาให้พี่เขาแป๊
"อยู่ทานข้าวกันก่อนค่อยกลับนะฮันน่า"ผกากรองเอ่ยขึ้นหลังจากแขกอดีตว่าที่คู่หมั้นของลูกสาวและเพื่อนของสามีกลับไปแล้ว เธอหันมองหน้าคนตัวสูงที่นั่งเงียบมาตลอดการสนทนาแล้วดึงสายตากลับมามองหน้าลูกสาวเพื่อเป็นการเอาคำตอบอีกครั้ง"ได้ค่ะคุณแม่""ดีเลย งั้นไปช่วยแม่เตรียมของไป จะได้รีบทำอาหารกันจะเที่ยงแล้ว""โอเคค่ะ"ฮันน่าหยัดกายขึ้นตามร่างบางของคนเป็นแม่พร้อมกับรอยยิ้มสดใสดีใจที่เรื่องทุกอย่างจบลงด้วยดี อารมณ์เธอตอนนี้กับเมื่อตอนที่เพิ่งมาถึงมันคนละอารมณ์จนนักฆ่าหนุ่มที่นั่งเงียบอยู่นานต้องเงยหน้าขึ้นมองตามดวงตาจับจ้องมองจนคนตัวเล็กนิ่งทำให้ร่างบางโน้มตัวลงใกล้กระซิบเสียงเบาให้พอได้ยินกันสองคนแต่มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เขายังคงนั่งนิ่งอย่างเดิมไม่เปลี่ยน"ฝากคุณพ่อหน่อยนะคะเดี๋ยวหนูมา""จะไปไหน""ไปทำอาหารกับคุณแม่ค่ะ คุยกันดีดีนะคะ""...."ร่างบางเดินออกไปพร้อมกับคล้องแขนเรียวของคนเป็นแม่ไปด้วย เสียงพูดคุยหัวเราะที่ออกห่างไปทำให้ดวงตาคมเงยกลับขึ้นมายังนักธุรกิจรุ่นใหญ่ด้านหน้าเพียงนิดแล้วดึงสายตากลับ เอื้อมมือคว้าแก้วน้ำบนโต๊ะยกขึ้นดื่มแล้วนั่งเงียบต่อไม่ได้มีการพูดคุยกันอย่างที่คน
ตึกตึกร่างสูงของนักฆ่าหนุ่มเดินมาทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวใหญ่กลางห้องรับแขกโดยมีนางแบบสาวเดินตามมาติดๆ เธอหยุดยืนบริเวณใกล้จุดที่คนตัวโตนั่งลงแล้วเม้มริมฝีปากเข้าหากันพร้อมกับถอนหายใจเบาๆ รู้ว่าวันนี้ทำให้เขาหงุดหงิดแล้วก็มีอารมณ์น้อยใจอยู่ไม่น้อย แต่เธอก็ไม่รู้นี่นาว่าว่าที่คู่หมั้นเธอจะมาด้วยฮันน่าเดินมาหย่อนตัวนั่งลงข้างคนตัวสูงหันกลับมายื่นมือบางมาวางบนท่อนแขนแกร่งกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำพูดออกมา แต่แขกผู้มาใหม่ก็เดินเข้ามาเสียก่อนทันทีที่เห็นใบหน้าของแขกที่เดินเข้ามาภายในห้องรับแขก คนตัวเล็กก็ชะงักนิ่งทันทีเพราะมันไม่ใช่เพียงแค่ว่าที่คู่หมั้นเธอเท่านั้น แต่ยังมีคนที่เธอเคารพเหมือนลุงแท้ๆ คนหนึ่งมาด้วยกันด้วย ท่านหันมองเธอเพียงนิดแล้วดึงสายตามองคนที่นั่งด้านข้างด้วยสีหน้านิ่งมีความไม่สบอารมณ์อยู่มากก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงบนโซฟาอีกตัวตรงข้ามตามมาด้วยว่าที่คู่หมั้นของเธอ"สวัสดีครับฮันน่าสบายดีนะ""สวัสดีค่ะพี่ธีโอ" เสียงหวานตอบกลับคู่หมั้นหนุ่มไปโดยที่มือก็รั้งแขนคนข้างๆ ไว้แน่นเมื่อเขาทำท่าราวกับจะลุกออกไปจากตรงนี้ ทำให้เจ้าของร่างสูงด้านข้างถอนหายใจหนักหันจ้องหน้าเธอนิ่งด้วยแววตาดุดัน"พ







