เข้าสู่ระบบ14 เพชรฆาตในคราบชีค
ช่วงหัวค่ำ วันเดียวกับเจ้าสาวโดนลักพาตัว
ณ พระราชวังไซฮาตนาเดีย
ชีคมูซาย่ำฝีเท้าหนักแน่นตามแรงอารมณ์ปะทุเดือดบนพื้นทางเดินหินอ่อนเย็นเยียบสีงาช้าง
ร่างสูงใหญ่ในชุดกันดูร่า[1] ตัวยาวสีขาวสวมทับด้วยเสื้อคลุมบิชต์[2] สีดำสาบเสื้อแถบใหญ่ขลิบทอง ชุดพระราชพิธีสวมใส่เฉพาะในวันสำคัญเท่านั้น เช่นวันนี้
กลิ่นกำยานงานพิธียังลอยคว้างอ่อนจางตลอดทาง ยิ่งพาให้ช่องท้องเต็มไปด้วยไฟโทสะ
เขาพ่นลมหายใจหนักในทุกก้าว แสงสีนวลบนผนังโถงทอแสงงามจับตา ทว่านัยน์ตาสีนิลบัดนี้มืดหม่นจนไม่อาจสัมผัสได้ถึงความวิจิตรของพระราชวังส่วนหน้า
ดวงหน้าคมสันดั่งเทพบุตรกร้าวกระด้าง เนตรนิลกาฬจับจ้องยังจุดหมายคือห้องเอนกประสงค์สำหรับกษัตริย์เท่านั้น
“ขอพระราชทานอภัย พระองค์ทรงเสวยกระยาหารอยู่พ่ะย่ะค่ะ”
สายตาดั่งเสือสาดซัดใส่ข้ารับใช้คนสนิทองค์กษัตริย์หน้าห้อง วาดท่อนแขนกวาดมือผลักออกพ้นทาง โดยมีองครักษ์ด้านหลังล็อกตัวไว้ทันที
“พระองค์ !”
ผ่าง !!
เสียงประตูบานใหญ่ถูกผลักด้วยแรงโทสะอย่างลูกขัตติยะ พาให้ชีคอิบรอฮีมเงยหน้าขึ้นจากมื้ออาหาร จ้องบุตรชายย่ำฝีเท้าหนักลงพรมเปอร์เซีย
“มูซา พ่อไม่รู้ว่าลูกอยากจะมารับประทานมื้อเย็นด้วย”
เสียงทุ้มทรงอำนาจของชีคผู้ครองนครเอ่ยขึ้นพลางพยักหน้าให้ข้ารับใช้เก็บจานออกไป
“อัสลามุอะลัยกุมเสด็จพ่อ”
ลูกชายคนโตทักเสียงกร้าวกระด้างด้วยสีหน้าเรียบเฉย ดวงตาจับจ้องนิ่งยังพระบิดา
“ขออัลลอฮ์ประทานพรมิ่งมงคลแก่เจ้าเช่นกัน ที่เสียสละเวลาอันมีค่ามาเยี่ยมเยือนพ่อถึงที่นี่”
คิ้วเข้มของชีคมูซาโก่งสูงหนึ่งข้าง ความยะเยือกแห่งอำนาจกษัตริย์แผ่กำจายจนมวลอากาศอึดอัดอย่างที่เป็นมาเสมอตั้งแต่เขายังเยาว์วัย แม้ว่าภายในเขาเริ่มปั่นป่วนทว่าเสียงที่เปล่งออกไปเจือไปด้วยความโกรธ
“ลูกขออภัยที่มาขัดความสำราญมื้อเย็น แต่พิธีเมื่อเช้าเกิดเรื่อง... ค่อนข้างใหญ่”
ครืด...
เสียงเก้าอี้ถูกลากจากมือคล้ำเข้มทำลายความเงียบภายในห้อง เขาทิ้งร่างสูงใหญ่ลงนั่งฝั่งตรงข้ามพระบิดา ยกเท้าขึ้นไขว่ห้าง เอนตัวพิงพนักวางท่อนแขนบนโต๊ะอาหารแล้วเริ่มเคาะนิ้วลงไปช้า ๆ
ชีคอิบรอฮีมหัวใจบีบรัดเล็กน้อยยามเพ่งสายตายังลูกชายคนโตจากพระชายาเอกฟาตีมะฮ์ เขาเลี้ยงดูมากับมือย่อมรู้ดีว่าบัดนี้ลูกชายกำลังโกรธจัดอย่างคนที่เคยได้ทุกอย่างในกำมือ
“นับวัน ลูกช่าง... แข็งกร้าว” กษัตริย์เอ่ยเสียงเบา
“ท่านพ่อควรชื่นชมด้วยความปีติ ลูกคือผลผลิตที่ท่านหมั่นอบรมสั่งสอนมาแต่เล็ก ทว่าค่ำนี้ลูกมิได้มาชวนคุยเรื่องเก่าสมัยเด็ก”
นัยน์ตาพยัคฆ์หรี่แคบ เท้าข้อศอกลงกับพื้นโต๊ะ ประกบฝ่ามือทั้งสองกุมใต้คาง ส่งสายตาดั่งเสือคาดคั้นบางสิ่งจากองค์เหนือหัว
เขาไม่ควรคาดหวังกับพระบิดา ในเมื่อเขารู้อยู่เต็มอกว่าเหตุการณ์ในวันนี้เกี่ยวข้องกับพระองค์ แต่เมื่อถึงเวลาอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ เหตุใดใจเขาจึงยังเจ็บปวด
“พูดเสียมูซา อย่าทำกิริยาเช่นนี้ อย่างไรพ่อยังคงเป็นกษัตริย์” น้ำเสียงเหนื่อยล้าเต็มทนทั้งแหบด้วยวัยที่เพิ่มมากขึ้น
กิริยาหยาบคายเช่นนั้นหรือ คงมีไว้เพื่อบรรเทาสิ่งที่อยู่ภายในตอนนี้ เขาเยาะหยันตัวเองก่อนจะเปล่งเสียงราบเรียบกว่าคราแรก
“เจ้าสาวของลูกหายไป”
“เช่นนั้นหรือ ?”
องค์กษัตริย์เองหาได้กลัวบุตรชาย ย้อนคำที่พาให้คิ้วเข้มชีคหนุ่มกระตุกเบา ๆ เขากัดกรามกรอดอุ้งมือกำกันแน่นจนปูดโปน มุมปากหยักขึ้น
“น้องชายลูก กล้าดีขโมยของ ๆ ลูก หายไป ไร้ร่องรอย”
“เป็นไปได้อย่างไรกัน ?”
ปัง !!
ฝ่ามือกร้านฟาดลงโต๊ะพร้อมหยัดกายชะโงกไปด้านหน้า ดวงพักตร์แม้เย็นชาดั่งที่ฝึกฝนมาทว่าภายในกลับบรรจุด้วยไฟโลกันต์ ทั้งหน่วงในอกยามนึกถึงน้องชายลูกรักคนโปรด
“ท่านพ่อโปรดอย่าไขสือ หากไร้คำสั่งกษัตริย์ น้องชายเราคงไม่มีวันทำการนี้สำเร็จ และตอนนี้ซัลมานกำลังเข้าเขตเมืองมิสบาฮ์ฟอลัก”
ชีคหนุ่มเค้นเสียงอย่างยากลำบากด้วยใจอัดแน่นถึงความอยุติธรรม ภาพวัยเยาว์ผุดขึ้นมา ซัลมานมักได้อิสระเสรี และเป็นเขาที่ต้องแบกความรับผิดชอบต่อนครอันยิ่งใหญ่
“ท่านเห็นลูกเป็นลูกหรือไม่... เสด็จพ่อ หรือท่านเห็นเราเป็นเพียงหมากบนเกมเช่นกัน”
เขาทอดเสียงอัดอั้นลอดไรฟัน แม้เขารู้ดีว่าเป็นเพียงหมาก ทุกคนคือหมากของกษัตริย์
สิ่งที่เรียนรู้มาจากเสด็จพ่อ ความอ่อนแอคือสิ่งต้องห้าม ความลังเลคือความพ่ายแพ้ ฉะนั้นหมากตัวนี้จะไม่ขอยอมแพ้
“ลูกกำลังข่มขู่คุกคามกษัตริย์”
ชีคอิบรอฮีมมองรอยร้าวของชีคหนุ่มที่เขาได้ฝังไว้มาเนิ่นนานเพื่อขึ้นรับตำแหน่งนี้ บัดนี้รอยร้าวนั้นหยั่งรากลึกและเติบใหญ่กลายเป็นคนเย็นชากระด้าง เขามองอย่างกังวลใจ
ความทะเยอทะยาน... กำลังทำลายบุตรชายของเขา
[1] แถบยูเออีเรียกชุดแต่งกายในชีวิตประจำวัน สีขาวตัวยาวคอกลมผ่าหน้า ปกเชิ้ตปลายแขนปล่อย ว่า กันดูร่า ส่วนแถบซาอุดิอาระเบีย เรียก โต๊ป
[2] ผ้าคลุมตัวยาวเนื้อเบาสำหรับราชวงศ์ชั้นสูงหรือผู้มีตำแหน่งสูง สวมในพิธีการสำคัญ
17 จุดหมายเดียวกันแต่เธอจะหลงลืมผิวสีน้ำผึ้งเนียนทั้งตัวของเขาได้อย่างไรกัน เธอละสายตาออกไม่ได้เลย กล้ามเนื้อทุกลูกล้วนหนั่นแน่นโดยเฉพาะแผ่นท้องราวกับภาพแกะสลัก แข็งแกร่ง เต็มไปด้วยพละกำลังทว่ากลับดูนุ่มนวลในขณะเดียวกัน เส้นเอ็นกล้ามเนื้อเป็นริ้วยาวลับหายในขอบกางเกงอะไรกัน !ขอบฟ้าตกใจกับความคิดของตัวเองมุดตัวลงน้ำให้ความเย็นบรรเทาอาการร้อนรุ่มกะทันหันก่อนจะโผล่ขึ้นมาอีกครั้งแล้วพบว่า เนื้อทองแดงอยู่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอร้อนผ่าว“ยังไม่ถึงเวลานั้น ขอบฟ้า”เธอช้อนตาขึ้นแล้วรีบหลบ เปลวเพลิงปรารถนาจดจ้องเธอเช่นกันและมันทำให้เธอหวั่นไหว หัวใจเต้นแรงเสียจนหูอื้อไปหมด“ถึงเวลาอะไรกัน สำหรับฉันคืนเดียวก็พอแล้ว”“ฮึ แน่ใจหรือ” เขาโน้มหน้าลงมาใกล้ แสงอาทิตย์สะท้อนสีทองแวววาว “สำหรับเราไม่มีวันพอหรอกขอบฟ้า”“คุณไม่จำเป็นต้องแสดงอีกซัลมาน”เธอพ่นลมออกเรี่ยน้ำ เธอพบว่าน้ำเย็นไม่ได้ช่วยอะไรเลย ซ้ำร้ายพอเขายืดกายขึ้นกวักน้ำราดตัว หัวใจเธอยิ
16 รอมาลซาฮาราเช้าวันรุ่งขึ้น ณ กลางทะเลทรายรอมาลซาฮารากลางแสงแดดจ้าแผดเผาอันร้อนระอุ กระไออ้าวแผ่ขึ้นจากพื้นทราย กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ขาวโพลนเวิ้งว้างจนมิอาจแยกได้ว่าเส้นจรดขอบฟ้าอยู่ที่ใดร่างระหงนั่งโยกเยกอยู่บนหลังม้ามานานหลายชั่วโมง ด้านหลังเธอคือซัลมานที่ยอมให้เธอพิงมาตลอดทั้งคืน ผิวกายอาบชุ่มเหงื่อภายในชุดเสื้อคลุมอะบายา[1] สีดำปกปิดมิดชิด“อีกนานไหม”เสียงหวานนุ่มอ่อนระโหยทั้งแหบพร่า นัยน์ตาน้ำตาลเจิดจ้ามองภาพตรงหน้าพร่าเลือนจากแสงยามสายที่เพิ่งพ้นคุ้งฟ้า“จิบเสียหน่อย จิบเดียวนะ”เขายกกระติกน้ำขนาดใหญ่คล้ายทหารจ่อปากกระจับที่เผยอรอด้วยความกระหาย“มีโอเอซิสเล็ก อีกไม่ไกล อดทนหน่อย”“คุณจะไม่บอกอะไรสักหน่อยหรือ ว่าทำไมถึงลักพาตัวฉันมา”เธอยังถามคำเดิมอย่างดื้อดึงด้วยเสียงนุ่มแผ่วเบาแข่งกับเสียงลมอู้หอบเม็ดทราย ความนิ่งเงียบคือคำตอบ เขายังนั่งเป็นหินผาทั้งที่ภายในร้อนรุ่ม นัยน์ตาอำพัน
15 ยากจะประสาน“ท่านรักลูกไม่เท่ากัน ท่านทรงเห็นซัลมานดีกว่าลูกเสมอ ตั้งแต่เด็ก เพราะอะไรกัน ?” น้ำเสียงมูซาสั่นเล็กน้อย“คงเพราะซัลมานเป็นลูกของพระชายาคนโปรดใช่หรือไม่ ? บานีริยาฮ์ผู้รักอิสระเสรี ทำสิ่งใดก็ได้ตามแต่ใจตน”“ลูกพูดอะไร ! หากพ่อเห็นซัลมานดีกว่า ยเจ้าคงไม่ได้เป็นมกุฎราชกุมาร”ยิ่งพูดเขายิ่งเจ็บ ชีคหนุ่มยิ้มหยันมุมปากขณะที่หัวเราะในลำคอ เปล่งคำถากถาง“กฎมณเฑียรบาลทำให้ลูกได้เป็นมกุฎราชกุมารต่างหาก”ครืด...เขาเลื่อนเก้าอี้อีกครั้งลากยาว แล้วหย่อนร่างลงตวัดท่อนขาแกร่งไขว่ห้างขยับปลายเท้ากระดิกเบา ๆ“ท่านพ่อคิดไว้หรือยังว่า เห็นควรลงโทษความซุกซนของน้องชายเช่นไร”“พ่อไม่มีความคิดเห็นใด ๆ ทั้งสิ้น เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเพราะลูก อย่าคิดว่าพ่อแก่แล้วโง่เขลาจนไม่รู้ว่าน้ำมันรั่วลงอ่าวได้อย่างไร เจ้าวางแผนกับสุฟยาน ชีคชั่วข่มขู่ครอบครัวชาวไทย เขากลัวจนต้องยอมตกลงให้ลูกสาวพร้อมสัมปทาน นี่มัน... เป็นสิ่งที่ผิด ทั้งต่อมนุษยธรรม ทั้งต่อองค์อัลลอฮ์ !”ชีคอิบรอฮีมเริ่มเสียงแข็งหลังจากที่อดทนต่อกิริยาหยาบกระด้างของบุตรชาย เขาพยายามมองหาสายตายามวัยเด็กของมูซา ทว่ากลับไม่มี สายตาที่เคยมองบิ
14 เพชรฆาตในคราบชีคช่วงหัวค่ำ วันเดียวกับเจ้าสาวโดนลักพาตัว ณ พระราชวังไซฮาตนาเดียชีคมูซาย่ำฝีเท้าหนักแน่นตามแรงอารมณ์ปะทุเดือดบนพื้นทางเดินหินอ่อนเย็นเยียบสีงาช้างร่างสูงใหญ่ในชุดกันดูร่า[1] ตัวยาวสีขาวสวมทับด้วยเสื้อคลุมบิชต์[2] สีดำสาบเสื้อแถบใหญ่ขลิบทอง ชุดพระราชพิธีสวมใส่เฉพาะในวันสำคัญเท่านั้น เช่นวันนี้กลิ่นกำยานงานพิธียังลอยคว้างอ่อนจางตลอดทาง ยิ่งพาให้ช่องท้องเต็มไปด้วยไฟโทสะเขาพ่นลมหายใจหนักในทุกก้าว แสงสีนวลบนผนังโถงทอแสงงามจับตา ทว่านัยน์ตาสีนิลบัดนี้มืดหม่นจนไม่อาจสัมผัสได้ถึงความวิจิตรของพระราชวังส่วนหน้าดวงหน้าคมสันดั่งเทพบุตรกร้าวกระด้าง เนตรนิลกาฬจับจ้องยังจุดหมายคือห้องเอนกประสงค์สำหรับกษัตริย์เท่านั้น“ขอพระราชทานอภัย พระองค์ทรงเสวยกระยาหารอยู่พ่ะย่ะค่ะ”สายตาดั่งเสือสาดซัดใส่ข้ารับใช้คนสนิทองค์กษัตริย์หน้าห้อง วาดท่อนแขนกวาดมือผลักออกพ้นทาง โดยมีองครักษ์ด้านหลังล็อกตัวไว้ทันที“พระองค์ !”ผ่าง !!เสียงประตูบานใหญ่ถูกผลักด้วยแรงโทสะอย่างลูกขัตติยะ พาให้ชีคอิบรอฮีมเงยหน้าขึ้นจากมื้ออาหาร จ้องบุตรชายย่ำฝีเท้าหนักลงพรมเปอร์เซีย“มูซา พ่อไม่รู้ว่าลูกอยากจะมารับปร
13 วันพระราชพิธีเช้าวันต่อมา ในงานอภิเษกสมรส ณ โถงพิธีการ พระราชวังไซฮาตนาเดีย เสียงดนตรีอาหรับขับขานบทเพลงไพเราะในวันอภิเษกสมรส ท่วงทำนองอ่อนหวานพาให้เคลิ้มฝัน กลิ่นเครื่องหอมพระราชวังอบอวลทุกอณูฮาเร็มวังหลังแห่งนี้ชุดเจ้าสาวแสนหนักอึ้งดั่งดวงใจของดารินทร์ที่แบกรับอยู่ในตอนนี้เธอสวมชุดแต่งงานของพี่สาวตัวเอง หลังจากตกลงกับชายคนหนึ่ง คนที่เธอเคยเห็นพี่สาวและเขาลุกหายไปด้วยกันในนิวยอร์ก และพี่ของเธอกลับมาอีกครั้งในตอนเช้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขการแต่งงานจอมปลอมนี้ คือสิ่งที่พ่อกับแม่ต้องการให้พี่ขอบฟ้าเข้าพิธีกับชีคมหาอำนาจแลกกับเงินและความปลอดภัยดารินทร์รู้ว่าทำไมถึงไม่เป็นเธอ ดวงตาเหม่อมองไปทางกระจกเงาฝั่งตรงข้าม มองใบหน้างดงามอันน่าหลงใหล เชื้อสายโปรตุเกสที่ตกทอดลงมาสู่เธอมากเสียจนความสวยนี้กลายเป็นดาบสองคมภาพใบหน้าของย่าบนรูปถ่ายในห้องทำงานสะท้อนอยู่ในตัวเธอ พ่อรักเธอมากเกินไปจนเขาไม่เคยเจียดความรักอย่างที่พึงกระทำให้พี่สาวการมอบลูกตัวเองเพื่อแลกกับเงินก็คล้ายกับการขายลูกกินเธอตามเพื่อนของซัลมานไปในคืนนั้นที่นิวยอร์ก จนรู้ว่าแท้จริงมันคือแผนแต่เธอไม่ลังเลเลยถ้าพี่ขอบฟ้าจะมีควา
12 สันเนินทรายนูนสูงทะเลทรายยามค่ำคืนอันตรายอย่างที่เขาบอก ดังนั้นเธอจึงจะตามใจเขาไปก่อน รอจังหวะแล้วค่อยคิดหนีอีกครั้ง โดยหวังว่าทุกอย่างคงไม่สายเกินไปผิดไปจากซัลมาน แผงอกเขากระเพื่อมลอบสูดความหอมเข้านาสิก ทรวงอกหน่วงด้วยความต้องการครอบครองของต้องห้ามมักหวานล้ำ... หญิงงามกล้าหาญฉลาดเฉลียว ซัลมานยกยิ้มยามนึกถึงใบหน้าคมสันของชีคดำคล้ำด้วยไฟโทสะท่วมท้นแล้วหลังจากนั้นไม่นานนัก ขอบฟ้าก็ถูกยกขึ้นนั่งบนหลังม้าตัวเดิม โดยมีร่างใหญ่โตโหนตัวเองขึ้นซ้อนหลัง ซัลมานอ้อมลำแขนรั้งสายบังเหียนม้ามาด้านหน้าร่างระหงโยกเยกบนหลังม้าคล้ายเปลไกว ความหนาวเย็นของทะเลทรายทำให้เธอเบียดแผ่นหลังชิดอกร้อน เสาะหาไออุ่นทำไมฉันถึงไม่เกลียดเขาได้เต็มหัวใจ... ทำไมยังรู้สึกปลอดภัยเวลาที่เขาอยู่ใกล้ขอบฟ้าทอดถอนใจพิงตัวเองบนอกแกร่ง ในเมื่อเวลานี้เธอทำอะไรไม่ได้ นอกจากเพ่งมองความมืดมิดที่มีเพียงดวงดาวนับล้านส่องแสงระยิบระยับกระจายทั่วผืนฟ้า เธอก็ขอเก็บแรงเอาไว้ก่อนและใช้อกเขาเป็นหมอนแล้วกันพวกเราเดินทางผ่านเนินสูงลูกแล้วลูกเล่าลดหลั่นกันไปสุดลูกหูลูกตาราวกับว่าจะไม่มีวันสิ้นสุด เสียงฝีเท้าม้าบนพื้นทรายราวเสียงดนต







