LOGIN2 เจี้ยงหลง
อาคารขนาดมหึมากลางเกาะมาเก๊า แม้จะไม่สูงเสียดฟ้า แต่กินพื้นที่กว้างใหญ่หลายร้อยตารางเมตร ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมยุโรปหรูหรา ภายในเป็นทั้งแหล่งรวมแบรนด์เนม ร้านอาหารชื่อดัง และโรงแรมระดับห้าดาว
หลงพาเลช มาเก๊า คาสิโน คือหนึ่งในศูนย์กลางความมั่งคั่งของเกาะ นักท่องเที่ยวยังคงหลั่งไหลไม่ขาดสาย แม้ไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยว
เดือนมิถุนายนของมาเก๊าร้อนชื้นไม่ต่างจากบ้านเรา บางวันฝนกระหน่ำตั้งแต่เช้า บางวันแดดแรงจนพื้นหินร้อนระอุ สภาพอากาศแปรปรวนเหมือนโชคชะตาของคนที่อาศัยอยู่บนเกาะแห่งนี้
เจี้ยงหลงยืนอยู่หลังผนังกระจกโค้งสูงจากพื้นจรดเพดาน ห้องทำงานชั้นบนมองลงไปเห็นบ่อนคาสิโนทั้งชั้นราวกับสนามรบ
ร่างสูงใหญ่ในชุดถังจวงสีดำสนิททำจากผ้าไหมเนื้อดี เสื้อคอจีนสาบตรงขับเน้นไหล่กว้างกับแผงอกแน่น ผ้าเงางามสะท้อนกล้ามเนื้อใต้เนื้อผ้าอย่างชัดเจน
เขาหมุนแหวนหยกในมือช้า ๆ แหวนหมั้นแทนใจของที่ปู่แลกกับป้ายหยกประจำตระกูล
ของที่ไม่ควรถูกนำไปแลกกับคำสาบานไร้สาระตั้งแต่สี่สิบปีก่อน
“พี่ใหญ่ คิดว่าว่าที่เจ้าสาวจะหน้าตายังไง”
เจี้ยงหนิงเฉิง ลูกพี่ลูกน้องเอ่ยขึ้นพลางพิงโซฟา หน้าหวาน ตาตี๋ ผิวขาวกว่าคนมาเก๊าทั่วไป เจี้ยงหลงไม่ตอบ หมุนเก้าอี้หันไปมองกระจก
“ผมว่า ขี้เหร่แน่ ๆ ไม่งั้นคงไม่โสดจนจะสามสิบ”
“ยี่สิบหก”
เสียงทุ้มเอ่ยเรียบ หนิงเฉิงหัวเราะเบา ๆ
“รู้ละเอียดขนาดนี้ แสดงว่าพี่ใหญ่ให้คนไปสืบมาแล้วสิ”
เจี้ยงหลงไม่ตอบ เพียงปรายสายตาไปยังโต๊ะรัสเซียนรูเล็ตด้านล่าง หญิงสาวร่างสูงโปร่งในชุดทันสมัยราคาแพงนั่งอยู่ตรงนั้นเป็นวันที่สองแล้ว
คนเดียว… ไม่มีผู้ติดตาม ไม่มีเพื่อนชายผิดวิสัยของหญิงสาวในสถานที่แบบนี้
“นายไม่มีงานทำหรือไง” เจี้ยงหลงลุกขึ้น หนิงเฉิงสะดุ้ง
“ผม…ผมไปตรวจห้องวีไอพีก็ได้ครับ”
เจี้ยงหลงไม่พูดอะไรอีกก้าวออกจากห้องทำงาน องครักษ์ในสูทดำห้าคนเดินตามหลังเป็นขบวนทุกคนพกอาวุธทุกคนรู้หน้าที่
“เสียอีกแล้ว…” หงส์หยกถอนหายใจเบา ๆ เมื่อชิปตรงหน้าแทบไม่เหลือ สองวันเต็มที่เธอนั่งอยู่โต๊ะรัสเซียนรูเล็ตเสียเงินไปไม่ต่ำกว่าหลักแสนดอลลาร์
เธอไม่ใช่นักพนันไม่ชอบการพนันแต่ต้องมาที่นี่เพื่อรอเห็นหน้าว่าที่เจ้าบ่าว จากที่ถามพนักงานมา เจี้ยงหลงจะลงมาตรวจงานทุกสองวันถ้าวันนี้ไม่เห็นหน้าเขา เธอต้องเปลี่ยนแผนใหม่
ในสองวันที่ผ่านมา เธอได้ยินข่าวมากพอนายใหญ่ตระกูลเจี้ยงมีผู้หญิงเก็บเป็นนักร้องประจำคลับ คืนก่อนเธอไปเห็นกับตา
นักร้องสาวร่างเล็กในกี่เพ้าสีแดงขาเรียวยาวขาวเนียนเสียงร้องหวานเย้ายวน
สวย... สวยมากพอจะทำให้หงส์หยกแน่ใจอย่างหนึ่ง เธอคิดถูกแล้วที่ไม่อยากแต่งงานกับผู้ชายคนนี้
“นายใหญ่! นายใหญ่มาแล้ว!” เสียงพนักงานดังขึ้นรอบทิศ
บรรยากาศทั้งชั้นเปลี่ยนทันทีคนเริ่มหันมองเสียงซุบซิบดังขึ้นเหมือนคลื่น หงส์หยกเงยหน้าขึ้นเห็นขบวนคนในสูทดำเดินเรียงสองแถว
และคนที่เดินนำหน้า สูงใหญ่ไหล่กว้างชุดถังจวงสีดำลายมังกร
หัวใจเธอกระตุกวูบ
นั่นแหละ…
เธอลุกพรวดจากเก้าอี้เดินแทรกฝูงชน หลบหลังโต๊ะบาคาร่าอาศัยจังหวะที่ทุกคนสนใจนายใหญ่
เธอรู้จักการเคลื่อนไหวแบบนี้ดีเดินช้าไม่เร่งไม่หันหลังวิ่ง จนหลุดออกจากห้องโถงใหญ่ได้สำเร็จ ขณะก้าวผ่านประตูสุดท้ายความรู้สึกหนึ่งแล่นวาบขึ้นมาในอก
เหมือนมีใครบางคน…กำลังมองอยู่
เขารู้แล้ว
หงส์หยกแนบลำตัวไปกับผนังห้องด้านข้างที่แทบไม่มีคนใช้ ชีพจรเต้นรัวเหมือนกลองศึก แม้จะมองเขาไม่ชัดนักจากระยะไกล แต่เพียงเงาร่างสูงใหญ่ในชุดถังจวงสีดำก็เพียงพอให้เธอรู้ว่า ชายคนนั้นอันตรายกว่าที่คิดไว้มาก
เจี้ยงหลงสูงกว่าที่เธอคาด มือที่แกว่งตามจังหวะก้าวมั่นคงดั่งนักล่า สายตาคมกริบกวาดมาทางเธอราวกับจับตำแหน่งได้แล้ว หงส์หยกรู้สึกเหมือนถูกมองทะลุผ่านฝูงชน
ไม่ได้… ต้องออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้
เธอคาดไว้อยู่แล้วว่าเขาต้องผิดสังเกต หากเธอยังนั่งอยู่โต๊ะเดิม แต่ไม่คิดว่าเขาจะจับพิรุธได้เร็วขนาดนี้ และที่เลวร้ายที่สุดคือ… เขากำลังมุ่งตรงมาทางเธอ
หงส์หยกขยับตัวหลบฝูงชนอย่างเงียบที่สุด เดินช้า ไม่เร่ง ไม่วิ่ง ท่วงท่าที่เคยฝึกมาเพื่อเอาตัวรอดกลับกลายเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยชีวิตเธอในวินาทีนั้น
เจี้ยงหลงหยุดฝีเท้า สายตาคมหรี่ลงเมื่อมองไปทั่วโถง หญิงสาวคนนั้นหายไปแล้ว
เขาแน่ใจว่าเธอไม่พักที่โรงแรมนี้ และแน่ใจยิ่งกว่าว่าเธอไม่ได้เป็นนักพนันธรรมดา ท่วงท่าการหลบสายตา การเคลื่อนไหวผ่านฝูงชน มันเป็นของคนที่ถูกฝึกมา
“ขอกล้องวงจรปิด” เสียงเขาเรียบ แต่แฝงคำสั่งชัดเจน“สาวชุดม่วงอ่อน เว้าแผ่นหลัง”
หัวหน้าองครักษ์พยักหน้า ก่อนรีบเดินออกไป เจี้ยงหลงหมุนตัวกลับขึ้นลิฟต์ สีหน้าสงบนิ่ง แต่ภายในกลับไม่ต่างจากคลื่นใต้น้ำ
ไม่นาน หน้าจอโทรศัพท์สว่างขึ้น
คลิปแรก หญิงสาวเห็นเขา แล้วเบี่ยงตัวหลบ คลิปที่สอง เธอเดินลงบันไดโรงแรม ขึ้นแท็กซี่ หายไปในฝนบาง ๆ
ภาพนิ่งซูมชัดพอให้เห็นใบหน้าคม หวาน แปลกตาดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่ไม่เหมือนใคร
เจี้ยงหลงจ้องภาพนั้นนิ่งนานกว่าที่ควร
ไม่ใช่เพราะความสวยเพียงอย่างเดียวแต่เพราะสัญชาตญาณบางอย่างกำลังกระซิบในหัวเขา ผู้หญิงคนนี้ ไม่ควรเป็นแค่คนเดินผ่าน
เสียงประตูห้องเปิดออก
“นายใหญ่”
ซูเม่ย นักร้องสาวในกี่เพ้าสีแดงยืนอยู่ตรงนั้น ยิ้มอ่อน หวาน และเชื่องตามบทบาทที่เธอรู้ดี
เจี้ยงหลงวางโทรศัพท์ลงเอนหลังพิงโซฟา สายตายังคงลอยไปไกลกว่าร่างบางตรงหน้า
คืนนี้… เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองต้องการอะไร
แต่ภาพในหัวกลับเป็นเพียงใบหน้าของหญิงสาวปริศนาในคาสิโน
ผู้หญิงที่เขายังไม่รู้ชื่อแต่กลับรู้สึกชัดเจนอย่างประหลาดว่า
เธอจะไม่ใช่แค่ “คนแปลกหน้า” ในชีวิตเขาอีกต่อไป
5 น้ำแกงฟางเหนียงแสงสุดท้ายยามพลบค่ำของเกาะมาเก๊าทอดตัวลงช้า ๆ เหนือคฤหาสน์ตระกูลเจี้ยง อากาศเย็นลงจากความร้อนระอุในช่วงกลางวัน ลมทะเลพัดเอาความชื้นมากับกลิ่นดินและกลิ่นไม้เก่า อาคารแต่ละหลังเริ่มเปิดดวงไฟสว่างไสว ไล่เงามืดออกไปทีละจุดหงส์หยกยืนอยู่ในมุมอาคารหลักของนายแม่ เงาร่างเธอซ้อนทับกับเสาไม้แกะสลัก มองผ่านแนวพุ่มไม้ไปยังลานด้านหน้าขบวนรถสีดำเลี้ยวเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ เสียงเครื่องยนต์ดับลงแทบพร้อมกัน ก่อนที่ประตูรถคันกลางจะเปิดออกร่างสูงใหญ่ในชุดถังจวงสีดำก้าวลงมาเจี้ยงหลงแม้ระยะจะไกล แต่หงส์หยกรู้สึกเหมือนลมหายใจตัวเองสะดุดไปเสี้ยววินาที ชายผ้าสีดำแทบไม่สะบัดแม้เจ้าของร่างจะก้าวเดินหนักแน่นรวดเร็ว ท่วงท่าของเขานิ่ง มั่นคง ราวกับทุกก้าวถูกคำนวณมาแล้วไม่มีเสียงเอะอะ ไม่มีการต้อนรับแบบโอ่อ่าเหล่าองครักษ์เพียงเคลื่อนรถเข้าโรงจอด บ้างแยกย้ายพัก บ้างเข้าประจำตำแหน่งรอบตึกเฟยหลงทุกอย่างเป็นระเบียบ… จนชวนให้รู้สึกอึดอัดคฤหาสน์ตระกูลเจี้ยงตั้งอยู่ในย่านชุมชนดั้งเดิม มีเวรยามเดินตีระฆังรอบเขต เมื่อเสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นสามจังหวะ หงส์หยกประเมินเวลาได้ราวสามทุ่มไม่นานนัก เธอก
4 แหวนหยกของอาม่าในมื้อเที่ยงของวันที่สาม นับตั้งแต่หงส์หยกเข้ามาอยู่ใต้ชายคาคฤหาสน์ตระกูลเจี้ยง เธอยังไม่เคยได้พบกับเจ้าของบ้านตัวจริง นายใหญ่ตระกูลเจี้ยง“เห็นว่าอาหลงให้คนมาแจ้ง บอกว่าคืนนี้จะกลับมานอนบ้าน”เสียงนายแม่เอ่ยขึ้นกลางโต๊ะอาหารทรงกลมในห้องเฟิงฟู่หงส์หยกยืนอยู่ห่างจากโต๊ะตามตำแหน่งของคนรับใช้ เธอสังเกตได้ทันทีว่าวันนี้ผิดจากทุกวัน ตั้งแต่เธอเข้ามาอยู่ที่นี่ ธรรมเนียมของบ้านคือ กินไม่พูด ตามคำสอนของขงจื้อ โต๊ะอาหารมักเงียบกริบ มีเพียงเสียงช้อนกระทบถ้วยเบา ๆ เท่านั้นแต่วันนี้… คำว่า “อาหลงจะกลับบ้าน” ทำให้ทั้งโต๊ะเปลี่ยนบรรยากาศหงส์หยกเหลือบมองไปทางคุณฟางเหนียง ไหน่ไนของนายใหญ่ หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อนั้น ใบหน้าขาวผ่องแต้มสีแดงเรื่อทันที มือที่จับชายกี่เพ้าบิดเข้าหากันอย่างไม่รู้ตัวสามวันที่หงส์หยกเฝ้าสังเกตอยู่เงียบ ๆ เธอเริ่มเข้าใจระบบของบ้านหลังนี้ บ้านตระกูลเจี้ยงอาจใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ มีโทรศัพท์ ลิฟต์ ห้องครัวแบบยุโรป แต่ในเรื่องลำดับชนชั้นและความสัมพันธ์ ทุกอย่างยังคงยึดรูปแบบจีนโบราณไว้อย่างแน่นหนาคุณฟางเหนียงยืนอยู่ใกล้โต๊ะกว่าหงส์หยกเล็กน้อย สถ
3 สาวใช้จากเมืองไทยฝนยังตกลงมาไม่ขาดสายเมื่อหงส์หยกมาหยุดยืนอยู่หน้าคฤหาสน์ตระกูลเจี้ยง รถแท็กซี่จอดส่งเธอที่ข้างซอกรั้วปูนสูงทึบหนา รั้วที่มองไม่เห็นอะไรภายในนอกจากเงาไม้ใหญ่ซึ่งทอดกิ่งก้านล้ำออกมาด้านนอก ราวกับต้องการปิดบังโลกภายในไม่ให้ใครล่วงรู้เธอลงจากรถ ลุยฝ่าสายฝนไปยืนหลบใต้หลังคาเล็ก ๆ ตรงประตูไม้บานแคบสำหรับคนเข้าออกโดยเฉพาะ“ปึก ๆ” มือเรียวยกขึ้นเคาะโบราณที่คล้องอยู่หน้าประตู เสียงโลหะกระทบไม้ดังเพียงสองครั้งก็หยุดหงส์หยกกวาดตามองไปรอบตัวอย่างแปลกใจ บ้านของตระกูลใหญ่ระดับนี้กลับไม่มีแม้แต่กริ่งออดหรือกล้องวงจรปิดติดไว้ให้เห็นชัดเจน ทุกอย่างเงียบสงบจนผิดปกติ ราวกับเป็นสถานที่ซึ่งไม่ต้องการให้โลกภายนอกเข้ามารบกวนไม่ถึงครึ่งนาที ประตูไม้สักเนื้อหนาด้านข้างก็เปิดออกจากด้านในชายร่างสูงในชุดสูทดำแบบเดียวกับบอดี้การ์ดของเจี้ยงหลงที่เธอเห็นในคาสิโนยืนอยู่ตรงหน้า ใบหน้าคมเฉย ดวงตานิ่งประเมินเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า“ฉันเป็นสาวใช้คนใหม่ มาจากเมืองไทย ได้แจ้งไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะมาถึงวันนี้ค่ะ”หงส์หยกพูดตรงไปตรงมาโดยไม่หลบสายตาบอดี้การ์ดพยักหน้าเล็กน้อยก่อนบอกให้เธอยืนรอด้านนอก
2 เจี้ยงหลงอาคารขนาดมหึมากลางเกาะมาเก๊า แม้จะไม่สูงเสียดฟ้า แต่กินพื้นที่กว้างใหญ่หลายร้อยตารางเมตร ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมยุโรปหรูหรา ภายในเป็นทั้งแหล่งรวมแบรนด์เนม ร้านอาหารชื่อดัง และโรงแรมระดับห้าดาวหลงพาเลช มาเก๊า คาสิโน คือหนึ่งในศูนย์กลางความมั่งคั่งของเกาะ นักท่องเที่ยวยังคงหลั่งไหลไม่ขาดสาย แม้ไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยวเดือนมิถุนายนของมาเก๊าร้อนชื้นไม่ต่างจากบ้านเรา บางวันฝนกระหน่ำตั้งแต่เช้า บางวันแดดแรงจนพื้นหินร้อนระอุ สภาพอากาศแปรปรวนเหมือนโชคชะตาของคนที่อาศัยอยู่บนเกาะแห่งนี้เจี้ยงหลงยืนอยู่หลังผนังกระจกโค้งสูงจากพื้นจรดเพดาน ห้องทำงานชั้นบนมองลงไปเห็นบ่อนคาสิโนทั้งชั้นราวกับสนามรบร่างสูงใหญ่ในชุดถังจวงสีดำสนิททำจากผ้าไหมเนื้อดี เสื้อคอจีนสาบตรงขับเน้นไหล่กว้างกับแผงอกแน่น ผ้าเงางามสะท้อนกล้ามเนื้อใต้เนื้อผ้าอย่างชัดเจนเขาหมุนแหวนหยกในมือช้า ๆ แหวนหมั้นแทนใจของที่ปู่แลกกับป้ายหยกประจำตระกูลของที่ไม่ควรถูกนำไปแลกกับคำสาบานไร้สาระตั้งแต่สี่สิบปีก่อน“พี่ใหญ่ คิดว่าว่าที่เจ้าสาวจะหน้าตายังไง”เจี้ยงหนิงเฉิง ลูกพี่ลูกน้องเอ่ยขึ้นพลางพิงโซฟา หน้าหวาน ตาตี๋ ผิวขาวกว่าคนมาเก๊า
1 หงส์หยกหน้าฝนของเมืองไทยคือฤดูที่อากาศร้อนชื้นที่สุด โดยเฉพาะเดือนมิถุนายน ต่อให้ฝนตกลงมาเป็นระยะก็ไม่ได้ช่วยให้เย็นลงเท่าไร กลับยิ่งทำให้ความชื้นเกาะติดผิวกายจนรู้สึกอึดอัดหญิงสาววัยยี่สิบหกปีในชุดสูทเข้ารูปสีครีมก้าวลงจากรถ ฝ่าสายฝนบาง ๆ เข้ามายังตัวบ้านที่ซ่อนอยู่หลังอาคารพาณิชย์ย่านการค้าคนจีนชื่อดังกลางกรุงเทพฯ สูทที่ตัดเย็บพอดีตัวขับเน้นรูปร่างสูงโปร่ง เว้าโค้งอย่างผู้หญิงเต็มตัว แม้ดีไซน์จะดูคล้ายเสื้อผ้าผู้ชายก็ตามพรึบ !หงส์หยกหุบร่มสีขาวก่อนเสียบไว้ที่ชั้นเก็บด้านหน้า แล้วเดินเข้าบ้าน ถอดรองเท้าส้นสูงเปลี่ยนเป็นรองเท้าใส่ในบ้านตามธรรมเนียมเธออาศัยอยู่กับพ่อแม่และอากง เป็นครอบครัวคนจีนรุ่นเก่าที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาตั้งรกรากในไทยตั้งแต่สมัยปู่ การอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่คือเรื่องปกติ และบ้านหลังนี้ก็อยู่มานานเกินครึ่งศตวรรษแล้ว ต่อเติมอะไรแทบไม่ได้ ทำได้เพียงซ่อมแซมรักษาสภาพ“คุณหงส์มาแล้วค่า”เสียงใสของเด็กรับใช้วัยสิบแปดดังขึ้น หงส์หยกถอดสูทส่งให้ ก่อนยิ้มหวานให้แม่ศรีนวล แม่นมที่เลี้ยงเธอมาตั้งแต่เล็ก เพราะมารดาอ่อนแอหลังคลอด ไม่อาจดูแลเธอเองได้“แม่ศรี หงส์กลับมาแล้วค่ะ







