Mag-log in2 - คืนนี้คุณจะเป็นของผม
เวลาต่อมา ภายในห้องพักหรูหราเก่าแก่กลางเมืองนิวยอร์ก
ปัง !
ขอบฟ้าสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงประตูถูกปิด ซัลมานไม่ปล่อยให้เธอรอนาน กักเธอไว้กับผนังทันที
“เดี๋ยวก่อน...”
เธอควรจะหยุดตอนนี้หรือไม่ ?
แต่ทำไมเธอกลับหยุดตัวเองไม่ได้เลย...
เสียงของเธอถูกกลืนหายด้วยลิ้นร้อนจัดบดขยี้ลงมาอย่างหนักหน่วง ดุดัน และเรียกร้อง
ร่างใหญ่โตดันเธอกระแทกผนังห้องอย่างไร้ทางหนี เขาเปิดไฟจนสว่างจ้า มือรูดซิปเธอลงช้า ๆ
เฮือก...
ร่างระหงสะดุ้งเฮือก ไอเย็นเครื่องปรับอากาศสัมผัสแผ่นหลังเปลือยเปล่า ก่อนที่ไออุ่นจากฝ่ามือร้อนจะทาบลงมาไล้จนทั่ว อีกมือเคล้นเนินทรวง ทุกสัมผัสแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเต็มที่
“คืนนี้คุณจะเป็นของผม...”
เสียงทุ้มแหบต่ำพึมพำข้างหู สำเนียงแปร่งปร่าปลุกทุกความรู้สึกที่ซุกซ่อนอยู่ภายในให้ลุกโชนราวเปลวเพลิง
หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาจากอก สัมผัสเขารุนแรงแต่กลับเติมเต็มบางอย่างที่เธอเฝ้าโหยหา ขอบฟ้าแหงนดวงหน้าเปิดปากให้เขาอย่างเต็มใจ แม้ว่าเสียงบิดายังสะท้อนก้องในหู
การแต่งงานที่ไม่ได้เกิดจากความรัก แต่เป็นการลงทุน... เพื่อครอบครัว ฟ้า เพื่อเรา...
ไม่ใช่เพื่อเธอ... แต่เพื่อครอบครัว เพื่อสัมปทาน เพื่อคนอื่น
อากาศขาดห้วงกะทันหันยามหวนคิดถึงเสียงสั่งบงการเมื่อหัวค่ำ พ่อเธอกำลังบีบรัดด้วยเชือกแห่งความกตัญญู และหน้าที่
เธอจะไม่ยอมให้ตัวเองรู้สึกเช่นนั้น
พรึบ !
ดวงตาหวานตระหนกขึ้นชั่วครู่แล้วเปลี่ยนเป็นหรี่ปรือเมื่อนิ้วกร้านลูบริมฝีปากเธอแผ่วเบา
“คุณมีตาสีน้ำตาล” เสียงทุ้มสำเนียงผู้ดี เหมือนว่าเขาเพิ่งหลุดมาจากอีกซีกโลกหนึ่ง
“ค่ะ ฉันมีส่วนผสมที่แปลกประหลาด เหมือนคุณ”
มือเล็กประคองหน้าแกร่งที่กำลังคลี่ยิ้มบางเบา ร่างกายเธอวูบวาบทันที
“สำหรับผม มันคือสีทราย”
เธอสูดลมหายใจสะท้านขึ้น เขาเลื่อนฝ่ามืออุ่นจัดลงลำคอลากผ่านส่วนเว้าโค้งของเนินทรวงไปทางด้านหลังรูดซิปลงช้า ๆ
“ที่ที่ผมจากมามีแต่ทราย แต่คืนนี้คุณคือโอเอซิส”
ราวกับว่าเธอรอคอยใครสักคนพูดเช่นนี้กับเธอ เสียงนุ่มไล้ทุกความรู้สึกอันสั่นไหว คนพิเศษ ขณะที่เขาเริ่มปล่อยชุดเธอร่วงลงกรอมเท้า ลำคอเธอแห้งผากจนต้องเผยอปากหายใจ เผยเรียวลิ้นบนขอบปากเรียกความชุ่มชื้น
ดวงหน้าหวานระเรื่อขัดเขินยามเอียงหน้ามองเขาปลดเสื้อผ้าอย่างยั่วยวนใจ สายตาอำพันเขาโอ้โลมไร้คำพูด แฝงความดิบเถื่อนรุนแรง
เธอกำลังกลั้นหายใจจากความปรารถนาที่พุ่งขึ้น แก้มเธอร้อนจนแดงก่ำ ผิวเนื้อเต้นระริกซ่านจดปลายเท้า มองเสื้อที่ถูกโยนลงพื้น ค่อย ๆ ไล่สายตาบนร่างแกร่งทองแดงเนียนละเอียด จ้องกลางลำตัวที่มือคล้ำเข้มกำลังปลดเข็มขัดกระชากออก ลมหายใจเธอสะดุดทันทีแล้วเบือนหน้าไปอีกทาง
“มองผมสิขอบฟ้า”
“ฉัน...”
เธอควรจะบอกให้เขารู้ว่านี่คือครั้งแรก แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เธอจึงหันกลับไปอีกครั้ง จังหวะที่เขากำลังค้อมตัวดึงกางเกงออกจากข้อเท้า
มือเธองอไปด้านหลังเกร็งจนนิ้วจิกผนังห้อง สายตาเธอบ่งบอกความละโมบผสมสะเทิ้นอาย ตัวเขาสะอาดตา ไม่มีขนบนร่างกาย
เขาจะมองเห็นไหม... ชีพจรฉันเต้นแรงขนาดไหน
ลำคอระหงขยับกลืนน้ำลายยามใช้สายตาหรี่ปรือจ้องแก่นกายคล้ำเข้มที่กำลังผงาดง้ำ เธอกรีดเล็บบนผนังเบา ๆ ความร้อนไหลหลั่งทั่วร่าง รู้สึกถึงน้ำในกายเปียกชื้น
“ถอดเสื้อในของคุณ” เสียงเขาสั่นพร่า
17 จุดหมายเดียวกันแต่เธอจะหลงลืมผิวสีน้ำผึ้งเนียนทั้งตัวของเขาได้อย่างไรกัน เธอละสายตาออกไม่ได้เลย กล้ามเนื้อทุกลูกล้วนหนั่นแน่นโดยเฉพาะแผ่นท้องราวกับภาพแกะสลัก แข็งแกร่ง เต็มไปด้วยพละกำลังทว่ากลับดูนุ่มนวลในขณะเดียวกัน เส้นเอ็นกล้ามเนื้อเป็นริ้วยาวลับหายในขอบกางเกงอะไรกัน !ขอบฟ้าตกใจกับความคิดของตัวเองมุดตัวลงน้ำให้ความเย็นบรรเทาอาการร้อนรุ่มกะทันหันก่อนจะโผล่ขึ้นมาอีกครั้งแล้วพบว่า เนื้อทองแดงอยู่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอร้อนผ่าว“ยังไม่ถึงเวลานั้น ขอบฟ้า”เธอช้อนตาขึ้นแล้วรีบหลบ เปลวเพลิงปรารถนาจดจ้องเธอเช่นกันและมันทำให้เธอหวั่นไหว หัวใจเต้นแรงเสียจนหูอื้อไปหมด“ถึงเวลาอะไรกัน สำหรับฉันคืนเดียวก็พอแล้ว”“ฮึ แน่ใจหรือ” เขาโน้มหน้าลงมาใกล้ แสงอาทิตย์สะท้อนสีทองแวววาว “สำหรับเราไม่มีวันพอหรอกขอบฟ้า”“คุณไม่จำเป็นต้องแสดงอีกซัลมาน”เธอพ่นลมออกเรี่ยน้ำ เธอพบว่าน้ำเย็นไม่ได้ช่วยอะไรเลย ซ้ำร้ายพอเขายืดกายขึ้นกวักน้ำราดตัว หัวใจเธอยิ
16 รอมาลซาฮาราเช้าวันรุ่งขึ้น ณ กลางทะเลทรายรอมาลซาฮารากลางแสงแดดจ้าแผดเผาอันร้อนระอุ กระไออ้าวแผ่ขึ้นจากพื้นทราย กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ขาวโพลนเวิ้งว้างจนมิอาจแยกได้ว่าเส้นจรดขอบฟ้าอยู่ที่ใดร่างระหงนั่งโยกเยกอยู่บนหลังม้ามานานหลายชั่วโมง ด้านหลังเธอคือซัลมานที่ยอมให้เธอพิงมาตลอดทั้งคืน ผิวกายอาบชุ่มเหงื่อภายในชุดเสื้อคลุมอะบายา[1] สีดำปกปิดมิดชิด“อีกนานไหม”เสียงหวานนุ่มอ่อนระโหยทั้งแหบพร่า นัยน์ตาน้ำตาลเจิดจ้ามองภาพตรงหน้าพร่าเลือนจากแสงยามสายที่เพิ่งพ้นคุ้งฟ้า“จิบเสียหน่อย จิบเดียวนะ”เขายกกระติกน้ำขนาดใหญ่คล้ายทหารจ่อปากกระจับที่เผยอรอด้วยความกระหาย“มีโอเอซิสเล็ก อีกไม่ไกล อดทนหน่อย”“คุณจะไม่บอกอะไรสักหน่อยหรือ ว่าทำไมถึงลักพาตัวฉันมา”เธอยังถามคำเดิมอย่างดื้อดึงด้วยเสียงนุ่มแผ่วเบาแข่งกับเสียงลมอู้หอบเม็ดทราย ความนิ่งเงียบคือคำตอบ เขายังนั่งเป็นหินผาทั้งที่ภายในร้อนรุ่ม นัยน์ตาอำพัน
15 ยากจะประสาน“ท่านรักลูกไม่เท่ากัน ท่านทรงเห็นซัลมานดีกว่าลูกเสมอ ตั้งแต่เด็ก เพราะอะไรกัน ?” น้ำเสียงมูซาสั่นเล็กน้อย“คงเพราะซัลมานเป็นลูกของพระชายาคนโปรดใช่หรือไม่ ? บานีริยาฮ์ผู้รักอิสระเสรี ทำสิ่งใดก็ได้ตามแต่ใจตน”“ลูกพูดอะไร ! หากพ่อเห็นซัลมานดีกว่า ยเจ้าคงไม่ได้เป็นมกุฎราชกุมาร”ยิ่งพูดเขายิ่งเจ็บ ชีคหนุ่มยิ้มหยันมุมปากขณะที่หัวเราะในลำคอ เปล่งคำถากถาง“กฎมณเฑียรบาลทำให้ลูกได้เป็นมกุฎราชกุมารต่างหาก”ครืด...เขาเลื่อนเก้าอี้อีกครั้งลากยาว แล้วหย่อนร่างลงตวัดท่อนขาแกร่งไขว่ห้างขยับปลายเท้ากระดิกเบา ๆ“ท่านพ่อคิดไว้หรือยังว่า เห็นควรลงโทษความซุกซนของน้องชายเช่นไร”“พ่อไม่มีความคิดเห็นใด ๆ ทั้งสิ้น เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเพราะลูก อย่าคิดว่าพ่อแก่แล้วโง่เขลาจนไม่รู้ว่าน้ำมันรั่วลงอ่าวได้อย่างไร เจ้าวางแผนกับสุฟยาน ชีคชั่วข่มขู่ครอบครัวชาวไทย เขากลัวจนต้องยอมตกลงให้ลูกสาวพร้อมสัมปทาน นี่มัน... เป็นสิ่งที่ผิด ทั้งต่อมนุษยธรรม ทั้งต่อองค์อัลลอฮ์ !”ชีคอิบรอฮีมเริ่มเสียงแข็งหลังจากที่อดทนต่อกิริยาหยาบกระด้างของบุตรชาย เขาพยายามมองหาสายตายามวัยเด็กของมูซา ทว่ากลับไม่มี สายตาที่เคยมองบิ
14 เพชรฆาตในคราบชีคช่วงหัวค่ำ วันเดียวกับเจ้าสาวโดนลักพาตัว ณ พระราชวังไซฮาตนาเดียชีคมูซาย่ำฝีเท้าหนักแน่นตามแรงอารมณ์ปะทุเดือดบนพื้นทางเดินหินอ่อนเย็นเยียบสีงาช้างร่างสูงใหญ่ในชุดกันดูร่า[1] ตัวยาวสีขาวสวมทับด้วยเสื้อคลุมบิชต์[2] สีดำสาบเสื้อแถบใหญ่ขลิบทอง ชุดพระราชพิธีสวมใส่เฉพาะในวันสำคัญเท่านั้น เช่นวันนี้กลิ่นกำยานงานพิธียังลอยคว้างอ่อนจางตลอดทาง ยิ่งพาให้ช่องท้องเต็มไปด้วยไฟโทสะเขาพ่นลมหายใจหนักในทุกก้าว แสงสีนวลบนผนังโถงทอแสงงามจับตา ทว่านัยน์ตาสีนิลบัดนี้มืดหม่นจนไม่อาจสัมผัสได้ถึงความวิจิตรของพระราชวังส่วนหน้าดวงหน้าคมสันดั่งเทพบุตรกร้าวกระด้าง เนตรนิลกาฬจับจ้องยังจุดหมายคือห้องเอนกประสงค์สำหรับกษัตริย์เท่านั้น“ขอพระราชทานอภัย พระองค์ทรงเสวยกระยาหารอยู่พ่ะย่ะค่ะ”สายตาดั่งเสือสาดซัดใส่ข้ารับใช้คนสนิทองค์กษัตริย์หน้าห้อง วาดท่อนแขนกวาดมือผลักออกพ้นทาง โดยมีองครักษ์ด้านหลังล็อกตัวไว้ทันที“พระองค์ !”ผ่าง !!เสียงประตูบานใหญ่ถูกผลักด้วยแรงโทสะอย่างลูกขัตติยะ พาให้ชีคอิบรอฮีมเงยหน้าขึ้นจากมื้ออาหาร จ้องบุตรชายย่ำฝีเท้าหนักลงพรมเปอร์เซีย“มูซา พ่อไม่รู้ว่าลูกอยากจะมารับปร
13 วันพระราชพิธีเช้าวันต่อมา ในงานอภิเษกสมรส ณ โถงพิธีการ พระราชวังไซฮาตนาเดีย เสียงดนตรีอาหรับขับขานบทเพลงไพเราะในวันอภิเษกสมรส ท่วงทำนองอ่อนหวานพาให้เคลิ้มฝัน กลิ่นเครื่องหอมพระราชวังอบอวลทุกอณูฮาเร็มวังหลังแห่งนี้ชุดเจ้าสาวแสนหนักอึ้งดั่งดวงใจของดารินทร์ที่แบกรับอยู่ในตอนนี้เธอสวมชุดแต่งงานของพี่สาวตัวเอง หลังจากตกลงกับชายคนหนึ่ง คนที่เธอเคยเห็นพี่สาวและเขาลุกหายไปด้วยกันในนิวยอร์ก และพี่ของเธอกลับมาอีกครั้งในตอนเช้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขการแต่งงานจอมปลอมนี้ คือสิ่งที่พ่อกับแม่ต้องการให้พี่ขอบฟ้าเข้าพิธีกับชีคมหาอำนาจแลกกับเงินและความปลอดภัยดารินทร์รู้ว่าทำไมถึงไม่เป็นเธอ ดวงตาเหม่อมองไปทางกระจกเงาฝั่งตรงข้าม มองใบหน้างดงามอันน่าหลงใหล เชื้อสายโปรตุเกสที่ตกทอดลงมาสู่เธอมากเสียจนความสวยนี้กลายเป็นดาบสองคมภาพใบหน้าของย่าบนรูปถ่ายในห้องทำงานสะท้อนอยู่ในตัวเธอ พ่อรักเธอมากเกินไปจนเขาไม่เคยเจียดความรักอย่างที่พึงกระทำให้พี่สาวการมอบลูกตัวเองเพื่อแลกกับเงินก็คล้ายกับการขายลูกกินเธอตามเพื่อนของซัลมานไปในคืนนั้นที่นิวยอร์ก จนรู้ว่าแท้จริงมันคือแผนแต่เธอไม่ลังเลเลยถ้าพี่ขอบฟ้าจะมีควา
12 สันเนินทรายนูนสูงทะเลทรายยามค่ำคืนอันตรายอย่างที่เขาบอก ดังนั้นเธอจึงจะตามใจเขาไปก่อน รอจังหวะแล้วค่อยคิดหนีอีกครั้ง โดยหวังว่าทุกอย่างคงไม่สายเกินไปผิดไปจากซัลมาน แผงอกเขากระเพื่อมลอบสูดความหอมเข้านาสิก ทรวงอกหน่วงด้วยความต้องการครอบครองของต้องห้ามมักหวานล้ำ... หญิงงามกล้าหาญฉลาดเฉลียว ซัลมานยกยิ้มยามนึกถึงใบหน้าคมสันของชีคดำคล้ำด้วยไฟโทสะท่วมท้นแล้วหลังจากนั้นไม่นานนัก ขอบฟ้าก็ถูกยกขึ้นนั่งบนหลังม้าตัวเดิม โดยมีร่างใหญ่โตโหนตัวเองขึ้นซ้อนหลัง ซัลมานอ้อมลำแขนรั้งสายบังเหียนม้ามาด้านหน้าร่างระหงโยกเยกบนหลังม้าคล้ายเปลไกว ความหนาวเย็นของทะเลทรายทำให้เธอเบียดแผ่นหลังชิดอกร้อน เสาะหาไออุ่นทำไมฉันถึงไม่เกลียดเขาได้เต็มหัวใจ... ทำไมยังรู้สึกปลอดภัยเวลาที่เขาอยู่ใกล้ขอบฟ้าทอดถอนใจพิงตัวเองบนอกแกร่ง ในเมื่อเวลานี้เธอทำอะไรไม่ได้ นอกจากเพ่งมองความมืดมิดที่มีเพียงดวงดาวนับล้านส่องแสงระยิบระยับกระจายทั่วผืนฟ้า เธอก็ขอเก็บแรงเอาไว้ก่อนและใช้อกเขาเป็นหมอนแล้วกันพวกเราเดินทางผ่านเนินสูงลูกแล้วลูกเล่าลดหลั่นกันไปสุดลูกหูลูกตาราวกับว่าจะไม่มีวันสิ้นสุด เสียงฝีเท้าม้าบนพื้นทรายราวเสียงดนต







