LOGIN13 วันพระราชพิธี
เช้าวันต่อมา ในงานอภิเษกสมรส
ณ โถงพิธีการ พระราชวังไซฮาตนาเดีย
เสียงดนตรีอาหรับขับขานบทเพลงไพเราะในวันอภิเษกสมรส ท่วงทำนองอ่อนหวานพาให้เคลิ้มฝัน กลิ่นเครื่องหอมพระราชวังอบอวลทุกอณูฮาเร็มวังหลังแห่งนี้
ชุดเจ้าสาวแสนหนักอึ้งดั่งดวงใจของดารินทร์ที่แบกรับอยู่ในตอนนี้
เธอสวมชุดแต่งงานของพี่สาวตัวเอง หลังจากตกลงกับชายคนหนึ่ง คนที่เธอเคยเห็นพี่สาวและเขาลุกหายไปด้วยกันในนิวยอร์ก และพี่ของเธอกลับมาอีกครั้งในตอนเช้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข
การแต่งงานจอมปลอมนี้ คือสิ่งที่พ่อกับแม่ต้องการให้พี่ขอบฟ้าเข้าพิธีกับชีคมหาอำนาจแลกกับเงินและความปลอดภัย
ดารินทร์รู้ว่าทำไมถึงไม่เป็นเธอ ดวงตาเหม่อมองไปทางกระจกเงาฝั่งตรงข้าม มองใบหน้างดงามอันน่าหลงใหล เชื้อสายโปรตุเกสที่ตกทอดลงมาสู่เธอมากเสียจนความสวยนี้กลายเป็นดาบสองคม
ภาพใบหน้าของย่าบนรูปถ่ายในห้องทำงานสะท้อนอยู่ในตัวเธอ พ่อรักเธอมากเกินไปจนเขาไม่เคยเจียดความรักอย่างที่พึงกระทำให้พี่สาว
การมอบลูกตัวเองเพื่อแลกกับเงินก็คล้ายกับการขายลูกกิน
เธอตามเพื่อนของซัลมานไปในคืนนั้นที่นิวยอร์ก จนรู้ว่าแท้จริงมันคือแผนแต่เธอไม่ลังเลเลยถ้าพี่ขอบฟ้าจะมีความสุขและไม่ต้องแต่งงานกับชีค
ดังนั้นเมื่อเธอพบซัลมานอีกครั้งเมื่อหลายวันก่อน แผนนี้จึงเกิดขึ้น เธอเกลียดชังตัวเองที่หลอกพี่ฟ้า ทว่ามันดีต่อพี่สาวที่เธอรักยิ่งกว่าชีวิต
นัยน์ตาสีข้าวฟ่างขยับไหวระริกคล้ายมีน้ำรื้นแต่เธอกลั้นไว้ ชีวิตของเธอถ้าเทียบกับพี่ขอบฟ้าแล้วมันยังน้อยนิด
ถ้าเธอไม่ได้ขอบฟ้าช่วยชีวิต ดึงเธอออกจากวังวนเสี่ยงอันตรายในครั้งนั้น เธอคงไม่ใช่ตัวเธอในทุกวันนี้ แม้แต่พ่อกับแม่ก็ยังไม่รู้
ชีวิตในเมืองนอกที่เต็มไปด้วยอิสระและเงินทอง ทำให้เธอเกือบหลงทาง... จนขอบฟ้าดึงเธอกลับมา
ดังนั้น ถ้าจะให้ใครสักคนต้องแต่งงาน... สมควรเป็นเธอ !
เธอลุกมาคลุมหน้าแต่เช้า ไม่มีใครสังเกตเห็นเจ้าสาวตัวปลอมเพราะเธอและพี่สาวเข้าวังมาได้เพียงสามวัน
ไม่มีใครรู้จักพวกเธอ !
“พระชายาสวยมากเพคะ”
แม้แต่ข้าหลวงนูรมาเองยังจำไม่ได้ สาวชาวไทยที่ไร้ความสำคัญ คงมีเพียงสัมปทานน้ำมันเท่านั้นที่พวกเขาต้องการ
เธอสวมรองเท้าผ้าสีขาวราวเจ้าหญิงสูงศักดิ์ประดับด้วยเพชรหลายกะรัต ทว่ากลับถูกคลุมด้วยชุดเจ้าสาวแสนงาม
“ถึงเวลาแล้วเพคะ”
หัวใจเธอเต้นรัวแรงดังกลองดัฟฟ์ที่กำลังเคาะอยู่ในขณะนี้ จดเท้าลงพรมแดงทอดยาวที่เบื้องหน้าคือชีคร่างสูงใหญ่
ไม่ว่าเขาจะสง่างามองอาจบาดใจเพียงใด สำหรับเธอเขาคือ
เพชฌฆาตในคราบชีค...
ร่างกายเธอสะท้านเป็นระลอก สั่นไหวไปถึงข้างในยามเดินเข้าไปใกล้ทุกขณะ ขาสั่นเทาย่ำลงพรมแดงดั่งสีเลือดที่อาบหัวใจเธอในตอนนี้
เรือนร่างสูงใหญ่ในชุดเต็มยศ เสื้อคลุมสีดำโปร่งบางขลิบทอง ผ้าโพกศีรษะสีขาวคาดสายรัดสีดำประดับพู่ห้อยตราประจำพระองค์ บ่งบอกพิธีการสำคัญยิ่ง
นัยน์ตานิลกาฬจ้องนิ่งยังสุดทางเดินที่ปลายทางคือเจ้าสาวแสนงดงามที่มาพร้อมสัมปทาน
ชีคมูซาขยับมุมปากยิ้มเพียงเล็กน้อย พึงพอใจอย่างเอกอุถึงแผนการที่ได้ลุล่วงสำเร็จราบรื่นจนเขายังประหลาดใจ
นับจากวันที่เขาพบเธอในคฤหาสน์หลังนั้น บ้านพ่อค้าหน้าเงินที่เอาลูกสาวตนเองมาค้ำประกันหวังให้ขึ้นเป็นพระชายาแล้วจะมากอบโกยเอาภายหลัง
ฮึ เสียงแค่นแผ่วเบายามมองเธอเดินเข้ามาใกล้ทุกขณะ ดวงหน้าหวานคมลูกเสี้ยวไม่ได้ทำให้เขาใจเต้นระทึกแม้แต่น้อย ตรงข้ามด้วยซ้ำมันเฉยชายิ่งโดยเฉพาะรู้ซึ้งถึงภูมิหลังม่านของฉากแต่งงานวันนี้
ใจเขาเหม่อลอยไปชั่วครู่ยามนึกถึงดวงหน้าของอีกคน ที่ปลุกไฟข้างในจนลุกโชนเพียงสบตา น้องสาวของเจ้าสาว เสียดายที่สัมปทานมีมาให้คนพี่
เขาต้องเลือกหมาก เบี้ยตัวหนึ่งบนกระดาน
เจ้าสาวที่มาพร้อมกับผลประโยชน์มหาศาล
เธอคือหนทางที่จะทำให้บัลลังก์ในอนาคตมั่นคง
เสียงบทสวดอาหรับกำลังขับกล่อมดังขึ้นเรื่อย ๆ ดั่งหัวใจของเขารัวแรงด้วยความตื่นเต้นที่จะได้ครอบครองเบี้ย สลัดภาพตราตรึงออกชั่วคราวแล้วจดจ่อเพียงผลประโยชน์
เรือนร่างระหงสีขาวปกปิดตามธรรมเนียมยกเว้นเพียงดวงตา ท่วงท่าสง่างามสมเป็นลูกสาวผู้ดีเก่าแก่
ทว่า... มีบางสิ่งเปลี่ยนไป
ดวงตาเหยี่ยวหรี่ลงเพ่งมองเจ้าสาวยามเข้ามาใกล้ทีละน้อย เรือนกายเธอสั่นอย่างเห็นได้ชัด และความสูงที่เปลี่ยนไป
เสียงเพลงอาหรับบทสวดพิธีการยังดำเนินต่อไป ทว่าหัวใจเขาตอนนี้รัวกระหน่ำด้วยโทสะที่เพิ่มพูนในทุกย่างก้าว
แขกในเช้านี้กำลังจับจ้อง ราชนิกุล นักการเมือง และเขาผู้ซึ่งกำลังจะขึ้นครองนครถูกหญิงสาวคนหนึ่งหลอกลวง
ความเจ็บปวด ความอับอายยิ่งพาให้โทสะชีคหนุ่มท่วมท้น เขากำกริชข้างกายแน่นข้อมือปูดโปน รอเวลาให้เจ้าสาวตัวปลอมเดินเข้ามาใกล้ สีนัยน์ตาที่เปลี่ยนไปทำให้เขายิ่งแน่ใจว่าเธอไม่ใช่เจ้าสาวสัมปทาน
ดารินทร์ฝืนขาตัวเองให้ก้าวต่อ เหงื่อกาฬหลั่งไหลจากความกลัว เขาจ้องเธอนิ่ง
ทำไมกัน ?
มือเรียวเล็กกระชับช่อดอกไม้ด้านหน้ากำจนเส้นเอ็นปูดขึ้น ดวงตาไหวระริก ริมฝีปากสั่นจนต้องขบไว้ เธอยังเดินต่อไปแม้ว่าหัวใจเต้นแรงแทบกระดอนออกมาจากทรวงอก
ยิ่งใกล้ชีคมูซามากเท่าไร รัศมีความโกรธแผ่กระจายรอบตัวเป็นเงาดำทะมึนดั่งปีศาจ
เธอชะงักเท้าทันที หรือว่าเขารู้แล้ว !
มือสั่นระริกขณะมองฝ่ามือแกร่งยื่นออกมาด้านหน้าแล้วแบออก ให้เธอวางลงอย่างวางใจ
เธอจะวางใจได้เช่นนั้นหรือ ?
“มาสิ”
เสียงเขาทุ้มกดต่ำจนเกือบสำลัก จ้องมือเล็กสั่นเทาวางลงกลางฝ่ามือก่อนที่เขาจะบีบแน่นจนดวงตาสีอ่อนดั่งข้าวฟ่างส่อแววหวาดกลัว
หมับ ! เฮือก !
ชีคมูซากระชากร่างในชุดเจ้าสาวมาใกล้จนกระแทกแผ่นอก ลมหายใจหนักพ่นออกราวอสูรกระทบใบหน้า ดวงตาวาวโรจน์ดำสนิท ดอกไม้ในมือเจ้าสาวร่วงหล่นลงแท่นพิธี
“กล้าหลอกฉัน..”
เขาเค้นเสียงออกมาแทบไม่เป็นคำ ดึงผ้าคลุมหน้าออกต่อหน้าทุกคน โยนทิ้ง
“ว้าย !!”
ดารินทร์หวีดเสียงคว้าผ้าแต่ไม่ทัน เสียงโกลาหลดังขึ้นระลอกใหญ่ ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบงันลงราวกับเวลาหยุดเดิน สายตาทุกคู่ล้วนจับจ้องมองราชนิกุลหนุ่มถูกหลอกด้วยความตกใจ ตื่นเต้นและบางคนถึงกลับชอบใจ
“เกิดอะไรขึ้น ?”
“มีอะไร นั่นเจ้าสาวไม่ใช่เหรอ ?”
“แล้วสัมปทาน...”
เธอหวาดกลัวจับจิตขาสั่นแทบยืนไม่อยู่ หน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด มองดวงหน้าชีคดำคล้ำด้วยแรงโทสะ ฝ่ามือเธอชื้นเหงื่อพยายามห้ามริมฝีปากไม่ให้สั่นระริกด้วยการกัดแน่น
มูซาดึงเธอเข้ามาใกล้เฉียดใบหน้า พ่นลมร้อนดั่งปีศาจกระซิบถ้อยคำที่พาให้เธอขนลุก
“ในเมื่อใจกล้าเทียมฟ้า ฉันจะไม่ทำให้เธอผิดหวัง”
เขาสะบัดมือออกเหวี่ยงเธอลงกับพื้นต่อหน้าทุกคน สีหน้ายังเรียบเฉยมองร่างระหงปลิวออกจากวงแขน
ตุบ !
เสียงร่างเจ้าสาวดังกระแทกพื้นสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบงัน ก่อนจะเกิดเสียงฮือฮาดังกระหึ่มอีกครั้ง ทว่าทุกคนยังนั่งนิ่งไม่มีใครกล้าลุก ชีคมูซาเอ่ยเสียงเรียบทว่าดังราวผ้าฟ้า
“พาเธอไปขังไว้ที่ฮาเร็มเรา”
“ไม่ ไม่นะ อย่า ปล่อยฉัน”
ดารินทร์หวีดร้องแต่เหมือนว่าไม่มีใครสนใจ บัดนี้ตัวเธอถูกกระชากดึงขึ้นจากพื้นด้วยมือขององครักษ์ส่วนตัว และถูกลากออกจากพิธี
รองเท้าเจ้าสาวปลายหัวเพชรเม็ดโตหลุดออก ร่วงบนแท่นพิธีราวกับเธอคือเจ้าหญิงในนิทานซินเดอเรลลา รอเจ้าชายออกค้นหาและสวมคืน
ทว่า... ความเป็นจริงแล้วกลับไม่ใช่ เธอกำลังถูกลากออกไปขังไว้ยังดินแดนที่โลกหลงลืม
ร่างระหงขัดขืนและบิดตัวด้วยความหวาดกลัวที่จะต้องเข้าไปอยู่ในสถานที่แห่งนั้น เธอไม่ทันได้เตรียมใจมาก่อนว่าจะเกิดความผิดพลาด
เธอต้องได้เข้าพิธี คืนนี้ต้องได้เข้าหอ เขาจะไม่รู้จนกว่าทุกอย่างได้ล่วงเลยจนเกินแก้ไข
เธอทำพลาด... พี่ฟ้า... ดาวขอโทษ
ดารินทร์เองก็เหมือนกับพี่สาว สายลมแห่งทะเลทรายกำลังพัดพา หนึ่งโชคชะตาที่ทำให้เธอเปลี่ยนไปตลอดกาล
แต่เมื่อเธอถูกลากออกไปได้สักพัก เธอกลับสงบนิ่งขึ้น มองโถงทางเดินทอดยาวสู่วังหลังด้วยดวงตาที่เปลี่ยนไป
การเปลี่ยนสถานะอาจจะดีต่อสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่ก็เป็นได้
ในเมื่อเขาต้องการให้เธอเข้าสู่วังหลังสถานที่ส่วนตัวของเขา แทนที่จะจับเธอลงโทษแล้วขับไล่ ดังนั้นเธอจะใช้โอกาสนี้ทำตามข้อตกลงที่มีกับซัลมานต่อไป
ส่วนชีคหนุ่มไม่เหลียวหลังกลับไปมองดารินทร์อีกเลย ทรวงอกอัดแน่นด้วยไฟโทสะไม่ลดน้อยถอยลงกลับมีแต่เพิ่มพูน เขาย่ำฝีเท้าลงพรมแดงผ่านโถงพิธีเดินไปฝั่งตรงข้ามกับวังหลัง
เนตรนิลกาฬแผดเผาแดงก่ำถึงสิ่งที่เกิดขึ้น เขาไม่ต้องสอบความก็รู้อยู่แก่ใจถึงมือที่มองไม่เห็น
ใครกันที่จะไม่หวาดกลัวเขา มือแห่งอำนาจผู้ซึ่งปกครองไซฮาตนาเดีย
ส่วนเธอ ในเมื่อคราแรกเขาตัดใจจากเธอไปแล้ว แต่ในเมื่อเหยื่อตัวน้อยต้องการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งบนเกม
เขาก็จะใช้เธออย่างหมากตัวหนึ่งบนกระดานนี้
กระดานที่เขาต้องชนะ และเธอเป็นเบี้ยที่เขาจะไม่มีวันปล่อยอีกเลย
17 จุดหมายเดียวกันแต่เธอจะหลงลืมผิวสีน้ำผึ้งเนียนทั้งตัวของเขาได้อย่างไรกัน เธอละสายตาออกไม่ได้เลย กล้ามเนื้อทุกลูกล้วนหนั่นแน่นโดยเฉพาะแผ่นท้องราวกับภาพแกะสลัก แข็งแกร่ง เต็มไปด้วยพละกำลังทว่ากลับดูนุ่มนวลในขณะเดียวกัน เส้นเอ็นกล้ามเนื้อเป็นริ้วยาวลับหายในขอบกางเกงอะไรกัน !ขอบฟ้าตกใจกับความคิดของตัวเองมุดตัวลงน้ำให้ความเย็นบรรเทาอาการร้อนรุ่มกะทันหันก่อนจะโผล่ขึ้นมาอีกครั้งแล้วพบว่า เนื้อทองแดงอยู่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอร้อนผ่าว“ยังไม่ถึงเวลานั้น ขอบฟ้า”เธอช้อนตาขึ้นแล้วรีบหลบ เปลวเพลิงปรารถนาจดจ้องเธอเช่นกันและมันทำให้เธอหวั่นไหว หัวใจเต้นแรงเสียจนหูอื้อไปหมด“ถึงเวลาอะไรกัน สำหรับฉันคืนเดียวก็พอแล้ว”“ฮึ แน่ใจหรือ” เขาโน้มหน้าลงมาใกล้ แสงอาทิตย์สะท้อนสีทองแวววาว “สำหรับเราไม่มีวันพอหรอกขอบฟ้า”“คุณไม่จำเป็นต้องแสดงอีกซัลมาน”เธอพ่นลมออกเรี่ยน้ำ เธอพบว่าน้ำเย็นไม่ได้ช่วยอะไรเลย ซ้ำร้ายพอเขายืดกายขึ้นกวักน้ำราดตัว หัวใจเธอยิ
16 รอมาลซาฮาราเช้าวันรุ่งขึ้น ณ กลางทะเลทรายรอมาลซาฮารากลางแสงแดดจ้าแผดเผาอันร้อนระอุ กระไออ้าวแผ่ขึ้นจากพื้นทราย กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ขาวโพลนเวิ้งว้างจนมิอาจแยกได้ว่าเส้นจรดขอบฟ้าอยู่ที่ใดร่างระหงนั่งโยกเยกอยู่บนหลังม้ามานานหลายชั่วโมง ด้านหลังเธอคือซัลมานที่ยอมให้เธอพิงมาตลอดทั้งคืน ผิวกายอาบชุ่มเหงื่อภายในชุดเสื้อคลุมอะบายา[1] สีดำปกปิดมิดชิด“อีกนานไหม”เสียงหวานนุ่มอ่อนระโหยทั้งแหบพร่า นัยน์ตาน้ำตาลเจิดจ้ามองภาพตรงหน้าพร่าเลือนจากแสงยามสายที่เพิ่งพ้นคุ้งฟ้า“จิบเสียหน่อย จิบเดียวนะ”เขายกกระติกน้ำขนาดใหญ่คล้ายทหารจ่อปากกระจับที่เผยอรอด้วยความกระหาย“มีโอเอซิสเล็ก อีกไม่ไกล อดทนหน่อย”“คุณจะไม่บอกอะไรสักหน่อยหรือ ว่าทำไมถึงลักพาตัวฉันมา”เธอยังถามคำเดิมอย่างดื้อดึงด้วยเสียงนุ่มแผ่วเบาแข่งกับเสียงลมอู้หอบเม็ดทราย ความนิ่งเงียบคือคำตอบ เขายังนั่งเป็นหินผาทั้งที่ภายในร้อนรุ่ม นัยน์ตาอำพัน
15 ยากจะประสาน“ท่านรักลูกไม่เท่ากัน ท่านทรงเห็นซัลมานดีกว่าลูกเสมอ ตั้งแต่เด็ก เพราะอะไรกัน ?” น้ำเสียงมูซาสั่นเล็กน้อย“คงเพราะซัลมานเป็นลูกของพระชายาคนโปรดใช่หรือไม่ ? บานีริยาฮ์ผู้รักอิสระเสรี ทำสิ่งใดก็ได้ตามแต่ใจตน”“ลูกพูดอะไร ! หากพ่อเห็นซัลมานดีกว่า ยเจ้าคงไม่ได้เป็นมกุฎราชกุมาร”ยิ่งพูดเขายิ่งเจ็บ ชีคหนุ่มยิ้มหยันมุมปากขณะที่หัวเราะในลำคอ เปล่งคำถากถาง“กฎมณเฑียรบาลทำให้ลูกได้เป็นมกุฎราชกุมารต่างหาก”ครืด...เขาเลื่อนเก้าอี้อีกครั้งลากยาว แล้วหย่อนร่างลงตวัดท่อนขาแกร่งไขว่ห้างขยับปลายเท้ากระดิกเบา ๆ“ท่านพ่อคิดไว้หรือยังว่า เห็นควรลงโทษความซุกซนของน้องชายเช่นไร”“พ่อไม่มีความคิดเห็นใด ๆ ทั้งสิ้น เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเพราะลูก อย่าคิดว่าพ่อแก่แล้วโง่เขลาจนไม่รู้ว่าน้ำมันรั่วลงอ่าวได้อย่างไร เจ้าวางแผนกับสุฟยาน ชีคชั่วข่มขู่ครอบครัวชาวไทย เขากลัวจนต้องยอมตกลงให้ลูกสาวพร้อมสัมปทาน นี่มัน... เป็นสิ่งที่ผิด ทั้งต่อมนุษยธรรม ทั้งต่อองค์อัลลอฮ์ !”ชีคอิบรอฮีมเริ่มเสียงแข็งหลังจากที่อดทนต่อกิริยาหยาบกระด้างของบุตรชาย เขาพยายามมองหาสายตายามวัยเด็กของมูซา ทว่ากลับไม่มี สายตาที่เคยมองบิ
14 เพชรฆาตในคราบชีคช่วงหัวค่ำ วันเดียวกับเจ้าสาวโดนลักพาตัว ณ พระราชวังไซฮาตนาเดียชีคมูซาย่ำฝีเท้าหนักแน่นตามแรงอารมณ์ปะทุเดือดบนพื้นทางเดินหินอ่อนเย็นเยียบสีงาช้างร่างสูงใหญ่ในชุดกันดูร่า[1] ตัวยาวสีขาวสวมทับด้วยเสื้อคลุมบิชต์[2] สีดำสาบเสื้อแถบใหญ่ขลิบทอง ชุดพระราชพิธีสวมใส่เฉพาะในวันสำคัญเท่านั้น เช่นวันนี้กลิ่นกำยานงานพิธียังลอยคว้างอ่อนจางตลอดทาง ยิ่งพาให้ช่องท้องเต็มไปด้วยไฟโทสะเขาพ่นลมหายใจหนักในทุกก้าว แสงสีนวลบนผนังโถงทอแสงงามจับตา ทว่านัยน์ตาสีนิลบัดนี้มืดหม่นจนไม่อาจสัมผัสได้ถึงความวิจิตรของพระราชวังส่วนหน้าดวงหน้าคมสันดั่งเทพบุตรกร้าวกระด้าง เนตรนิลกาฬจับจ้องยังจุดหมายคือห้องเอนกประสงค์สำหรับกษัตริย์เท่านั้น“ขอพระราชทานอภัย พระองค์ทรงเสวยกระยาหารอยู่พ่ะย่ะค่ะ”สายตาดั่งเสือสาดซัดใส่ข้ารับใช้คนสนิทองค์กษัตริย์หน้าห้อง วาดท่อนแขนกวาดมือผลักออกพ้นทาง โดยมีองครักษ์ด้านหลังล็อกตัวไว้ทันที“พระองค์ !”ผ่าง !!เสียงประตูบานใหญ่ถูกผลักด้วยแรงโทสะอย่างลูกขัตติยะ พาให้ชีคอิบรอฮีมเงยหน้าขึ้นจากมื้ออาหาร จ้องบุตรชายย่ำฝีเท้าหนักลงพรมเปอร์เซีย“มูซา พ่อไม่รู้ว่าลูกอยากจะมารับปร
13 วันพระราชพิธีเช้าวันต่อมา ในงานอภิเษกสมรส ณ โถงพิธีการ พระราชวังไซฮาตนาเดีย เสียงดนตรีอาหรับขับขานบทเพลงไพเราะในวันอภิเษกสมรส ท่วงทำนองอ่อนหวานพาให้เคลิ้มฝัน กลิ่นเครื่องหอมพระราชวังอบอวลทุกอณูฮาเร็มวังหลังแห่งนี้ชุดเจ้าสาวแสนหนักอึ้งดั่งดวงใจของดารินทร์ที่แบกรับอยู่ในตอนนี้เธอสวมชุดแต่งงานของพี่สาวตัวเอง หลังจากตกลงกับชายคนหนึ่ง คนที่เธอเคยเห็นพี่สาวและเขาลุกหายไปด้วยกันในนิวยอร์ก และพี่ของเธอกลับมาอีกครั้งในตอนเช้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขการแต่งงานจอมปลอมนี้ คือสิ่งที่พ่อกับแม่ต้องการให้พี่ขอบฟ้าเข้าพิธีกับชีคมหาอำนาจแลกกับเงินและความปลอดภัยดารินทร์รู้ว่าทำไมถึงไม่เป็นเธอ ดวงตาเหม่อมองไปทางกระจกเงาฝั่งตรงข้าม มองใบหน้างดงามอันน่าหลงใหล เชื้อสายโปรตุเกสที่ตกทอดลงมาสู่เธอมากเสียจนความสวยนี้กลายเป็นดาบสองคมภาพใบหน้าของย่าบนรูปถ่ายในห้องทำงานสะท้อนอยู่ในตัวเธอ พ่อรักเธอมากเกินไปจนเขาไม่เคยเจียดความรักอย่างที่พึงกระทำให้พี่สาวการมอบลูกตัวเองเพื่อแลกกับเงินก็คล้ายกับการขายลูกกินเธอตามเพื่อนของซัลมานไปในคืนนั้นที่นิวยอร์ก จนรู้ว่าแท้จริงมันคือแผนแต่เธอไม่ลังเลเลยถ้าพี่ขอบฟ้าจะมีควา
12 สันเนินทรายนูนสูงทะเลทรายยามค่ำคืนอันตรายอย่างที่เขาบอก ดังนั้นเธอจึงจะตามใจเขาไปก่อน รอจังหวะแล้วค่อยคิดหนีอีกครั้ง โดยหวังว่าทุกอย่างคงไม่สายเกินไปผิดไปจากซัลมาน แผงอกเขากระเพื่อมลอบสูดความหอมเข้านาสิก ทรวงอกหน่วงด้วยความต้องการครอบครองของต้องห้ามมักหวานล้ำ... หญิงงามกล้าหาญฉลาดเฉลียว ซัลมานยกยิ้มยามนึกถึงใบหน้าคมสันของชีคดำคล้ำด้วยไฟโทสะท่วมท้นแล้วหลังจากนั้นไม่นานนัก ขอบฟ้าก็ถูกยกขึ้นนั่งบนหลังม้าตัวเดิม โดยมีร่างใหญ่โตโหนตัวเองขึ้นซ้อนหลัง ซัลมานอ้อมลำแขนรั้งสายบังเหียนม้ามาด้านหน้าร่างระหงโยกเยกบนหลังม้าคล้ายเปลไกว ความหนาวเย็นของทะเลทรายทำให้เธอเบียดแผ่นหลังชิดอกร้อน เสาะหาไออุ่นทำไมฉันถึงไม่เกลียดเขาได้เต็มหัวใจ... ทำไมยังรู้สึกปลอดภัยเวลาที่เขาอยู่ใกล้ขอบฟ้าทอดถอนใจพิงตัวเองบนอกแกร่ง ในเมื่อเวลานี้เธอทำอะไรไม่ได้ นอกจากเพ่งมองความมืดมิดที่มีเพียงดวงดาวนับล้านส่องแสงระยิบระยับกระจายทั่วผืนฟ้า เธอก็ขอเก็บแรงเอาไว้ก่อนและใช้อกเขาเป็นหมอนแล้วกันพวกเราเดินทางผ่านเนินสูงลูกแล้วลูกเล่าลดหลั่นกันไปสุดลูกหูลูกตาราวกับว่าจะไม่มีวันสิ้นสุด เสียงฝีเท้าม้าบนพื้นทรายราวเสียงดนต







