Mag-log in8 มีสิทธิ์ต่อรองหรือ?
“เคยได้ยินตำนานนี้ไหม ในทะเลทรายยังมีเรื่องเล่าขานเก่าแก่ สัตว์ประหลาดเท้าใหญ่เกินคน”
จู่ ๆ ซัลมานก็เอ่ยขึ้น ทอดเสียงทุ้มต่ำเว้นช่วง เขาไม่รู้สึกผิดที่จับเธอโยนขึ้นหลังม้า แต่การเดินทางบนเนินทรายมันช่างเงียบงันเสียจนเขารู้สึกหวั่นใจ
“ว่ากันว่ารูปร่างสูงใหญ่ใบหน้าบิดเบี้ยว กรงเล็บโค้งยาว มันแปลงร่างเป็นคน สัตว์ หรือสิ่งใดก็ได้ในทะเลทราย”
เขาได้ยินเสียงพ่นลมเบา ๆ แล้วยกมุมปาก อย่างน้อยเธอก็ยังโต้ตอบด้วยอารมณ์โกรธ
“อย่ากรีดเสียง กูลจะได้ยิน อย่าออกวิ่ง กูลจะได้กลิ่น รอยเท้าบนพื้นทราย... เจ้าอาจเป็นรายต่อไป”
พรืด...
ขอบฟ้าพ่นลมออกมาอีกครั้ง เขาเห็นว่าเธอเป็นเด็กหรือไงถึงได้เอาตำนานลวงโลกมาหลอกเธอ
“ถ้าคุณเลือกเปลี่ยนเสื้อผ้าตั้งแต่ตอนแรกคงไม่เจ็บตัว”
“อื้อ ๆ ๆ” เธอยิ่งโกรธ กระแทกเข่าลงสีข้างม้า
เลือกอย่างนั้นหรือ ? ถ้าเธอเลือกได้ป่านนี้เธอคงเลือกอยู่เมืองไทย ไม่ใช่ระหกระเหินมาถึงตะวันออกกลางแล้วถูกผู้ชายอย่างเขาลักพาตัว
เจ้าบ่าวคืนเดียวของเธอ !
เขาทำเธอฝันสลาย คืนแห่งการหลอกลวง
แต่ทำไมกัน ? เขาต้องการอะไร ? เธอยอมรับกับตัวเองว่าเธอเก็บเขาไว้ในฝัน คงเพราะเขาสร้างความประทับใจจนเธอลืมไม่ลง แสนดีและทะนุถนอมราวกับว่าเธอคือคนรัก และตอนนี้เธอไม่คิดว่ามันเป็นความบังเอิญอีกต่อไปแล้ว
“ถึงแล้ว...”
เธอเงยหน้ามองอย่างสงสัยก่อนที่ดวงตาจะเปล่งแสงดีใจเมื่อเห็นโอเอซิสเงามืดสีดำค่อย ๆ ใกล้เข้ามา เธอผ่อนร่างให้แรงโน้มถ่วงทำร้ายเลือดที่ไหลรวมลงหัว ด้วยการห้อยตัวกลับตามเดิม
ถ้าพรุ่งนี้เช้าเธอเข้าแท่นพิธี เธอคงกำลังกล่าวคำโกหก สาบานว่าจะรักเจ้าบ่าวชั่วนิรันดร์
พ่อ แม่
ดาว... น้องสาวที่รักและทรยศ เหตุใดกัน ? ความสงสัยกำลังเกาะกินเธอ เธอไม่เข้าใจเลยสักนิด พวกเขาไปรู้จักกันตอนไหน และทำไมถึงร่วมมือกัน ?
ดารินทร์เป็นน้องสาวเพียงคนเดียว เราห่างกันไม่กี่ปีแต่เธอกลับมีความรับผิดชอบมากกว่า น้องถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจทำให้น้องเกือบเสียคน
หรือว่าดาวกำลังมีปัญหากลับไปใช้ยาอีก ?
ในขณะที่เธอยังคิดทบทวน ม้าได้หยุดลงแล้วเสียงกระโดดลงของซัลมานทำให้เธอผงกศีรษะขึ้น
เขาไม่ได้พูดอะไรอีก พาม้าหยุดข้างแอ่งน้ำใกล้ต้นอินทผลัม ผูกม้าเรียบร้อยแล้วจึงค่อยโอบเธอลงจากหลังม้า
ฮวบ...
เพียงยกเธอยืน ร่างระหงพลันอ่อนแรงจากความเหนื่อยล้า ตัวอ่อนยวบทรุดลงทันที
“คืนนี้เราจะพักที่นี่”
เขาพูดเบา ๆ แม้ว่าไม่ได้รู้สึกดีที่ทำต่อเธออย่างโหดร้าย แต่เขายอมรับว่าเธอทำให้เขาเบิกบานใจเล็กน้อย
เธอเป็นคนกล้าหาญและไม่กลัวตาย เขาสงสัยจริง ๆ ถ้าเราไม่ได้รู้จักกันมาก่อน เธอจะยังมีทีท่าโกรธจัดแบบนี้ไหม ? เธอจะกลัวบ้างหรือเปล่า
มือคล้ำเข้มกระตุกเชือกมัดปากโยนทิ้ง ลอบยกคิ้วเมื่อเห็นเธอเงียบ เขาเดินอ้อมไปด้านหลัง ใช้กริชที่พกมาตัดเชือกก่อนจะโยนชุดดำมาข้างหน้า เปรยเสียงเรียบ
“อย่าคิดหนี ทะเลทรายคือนรก ฆ่าเราได้ทุกเมื่อ”
ขอบฟ้ากัดริมฝีปาก แขนเธอชาวาบเมื่อถูกปล่อยให้เป็นอิสระ หมดแรงส่งเสียง นั่งนิ่งพิงต้นอินทผลัม ตอนนี้เธอต้องการแค่นอนลงแล้วหลับตา
“เปลี่ยนเสื้อผ้า”
“ไม่” เสียงปฏิเสธอ่อนแรงลงแล้ว เธอขอยอมแพ้ชั่วคราวเพราะร่างกายร้าวระบมเต็มทน
“ไม่ได้ ต้องเปลี่ยน”
เขาย้ำอีกครั้ง กวาดตามองชุดนอนตัวบางบนเรือนร่างที่เคยได้เห็นพาให้ขนแขนเขาลุกเกรียวตลอดเวลา
“ฉันหมดแรง แขนเป็นเหน็บชา” เธอทอดเสียง “คุณคิดว่าฉันมีแรงเหลือพอหรือไงซัลมาน”
เธอช้อนตาจ้องไม่หลบโดยไม่จำเป็นต้องกลัว อย่างน้อยเธอแน่ใจได้อย่างหนึ่งว่าเธอเป็นตัวประกันที่เขาต้องการให้มีชีวิต และส่วนหนึ่งยังคงเป็นความไว้ใจบ้า ๆ ที่เกิดขึ้นจากการได้ชิดใกล้กับเขาทั้งคืน
ซัลมาลพ่นลมหนักออกมา บางทีขอบฟ้าอาจต้องการเห็นว่าผู้ชายที่มีแรงมากกว่าทำอะไรได้บ้าง อย่างน้อยอาจทำให้เธอกลัว...
เขาคิ้วกระตุกเบา ๆ ตอนที่สาวเท้าเข้าไปใกล้ มือกระชากเธอลุกขึ้นแล้วใช้กริชตัดชุดนอนอย่างเฉียบขาด
“ซัลมาน ทำอะไรน่ะ หยุด อย่า ปล่อยยยย”
ร่างที่เพิ่งบอกว่าหมดแรงกลับดึงยื้อสุดชีวิต เธอเบี่ยงตัวแต่สู้แรงมหาศาลไม่ได้ เขาใช้กริชเฉือนชุดนอนโยนทิ้ง ปอกราวกับปอกหัวหอม จนภาพนวลตากระจ่างขึ้นทีละส่วน ๆ กระทั่งเธอไม่เหลือเศษผ้า
เฮือก...
ซัลมานรู้สึกเหมือนลมกระแทกปอดก่อนจะพ่นออกร้อนผ่าว ภาพความทรงจำหลั่งไหลจนเขาเกือบรับมือไม่ทัน เขาหยิบชุดดำขึ้นแล้วโยนให้เธอหันตัวกลับเดินไปอีกทาง กดเสียงต่ำราวกับกำลังสะกดจิตตัวเอง
“สวมเสื้อผ้าซะขอบฟ้า อย่าให้ต้องลงมืออีก”
เมื่อเดินไปไกลพอควรเขาจึงหันกลับมา ใช้เงามืดหลบสายตาที่จับจ้องเธอด้วยไอร้อนแผดเผา ไล้สายตาบนเนื้อนวลที่เคยได้เชยชม
เธอยังคงมีดวงหน้างามจับใจ รูปหน้ารีดั่งไข่ คิ้วโก่งสูงคล้ายชาติตะวันตกทว่าริมฝีปากกลับกว้างอิ่มดั่งสาวอาหรับ ทุกสิ่งบนใบหน้าสอดรับราวกับดวงหน้าของเทพีอะธีนา กล้าหาญและเข้มแข็ง
คำเปรียบเปรยไข่มุกงามคงไม่เกินจริง และเป็นของฉัน
เขาเผยรอยยิ้มน่าหวาดหวั่นจนขอบฟ้ากระถดถอยหลัง รอยยิ้มที่เคยทำให้เธอสยิวบนเตียง
“ถอดชุดชั้นใน”
“ไม่ !” เธอแว้ดเสียงเพราะเริ่มกลัวขึ้นมาเมื่อเห็นสายตานั้น เขามองเธอเหมือนคืนนั้น
“มีสิทธิ์ต่อรองหรือ ?”
17 จุดหมายเดียวกันแต่เธอจะหลงลืมผิวสีน้ำผึ้งเนียนทั้งตัวของเขาได้อย่างไรกัน เธอละสายตาออกไม่ได้เลย กล้ามเนื้อทุกลูกล้วนหนั่นแน่นโดยเฉพาะแผ่นท้องราวกับภาพแกะสลัก แข็งแกร่ง เต็มไปด้วยพละกำลังทว่ากลับดูนุ่มนวลในขณะเดียวกัน เส้นเอ็นกล้ามเนื้อเป็นริ้วยาวลับหายในขอบกางเกงอะไรกัน !ขอบฟ้าตกใจกับความคิดของตัวเองมุดตัวลงน้ำให้ความเย็นบรรเทาอาการร้อนรุ่มกะทันหันก่อนจะโผล่ขึ้นมาอีกครั้งแล้วพบว่า เนื้อทองแดงอยู่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอร้อนผ่าว“ยังไม่ถึงเวลานั้น ขอบฟ้า”เธอช้อนตาขึ้นแล้วรีบหลบ เปลวเพลิงปรารถนาจดจ้องเธอเช่นกันและมันทำให้เธอหวั่นไหว หัวใจเต้นแรงเสียจนหูอื้อไปหมด“ถึงเวลาอะไรกัน สำหรับฉันคืนเดียวก็พอแล้ว”“ฮึ แน่ใจหรือ” เขาโน้มหน้าลงมาใกล้ แสงอาทิตย์สะท้อนสีทองแวววาว “สำหรับเราไม่มีวันพอหรอกขอบฟ้า”“คุณไม่จำเป็นต้องแสดงอีกซัลมาน”เธอพ่นลมออกเรี่ยน้ำ เธอพบว่าน้ำเย็นไม่ได้ช่วยอะไรเลย ซ้ำร้ายพอเขายืดกายขึ้นกวักน้ำราดตัว หัวใจเธอยิ
16 รอมาลซาฮาราเช้าวันรุ่งขึ้น ณ กลางทะเลทรายรอมาลซาฮารากลางแสงแดดจ้าแผดเผาอันร้อนระอุ กระไออ้าวแผ่ขึ้นจากพื้นทราย กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ขาวโพลนเวิ้งว้างจนมิอาจแยกได้ว่าเส้นจรดขอบฟ้าอยู่ที่ใดร่างระหงนั่งโยกเยกอยู่บนหลังม้ามานานหลายชั่วโมง ด้านหลังเธอคือซัลมานที่ยอมให้เธอพิงมาตลอดทั้งคืน ผิวกายอาบชุ่มเหงื่อภายในชุดเสื้อคลุมอะบายา[1] สีดำปกปิดมิดชิด“อีกนานไหม”เสียงหวานนุ่มอ่อนระโหยทั้งแหบพร่า นัยน์ตาน้ำตาลเจิดจ้ามองภาพตรงหน้าพร่าเลือนจากแสงยามสายที่เพิ่งพ้นคุ้งฟ้า“จิบเสียหน่อย จิบเดียวนะ”เขายกกระติกน้ำขนาดใหญ่คล้ายทหารจ่อปากกระจับที่เผยอรอด้วยความกระหาย“มีโอเอซิสเล็ก อีกไม่ไกล อดทนหน่อย”“คุณจะไม่บอกอะไรสักหน่อยหรือ ว่าทำไมถึงลักพาตัวฉันมา”เธอยังถามคำเดิมอย่างดื้อดึงด้วยเสียงนุ่มแผ่วเบาแข่งกับเสียงลมอู้หอบเม็ดทราย ความนิ่งเงียบคือคำตอบ เขายังนั่งเป็นหินผาทั้งที่ภายในร้อนรุ่ม นัยน์ตาอำพัน
15 ยากจะประสาน“ท่านรักลูกไม่เท่ากัน ท่านทรงเห็นซัลมานดีกว่าลูกเสมอ ตั้งแต่เด็ก เพราะอะไรกัน ?” น้ำเสียงมูซาสั่นเล็กน้อย“คงเพราะซัลมานเป็นลูกของพระชายาคนโปรดใช่หรือไม่ ? บานีริยาฮ์ผู้รักอิสระเสรี ทำสิ่งใดก็ได้ตามแต่ใจตน”“ลูกพูดอะไร ! หากพ่อเห็นซัลมานดีกว่า ยเจ้าคงไม่ได้เป็นมกุฎราชกุมาร”ยิ่งพูดเขายิ่งเจ็บ ชีคหนุ่มยิ้มหยันมุมปากขณะที่หัวเราะในลำคอ เปล่งคำถากถาง“กฎมณเฑียรบาลทำให้ลูกได้เป็นมกุฎราชกุมารต่างหาก”ครืด...เขาเลื่อนเก้าอี้อีกครั้งลากยาว แล้วหย่อนร่างลงตวัดท่อนขาแกร่งไขว่ห้างขยับปลายเท้ากระดิกเบา ๆ“ท่านพ่อคิดไว้หรือยังว่า เห็นควรลงโทษความซุกซนของน้องชายเช่นไร”“พ่อไม่มีความคิดเห็นใด ๆ ทั้งสิ้น เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเพราะลูก อย่าคิดว่าพ่อแก่แล้วโง่เขลาจนไม่รู้ว่าน้ำมันรั่วลงอ่าวได้อย่างไร เจ้าวางแผนกับสุฟยาน ชีคชั่วข่มขู่ครอบครัวชาวไทย เขากลัวจนต้องยอมตกลงให้ลูกสาวพร้อมสัมปทาน นี่มัน... เป็นสิ่งที่ผิด ทั้งต่อมนุษยธรรม ทั้งต่อองค์อัลลอฮ์ !”ชีคอิบรอฮีมเริ่มเสียงแข็งหลังจากที่อดทนต่อกิริยาหยาบกระด้างของบุตรชาย เขาพยายามมองหาสายตายามวัยเด็กของมูซา ทว่ากลับไม่มี สายตาที่เคยมองบิ
14 เพชรฆาตในคราบชีคช่วงหัวค่ำ วันเดียวกับเจ้าสาวโดนลักพาตัว ณ พระราชวังไซฮาตนาเดียชีคมูซาย่ำฝีเท้าหนักแน่นตามแรงอารมณ์ปะทุเดือดบนพื้นทางเดินหินอ่อนเย็นเยียบสีงาช้างร่างสูงใหญ่ในชุดกันดูร่า[1] ตัวยาวสีขาวสวมทับด้วยเสื้อคลุมบิชต์[2] สีดำสาบเสื้อแถบใหญ่ขลิบทอง ชุดพระราชพิธีสวมใส่เฉพาะในวันสำคัญเท่านั้น เช่นวันนี้กลิ่นกำยานงานพิธียังลอยคว้างอ่อนจางตลอดทาง ยิ่งพาให้ช่องท้องเต็มไปด้วยไฟโทสะเขาพ่นลมหายใจหนักในทุกก้าว แสงสีนวลบนผนังโถงทอแสงงามจับตา ทว่านัยน์ตาสีนิลบัดนี้มืดหม่นจนไม่อาจสัมผัสได้ถึงความวิจิตรของพระราชวังส่วนหน้าดวงหน้าคมสันดั่งเทพบุตรกร้าวกระด้าง เนตรนิลกาฬจับจ้องยังจุดหมายคือห้องเอนกประสงค์สำหรับกษัตริย์เท่านั้น“ขอพระราชทานอภัย พระองค์ทรงเสวยกระยาหารอยู่พ่ะย่ะค่ะ”สายตาดั่งเสือสาดซัดใส่ข้ารับใช้คนสนิทองค์กษัตริย์หน้าห้อง วาดท่อนแขนกวาดมือผลักออกพ้นทาง โดยมีองครักษ์ด้านหลังล็อกตัวไว้ทันที“พระองค์ !”ผ่าง !!เสียงประตูบานใหญ่ถูกผลักด้วยแรงโทสะอย่างลูกขัตติยะ พาให้ชีคอิบรอฮีมเงยหน้าขึ้นจากมื้ออาหาร จ้องบุตรชายย่ำฝีเท้าหนักลงพรมเปอร์เซีย“มูซา พ่อไม่รู้ว่าลูกอยากจะมารับปร
13 วันพระราชพิธีเช้าวันต่อมา ในงานอภิเษกสมรส ณ โถงพิธีการ พระราชวังไซฮาตนาเดีย เสียงดนตรีอาหรับขับขานบทเพลงไพเราะในวันอภิเษกสมรส ท่วงทำนองอ่อนหวานพาให้เคลิ้มฝัน กลิ่นเครื่องหอมพระราชวังอบอวลทุกอณูฮาเร็มวังหลังแห่งนี้ชุดเจ้าสาวแสนหนักอึ้งดั่งดวงใจของดารินทร์ที่แบกรับอยู่ในตอนนี้เธอสวมชุดแต่งงานของพี่สาวตัวเอง หลังจากตกลงกับชายคนหนึ่ง คนที่เธอเคยเห็นพี่สาวและเขาลุกหายไปด้วยกันในนิวยอร์ก และพี่ของเธอกลับมาอีกครั้งในตอนเช้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขการแต่งงานจอมปลอมนี้ คือสิ่งที่พ่อกับแม่ต้องการให้พี่ขอบฟ้าเข้าพิธีกับชีคมหาอำนาจแลกกับเงินและความปลอดภัยดารินทร์รู้ว่าทำไมถึงไม่เป็นเธอ ดวงตาเหม่อมองไปทางกระจกเงาฝั่งตรงข้าม มองใบหน้างดงามอันน่าหลงใหล เชื้อสายโปรตุเกสที่ตกทอดลงมาสู่เธอมากเสียจนความสวยนี้กลายเป็นดาบสองคมภาพใบหน้าของย่าบนรูปถ่ายในห้องทำงานสะท้อนอยู่ในตัวเธอ พ่อรักเธอมากเกินไปจนเขาไม่เคยเจียดความรักอย่างที่พึงกระทำให้พี่สาวการมอบลูกตัวเองเพื่อแลกกับเงินก็คล้ายกับการขายลูกกินเธอตามเพื่อนของซัลมานไปในคืนนั้นที่นิวยอร์ก จนรู้ว่าแท้จริงมันคือแผนแต่เธอไม่ลังเลเลยถ้าพี่ขอบฟ้าจะมีควา
12 สันเนินทรายนูนสูงทะเลทรายยามค่ำคืนอันตรายอย่างที่เขาบอก ดังนั้นเธอจึงจะตามใจเขาไปก่อน รอจังหวะแล้วค่อยคิดหนีอีกครั้ง โดยหวังว่าทุกอย่างคงไม่สายเกินไปผิดไปจากซัลมาน แผงอกเขากระเพื่อมลอบสูดความหอมเข้านาสิก ทรวงอกหน่วงด้วยความต้องการครอบครองของต้องห้ามมักหวานล้ำ... หญิงงามกล้าหาญฉลาดเฉลียว ซัลมานยกยิ้มยามนึกถึงใบหน้าคมสันของชีคดำคล้ำด้วยไฟโทสะท่วมท้นแล้วหลังจากนั้นไม่นานนัก ขอบฟ้าก็ถูกยกขึ้นนั่งบนหลังม้าตัวเดิม โดยมีร่างใหญ่โตโหนตัวเองขึ้นซ้อนหลัง ซัลมานอ้อมลำแขนรั้งสายบังเหียนม้ามาด้านหน้าร่างระหงโยกเยกบนหลังม้าคล้ายเปลไกว ความหนาวเย็นของทะเลทรายทำให้เธอเบียดแผ่นหลังชิดอกร้อน เสาะหาไออุ่นทำไมฉันถึงไม่เกลียดเขาได้เต็มหัวใจ... ทำไมยังรู้สึกปลอดภัยเวลาที่เขาอยู่ใกล้ขอบฟ้าทอดถอนใจพิงตัวเองบนอกแกร่ง ในเมื่อเวลานี้เธอทำอะไรไม่ได้ นอกจากเพ่งมองความมืดมิดที่มีเพียงดวงดาวนับล้านส่องแสงระยิบระยับกระจายทั่วผืนฟ้า เธอก็ขอเก็บแรงเอาไว้ก่อนและใช้อกเขาเป็นหมอนแล้วกันพวกเราเดินทางผ่านเนินสูงลูกแล้วลูกเล่าลดหลั่นกันไปสุดลูกหูลูกตาราวกับว่าจะไม่มีวันสิ้นสุด เสียงฝีเท้าม้าบนพื้นทรายราวเสียงดนต







