Home / โรแมนติก / ล่ารักมาเฟีย / 3 สาวใช้จากเมืองไทย

Share

3 สาวใช้จากเมืองไทย

last update Last Updated: 2026-01-26 01:09:09

3 สาวใช้จากเมืองไทย

ฝนยังตกลงมาไม่ขาดสายเมื่อหงส์หยกมาหยุดยืนอยู่หน้าคฤหาสน์ตระกูลเจี้ยง รถแท็กซี่จอดส่งเธอที่ข้างซอกรั้วปูนสูงทึบหนา รั้วที่มองไม่เห็นอะไรภายในนอกจากเงาไม้ใหญ่ซึ่งทอดกิ่งก้านล้ำออกมาด้านนอก ราวกับต้องการปิดบังโลกภายในไม่ให้ใครล่วงรู้

เธอลงจากรถ ลุยฝ่าสายฝนไปยืนหลบใต้หลังคาเล็ก ๆ ตรงประตูไม้บานแคบสำหรับคนเข้าออกโดยเฉพาะ

“ปึก ๆ” มือเรียวยกขึ้นเคาะโบราณที่คล้องอยู่หน้าประตู เสียงโลหะกระทบไม้ดังเพียงสองครั้งก็หยุด

หงส์หยกกวาดตามองไปรอบตัวอย่างแปลกใจ บ้านของตระกูลใหญ่ระดับนี้กลับไม่มีแม้แต่กริ่งออดหรือกล้องวงจรปิดติดไว้ให้เห็นชัดเจน ทุกอย่างเงียบสงบจนผิดปกติ ราวกับเป็นสถานที่ซึ่งไม่ต้องการให้โลกภายนอกเข้ามารบกวน

ไม่ถึงครึ่งนาที ประตูไม้สักเนื้อหนาด้านข้างก็เปิดออกจากด้านใน

ชายร่างสูงในชุดสูทดำแบบเดียวกับบอดี้การ์ดของเจี้ยงหลงที่เธอเห็นในคาสิโนยืนอยู่ตรงหน้า ใบหน้าคมเฉย ดวงตานิ่งประเมินเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

“ฉันเป็นสาวใช้คนใหม่ มาจากเมืองไทย ได้แจ้งไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะมาถึงวันนี้ค่ะ”

หงส์หยกพูดตรงไปตรงมาโดยไม่หลบสายตา

บอดี้การ์ดพยักหน้าเล็กน้อยก่อนบอกให้เธอยืนรอด้านนอก แล้วปิดประตูกลับเข้าไป

ลมฝนพัดแรงขึ้น กลิ่นดินเปียกโชยขึ้นมาปะทะจมูก มาเก๊าในฤดูร้อนช่างแปรปรวน วันก่อนยังร้อนจัดเกือบสามสิบองศา แต่วันนี้กลับมีฝนตกหนักไม่หยุด ร่างเธอเริ่มเปียกชื้นจากน้ำฝนที่สาดลอดชายหลังคาเข้ามา

สิบห้านาทีผ่านไปอย่างเชื่องช้า

“เข้ามาได้” เสียงทุ้มดังขึ้นอีกครั้ง

ประตูเปิดออก บอดี้การ์ดพาเธอเดินลัดเข้าไปตามโถงทางเดินยาวที่มีหลังคาครอบตลอดแนว ทางเดินปูด้วยหินสีเข้ม มันเงาสะท้อนแสงไฟสลัว ๆ จากโคมจีนที่แขวนเรียงเป็นระยะ

ยิ่งเดินลึกเข้าไป หงส์หยกยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังหลุดออกจากโลกภายนอก

คฤหาสน์ตระกูลเจี้ยงงดงามกว่าที่เธอจินตนาการไว้มาก ตัวอาคารครึ่งปูนครึ่งไม้แบบสมัยเก่าดูแข็งแรงมั่นคง ราวกับสร้างขึ้นมาแล้วเพื่ออยู่ยงคงกระพันนับร้อยปี เมื่อก้าวเข้าสู่ตัวบ้านหลักหลังใหญ่ตรงกลาง เธอแทบต้องกลั้นหายใจ

ภายในตกแต่งแบบจีนโบราณผสมกลิ่นอายยุโรปและโปรตุเกส เสาไม้แกะสลักลวดลายมังกร โต๊ะตู้เป็นไม้หายาก เครื่องลายครามวางประดับตามมุมต่าง ๆ อย่างไม่อาจประเมินมูลค่าได้

ทุกอย่างไม่ได้อวดโอ่อวดความร่ำรวยอย่างโจ่งแจ้ง แต่แฝงอำนาจเงียบ ๆ อยู่ในทุกรายละเอียด

“เชิญทางนี้” เสียงหญิงสูงวัยดังขึ้น

หงส์หยกวางกระเป๋าลงตรงโถงทางเข้า ก่อนเดินตามหญิงคนนั้นลอดผ่านซุ้มประตูวงกลมไม้สลัก เข้าไปยังห้องรับแขกด้านใน ตรงกลางห้องมีโต๊ะกลมไม้ฝังมุกขนาดใหญ่และหญิงวัยราวห้าสิบปีนั่งอยู่ตรงนั้น

“พูดจีนได้ไหม” น้ำเสียงราบเรียบ แต่ฟังแล้วไม่แข็งกร้าว

“พอพูดได้บ้างค่ะ เป็นจีนกลาง” หงส์หยกตอบเป็นภาษาจีนกลางตามที่เรียนมา

“เธอชื่ออะไร”

“เฟิ่งหวงค่ะ”

หญิงสูงวัยพยักหน้าเบา ๆ “เฟิ่งหวง… เป็นชื่อที่ดี” เธอเงยหน้ามองหงส์หยกเต็มตา

“ฉันเป็นแม่ของเจี้ยงหลง เรียกฉันว่านายแม่ อากงบอกมาว่าเธอเป็นตัวแทนของว่าที่คู่หมั้นลูกชายฉัน จะมาอยู่ที่นี่ก่อนเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรม แล้วอาหงส์หยกจะตามมาทีหลัง ใช่ไหม”

“ใช่ค่ะ” หงส์หยกรู้ทันทีว่านี่คือ เจี้ยงปินมารดาของเจี้ยงหลง

“แล้วทำไมอาหงส์ไม่มาด้วยกันล่ะ”

เจี้ยงปินรูปร่างผอมบางแต่ดูแข็งแรงผิดกับแม่ของเธอ ใบหน้าเรียวคม ดวงตายังสดใส กี่เพ้าสีขาวนวลตัดเย็บอย่างประณีต ข้อมือสวมกำไลหยกเนื้อกระจ่างที่ดูเก่าแก่หลายชั่วอายุคน

“คุณหนูยังต้องจัดการงานที่เมืองไทยค่ะนายแม่ เลยส่งเฟิ่งหวงมาก่อน เพื่อเตรียมตัวเรียนงานเป็นสาวใช้ส่วนตัวตามธรรมเนียมของที่นี่”

เจี้ยงปินมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาประเมินอีกครั้งดวงตากลมรี หน้าผากเปิด จมูกโด่งได้รูปริมฝีปากกว้างนิด ๆ แต่ดูมีเสน่ห์รูปร่างสูงโปร่ง บุคลิกสุขุม

คนรับใช้ยังดูฉลาดขนาดนี้… นายสาวคงไม่ธรรมดา

เจี้ยงปินยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ ในวัยของเธอ สิ่งที่ต้องการที่สุดไม่ใช่เงินหรืออำนาจอีกต่อไปแต่คือหลานคือทายาทคือสายเลือดที่จะสืบต่อชื่อสกุล

ถ้าว่าที่ลูกสะใภ้ทำให้ลูกชายพอใจได้เขาคงยอมกลับบ้านบ่อยขึ้นกว่านี้

“ไม่มีอะไรมากหรอก แค่ต้องรู้ขนบในบ้านบ้าง คนจีนไทยกับเราก็คล้ายกันอยู่แล้ว เอาบ่าวมาเรียนก่อนก็ดี พอนายมาจะได้ไม่เคอะเขิน”

หงส์หยกลอบยิ้มบาง ๆ น้ำเสียงแบบนี้…แปลว่าตระกูลเจี้ยง ตั้งใจ จะเกี่ยวดองกับเธอจริง ๆ และนั่นทำให้เธอรู้ทันทีว่าการจะขอแลกป้ายหยกคืน คงไม่ง่ายอย่างที่คิด

“ดีนะ เธอไม่พูดมาก ฉันไม่ค่อยชอบคนพูดเยอะ”

หงส์หยกยิ้มรับอย่างสุภาพ บุคลิกนิ่ง สำรวม เป็นสิ่งที่เธอฝึกมาทั้งชีวิต

ไม่มีใครรู้ว่าภายในเธอกำลังคิดอะไร

“เดี๋ยวให้คนพาไปห้องพัก อยู่รวมกับคนอื่นไปก่อน พอนายเธอมา เธอจะได้ย้ายไปอยู่ห้องติดกับนายหญิง”

เจี้ยงปินมองเธออีกครั้งอย่างพึงพอใจ หญิงฉลาดมักนั่งนิ่งหญิงเก่งมักไม่อวดคม

สาวใช้คนนี้…ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ

“ค่ะนายแม่” หงส์หยกก้มศีรษะรับคำ แต่ในใจเธอรู้ดีว่า ตั้งแต่วินาทีที่ก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้

เธอไม่ได้เป็นแค่ “คนรับใช้” อีกต่อไปเธอกำลังเดินเข้าสู่ใจกลางอาณาจักรของศัตรูโดยไม่มีใครรู้ตัวตนที่แท้จริงของเธอเลย

หงส์หยกย่อกายลงทำความเคารพตามธรรมเนียม เสียงนายแม่เรียกหาคนรับใช้ดังขึ้น ไม่นานนักก็มีเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ วิ่งแกมเดินเข้ามาในห้องรับแขก

“ค่ะนายแม่”

“พาเฟิ่งหวงไปพักรวมกับเธอก่อนนะ แล้วสอนงานเบื้องต้นให้ด้วย เรื่องธรรมเนียมปฏิบัติในบ้าน พวกเส้นทางอาคารต่าง ๆ ก็ช่วยบอกเฟิ่งหวงด้วยว่าที่ไหนไปได้ ที่ไหนไปไม่ได้”

“ค่ะนายแม่”

สองสาวยอบกายทำความเคารพพร้อมกัน ก่อนจะเดินออกจากห้องรับแขกไปตามโถงทางเดินด้านนอกอาคาร หงส์หยกลากกระเป๋าเดินทางใบย่อมติดมือไปด้วย

“เจ่…ชื่ออะไร หมุ่ยหมุยชื่อจินเยว่” เด็กสาวพูดเสียงใส พลางหันมายิ้มให้

“พี่ชื่อเฟิ่งหวง” หงส์หยกตอบยิ้มอ่อน

“งั้นอาจิ่นขอเรียกเจ่เจ๊นะ นี่ถึงเรือนนอนพวกเราแล้ว”

อาคารด้านหลังตั้งอยู่ถัดจากอาคารหลัก เป็นตึกปูนครึ่งไม้เช่นเดียวกัน แต่ดูเรียบง่ายกว่า ซุ้มประตูเป็นปูนมีขอบบัวหนา มีป้ายไม้แขวนไว้ด้านหน้าเขียนว่าเรือนไป๋หลาน เรือนดอกจำปี

หงส์หยกเดินตามจินเยว่เข้าไปด้านใน เห็นคนรับใช้อื่น ๆ อีกหลายคนกำลังเดินสวนกันไปมา บ้างถือถาดอาหาร บ้างเข็นรถทำความสะอาด ทุกคนต่างดูคุ้นเคยกับสถานที่นี้ราวกับเป็นบ้านของตัวเอง

“มา ๆ ทำความรู้จักกันก่อน” จินเยว่ลากเธอไปด้านหนึ่ง “นี่อันถิซื่อ อันถิกง อันถิเถาซัว รวม ๆ เรียกมาม่าก็ได้ ภาษากวางตุ้งมันแปลก ฮ่า ๆ”

หงส์หยกยิ้มรับ มองป้า ๆ ทั้งสามที่รูปร่างอวบ ใบหน้าใจดี

“มาม่าเป็นคนเก่าคนแก่ของที่นี่ ทำงานครัวเป็นหลัก ส่วนคนอื่น ๆ ทำความสะอาดบ้าน เช้าเย็นกลับ พรุ่งนี้เจ่เจ๊จะเห็นคนอีกเยอะเลย”

หงส์หยกพยักหน้าทักทายอย่างสุภาพ ก่อนเดินตามจินเยว่ขึ้นบันไดไปชั้นสอง

“แล้วทำไมอาจิ่นถึงได้นอนที่นี่ล่ะ” เธอถามขณะเดิน

“ถึงห้องแล้ว!”

จินเยว่เปิดประตูห้องที่อยู่ในสุดของตึก ห้องกว้างพอสมควร มีเตียงไม้สองเตียง ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเล็ก ๆ ริมหน้าต่าง สะอาดเป็นระเบียบเกินกว่าที่หงส์หยกคาดไว้สำหรับที่พักของคนรับใช้

“จินเยว่เป็นหลานสาวอันถิเถาซัว มาจากกวางตุ้ง มาช่วยงานบ้านแล้วก็มาเรียนหนังสือด้วย เจ่เจ๊มานี่สิ มาดูตรงนี้”

เธอรีบเดินไปที่หน้าต่าง ชี้นิ้วออกไปด้านนอก

“โน่น…ตึกของนายใหญ่เจี้ยงหลง ชื่อตึกเฟยหลง”

หงส์หยกเดินเข้าไปยืนข้าง ๆ หน้าต่างไม้บานเปิดกว้าง มองออกไปเห็นอาคารสองชั้นตั้งอยู่ไม่ไกลนัก แต่ภายในมืดสนิท ไม่มีไฟเปิด

“ทำไมตึกปิดเงียบแบบนี้ล่ะ”

“ตึกเปิดเฉพาะวันที่นายใหญ่อยู่ ถ้าวันไหนไม่อยู่ ห้ามเข้าเลย”

“แล้วทำไมเรียกนายใหญ่ ไม่เรียกนายน้อย”

จินเยว่ทิ้งตัวลงนอนบนเตียง ยิ้มอย่างคนที่เล่าเรื่องในดวงใจ

“เพราะนายใหญ่สืบตำแหน่งมาจากทวดโดยตรง อากงกับนายพ่อไม่ได้รับตำแหน่งนั้นเลย”

หงส์หยกหันกลับมามองอย่างสนใจ “เพราะอะไร?”

“ไม่รู้เหมือนกัน รู้แค่ว่านายใหญ่ถูกส่งไปอยู่เมืองจีนตั้งแต่เด็ก แล้วกลับมารับตำแหน่งตอนอายุสิบเก้า”

น้ำเสียงจินเยว่เต็มไปด้วยความชื่นชม จนหงส์หยกเผลอยิ้มบาง ๆ ทันใดนั้นเอง เสียงเครื่องดนตรีจีนชนิดหนึ่งดังแว่วขึ้นมา ท่ามกลางความเงียบของยามหัวค่ำ

“นั่นเสียงอะไร” เธอถาม

จินเยว่ลุกขึ้น เดินมาชี้ไปทางเรือนชั้นเดียวอีกหลังทางด้านขวา มีแสงไฟสีส้มอุ่นลอดออกมา

“ตึกอิงฮวา”

“อิงฮวา…” หงส์หยกทวนคำในใจ ดอกซากุระ เสียงพิณยังบรรเลงต่อเนื่อง ไพเราะแต่แฝงความเศร้าอย่างประหลาด “ใครอยู่ที่นั่นเหรอ”

จินเยว่ทำหน้าลำบากใจเล็กน้อย “บ้านของคุณฟางเหนียง”

“ฟางเหนียง?”

“อาเจ่อยู่ที่นี่ ยังไงก็ต้องรู้อยู่แล้ว…” หงส์หยกเงียบ ฟังอย่างตั้งใจ “เธอเป็นไหน่ไนของนายใหญ่”

“ไหน่ไน?”

“เมียเก็บน่ะ”

คำแปลนั้นทำให้หงส์หยกถึงกับผงะ ใบหน้าเรียวขาวเปลี่ยนสีทันที คิ้วข้างซ้ายโก่งขึ้นตามนิสัย

เมียเก็บ…

เธอกลืนน้ำลายลงคอแน่น ตั้งแต่เหยียบมาเก๊า ว่าที่สามีของเธอไม่เพียงมีผู้หญิง… แต่มีถึงสองคน

“เจ่เจ๊ เป็นอะไร ดูโกรธนะ”

“เปล่า แค่สงสารผู้หญิงคนนั้น แล้วนายใหญ่ไม่กลับมาหาเธอบ้างเหรอ”

จินเยว่หัวเราะเบา ๆ “ไม่ต้องสงสารหรอก เธอมาที่นี่เต็มใจ ตามคำสั่งนายแม่ อยู่ดีกินดีไม่เหมือนพวกเรา”

“หมายความว่ายังไง นายใหญ่ไม่ได้พาเข้ามาเองเหรอ”

“ไม่เคยเลย นายใหญ่ไม่เคยพาใครเข้าบ้านเอง คุณฟางเหนียงเป็นญาติห่าง ๆ ฝั่งสะใภ้พี่ชายนายแม่อีกที ฝากฝังกันมา แล้วนายแม่ก็เห็นชอบ เพราะอยากอุ้มหลาน”

หงส์หยกนิ่งไป

เสียงพิณยังบรรเลงอ่อนหวาน เศร้าสร้อยเหมือนเสียงคร่ำครวญของใครบางคนที่ถูกทิ้งไว้กลางเงาไฟ

ในใจเธอรู้ชัดขึ้นทุกวินาที บ้านหลังนี้ ไม่ใช่สถานที่ของ “ว่าที่เจ้าสาว”

แต่คือสนามอำนาจของผู้หญิงหลายคนที่ต่างรอคอยผู้ชายคนเดียวกัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ล่ารักมาเฟีย   5 น้ำแกงฟางเหนียง

    5 น้ำแกงฟางเหนียงแสงสุดท้ายยามพลบค่ำของเกาะมาเก๊าทอดตัวลงช้า ๆ เหนือคฤหาสน์ตระกูลเจี้ยง อากาศเย็นลงจากความร้อนระอุในช่วงกลางวัน ลมทะเลพัดเอาความชื้นมากับกลิ่นดินและกลิ่นไม้เก่า อาคารแต่ละหลังเริ่มเปิดดวงไฟสว่างไสว ไล่เงามืดออกไปทีละจุดหงส์หยกยืนอยู่ในมุมอาคารหลักของนายแม่ เงาร่างเธอซ้อนทับกับเสาไม้แกะสลัก มองผ่านแนวพุ่มไม้ไปยังลานด้านหน้าขบวนรถสีดำเลี้ยวเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ เสียงเครื่องยนต์ดับลงแทบพร้อมกัน ก่อนที่ประตูรถคันกลางจะเปิดออกร่างสูงใหญ่ในชุดถังจวงสีดำก้าวลงมาเจี้ยงหลงแม้ระยะจะไกล แต่หงส์หยกรู้สึกเหมือนลมหายใจตัวเองสะดุดไปเสี้ยววินาที ชายผ้าสีดำแทบไม่สะบัดแม้เจ้าของร่างจะก้าวเดินหนักแน่นรวดเร็ว ท่วงท่าของเขานิ่ง มั่นคง ราวกับทุกก้าวถูกคำนวณมาแล้วไม่มีเสียงเอะอะ ไม่มีการต้อนรับแบบโอ่อ่าเหล่าองครักษ์เพียงเคลื่อนรถเข้าโรงจอด บ้างแยกย้ายพัก บ้างเข้าประจำตำแหน่งรอบตึกเฟยหลงทุกอย่างเป็นระเบียบ… จนชวนให้รู้สึกอึดอัดคฤหาสน์ตระกูลเจี้ยงตั้งอยู่ในย่านชุมชนดั้งเดิม มีเวรยามเดินตีระฆังรอบเขต เมื่อเสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นสามจังหวะ หงส์หยกประเมินเวลาได้ราวสามทุ่มไม่นานนัก เธอก

  • ล่ารักมาเฟีย   4 แหวนหยกของอาม่า

    4 แหวนหยกของอาม่าในมื้อเที่ยงของวันที่สาม นับตั้งแต่หงส์หยกเข้ามาอยู่ใต้ชายคาคฤหาสน์ตระกูลเจี้ยง เธอยังไม่เคยได้พบกับเจ้าของบ้านตัวจริง นายใหญ่ตระกูลเจี้ยง“เห็นว่าอาหลงให้คนมาแจ้ง บอกว่าคืนนี้จะกลับมานอนบ้าน”เสียงนายแม่เอ่ยขึ้นกลางโต๊ะอาหารทรงกลมในห้องเฟิงฟู่หงส์หยกยืนอยู่ห่างจากโต๊ะตามตำแหน่งของคนรับใช้ เธอสังเกตได้ทันทีว่าวันนี้ผิดจากทุกวัน ตั้งแต่เธอเข้ามาอยู่ที่นี่ ธรรมเนียมของบ้านคือ กินไม่พูด ตามคำสอนของขงจื้อ โต๊ะอาหารมักเงียบกริบ มีเพียงเสียงช้อนกระทบถ้วยเบา ๆ เท่านั้นแต่วันนี้… คำว่า “อาหลงจะกลับบ้าน” ทำให้ทั้งโต๊ะเปลี่ยนบรรยากาศหงส์หยกเหลือบมองไปทางคุณฟางเหนียง ไหน่ไนของนายใหญ่ หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อนั้น ใบหน้าขาวผ่องแต้มสีแดงเรื่อทันที มือที่จับชายกี่เพ้าบิดเข้าหากันอย่างไม่รู้ตัวสามวันที่หงส์หยกเฝ้าสังเกตอยู่เงียบ ๆ เธอเริ่มเข้าใจระบบของบ้านหลังนี้ บ้านตระกูลเจี้ยงอาจใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ มีโทรศัพท์ ลิฟต์ ห้องครัวแบบยุโรป แต่ในเรื่องลำดับชนชั้นและความสัมพันธ์ ทุกอย่างยังคงยึดรูปแบบจีนโบราณไว้อย่างแน่นหนาคุณฟางเหนียงยืนอยู่ใกล้โต๊ะกว่าหงส์หยกเล็กน้อย สถ

  • ล่ารักมาเฟีย   3 สาวใช้จากเมืองไทย

    3 สาวใช้จากเมืองไทยฝนยังตกลงมาไม่ขาดสายเมื่อหงส์หยกมาหยุดยืนอยู่หน้าคฤหาสน์ตระกูลเจี้ยง รถแท็กซี่จอดส่งเธอที่ข้างซอกรั้วปูนสูงทึบหนา รั้วที่มองไม่เห็นอะไรภายในนอกจากเงาไม้ใหญ่ซึ่งทอดกิ่งก้านล้ำออกมาด้านนอก ราวกับต้องการปิดบังโลกภายในไม่ให้ใครล่วงรู้เธอลงจากรถ ลุยฝ่าสายฝนไปยืนหลบใต้หลังคาเล็ก ๆ ตรงประตูไม้บานแคบสำหรับคนเข้าออกโดยเฉพาะ“ปึก ๆ” มือเรียวยกขึ้นเคาะโบราณที่คล้องอยู่หน้าประตู เสียงโลหะกระทบไม้ดังเพียงสองครั้งก็หยุดหงส์หยกกวาดตามองไปรอบตัวอย่างแปลกใจ บ้านของตระกูลใหญ่ระดับนี้กลับไม่มีแม้แต่กริ่งออดหรือกล้องวงจรปิดติดไว้ให้เห็นชัดเจน ทุกอย่างเงียบสงบจนผิดปกติ ราวกับเป็นสถานที่ซึ่งไม่ต้องการให้โลกภายนอกเข้ามารบกวนไม่ถึงครึ่งนาที ประตูไม้สักเนื้อหนาด้านข้างก็เปิดออกจากด้านในชายร่างสูงในชุดสูทดำแบบเดียวกับบอดี้การ์ดของเจี้ยงหลงที่เธอเห็นในคาสิโนยืนอยู่ตรงหน้า ใบหน้าคมเฉย ดวงตานิ่งประเมินเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า“ฉันเป็นสาวใช้คนใหม่ มาจากเมืองไทย ได้แจ้งไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะมาถึงวันนี้ค่ะ”หงส์หยกพูดตรงไปตรงมาโดยไม่หลบสายตาบอดี้การ์ดพยักหน้าเล็กน้อยก่อนบอกให้เธอยืนรอด้านนอก

  • ล่ารักมาเฟีย   2 เจี้ยงหลง

    2 เจี้ยงหลงอาคารขนาดมหึมากลางเกาะมาเก๊า แม้จะไม่สูงเสียดฟ้า แต่กินพื้นที่กว้างใหญ่หลายร้อยตารางเมตร ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมยุโรปหรูหรา ภายในเป็นทั้งแหล่งรวมแบรนด์เนม ร้านอาหารชื่อดัง และโรงแรมระดับห้าดาวหลงพาเลช มาเก๊า คาสิโน คือหนึ่งในศูนย์กลางความมั่งคั่งของเกาะ นักท่องเที่ยวยังคงหลั่งไหลไม่ขาดสาย แม้ไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยวเดือนมิถุนายนของมาเก๊าร้อนชื้นไม่ต่างจากบ้านเรา บางวันฝนกระหน่ำตั้งแต่เช้า บางวันแดดแรงจนพื้นหินร้อนระอุ สภาพอากาศแปรปรวนเหมือนโชคชะตาของคนที่อาศัยอยู่บนเกาะแห่งนี้เจี้ยงหลงยืนอยู่หลังผนังกระจกโค้งสูงจากพื้นจรดเพดาน ห้องทำงานชั้นบนมองลงไปเห็นบ่อนคาสิโนทั้งชั้นราวกับสนามรบร่างสูงใหญ่ในชุดถังจวงสีดำสนิททำจากผ้าไหมเนื้อดี เสื้อคอจีนสาบตรงขับเน้นไหล่กว้างกับแผงอกแน่น ผ้าเงางามสะท้อนกล้ามเนื้อใต้เนื้อผ้าอย่างชัดเจนเขาหมุนแหวนหยกในมือช้า ๆ แหวนหมั้นแทนใจของที่ปู่แลกกับป้ายหยกประจำตระกูลของที่ไม่ควรถูกนำไปแลกกับคำสาบานไร้สาระตั้งแต่สี่สิบปีก่อน“พี่ใหญ่ คิดว่าว่าที่เจ้าสาวจะหน้าตายังไง”เจี้ยงหนิงเฉิง ลูกพี่ลูกน้องเอ่ยขึ้นพลางพิงโซฟา หน้าหวาน ตาตี๋ ผิวขาวกว่าคนมาเก๊า

  • ล่ารักมาเฟีย   1 หงส์หยก

    1 หงส์หยกหน้าฝนของเมืองไทยคือฤดูที่อากาศร้อนชื้นที่สุด โดยเฉพาะเดือนมิถุนายน ต่อให้ฝนตกลงมาเป็นระยะก็ไม่ได้ช่วยให้เย็นลงเท่าไร กลับยิ่งทำให้ความชื้นเกาะติดผิวกายจนรู้สึกอึดอัดหญิงสาววัยยี่สิบหกปีในชุดสูทเข้ารูปสีครีมก้าวลงจากรถ ฝ่าสายฝนบาง ๆ เข้ามายังตัวบ้านที่ซ่อนอยู่หลังอาคารพาณิชย์ย่านการค้าคนจีนชื่อดังกลางกรุงเทพฯ สูทที่ตัดเย็บพอดีตัวขับเน้นรูปร่างสูงโปร่ง เว้าโค้งอย่างผู้หญิงเต็มตัว แม้ดีไซน์จะดูคล้ายเสื้อผ้าผู้ชายก็ตามพรึบ !หงส์หยกหุบร่มสีขาวก่อนเสียบไว้ที่ชั้นเก็บด้านหน้า แล้วเดินเข้าบ้าน ถอดรองเท้าส้นสูงเปลี่ยนเป็นรองเท้าใส่ในบ้านตามธรรมเนียมเธออาศัยอยู่กับพ่อแม่และอากง เป็นครอบครัวคนจีนรุ่นเก่าที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาตั้งรกรากในไทยตั้งแต่สมัยปู่ การอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่คือเรื่องปกติ และบ้านหลังนี้ก็อยู่มานานเกินครึ่งศตวรรษแล้ว ต่อเติมอะไรแทบไม่ได้ ทำได้เพียงซ่อมแซมรักษาสภาพ“คุณหงส์มาแล้วค่า”เสียงใสของเด็กรับใช้วัยสิบแปดดังขึ้น หงส์หยกถอดสูทส่งให้ ก่อนยิ้มหวานให้แม่ศรีนวล แม่นมที่เลี้ยงเธอมาตั้งแต่เล็ก เพราะมารดาอ่อนแอหลังคลอด ไม่อาจดูแลเธอเองได้“แม่ศรี หงส์กลับมาแล้วค่ะ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status